ตามรักข้ามเวลา...บทนำ/3





ตามรักข้ามเวลา...บทนำ/3


มินตราทุ่มตัวลงบนเตียงด้วยน้ำตาที่นองสองข้างแก้ม เด็กสาวเกลือกใบหน้าไปมากับหมอนราวกับต้องการขจัดความเศร้าหมองและความชอกช้ำให้หายไปจากจิตใจซึ่งเกิดจากการถูกชายคนเดียวที่เฝ้ารักมาโดยตลอดปฏิเสธอย่างไม่ไยดี เธอปล่อยโฮดังลั่นแทบจะกลบเสียงโทรทัศน์ที่เปิดทิ้งไว้ เนื่องจากอัดอั้นมาตั้งแต่ตอนคุยกับเขา แต่พยายามสู้กล้ำกลืนฝืนทนเอาไว้

เสียงร่ำไห้ของเด็กสาวค่อยๆ ซาลง เมื่อเวลาผ่านไปพักใหญ่ ในจังหวะเดียวกับที่เสียงผู้ดำเนินรายการในโทรทัศน์ดังขึ้นส่งผลให้ข้อความที่ผ่านโสตประสาทดึงดูดมินตราจนเหลียวไปมองอย่างสนใจ

“ถ้าพูดถึงภาพยนตร์ย้อนเวลา เรื่องที่คลาสสิกและเป็นที่กล่าวขวัญมาทุกยุคทุกสมัย คงหนีไม่พ้นเรื่องฟิลาเดลเฟีย แอ็กเปอริเมนท์ (Philadelphia Experiment)”

ผู้ดำเนินรายการเกริ่นขึ้นเป็นภาษาอังกฤษเป็นประโยคแรก จากนั้นตามมาด้วยรายละเอียด มินตรานิ่งฟังอย่างตั้งใจ

“เพราะเป็นแบบฉบับภาพยนตร์ย้อนเวลาของยุคแรกๆ ก็ว่าได้ ฟิลาเดลเฟีย แอ็กเปอริเมนท์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเดินทางทะลุมิติเวลาในสมัยแรกๆ ของบริษัทอีเอ็มไอ ตรอน คอร์เปอเรชั่น (EMI Thron Corp.) ซึ่งเป็นบริษัทสร้างหนังยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ เรื่องนี้เชื่อกันว่าสร้างขึ้นจากเรื่องจริงของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ได้มีการทดลองโครงการลับทางการทหาร ชื่อว่าเรนโบว์โปรเจ็คต์ (Project Rainbow) หรือการทดลองฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia Experiment) ซึ่งทำการทดลองในปี ค.ศ.1943 แล้วเกิดการล่องหนของเรือพิฆาตเอลดริดจ์ ดีดี 173 (USS Eldridge , DE (Destroyer Escort) 173 ) ขึ้นอย่างบังเอิญ”

รายการในโทรทัศน์ยังดำเนินต่อไปเป็นภาษาอังกฤษว่า “ความมุ่งหวังของกองทัพเรือสหรัฐฯ คือ ทำให้เรือรบของตนเองรอดพ้นจากการตรวจจับด้วยเรดาร์ของฝ่ายข้าศึกเพื่อจะได้มีชัยในสงคราม จึงได้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการทดลอง โดยอาศัยแนวคิดในทฤษฎีสนามรวม<1> (Unified Field Theory) ของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) ซึ่งบ่งชี้ว่าแรงโน้มถ่วง เวลา และห้วงอวกาศ สามารถรวมกันเป็นหนึ่งเดียวได้ด้วยพลังอำนาจแม่เหล็กไฟฟ้า ดังนั้นถ้าเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างสภาวะแม่เหล็กกับไฟฟ้า ก็จะสามารถยักย้ายความถ่วงและมวลสารได้”

“การทดลองฟิลาเดลเฟียดังกล่าว ได้ติดตั้งอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่เรียกว่าไทม์ ซีโร่ เยอเนอเรเตอร์ (Time Zero Generator) และเครื่องกำเนิดแม่เหล็กไฟฟ้าอีก 4 เครื่องบริเวณหัวเรือ ซึ่งคาดหวังว่าพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าจะทำการเบี่ยงเบนคลื่นเรดาร์ ทำให้คลื่นเรดาร์ไม่กระทบลำเรือแล้วสะท้อนกลับไปยังตัวรับสัญญาณ ข้าศึกจะได้ใช้เรดาร์ตรวจจับเรือรบไม่ได้ แต่ผลปรากฏว่าเมื่อได้ทดลองจริงๆ มีความผิดพลาดเกิดขึ้น โดยเรือพิฆาตเอลดริดจ์ เกิดการล่องหนไป”

มินตราขยับลุกนั่งเมื่อภาพจากจอโทรทัศน์ ปรากฏเป็นรูปถ่ายขาวดำของเรือพิฆาตเอลดริดจ์ ถึงตอนนี้น้ำตาของเด็กสาวก็เหือดแห้งไปแล้ว เพราะความสนใจถูกเบี่ยงเบน รายการสารคดีต่างประเทศดำเนินต่อไปว่า “ครั้งแรกเรือรบหายไปประมาณ 15 นาทีและไปโผล่ยังท่าเรือในรัฐเวอร์จิเนียซึ่งอยู่ห่างจากสถานที่ทดลองถึง 965 กิโลเมตร และครั้งที่สองหายไปนานถึง 4 ชั่วโมง โดยคราวนี้เรือเอลดริดจ์ไปโผล่ยังกาลเวลาในอนาคต คือ เดือนสิงหาคม ค.ศ.1983 หรือในอีก 40 ปีข้างหน้า ณ บริเวณที่ทำการทดลองโครงการฟินิกส์ (Phoenix Project) ซึ่งตั้งอยู่ที่มอนทอก เมืองลองไอส์แลนด์ (Montauk, Long Island) ผลการทดลองฟิลาเดลเฟีย มีลูกเรือไม่กี่คนที่รอดชีวิตกลับมาและหนึ่งในนั้นคืออัลเฟรด เบเลก (Alfred Bielek) หรือชื่อเดิม เอ็ดวาร์ด เอ คาเมรอน (Edward A. Cameron) และกลายมาเป็นผู้เล่าเรื่องนี้ในเวลาต่อมา”

ภาพหน้าจอปรากฏเป็นรูปของอัลเฟรด เบเลก ใบหน้าของเขา ตลอดจนเรื่องราวการทดลองฟิลาเดลเฟีย ทำให้เธอหวนคิดถึงปู่ แล้วความคิดและความรู้สึกของเด็กสาวก็ดำดิ่งไปไกลจากภาพในโทรทัศน์

ปู่ของมินตรามีชื่อว่า เอ็ดเวิร์ด ทำงานเป็นนักวิทยาศาสตร์ให้กับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศในทวีปยุโรปเพื่อการวิจัยและพัฒนามวลมนุษยชาติ (European Organization for Human Research : EOHR) องค์กรอีโอเอชอาร์กำลังคิดค้นวิธีประดิษฐ์เครื่องเดินทางข้ามเวลา เพื่อพิสูจน์ความเชื่อที่ว่าการเดินทางข้ามเวลาสามารถเกิดขึ้นได้จริง ไม่ใช่แค่เรื่องจินตนาการเพ้อฝัน

อีโอเอชอาร์ ทำหน้าที่วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้เพื่อมวลมนุษยชาติ โดยเรื่องหนึ่งที่องค์กรกำลังศึกษาค้นคว้าอย่างคร่ำเคร่งก็คือ ทฤษฎีการเดินทางข้ามเวลา ถ้าทำสำเร็จก็จะเป็นกุญแจสำคัญที่นำพามนุษย์ไปไกลแบบก้าวกระโดด โดยจะส่งคนไปยังโลกอนาคต เพื่อศึกษาวิวัฒนาการและเทคโนโลยี แล้วนำกลับมาใช้ในโลกปัจจุบัน

ในอดีตมีอย่างน้อยสองทฤษฎีที่พูดถึงเรื่องการเดินทางข้ามเวลา คือ ทฤษฎีสัมพันธภาพพิเศษ (Special Theory of Relativity) ของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ โดยแสดงถึงการเดินทางข้ามเวลาไปสู่อนาคตด้วยการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ซึ่งเป็นผลให้เวลาของผู้เดินทางช้าลง หรือเรียกว่า Time Dilation Effect และอีกทฤษฎีหนึ่งเป็นของคูร์ท เกอเดิล (Kurt Gödel) นักคณิตศาสตร์ชาวเช็ก เขาได้ค้นพบรูปแบบของกาลอวกาศ (space-time) ในกรอบของทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป (General Theory of Relativity) ซึ่งจะทำให้สามารถเดินทางกลับไปสู่อดีตได้

การล่องหนของเรือรบเอลดริดจ์ ในระหว่างการทดลองฟิลาเดลเฟีย ยังคงเป็นที่คลางแคลงใจของนักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มว่าน่าจะเป็นเพียงเรื่องเล่าสนุกสนานของพวกลูกเรือเอลดริดจ์เพราะดูเหมือนจะเป็นเรื่องเกินจริง แต่สำหรับองค์กรอีโอเอชอาร์ ซึ่งจัดตั้งโดยกลุ่มประเทศในยุโรปและปัจจุบันมีนักวิทยาศาสตร์เป็นสมาชิกกว่า 1,000 คน จาก 140 ประเทศทั่วโลก เชื่อว่าน่าจะมีมูลความจริงเพราะตามทฤษฎีของไอน์สไตน์และตามแนวคิดของเกอเดิลแล้ว มีโอกาสที่จะเป็นไปได้สูง

อีโอเอชอาร์ จึงเริ่มต้นการทดลองเรื่องการเดินทางข้ามเวลามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1999 โดยพัฒนาแนวคิดและทฤษฎีมาเรื่อยภายใต้ชื่อโครงการว่าซันไชน์โปรเจ็คต์ (Sunshine Project) กระทั่งผ่านไป 3 ปีทฤษฎีเริ่มตกผลึกและเกิดเป็นรูปธรรมชัดเจน องค์กรจึงได้ให้นักวิทยาศาสตร์ในสังกัดไปคิดประดิษฐ์เครื่องเดินทางข้ามเวลาตามหลักการที่องค์กรวางไว้ จวบจนบัดนี้นักวิทยาศาสตร์ได้แยกย้ายไปทำงานที่ได้รับมอบหมายตามแนวคิดของตัวเองเป็นเวลา 6 ปีแล้ว และทุกปีผู้รับผิดชอบโครงการเหล่านั้นจะต้องเดินทางไปรายงานความคืบหน้าสิ่งประดิษฐ์ของตัวเองยังกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ภายใต้การประชุมสัมมนาประจำปีขององค์กรอีโอเอชอาร์



ผลจากการดูสารคดีภาพยนตร์การเดินทางข้ามเวลา ทำให้เด็กสาวตัดสินใจไปหาเอ็ดเวิร์ดผู้เป็นปู่ มินตรารีบอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้ามาเป็นชุดลำลอง แล้วเดินลงไปยังห้องใต้ดินของคฤหาสน์ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของเขา

เอ็ดเวิร์ดทำหน้าแปลกใจเมื่อเห็นเด็กสาว เขาทักทายเป็นภาษาอังกฤษขึ้นว่า “ทำไมมาหาปู่ซะดึกดื่น” แม้พูดภาษาไทยได้ เนื่องจากติดตามลูกชายมาอยู่เมืองไทยหลายปี กระนั้นชายสูงวัยก็ชอบพูดคุยกับหลานชายและหลานสาวด้วยภาษาอังกฤษ

ปู่ของเด็กสาวเป็นหม้าย เมื่ออาเธอร์ผู้เป็นลูกชายคนเดียวแต่งงานกับสาวไทย เอ็ดเวิร์ดจึงตัดสินใจย้ายตามมาอยู่ที่เมืองไทยทันที ชายสูงอายุเป็นแบบฉบับของนักวิทยาศาสตร์ในอุดมคติ เขามีผมสีเงินยาวเคลียไหล่และมักรวบไว้ด้านหลังเป็นนิตย์ รูปร่างสูงใหญ่อย่างชายอเมริกันและสวมชุดคลุมสีขาวแบบนักวิทยาศาสตร์ในห้องทดลองตลอดเวลา

เอ็ดเวิร์ดใช้เวลาหลายปีขลุกอยู่ในห้องใต้ดินของคฤหาสน์ เพื่อสร้างสิ่งประดิษฐ์ล่าสุดที่เรียกว่าเครื่องเดินทางข้ามเวลา ภายใต้คฤหาสน์ซึ่งมีเกือบสิบห้องนอนหลังนี้ อาเธอร์สั่งให้สถาปนิกออกแบบชั้นใต้ดินเป็นห้องแล็ปทางวิทยาศาสตร์ และใช้เงินเนรมิตให้ห้องอับชื้นกลับมาหอมตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นดอกมะลิซึ่งเป็นกลิ่นโปรดของเจ้าของห้อง พื้นที่ข้างล่างค่อนข้างยาวและกว้างขวาง อีกทั้งสว่างไสวเนื่องจากมีการออกแบบให้แสงสว่างสามารถส่องลงมาได้รอบทิศ มินตราลงมาข้างล่างบ่อยครั้งเพื่อพูดคุยกับชายสูงวัย เธอจึงสนิทและเป็นหลานรักของเขา

“มิ้นมีเรื่องอยากรบกวนปู่” เธอตอบออกไปตรงๆ พลางทรุดนั่งบนเก้าอี้ที่เอ็ดเวิร์ดประดิษฐ์ขึ้น

ผู้เป็นเจ้าของพื้นที่เลิกคิ้ว เขานั่งตรงข้ามเด็กสาว ก่อนจะกล่าวว่า “มีอะไรว่าไปหลานรัก”

มินตรายิ้มเพลียๆ แล้วว่า “มิ้นอยากรู้ว่าปู่ประดิษฐ์ไทม์แมชชีนคืบหน้าไปถึงไหนแล้วคะ”

“หลานหมายถึงเตียงขนส่งระยะไกลเหรอ”

เตียงขนส่งระยะไกล หรือ Teleportation Bed เป็นเครื่องเดินทางข้ามเวลา ที่เอ็ดเวิร์ดศึกษาและพัฒนามาจากโครงการฟินิกซ์ที่เกิดขึ้นในค.ศ. 1983 แต่ครั้งนั้นการทดลองยังไม่สมบูรณ์เพราะถูกยกเลิกโครงการไปก่อน คราวนี้นักวิทยาศาสตร์รวมถึงเอ็ดเวิร์ดนำมาต่อยอดและได้ค้นพบวิธีบันทึกคลื่นสมองของมนุษย์ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์

ไทม์แมชชีนที่เขาประดิษฐ์ขึ้น ประกอบไปด้วยสายไฟ 3 เส้นที่เชื่อมต่อไปยังเครื่องรับเอ็กซ์ เครื่องรับวายและเครื่องรับแซด เพื่อแปลงสัญญาณ โดยอาศัยเสาอากาศเดลต้า-ที (Delta-T Antenna) เครื่องมือดังกล่าวเอ็ดเวิร์ดตั้งชื่อว่าไซโค โทรนิคส์ (Psycho-Tronics) และเมื่อผู้ถูกทดลองนอนอยู่บนเตียง เครื่องนี้ก็จะสร้างสนามพลังงานออกมาและก่อให้เกิดประตูมิติเวลา จากนั้นจะส่งผู้ถูกทดลองไปอีกมิติหนึ่งผ่านประตูมิติเวลานั้น

มินตราตอบผู้เป็นปู่ว่า “ใช่ค่ะ แล้วปู่เคยทดลองเจ้าไทม์แมชชีนเครื่องนี้หรือยังคะ”

“เคยแล้ว ปู่ใช้เตียงเทเลพอร์เทชั่นส่งลูกสุนัขไปในโลกอดีต” ชายสูงวัยพูดพลางบุ้ยปากไปทางเตียงแก้วที่วางอยู่กลางห้อง ซึ่งมีแผงคอมพิวเตอร์เหนือพนักเตียงและมีสายไฟฟ้าระโยงระยาง เขาเสริมต่อว่า “ระบบคอมพิวเตอร์ที่ปู่คิดค้นขึ้น สามารถตั้งจุดพิกัดที่จะส่งสัตว์ทดลองไปที่ไหนก็ได้ การทำงานคล้ายกับกูเกิล เอิร์ท แต่ของปู่จะละเอียดและลงลึกกว่ามาก และเครื่องรับส่งสัญญาณที่ปู่ประดิษฐ์ขึ้น มีทั้งแบบปลอกคอ สายรัดข้อมือ และสร้อยล็อกเกต ตอนส่งลูกสุนัขไป ปู่เลือกใช้เครื่องรับสัญญาณแบบปลอกคอ ผลปรากฏว่ามันใช้งานได้ดี สามารถส่งสัญญาณกลับมาที่คอมพิวเตอร์เพื่อบอกจุดพิกัดว่าลูกสุนัขเดินทางย้อนเวลาไปอยู่บ้านหลังเก่าที่อเมริกาตรงตามที่ตั้งไว้ ว่าแต่หลานถามเรื่องนี้ทำไม”

“มิ้นแค่สงสัยว่าปู่ไม่คิดจะใช้ทดลองกับคนบ้างเหรอ บางทีอาจจะไขความกระจ่างในเรื่องการเดินทางข้ามเวลาได้มากกว่านี้ ทดลองกับสัตว์เราไม่สามารถสอบถามผลจากการเดินทางข้ามเวลา แต่กับคน เราจะได้คำตอบทุกอย่างที่อยากรู้”

“ทำไมจะไม่สน แต่ปัญหาคือปู่จะหาผู้ที่ยอมเสียสละคนนั้นจากที่ไหน”

“มิ้นไงคะ”

“อะไรนะ” เอ็ดเวิร์ดถามหลานสาวด้วยอาการตาค้าง

มินตราไม่สนใจท่วงท่าตกตะลึงของคนเป็นปู่ เธอเสริมต่อว่า “มิ้นอาสาเองค่ะ มิ้นอยากย้อนเวลาไปเปลี่ยนแปลงอดีตของพี่ธันว์ แฟนพี่ธันว์เสียชีวิตเพราะถูกพวกขี้ยาข่มขืนแล้วฆ่า พี่ธันว์ฝังใจว่าเป็นความผิดของเขาตลอดเวลาที่ผ่านมา ทั้งที่ไม่ใช่สักนิด เพราะฉะนั้นมิ้นอยากเดินทางไปในอดีตเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงนั่น” เด็กสาวตบท้ายด้วยการเล่าถึงชีวิตรักเมื่อครั้งอดีตของธันว์ให้กับเอ็ดเวิร์ดฟังอย่างละเอียด

นักวิทยาศาสตร์สูงวัยใคร่ครวญ ก่อนจะถามว่า “หลานจะไปแก้ไขยังไง”

“มิ้นจะไปเตือนพี่ธันว์กับแฟนพี่เขา”

“การไปฝืนชะตากรรม ปู่ไม่รู้ว่าจะเกิดผลอะไรตามมาบ้าง”

“ไม่เป็นไรค่ะ มิ้นแค่ไปบอกพี่เขาให้ระวังตัวว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรบ้างในขณะที่พรีฮันนีมูน”

“งั้นหลานต้องเลือกย้อนเวลาไปก่อนที่ธันว์จะเดินทางกลับมาเมืองไทย ซึ่งตอนนั้นธันว์เรียนจบฮาร์วาร์ดแล้ว” เอ็ดเวิร์ดหมายถึง 7 ปีก่อน

มินตราทำหน้าเหยเก “ขอมิ้นไปก่อนหน้านั้นได้ไหมคะ ขอย้อนเวลาไปก่อนที่พี่ธันว์จะเป็นแฟนกับซาร่าห์”

ผู้เป็นปู่ชะงัก เขาจ้องหน้าสวยคมของหลานสาวอย่างพินิจ แววตาคมกริบที่บอกถึงความฉลาดและรู้เท่าทันฉายรอยไตร่ตรองเมื่อตั้งข้อสังเกตว่า “หลานกำลังเล่นซนอะไรอยู่หรือเปล่า”

“เปล่าค่ะ” เด็กสาวปฏิเสธด้วยเสียงหนักแน่น พร้อมกับสู้สายตาของเอ็ดเวิร์ดแน่วแน่

“หลานคิดดีแล้วเหรอ ปู่กลัวว่าจะเป็นการฝืนโชคชะตา”

“การช่วยชีวิตคนให้รอดพ้นจากความตาย เป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่เหรอคะ” หลานสาวคนสวยย้อนถามไปอีกทาง

นักวิทยาศาสตร์ที่มากด้วยความสามารถถอนหายใจ ก่อนตอบว่า “ปู่ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิดกับการเลือกที่จะตามใจหลานในครั้งนี้ แต่ปู่ขอบอกก่อนนะว่าที่ผ่านมาไทม์แมชชีนเครื่องนั้นยังไม่เคยทดลองกับคน ฉะนั้นปู่ไม่รู้ว่าจะเกิดผลอย่างไรบ้าง หลานไม่กลัวเรอะ”

“ไม่ค่ะ เครื่องนั้นเคยทดลองกับลูกสุนัขมาแล้ว และสัตว์ทดลองของปู่ก็ปลอดภัยดี”

“นั่นเพราะว่าปู่ไม่ได้ส่งลูกสุนัขไปเจอตัวของมันเอง ถ้าไปเจอ มันก็จะหายไปเหมือนกัน ”

“งั้นมิ้นสัญญาว่าจะไม่ไปเจอตัวของมิ้นในโลกอดีต ตกลงปู่อนุญาตให้มิ้นไปใช่ไหมคะ”

เอ็ดเวิร์ดส่ายหน้า

คนเป็นหลานนิ่วหน้าและย้อนถามกลับทันควัน “ทำไมละคะ”

ผู้เป็นปู่มีสีหน้ากังวลใจขณะตอบว่า “เรากำลังจะฝืนธรรมชาติใช่ไหม การกลับไปแก้ไขอดีต มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือเปล่า”

“จะดีหรือไม่ดีมิ้นไม่รู้ แต่อย่างหนึ่งที่มิ้นรู้ ก็คือ เราจะค้นพบองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่ตอบคำถามว่ามนุษย์จะสามารถสร้างโลกใหม่ให้ดีกว่าเดิมได้มั้ย การเดินทางย้อนเวลาของมิ้นจะเป็นประโยชน์กับมวลมนุษยชาติในอนาคตและจะไขความกระจ่างให้กับนักฟิสิกส์ในสิ่งที่พวกเขากำลังสงสัยได้อีกมาก”

“เข้าใจชักแม่น้ำทั้งห้า แต่ปู่ก็ยังหวั่นอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับหลาน อีกอย่างอาจเป็นการฝืนกฎธรรมชาติ” พูดมาถึงตรงนี้ แววตาของผู้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนาน ก็ปรากฏรอยหวั่นไหวชัดเจน เอ็ดเวิร์ดไม่มั่นใจว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังจะตัดสินใจถูกต้องหรือไม่ แต่ที่สุดเขาก็ตอบหลานรักไปว่า “เอาเถอะถ้าหลานยืนยันอยากจะทดลองเทเลพอร์เทชั่นเบดเครื่องนั้นจริงๆ ก็ขอเวลาให้ปู่ได้คิดไตร่ตรองหน่อย ถึงปู่จะยอมให้หลานเดินทางย้อนเวลาได้ มันก็ยังต้องเตรียมการอะไรหลายอย่าง”


--------------------------------------
(1) Unified Field Theory : ทฤษฎีสนามรวม (นักวิชาการบางท่านแปลว่าทฤษฎีสนามเอกภาพ) คิดค้นโดยอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ซึ่งเขาเสนอว่าแรงพื้นฐานในธรรมชาติทั้ง 4 แรง คือ แรงโน้มถ่วง แรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงนิวเคลียร์แบบเข้ม และแรงนิวเคลียร์แบบอ่อน แต่แรกเริ่มอยู่รวมกับกำเนิดของจักรวาล เป็นแรงเดียวกันมาก่อน แล้วต่อมาหลังบิกแบง (Big Bang) จึงเริ่มมีการแยกออกมาเป็นแรง 4 แรงดังกล่าว แต่ทฤษฎีดังกล่าวยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ไอน์สไตน์ก็มาเสียชีวิตลงก่อน

จบตอน

















Create Date : 19 มีนาคม 2553
Last Update : 20 เมษายน 2553 9:52:03 น.
Counter : 894 Pageviews.

2 comments
:: ใกล้หรือไกล :: กะว่าก๋า
(30 ธ.ค. 2564 06:41:09 น.)
เจ็บไหน เจ็บกว่ากัน multiple
(30 ธ.ค. 2564 05:11:42 น.)
บันทึกถึงคุณตา Insignia_Museum
(27 ธ.ค. 2564 15:02:47 น.)
I Dreamed A Dream ปรศุราม
(27 ธ.ค. 2564 11:19:41 น.)
  
อีกไม่นานหนูมิ้นก็จะย้อนเวลาไปซะแล้ว ย้อนไปเพื่อตามรักอ่ะเนอะ อิอิ
คุณอุ๋ยขา เอ๋ไม่ได้เป็นคนส่งพวงกุญแจไปให้อ่ะค่ะ เข้าใจว่าน่าจะเป็นแฟนคลับนักอ่านท่านอื่นค่ะ ^_^
โดย: pantan IP: 203.144.144.164 วันที่: 20 มีนาคม 2553 เวลา:17:35:46 น.
  
อืม...รับทราบค่า ^__^ แต่จะเป็นใครละเนี่ยที่ส่งให้อุ๋ย อยากรู้จริง >_<
โดย: คณิตยา วันที่: 21 มีนาคม 2553 เวลา:9:29:42 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Kanittaya.BlogGang.com

คณิตยา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]

บทความทั้งหมด