ประเทศจะพัฒนาแบบยั่งยืนไม่ได้ ถ้าไม่ใช้วิทยาศาสคร์และเทคโนโลยี
ในปัจจุบันถ้าเราติดตามดูประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น USA JAPAN มีการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาเป็นฐานในการพัฒนาทั้งสิ้น ทำให้การพัฒนาก้าวหน้าไปแบบไม่สิ้นสุด แล้วประเทศไทยก็จะขึ้นๆลงๆไปตามดวงเท่านั้นเองเพราะไม่ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นตัวผลักดัน แล้วท่านว่าอย่างไร ช่วยคิดหน่อย ว่าจริงหรือไม่



Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2550 14:56:18 น.
Counter : 646 Pageviews.

4 comments
วิ่งเพื่อน้อง รักผืนป่าห้วยขาแข้ง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี สองแผ่นดิน
(11 ม.ค. 2564 23:39:08 น.)
อุทยานแห่งชาติ รามคำแหง พายุสุริยะ
(7 ม.ค. 2564 18:02:14 น.)
พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นวัดหนองขุนชาติ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี สองแผ่นดิน
(2 ม.ค. 2564 21:16:12 น.)
✿ ✿ Food For Fun :: Hot Wok Return #55 :: อาหารผู้สูงวัย "แกงจืดผักกาดขาวม้วนไส้หมูสับ" ✿ ✿ เนินน้ำ
(12 ม.ค. 2564 08:30:50 น.)
  
จริงครับ แต่จริงแค่ครึ่งเดียวครับ

ที่ว่าประเทศพัฒนาแล้วพวกนั้นใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นฐานในการพัฒนานั้น เป็นแค่การพัฒนาทางด้านวัตถุเท่านั้น แต่ทางด้านจิตใจกลับเสื่อมโทรมยิ่งกว่าประเทศหลังเขาหลายๆประเทศที่เทคโนโลยีไม่ค่อยเจริญ

ไม่ว่าอัตราการหย่าร้าง จำนวนผู้ที่คิดฆ่าตัวตาย หรือผู้ป่วยทางจิตล้วนเป็นตัวชี้วัดได้ดีครับว่าประเทศไหนมีปัญหาทางด้านจิตใจมากกว่ากัน คุ้มแล้วเหรอครับที่เราจะแลกความสุขทางใจไปกับความสุขทางกาย

ไม่ใช่ว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะเป็นสิ่งที่ไม่ดีนะ เพียงแต่การใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปในทางบำรุงบำเรอความสุขภายนอก มันมีแต่สร้างปัญหาและเพิ่มความเห็นแก่ตัวเอาแต่ได้ของคนมากกว่าช่วยให้คุณภาพชีวิตของเราดีขึ้นมาจริงๆ

แต่ถ้าเรารู้จักใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นข้ารับใช้และช่วนเกื้อหนุนการพัฒนาทางจิตใจควบคู่ไปกับความก้าวหน้าทางวัตถุได้เมื่อไหร่ วันนั้นแหละครับจะเป็นยุครุ่งโรจน์ของมนุษยชาติที่แท้จริง
โดย: das Kino วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:15:17:08 น.
  
ประเทศไทยพยายามใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอยู่และมากด้วยครับ ปัญหาอยู่ที่
ก. เจ้าหน้าที่ผู้ให้ทุน/สนับสนุน: ใช้สติปัญญาในการพิจารณาโครงการมากน้อยแค่ไหน เช่น การประสานงานระหว่างองค์กร การประเมินประมวลผลการงานแต่ละโครงการ การคัดเลือกการให้ทุนโครงการ
ข. ผู้รับทุนนักวิจัย/วิเคราะห์: มีความตั้งใจการใช้สติปัญญามากน้อยระดับไหน ในการศึกษาสำรวจ วิเคราะห์/วิจัย ไม่สักแต่ทำให้จบ
ค. ผู้ปฏิบัตทั้ง ก. และข. มุ่งมองผลประโยชน์อื่น มากกว่าผลวิจัยเพื่อพัฒนาแบบยั่งยืนมากกว่า ใช้งบกำลังคนและเวลาไม่เหมาะสมและถูกต้องแก่งาน

สรุป:
(1) ผู้คนบ้านเรามุ่งหาผลประโยชน์เข้าตัวเองมาก ๆ จนน่าเกียจ ขาดความละอายใจและไม่เกรงกลัวต่อบาป -ขั้นระดับหน้าด้านใจดำ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่/ข้าราชการทุกระดับ โดยเฉพาะย่างยิ่งระดับสูง ๆ
(2) ไม่ใฝ่หาความรู้ ด้านวิทยาศาสตร์และศีลธรรมอยู่เสมอ เพื่อพัฒนาตนให้ถูกทางสำหรับความสุขทางโลก(กาย) และทางสังคม(ใจ มีศีล-ข้อห้าม/ละ มีธรรม-ข้อปฏิบัติและให้ความเป็นธรรมบนฐานแห่งความเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา
โดย: หนอนในมูล IP: 125.25.8.112 วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:5:28:29 น.
  
ผมว่า ทัศนคติ การเมือง(ทุกระดับ ไม่ประทับใจ) การต้องดิ้นรนกับปากท้อง แล้วก็ วัฒนธรรมการถกกันด้วยเหตุผล: คำพูดสำคัญที่ใครพูด มากกว่าเนื้อหาที่พูด ... เมื่อไม่ถกด้วยเหตุผล ก็ไม่ต้องการ การพิสูจน์ ... เมื่อไม่ต้องการการพิสูจน์ ... ก็ไม่ต้องการ ตรรกะ การคิดเชิงเหตุผลใดๆ

แต่ผมแปลกใจ ทุกทีที่ได้ยินว่า วิทยาศาสตร์ จะทำให้คนศีลธรรมเสื่อม ... ถ้ารู้จักคิดรู้จักใช้เหตุใช้ผล ศีลธรรมจะไม่ดีขึ้นเหรอครับ ...
โดย: จอมเยอะเล่า วันที่: 4 มีนาคม 2553 เวลา:16:01:30 น.
  
เห็นด้วย ครับ
เป็นข้อความที่ดีมากครับ ขอบคุณ
โดย: ป. เป็ด IP: 125.27.44.219 วันที่: 10 มีนาคม 2553 เวลา:4:23:48 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Kmictmost.BlogGang.com

คนรุ่นก่อน
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด