การสมัครสอบเข้ารับราชการ


  มีใครเคยคิดบ้างว่า มันง่าย หรือ มันยาก

บางคนเตรียมตัวมาอย่างดี อ่านหนังสือ ตั้งใจอย่างเต็มที่ เมื่อถึงวันสอบกลับป่วยซะงั้น หรือไม่ก็วันสอบของหน่วยงานนี้ตรงกับอีกหน่วยงานหนึ่งทำให้ต้องเลือกว่าจะไปสอบที่หน่วยงานไหนดี

บางคนก็เตรียมการเดินทางคิดมากมายว่าจะไปอย่างไร นั่งรถอะไร เดินทางกี่โมง แต่พอถึงเวลากลับไม่เป็นอย่างที่คิด

บางคนไม่เตรียมตัวอะไรเลย แต่ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ทำข้อสอบได้ เดินสะดวกสบาย มีที่พัก มีคนช่วยเหลือ แล้วก็สอบติดได้เข้ารับราชการอย่างง่ายดาย

บางคนสอบแล้วสอบอีก ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ แต่ก็สอบไม่ได้สักที

มันเป็นเรื่องของดวงชะตา หรือโอกาสในชีวิตมนุษย์กันแน่

สำหรับข้าพเจ้า หลังจากออกจากอารามได้พยายามสอบหลายหน่วยงาน แต่ก็ไม่ผ่าน จนตอนนี้ข้าพเจ้ามาวิเคราะห์ว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
๑. ข้าพเจ้าทิ้งทุกอย่าง วิชาความรู้ การวิเคราะห์โลก การใส่หน้ากากอยู่ในสังคม แล้วเข้าอาราม เมื่อออกมาทำให้ข้าพเจ้าต้องปรับตัวใหม่ แต่ตอนนี้ข้าพเจ้าไม่มีความรู้ใดๆ อยู่ในสมองเลย แม้แต่การใส่หน้ากากเพื่อเข้าสังคม
๒. ข้าพเจ้าคิดว่าที่สอบไม่ติดเพราะข้าพเจ้าอ่านข้อมูลเกี่ยวกับหน่วยงานนั้นๆ น้อยเกินไป ต้องศึกษาเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในการสอบ แต่ละหน่วยงานข้อสอบไม่เหมือนกัน ล่าสุดข้าพเจ้าไปสอบมา ทำเอาข้าพเจ้าอึ้งไปเลย แทนที่จะเป็นกระดาษคำตอบให้ระบายดินสอดำ ๒ บี กลับเป็นแผ่นซีดีให้พิมพ์งานซะงั้น ส่วนอีกตำแหน่งก็เป็นข้อเขียน ถามมาแค่ ๔ ข้อ แต่ว่าต้องเป็นคนที่รู้จริงๆ จึงจะตอบได้ (เล่นถามถึงมาตราทางกฎหมายข้าพเจ้าไม่ได้จำเลย ก็เลยตอบไม่ได้)
๓. ข้าพเจ้าวิเคราะห์แล้วว่ายังไงก็ไม่สามารถสอบคำถามให้ผ่านได้ตามเกณฑ์ เพราะรู้แบบงูๆ ปลาๆ เขียนไปก็อายคนตรวจข้อสอบเปล่าๆ (สมแล้วที่มีคนว่าข้าพเจ้ามีความรู้แค่ฉี่มด)
๔. การเข้าอารามของข้าพเจ้า ทำให้ข้าพเจ้าไม่ทราบข่าวสารใหม่ๆ เกี่ยวกับโลกภายนอก เทคโนโลยี เวลาผ่านไปเพียงแค่ ๘ ปี จากที่มีคอมพิวเตอร์ CPU และจอมอนิเตอร์แยกกัน ตอนนี้ก็รวมกันอยู่ในจอมอนิเตอร์แล้ว ปลั๊กเสียบ ช่องใส่ซีดีก็อยู่ข้างๆ จอมอนิเตอร์หมด นี่แหละที่เขาบอกว่า ถ้าเราหยุดเท่ากับเราแพ้ สำหรับโลกภายนอกใช้เลย เมื่อข้าพเจ้าออกมาเป็นเช่นนั้น แต่การอยู่ในอารามทำให้จิตใจของข้าพเจ้าดีขึ้นเรื่อยๆ จากคนใจร้อน ขี้โมโห ก็กลายเป็นคนใจเย็น หัวเราะสนุกสนาน ทำอะไรก็สนุกไปหมด เป็นเรื่องตลกไปหมด
๕. เมื่อข้าพเจ้าออกมาแล้ว ข้าพเจ้าต้องยอมรับในโชคชะตานี้ และสู้ต่อไป ข้าพเจ้าไปนั่งอยู่ริมทะเล เหมาเก้าอี้ ๘ ตัว โต๊ะ ๒ ตัว ด้วยเงิน ๒๔๐ บาท เพื่อให้นั่งได้ใกล้ทะเล มองทะเล มองพระอาทิตย์ แล้วมาคิดว่าชีวิตจะดำเนินต่อไปอย่างไร จะทำอย่างไรให้หัวสมองกลับมากระตือรือร้น แล้วข้าพเจ้าก็คิดได้ว่ามีสิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าชอบคือ ข้าพเจ้าชอบเรียนหนังสือ ชอบอ่านหนังสือ และมีวิชาหนึ่งที่ข้าพเจ้าทำคะแนนได้แย่สุดๆ นั่นคือ วิชาเศรษฐศาสตร์ ข้าพเจ้าจึงคิดจะเรียนวิชานี้ อันนี้ข้าพเจ้ายอมรับว่าเหมือนกับตอนเรียนบัญชี เรียนบัญชีเพราะอยากรู้ว่าตัวเองจะเรียนได้หรือไม่ ส่วนเศรษฐศาสตร์นี้ ข้าพเจ้าต้องการเอาชนะมัน นี่อาจเป็นการเริ่มต้นของการกระตุ้นสมองของข้าพเจ้าให้ทำงาน

เมื่อข้าพเจ้าคิดได้ดังนี้จึงตัดสินใจเรียนต่อ และสอบเข้าหน่วยงานราชการไปเรื่อยๆ ข้าพเจ้าอยากรู้ว่า ข้าพเจ้าจะเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ด้วยความเข้าใจได้หรือไม่ และสามารถสอบเข้ารับราชการได้หรือไม่

บางคนอาจเห็นว่าสิ่งที่ข้าพเจ้าทำมันแปลก ไปเหมาเตียงนั่งริมชายหาด เพื่อมองทะเล และพระอาทิตย์ สู้เอาเงินไปกินข้าวดีกว่า แต่สำหรับข้าพเจ้า มันเป็นการบรรเทาใจอย่างหนึ่ง ทำให้ข้าพเจ้าดีขึ้น มีความคิดที่ดีขึ้น มองในแง่บวกมากขึ้น

ต่อไปข้าพเจ้าจะพึ่งตนเองให้มากขึ้น ไม่ขออะไรอีก นี่เป็นการเริ่มต้นของการสร้างเปลือกหนาปกป้องตัวเองอีกครั้ง

จี๋ กวางน้อย





Create Date : 12 มีนาคม 2561
Last Update : 12 มีนาคม 2561 21:06:13 น.
Counter : 245 Pageviews.

0 comments
抠门的男朋友 แฟนจอมขี้ตืด(ขี้เหนียว) Kavanich96
(13 ก.ย. 2562 03:56:34 น.)
怎么样让老公准时回家 ทำอย่างไรให้สามีกลับบ้านตรงเวลา Kavanich96
(6 ก.ย. 2562 04:52:08 น.)
当小三就好了 เป็นแค่มือที่สามก็พอแล้ว Kavanich96
(10 ก.ค. 2562 14:05:00 น.)
突降大雨 Tū jiàng dàyǔ เหตุเกิดตอนฝนตกหนัก Kavanich96
(7 ก.ค. 2562 09:38:01 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Jeelittledeer.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



สมาชิกหมายเลข 4154448
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]

บทความทั้งหมด