“ธุรกิจ” เรื่องง่ายที่ไม่ง่าย ตอนที่ 10 แรงผลักดันคือจุดเริ่มต้น




ในบรรดาปัจจัยแห่งความสำเร็จทั้งมวล เช่น ความสามารถ สติปัญญา โชค จังหวะ เส้นสาย แรงผลักดัน ฯลฯ ผมยกให้แรงผลักดันเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลมากที่สุด เป็นปัจจัยที่ทำให้คนมีโอกาสประสบความสำเร็จมากที่สุด เพราะหากขาดซึ่งแรงผลักดันที่จะประสบความสำเร็จในสิ่งที่ทำแล้ว ไม่ว่าคนๆ นั้นจะมีสติปัญญาดีแค่ไหนก็ตาม ไม่ว่าคนๆ นั้นจะมีความสามารถสูงเพียงใดก็ตาม และไม่ว่าคนๆ นั้นจะมีโชค หรือมีคนส่งเสริมผลักดันเพียงใดก็ตาม หากขาดซึ่งความต้องการหรือแรงผลักดันที่จะประสบความสำเร็จในสิ่งนั้นๆ การกระทำก็จะไม่เกิด และเมื่อการลงมือกระทำไม่เกิด ความสำเร็จก็ย่อมไม่เกิดไปด้วย

เพราะอย่างน้อยที่สุด แม้คนที่มีสติปัญญาน้อยที่สุด แต่หากเขามีแรงผลักดันอย่างสูง บางครั้ง โอกาสฟลุ๊ก หรือโชคก็อาจเข้าข้างเข้าสักวัน แต่ในทางตรงกันข้าม คนบางคน แม้โอกาสจะผ่านมาตรงหน้าก็กลับไม่ไขว่คว้า ซึ่งอาจเกิดจากสิ่งนั้นไม่ใช่ความต้องการของเขา หรืออาจไม่มีแรงผลักดันที่จะประสบความสำเร็จในสิ่งใดทั้งสิ้น (เพียงแค่รักสบาย หรือชอบการมีเงินเท่านั้น)

การทำธุรกิจก็เช่นกัน หากผมจะประเมินใครสักคนว่ามีโอกาสที่จะทำธุรกิจแล้วประสบความสำเร็จได้หรือไม่นั้น สิ่งแรกที่ผมจะมองก็คือแรงผลักดันในตัวเองของคนๆ นั้น เพราะผมพบว่า คนที่มีแรงผลักดันในตัวเองสูงมากๆ นั้น จะมีโอกาสประสบความสำเร็จ(ในระดับหนึ่ง) เกือบจะ 100 % ผมยังไม่เคยพบคนที่แรงผลักดันสูงมากแล้วไม่ประสบความสำเร็จใดๆ เลยมาก่อน แต่สิ่งที่จะกำหนดว่าเขาจะไปได้ไกลแค่ไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ที่จะสนับสนุน เช่น สติปัญญา การช่วยเหลือของคนอื่น โชค ฯลฯ

จากที่ผมเล่ามาทั้งหมด เราจะพบว่าการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้น ต้องการการทำการบ้าน (หรือการวางแผน) อย่างดีพอสมควร ถ้าใครคิดว่าการทำธุรกิจนั้นง่าย(เกินไป) จนไม่ยอมลงทุนทำงาน ทำการบ้าน คิดง่าย ทำง่าย รับรองว่าคนๆ นั้นจะประสบความล้มเหลวค่อนข้างจะแน่นอน

นอกจากนี้ จากการสังเกตคน ผมพบว่า คนเรานั้นแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม คล้ายๆ กับที่พระพุทธเจ้าแบ่งคนออกเป็นบัว 4 เหล่า คือ คนที่แทบจะไม่มีโอกาสประสบความสำเร็จเลย คือ แรงผลักดันในตัวเองก็ไม่มี(ส่วนใหญ่เป็นคนขี้เกียจ) สติปัญญาก็ไม่ได้ดีเด่น แถมไม่มีคนอื่นคอยช่วยเหลือสนับสนุน การประสบความสำเร็จของคนประเภทนี้ ถ้าเป็นไปได้ก็ต้องอาศัยโชคล้วนๆ

และก็มีคนในกลุ่มที่ผมกล่าวไปแล้วคือแรงผลักดันสูง คนกลุ่มนี้ มักมีโอกาสประสบความสำเร็จค่อนข้างจะแน่นอน (ในระดับหนึ่ง) โดยไม่ต้องมีใครคอยสอน ซึ่งกลุ่มนี้มักจะมาจากคนชั้นล่างที่พื้นฐานครอบครัวทำให้ต้องปากกัดตีนถีบ พวกเขาจึงไม่ค่อยมีเงื่อนไขในชีวิต ทำได้ทุกอย่าง

ส่วนคนที่เหลือก็จะเป็นคนอีก 2 ประเภท ที่คล้ายๆ กัน นั่นคือ ต้องอาศัยปัจจัยอื่นมาประกอบ คนเหล่านี้จึงจะประสบความสำเร็จได้ เพราะแรงผลักดันของพวกเขาไม่สูงมาก มีพอประมาณ หรืออาจมีเงื่อนไขชีวิตบางอย่างที่ไม่ได้ปากกัดตีนถีบ พวกคนที่เกิดมาแบบคนชั้นกลางและคนชั้นสูง จึงอยู่ในกลุ่มนี้เสียเป็นส่วนใหญ่ โดยคนชั้นสูงนั้น ก็มักมีพ่อแม่ที่อาจสร้างธุรกิจ หรือมีเส้นสายสัมพันธ์คอยช่วยเหลือสนับสนุนให้ประสบความสำเร็จได้โดยไม่ยากนัก

ส่วนกลุ่มคนชั้นกลางที่มักเกิดมาสบายในระดับหนึ่ง แต่พ่อแม่เป็นพนักงานประจำ ไม่ได้มีทุนรอนทางการเงินหรือทางความคิดในด้านธุรกิจให้มากนัก คนส่วนนี้ จึงมีโอกาสน้อยอยู่เหมือนกัน (ส่วนใหญ่จึงยังเป็นพนักงานต่อไป) และการเปลี่ยนแปลงตัวเองนั้นก็เป็นเรื่องยากเอาการอยู่เหมือนกัน

หากคุณรู้ว่า ตัวเองไม่มีแรงผลักดันมากเท่าที่ควร แต่อยากประสบความสำเร็จ วิธีที่ดีที่สุด ก็คือการพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสังคมที่ทำให้เราต้องเกิดแรงผลักดัน เช่น อยู่ในสังคมที่ทุกคนแสวงหาความสำเร็จ หรือสังคมที่คนส่วนใหญ่อยู่ในระดับเหนือกว่าเรา (แน่นอนว่า มันย่อมเกิดความเครียดบ้าง แต่นั่นแหละ มันจะช่วยในการพัฒนาแรงผลักดันของเรา) เมื่อเราเอาตัวเองไปอยู่ในสังคมแบบนี้เป็นระยะเวลานานระดับหนึ่ง พฤติกรรมที่เราเปลี่ยนจากการถูกกดดันนั้น จะกลายมาเป็นนิสัยของเราโดยถาวร ฉะนั้น หากอยากเป็นคนไฟแรง อยากเป็นคนมีแรงผลักดันสูง จงใฝ่หาการสังคมกับคนที่ไฟแรง หรือแสวงหาการประสบความสำเร็จเช่นกัน การสังคมกับคนที่มีทัศนคติด้านลบ หรือคนขี้เกียจ คนล้มเหลว มีแต่จะทำให้เราพลอยกลายเป็นคนล้มเหลวไปด้วย จงออกห่างคนเหล่านี้ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้


อ้อ อย่าลืมตรวจสอบตัวเองด้วยนะครับว่า คุณมีอะไรบางอย่างที่รัก ที่ชอบอยู่ในธุรกิจด้วย การทำธุรกิจเพียงเพราะต้องการเงิน หรือความสบายจากเงิน มักทำให้เราเดินหลงทางมานักต่อนักแล้วครับ การทำสิ่งๆ หนึ่งด้วยความรัก จึงเป็นการทำสิ่งที่เรามีแรงผลักดัน ซึ่งทำให้เรามีโอกาสของความสำเร็จมากยิ่งขึ้นครับ




Create Date : 23 มีนาคม 2552
Last Update : 26 มีนาคม 2552 13:50:48 น.
Counter : 2935 Pageviews.

0 comments
หุ้น SCC จะจ่ายปันผล 5.5 บาทต่อหุ้น (30 ก.ค. 63) jejeeppe
(30 ก.ค. 2563 10:28:10 น.)
อยู่บ้านก็หาเงินได้ สมาชิกหมายเลข 5913719
(11 พ.ค. 2563 19:53:40 น.)
การบริหารประเทศช่วงระหว่างและหลัง ไว้รัส โควิด 19 wbj
(26 มี.ค. 2563 11:28:54 น.)
ตอนที่ 2 มาลุ้นกันหน่อย Lease รถแล้วเอาเงินไปซื้อหุ้น ใครจะดีกว่ากัน สามปี newyorknurse
(20 ก.พ. 2563 08:32:13 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Jimmywalker.BlogGang.com

Jimmy Walker
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]

บทความทั้งหมด