:: ถนนสายนี้มีตะพาบ โครงการที่ 230 ::


:: ถนนสายนี้มีตะพาบ โครงการที่ 230 ::

โจทย์ --- ความกลัว

ผู้คิดโจทย์ --- กะว่าก๋า






:: ศึกชิงบัลลังก์ยุทธ์ มังกรพยัคฆ์บูรพา ตอนที่ 2 ::

เรื่องและภาพ : กะว่าก๋า















 
ไป่จิงเหวินไม่เคยรู้สึกกลัวเช่นนี้มาก่อนในชีวิต  แม้ผ่านศึกสงครามมานับครั้งไม่ถ้วน          
        เข่นฆ่าผู้คนมากมายโดยไม่กระพริบตา เฉยชาต่อความเป็นความตายของผู้คนรอบข้าง
ขอเพียงให้ตนรอด  เขายอมทำทุกอย่าง แม้ต้องทำสิ่งผิดต่อมโนธรรมสำนึกที่ดีก็ตาม
คมดาบกวัดแกว่ง  ปลายกระบี่ทิ่มแทง  คลื่นเกาทัณฑ์ที่พุ่งตรงมา  เขาปัดป้อง  เบี่ยงบ่าย           
           และโต้ตอบกลับไปได้ทุกครั้ง   จนร่างกายแทบไม่มีบาดแผลริ้วรอยจากคมศาสตรา
แต่ปลายตะเกียบไม้เล็ก ๆ ของอาจารย์เฒ่ากลับพุ่งแทงทะลุคอหอยของเขา
โดยมิอาจหลบหลีก  มิอาจต้านทาน

เจ็บ ? --- ไม่...แปลกมากที่มันมิได้ก่อเกิดความรู้สึกเจ็บปวดอันใดเลย
ที่แปลกอีกสิ่งหนึ่ง คือ เขามิอาจขยับเขยื้อนเคลื่อนกายได้ 
แม้นเปล่งเสียงร้องออกมาสักคำยังทำไม่ได้  
เขามองเห็นอาจารย์เฒ่าค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ ๆ 
ไป่จิงเหวินนั่งคอพับคออ่อนไร้เรี่ยวแรง  จะต้านต่อ

ลมหายใจของเขาเริ่มขาดห้วง แผ่วเบา ก่อนเงียบสงบลงในที่สุด

 

            ....................................................
 


ไป่จิงเหวินในวัย 7 ขวบหาใช่เด็กทารกไร้เดียงสาไม่ 
เขาเห็นภาพการเข่นฆ่าเบื้องหน้า อย่างชัดเจน 
ขุนศึกนายกองจำนวนมากวิ่งกรูกราวเข้ามาในคฤหาสน์ของพ่อ 
  ดาบถูกชักออกจากฝัก   มนุษย์คนใดที่อยู่ตรงนั้นถูกสังหารโดยไม่เลือกหน้า 

เด็ก  สตรี  คนชราภายในบ้านถูกฆ่าอย่างไร้เยื่อใยไมตรี 
เสียงกรีดร้องดังก้องโหยหวนไปทั่วบริเวณ 
เลือดไหลนองเหมือนน้ำป่าไหลหลาก

“กบฏไป่อวี้จิงเจ้าอยู่ไหน  ออกมารับโทษทัณฑ์ซะ !”

เสียงแม่ทัพหนุ่มตะโกนก้องท่ามกลางเสียงอึงคะนึงแห่งการเข่นฆ่า

“หามันให้เจอ  แล้วฆ่าให้หมดทุกคน !!!” 
 
ไป่จิงเหวินซ่อนตัวอยู่ใต้เตียงนอนในห้องของพ่อแม่ 
แม่กอดเขาเป็นครั้งสุดท้าย  ก่อนนำตัวไป่จิงเหวินไปซ่อนไว้ที่ใต้เตียง

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าได้ยินหรือเห็นอะไร อย่าส่งเสียงร้องออกมาเด็ดขาด 
เจ้าจงเติบโตเป็นผู้กล้าแกร่ง  อย่าลืมความแค้นในวันนี้ 
พ่อแม่หมดวาสนาต่อเจ้าเพียงเท่านี้  จิงเหวิน --- จงมีชีวิตอยู่ต่อไปนะลูก”

ไป่จิงเหวินเข้าไปซุกซ่อนตัวใต้เตียงอันมืดมิด 
มองดูทุกสิ่งรอบตัวด้วยความตื่นตระหนก

แม่ของเขาเด็ดเดี่ยวมากพอที่จะจับกระบี่แล้วออกไปสู้กับเหล่าทหารที่บุกเข้ามา 
เสียงกรีดร้องโหยหวน เสียงร้องขอชีวิตดังขึ้นอยู่เกือบสองชั่วยาม 
เสียงดาบโคล้งเคล้ง  เสียงร่ำไห้   เสียงตะโกนด่าทอ  เสียงสั่งการดังลั่นไปหมด 
คล้ายมหรสพแห่งความตาย  ลมพัดกลิ่นเลือดโชยคลุ้งไปทั้งบ้าน

ใต้เตียงไม้แห่งนั้น  ไป่จิงเหวินรู้สึกถึงความกลัวอันหน่วงหนักที่สุดในชีวิต 
กว่าเขาจะกล้าคืบคลานออกมาจากใต้เตียงนั่นก็ผ่านไปเกือบสองชั่วยาม 
ทั้งหิวโหยโรยแรงล้า  น้ำตาไหลออกมาจนแห้งเหือด 
พ่อกับแม่ของเขาถูกบั่นหัวออกไป  เหลือเพียงร่างนอนตายก่ายเกยอยู่กลางบ้าน
ซากศพของผู้คนที่เขาคุ้นเคยภายในบ้าน  นอนเกลื่อนกล่นแน่นิ่งไร้ลมหายใจ
 
“จงมีชีวิตอยู่ต่อไปนะลูก” 

คำพูดสุดท้ายของแม่ยังดังกึกก้องอยู่ในหัวของเขา

 
            ..................................................


 
ไป่จิงเหวินซัดเซพเนจรร่อนเร่นานนับสิบวัน  ก่อนเดินลุถึงยอดเขาคุนลุ้น
เขาเก็บผลหมากรากไม้กินประทังความหิว 
  ไม่มีใครรู้ว่าทำไมเด็กน้อยคนหนึ่งจึงเดินมาถึงที่นี่ได้และไม่รู้ว่ามาทำไม    
ศิษย์วัดคนหนึ่งซึ่งเป็นพระบวชใหม่อุ้มร่างระทดระทวยไร้เรี่ยวแรงของไป่จิงเหวิน
มาส่งมอบให้กับเจ้าอาวาส

“ข้าพบเด็กน้อยคนนี้นอนสลบอยู่ที่หน้าประตูวัดขอรับท่านอาจารย์”

ท่านเจ้าอาวาสก้มมองดูเด็กน้อยมอมแมมด้วยความเมตตา 
ก่อนสั่งให้ศิษย์วัดนำไป่จิงเหวินไปดูแลรักษาตัวในห้อง
 
หลังสลบไปนานสามวัน  เมื่อตื่นขึ้นมาไป่จิงเหวินพบว่าตัวเองรอดชีวิต 
กำลังวังชาคืนกลับมาห้าในสิบส่วน 
ร่างกายปวดเมื่อยและเต็มไปด้วยริ้วรอยขูดขีดจากกิ่งไม้

ไม่นานนักเขาก็ฟื้นฟูพลังได้และเริ่มสนิทสนมกับศิษย์วัดเกือบทุกคน
อารามหมื่นลี้นั้นเงียบสงบ  อากาศหนาวเย็นสบายตลอดทั้งปี 
  มีพระเณรทั้งหมดเพียง 20 รูป  ถือเป็นสำนักสงฆ์ขนาดเล็กซึ่งแทบไม่มีใครมาเยี่ยมเยือน
 


……………………………………..


 
สิบปีผ่านไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ 
พริบตาเดียวจากเด็กน้อยผู้กำพร้าบิดามารดา
เขากลายเป็นชายหนุ่มผู้แกว่นกล้าอาชาไนย  ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้าม  
วิทยายุทธ์ของเขาเพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว  ด้วยความขยันฝึกฝน 
ความมุ่งมั่น   และความเคียดแค้นในใจ....

          “อภัย --- เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะให้อภัย”  

อาจารย์เฒ่าพร่ำสอนเขาเสมอ
มันเป็นประโยคที่เขาเกลียดที่สุด 
ไม่มีทาง --- เขาจะให้อภัยคนที่ฆ่าพ่อกับแม่ได้อย่างไร

ไป่จิงเหวินพูดน้อยลง  ไม่ร่าเริงเหมือนตอนเข้ามาอยู่ในวัดใหม่ ๆ 
ความแค้นสุมรุมในอก สร้างนรกอันลุกร้อนไปด้วยเปลวเพลิงโทสะ 
ภายนอกเขาดูเป็นพระหนุ่มผู้รักสงบ  นิ่ง  พูดน้อย
แต่ภายในนั้นเล่ากลับปะทุคุกรุ่นไปด้วยอวลไอแห่งการเข่นฆ่าแก้แค้นอยู่ตลอดเวลา 
 

กฎของวัดมีอยู่ว่าหากใครประสงค์จะลงจากวัด 
จะต้องผ่านด่านการทดสอบทั้งทางธรรมและทางโลกเสียก่อน

แน่นอน --- ด่านหินที่สุดของบททดสอบย่อมเป็นการต่อสู้ประมือกับปรมาจารย์เฒ่าผู้เก่งกาจ  
ซึ่งยังไม่มีใครสามารถผ่านกำแพงหินนี้ไปได้เลย 
ทุกคนจึงยังคงบวชอยู่บนยอดดอยแห่งนี้โดยไม่เคยมีใครจากไปไหน

ไป่จิงเหวินประเมินฝีมือของตนเองตลอดเวลา 
ณ  เวลานี้เขาย่อมมิใช่คู่ต่อสู้ของอาจารย์
แต่ใจอันรุ่มร้อนด้วยเพลิงโทสะทำให้คืนนั้นเขาตัดสินใจทำสิ่งเลวร้ายที่สุดในชีวิต

 
            …………………………………..
 


ช่วงหัวค่ำเขาได้ยินศิษย์พี่สองคนเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับคัมภีร์มังกรพยัคฆ์บูรพา
และพิชัยสงครามต้าซ่ง  ซึ่งไคหมิงต้าซือเป็นผู้รจนาขึ้น 
คัมภีร์ยุทธ์ทั้งสองถูกเก็บไว้อย่างมิดชิด  ที่ห้องเก็บคัมภีร์ด้านในสุดของอาราม 

ไป่จิงเหวินสอบถามรายละเอียดทั้งหมดจากศิษย์พี่อย่างกระตือรือร้นจนรู้สึกได้ 
ภายในใจปั่นป่วนไปด้วยความโลภ  ความโกรธ  ความหลง 

“ถ้าข้าครอบครองคัมภีร์วิเศษนี้ได้  ย่อมครอบครองใต้หล้าได้ไม่ยาก 
ถึงเวลานั้นข้าจะเข่นฆ่าคนที่ล้างตระกูลข้าให้หมดทุกคน !!!”

 
คืนนั้นเขาจึงพรางตัวด้วยชุดดำแล้วลอบเข้าไปขโมยคัมภีร์
  แต่น่าเสียดาย ไม่ว่าจะรื้อค้นอย่างไร
กลับพบเพียงม้วนคัมภีร์ไม้ไผ่อันเก่าแก่คร่ำคร่า 
ดูไร้ค่าและหาใช่คัมภีร์สำคัญไม่ 

แสงวอมแวมจากเทียนในมือส่องลอดออกไปนอกห้อง 
จนศิษย์น้องสามคนเดินผ่านมาและสังเกตเห็น

“นั่นใครน่ะ ?”  เสียงศิษย์น้องร้องทัก

“ขะ..ข้า...เอง” ไป่จิงเหวินแง้มประตูห้องออกมาแล้วพูดอย่างตะกุกตะกัก

“ท่านเข้าไปทำอะไรน่ะพี่จิงเหวิน”  ศิษย์น้องอีกคนหนึ่งคาดเค้นคำตอบ

ก่อนใครจะทันรู้ตัว  ปลายมีดเล่มเล็กในมือไป่จิงเหวิน
ก็เฉือนปาดเข้าไปที่คอหอยของศิษย์น้องคนแรก 
ยังไม่ทันสุดเสียงร้อง  มีดเล่มเดียวกันพุ่งแทงเข้าไปที่หน้าอกของศิษย์น้องอีกคน
ไป่จิงเหวินถอนมีดออกจากอก แล้วตวัดเข้าไปที่คอหอยของศิษย์น้องคนที่สาม 
เลือดสาดกระเซ็นซ่านเปื้อนชุดของไป่จิงเหวิน 
ศิษย์น้องทั้งสามถูกเข่นฆ่าในพริบตาเดียว !

เขาลนลานรีบวิ่งกลับไปที่ห้อง 
  เก็บของใช้ทั้งหมดลงในห่อผ้าแล้วเตรียมหนี

แต่ตรงทางลงเขานั้นศิษย์พี่สองคนยืนจังก้าเฝ้าด่านอยู่ตามคำสั่งของอาจารย์  
แม้ที่ผ่านมาจะไม่มีใครกล้าฝ่าฝืนคำสั่งลงเขาของไคหมิงต้าซือ 
แต่แปลก...วันสองวันที่ผ่านมาอาจารย์เฒ่า
กลับสั่งให้ลูกศิษย์ผลัดเวรกันเฝ้าตรงหน้าประตูอย่างเข้มงวดกวดขัน

“ดึกดื่นเช่นนี้เจ้าจะไปไหนรึจิงเหวิน ?” 

ศิษย์พี่ถามเขาโดยไม่ทันสังเกตเห็นมีดในมือ

“ข้าจะลงเขา” จิงเหวินตอบ

“เจ้าขออนุญาตท่านอาจารย์แล้วหรือยัง ?”

ศิษย์พี่อีกคนกล่าวยังไม่ทันสุดความ
ไป่จิงเหวินชักมีดในมือฟันข้อมือของศิษย์พี่จนขาดกระเด็น 
ก่อนหันไปใช้ฝ่ามือพันกร  สุดยอดกระบวนท่าหนึ่งของสำนัก 
ซัดเข้าเต็มหน้าอกของศิษย์พี่ที่ไม่ทันได้ระวังตัว 
จนหน้าอกยุบลงไปทันที
ไป่จิงเหวินโผกระโจนหลบหนีลงจากเขาไปทันที !!!

 

            ...................................................
 


ในห้องหับอันมืดมิด 
แสงสว่างจากอรุณรุ่งค่อย ๆ ลอดผ่านช่องรอยแตกตามผนังไม้
ไป่จิงเหวินค่อย ๆ ปรับสายตาตนเอง  จนเริ่มมองเห็นสิ่งต่าง ๆ รอบตัวทีละนิด

“ข้ายังไม่ตายอีกรึเนี่ย ?” 

ใจเขากลับคิดว่าตนเองตายไปแล้วและขณะนี้อาจอยู่ในนรก

“ข้าถูกอาจารย์ซัดตะเกียบทะลุคอ น่าจะตายไปแล้วนี่นา “  เขานึกในใจ

ไป่จิงเหวินลองพยายามขยับร่างกาย  แต่เขาขยับกายไม่ได้ดั่งใจนึก
เหงื่อกาฬแตกทั่วร่างทั้งที่อากาศยามเช้านั้นเหน็บหนาว

“เกิดอะไรขึ้น  ทำไมข้าขยับร่างไม่ได้เลย” 

ความกลัวแทรกซึมทั่วร่าง

“ข้าไม่ตาย แต่เคลื่อนไหวอะไรไม่ได้อีก ยังนับว่าเป็นชีวิตอีกหรือ 
ถ้าต้องเป็นเช่นนี้ไปตลอดชีวิต ข้าสู้กลั้นลมหายใจตายไปเสียยังดีกว่า” 

ไป่จิงเหวินเริ่มฟุ้งซ่านสับสน

ก่อนความคิดจะเตลิดเปิดเปิงไปไกลกว่านี้ 
บานประตูถูกแง้มเปิดออกมาช้า ๆ

ไคหมิงต้าซือเดินเข้ามาพร้อมศิษย์น้องคนหนึ่ง
รอยยิ้มของอาจารย์ยังคงเปี่ยมเมตตาเสมอ

“เจ้าฟื้นเล้วรึจิงเหวิน  อย่าเพิ่งรีบร้อนขยับร่างกายเลย  นอนนิ่ง ๆ เช่นนี้ไปก่อน
จนกว่าร่างกายและกำลังภายในของเจ้าจะฟื้นฟูเถิดนะ”

“ทำไมข้าถึงยังไม่ตาย ?” 

ไป่จิงเหวินถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ข้าซัดตะเกียบไม้เข้าที่จุดฉาอี้เหวยของเจ้า
  เพื่อทำให้เจ้าหมดสติและหยุดลมหายใจในชั่วขณะ 
จากนั้นจึงนำเจ้ามาที่ห้องนี้ เดินลมปราณประสานอินหยาง  
 ถ่ายทอดกำลังภายในเพื่อรักษาชีวิตเจ้าไว้”  อาจารย์เฒ่ากล่าว

“ทำไมท่านอาจารย์ถึงปล่อยให้ข้ารอด 
  ทั้งที่ข้าทำสิ่งชั่วร้ายต่ำทรามกับพี่น้องในวัด” 
         
ไป่จิงเหวินกล่าวขึ้นพร้อมน้ำตาคลอเบ้า

อภัย --- เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะให้อภัย
--- ข้าสอนเจ้ามาตลอดชีวิต  ข้าจะสอนจนกว่าเจ้าจะเข้าใจมัน” 

 อาจารย์กล่าวขึ้นด้วยความเมตตา
น้ำตาของนักรบสิ้นสภาพไหลนองอาบสองแก้ม 
เขาคงหมดสิทธิแก้แค้นแทนพ่อแม่
ไม่อาจกลับมาเดินเหินได้อีก 
ไม่อาจก่อกรรมทำเข็ญกับใครได้อีกแล้วในสภาพพิการเยี่ยงนี้
นี่คงเป็นกรรมเวรซึ่งเขาต้องแบกรับ  หลังเข่นฆ่าผู้คนไปมากมาย 
เพื่อสนองตอบความทะเยอทะยานของตนเอง

“จงนอนพักจนกว่าจะหายดีเถิด  ข้าสลายวิทยายุทธ์ของเจ้าไปจนหมดสิ้นแล้ว 
อย่างน้อยสามเดือนนี้เจ้าจะขยับร่างกายมิได้ 
เหลียนหู่ศิษย์น้องจะช่วยดูแลเจ้าทุกวัน  ทั้งการป้อนข้าว และเรื่องการขับถ่าย
   อย่าได้ฝืนขยับร่างกาย มิเช่นนั้นธาตุไฟอาจเข้าแทรก 
และมันจะทำให้เจ้าเสียชีวิตในทันที 
จงใช้ช่วงเวลานี้อยู่กับตัวเอง  เพ่งพิจารณาความกลัวซึ่งซ่อนอยู่ในเบื้องลึกของจิตใจเจ้า 
จงค้นหาความหมายที่แท้จริงของชีวิต   ตรองตรึกในทุกการกระทำที่ผ่านมาของตนเอง
เพื่อตอบคำถามของข้าในอีกสามเดือนข้างหน้า”  

ไคหมิงต้าซือหันไปกระซิบสั่งงานกับศิษย์น้อง
แต่ไป่จิงเหวินมิอาจได้ยินถ้อยคำเหล่านั้นเนื่องจากเสียงของอาจารย์นั้นแผ่วเบามาก
 
ไป่จิงเหวินทบทวนตัวเองอยู่บนเตียงโดยลำพังอีกครั้ง 
หลังจากอาจารย์เฒ่าและศิษย์น้องเดินออกจากห้องไป 
เสียงลมวู่หวิวยามเช้า  เสียงนกร้องดังกึกก้องไปทั่วหุบเขา
 
อดีตนักรบผู้เกรียงไกรและแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่อย่างเขา 
กลับทำได้เพียงนอนกระพริบตาอยู่บนเตียงโดยเดียวดาย


นี่หรือ คือ ชะตากรรม !!!



















ความเดิมตอนที่แล้ว

:: ศึกชิงบัลลังก์ยุทธ์ มังกรพยัคฆ์บูรพา ตอนที่ 1 ::

 




 



Create Date : 17 มิถุนายน 2562
Last Update : 12 สิงหาคม 2562 23:03:53 น.
Counter : 2000 Pageviews.

24 comments
(โหวต blog นี้) 
::26::ความลับของลัคกี้ ผีเสื้อยิปซี
(15 ต.ค. 2562 12:22:56 น.)
Ave Maria:Schubert ปรศุราม
(14 ต.ค. 2562 16:38:25 น.)
รักออนไลน์... ในความทรงจำ comicclubs
(14 ต.ค. 2562 21:14:21 น.)
:: Wild Wild Country :: กะว่าก๋า
(12 ต.ค. 2562 06:17:48 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณmultiple, คุณสองแผ่นดิน, คุณhaiku, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณTui Laksi, คุณmcayenne94, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณkae+aoe, คุณหอมกร, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณเนินน้ำ, คุณตะลีกีปัส, คุณmambymam, คุณJinnyTent, คุณเรียวรุ้ง, คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณThe Kop Civil, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณtuk-tuk@korat, คุณtoor36, คุณSweet_pills, คุณRinsa Yoyolive, คุณสมาชิกหมายเลข 4365762

  
สวัสดียามเช้าค่ะคุณก๋า

เดี๋ยวกลับมาใหม่อีกครั้งค่ะ
โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 17 มิถุนายน 2562 เวลา:6:39:00 น.
  
หูยๆ เอาอีกแย้ว แค่ชื่อก็หวาดเสียวอีกแล้ว

ศึกชิงบัลลังก์ยุทธ์ มังกรพยัคฆ์บูรพา ไม่รู้จะเกี่ยวกับจอมยุทธ์ 3ป. ด้วยหรือเปล่า อิอิ เห็นมียุทธ์ๆมี บูรพาพยัคฆ์ 555

คุณก๋า บอก เอ็งนี่ก้ พยายามหาเรื่องให้ข้าซะจริงๆ
นี่มันนิยาย แต่เค้าโครงมาจากเรื่องจริงโว้ย ให้มันรู้ซะมั่ง เย้ย 555


เขียนดีนะครับ สำนวนเหมือนอ่านนิยายกำลังภายในเลยเชียว

แต่ตอนนี้ ความตาย ก็ยังไม่น่ากลัวเท่าการสูญเสียวรยุทธ์ หลุดโผ หลุดตำแหน่งหรอกนะครับ คุณก๋าว่ามะ 555

โดย: multiple วันที่: 17 มิถุนายน 2562 เวลา:7:58:17 น.
  
จันทร์สวัสดีครับ คุณก๋า
มาอ่านงานตะพาบ ตอนที่ 2 ต่อครับ
มังกรพยัคฆ์บูรพา ชื่อคุ้นๆเหมือนอยู่แถวๆนี้
เขียนได้ดีมากครับ
อ่านตอนที่ 1 นึกว่าไป่จิงเหวินตายแล้ว ยังรอดอยู่อีก
ก็แปลกดีครับ ดูหนังจีนทีไร นักบวชฆ่าคนได้ ยิ่งกว่า ไอ้มดแดง
สิบปีแก้แค้นยังไม่สาย ก็น่าจะนำมาจากหนังจีน
ไป่จิงเหวิน ยังไม่ทันแก้แค้น ก็กลายเป็นเจ้าชายนิทรา
คงต้องรออ่านตอนที่ 3 ครับ

บ่ายสี่โมงกว่าเมื่อวาน ฝนตกหนักลมแรงครับ
(เมื่อคืนลืมไปได้ ง่วงๆครับ)

โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 17 มิถุนายน 2562 เวลา:8:17:14 น.
  
ไม่ยักจะเห็นตอนที่ 1 ไว้กลับมาตามอ่านค่ะ

ขอบคุณที่ชอบ ความกลัวจากสำนึกดี ของพี่
เลี้ยงลูกเนี่ย แม่เหนื่อยจริงๆ พ่อไม่เท่าไรหรอก
ความรักของแม่ยิ่งใหญ่กว่าของพ่อเยอะ 55
คุณก๋าว่ามะ 55 อีกที

โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 17 มิถุนายน 2562 เวลา:8:36:28 น.
  


อภัยต่อผู้ประทุษร้าย
ได้เป็นสิ่งที่ต้องพยายามค่ะ

ถ้ามีแอปแต่งภาพมาประกอบ
ด่วยละก้อ คุณก๋า รับไปเลย ห้าดาว
โดย: mcayenne94 วันที่: 17 มิถุนายน 2562 เวลา:8:59:40 น.
  
สวัสดีค่ะคุณก๋า
อ่านสนุกเพลินไปกับภาษาบรรยายเยี่ยงชาวยุทธจักร
มีสอนธรรมะไปด้วย...

“อภัย --- เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะให้อภัย"
"การแก้แค้นไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดหายไป" อันนี้เราได้มาจากไปดูหนังมาค่ะ
โดย: Tui Laksi วันที่: 17 มิถุนายน 2562 เวลา:9:00:35 น.
  
เยี่ยมครับ..โปรย ..เข้าสู่เรื่อง เดินเรื่อง ขมวด เฉลย ใช้
ถ้อยคำได้กระชับเดินเรื่องได้เร็ว

การให้อภัย ดีที่สุดครับ
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 17 มิถุนายน 2562 เวลา:9:02:06 น.
  
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
คุณก๋านี่ก็ช่างหลากหลายสีสันอารมณ์จังนะ

โดย: หอมกร วันที่: 17 มิถุนายน 2562 เวลา:10:00:04 น.
  
เหมือนกำลังดูหนังจีนกำลังภายในเลยค่ะคุณก๋า
โดย: เนินน้ำ วันที่: 17 มิถุนายน 2562 เวลา:10:15:11 น.
  
สวัสดี จ้ะ น้องก๋า

อ่านตอนสองเพลินเลย แทรกคติธรรมดี ใครก่อกรรมใด
ไว้ ย่อมต้องได้รับกรรมนั้น ๆ สนอง ถ้าครุ่นคิดตลอดถึงการแก้
แค้น กรรมนั้น ๆ ก็จะหมุนเวียนไม่สิ้นสุด หลักพุทธเรา หนัง
ละคร ไทยเรา หลายเรื่องก็มีการอาฆาต ข้ามภพข้ามชาติ หลาย
เรื่องอยู่ แต่ท้ายสุดตอนจบ ก็คือ อภัยต่อกัน อโหสิ ต่อกัน
มิฉะนั้น ก็ต้องพบเจอเหตุการณ์ วนเวียนกันอยู่เช่นนี้ ตลอดไป

สำนวนการเขียน การบรรยาย ขมวดปม ดี จ้ะ ต้องมี
ตอน 3 แน่นอนอยู่แล้ว ว่า จวินเหวิน จะเข้าถึง ธรรมะ ใน
ข้อ "ให้อภัย" ได้ไหม อิอิ

โหวดหมวด งานเขียน ฯ
โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 17 มิถุนายน 2562 เวลา:10:15:18 น.
  
สวัสดีครับคุณเย็น

ผมเลือกใช้ภาพอักษรจีนเป็นภาพประกอบ
แต่ละคำจะโยงกับเนื้อหาในเรื่องสั้นด้วยครับ


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 มิถุนายน 2562 เวลา:11:17:43 น.
  
สวัสดีมีสุขค่ะ

จำชื่อตัวละครและเนื้อเรื่องไม่ได้แล้วค่ะ
ไม่ได้เข้าบล็อกหลายวันด้วย
ต้องเดินทางทำธุระหลายอย่างค่ะ
โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 17 มิถุนายน 2562 เวลา:12:47:06 น.
  
ไป่จิงเหวิน โชคดีที่มีท่านอาจารย์ให้โอกาสให้เปลี่ยนความคิด

ไม่โลภ เลิกโกธรพกความเครียดแค้นไว้กับตัว

เจ้าจงใช้เวลานอนเป็นผักสามเดือนนี้ปรัปปรุงนิสัยความคิด

ด้านลบออกนะเจ้าไป่จิงเหวินแล้วเราจะพบกับภาค 3 ของเจ้า

ขอใหโชคดีมาเยี่ยนเจ้าไป่จิงเหวิน เราเอาใจช่วยนาย
โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 17 มิถุนายน 2562 เวลา:13:07:18 น.
  
เขาคุนลุ้น นึกถึงเขาคุนหลุนซวี เรือง สามชาติ สามภพ ป่าท้อ 10 หลี่
จากซีรี่ย์ช่อง 3 ที่กำลังออนแอร์ แต่ปี้ดูจากยูทูป 58 ตอนจบ
มีเทพแห่งสงคราม ท่านเทพม่อหยวนเป็นอาจารย์ สอนลูกศิษย์อยู่บนเขา

อ่านแล้วม่วนเลยหนา
มีตอนต่อไปแห๋มก่อเจ้า รอติดตามเน้อ
มีมุมที่พลิกผัน น่าติดตาม
แสดงว่าคุณก๋าชอบอ่านนิยายจีนเหมือนกันใจ๊ก่อเจ้า

เพิ่งได้เข้าบล็อก หยุดฮ้านไปสองวัน บะมีเวลาท่องบล็อกเลย
เปิดฮ้านมาตู้เย็นเสียต้อนฮับวันเปิดฮ้าน
ละอ่อนขอปิ๊กบ้าน 1 คน เท่ากับขาด 3 จากสิ้นเดือนมา
ช่างเป็นวันที่วุ่นวายดีแต้

ตะพาบนี้ ถ้าต้วมเตี้ยวตวยไหวจะตวยไปเน้อ
ขอดูสถานการณ์ที่ร้านก่อน


โดย: JinnyTent วันที่: 17 มิถุนายน 2562 เวลา:14:26:18 น.
  
สำนวนดีค่ะ อ่านแล้วลื่นไหล

เฮ้อ...เป็นนักบวชคิดแต่จะฆ่า
ไม่พอ...ยังฆ่าศิษย์พี่ศิษย์น้องตัวเองอีก
่สุดท้ายอยากตายก็ตายไม่ได้ก็สมควรล่ะ
โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 17 มิถุนายน 2562 เวลา:14:37:51 น.
  
เป็นเราเราจะขยับร่างกายให้ธาตุไฟเข้าแทรกและตายค่ะ

เพราะอยู่แบบนี้ตายดีกว่า

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ไวน์กับสายน้ำ Diarist ดู Blog
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 17 มิถุนายน 2562 เวลา:14:52:42 น.
  
เมื่อเช้ารีบออกไปเอาเครื่องตัดหญ้าไปซ่อมเลยยังไม่ได้อ่าน กลับมานั่งอ่านสนุกดีค่ะ อ่านแล้วเข้าใจง่าย ไม่เครียด เข้าใจตัวละคร
รออ่านต่อตอนต่อไปค่ะ ไม่ได้อวยนะคะ เพราะไม่ใช่นิสัยที่ชอบอวย
อย่างที่บอกครั้งแรกๆอะค่ะ ยาวๆโอเล่ไม่ถนัดอ่าน หลับก่อน แพ้ตัวหนังสือ ฮี่ๆ และไม่มีความถนัดเขียนเลย เพราะเขียนเยอะ อย่างที่คุณก๋าเคยถามว่าโอเล่เขียนไร อ่านแล้วงง
โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 17 มิถุนายน 2562 เวลา:15:12:46 น.
  
สนุกค่ะ ดำเนินเรื่องได้ดี

สงสารศิษย์น้อง เหลียนหู่จัง ดูแลเรื่องอาหาร เรื่องขับถ่าย ตั้ง 3 เดือนแน่ะ

โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 17 มิถุนายน 2562 เวลา:19:27:23 น.
  
ช่วงกลางเดือนด้วยหล่ะค่ะ เงียบเหมือนกันหมดค่ะ

จ้ารออ่านตอนต่อไป
โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 17 มิถุนายน 2562 เวลา:19:29:39 น.
  
สลายวิทยายุทธหมด กำเดียวร่างกายบริสุทธิ์เตรียมรับยอดวิชา
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 17 มิถุนายน 2562 เวลา:20:30:17 น.
  
กลายเป็นคนหมดสภาพไป แต่การให้อภัยนั้นมันทำได้ยาก แต่ทำได้ถือเป็นการทำบุญที่ไม่มีต้นทุนอะไรเลย นอกจากใจเราล้วนๆ

จากบล็อก
เรามาลุ้นกันว่าตอนต่อไป เธอจะก้าวเดินไปอย่างไร
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 17 มิถุนายน 2562 เวลา:22:50:30 น.
  
การให้อภัย ไม่ใช่เพื่อใคร
แต่เพื่อใจตัวเองล้วนๆ เจ้า
อภัยเมื่อไหร่ เท่ากับยกความกลัว ความกังวลออกไปทันทีจริงๆ

โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 17 มิถุนายน 2562 เวลา:23:47:15 น.
  
เวลาสามเดือนที่ไป่จิงเหวินขยับร่างไม่ได้
คงนานพอที่จะได้ทบทวนและหาคำตอบให้ชีวิต
คุณก๋าเขียนอ่านสนุก ได้ข้อคิดและน่าติดตามค่ะ
รออ่านตอนต่อไปนะคะ
โดย: Sweet_pills วันที่: 17 มิถุนายน 2562 เวลา:23:58:32 น.
  
การที่จะให้"อภัย"ต่อผู้ที่มาทำร้ายชีวิต
ต่อผู้ที่เป็นที่พึ่งของตน ทั้งทางกายและทางใจนั้น
มันคงแสนยากเย็นแสนเข็นสิ้นดี ที่จะให้"อภัย"กันด้วยดีได้
แต่ปราชญ์ผู้เป็นเลิศในทางปัญญาก็พยามจะชี้ทางให้
การทบทวนจึงเริ่มขึ้น
แต่ก็บอบช้ำจนสุดจะเหลือทนได้
น่าติดตามครับ...
ปราชญ์ผู้เฒ่านั้น ท่านจะมีเมตราต่อศิษย์ของท่านอย่างไร?

ชาวสันติอโศกนั้น
ครั้งหนึ่งในชีวิต ได้มีโอกาสเข้าไปใกล้ชิด อยู่ระยะหนึ่ง
เพราะที่ต้องเกี่ยวข้องกับน่าที่ ที่ตนไปอาสาอยู่ เป็นสข.
ท้องถิ่นแห่งนี้ ต้องการจะสร้างแนวคิดใหม่ๆ
ทั้งในทางพุทธศาสนาและในทางสังคมชาวโลก
ผู้ที่สมาทานแล้วเท่านั้น จึงจะสามารถยอมรับแนวทาง
ปฏิบัตินี้ได้ แต่ในทางสังคมการเมือง มันก็มีข้อจำกัด...
ที่มีแนวทางปฏิบัติอยู่มากมายจริงๆครับ.

ผมเห็นด้วยครับ
ในทางการเมืองนั้น มันมีเหตุปัจจัย ที่มีอยู่มากมาย
มหาศาลจริงๆ...
สวัสดียามเช้าครับ
ขออบคุณ คุณกะว่าก๋าด้วยครับที่แวะไปคุยด้วย
โดย: ลุงแอ็ดคิดถึงอดีตที่ผ่านมา (สมาชิกหมายเลข 4365762 ) วันที่: 18 มิถุนายน 2562 เวลา:6:23:09 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Kawaka.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



กะว่าก๋า
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 360 คน [?]

บทความทั้งหมด