หลวงปู่ชา...ที่สุดของสมาธิ
หลวงปู่ชา...ที่สุดของสมาธิ
วันหนึ่งหลวงพ่อเดินผ่านดงใหญ่ถึงวัดร้าง ใกล้หมู่บ้านโคกยาว จังหวัดนครพนม พบว่าสถานที่วิเวกดี จึงหยุดพักอยู่ที่นั่น ได้รับความสงบระงับดีมาก ท่านเล่าถึงประสบการณ์เกี่ยวกับการภาวนาที่วัดร้างนั้นให้ฟังว่า...
"คืนนั้นประมาณห้าทุ่มกว่าๆ ขณะเดินจงกรมอยู่ รู้สึกแปลกๆ มันแปลกมาตั้งแต่กลางวันแล้ว รู้สึกว่าไม่คิดอะไรมาก มีอาการสบายๆ เมื่อเดินจงกรมเมื่อยแล้ว จึงขึ้นไปนั่งกระท่อมเล็กๆ

ขณะจะนั่งคู้ขาเข้าแทบไม่ทัน จิตมันอยากสงบ มันเป็นของมันเอง... พอนั่งลงแล้วจิตมันก็สงบจริงๆ รู้สึกตัวหนักแน่น...
คืนนั้นในหมู่บ้านมีงาน เขาร้องรำทำเพลงกัน ได้ยินอยู่แต่จะทำให้ไม่ได้ยินก็ได้ เมื่อไม่เอาใจใส่ก็เงียบไม่ได้ยิน จะให้ได้ยินก็ได้ยิน ไม่รู้สึกรำคาญ... (ลองคิดให้ดี ๆ นะ)
ดูจิตกับอารมณ์ก็เห็นตั้งอยู่คนละส่วน เหมือนวัตถุสองอย่างตั้งอยู่โดยไม่ติดกัน ก็เลยเข้าใจว่า เมื่อจิตเป็นสมาธิแล้ว ถ้าน้อมไปก็ได้ยินเสียง ถ้าว่างก็เงียบ ถ้ามีเสียงขึ้น ก็เห็นจิตกับเสียงเป็นคนละส่วน...
จิตใจขณะนั้นไม่เอาใจใส่ในสิ่งอื่นเลย ไม่มีความเกียจคร้าน ไม่มีความเหนื่อย ไม่มีความรำคาญ ของเหล่านี้ไม่มีในจิต มีแต่ความพอดีหมดทุกอย่างในนั้น...

ต่อมาจึงหยุดพัก หยุดแต่การนั่งเท่านั้น ใจเหมือนเก่ายังไม่หยุด ดึงเอาหมอนมาวางไว้ ตั้งใจจะพักผ่อน เพื่อเอนกายลงจิตยังสงบอยู่อย่างเดิม พอศรีษะถึงหมอนมีอาการน้อมเข้าไปในใจ

คล้ายกับมีสายไฟอันหนึ่งไปถูกสวิตช์ไฟฟ้าเข้า มีความรู้สึกว่ากายระเบิดเสียงดังมาก ความรู้ที่มีอยู่นั้นละเอียดที่สุด พอมันผ่านตรงจุดนั้น ก็หลุดเข้าไปในโน้น แม้อะไรๆ ทั้งปวงก็ส่งเข้าไปไม่ได้

ไม่มีอะไรเข้าไปถึง หยุดอยู่ข้างในสักพักหนึ่ง ก็ถอยออกมาจนถึงปกติธรรมดา ที่ว่าถอยออกมานี้ไม่ใช่ว่าเราจะให้ถอย มันเป็นเอง เราเป็นเพียงผู้ดู ผู้รู้เท่านั้น...
เมื่อจิตเป็นปกติดังเดิมแล้ว คำถามก็มีขึ้นว่า นี่มันอะไร ? คำตอบเกิดขึ้นว่า สิ่งเหล่านี้ของมันเป็นเอง ไม่ต้องสงสัยมัน คิดเท่านี้จิตก็ยอม

เมื่อหยุดอยู่สักพักหนึ่ง ก็น้อมเข้าไปอีก เราไม่ได้น้อมมันน้อมเอง พอน้อมเข้าไปๆ ก็ไปถูกสวิตช์ไฟดังเก่า ครั้งที่สองนี้ร่างกายแตกละเอียดหมด แล้วหลุดเข้าไปข้างในอีก... เงียบ !... ยิ่งกว่าเก่า

ไม่มีอะไรส่งเข้าไปถึง... พอสมควรแล้ว ก็ถอยออกมาตามสภาวะของมัน... ในเวลานั้นมันเป็นอัตโนมัติ มิได้แต่งว่าจงเป็นอย่างนั้น จงเป็นอย่างนี้ จงออกอย่างนั้น จงออกอย่างนี้... ไม่มี เราเป็นเพียงผู้ทำ ความรู้ดูเฉยๆ

เมื่อนั่งพิจารณาก็น้อมเข้าไปอีก ครั้งที่สามนี้โลกแตกละเอียดหมด ทั้งพื้นปฐพีแผ่นดิน แผ่นหญ้าภูเขาเลากาเป็นอากาศธาตุหมด ไม่มีคนหมดไปเลย ตอนสุดท้ายนี้ไม่มีอะไร ดูยาก พูดยาก

ของสิ่งนี้ ไม่มีอะไรมาเปรียบปานได้เลย สามขณะนี้ใครจะเรียกว่าอะไร ใครรู้ เราจะเรียกว่าอะไรเล่า"

หลวงพ่อกล่าวต่อไปอีกว่า...

"ที่เล่ามานี้เป็นเรื่องจิตตามธรรมชาติทั้งนั้น เราไม่ต้องการอะไร มีศรัทธาก็ทำเข้าไปจริงๆ เอาชีวิตเป็นเดิมพัน เมื่อถึงวาระที่เป็นอย่างนี้ออกมาแล้ว โลกนี้แผ่นดินนี้มันพลิกหมด ความรู้ความเห็นมันแปลกไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง
ในระยะนั้น ถ้าคนอื่นเห็นอาจจะว่าเราเป็นบ้าจริงๆ ถ้าผู้ควบคุมสติไม่ดีอาจเป็นบ้าได้ เพราะมันไม่เหมือนเก่าสักอย่างเลย เห็นคนในโลกไม่เหมือนเก่า แต่มันเป็นเฉพาะเราผู้เดียวเท่านั้น แปลกไปหมดทุกอย่าง

ความนึกคิดทั้งหลายทั้งปวงก็เช่นกัน เขาคิดไปทางโน้น แต่เราคิดไปทางนี้ เขาพูดมาทางนี้ เราพูดไปทางโน้น มันต่างกับมนุษย์ไปหมด นี่เป็นเรื่องกำลังของสมาธิ ถ้าเป็นสมาธิถึงขั้นนี้ ถึงที่สุดของมันแล้ว

เราเอาความสงบขั้นนี้มาพิจารณา รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ ที่มากระทบใจ... อารมณ์ทั้งหลายเกิดขึ้นมา เราเอาความสงบมาพิจารณารู้เท่าทันหมด รู้ว่าสิ่งไหนดี สิ่งไหนไม่ดี อาการที่พิจารณาออกมาจากความสงบเหล่านี้แหละ เรียกว่า ปัญญา เป็นวิปัสสนา"






Create Date : 02 สิงหาคม 2553
Last Update : 9 ตุลาคม 2553 21:19:07 น.
Counter : 1042 Pageviews.

4 comments
ธรรมะสุขใจ สวัสดี, Turtle Came to See Me
(12 ก.ย. 2564 15:42:06 น.)
ถ้า-สอดคล้อง-ต่อจิตวิญญาณ-ภายใน..อะไร-จะใช่-ได้ง่ายๆ...แต่ถ้าไม่..อะไร-ก็ไม่ใช่-ได้ง่ายๆ Miracle 129 CXO.Asia
(12 ก.ย. 2564 16:07:59 น.)
:: เงาซ่อนแสง 21 :: กะว่าก๋า
(10 ก.ย. 2564 06:29:01 น.)
การฝึก ปัญญา Dh
(8 ก.ย. 2564 05:35:41 น.)
  
อ่านกี่ครั้งยังรู้สึกดี
เข้าใจสภาวะนี้ดียิ่งขึ้นเมื่อได้ปฏิบัติธรรม
โดย: อตัมมยตา IP: 58.147.41.77 วันที่: 3 สิงหาคม 2553 เวลา:1:51:43 น.
  
หวังว่าจะมีประโยชน์บ้างไม่มาก ก็น้อยนะครับ
ในการปฏิบัติต้องทำบ่อย ๆ ค่อย ๆ ปฏิบัติ ไม่ต้องรีบร้อน
บางวันสงบ บางวันไม่สงบ...ก็เป็นเรื่องปกตินะ
โดย: คนป่าหาธรรม IP: 125.25.4.110 วันที่: 4 สิงหาคม 2553 เวลา:10:37:45 น.
  
มีประโยชน์มากๆ เลย นำมาใช้ปฏิบัติได้มาก
โดย: ฝักอ่อน วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:13:45:30 น.
  
รักหลวงพ่อชา
โดย: ปล IP: 14.207.166.41 วันที่: 21 พฤษภาคม 2554 เวลา:11:24:12 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Konpa.BlogGang.com

คนป่าหาธรรม
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]

บทความทั้งหมด