ชีวิตการทำงาน ตอนที่ 14 (สุดท้าย)
สุดท้ายแล้ว...

ปีงบประมาณ 2560 เรารับผิดชอบจัดอบรมหลักสูตรนักปกครองระดับสูง (นปส.) รุ่นที่ 68 มีเจ้าหน้าที่ทำงานประจำอยู่ที่วิทยาลัยมหาดไทย อำเภอบางละมุง 3 คน  เป็น สว.ซะ 2 เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา 1 และเด็กฝึกงานอีก 1 ซึ่งมาฝึกงานแค่เดือนครึ่งเท่านั้น (แต่มีบางคนบอกว่าเยอะแล้ว ตอนหลังๆ เหลือแค่ 2 เพราะอีกคนย้ายไปอยู่ที่อื่นที่สบายใจกว่า)

รุ่นนี้ ผู้อบรมน่ารัก เข้าใจเจ้าหน้าที่โครงการเป็นอย่างดี ถ้อยทีถ้อยอาศัย แต่ปัญหามันเกิดจากภายใน ความจริงก็ไม่อยากเล่า เพราะมันผ่านมานานแล้ว แต่ก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ไม่ว่าจะกับใครก็ตาม และไม่อยากให้คนที่เรารักและเอ็นดูมีพฤติกรรมเช่นนี้
เค้าความยุ่งยากเริ่มปรากฎตั้งแต่เริ่มโครงการ ความจริงเริ่มมีตั้งแต่จัดอบรมรุ่น ที่ 66 แล้ว ก็สั่งสมมาเรื่อยๆ จนมาถึงรุ่นที่ 68 นี่แหล่ะ เรื่องแบบนี้ถ้าไม่เกิดกับใคร ก็ไม่มีวันจะเข้าใจ ซึ่งเราเองก็ไม่เคยคิดว่าจะมาเจอเรื่องแบบนี้ตอน 2 – 3 ปีก่อนเกษียณ ซึ่งมันบั่นทอนจิตใจและกำลังใจของเราเป็นอย่างมาก จนเราไม่อยากจะทำอะไรเลย มันหลายเรื่องมากจริงๆ พอเราเจอเรื่องแบบนี้ เราคิดอยู่เสมอว่า ถ้าเรามีโอกาสได้เติบโตได้มากกว่านี้ เราจะไม่ทำแบบนี้เด็ดขาด หรือแม้กระทั่งน้องๆ ที่เรารักใคร่เอ็นดู เราก็ไม่อยากให้เค้ามีพฤติกรรมเช่นนี้ เพราะมันไม่น่ารักเอาซะเลย ผู้ใหญ่รัก เพราะทำงานให้แบบถวายหัว แต่...เพื่อนร่วมงานเบือนหน้านี้ด้วยความระอา ถ้าเป็นเรา เราเลือกผู้ร่วมงานมากกว่า เรามีความสุขมากกว่า งานแต่ละอย่าง แต่ละชิ้น ใช่ว่าจะสำเร็จได้ด้วยเพราะคนๆ เดียว ล้วนแล้วแต่ต้องอาศัยฟันเฟืองหลายๆ ตัว ซึ่งก็คือ เพื่อนร่วมงานนั่นแหล่ะ จึงจะสำเร็จได้

คนที่มองคนอื่นในแง่ลบตลอดเวลา จะหาความสุขในชีวิตได้อย่างไร คนที่คิดว่าตัวเองคือความถูกต้อง คนที่ชอบมโนและคิดว่าคนรอบข้างจะต้องเป็นแบบนั้น แบบนี้ หวาดระแวงเค้าไปทั่ว เอาเรื่องไม่จริงไปพูดให้คนอื่นๆ ฟัง ให้อีกฝ่ายเสียหาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องมโนทั้งนั้น ต่อหน้าสุภาพ เรียบร้อย นอบน้อม แต่พอลับหลังก็ไปพูดถึงคนอื่นในแง่ไม่ดีไปทั่ว รู้หรือไม่ว่า คำพูดร้ายๆ ของตนเอง เป็นอาวุธที่ทำร้ายทิ่มแทงจิตใจคนอื่นได้เจ็บปวดยิ่งกว่าอาวุธใด ๆ บางคนบอกว่า อย่าเอามาเก็บใส่ใจ ณ เวลานั้น มันทำได้ยากเหลือทน เพราะว่ามันเจ็บ เจ็บที่ใจ ...เราได้ยินเรื่องต่างๆ เข้าหูเราแทบจะทุกวัน บางเรื่องก็ซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่จบซักที ขนาดอยู่เฉยๆ เงียบๆ ขนาดนี้ ก็ยังไม่วาย
ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่โครงการในช่วงนั้น มีความอดทนสูงมาก ขนาดน้องเจ้าพนักงานโสตฯ ที่ทำงานทุกอย่างไม่เคยบ่น หนักเอาเบาสู้ ทำทุกอย่างทั้งงานโสต งานธุรการ งานการเงิน คนขับรถ ฯลฯ เอ่ยปากบอกกับเราว่า เค้าไม่ไหวแล้ว ทุกคนถูกกดดัน ถูกบีบกันมาก แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็เอามาเป็นประเด็น เช่น เรื่องเสื้อรุ่น ผู้อบรมเค้าจะให้หรือไม่ให้เรา ก็เป็นเรื่องของเค้า มันเป็นน้ำใจไมตรีที่มีให้กัน เราว่าเป็นการสร้างวัฒนธรรมที่ผิดๆ พอคนไหนไม่ได้ ก็โวยวาย รถประจำโครงการก็ไม่มี ผู้อบรมเจ็บป่วย ต้องเรียกรถฉุกเฉินมารับ ซึ่งมันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย ตั้งแต่เรารับผิดชอบการจัดอบรมมา ผู้อบรมและทีมงานวิชาการซะอีกที่เห็นใจพวกเรา และอีกหลายๆ เรื่อง ซึ่งมันทวี ทับถมกันเข้ามา จนเราคิดว่า คงต้องคุยกันแล้วล่ะ ปล่อยไว้แบบนี้คงไม่ได้ แต่...คุยกันสองชั่วโมง ไม่ได้ข้อยุติอะไรเลย  เสียเวลาเปล่า มีแต่ต้องท่องคำว่าอดทนๆ ไว้ในใจ เพื่อประคับประคองงานให้มันผ่านพ้นไปได้เท่านั้น   

หลังเสร็จสิ้นการอบรมรุ่นนี้ เราก็ไม่ได้รับผิดชอบจัดอบรม  รุ่นที่ 2 กลับมาอยู่กระทรวง แต่ก็ไม่วายมีเรื่องมาเข้าหูตลอดเวลา คนที่มาเล่าให้ฟัง เค้ารู้จักเราดี รู้ว่าเราเป็นคนแบบไหน นิสัยอย่างไร เค้าไม่เชื่อที่คนๆ นั้นพูด  เราก็ได้แต่คิดว่า อยากพูดก็พูดไป  เรื่องไม่จริง มันก็กลับไปหาคนพูดนั่นแหล่ะ  แต่...ความอดทนของคนเราย่อมมีขีดจำกัด ลำพังพูดถึงแต่เรา เราทนได้ แต่นี่... พูดไปถึงพี่น้องของเรา เราทนไม่ได้ ในเมื่อคุยกันไม่รู้เรื่อง เราก็จะเป็นฝ่ายถอยและเดินออกมาเองซะดีกว่า 

มาอยู่ที่ใหม่ ซึ่งก็คืออีกกลุ่มงานหนึ่งในสถาบันดำรงราชานุภาพ  ทุกคนอ้าแขนต้อนรับเราด้วยความยินดี มันทำให้ภาวะจิตใจที่ย่ำแย่ของเราในตอนนั้น กลับรู้สึกดีขึ้นเรื่อย ๆ วันเวลา ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น ไม่ร้องไห้เสียใจกับคำพูดแย่ๆ ของคนบางคน เลิกใส่ใจ และทำหูทวนลม เข้าหูซ้าย ทะลุหูขวา  เราอโหสิให้เค้า ...

การอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมนั้น ความซื่อสัตย์ ความจริงใจ เป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะในการทำงาน อย่าเป็นคนประจบสอพลอ ปากหวานก้นเปรี้ยว หน้าไหว้หลังหลอก เลือกคบคนเพราะเห็นว่าเค้ามีประโยชน์กับตัวเอง ควรให้ความสำคัญและยุติธรรมกับทุกคน มองคนด้วยใจ ไม่ใช่มองด้วยตา อย่ามองเห็นแต่ไม้จิ้มฟันในนัยตาของคนอื่น แต่ไม่เคยมองเห็นท่อนซุงในนัยตาของตนเองเลย คนเราก็ไม่ได้ดีพร้อมไปซะทุกอย่าง เลือกมองแต่ส่วนดีๆ ของเค้า ใจเราจะเป็นสุข เพราะว่าไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า พอเกษียณก็คือคนแก่ธรรมดาๆ คนหนึ่ง ความดีเท่านั้นที่จะอยู่กับเราไปจนตาย สืบทอดส่งต่อไปจนถึงลูกหลาน จากไปให้คนเค้าคิดถึงในคุณงามความดี ดีกว่าให้เค้าด่าว่าเราตามหลัง เราอาจจะไม่ได้มีตำแหน่งใหญ่โต แต่ก็ภูมิใจที่ได้รับราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาตลอดเวลา 35 ปี 6 วัน

30 กันยายน 2562 เป็นวันสุดท้ายของอาชีพราชการของเรา  แต่ความเป็นข้าราชการจะคงอยู่กับเราตลอดไป...ขอให้ทุกคนโชคดีในอาชีพราชการและมีความสุขในชีวิตตลอดไปนะคะ
ด้วยรัก
จากใจพี่เปี๊ยก ของน้องๆ


 
ขอขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่แวะมาอ่านค่ะ 18



Create Date : 30 กรกฎาคม 2563
Last Update : 30 กรกฎาคม 2563 12:12:42 น.
Counter : 248 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
: วันที่ทุกอย่างไม่เป็นใจ : กะว่าก๋า
(15 ก.ย. 2563 13:10:08 น.)
์No. 917 เหมืองทองคำ ให้อะไร... กับคนไทยบ้าง...? ไวน์กับสายน้ำ
(14 ก.ย. 2563 05:57:35 น.)
ทะเลน้อย+บ่อน้ำผุดร้อน -พัทลุง ตะลีกีปัส
(15 ก.ย. 2563 14:58:45 น.)
เจ็บนี้อีกนาน จันทราน็อคเทิร์น
(10 ก.ย. 2563 15:32:21 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Kapeak.BlogGang.com

พูดไม่เก่ง แต่เจ๋งทุกคำ
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]