วิธีแก้ปัญหาหลังน้ำท่วม

การซ่อมแซม "บ้าน" หลังน้ำท่วม
ข้อมูลจาก" ร้อยพันปัญหาในงานก่อสร้าง "

1. รอบบ้านมีน้ำท่วมจะทำอย่างไร
ในกรณีที่บริเวณรอบบ้านต่ำกว่าถนนสาธารณะ ซึ่งเพิ่มความสูงมาทีหลัง ทำให้บ้านต่ำ
มาก มีวิธีแก้ปัญหาดังนี้
การแก้ปัญหาก็คือ ทางเข้าหน้าบ้านทำความลาดเป็นลักษณะหลังเต่า เพื่อป้องกันน้ำจาก
ถนนไม่ให้เข้าบริเวณบ้าน และต้องทำขอบคันดินรอบบ้านหรือทำรั้วด้านล่างให้ทึบ เพื่อป้องกันน้ำ
พร้อมทั้งทำท่อระบายน้ำรอบบ้าน โดยมีบ่อพักรวม เพื่อปั๊มน้ำออกนอกบ้านเมื่อเวลาจำเป็น
อีกวิธีถ้ามีเงินพอ ก็ควรถมที่ให้สูงกว่าระดับถนนสาธารณะเลย ก็จะแก้ปัญหาได้ถาวร

2. การยกบ้านเพื่อหนีปัญหาน้ำท่วม
ถ้าน้ำท่วมมากๆ จะยกบ้านให้หนีปัญหาน้ำท่วมนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
มีสิ่งต่างๆ ที่ต้องระวังอย่างมาก
ถ้าเป็นบ้านที่มีโครงสร้างทั้งหมดเป็นไม้ ก็พอที่จะเป็นไปได้ เพราะมีน้ำหนักเบา
แล้วการยึดส่วนต่างๆ ก็ยังยืดหยุ่นได้มากกว่า
ถ้าเป็นบ้านที่มีโครงสร้างเป็นปูน ส่วนต่างๆ จะยึดติดกันเป็นเนื้อเดียว ซึ่งเมื่อบิดเพียงเล็ก
น้อย ก็จะเกิดการแตกร้าวได้ ทั้งยังมีน้ำหนักมากด้วย
และบ้านปูนยังมีเสาเข็มที่หล่อติดกับตัวฐานราก จะต้องตัดออกแล้วเสริมฐานรากใหม่
ซึ่งทำได้ยากมาก นอกจากโครงสร้างแล้ว ยังมีงานระบบต่างๆ ที่ติดกับพื้นดิน เช่น
ท่อประปา ท่อไฟฟ้า ส่วนต่างๆ เหล่านี้ต้องตัดออก แล้วเชื่อมใหม่ทั้งสิ้น ค่อนข้างยุ่งยาก
ถ้าผู้รับเหมาไม่มีความชำนาญพอ ก็จะเสี่ยงมาก อาจจะเสียบ้านไปทั้งหลัง ค่าใช้จ่ายเหมือน
สร้างใหม่เลย

3. สาเหตุที่น้ำซึมขึ้นมาบนพื้นเวลาน้ำท่วม
ถ้าเวลาน้ำท่วมบ้าน เกิดน้ำซึมขึ้นมาบนพื้นห้อง อาจจะเกิดจากสาเหตุต่างๆ ดังนี้
1. โครงสร้างพื้นแตกร้าวอยู่เดิมแล้ว หรืออาจจะเกิดจากแรงดันน้ำก็ได้ แก้ไขโดยสกัด
ออกให้ร่อง แล้วใช้กาวคอนกรีตอุดให้เรียบร้อย แล้วจึงปิดด้วยวัสดุปูพื้นให้เหมือนเดิม
2. เนื่องจากพื้นเป็นพื้นสำเร็จรูป หรือระบบพื้นที่วางอยู่บนดิน ไม่ได้ต่อยึดกับคาน
ถ้ามีรอยซึมสามารถใช้ซิลิโคนอุดรอยรั่วได้เลย
3. เกิดจากรูที่บริษัทกำจัดปลวกเจาะทิ้งไว้ วิธีแก้ไข เมื่อเจอรูแล้วก็อุดเสียให้เรียบร้อยด้วย
ไม้ และอุดทับด้วยซิลิโคน

4. การซ่อมแซมพื้นบ้านหลังน้ำท่วม
หลังน้ำท่วมถ้าพื้นไม่เสียหาย ก็ทำความสะอาดให้เรียบร้อย ก็สามารถใช้ได้ แต่ถ้าเสีย
หาย มีวิธีแก้ไข คือ
- พื้นไม้ปาร์เก้ จะหลุดล่อนง่ายเมื่อโดนน้ำท่วม เพราะติดกับพื้นคอนกรีตด้วยกาว
วิธีแก้ก็คือ ถ้าแผ่นปาร์เก้ไม่เสียหายมากก็ผึ่งลมให้แห้งก่อน รวมถึงพื้นคอนกรีตด้วย
แล้วจึงทาด้วยกาวลาเท็กซ์ หนา 1-2 มิลลิเมตร ค่อยๆ กดลงไปที่เดืมให้แน่น
ทิ้งไว้อย่างน้อย 15 วันจึงใช้งานได้ ถ้าเสียหายมากจะเปลี่ยนใหม่ต้องใช้ไม้ชนิดเดียวกับของเดิม
- พื้นพรมต้องลอกออก แล้วนำไปซักและตากแดดให้แห้งสนิท แล้วจึงนำกลับมาปูใหม่
โดยพื้นคอนกรีตต้องแห้งก่อนเช่นเดียวกัน

5. การซ่อมแซมผนังบ้านหลังน้ำท่วม
วัสดุต่างๆ ที่ใช้ทำผนังบ้าน เมื่อเวลาถูกน้ำท่วมนานๆ ก็จะเกิดความเสียหายแน่นอน มี
วิธีแก้ไข คือ
1. ถ้าเป็นผนังไม้ เช็ดทำความสะอาด เพื่อให้ผิวสามารถระเหยความชื้นได้ง่าย เมื่อแห้ง
ดีแล้วใช้น้ำยารักษาเนื้อไม้ชะโลมที่ผิว หรือทาสีต่อไป
วิธีที่ดีควรทาสีด้านในบ้านก่อน ทิ้งไว้ 5-6 เดือน จึงทาสีด้านนอก
2. ถ้าเป็นผนังก่ออิฐฉาบปูน ก็ใช้วิธีเดียวกับผนังไม้ แต่ต้องทิ้งให้ระเหยความชื้นนานกว่า
ผนังไม้ เพราะมีความหนามากกว่า
3. ถ้าเป็นผนังยิบซั่มบอร์ด ก็เลาะเอาแผ่นที่เสียออก ถ้าโครงเคร่าเป็นโลหะก็สามารถติด
แผ่นใหม่ได้เลย แต่ถ้าโครงเคร่าเป็นไม้ ต้องทิ้งไว้ให้ความชื้นในไม้ระเหยหมดก่อน จึงจะติดแผ่นใหม่ได้

6. การซ่อมวอลล์เปเปอร์หลังน้ำท่วม
เมื่อน้ำท่วมบ้านที่มีผนังบุด้วยวอลล์เปเปอร์ มีวิธีแก้ไขและซ่อมแซม ดังนี้
วอลล์เปเปอร์จะมีลักษณะคล้ายสี ถ้าโดนความชื้นมากๆ จะลอกหรือล่อน การแก้ไขก็โดยการลอกออกให้หมด เพื่อให้ผนังที่ชื้นสามารถระเหยออกมาได้ โดยรอให้ผนังแห้งจริงๆ ทิ้ง
ไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ แล้วจึงปิดวอลล์เปเปอร์ทับลงไป อาจจะปิดเองถ้าทำได้ หรือตามช่างมาก็ได้
ถ้าส่วนไหนขึ้นราหรือเป็นคราบเช็ดไม่ออก ก็สามารถเปลี่ยนแผ่นใหม่ โดยเลือกให้มีลวด
ลายเหมือนเดิม ก็จะได้ผนังสวยงามเหมือนก่อนน้ำท่วม

7. การซ่อมแซมฝ้าเพดานบ้านหลังน้ำท่วม
การซ่อมแซมฝ้าเพดาน จะมีลักษณะคล้ายๆ การซ่อมผนังและพื้นปนกัน มีวิธีการแก้ไขคือ
- ถ้าเป็นฝ้าเพดานยิปซั่มบอร์ด หรือกระดาษอัด ถ้าเปื่อยยุ่ยมากเพราะอมน้ำ ก็ควรเลาะ
ออกแล้วจึงเปลี่ยนแผ่นใหม่เลย ทิ้งไว้ให้ทั้งหมดแห้งสนิทจริงๆ แล้วจึงทาสีทับ
- ถ้าเป็นฝ้าโลหะ ให้เช็ดทำความสะอาดให้แห้ง ถ้าเป็นสนิม ก็ใช้กระดาษทรายขัดออก
ให้เรียบร้อย แล้วจึงทาสีทับเข้าไปใหม่
- ระบบสายไฟส่วนใหญ่ จะเดินในฝ้าเวลาเปิดฝ้าเข้าไปต้องตรวจดูว่าความเรียบร้อยว่า
มีส่วนใดชำรุดหรือเปล่าด้วย
- ถ้าโครงฝ้าเพดานที่เป็นไม้ เกิดการแอ่นหรือทรุดตัว ต้องแก้ไขให้ได้ระดับก่อนการติด
ตั้งแผ่นฝ้าใหม่

8. การซ่อมแซมประตู หลังน้ำท่วม
ประตูต่างๆ เมื่อถูกน้ำแช่อยู่นานๆ ก็จะบวมขึ้น หรือไม่ก็จะเกิดเป็นสนิม มีวิธีแก้ไขคือ
1. ประตูไม้ เมื่อโดนแช่น้ำก็จะบวมและผุพัง มีวิธีแก้ก็โดยทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วซ่อมแซม
ส่วนที่ผุให้เรียบร้อยแล้วจึงทาสีใหม่ แต่ถ้าผุมาก ก็ควรจะเปลี่ยนเลย
2. ประตูเหล็กที่ขึ้นสนิม ก็ใช้กระดาษทรายขัดสนิมออกให้หมด เช็ดให้สะอาดแล้วจึงทา
สีใหม่ โดยอย่าลืมทาสีกันสนิมก่อน แต่อย่าลืมดูรอยต่อต่างๆ โดยเฉพาะที่เป็นท่อโครงเหล็กว่า
มีน้ำหลงเหลืออยู่เหลือเปล่า ต้องให้แห้งจริงๆ ก่อนจึงจะทาสีได้

9. การซ่อมแซม บานพับ ลูกบิด และรูกุญแจหลังน้ำท่วม
อุปกรณ์ต่างๆ เช่น บานพับ ลูกบิด และรูกุญแจ ทำด้วยโลหะ เมื่อโดนน้ำท่วมย่อมมี
ปัญหาตามมา มีวิธีแก้ไข คือ
- เช็ดให้แห้งสนิท ขัดส่วนที่เป็นสนิมออกให้หมด ใช้พวกน้ำยาหล่อลื่นชโลมตามจุด
รอยต่อและรูต่างๆ ให้ทั่ว
- อย่าใช้จาระบี หรือพวกขี้ผึ้งทา เพราะจะทำให้ความชื้นระเหยออกไม่ได้ จะทำให้ฝัง
อญู่ข้างใน และจะเป็นปัญหาในภายหลัง
- ถ้ายังใช้การไม่ได้ ก็ลองทำตามวิธีที่ว่านี้หลายๆ ครั้ง ถ้ายังมีปัญหา ก็ควรจะต้อง
ถอดออก แล้วซื้อมาเปลี่ยนใหม่

10. การทาสีบ้านหลังน้ำท่วม
การทาสีบ้านหลังน้ำท่วม ควรจะทำเป็นสิ่งสุดท้าย ควรที่จะซ่อมแซมส่วนอื่นๆ เสียก่อน
ปล่อยให้แห้งสนิทก่อน แล้วจึงทำการแก้ไข เพราะสีทุกชนิดที่ใช้ทาบ้าน เมื่อโดนน้ำท่วมนานๆ
ก็จะเกิดการลอกและล่อนออกมาได้ เนื่องจากความชื้นของน้ำ
วิธีแก้ไขคือ ต้องขูดสีเดิมที่ลอกและล่อนออก ทำความสะอาดผนังให้เรียบร้อย ทิ้งไว้
ให้แห้งสนิท ถ้าทำได้ควรจะเป็น 3-6 เดือนเลยยิ่งดี เมื่อแห้งแล้วจึงทาสีรองพื้นชนิดกันเชื้อรา
แล้วจึงทาทับด้วยสีจริงอีกอย่างน้อย 2 ครั้ง

11. การตรวจสอบระบบประปาหลังน้ำท่วม
หลังน้ำท่วมระบบที่สำคัญและไม่ควรมองข้ามไปก็คือ ระบบประปาภายในบ้าน มีสิ่ง
ที่ควรตรวจสอบ ดังนี้
- ถังเก็บน้ำใต้ดิน ต้องตรวจดูว่าน้ำท่วมถึงหรือเปล่า ถ้าท่วมควรล้างภายในถังทั้ง
หมด เพราะน้ำที่ท่วมไม่สะอาดเท่าน้ำประปา
- ถ้ามีปั๊มน้ำต้องตรวจดูว่าเครื่องทำงานผิดปกติหรือเปล่า แรงดันน้ำลดหรือไม่
ถังอัดลมเก็บแรงอัดไว้ได้นานหรือเปล่า แต่ถ้าน้ำท่วมปั๊ม ต้องรอให้แห้งเสียก่อน
อย่าใช้งานทันที ถ้ามีปัญหาควรตามช่างมาแก้ไขจะดีกว่า เพราะอาจจะทำให้ไฟไหม้ได้

12. ปัญหาต่างๆ ของส้วมหลังน้ำท่วม
ปัญหาต่างๆ ของบ้านหลังน้ำท่วมจะมีอยู่มากมาย โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับส้วม มี
สาเหตุต่างๆ ดังนี้
1. หากส้วมเป็นระบบบ่อซึม เมื่อบริเวณรอบๆ มีปริมาณน้ำมาก ส้วมก็จะราดไม่ลง
หรือจะเต็มบ่อยๆ ต้องรอให้บริเวณรอบๆ แห้งสนิทก่อน หรืออาจจะต้องรอให้เปลี่ยนเป็นส้วม
สำเร็จเลยก็ได้
2. ถ้าโถส้วมอยู่ต่ำกว่าระดับบ่อเกรอะหรือถังส้วมสำเร็จ เมื่อมีน้ำท่วมน้ำก็จะไหล
ย้อนขึ้นมาทำให้มีแรงดันสูง เวลาราดน้ำหรือกดน้ำ ทำให้ราดไม่ลง
3. ถ้าเป็นส้วมสำเร็จรูป เมื่อบำบัดแล้วน้ำจะต้องไหลสู่ท่อสาธารณะ ต้องเช็คดูว่า
ระดับท่อสูงกว่าน้ำภายนอก มิฉะนั้นน้ำจะไหลย้อนกลับมา
4. ส้วมสำเร็จบางรุ่นต้องใช้ไฟปั่นอากาศเข้าไป เมื่อน้ำท่วมต้องเอาปลั๊กออก เวลา
น้ำลดก็อย่าลืมเสียบปลั๊กกลับเข้าไปด้วย มิฉะนั้นเครื่องจะไม่ทำงาน

13. การตรวจสอบระบบไฟฟ้าหลังน้ำท่วม
ในระหว่างน้ำท่วม เราคงปิดระบบไฟฟ้าทั้งหมด แต่เมื่อน้ำลดแล้ว เราต้องตรวจสอบดังนี้
1. เปิดคัตเอ๊าต์ให้ไฟเข้าระบบ ถ้าส่วนใดยังชื้นอนู่คัตเอ๊าต์จะตัดและฟิวส์จะขาดทิ้ง
ไว้ประมาณ 1 วัน เปลี่ยนฟิวส์ แล้วลองเปิดใหม่ ถ้ายังตัดอีก คงต้องตามช่างไฟฟ้ามาตรวจดู
2. เมื่อไฟไม่ตัดแล้วลองเปิดไฟดูทุกดวง แล้วใช้ไขควงชนิดตรวจกระแสไฟโดยเฉพาะ
3. ดับไฟทุกจุดและถอดเครื่องใช้ไฟฟ้าตามปลั๊กออกทั้งหมด แล้วตรวจดูที่มิเตอร์ไฟฟ้า
ว่าตัวเลขยังเดินอยู่หรือเปล่า ถ้าเดินแสดงว่าระบบไฟฟ้าในบ้านรั่ว ควรตามช่างไฟฟ้ามาเช็คดู

14. วิธีเตรียมระบบไฟฟ้าสำหรับบ้านที่น้ำท่วม
ระบบไฟฟ้าเป็นสิ่งที่มีอันตรายมาก สำหรับบ้านที่น้ำท่วมเป็นประจำ ควรเตรียมระบบ
ไฟฟ้าใหม่ ดังนี้
- ตัดระบบไฟฟ้าของปลั๊กเดิมทิ้ง ย้ายให้สูงขึ้นมาจากระดับพื้นประมาณ 1 เมตร เพื่อ
ให้พ้นระดับน้ำ ส่วนชั้นบนของบ้านสองชั้นไม่จำเป็นต้องย้าย เพราะระดับน้ำท่วมไม่ถึง
- แยกระบบไฟฟ้าในส่วนที่น้ำท่วมบ่อยๆ ออกเป็นอีกวงจรหนึ่ง เพื่อสะดวกในการปิด-
เปิดโดยเฉพาะ ส่วนปลั๊กที่อยู่ชั้นล่าง
ถ้าท่านรู้ตัวว่าบ้านของท่านอยู่ในบริเวณที่น้ำท่วมบ่อย เวลาออกแบบ้านก็ควรให้วิศวกร
แยกระบบไฟฟ้าตั้งแต่แรก ก็จะประหยัดงบประมาณได้มาก และจะสวยงามกว่าที่จะมารื้อและแก้
ไขในภายหลัง

15. วิธีจะใช้เครื่องไฟฟ้าหลังโดนน้ำท่วม
เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ จะมีมอเตอร์และเครื่องจักรกลต่างๆ เมื่อโดนน้ำเข้าไปแล้วจะมี
ความชื้นอยู่ ซึ่งเป็นอันตรายมาก มีข้อควรปฏิบัติ ดังนี้
- ก่อนอื่นต้องทิ้งเอาไว้ให้แห้งสนิทจริงๆ บางส่วนถึงถอดออกได้ ก็ควรเปิดออกมา
ตากลมให้แห้งก่อน
- เมื่อแน่ใจว่าแห้งแล้ว ก็ลองเปิดเครื่องดู ถ้ามีความผิดปกติก็ควรดับเครื่องทันที
- และสำหรับที่คัตเอ๊าต์ไฟฟ้า ควรมีฟิวส์ไว้เมื่อเกิดการลัดวงจรไฟฟ้าจะได้ถูกตัดออก
- ถ้ามีปัญหาจริงๆ ก็ควรนำไปให้ช่างแก้ไขดีกว่าจะทำเอง

16. การซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์หลังน้ำท่วม
การซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์ก็คล้ายๆ กับการซ่อมแซมพวกประตู หน้าต่าง พื้น หรือฝ้า
เพดาน มีวิธีดังนี้
- พยายามเอาความชื้นออกจากเฟอร์นิเจอร์ให้มากที่สุด
- พวกประเภทที่บุด้วยนุ่นหรือฟองน้ำ ถ้าเป็นไปได้ควรเปลี่ยนเลย เพราะน้ำจะพา
เอาเชื้อโรคมาติดอยู่ ถึงจะตากแดดให้แห้ง เชื้อโรคก็ยังมีอยู่
- เฟอร์นิเจอร์ที่ติดกับที่ที่เรียกว่า Built in ต้องตรวจสอบความแข็งแรงของโครง
สร้าง และสายไฟที่ฝังอยู่ในตู้ รวมถึงทำความสะอาดรูกุญแจและลูกบิด
- ส่วนเฟอร์นิเจอร์ไม้ ไม่ควรนำไปตากแดด เพราะจะทำให้บิดงอได้ และถ้าจะทาสี
ใหม่ ควรรอให้แห้งสนิทก่อน มิฉะนั้นจะลอกได้

17. วิธีช่วยต้นไม้ทีโดนน้ำท่วม
ถ้าบ้านของท่านโโนน้ำท่วมนนานๆ ต้นไม้กำลังจะตาย มีวิธีช่วยให้อยู่รอดได้ ดังนี้
1. อย่าให้ปุ๋ย เพราะน้ำท่วมทำให้รากอ่อนแอ ต้องการเวลาพักฟื้น
2. ขุดหลุมกว้างประมาณ 50 ซม.-1 เมตรไว้ข้างๆ ต้นไม้ เพื่อให้น้ำที่ขังอยู่บริเวณราก
ไหลมารวมกัน แล้วเอาเครื่องดูดน้ำออกไป หรือจะใช้วิธีตักออกก็ได้
3. ถ้ารากต้นไม้ไม่แข็งแรง อย่าอัดดินลงไป จะทำให้ต้นไม้ตาย ควรใช้ไม้ค้ำยันลำต้นไว้
เมื่อรากแข็งแรงแล้ว จึงเอาไม้ค้ำออก

18. การซ่อมแซมรั้วบ้านหลังน้ำท่วม
เมื่อน้ำท่วมอยู่นานๆ รั้วบ้านก็จะมีปัญหาเช่นกัน มีวิธีซ่อม คือ
- ลองเล็งด้วยสายตา ถ้าเอียงเล็กน้อยก็นำไม้มาค้ำยันไว้ก่อน ถ้าเอียงมากก็ควร
ตามช่างมาซ่อม
- ส่วนใหญ่ข้างล่างของรั้วจะมีคานคอดินอยู่ บางครั้งน้ำจะพัดเอาดินใต้คานนี้หาย
ไปเป็นโพรง ต้องรีบนำดินมาถมให้แข็งแรง มิฉะนั้นดินในบ้านจะไหลออกไปข้างนอกหมด
ถ้าไหลออกไปมากๆ อาจทำให้บ้านเอียงได้
- ควรตรวจประตูรั้วด้วย สำหรับที่เป็นเหล็กก็ขูดสนิมออกให้หมด แล้วทาสีใหม่
ส่วนบานพับก็หาน้ำมันหล่อลื่นมาหยอดเพื่อที่จะได้เปิด-ปิดได้สะดวก ถ้าเสียหายมาก
ก็ควรเรียกช่างมาเปลี่ยนใหม่

ขอบคุณข้อมูลจาก.. //goo.gl/BvyIL





ปัญหาสุขภาพและโรคผิวหนังหลังน้ำท่วม

คำแนะนำการดูแลตนเองหลังประสบภัยน้ำท่วม

• ใช้น้ำดื่มน้ำใช้ที่สะอาด หากหาแหล่งน้ำสะอาดไม่ได้ให้ต้มน้ำให้เดือดก่อนใช้อย่างน้อย 10 นาที
• ถ้าอาศัยอยู่ใกล้แหล่งโรงงานอุตสาหกรรมหรือแหล่งสารเคมี พึงระลึกเสมอว่าแหล่งน้ำในครัวเรือน
อาจปนเปื้อนสารเหล่านี้และ ความร้อนไม่สามารถทำให้น้ำเหล่านี้สะอาดพอสำหรับการบริโภค ควรปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของน้ำหรือจัดหาน้ำสะอาดไว้บริการ
• ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารเสมอ รับประทานอาหารที่ปรุงสุกและปรุงเสร็จใหม่
• สวมเสื้อผ้ามิดชิด ป้องกันแมลงสัตว์กัดต่อย นอนในมุ้ง พึงระลึกเสมอว่าแมลง และสัตว์มีพิษ
ทั้งหลายก็หนีน้ำมาอาศัยอยู่ในที่สูงเช่นกัน
• ผู้ปกครองควรดูแลบุตรหลานที่ยังเล็กเพราะเด็กมีจะสนุกกับการเล่นน้ำและไม่ใส่ใจเรื่องการรักษา
ความสะอาดและอันตรายที่แฝงมากับน้ำท่วม
• ตรวจสอบระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน ระมัดระวังเรื่อง ไฟฟ้าลัดวงจร
• หากรู้สึกไม่สบายให้รีบปรึกษาแพทย์

คำแนะนำการดูแลผิวหนังหลังประสบภัยน้ำท่วม


• หลีกเลี่ยงการแช่เท้าในน้ำนาน ๆ หากจำเป็นต้องลุยน้ำให้สวมรองเท้าบู๊ทกันน้ำ ป้องกันของมีคมในน้ำทิ่ม ตำ เท้า
• รีบทำความสะอาดเท้าด้วยน้ำสะอาด ฟอกสบู่ เช็คเท้าให้แห้งเมื่อเสร็จธุระนอกบ้าน
• หากมีบาดแผลตามผิวหนังไม่ควรสัมผัสน้ำสกปรก
• เมื่อมีแผล ผื่น ที่ผิวหนังให้พบแพทย์
• ทายาหรือรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

แพทย์หญิงวลัยอร ปรัชญพฤทธิ์
สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์
//goo.gl/38xWm





คำแนะนำเบื้องต้น...สำหรับการกู้รถที่น้ำท่วม...ด้วยตนเอง

สภาพน้ำท่วมขยายวงกว้างในหลายจังหวัด ภาพผู้คนที่ได้รับความเดือดร้อนและความเสียหายของทรัพย์สินที่ค่อนข้างรุนแรง ซึ่งต้องใช้ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการกู้หรือฟื้นฟูอีกมาก หนึ่งในทรัพย์สินที่เห็นถึงความเสียหายอย่างมากคือรถยนต์ที่จมน้ำทั้งคัน เจ้าของรถยนต์ที่จมน้ำคงมีความวิตกกังวลไม่ใช่น้อยว่าจะกู้หรือฟื้นฟูรถที่จมน้ำให้กลับมาขับอีกได้หรือไม่ และคงต้องใช้เงินในการซ่อมแซมอีกหลายหมื่นบาทแน่นอน ถนนสายสวัสดิภาพ เข้าใจถึงความเดือดร้อนและความวิตกกังวลของทุกท่าน และได้พยายามค้นคว้าหาข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญในสาขารถยนต์จากหลายๆแห่งมาบอกเล่าให้ท่านได้รู้และใช้เป็นแนวทางนำไปปฏิบัติในเบื้องต้น เพื่อให้การกู้คืนรถยนต์เป็นไปอย่างถูกวิธีและสูญเสียน้อยที่สุด


เมื่อรถจมน้ำทั้งคัน หลายคนเข้าใจว่าไฟฟ้าจะลัดวงจร แต่ในความเป็นจริงไฟฟ้ายังไม่ได้ลัดวงจรเพราะว่าไม่มีไฟฟ้าลงดิน แต่ความเสียหายจะเกิดขึ้นหลังจากที่ระบบอิเลคทรอนิกส์ต้องจมอยู่ในน้ำ และจะส่งผลกระทบในระยะยาวต่อมอเตอร์ไฟฟ้า กล่องอีซียูซึ่งปัจจุบันใช้ระบบกล่องรวมที่ควบคุมทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นแอร์ ไฟส่องสว่างและเครื่องยนต์

หลังจากกู้รถขึ้นจากน้ำแล้ว ข้อห้ามอย่างแรกที่สำคัญคือห้ามติดเครื่องยนต์เด็ดขาด จนกว่าจะตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่มีน้ำค้างในเครื่องยนต์ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายที่รุนแรง รถที่ถูกน้ำท่วมต้องเปลี่ยนถ่ายของเหลวและกรองต่างๆออก เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีฝุ่นหรือดินโคลนค้างอยู่ การซ่อมบำรุงรถน้ำท่วมจะต้องทำโดยช่างผู้เชี่ยวชาญรถยี่ห้อนั้นจริงๆ เพราะแทบจะต้องประกอบใหม่ทั้งคันทีเดียว



สิ่งแรกที่ควรทำคือเปิดฝากระโปรงรถถอดแบตเตอรี่ออกตากแห้งทำความสะอาด เพราะจะเป็นการตัดวงจรไฟฟ้าในรถทั้งคัน

ถอดเบาะถอดพรมและส่วนประกอบอื่นๆที่ถูกแช่น้ำ เช่น แผงประตู ยางอะไหล่ ที่รองพื้นในห้องสัมภาระท้ายรถทำความสะอาดตากแดดทิ้งไว้

ดูที่เครื่องยนต์โดยใช้หลักการที่ว่าน้ำหนักกว่าน้ำมันเมื่อเข้าไปอยู่ในเครื่อง เหล็กวัดระดับน้ำมันเครื่องจะเป็นตัวบ่งบอกว่าน้ำเข้าไปมากหรือน้อย ถ้าระดับน้ำมันเครื่องสูงกว่าปกติมากให้มุดไปใต้ห้องเครื่องคลายเกลียวน็อตถ่ายน้ำมันเครื่องคลายเพียงหลวมๆถ้ามีน้ำน้ำจะไหลออกมาก่อน ปล่อยให้น้ำไหลจนหมดน้ำมันเครื่องจะตามออกมานิดหน่อย แล้วจึงปิดน็อตถ่ายน้ำมันเครื่องขันน็อตให้แน่น

สำหรับห้องเกียร์ เฟืองท้ายและถ้งน้ำมันเชื้อเพลิง การตรวจสอบว่ามีน้ำเข้าไปหรือไม่ให้ทำวิธีการเดียวกับที่ทำกับห้องเครื่อง โดยคลายน็อตออกมาหลวมๆปล่อยให้น้ำไหลออกมาจนหมดแล้วค่อยขันน็อตคืนให้แน่น เมื่อแน่ใจแล้วว่าน้ำไหลออกหมดแล้วอย่าเพิ่งรีบร้อนติดเครื่องยนต์ ให้ตรวจดูกรองอากาศโดยถอดออกมาทั้งหมดก่อน ให้เอาน้ำออกจากส่วนประกอบและท่อต่างๆของเครื่องกรองอากาศโดยลมเป่าหรือคว่ำให้น้ำออกจนหมดและตากให้แห้ง

ในกรณีที่เป็นเครื่องเบนซินให้ใช้ลมเป่าไปที่เบ้าหัวเทียนไล่น้ำออกให้หมดทุกซอกทุกมุม จากนั้นให้ถอดหัวเทียนออก ตรวจดูแผงฟิวส์ตัวฟิวส์ กล่องรีเลย์ต่างๆรวมทั้งกล่องอีซียูต้องถอดออกให้หมดตากแดดทิ้งไว้ ตรวจดูปลั๊กไฟใช้ลมเป่าทำความสะอาดทั้งหมด หรือใช้สเปรย์ไล่ความชื้นฉีดทิ้งไว้

กล่องอีซียู รีเลย์หรือกล่องควบคุมอุปกรณ์ระบบต่างๆทางอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อรถจมน้ำจะไม่เสียเพราะไฟช็อต แต่การที่น้ำเข้าทำให้เปียกชื้น ให้แกะฝา กล่องออกซึ่งต้องทำอย่างระมัดระวังสักหน่อย ถ้าภายในมีน้ำให้ใช้ลมเป่าถ้าชื้นก็ตากแดดทิ้งไว้จนแห้ง

ตรวจแบตเตอรี่ดูระดับน้ำกลั่น ถ้าสูงจนล้นเพราะน้ำเข้า อย่าคว่ำหม้อเทน้ำกรดออกโดยเด็ดขาดเพราะจะทำให้แบตเตอรี่เสียอย่างถาวร ถ้าระดับน้ำกลั่นสูงกว่าปกติมากจนปริ่มฝาปิดให้ดูดออกจนระดับเท่าปกติ ถ้ามีมาตรวัดไฟฟ้าให้วัดว่ามีไฟหรือไม่ แต่ถ้าไม่มีมาตรวัดไฟฟ้าให้ใช้สายไฟเส้นใหญ่เท่าที่จะหาได้มีความยาวเท่ากับแบตเตอรี่ ให้ท่านกดปลายสายไฟด้านหนึ่งให้แน่นที่ขั้วบวก ส่วนปลายสายไฟอีกด้านให้ขีดผ่าน(ลากผ่าน)เร็วๆที่ขั้วลบ ถ้ามีประกายไฟออกที่ปลายสายที่ขีดผ่านก็แสดงว่ามีไฟ

เพลาขับ หากยางหุ้มเพลาขาดน้ำจะเข้าไปนำเอาจารบีออกไป ต้องอัด จารบีใหม่และเปลี่ยนยางหุ้มเพลาด้วย อีกอย่างหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ คือลูกปืนล้อทั้งหน้าและหลังที่มีอยู่ในรถทั่วไป ต้องนำออกมาล้างอัดจารบีใหม่แล้วใส่กลับคืนที่ด้วยการปรับใหม่ให้แน่นตามลำดับไม่แน่นเกินไปจนล้อหมุนฝืด

ล้างและเปลี่ยนน้ำระบายความร้อน เอาโคลนเลนที่ติดอยู่ตามรังผึ้งหม้อน้ำออกให้หมด ใส่น้ำยาลดความร้อนหล่อลื่นและรักษาโลหะลงผสมในน้ำระบายความร้อนใหม่อีกครั้งให้ได้ตามลำดับที่กำหนด

ล้างทำความสะอาดภายนอกของระบบห้ามล้อเปลี่ยนน้ำมันเบรก และหากแช่น้ำอยู่นานก็อาจจะต้องถึงขั้นซ่อมใหญ่เบรกทั้งระบบกันเลย

โคมไฟหน้าเลนส์ ไฟท้าย เบาะนั่ง พรมปูพื้น ที่ถอดออกมาตากแดดแห้งแล้วยังไม่ต้องรีบใส่ แม้ว่าส่วนประกอบอื่นๆจะแห้งดีแล้ว ให้เอารถออกตากแดดเปิดประตูรถทุกบาน พยายามให้แผงหน้าปัดรถตากแดดแรงๆเพื่อไล่ความชื้นออกจากแผงหน้าปัดให้หมด

เมื่อแน่ใจว่าทุกอย่างแห้งสนิทดีแล้วค่อยใส่ทุกอย่างที่ถอดออกจากในห้องเครื่องเข้าที่ให้หมด ยกเว้นหัวเทียนในกรณีของรถเครื่องยนต์เบนซินหรือหัวฉีดในกรณีเครื่องดีเซล ให้ยกแบตเตอรี่เข้าที่ก่อนโดยใส่ขั้วแบตเตอรี่ เสียบกุญแจบิดกุญแจไปจังหวะแรก(จังหวะสำหรับตรวจมาตรวัดต่างๆก่อนสตาร์ทรถ) หากเกจ์วัดไหนยังไม่ทำงานอย่าเพิ่งไปสนใจ ให้เปิดสวิตช์ค้างไว้แล้วลงมาตรวจสอบที่ห้องเครื่องยนต์ว่ามีควันหรือความร้อนอะไรเกิดขึ้นจากการใช้ไฟจากแบตเตอรี่หรือไม่ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีทุกอย่างปกติดีจึงค่อยบิดกุญแจปิดสวิทช์

จากนั้นให้ตรวจสอบเบ้าหัวเทียนอีกครั้งว่ามีอะไรติดขัดหลงเหลืออยู่อีกหรือไม่ หากดูแล้วว่าเรียบร้อยดีให้ลองสตาร์ทเครื่องใหม่ โดยคนหนึ่งบิดกุญแจส่วนอีกคนหนึ่งคอยดูที่รูหัวเทียน เมื่อเครื่องหมุนถ้ามีน้ำ น้ำจะถูกพ่นออกมาทางรูหัวเทียน ให้สตาร์ทต่อไปจนแน่ใจว่าน้ำถูกพ่นออกมาจนหมด ต่อไปก็ให้ใส่หัวเทียนเข้าที่ หากทำมาถูกต้องและไม่มีอุปกรณ์อื่นที่เสียหายรุนแรง เมื่อท่านสตาร์ทเครื่องยนต์ก็น่าจะได้ยินเสียงเครื่องยนต์ทำงานดังกระหึ่มขึ้นตามมา แต่ถ้าไม่มีเสียงเครื่องยนต์ดังตามมาก็คงต้องพึ่งรถลากมาลากรถยนต์ไปให้ช่างยนต์ผู้เชี่ยวชาญลงมือทำแล้วล่ะ

การแก้ปัญหาในเบื้องต้นนี้
หากช่วยให้รถกลับคืนมาทำงานได้อีก ก็จะช่วยประหยัดค่าซ่อมไปหลายหมื่นบาท
แต่ถ้าหากท่านไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องรถยนต์เลย
ข้อแนะนำเบื้องต้นนี้ก็ยังพอทำให้ท่านรู้ว่า รถของท่านต้องผ่านกรรมวิธีอะไรบ้าง
ซึ่งท่านสามารถใช้เป็นพื้นฐานในการพูดคุยกับช่างได้
และที่สำคัญท่านควรเลือกศูนย์ซ่อมหรืออูซ่อมที่มีช่างมืออาชีพ
มีความเชี่ยวชาญในการซ่อมแซมรถยนต์ยี่ห้อและรุ่นของรถท่านเป็นอย่างดี
เพราะรถที่ผ่านการจมน้ำมาระยะหนึ่งนั้นจะมีปัญหาที่ละเอียดอ่อนมาก
และต้องการช่างผู้เชี่ยวชาญจริงๆ เท่านั้น

ขอบคุณข้อมูลจาก... //goo.gl/kVRcP




รถโดนน้ำท่วม ..ดูอย่างไรจึงจะรู้ว่าย้อมแมวขาย

อีกครั้งที่นี่เป็นมหาวิปโยคของวงการรถมือสอง เพราะไม่มีใครที่อยากจะใช้รถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมและได้รับความเสียอย่างหนัก แต่นี่อาจเป็นโอกาสของใครบางคนที่รู้จักเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสและมันทำให้รถที่ถูกน้ำท่วมหลายคันเข้าสู่เต๊นท์รถมือสอง
นี่เป็นข่าวล่ามาเร็ว และเราอยากให้หลายคนที่กำลังมองหารถมือสองคันใหม่มาขับได้รู้ เพราะเราไม่แน่ใจว่าคุณอาจจะเจอแจ๊คพอทหรือไม่ และวันนี้เราจะพาไปรู้จักรถมือสองที่ถูกน้ำท่วมว่าดูอย่างไรจึงจะรู้

1.จับจุดตัวถัง สิ่งแรกที่เราสามารถเห็นได้และพอที่จะเดาประวัติว่ารถคันนั้น ถูกน้ำท่วมมาหรือไม่ควร เริ่มจากที่ตัวบอดี้รถกันก่อน ซึ่ง หากมีจุดที่ผุหรือเกิดสนิมในบริเวณที่ไม่ควรจะเกิด ให้สันนิษฐานกันก่อนเลยว่า รถคันดังกล่าวนั้นถูกน้ำท่วมมา โดยดูจากรอยจะเข็บตัวถัง ในจุดต่างๆ โดยเฉพาะ ใต้ท้องรถ อันนี้ของมันฟ้องกันอยู่แล้ว ดูได้ง่ายๆไม่ยาก โดยเฉพาะในพวกชุดช่วงล่างหรือใต้ท้อง ยิ่งแชสซีนี่ใช่เลย
2. กลิ่นห้องโดยสาร ตามปกติแล้วบรรดาผู้จัดจำหน่ายรถยนต์มือสองในปัจจุบันจะมีการปรับปรุงรถก่อนมาตั้งจำหน่าย และแน่นอนว่า มันยากที่จะทำให้เรารู้ว่า รถยนต์คันดังกล่าวนั้นถูกน้ำท่วมมาหรือไม่ ซึ่งตามปกติแล้ว เบาะ พรม และทุกอย่างจะถูกนำออกไปซัก เพื่อขจัดคราบต่างๆ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะจำกัดคือ กลิ่นในห้อง โดยสาร ที่จะติดรถอยู่อย่างนั้น เนื่องจากน้ำที่ท่วมนั้นเป็นน้ำโคลน กลิ่นต่างๆจะอยู่เป็นเวลานานและถือเป็นหลักฐานที่สำคัญ

3. เครื่องยนต์ช่วยชี้แนะ เครื่องยนต์เป็นอีกจุดหนึ่งที่มีความสำคัญในการบ่งบอกประวัติรถยนต์คันนั้น และกับในกรณีน้ำท่วมเช่นกัน ที่เครื่องยนต์คงจะถูกยกออกมาถอดประกอบเพื่อล้างไส้ในจากน้ำโคลนที่เข้าไป แต่หลายๆอู่ มักจะไม่นิยมเปลี่ยนน๊อตตัวเครื่องยนต์ใหม่สักเท่าไรนัก และ เมื่อเหล็กอยู่ในน้ำเป็นเวลานานๆ น๊อตก็จะเป็นสนิมหรือมีร่องรอยการยากาวในการถอดประกอบเครื่อง โดยเฉพาะ ส่วนฝาสูบ หรือไม่ถ้ามีความรู้สึกว่าเครื่องยนต์มันดูใหม่เกินไปนั้น ให้ลองดูอย่างละเอียดดี เพราะบางครั้ง เขาก็ใช้วิธีเปลี่ยนเครื่องเอาก็เป็นไปได้

4. ระบบไฟฟ้า อีกประการที่แก้ไม่จบ น้ำกับไฟฟ้าไม่ใช่ของถูกกัน และแน่นอนว่า มันหมายถึงระบบไฟฟ้าภายในรถที่อาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นได้ ระบบไฟฟ้าในรถยนต์ปัจจุบันถือว่าละเอียดอ่อนมาก และถ้ารถคันดังกล่าว มีอาการประเภทเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อย่าง กระจกไฟฟ้า แล้วทำงานบ้างไม่ทำงานบ้าง อันนี้สันนิษฐานได้ว่า อาจเคยจมน้ำมา เนื่องจากความชื้นที่ยังจับตัวแน่นในแผงวงจรทำให้เกิดการทำงานที่ผิดปกติ และมันมักจะทำให้รถคันดังกล่าว มีปัญหาแบบแปลกๆ

ทั้งหมดนี้เป็นหลักการเบื้องต้นในการดูรถมือสอง ว่าจมน้ำมาหรือไม่ เพราะรถเหล่านี้ ถ้าซ่อมมาไม่ถึงก็จะไม่จบ แม้จะไม่ใช่รถอุบัติเหตุก็ตาม อย่างไรก็ดีการซื้อรถมือสอง ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นควรจะให้ผู้ชำนาญการไปร่วมในการพิจารณา ก่อนการตัดสินใจการซื้อรถ

อาจจะเป็นเรื่องที่ดูไม่น่าจะเชื่อ แต่เราในฐานะผู้ซื้อควรระวังไว้ เพราะรถจมน้ำ โอกาสที่คุณจะซ่อมให้มีสภาพเหมือนเดิมนั้นยากกว่าที่คุณคิดยิ่งนัก และมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะดู โดยเฉพาะรถสมัยนี้นั้นจะถูกจับอาบน้ำก่อนทุกครั้งที่นำมาวางจำหน่าย

ขอบคุณข้อมูลจาก //goo.gl/oHsU5




Create Date : 18 ธันวาคม 2554
Last Update : 18 ธันวาคม 2554 13:45:04 น.
Counter : 1561 Pageviews.

0 comments
เรื่องย่อซีรีส์ Tale of the Nine Tailed - ตำนานรักจิ้งจอกเก้าหาง blue_medsai
(18 ก.ค. 2564 10:27:44 น.)
พระอุดม อธิจิตฺโต อุปสมบท ณ วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย สมาชิกหมายเลข 4149951
(13 ก.ค. 2564 20:34:01 น.)
เรื่องย่อซีรีส์ Qing Luo - ชิงลั่ว / อลหม่านรักหมอหญิงชิงลั่ว blue_medsai
(11 ก.ค. 2564 14:24:15 น.)
ตื่นแต่เช้าไปซื้อผักกันนะ ป้าทุยบ้านทุ่ง
(11 ก.ค. 2564 12:51:26 น.)

Imaginer.BlogGang.com

เนเวอร์แลนด์
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 90 คน [?]

บทความทั้งหมด