1984-หนึ่งเก้าแปดสี่ โดยจอร์จ ออร์เวลล์:ว่าด้วยพรรคและการคิดสองชั้น

(อันเนื่องมาจาก 2011 เรากำลังก้าวเข้าสู่การเลือกตั้ง การเลือกพรรค การย้ายพรรค การยุบพรรค การใส่ร้ายพรรค การโจมตีภายในพรรค การแตกแยกของพรรค การปรุงแต่งพรรค กลลวงของพรรค อุดมการณ์ของพรรค เป้าหมายของพรรค มีแต่พรรค พรรค พรรค...บ้างก็ว่า พักบ้าง...บ้างก็ว่าพรรค ไม่ได้....ชีวิตมันไม่ได้มีแต่พรรค แต่มันมีผัก...ด้วย....)


หนังสือที่เป็นนิยายเล่มนี้
ตีพิมพ์ในปี
1949
หลังการสิ้นสุดลงของสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี
1945
แต่เล่าเรื่องสังคมโลกในปี 1984

ขณะนี้ได้กล่าวถึงอีกครั้งในปี
2011


มันเป็นเรื่องราวของสังคมโลก ที่ออร์เวลล์ จินตนาการขึ้น
ในยุคที่ดินแดนของโลกประกอบด้วย
3 รัฐใหญ่ คือ ยูเรเชีย, อีสเตเชีย และ โอชันเนีย
ที่น่าน้อยใจก็คือ ดินแดนแถบเส้นศูนย์สูตร แน่นอนว่ามันหมายรวมถึงเป็นประเทศไทยด้วย เป็นดินแดนอิสระ ที่ต้องถูกพิชิต จากรัฐ หรือ พรรคใหญ่
3 พรรค นั้น โดยการเปลี่ยนมือไปเรื่อย ๆ (อกกีส้มจะแตก)


ตัวละครเอก คือ วินสตัน สมิธ เป็นสมาชิกชั้นนอกของโอชันเนีย ทำงานอยู่ในหน่วยงานการบันทึก ในกระทรวงแห่งความจริง แต่เขาทำหน้าที่ แก้ไขบันทึกในอดีตที่พรรคกล่าวไว้แล้วผิดพลาด แก้ไขแม้กระทั่งการลบ รายชื่อ บุคคล ที่เผอิญ ในปัจจุบัน ได้ถูกทำให้ระเหยไปแล้ว เขาเหล่านั้นจึงไม่ควรมีอยู่ตั้งแต่แรก


สังคมโอชันเนีย เป็นสังคมในอนาคต ณ ขณะนั้น  ผู้เขียนได้นำเอาเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ มาเป็นเครื่องมือ ที่พรรค ใช้ในการควบคุมการดำรงชีวิตของประชาชน ที่เรียกว่า กรรมาชีพ และรวมไปถึง สมาชิกพรรค ชั้นนอก ชั้นใน ที่น่ากลัวก็คือ พรรค ไม่ได้ควบคุมแค่การดำรงชีวิต แต่ควบคุมความคิด การแทรกเข้าไปในความคิด จิตสำนึก ให้เชื่อในพรรค เชื่อในสิ่งทุกสิ่งที่พรรคแถลง ไม่ว่าจะเป็น ผลผลิตของสังคมที่ดีขึ้น มากขึ้น ความเจริญขึ้น ด้วยตัวเลข สถิติ ต่าง ๆ แน่นอนเลยทีเดียวว่ามันไม่สามารถพิสูจน์ได้ เพราะ พรรค อีกเช่นกันที่คุมตัวเลขในอดีต มาถึงขึ้นนี้ ดูเหมือนว่า สังคม 1984 ยังคงเกิดขึ้นในปี 2011 ที่มีคนคอยบอกเราผ่านโทรทัศน์ ซึ่งในโอชันเนีย เขาเรียกมันว่า โทรภาพ ประเทศดีขึ้นอย่างนั้นอย่างนี้ ตามสถิติ....????


แต่ถ้าจะคาดหวังนิยายวิทยาศาสตร์ มันจะไม่เป็นเช่นนั้นอย่างสุดขั้ว
ถ้าคาดหวัง ความเป็นจริงทั้งหมด มันจะไม่ได้เกิดขึ้นแน่


ในความคิดของข้าพเจ้า มันเป็นนิยายการเมือง แน่แท้ทีเดียว โดยการประยุกต์ รวมความน่าหวั่นเกรงจากการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี จิตวิทยา สังคมศาสตร์ รวมกับทักษะการใช้ภาษา การประดิษฐ์ภาษาขึ้นใหม่ เพื่อแสดงถึงการควบคุมโลก การบิดเบือนจารีต ธรรมชาติ และ พื้นฐานของความเป็นจริงทั้งหมดนี้ มันน่ากลัวมาก ถ้าเกิดขึ้นจริงทั้งหมด และเป็นยุกต์ที่ก้าวไปสู่ความตกต่ำสูงสุดของความเป็นมนุษย์แต่ก็ต้องยอมรับว่า บางส่วนมันได้เกิดขึ้นแล้ว อย่างแยบยล กับในทุกประเทศ ทุกการปกครอง ไม่เว้นว่าจะเป็นเสรีนิยม หรือ สังคมนิยม เผด็จการ หรือ โดยชนชั้นใดทุกการปกครอง มีการปกครอง สุขหรือทุกข์ ของประชาชน ก็ขึ้นกับผู้นำ การปกครองนั้น...


เป็นหนังสือที่นำเอาด้านลบของการปกครองอย่างแท้จริงมาเรียบเรียง และโยนใส่หน้าเรา อย่างรุนแรง
มีส่วนคล้ายกับ การเมืองของสัตว์ ในด้านการปกครอง การแก่งแยกอำนาจ แต่ 1984 มีความยิ่งใหญ่ และ โหดเหี้ยมกว่ามาก...


หนังสือแบ่งเป็น 3 ตอน


ในช่วงแรก เป็นการมองสังคมโอชันเนียจากมุมมอง ของวินสตัน สมิธ และความคลางแคลงในพรรค ของตัวเขาเอง จิตใจที่เริ่มขบถจากจารีตที่พรรคกำหนดให้ ความไม่แน่ใจในข้อมูลที่เขาได้ทราบ แม้แต่ปี ปัจจุบัน 1984 ก็อาจไม่ใช่ของจริง เขาเริ่มไม่สามารถคิดสองชั้น แบบสังคมโอชันเนีย ไม่สามารถลืม สิ่งที่ต้องลืม โดยเชือถืออย่างหมดใจได้อีกต่อไป


พี่เบิ้ม (Big Brother) ผู้นำสูงสุดของพรรค มีตัวตนหรือไม่


กระทรวงแห่งความจริง (Ministry of Truth / MINITRUE) ผู้ซึ่งมีหน้าที่หลวกหลวงทุกสิ่ง แม้แต่อดีต


กระทรวงแห่งสันติภาพ มีหน้าที่หลักในการทำสงคราม


กระทรวงแห่งความรัก  รักษากฎหมายและความสงบ ด้วยอำนาจและความรุนแรง ด้วยตำรวจความคิด


เป็นต้น


ไม่มีความรักจริงๆ เกิดขึ้น มีแต่ความรักต่อพรรคเท่านั้นที่จริง และควรค่า ผิดไปจากนี้ คือการประกอบอาชญากรรม


โทรภาพ จะคอยมองคุณ ติดตามคุณ สีหน้า ท่าทาง การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แม้แต่ยามหลับ ไม่เพียงโทรภาพที่คุณต้องกังวล คนในครอบครัว ภรรยา ลูก ของคุณ เขาคือผู้สอดแนม และสายลับของพรรคอย่างแท้จริง


ในช่วงที่สอง วินสตัน สมิธ ได้พบกับจูเลีย และโอไบรอัน ความรัก ความศรัทธาที่เกิดขึ้น ความสุขจากความรักต่อเพศหญิง ที่เป็นอาชญากรรม ความศรัทธาต่อโอไบร อัน ทีวินสตัน สมิธเชื่อว่าเป็นคณะภราดรภาพ ผู้ต่อต้านพี่เบิ้ม...นั้นเราไม่อาจรู้ได้


จนกระทั่งดำเนินมาถึง ช่วงภาคที่สาม วินสตัน สมิธ จะได้พบกับความจริงหลังถูกตำรวจความคิดจับได้ ความทรมานที่ได้รับ ได้ถูกกล่าวอ้างใกล้เคียงกับความทรมานจากกลุ่มคอมมิวนิสต์ต่อผู้ต่อต้าน การทำลายและการสร้างใหม่ของภาวะจิตใจของ วินสตัน สมิธ


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


Smileyเราไม่อาจคาดหวังจุดจบที่สวยงามของหนังสือเล่มนี้ ปลายทางอาจไม่สำคัญ ระหว่างทางที่สับสนมีอะไรให้น่าตกใจ และหวั่นเกรงมากกว่าSmiley


หลังจากอ่านจบ เราอาจสะกิดใจ ในสิ่งที่เราได้ยินจากโทรภาพ สถิติที่เราเห็น ชื่อคนบางคนที่เราเคยได้ยิน แต่ไม่มีอีกแล้ว ในอดีตเขาอาจทำความดีชื่อเสียง ปัจจุบันเขาเป็นตัวการสำคัญของชาวต่างด้าวทุกชาติ นั้น คือ ศัตรู...


ลัทธิคลั่งพรรคที่กำลังเกิดขึ้น กิจกรรมความเกลียดสองนาทีในสังคมโอชันเนีย กลายเป็นความเกลียด 24 ชั่วโมงจากบางโทรภาพในปัจจุบัน....


ถามตัวเอง..เราเป็นสมาชิกชั้นในของพรรค ที่ใกล้ชิดแนบสนิทยิ่งกับนโยบายพรรค เกลียดชังฝั่งตรงข้ามอย่างสุดขีด ใช้กำลังอำนาจในการเล่นงานผู้อื่น อิ่มอยู่ในอำนาจอย่างเท้จริง หรือเป็นสมาชิกพรรคชั้นนอกที่ทำหน้าที่ปฏิบัติตามข้อบัญญัติวันแล้ววันเล่า ใช้วิธีคิดสองชั้น ขาวเป็นดำ ดำเป็นขาวตามที่สมาชิกชั้นในกล่าว...หรือเราเป็นเพียง...กรรมาชีพ..ชนชั้นที่มีมากที่สุด สงบเงียบ ยากแค้น และอดทน ไม่สนใจคำขวัญ หรือเป้าหมายใดๆ


เป็นกรรมาชีพที่มีพลังมหาศาล รอวันขบถ ตามที่ วินสตัน สมิธ หวัง


หรือเป็น กรรมาชีพ ที่อดทน แต่ยิ้มได้ และปลอดภัยจากการเป็นทาส เพราะไม่เคยมีคำว่าเสรีภาพ ...ตามที่โอไบรอันกล่าวไว้



Free TextEditor

ฝากชื่อ ทักทายกันคะ







Free TextEditor



Create Date : 21 เมษายน 2554
Last Update : 27 ธันวาคม 2554 11:23:39 น.
Counter : 3191 Pageviews.

1 comments
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - มนุษย์ที่แท้ :: กะว่าก๋า
(10 ต.ค. 2562 06:11:40 น.)
อรพิม : นักเขียนนิยายแฟนตาซีที่น่าติดตาม JinnyTent
(4 ต.ค. 2562 10:53:47 น.)
No Drama Discipline - เลี้ยงลูกแบบไม่ดราม่า kdunagin
(22 ก.ย. 2562 03:11:02 น.)
:: ศึกชิงบัลลังก์ยุทธ์ มังกรพยัคฆ์บูรพา ตอนที่ 26 :: กะว่าก๋า
(9 ก.ย. 2562 06:12:00 น.)
  
อ่านแล้วก็สลดค่ะเรื่องนี้ กลับมานั่งคิด...แล้วโลกเราจริงๆล่ะ เป็นอย่างในเรื่องบ้างรึเปล่าหนอ..
โดย: Emotion-P วันที่: 21 เมษายน 2554 เวลา:13:34:00 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Inthetime.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



normalization
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]