ทริปตะวันออก


ท่องเที่ยวไปภาคตะวันออก
พักโฮมสเตย์  
31 สค - 6 กย 2559

ทริปนี้ ไปลองโฮมสเตย์จังหวัดต่างๆในภาคตะวันออก
ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบหนึ่ง

แต่ไปค้นเจอ รีสอร์ท + รร น่าพักอยู่สองแห่ง
เลยพักสองคืน คืนอื่นๆพักโฮมสเตย์ไป

จริงๆโฮมสเตย์ ควรจะเป็นบ้านที่เจ้าของบ้านพักอยู่จริงๆ
แต่เดี๋ยวนี้ โฮมสเตย์บางแห่ง ก็คือโรงแรมระดับขาวบ้าน
มีลูกจ้างคอยดูแล มี bed and breakfast ให้
แต่อาจไม่มีกิจกรรมที่จะให้ทำในแต่ละวัน
สรุป เดินเทึ่ยวกันเองในชุมชน

จังหวัดแรกที่แวะ คือ จันทบุรี
คืนแรก ไปพักที่อิ่มสุขรีสอร์ท หาดเจ้าหลาว

ลักษณะเป็นโรงแรมเล็กๆ มีกระท่อมให้พัก 18 หลัง
มีห้องประชุมใหญ่ และมีห้องพักติดริมทะเลอีก 6-8 ห้อง
เราได้พักกระท่อม ที่มี 5 เตียง
อาหารเช้าเลิศ มีอาหารฝรังครบ น้ำส้มคั้นอร่อยมาก
มีข้าวต้มกุ้ง ใส่กุ้งตัวใหญ่ๆ รสมือดี อร่อย

















ประติมากรรม จากปูน้อย








quiet, clean beach





รล.ประแส
ศาลกรมหลวงชุมพร
และถนนเลียบทะเลที่สวยที่สุดในไทย (เค้าว่ากัน)
แต่น่าเสียดายที่เมฆเยอะ ก็เลยไม่ได้แสงอาทิตย์อัสดงสวยๆ



รล. ประแส
เทียบขนาดกับคนยืน



ประวัติ



ถนนเฉลิมบูรพาชลทิศ



จุดชมวิว เนินนางพญา



อาหารเย็น
เรือนริมน้ำ





อะควาเรียม
อ่าวคุ้งกระเบน







ตึกแดง และคุกขี้ไก่






ประวัติปีนใหญ่
จมน้ำอยู่ และพบภายหลัง
ถ่ายตรงๆไม่ได้ เพราะมีแสงสะท้อนเยอะมาก





นักประวัติศาสตร์ ออกมาบอกแล้วว่า
อันนี้ไม่ใช่คุก 
ประวัติเรื่องคุก มาจากไหนไม่รู้
แต่ราชการไทยก็บันทึกไว้แล้ว และไม่ยอมเปลี่ยน



คืนที่สอง พักโรงแรมสวย
มีประวัติยืดยาว

บ้านนี้ เดิมเป็นบ้านของหลวงราชไมตรี
ข้าราชการในสมัย ร.5 - ร.6 ที่ดูแลการค้ายางในจังหวัดจันทบุรี
ฐานะร่ำรวย มีตึกสองชั้นหลายตึก
เป็นบ้านตัวเองหนึ่งตึก ขนาดหน้าห้องแถวห้าห้อง

เมื่อเสียชีวิต ลูกหลานไปศึกษาที่อื่นและไม่ได้กลับมาอยู่
บ้านก็ทรุดโทรมลงไป ใช้พักอาศัยไม่ได้
ปี 2556 มีโครงการฟื้นฟูชุมชนเก่าริมน้ำจันทบูรณ์
จึงได้รวบรวมสมาชิกชุมชน และอาศรมศิลป 
คิดการร่วมทุนร่วมหุ้นทำการบูรณะตึกนี้
เพื่อทำเป็นโรงแรม




















ณ ปัจจุบัน











ในห้องน้ำ
ใครๆก็อยากได้อ่างไม้กลับบ้าน อิอิ







โต๊ะอาหารเช้า



อาคารเก่าด้านตรงข้ามบ้านหลวงราชไมตรี
เป็นอาคารที่สร้างมาตั้งแต่สมัยก่อน
หลวงราชฯ มีไว้ให้เช่าค้าขาย



ชุมชนเก่า บ้านท่าหลวง ริมแม่น้ำจันทบูรณ์
เป็นเมืองท่าค้าขายมาแต่เดิม
จึงมีบ้านเรือนที่ทำการค้าหนาแน่น
มีวัดอยู่ปลายด้านหนึ่ง
และมีโบสถ์คริส อยู่ปลายอีกด้านหนึ่ง





ฝรั่งเศสยึดจันทบุรี ระหว่างปี 2436-2447
ร.5 เสด็จประพาสจันทบุรี ละแวกบ้านท่าหลวงนี้ ในปี 2450



สภาพบ้านเรือน ในสมัยก่อน และสมัยนี้
จากมุมเดียวกัน



ตลาดท่าหลวงส่วนหนึ่ง ถูกไฟไหม้เมื่อปี 2533
ปัจจุบันจึงมีอาคารพาณิชย์เป็นตึกสามชั้นอยู่หลายตึก
อาคารพาณิชย์เดิมถูกรื้อถอนไป





อาคารเก่าหลายหลัง
ทางราชการได้มาทำประวัติเจ้าของไว้
บ้านของขุนอนุสรสมบัติ   ได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชน















หน้าต่างภายในบ้าน
เปิดออกมาดูคนที่มาทางบันได



รูปมุมล่างซ้าย เป็นอีกอาคารหนึ่งที่ยังทรุดโทรมอยู่ 
เป็นบ้านหลวงประกอบนิติสาร
เจ้าของไม่ยอมยกให้ทางชุมชนบูรณะ (วิธีให้เช่าระยะยาว)
แต่หลังจากเห็นความสำเร็จของบ้านหลวงราชไมตรี
ทางเจ้าของบอกว่า จะทำการบูรณะเอง ทำเป็นบูทีคโฮเต็ลเช่นเดียวกัน
และจะทำให้สวยกว่าโรงแรมนู้น (สงสัยแข่งกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ)
ทำแบบ รร สี่ห้าดาว ราคาแพง สำหรับนักท่องเที่ยว VIP



ลายมือหลวงราชไมตรี
กำกับดูแลมารยาทในโต๊ะอาหารของคนในบ้าน
อ่านยากสักหน่อย แต่มีตัวพิมพ์ให้ด้านล่าง




สภาพอาคารอื่นๆโดยทั่วไป











ร้านทำไอสครีมตราจรวด ยังคงเปิดดำเนินการอยู่






ประตูม้วนด้านข้าง ทำจากไม้





ถึงหน้าน้ำหลาก
น้ำก็ท่วมตลาด





คุณแมว อาบแดดอย่างมีความสุข





ด้านท้ายตลาด มีโบสถ์คริสใหญ่







ก่อนออกจากตัวเมือง ก็แวะที่ "วังสวนบ้านแก้ว"
ซึ่งเป็นวังของพระนางเจ้าฯ รำไพพรรณี 
โปรดให้สร้างขึ้นหลังจาก ร.7 สิ้นพระชนม์ เพื่อเป็นสถานที่อยู่อย่างสามัญชน
ทรงมาซื้อที่ดินแถวนี้ ประมาณ 700 ไร่ เพื่อทำสวนและทดลองปลูกต้นไม้พันธุ์ต่างๆ
ปัจจุบัน เป็นส่วนหนึ่งของราชภัฎรำไพพรรณี
ดูแลและเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้









โมเดลพระตำหนักเทา
ด้านซ้าย ที่ยกพื้นมีระเบียง คือ ห้องนอน
ด้านขวาเป็นห้องครัว - รับแขก - ห้องรอเฝ้า



ทรงโปรดการทำอาหารฝรั่ง
มีเตาอบที่นำมาจากอังกฤษ





ทรงเริ่มชีวิตแบบราชนิกูล
ม.จ. หญิง รำไพพรรณี สวัสดิวัตน์


ทรงพบรักกับ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนศุโขทัยธรรมราชา




หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475
เสด็จไปอยู่อังกฤษด้วยกันตลอดพระชนม์ชีพ



ตราบจนกระทั่งเสด็จสวรรคต



ทรงดำริให้ใช้ผลิตภัณฑ์เสื่อจันทบูร
นำมาทำเป็นกระเป๋าถือสตรี



พระตำหนักเทา



พระตำหนักแดง
เป็นที่พักของพระประยูรญาติ
มีสระว่ายน้ำก่อด้วยอิฐอยู่ด้านหลัง
ปัจจุบันใช้เป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน



พระตำหนักแดง
ดูด้านนอกเป็นบ้านชั้นครึ่งธรรมดา
แต่ด้านในมีบันไดขึ้นลงซับซ้อน
มีหลายห้องมาก รวมทั้งห้องใต้ระดับดินด้วย

บ้านนี้ทาสีได้เท่มาก
ด้านนอกสีแดงฉาน
บานหน้าต่างด้านในสีขาว สวยมาก



เนื่องจากเป็นที่ประทับของพระญาติ
ห้องน้ำใช้สุขภัณฑ์เทียบเท่ากับพระตำหนักเทา
เพีงแต่เน้นแนวสีแดง 



ส่วนชั้นใต้ติน
ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์





ส่วนของการทำพลอย







ออกจากตัวเมือง
มุ่งหน้าไปที่ขลุง
เข้าที่พักที่ ขวัญสมุทรโฮมสเตย์



เราพักที่บ้านในป่าโกงกาง เพราะร่มรื่นดี
แต่เค้ามีบ้านพักในน้ำให้ด้วยนะ



ห้องนอนเดียวเลย 4 คน
มีแอร์ให้ ห้องน้ำในตัว



แต่ก็ไม่ได้หรูหรา



มีระเบียงหลังบ้าน ให้นั่งเล่นตอนบ่าย



ทางเดินไปบ้านกลางน้ำ
ถึงเมายังไง ก็คงไม่ตกทะเล





มิกิจกรรมเสริม คือ พาไปดูเหยี่ยวแดง




มีแพลำใหญ่ จากโฮมสเตย์ที่มีคนพักเยอะๆ
เขาจะโยนมันเปลวหมู ลงไปในทะเล ซึ่งมันจะลอยน้ำ
เหยี่ยวจะโฉบลงมากิน





วิวจากห้องอาหาร



ตอนเช้า มากินอาหารเช้า
วันนี้เมฆเยอะ ไม่เจอพระอาทิตย์

ออกเดินทางไปเกาะช้าง ตราด



ไม่ไกลมาก แป๊บเดียวถึงท่าเรือ
เอารถลงเรือไปเกาะช้าง





แวะชายหาดซะหน่อย 





ไปพักที่ ตั๊กแตนโฮมสเตย์
บ้านเขามีอีกกรุ๊ปหนึ่ง กรุ๊ปใหญ่
ก็เลยยกบ้านอีกหลังหนึ่งให้พวกเราอยู่
สวย และ สบายมาก



ห้องละ 4 คน ตามเคย
แต่บ้านนี้ มีฟูกขนาด 5 ฟุต 4 ฟูก
นอนกันคนละอันเลย



ทางเดินข้างบ้าน ไปทะเล
แต่ไม่มีหาด เป็นโคลน และท่าเทียบเรือ





กิจกรรมคือ การไปดำน้ำเกาะหวาย
เนื่องจากเราไปวันอาทิตย์ คนอื่นกลับไปหมดแล้ว
เรือจึงเป็นของเรา



ไปดำสน๊อกเกาะหวาย
เกาะหวาย เป็นเกาะส่วนตัวของใครบางคน
มีรีสอร์ทอยู่ 3 แห่ง คือ เกาะหวายพาราไดซ์ เกาะหวายปะการัง และเกาะหวายบีชรีสอร์ท
หน้าหาดมีปะการังเยอะ ส่วนมากเป็นปะการังแข็ง
มีการปลูกปะการังเขากวางสีม่วงไว้หย่อมหนึ่ง
มีหอยมือเสือสีสวยๆเยอะมาก




ปะการังสวย

แต่เพราะมันอยู่หน้าหาด และมีการดำสน๊อก
จึงอาจถูก "ตีน" ใครบางคนเตะปะการังเขากวางหักไปบ้าง

อย่าเตะหรือยืนบนปะการังเลยนะคะ
ลอยตัวอยู่บนผิวน้ำ เป็นดีที่สุด



















หอยมือเสือ มีเยอะ 
สีสวยมาก









หอยเม่น



ฝูงปลา



ทุ่นผูกเรือ



จากเกาะหวาย ก็ไปเกาะเหลายา
ซึ่งได้ชื่อว่ามีรีสอร์ทที่สวยและแพง
แต่ตอนเราไป เขาปิดปรับปรุง
มีแค่คนงานที่มาทำบ้านพัก และศาลานั่งเล่นริมทะเล







สามป้า พากันไปดำน้ำ



จากเกาะเหลายา ก็ไปเกาะทรายขาว
มีหัวแหลมทรายขาวเอาไว้ให้ถ่ายรูปเล่น
เกาะนี้ก็มีรีสอร์ทที่ถูกทิ้งร้างเช่นเดียวกัน
พอหมดหน้ามรสุม คงมีการปรับปรุงเพื่อรับนักท่องเที่ยว







ดอกอะไรมิรุ
เด็กๆสีเหลือง พอแก่ๆ จะเปลี่ยนเป็นสีแดง





เรทเอ๊กซ์



กลับเข้าฝั่งมาที่บ้าน



ตอนเช้า ออกไปเที่ยวท่าเรือ ททท
ก่อนที่จะไปขึ้นเรือข้ามมาฝั่ง

ดูเหมือนโฆษณาวอลโว่ไหมเนี่ยะ



เมฆเยอะตามเคย



ไปดูหินสึชมพู
ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่า คุ้งกระเบน
ของกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช



เอาคนมาเทียบสเกลขนาดหิน





ตัวหิน จะมีลายเป็นเส้นขาวๆ เกือบทุกก้อน



ออกจากเกาะช้าง
กลับมานอนระยองหนึ่งคืน
พักที่เกตุแก้วโฮมสเตย์ ปากน้ำประแส







ห้องนี้มีไว้นอน 4 คน
แต่เรานอน 2 คน
มีแอร์ ทีวี น้ำอุ่น
แต่ก็เป็นโฮมสเตย์แบบไม่มีเจ้าของบ้านอยู่
มีแต่ลูกจ้างเอาไว้คอยอำนวยความสะดวก และทำอาหารให้กิน
สรุปแล้ว โฮมสเตย์ ก็คือ โรงแรมระดับชาวบ้านนั่นแหละ
ส่วนมากคิดเป็นแพคเกจ คือ นอน 1 คืน อาหาร 3 มื้อ (กลางวัน-เย็น-เช้า)
เน้นที่อาหารทะเลสด ปูทะเล กุ้งตัวใหญ่ๆ ปลาทอด ต้มยำ อะไรทำนองนั้น
เติม ปู กุ้ง ปลา ได้ไม่อั้น 
แต่ที่จันท์นี่ จะนำเสนอเส้นจันท์ผัดปู 
น้ำปรุงรสเปรี้ยวเค็มหวาน คล้ายๆผัดหมี่โคราช แต่ใส่ปูลงมาผัดด้วย



ที่ปากน้ำประแสนี้ ทีเที่ยวคือทุ่งโปรงทอง
เป็นป่าโกงกาง มีต้นโปรงขึ้นเป็นดง
สีเขียวอ่อนอมเหลือง เวลาถูกแดดจะดูเหมือนสีทอง







เรือสีสวย



รล. ประแส
มองจากมุมไกล



ปากน้ำประแส
ก็เป็นชุมชนเก่า
ทางท้องถิ่นก็พยายามโปรโมทให้เกิดการท่องเที่ยวแนวอนุรักษ์
มีการทำป้ายต่างๆนานา
ทำถนนคนเดินเดือนละครั้ง













เรือนแถวแบบโบราณ









ตลาดเช้า



ระหว่างทางกลับ กทม
ยังได้แวะศูนย์พฤกษศาสตร์ระยอง
Rayong Botanic Garden
เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ เกือบ 4 พันไร่








ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง
ดอกใหญ่มาก
และสีสวยกว่าที่เคยเห็น



ป่าเสม็ดขาว
สะท้อนเงาในนำ

เสม็ดขาวเป็นต้นไม้ที่มีประโยชน์มาก
เนื้อแข็ง เอาไปทำเสาเรือนได้
เปลือก เอาไปทำมัดไต้ ที่เอาไว้จุดไฟ
หรือเอาไปทำผนังบ้านก็ได้
เสม็ดขาว ขึ้นได้ทั้งในน้ำ และบนบก
อยู่ได้ทั้งที่ชุ่มน้ำ และที่แห้งแล้ง








Create Date : 07 กันยายน 2559
Last Update : 11 กันยายน 2559 9:55:22 น.
Counter : 2311 Pageviews.

2 comments
ตะพาบหลักก.ม.ที่ 288 คิดถึงเรื่องเที่ยว ออกพรรษาผมคิดถึงงานประเพณีชักพระที่สุราษฏร์ธานี SertPhoto
(20 ต.ค. 2564 13:08:45 น.)
เปย์ตัวเองในวันพักผ่อน ที่ interContinental Pattaya Resort Rinsa Yoyolive
(20 ต.ค. 2564 09:56:34 น.)
17 ต.ค. 64 ทริปกินปิดเทอม ในวันที่ฝนตก kae+aoe
(20 ต.ค. 2564 08:34:43 น.)
ททท.สำนักงานสุพรรณบุรี เชิญชวนมาร่วมกิจกรรม "คิดถึงสุพรรณบุรีคิดถึงอ่างทอง" Noppamas Bee
(19 ต.ค. 2564 14:01:47 น.)
  
ตามไปเที่ยวด้วยนะคราบ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 10 กันยายน 2559 เวลา:17:54:52 น.
  
thx u crab
โดย: Kavanich96 วันที่: 11 กันยายน 2559 เวลา:2:58:08 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Kookkies.BlogGang.com

*Cookies*
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]