คุณสมบัติในการลดความอ้วนของน้ำมันมะพร้าว
คุณสมบัติในการลดความอ้วนของน้ำมันมะพร้าว

แม้กระทั่งในปัจจุบัน ยังมีความเชื่ออย่างผิด ๆ ว่าการบริโภคไขมันชนิดใดก็ตาม ทำให้น้ำหนักเพิ่ม แต่จากผลการวิจัย ได้สรุปแล้วว่า การที่น้ำหนักจะ
เพิ่มขึ้นนั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของไขมัน น้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้:

1. ให้พลังงานน้อยที่สุดในบรรดาไขมันทั้งหลาย: เนื่องจากเป็นไขมันขนาดกลาง (MCT) น้ำมันมะพร้าว จึงเป็นไขมันที่ให้พลังงานน้อยที่สุด คือเพียง 8.6 กิโลแคลอรีต่อกรัม เปรียบเทียบกับไขมันขนาดยาว (LCT) ชนิดอื่น ๆ ซึ่งให้พลังงานถึง 9 กิโลแคลอรีต่อกรัม
สรุปได้ว่า น้ำมันมะพร้าวให้พลังงานน้อยกว่าน้ำมันอื่น ๆ จึงทำให้ผู้บริโภคน้ำมันมะพร้าวได้พลังงานน้อยกว่า จึงไม่อ้วน

2. มีความอยู่ตัวสูง: น้ำมันมะพร้าว มีความอยู่ตัวทางเคมีสูง เพราะมีองค์ประกอบเป็นไขมันอิ่มตัว ที่อะตอมของคาร์บอนเชื่อมต่อกันเป็นสายโซ่ด้วยแขนเดี่ยว (single bond) ทำให้อะตอมของออกซิเจน หรือไฮโดรเจน ไม่สามารถเข้าไปแทนที่ได้ การไม่ถูกเติมออกซิเจน ทำให้ไม่เกิดอนุมูลอิสระ และการไม่ถูกเติมไฮโดรเจน ทำให้ไม่เกิดไขมันทรานส์ ทั้งอนุมูลอิสระและไขมันทรานส์ เป็นสาเหตุของโรคแห่งความเสื่อมมากมาย โดยเฉพาะโรคอ้วน
สรุปได้ว่าน้ำมันมะพร้าว ซึ่งเป็นไขมันอิ่มตัว ที่อยู่ตัว ไม่เกิดอนุมูลอิสระ และไขมันทรานส์ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และทำให้อ้วน

3. เคลื่อนที่ได้เร็ว ย่อยได้ง่าย และไม่เปลี่ยนไปเป็นไขมัน: น้ำมันมะพร้าว มีโมเลกุลขนาดปานกลาง (MCT) จึงถูกย่อยได้ง่าย และเคลื่อนย้ายได้สะดวก รวดเร็ว เมื่อบริโภคเข้าไป จะผ่านลำคอไปยังกระเพาะเข้าสู่ลำไส้ แล้วไปถูกเผาผลาญให้เป็นพลังงานในตับภายใน 24 ชั่วโมง โดยไม่ไปสะสมเป็นไขมันเหมือน กับน้ำมันที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ ดังนั้น ผู้บริโภคน้ำมันมะพร้าวจึงแข็งแรง เพราะได้พลังงานทันทีที่บริโภคเข้าไป
Ingle (1999) และ Enig (1999) พบว่ากรดไขมันอิ่มตัวขนาดปานกลาง (MCT) สามารถลดการสังเคราะห์และการเก็บสะสมไขมัน ดังนั้น การบริโภคเนยหรือน้ำมันมะพร้าว ซึ่งเป็นไขมันขนาดปานกลาง จึงมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ต้องการลดความอ้วน โดยการบริโภคอาหารที่มีไขมันต่ำ แต่เป็นไขมันที่โมเลกุลมีความยาวมาก กลับอ้วนกว่าเดิม
สรุปได้ว่า น้ำมันมะพร้าว ซึ่งมีโมเลกุลขนาดกลาง เคลื่อนที่ได้เร็ว ย่อยได้ง่าย และไม่เปลี่ยนไปเป็นไขมันที่ทำให้อ้วน

4. ช่วยเปลี่ยนไขมันที่สะสมไว้ก่อนไปเป็นพลังงาน: นอกจากนั้น น้ำมันมะพร้าว ยังไปกระตุ้นให้ต่อมธัยรอยด์ทำงานได้ดีขึ้น ก่อให้เกิดความร้อนจากผลของ thermogenesis ซึ่งช่วยในการเผาผลาญอาหารที่บริโภคเข้าไปพร้อมกัน ให้เปลี่ยนเป็นพลังงาน แทนที่จะไปสะสมเป็นไขมันในร่างกาย ความร้อนที่เกิดขึ้น จึงไปช่วยสลายไขมันที่ร่างกายสะสมอยู่ก่อนหน้านั้น ให้สลายตัวไปเป็นพลังงาน จึงทำให้ผู้บริโภคผอมลง ดังคำกล่าวที่ว่า Eat Fat - Look Thin และนี่เอง เป็นเหตุให้คนไทยสมัยโบราณ ไม่ค่อยมีใครอ้วน เพราะรับประทานมะพร้าว กะทิ และน้ำมันมะพร้าว ร่วมกับอาหารหวาน-คาว เพราะนอกจากตัวมันเองจะไม่ไปสะสมเป็นไขมันแล้ว น้ำมันมะพร้าว ยังช่วยไปดึงเอาไขมันที่ร่างกายสะสมไว้ก่อนหน้านั้น ไปเปลี่ยนให้เป็นพลังงาน
สรุปได้ว่า น้ำมันมะพร้าว ซึ่งเป็นกรดไขมันขนาดปานกลาง ที่นอกจากจะเปลี่ยนไปเป็นพลังงาน และไม่สะสมเป็นไขมันในร่างกายซึ่งทำให้อ้วนแล้ว ยังไปนำไขมันที่สะสมไว้ก่อนหน้า ไปเปลี่ยนเป็นพลังงาน จึงผอมลง

5. มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค: น้ำมันมะพร้าว มีกรดลอริก (lauric acid, C-12) อยู่สูงมาก (48-53%) ซึ่งเป็นสารตัวเดียวกันกับกรดไขมันที่มีในนมของมารดา (ซึ่งมีเพียง 3-18%) เมื่อบริโภคเข้าไปในร่างกาย กรดลอริกจะเปลี่ยนเป็นโมโน ลอริน (monolaurin) ที่มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งเชื้อโรค ไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อยีสต์ ไวรัส หรือโปรโตซัว นอกจากกรดลอริกแล้ว น้ำมันมะพร้าว ยังประกอบ ด้วยกรดไขมันที่มีขนาดปานกลางอีก 3 ชนิด (ตารางที่ 1) ทุกชนิด ต่างก็มีส่วนช่วยยับยั้งเชื้อโรค โดยไม่ทำให้เกิดการดื้อยา และจะฆ่าเฉพาะเชื้อโรคที่มีเกราะหุ้มเป็นไขมัน แต่ไม่ได้ทำลายจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ที่อยู่ในร่างกาย ที่ไม่ได้มีไขมันเป็นเกราะหุ้ม

สรุปได้ว่า น้ำมันมะพร้าวมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคทุกชนิด รวมทั้งชนิดที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของการเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงานและการสะสมไขมันในร่างกาย

6. มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ: อนุมูลอิสระ เป็นโมเลกุลที่อีเลกตรอนในวงแหวนรอบนอกสูญหายไป จึงไปขโมยอีเลกตรอนจากโมเลกุลข้างเคียง จึงเกิดเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ (chain reaction) ที่ทำให้เกิดความเสื่อมของเซลล์ อันเป็นสาเหตุของโรคแห่งความเสื่อมมากมาย รวมทั้งโรคอ้วนด้วย อนุมูลอิสระเกิดจากผลของการเติมออกซิเจน ในร่างกายของเรา มีสารแอนตีออกซิแดนต์ ที่ทำหน้าที่ต่อต้านอนุมูลอิสระ โดยการหยุดปฏิกิริยาลูกโซ่ (chain reaction) ที่ทำให้เกิดความเสื่อมของเซลล์ ปริมาณสารแอนตีออกซิแดนต์ ในร่างกาย ขึ้นอยู่กับอาหารที่เราบริโภคเข้าไป
ถ้าเป็นน้ำมันไม่อิ่มตัว เช่นน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันทานตะวัน น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันข้าวโพด ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดต้องผ่านกระบวนการ RBD ที่ทำลายสารต่อต้านการเติมออกซิเจนที่มีอยู่จนหมด ดังนั้นผู้บริโภคน้ำมันเหล่านี้ จึงไม่ได้สารแอนตีออกซิแดนต์ ดังนั้น เมื่อเซลล์ถูกกับออกซิเจนจึงเกิดกระบวนการเติมออกซิเจนให้แก่เซลล์ตลอดเวลา เพราะร่างกายของเรามีออกซิเจนบริบูรณ์จากการหายใจ ทำให้เซลล์เกิดอนุมูลอิสระ แม้กระทั่ง ผิวหนังของเราก็ถูกเติมออกซิเจน ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งสังเกตได้จากการที่ผิวหนัง มีรอยเหี่ยวย่น หากได้ชโลมน้ำมันมะพร้าวให้ผิวของเราแล้ว ผิวของเราก็จะลดความเหี่ยวย่นจากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ
สรุปได้ว่า น้ำมันมะพร้าว สามารถต่อต้านการเติมออกซิเจน ที่เป็นสาเหตุของการเกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งทำให้เกิดโรคแห่งความเสื่อม รวมทั้งโรคอ้วน

7. ช่วยให้สุขภาพดีโดยองค์รวม: การบริโภคน้ำมันมะพร้าว ช่วยให้มีสุขภาพดี แข็งแรง กระฉับกระเฉง ว่องไว ซึ่งก็มีส่วนให้ร่างกายใช้พลังงานมากขึ้น และไม่สะสมเป็นไขมันที่เป็นสาเหตุของความอ้วน


น้ำมันมะพร้าวช่วยให้คนผอม อ้วนขึ้น

เนื่องจากน้ำมันมะพร้าว สามารถลดน้ำหนักได้ จึงมีคำถามจากคนที่ผอมว่า มันจะทำให้คนผอมอยู่แล้ว ผอมลงไปอีกหรือไม่ ในเรื่องนี้ Fife (2005) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับโลกในเรื่องของน้ำมันมะพร้าว ให้คำตอบว่า “ไม่” ได้มีการศึกษาพบว่า ถ้าหากคุณมีไขมันในร่างกายอยู่น้อย น้ำมันมะพร้าว จะไม่มีผลในการกระตุ้นเมตา-บอลิสซึม ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่มีน้ำหนักตัวต่ำกว่าปกติ และผู้ที่ขาดอาหาร ยังจะเพิ่มน้ำหนักขึ้นได้ ถ้าเติมน้ำมันมะพร้าวลงไปในอาหาร ดังนั้น ถ้าหากคุณมีน้ำหนักเกิน น้ำมันมะพร้าวจะช่วยลดไขมันออกจากร่างกายของคุณ แต่ถ้าคุณมีน้ำหนักน้อยกว่าปกติ น้ำมันมะพร้าว ก็จะช่วยให้คุณมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น จึงสรุปได้ว่า น้ำมันมะพร้าว ช่วยให้คนอ้วน ผอมลง และคนผอม อ้วนขึ้น




ขอบคุณข้อมูล จากหนังสือ น้ำมันมะพร้าวลดความอ้วนได้อย่างไร? โดย ดร.ณรงค์ โฉมเฉลา ประธานชมรมอนุรักษ์ และพัฒนาน้ำมันมะพร้าวแห่งประเทศไทย ด้วยความปรารถนาดี กานดา แสมมณี (kandanalike)



Create Date : 27 มีนาคม 2554
Last Update : 27 มีนาคม 2554 10:50:04 น.
Counter : 2507 Pageviews.

3 comments
ปั่นกระเสียว เที่ยววังคัน ครั้งที่ ๖ onfly
(12 ก.พ. 2563 11:58:56 น.)
ผลการแพร่เชื้อของไวรัส corona ป้องกันต้วเองด้วยการ ใช้หน้ากากอนามัย(mask) ใช้แล้วต้องทิ้งให้ถูกวิธี newyorknurse
(1 ก.พ. 2563 20:39:24 น.)
มาฟังเพลงรักจากอ้อมแอ้ม*ใจเอย* รับเทศกาลแห่งความรักที่ใกล้เข้ามา คนผ่านทางมาเจอ
(30 ม.ค. 2563 06:58:52 น.)
มารู้จักและเตรียมตัวป้องกัน"ไวรัสโคโรน่า" กันค่ะ คนผ่านทางมาเจอ
(21 ม.ค. 2563 13:06:54 น.)
  
ประโยชน์มากมาย ขอบคุณที่แบ่งปันจ้า
โดย: pragoong วันที่: 27 มีนาคม 2554 เวลา:12:50:02 น.
  
ขอบคุณมากค่ะ
โดย: Schnuggy ชนุ๊กกี้ วันที่: 27 มีนาคม 2554 เวลา:14:08:05 น.
  
แวะมาอ่านจร้าขออนุญาตฝากเว็บไว้ในอ้อมกอดน้อยๆด้วยนะครับ|เข้าชมเว็บ บิ๊กอายขอบคุณครับ
โดย: bigeye (tewtor ) วันที่: 15 เมษายน 2554 เวลา:13:28:34 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Kandanalikecoconutoil.BlogGang.com

kandanalike
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]

บทความทั้งหมด