Multi Rural Study Trip 5th day (last)


  อังคาร ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๙

วันนี้ตื่นเพราะเจนปลุก "เจ็ดโมงแล้วพี่ฟ้า"

เจนอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว ส่วนคนอื่น ๆ ยังนอนตายอยู่ 

ฉันก็เลยไปอาบน้ำ เพราะอยากอาบน้ำห้องใหญ่ ที่แขวนผ้าเช็ดตัวมันไม่มีมดไต่ ไม่ต้องคอยปัดมด ไม่ต้องกลัวผิดศีลข้อ ๑ ด้วย

พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จระหว่างที่รอเพื่อนคนอื่น ๆ อาบน้ำ ฉันก็จัดกระเป๋าเก็บของให้เข้าที่เข้าทาง เพราะต้องลากกระเป๋าไปที่โรงเรียนเลย พอพรีเซ้นต์เสร็จจะได้ขนขึ้นรถกลับได้เลย

ความดีเลิศคือคุณลุงวีระเจ้าของบ้านช่วยขนกระเป๋าไปโรงเรียนให้ทุกคน ก็เลยไม่ต้องลากไปตามถนน (ซึ่งมีสิทธิ์ลดอายุการใช้งานของล้อกระเป๋าประมาณ ๑๐ ปี)

ก่อนพวกเราจะออกจากบ้านก็แต่งตัวด้วยชุดไทยพวน เป็นชุดพื้นเมือง เสื้อสีน้ำเงินแขนสามส่วน ผ้าซิ่นลายกนก แล้วก็สไบถักสีขาวติดเข็มกลัดและเข็มขัดทอง สวยมาก

ก่อนออกจากบ้านพวกเราก็ถ่ายรูปหมู่กับบ้าน แล้วก็เดินไปโรงเรียนกัน

พอถึงโรงเรียนก็ได้ยินเสียงอาจารย์กำลังประกาศลำดับการพรีเซ้นต์ พวกเราไปตรงเวลาพอดีเป๊ะ ๙ โมงครึ่ง ส่วนวิลลี่มานั่งรอจับลำดับที่การพรีเซ้นต์ให้แล้ว

ฉันได้พรีเซ้นต์พาร์ทสรุป ซึ่งโคตรสั้นมาก (๑ นาทีเท่านั้น) เป็นการพรีเซ้นต์เป็นภาษาไทยครั้งแรกในรอบห้าปี (ตั้งแต่เข้าปี ๑ ก็มีแต่พรีเซ้นต์ภาษาอังกฤษ ตอนไปญี่ปุ่นก็พรีเซ้นต์เป็นภาษาญี่ปุ่น ภาษาไทยนี่เก็บเข้ากระเป๋าไปนานแล้ว) แล้วฉันก็ปิดท้ายด้วยภาษาไทยพวน "ขอบเจอหลาย ๆ เด้อ" แหม ฟังแล้วคิดถึงภูมิลำเนาชอบกล แต่คนอุบลก็ไม่ได้พูดขอบเจอนะ พูดขอบใจ

พอเสร็จจากการพรีเซ้นต์พวกเราก็ถ่ายรูปรวมกันเยอะมาก ๆ ก่อนจะถอดชุดใส่ถุงคืนคุณป้าครองขวัญ ซึ่งมานั่งฟังการนำเสนอของพวกเราด้วย

หลังจากนั้นฉันก็นั่งทำรายงาน ฉันทำส่วนเสริมแล้วก็โน่นนี่นิดหน่อยเป็นการช่วยวิลลี่ เพราะวิลลี่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการเขียนรายงาน เนื่องจากภาษาไทยของวิลลี่ไม่แข็ง ก็เลยไปสัมภาษณ์ชาวบ้านหรือจดบันทึกค้นคว้ารายงานไม่ได้ ก็เลยรับพาร์ทพรีเซ้นต์กับรายงานไป

งานนี้ฉันว่าฉันไม่ค่อยได้ช่วยอะไรเพื่อน ๆ เลย เพราะว่าทุกคนทำเร็วกันมาก แล้วไปนั่งคุยกันตอนไหนก็ไม่รู้ ฉันไปนั่งฟังฉันก็ฟังไม่รู้เรื่อง รู้สึกว่าตัวเองโคตร incompetent เลย แย่จริง แบบนี้ไปทำงานที่ pwc จะเอาที่ไหนไปสู้เค้าฟระ

ปิดเทอมนี้นอกจากฝึกภาษาญี่ปุ่นจนได้ N2 ฉันก็เลยตั้งใจว่าจะพยายามพัฒนา presentation skill แล้วก็พวกการใช้โปรแกรมต่าง ๆ เช่น excel photoshop illust powerpoint word

ฉันไม่ได้ใช้โปรแกรมพวกนี้เต็มประสิทธิภาพมานานมากแล้ววว เพราะตอนปี ๑ ปี ๒ โดนเพื่อนแย่งพาร์ทที่มันต้องใช้ความรู้ไปทำเองคนเดียว ฉันเลยไม่ได้พัฒนาความรู้อะไรของตัวเองเลย (ฉันไม่ชอบแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับใครน่ะ เวลาเพื่อนยัดเยียดอะไรมาให้ฉันก็ทำ เวลาไม่พอใจก็ไม่พูด เป็นนิสัยที่แย่มาก ต้องแก้ไข)  พอปี ๓ ก็ไปแลกเปลี่ยน เรียนโคตรชิว ไม่ต้องใช้ความรู้อีก พอปี ๔ ก็ถึงได้กลับมารื้อฟื้นหน่อย เพราะกลุ่มเพื่อนใหม่นี่ค่อนข้างจะแบ่งงานกัน ไม่หวงความรู้ไปเรียนคนเดียว ซึ่งฉันพอใจมาก เพราะฉันเข้ามหาลัยมาหาความรู้ ไม่ได้มาเกาะเพื่อนทำงาน

ฉันนั่งปั่นรายงานจนเสร็จพาร์ทของตัวเอง วันนี้ฉันกินแค่ข้าวเช้า ข้าวเที่ยงข้าวเย็นไม่กิน กลับมากินมื้อเดียวตามปกติ (มาที่นี่ฉันกินสามมื้อทุกวันเพราะถ้าอดจะเป็นการเสียมารยาทต่อคุณป้าที่อุตส่าห์ทำมาให้)

แต่หิวมากเลย เหมือนร่างกายมันกลับมาชินกับการกินสามมื้อไปซะแล้ว ฮ่วย

ตอนนั่งรถบัสกลับกรุงเทพก็นั่งข้างเจน เจนกับเหมยลี่ยังไม่คุยกัน (และก็คงจะไม่คุยกันอีกแล้ว เนื่องจากเรียนจบกันแล้ว จบกันแบบนี้แหล่ะ) เจนก็เอาคอมขึ้นมานั่งทำ executive summary(เขียนเป็นภาษาไทย) แต่ฉันอ่านหนังสือบนรถหรือแม้แต่เล่นเกมก็ไม่ได้ ไม่งั้นจะปวดหัว แล้วฉันก็กลัวสายตาสั้นด้วย (ตั้งแต่ทำเลสิกมานี่เรื่องตาเป็นสิ่งที่ฉันกลัวมาก) ฉันก็เลยช่วยเจนทำได้นิดเดียว เจนภาษาไทยไม่แข็งแรง เพราะไปเรียนสิงคโปร์ตั้งแต่ม.ต้น คืออ่านเขียนได้ แต่ไม่เคยต้องทำรายงานภาษาไทยหรือพรีเซ้นต์เป็นภาษาไทยเลย เก๋จริง ฉันนี่เคยทำแต่ภาษาไทย ภาษาอังกฤษเลยไม่ค่อยแข็งแรง

พอถึงมหาลัยฉันก็นั่งรถไฟกลับบ้านกับเฟิร์น เจอน้องพร้อมด้วย (น้องที่ชมรม Cu Chorus) พร้อมรีบเดินไปร้านกาแฟมาก เพราะว่ายังสอบไม่เสร็จต้องไปอ่านหนังสือต่อ ได้คุยกับน้องชมรมที่ไม่ได้เจอกันมาสักพักก็สนุกดี อัพเดทชีวิตกันประมาณสองสามนาที แล้วพร้อมก็ไป (ชอบพร้อมมาก น้องน่าร้ากก)

กลับมาถึงบ้านฉันก็ซักผ้าเก็บกระเป๋าทันที ส่วนเฟิร์นเอาคอมฉันไปเล่นเกมซิมซะงั้น ฉันเลยไปอาบน้ำกับเล่นชิโรเนโกะ (คือไปค่ายนี่เปิดอัพเมืองอย่างเดียว แต่ไม่ได้ทำเควสเลย) เก็บเพชรได้สองร้อยสี่สิบกว่าเม็ดก็กดกาจะจะเอาอาวุธให้ตัวละคร เพราะฉันมีสี่ดาวเกือบครบทุกตัวของตู้นี้แล้ว เปิดตัวละครไปก็ไม่ได้ตัวที่ต้องการหรอก ก็เลยไปกดอาวุธ

เสียไปสองร้อยกว่า ได้สี่ดาวมาหนึ่งชิ้น (ฮือ) ก็เลยเอาไปแลกอาวุธให้ตัวละครใหม่ล่าสุด (คือพาลเม่ ซึ่งเป็นตัวละครที่โคตรเหมือนสาวน้อยเวทย์มนต์เลย ๕๕๕ คอนเซ็ปแบบมาโดกะอ่ะ)

จริง ๆ ไบรท์บอกว่ามันมีวิธีหาอาวุธสี่ดาวโดยไม่ต้องเสียเพชร แต่ฉันยังทำไม่เป็น เดี๋ยวเจอกันครั้งต่อไปคงจะถาม

จะว่าไป แพรมานัดฉันไปร้องคาราโอเกะอีกแล้วล่ะ เย้ ๆ ๆ ๆ ฉันอยากร้องเพลงตลอดเวลาอยู่ละ จะได้เจอแพรกับไบรท์อีกแล้ว โคตรดีใจ นัดเจอกันวันที่ ๑๙

ตอนนั่นคุยกับแพรอยู่เจนก็ทักมา บอกว่าเรามาทำ executive summary ให้เสร็จกันเถอะ ฉันก็โอเค ได้เลย ไปเปิด google doc ทำกันสองคน แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว 

พอทำงานเสร็จฉันก็ตากผ้า แล้วก็เข้าเตียง อ่านหนังสือที่พี่ป่านให้ยืม ฉันต้องอ่านให้จบทุกเล่ม (ประมาณ ๑๐ เล่ม) จะได้ส่งคืนพี่ป่าน 

พี่ป่านเป็นรุ่นพี่ที่ฉันไปเจอตอนไปแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น เป็นผู้ชายที่น่าเคารพนับถือมาก ฉันก็เลยยืมหนังสือที่พี่ป่านอ่าน เผื่อฉันจะได้เป็นคนประเสริฐแบบนั้นบ้าง พี่ป่านเปิดร้านหูฟังอยู่เชียงใหม่ จะแต่งงานปีนี้แล้ว เดี๋ยวฉันคงขึ้นไปเชียงใหม่กับเพื่อน ๆ เพื่อแสดงความยินดีประมาณกลางปีนี่แหล่ะ หวังว่าจะว่างนะช่วงนั้น (งานออดิทนี่เสาร์อาทิตย์ก็คงไม่ได้หยุด)

พอง่วงก็สวดมนต์แล้วเข้านอน









Create Date : 15 พฤษภาคม 2559
Last Update : 15 พฤษภาคม 2559 0:39:28 น.
Counter : 91 Pageviews.

0 comments
เกาะลันตาฮาเฮ The Kop Civil
(9 พ.ค. 2565 11:49:57 น.)
»FFF#71« "กินง่าย-อยู่ง่าย" คะน้าผัดไข่ nonnoiGiwGiw
(7 พ.ค. 2565 13:05:25 น.)
ชวนเป็นเจ้าภาพและตัวแทนบวชพระ บวชเณรและเที่ยววัดไหว้พระ อาจารย์สุวิมล
(8 พ.ค. 2565 20:23:40 น.)
โรงเรียนของหนู สองแผ่นดิน
(5 พ.ค. 2565 23:26:50 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Kurobina.BlogGang.com

Kurobina
Location :
อุบลราชธานี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด