ตามรักข้ามเวลา...บท 5/2



“เกิดอะไรขึ้น” ธันว์เอ่ยถามเมื่อไปถึงตัวเด็กสาว เขาพบอีกฝ่ายกำลังยืนกุมนิ้วซ้าย ใบหน้าซีดเผือดและเหยเก บนเสื้อไหมพรมเปื้อนหยดเลือดเป็นดวงๆ

“มิ้นกลัวเลือด” เสียงที่พูดเบาโหวง ร่างของเจ้าตัวโงนเงน แต่ก่อนจะล้มคว่ำลงมา ธันว์ผวาเข้าไปรับไว้ได้ทัน หากในจังหวะเดียวกันนั้นเองอัตราก็รีบแย่งเด็กสาวเข้ามากอดประคอง ผู้เป็นพี่ชายช้อนเข่าอุ้ม พลางว่า

“มีดคงบาดนิ้ว เดี๋ยวฉันจะอุ้มไปที่โซฟา นายหยิบยาฆ่าเชื้อกับผ้าก๊อซให้หน่อย” อัตราเอ่ยบอกกับเพื่อน

ธันว์ทำตามคำขอเงียบๆ แล้วเดินไปนั่งข้างอัตรา ส่งขวดยาฆ่าเชื้อให้ สายตาจึงปะทะเข้ากับปลายนิ้วของเพื่อนที่มีผ้าก๊อซพันไว้

“นายมีแผลเหมือนกันเหรอ”

อัตราจ่อก้อนสำลีกับขวดแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ ขณะตอบว่า “แผลเล็กน้อย ไม่ได้ซีเรียสอะไร แต่แม่ตัวยุ่งคงเป็นห่วง เลยพันผ้าก๊อซเสียหนาเตอะยังกับดักแด้”

ธันว์ไม่พูดอะไรอีก เขาดึงมือมินตราขึ้นมาดู อึ้งเมื่อเห็นรอยแผลบาดลึกบนนิ้วของเด็กสาว เลือดสดๆ ยังคงไหลริน ชายหนุ่มหยิบก้อนสำลีมากดห้ามเลือดและยกปลายนิ้วขึ้นชู “แผลค่อนข้างลึก ถึงว่าน้องนายสลบเหมือดไปเลย”

“คงกลัวเลือด” อัตราพูดพร้อมกับเช็ดทำความสะอาดแผลด้วยแอลกอฮอล์ “เพิ่งรู้ว่ายายมิ้นซุ่มซ่ามขนาดนี้ เฉือนกีวียังไงถึงได้กินเนื้อตัวเอง ดู...แผลลึกจริงๆ ด้วย” ประโยคท้ายพึมพำอย่างห่วงใย

ธันว์มองภาพความห่วงใยนั้น เขาแสดงความเห็นว่า “คำว่าซุ่มซ่ามยังน้อยไปสิ เมื่อคืนก็ทำจานตกใส่หลังเท้าด้วย”

“อะไรนะ?” เงยหน้ามองเพื่อนอย่างแทบไม่เชื่อหูตัวเอง “อย่าบอกนะว่าทำจานตกใส่หลังเท้าตอนล้าง?” เห็นเพื่อนพยักหน้า อัตราก็กลอกตาไปมา นั่นล่ะคนในครอบครัวเขาขนานแท้ ไม่เคยถูกสอนให้หยิบจับอะไร เมื่อต้องมาทำเอง จึงมักเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันอย่างนี้เสมอ อัตราถอนหายใจยาวเหยียด แล้วถามเพื่อนว่า “ยายมิ้นเจ็บมากไหม”

“ก็เดินกะเผลกนิดหน่อย แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะหายแล้ว ฉันละไม่เคยเจอใครที่ซุ่มซ่ามเหมือนเด็กคนนี้” ธันว์พูด พลางส่งสำลีที่ชุบยาใส่แผลแล้วให้เพื่อน

“ฉันเดาว่าอย่างนั้น” อัตราทิ้งก้อนสำลีที่ใช้แล้วลงถังขยะใกล้ตัว แล้วถอยออกมาให้เพื่อนเป็นคนพันผ้าก๊อซให้มินตราแทนเพราะมือเขาทำไม่ถนัด

ธันว์หยิบผ้าพันแผลจากมือเพื่อนมาพันให้เด็กสาวอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นใช้กรรไกรตัดผ้าก๊อซแล้วจึงส่งคืนอัตรา กิริยาทุกอย่างเป็นไปอย่างว่องไวแต่นุ่มนวล ธันว์วางมือของเด็กสาวบนท้องแล้วจึงถอยออกไปยืนมอง ร่างมินตรานอนทอดยาวขนานไปกับโซฟา เข่าข้างหนึ่งงอขึ้นเล็กน้อย ลำตัวเอียงข้างมาทางเขา ทำให้เห็นใบหน้าสวยแต่ขาวซีดชัดเจน ยามนี้เด็กสาวเหมือนเด็กซนที่หมดฤทธิ์เดชคนหนึ่ง

“แม่ตัวยุ่งของนายคงจะหลับได้อีกสักพัก เดี๋ยวฉันไปหุงข้าวดีกว่า นายอยู่ดูแลน้องเถอะ”

“ฉันไปช่วย ตรงนี้คงไม่มีอะไรแล้ว ปล่อยให้ยายมิ้นนอนอย่างนี้แหละ” อัตราพูดแล้วเดินตามเพื่อนไปในครัว

ธันว์หุงข้าว ส่วนอัตราหยิบจานกีวีไปเทลงถังขยะ ปากเปรยว่า “เลือดเปรอะจานกีวีอย่างนี้ ไม่สลบเหมือด ก็เก่งแล้ว ที่ไปเดตกับซาราห์เป็นไงบ้าง” วกไปถามอีกเรื่องที่อยู่ในความสนใจ

“อยากรู้ไปทำไมในเมื่อนายไม่ให้ฉันยุ่งเกี่ยวกับซาร่าห์แล้ว”

“ฉันไปสั่งห้ามตอนไหน”

“ก็นายบอกเอง ถ้าฉันจะจีบมินตรา ก็ต้องเลิกคบกับผู้หญิงทุกคน”

“แปลว่านายตัดสินใจเลือกแล้วใช่ไหมว่า จะจีบน้องฉัน และเลิกยุ่งกับผู้หญิงอื่นทุกคนรวมถึงซาร่าห์”

ธันว์ไม่ตอบ หันไปมองจานชามซึ่งวางไม่เป็นระเบียบอยู่บนชั้นพักจาน ดูออกว่าไม่ใช่ฝีมือเพื่อน เขาไม่พูดอะไร แต่จัดวางใหม่

“นายยังไม่ตอบฉัน”

“ยังต้องให้ตอบอีกเหรอ ฉันบอกแล้วฉันถูกชะตากับเด็กคนนั้นมาก”

“นั่นยังไม่พอ นายต้องพูดออกมาให้ชัดๆ”

ธันว์หันไปมองเพื่อน “ตกลง...ฉันเลือกน้องนายและจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงทุกคน พอใจหรือยัง”

อัตราพยักหน้ารับ “แต่ถ้าคิดจะคบกับยายมิ้น นายต้องสอนเธออีกเยอะ ยายมิ้นเด็กมากอาจทำอะไรไม่เหมาะสม ก็ไม่ควรไปถือสา”

“ฉันรู้ ไม่ต้องห่วงหรอก”

อัตราพยักหน้า “พรุ่งนี้นายมีธุระที่ไหนหรือเปล่า”

“มีธุระตอนเช้า ทำไมเหรอ?”

“ฉันมีงานบ่าย เลยอยากฝากยายมิ้นหน่อย”

“ไว้ใจฉันแล้วเหรอ”

“นายจะทำอะไรน้องฉัน ไหนรับปากว่าจะให้เกียรติ...”

ธันว์หัวเราะ “ฉันแค่แหย่น่า ไม่มีอะไรหรอก แต่น้องนายน่ารักนะ เมื่อวานเข้าไปรื้อข้าวของห้องฉันจนกระปุกออมสินตกมาแตก ยังอุตส่าห์ออกไปหาซื้อมาใช้คืน”

อัตราชะงัก เขารู้สึกเหลือเชื่อกับพฤติกรรมของน้องสาว ท่วงท่าเขาคงดูตลกในสายตาเพื่อน เพราะฝ่ายนั้นมองอย่างขำๆ

“นายทำหน้าคาดไม่ถึง เหลือเชื่อเหรอ”

อัตรายิ้มเรี่ยๆ “ก็มีบ้าง ยายมิ้นไม่มีวี่แววว่าจะโตขึ้นเป็นเด็กสอดรู้สอดเห็น”

ธันว์หัวเราะ “ฉันไม่ถือหรอก ดูท่าเธอจะถูกเลี้ยงมาอย่างคุณหนู ว่าแต่ค่ำนี้เราจะกินอะไรกันดี”

“ที่จริงกับข้าวเมื่อเช้าที่นายทำ ก็ยังพอสำหรับเราสามคน”

“งั้นทำอะไรง่ายๆ เพิ่มอีกอย่างดีไหม ไข่เจียวหมูสับเป็นไง หรือว่าน้องนายชอบกินอะไร?”

อัตราไม่ทันตอบ เมื่อเสียงหวานใสของผู้เป็นน้องสาวดังขึ้นก่อน “ไข่เจียวหมูสับก็โอเคค่ะ”

ธันว์และอัตราเหลียวขวับไปมองพร้อมกัน ธันว์เป็นคนถามขึ้นว่า “อาการดีขึ้นแล้วเหรอ ทำไมรีบลุก สีหน้าคุณยังไม่ดีขึ้นเลย น่าจะนอนพักอีกหน่อย”

“มิ้นไม่เป็นอะไรแล้ว ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณพี่อัตด้วยนะคะที่ทำแผลให้ พันผ้าก๊อซซะสวยเชียว” เธอหันไปทางอัตราเมื่อกล่าวประโยคหลัง

“ต้องขอบคุณพี่ธันว์ด้วย รายนั้นช่วยพันผ้าก๊อซ”

“พี่แค่พันผ้าก๊อซ แต่พี่ชายคุณช่วยใส่ยา” ธันว์รีบออกตัว

มินตรามองธันว์ด้วยสายตาซาบซึ้ง “ขอบคุณพี่ธันว์มากค่ะ เพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจของพี่ๆ งั้นเดี๋ยวมิ้นทำไข่เจียวให้ดีไหมคะ?”

“ไม่ต้อง” สองหนุ่มประสานเสียงขึ้นพร้อมกัน คนทั้งคู่จ้องมินตราอย่างขยาดๆ ก่อนที่ธันว์เป็นฝ่ายพูดขึ้น “ไม่ต้องเลยแม่ตัวยุ่ง คุณไม่สบาย ไปนั่งพักเถอะ เดี๋ยวผมกับอัตจัดการเอง”

“มิ้นไม่เป็นอะไรแล้ว”

“ไม่เป็นอะไรที่ไหนล่ะ สลบเหมือดอย่างนั้น พี่เพิ่งรู้ว่าเรากลัวเลือด” อัตราโต้

“ถ้าปริมาณน้อยๆ ก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แต่นี่มากไปนิด มันเลยแสดงอาการ”

“วันหลังต้องระวังให้มากกว่านี้” ธันว์เตือนด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“ค่ะ...ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง” มินตราทำหน้าชะงัก “มิ้นเพิ่งนึกออก... มิ้นยืมเงินพี่ธันว์นี่นา เดี๋ยวมิ้นขึ้นไปหยิบเงินมาให้นะคะ พี่อัตให้เงินมิ้นมาแล้ว”

“ให้เราหรือว่าเราไถ?” อัตราเย้ายิ้มๆ

มินตราปรายตาค้อน “พี่อัตน่ะ...”

อัตราหัวเราะ ขณะที่ธันว์มองอย่างเอ็นดู “ไม่ต้องใช้คืนผมหรอก เงินแค่นั้นเล็กน้อย”

“ใช่... เลี้ยงสาวๆ มากกว่านั้นเยอะใช่ไหมธันว์” ประโยคหลังเขาหันไปแซวเพื่อน ได้ผลฝ่ายนั้นปรายตามามองอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ

ธันว์หันไปสบตาเด็กสาวอย่างกริ่งเกรง เนื่องจากเห็นเธอมีสีหน้าเปลี่ยนไปในทันทีที่อัตราล้อเลียนเรื่องเลี้ยงผู้หญิงคนอื่น เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องรู้สึกเดือดร้อนมากมายกับสายตาคู่นั้น ธันว์พยายามลดความรู้สึกผิดด้วยการชี้แจงว่า

“ไม่ใช่เลี้ยงสาวๆ หรอกไอ้เสือ นายก็พูดเกินไป ก็แค่เลี้ยงเพื่อนฝูงยามที่มีโอกาส ซึ่งก็นานๆ ครั้ง”

อัตราหัวเราะอย่างรู้ทัน ไม่เอ่ยอะไร เขาถามน้องสาวว่า “เราไปยืมเงินพี่ธันว์มาตั้งแต่เมื่อไหร่ เพิ่งมาถึงเมื่อวานไม่ใช่เหรอ”

“ค่ะ...มิ้นยืมไปร้อยดอล”

“งั้นเดี๋ยวพี่ใช้คืนให้”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ มิ้นใช้คืนเองเพราะเงินที่พี่ให้มาก็มากอยู่ ใช้หนี้พี่ธันว์ไปก็ยังเหลืออีกเยอะ เดี๋ยวมิ้นไปหยิบมาให้นะคะ” ประโยคท้ายหันไปทางธันว์แล้วเธอก็เดินออกจากห้องครัวแห่งนั้นเพื่อไปหยิบเงินมาให้ชายหนุ่ม

อัตราหันไปทางเพื่อน “ไม่เห็นนายบอกว่ายายมิ้นยืมเงิน”

“ไม่ใช่ยืมหรอก ฉันคืนเงินที่เธอไปหาซื้อกระปุกออมสินมาใช้คืน”

“อ้อ...” อัตราพยักหน้ารับรู้

คนทั้งคู่พูดคุยอะไรต่ออีกครู่ใหญ่ๆ แล้วเสียงวิ่งตึงๆ ของมินตราก็ดังเข้ามาในห้องครัว เด็กสาววิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นๆ ลมหายใจหอบกระชั้น

“แย่แล้วพี่อัต เกิดเรื่องใหญ่แล้ว”

“มีอะไร”

“มิ้นทำบัตรเครดิตหาย จะหยิบเงินคืนพี่ธันว์ ถึงได้รู้ว่าบัตรเครดิตหายไปแล้ว”

“ทำหายที่ไหน”

“คงตอนที่มิ้นไปหาซื้อกระปุกออมสินคืนพี่ธันว์แน่เลย คงหล่นหายตอนที่ควักเงินให้แคชเชียร์ สงสัยจะหายที่ห้างทาร์เก็ตนั่นแหละ” มินตราเดินไปเขย่าแขนเสื้ออัตรา “พี่อัตไปเป็นเพื่อนมิ้นหน่อยสิคะ มิ้นต้องไปเอาบัตรเครดิต ขืนหายไปอีกใบยุ่งแน่ เพราะแค่ปีนี้มิ้นทำหายไปสามใบแล้ว ถ้าแม่รู้...แม่ต้องเอามิ้นตายแน่” มินตราพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน

อัตราทำหน้าไม่ประหลาดใจ เพราะพอนึกถึงพฤติกรรมของมินตราตลอดวันที่ผ่านมา เขาก็ไม่แปลกใจแล้ว ใจคิดแต่ปากพูดว่า “ก็ได้เจ้าตัวยุ่ง” เขาหันไปทางเพื่อน “งั้นเดี๋ยวฉันมานะธันว์”

“ตามสบาย ขอให้หาเจอนะ”

“ขอบคุณค่ะ นี่เงินร้อยดอลนะคะ” มินตราพูดพลางยัดธนบัตรใส่มือธันว์

ธันว์มองคนทั้งคู่ที่ออกจากบ้านจนลับสายตาแล้ว จึงก้มมองธนบัตรในมือ หูยังคงได้ยินเด็กสาวโวยวายกับอัตราว่า “ตัวยุ่งที่ไหน มิ้นเป็นน้องสาวพี่นะ ขืนเรียกว่าเจ้าตัวยุ่งอีกคำเดียว มิ้นจะเป็นแม่ตัวยุ่งให้พี่ดูจริงๆ ด้วย”

ธันว์คลี่ยิ้ม นึกขำในใจว่าเด็กสาวเล่นขู่อย่างนั้นใครจะกล้า... เพราะลำพังไม่ทำตัวยุ่ง แม่เจ้าประคุณก็ทำให้ทุกเรื่องยุ่งเป็นยุงตีกันได้อยู่แล้ว

น่าแปลก...แค่สองวันที่เด็กสาวก้าวเข้ามาในบ้าน เขาก็รู้สึกว่าอะไรๆ ในบ้านหลังนี้ เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง ไม่สิ... บ้านอาจจะไม่เปลี่ยน แต่ความรู้สึกของเขาต่างหากที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะความรู้สึกที่มีต่อผู้หญิงคนอื่นๆ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ชีวิตของเขาดูจะมีรสชาติและสีสันมากขึ้นเมื่อมินตราก้าวเข้ามา ธันว์ยอมรับว่าเริ่มหวั่นไหวกับการอยู่ใกล้ผู้หญิงที่แสนร่าเริงและขี้เล่นคนนั้น

อนาคตจะเป็นอย่างไรเขาไม่รู้ แต่ ณ วันนี้เวลานี้เขาตอบได้ว่าเขาอยากอยู่ใกล้เด็กสาว อยากจะ... ธันว์ชะงักความคิดเมื่อเผลอคิดสวนทางในสิ่งที่อัตราห้าม แต่นั่นล่ะจะทำอย่างไรได้ ในเมื่อเธอสวย สดใสร่าเริงและเป็นธรรมชาติราวกับแสงแดดยามเช้า มินตราไร้เดียงสาราวกับดอกไม้แรกแย้ม ใครอยู่ใกล้ ไม่รู้สึกหวั่นไหวบ้าง เขาว่าความรู้สึกคงตายด้านไปแล้ว

ใช่...เธอเป็นตัวป่วนของแท้ แต่เป็นตัวป่วนที่สร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับคนรอบข้าง

ก็ดูสิ...เธอจากไปไม่ถึงนาที บ้านกลับเงียบเหงาลงทันตา ความสดใสและความมีชีวิตชีวาดูจะโบยบินไปพร้อมกับตัวเธอ...









Create Date : 25 เมษายน 2553
Last Update : 25 เมษายน 2553 22:13:20 น.
Counter : 528 Pageviews.

0 comments
ชาติ ครุณา ::: บทที่ ๖ : ครุฑี zionzany
(31 ธ.ค. 2564 18:50:51 น.)
:: ใกล้หรือไกล :: กะว่าก๋า
(30 ธ.ค. 2564 06:41:09 น.)
เจ็บไหน เจ็บกว่ากัน multiple
(30 ธ.ค. 2564 05:11:42 น.)
I Dreamed A Dream ปรศุราม
(27 ธ.ค. 2564 11:19:41 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Kanittaya.BlogGang.com

คณิตยา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]

บทความทั้งหมด