ชีวิตของฉันในช่วงล็อคดาวน์ที่ฝรั่งเศส ![]() วันนี้เป็นวันแรกที่ฝรั่งเศสคลายล็อคดาวน์ หลังจากที่รัฐบาลประกาศล็อคดาวน์ทั่วประเทศมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนครึ่ง แต่ถึงแม้จะคลายล็อคดาวน์แล้วก็ยังมีเคอร์ฟิวช่วง 2 ทุ่ม ถึง 6 โมงเย็น จนถึงวันที่ 20 มกราคมปีหน้า ยกเว้นวันที่ 24-25 ธันวาคมที่จะไม่มีเคอร์ฟิว เนื่องจากวันคริสมาสต์เป็นวันที่สำคัญมากๆ ของคนที่นี่ ชีวิตในช่วงล็อคดาวน์ของเรานั้นไม่ได้ลำบากยากเย็นอย่างที่คิดนะ ตอนแรกที่ฟังรัฐบาลประกาศก็แอบตื่นเต้นอยู่ นั่งคิดว่าชีวิตต้องทำอะไรบ้าง แต่สุดท้ายก็พบว่าการประกาศล็อคดาวน์เป็นประโยชน์ต่อตัวเรามากเลย ไม่ใช่เพียงแค่การป้องกันโควิดอย่างเดียว หนึ่งเลยคือ ช่วยประหยัดเรื่องเงิน ก่อนล็อคดาวน์ที่โรงเรียนของเราจัดการสอนเป็นแบบ Hybrid คือผสมเรียนออนไลน์กับเรียนในชั้นเรียน พอประกาศล็อคดาวน์ปุ๊บทุกชั้นเรียนก็กลายเป็นสอนออนไลน์หมด เราก็ไม่ต้องเสียค่าเดินทางไป-กลับ บ้านและโรงเรียน และในวันที่มีเรียนทั้งวันเราก็ไม่ต้องเสียเงินซื้ออาหารกลางวันเพิ่มด้วย ในเรื่องของการเรียนเราก็รู้สึกว่าเวลาเรียนวิชาที่เน้นทฤษฎี การเรียนออนไลน์ทำให้เรามีสมาธิกว่า ไม่ต้องหงุดหงิดเวลาได้ยินคนรอบข้างแอบคุยกัน แม้ว่าเขาจะพยายามกระซิบกันแล้วก็เถอะ มันก็รบกวนสมาธิอยู่ดี นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเวลาได้มากเลยเนื่องจาก โรงเรียนอยู่นอกตัวเมือง ระยะทางจากบ้านไปโรงเรียนใช้เวลาประมาณ 45 นาทีแหนะ รวมไป-กลับ ก็ชั่วโมงครึ่งแล้ว ทำให้เราบริหารเวลาทำโปรเจคได้ง่ายขึ้น เวลาประชุมกับคนในกลุ่มก็คุยทาง Zoom เอา สะดวกกว่าเดินไปหากันที่ห้องสมุดหรืออาคารเรียนอีก มาตรการที่รัฐบาลกำหนดมาก็ไม่ได้ทำให้เราอึดอัดใจมากนัก เพราะทุกคนก็ยังออกไปซื้ออาหารที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตได้ ร้านขนมปังเปิดทุกร้าน ถ้าสั่งปิดนี่คนฝรั่งเศสอกแตกตายแน่นอน อยากกินอาหารที่ขายตามร้านก็สั่งให้เขามาส่งที่บ้านได้ อยากออกไปเดินเล่นก็ไปได้ ช่วงแรกอนุญาตให้ออกได้ในระยะ 1 กิโลเมตร ในเวลา 1 ชั่วโมง ช่วงหลังก็ผ่อนให้เป็นออกไปกำลังกายนอกบ้านได้ในระยะ 20 กิโลเมตร ในเวลา 3 ชั่วโมง แต่เวลาออกต้องกรอกแบบฟอร์มทุกครั้งว่าออกมาทำอะไร บ้านอยู่ที่ไหน ซึ่งทำผ่านแอพมือถือก็ได้ ไม่ได้ยากเย็นอะไร ทำไว้เผื่อตำรวจมาตรวจ แต่เราไม่เคยโดนตรวจเลยแฮะ สรุปว่าก็ใช้ชีวิตสบายดีในช่วงล็อคดาวน์ อาจเพราะเรียนหนักและมีรูมเมทอยู่ด้วยหนึ่งคน เลยทำให้สุขภาพจิตไม่ได้แย่มากนัก แต่ถ้าเป็นคนอื่นที่อยู่คนเดียว ไม่มีงานทำ ก็คงแอบเศร้าอยู่แหละ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ เราก็ยังโปรดปราณการใช้ชีวิตปกติ ได้ออกไปเจอผู้คน นั่งกินอาหารในร้าน ปาร์ตี้กับเพื่อนๆ นั่งเรียนในชั้นเรียนปกติได้พบปะเพื่อนร่วมชั้นและอาจารย์อยู่ดีแหละ เพราะสิ่งที่เราสูญเสียไปในช่วงล็อคดาวน์มันคือการใช้ชีวิตแบบคนปกติ ตอนกรอกแบบสอบถามของโรงเรียนว่าอยากให้เทอมหน้าจัดการเรียนการสอนแบบไหน เราก็ยังตอบไปว่า อยากเรียนในชั้นเรียนปกติแบบร้อยเปอร์เซ็นต์แม้การเรียนออนไลน์จะทำให้ชีวิตเราสะดวกมากขึ้นก็ตาม คิดถึงชีวิตที่สามารถเข้าสังคมได้อย่างปกติ ไม่ต้องใส่หน้ากากอนามัย ไม่ต้องห่วงเรื่องเว้นระยะห่างกันจังเลย กลับมาเป็นเหมือนเดิมเร็วๆ นะ
ในอุปสรรค
ก็มีหนทางใหม่ๆ อย่างช่วงโควิด ผมว่าเราเรียนรู้และปรับตัวกันมากมายเลยนะครับ อย่างเรื่องการเรียน การประชุมผ่านระบบออนไลน์ ตอนแรกคิดว่าอาจจะไม่ได้ผล บางทีก็อาจกลับกลายเป็นเรื่องดีได้เช่นกัน ![]() บาดแผลในอดีต ทำให้เราเติบโตขึ้นจริงๆครับ โดย: กะว่าก๋า
ดูแล้วไม่อึดอัดมมากนะครับ โควิดนี่เป็นอุปสรรค์แต่หลายๆ อย่างจริงๆ ต้องปรับตัวกันให้วุ่นเลย
โดย: คุณต่อ (toor36
จิตนการไว้ว่า lockdown ที่ต่างประเทศต้องเหมือน Slince hill แน่ๆ
แต่ที่เล่านี่ดูชิลกว่าเยอะเลยครับ แถมยังเล่าข้อดีมาได้เยอะ ประหยัดค่าข้าวงี้ 55555 ดีตรงที่สุขภาพจิตยังดีอยู่นี่แหละครับ ไม่เหงาไม่เบื่อก็โอเคมากเลยเวลาต้องไปอยู่ ตปท เรียนออนไลน์ สำหรับผม ผมไม่ค่อยได้ผลนะ เพราะ.....ไม่มีสมาธิ ไม่มีแรงกระตุ้นให้ต้องนั่งเรียน 55555 แถมตอน Work from home เปลื่องตังด้วยครับ ค่าไฟเอย ค่าขนมเอย ซื้อของออนไลน์เอย แถมเหงาด้วย เพราะติดเพื่อนทีทำงานครับ5555555 โดย: จันทราน็อคเทิร์น
จากบล๊อก
มธ เหมือนกัน แสดงว่าอาจจเคยแวะมาให้อาหารปลาที่ตึกวิศวะสิครับ อิอิ โดย: จันทราน็อคเทิร์น
มาติดตามชีวิตค่า
ลังเลใจ-ใจส่วนหนึ่งก็อยากโดนล้อคดาวน์นะคะ เบื่อการเดินทาง แต่ใจหนึ่งก็อยากเฮฮาปาร์ตี้ โดย: พระจันทร์สีม่วงง่วงๆ สม่ำเสมอ
วันที่: 16 ธันวาคม 2563 เวลา:16:07:55 น.ผมก็ประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะเลยครับช่วงล็อคดาวน์ที่เมืองไทย
แต่พอมาตอนหลัง ๆ ทางห้างร้าน เริ่มมีขายของออนไลน์ซื้อไปเยอะเหมือนกันกว่าจะคิดได้ 555 โดย: The Kop Civil
|
บทความทั้งหมด
|










ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [
ชอบที่ทำ vlog จังครับ ได้เห็นบรรยากาศแวดล้อมเคลื่อนไหวในเมือง
ปล. ขนมในซุปเปอร์น่ากินทั้งนั้นเลยครับ ^^