เมื่อฉันอยากเรียนเมืองนอกฟรี - ตอนที่ 4 How to ไล่ล่าหาความฝัน (ต่อ)

ตอนที่แล้ว เมื่อฉันอยากเรียนเมืองนอก - ตอนที่ 3 How to ไล่ล่าหาความฝัน

เดือนกรกฏาคม  2002 ......How to ไล่ล่าหาความฝัน
1 กรกฏาคม
ไปอ่านหนังสือ มาเล่มหนึ่งมีบทความที่อ่านแล้วโดนใจมากเลย ก็เลยเเอบฉีกมาแปะสมุดบันทึกเล่มนี้
( เอ...ทำไมต้องเเอบด้วยหว่า..ก็มันหนังสือของตูนี้นา) บทความมีอยู่ว่า....

*-*-*-*-*-*-*
ไล่ล่าหาความฝัน
*-*-*-*-*-*-*-*
ทันทีที่คุณรู้ว่าอะไรแน่ที่ทำให้ใจเต้นแรง ก็ไขว่คว้าให้ได้มาด้วยกลยุทธต่อไปนี้
1. วางแผน แรกเลยคุณต้องวางจุดมุ่งหมาย อย่างเช่น “ฉันอยากไปเที่ยวบาหลี”จาก
นั้นก็ค้นหาข้อมูล ตามแหล่งต่างๆ เช่น เปิดเวปไซต์ดู
2. หาผู้ช่วย   หาเพื่อนสักคนที่จะคอยช่วยให้กำลังใจและกระตุ้นคุณให้เดินหน้า แต่ละ
อาทิตย์สัญญาว่าจะทำอะไรสักอย่างที่จะทำให้คุณก้าวไปใกล้จุดมุ่งหมายยิ่งขึ้น และรายงานให้เพื่อน
รู้ถึงความคืบหน้าด้วย
3. หาความรู้เพิ่มเติมลงทะเบียนเรียนวิชาหาความรู้ ที่จะช่วยให้คุณเรียนรู้ในสิ่งที่คุณ
อยากทำมากขึ้น
4. ขอคำแนะนำ  หาทางเข้าวงในของวงการนั้นๆด้วยการพูดคุยกับคนในวงการ อย่า
กลัวว่าเขาจะว่าอะไรเอาเขาอาจจะชอบด้วยซ้ำที่คุณสนใจในตัวเขา
5. จับปลาสองมือใครๆว่าไม่ควรทำ  แต่ในกรณีนี้ปลอดภัยกว่าอย่าเพิ่งด่วนตัดสิน
ใจเร็วเกินไป คุณอาจจะลองงานที่คุณของเป็นงานพาร์ตไทม์ก่อนเช่น ก่อนที่คุณจะเลิกอาชีพ
โปรแกรมเมอร์มาเป็นนักออกแบบเครื่องประดับ คุณควรลองออกแบบดูสักหน่อย แล้วให้เพื่อนๆดูว่า
มันพอจะขายได้ไหม

สำหรับฉัน
1. การวางเเผน(ต้องติดตามกันต่อไปเรื่อยๆค่ะ)
2. หาผู้ช่วย 

“ แม่ ...แม่แม่เป็นกำลังใจให้หนูด้วยนะ... หนูอยากเรียนเมืองนอก ...มันอาจจะเป็นฝันที่
เกินตัวไปหน่อยของหนู....หนูก็ไม่รู้หรอกว่าทำไมถึงตัวเองถึงได้ทะเยอทะยานเกินพี่เกินน้อง....ขอให้หนู
ได้ฝันและได้พยายามเพื่อไปให้ถึงจุดนั้นนะเเม่ “
ฉันได้ไปกระซิบบอกแม่ไว้แล้ว หลังจากที่ได้รับการอนุมัติเมื่อเดือนพฤษภาคม
แล้วแม่ก็พูดออกมาให้ฉันได้น้ำตาซึม ด้วยความรักของแม่
“ เรียมเอ้ย(แม่เรียกฉันว่าเรียมนะ) .... แม่ก็ไม่ว่าอะไรแกหรอก... ขอให้แกพยายามและ
อดทนก็แล้ว ตั้งแต่แกเด็กแล้ว...อยากได้อะไรแกก็จะมุ่งมั่นจนได้...แต่ว่าไอ้การไปเมืองนอกเนี่ย ...มัน
ไม่เหมือนกับอะไรก่อนๆ ที่แกอยากได้ อยากเป็น อยากมีนะมันยากกว่าเยอะ....แกต้องใช้ความอดทน
และความเพียรมากกว่ามากนัก... ถ้าแกไม่ไหว ก็มาบ้านนะ...พักให้หายเหนื่อยแล้วค่อยไปสู้
ใหม่......แต่ถ้าปัญหาไม่ไหวจริงๆก็กลับบ้านเรานะลูก แม่ไม่เคยซ้ำเติมใครพร้อมฟังลูกๆทุกคน
เสมอ....แม่รักแกนะ “
เนี่ยแหละแม่ฉัน พูดให้ซึ้งและตรึงใจ และเป็นต้นแบบของฉัน เสมอ ฉันรักแม่มากที่สุดใน
โลกเลย

แล้วก็เพื่อนที่ทำงานอีกคนหนึ่ง ที่มีความอยากไปเรียนเมืองนอกกันซึ่งเราจะมีการแลก
เปลี่ยนข้อมูลกัน ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่าเขาก็อยากเรียนจนฉันลางานไปดูงานนิทรรศการเกี่ยวกับการ
เรียนต่อที่ออสเตรเลียที่ศูนย์สิริกิตร์แล้วเจอเขา.... เท่านั้นแหละ..... ความลับของเราต่างก็แตกดัง
โพละเลย....หลังจากนั้นก็มีการเเลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างเข้มข้น แต่เป็นความลับสุดยอดหากจะมี
การสนทนาเกี่ยวกับการเรียนต่อต้องนัดล่วงหน้าและพูดกันในสถานที่ที่ไม่มีบันไดมีหู ประตูมีช่อง
อะไรจะปานนั้น.......เวลาที่ใครจะมีไอเดียอะไรแปลกใหม่ก็จะเอามาเล่าให้ฟังกัน คราวหนึ่งเธอไป
ได้ข้อมูลมาว่าจะมีโครงการแบบว่าไปเป็นแม่บ้านหรือ baby sister ของครอบครัวที่อเมริกาแล้วจะได้
เงินเดือนด้วยแล้วเขาจะให้เรียนด้วย เราก็มาเอาหัวแม่บาทาก่ายหน้าผากคิดอยู่สามวัน ก็ไปบอก
ว่า....
“ โครงการนี่มันไม่เหมาะกับฉันหรอกว่ะ....ไอ้แนน ”
“ ทำไมละแก....ฉันว่าถ้าได้มันก็ดีนะ”
“ ที่ฉันว่ามันไม่เหมาะกับฉันเพราะว่า  ฉันน่ะทำกับข้าวรสชาติไม่เอาไหน ส่วนเรื่อง
การบ้านการเรือนน่ะ ความรู้ติดลบ    แล้วก็เด็กอีก ถึงฉันจะเคยเป็น  baby sister มาก่อนตอนสมัย
เรียนตอนกำลังอยากได้เงินแต่หลังจากนั้น ฉันก็ได้ปฏิญาณกับตัวเองว่า นอกจากลูกฉันแล้ว ฉันจะ
ไม่มีวันไปเลี้ยงลูกคนอื่นเป็นอันขาด   แกลองดูแล้วกัน เผื่อได้ “

แล้วก็มีบางครั้งที่ฉันก็ได้มีไอเดียแปลกมา.........
“ เฮ้ย  แนน ฉันได้ไอเดียมาใหม่วะ เนี่ยเบอร์สถานฑูต “
“ แล้วแกบอกฉันมาทำไมวะ  แกจะไปเที่ยวเหรอ”
“ ไม่ช่ายยยย  ...คือฉันได้ไอเดียจากการอ่านหนังสือมาไม่รู้เล่มไหนแหละ เขาบอกว่าตาม
ประเทศต่างๆ เนี่ยเขาจะมีการให้ทุนการศึกษา ซึ่งบางทีเขาก็ไม่ได้ไปป่าวประกาศตามหน้า
หนังสือพิมพ์ แต่เขาจะติดไว้ตามบอร์ดสถานฑูตอะไรงี้ เราก็โทร.ไปถามข้อมูลไงเผื่อได้ราย
ละเอียดเรื่องทุนไง “

“ เออ  แกโทร.ไปแล้วกันมีข่าวคราวก็เมล์มาบอกฉันบ้างแล้วกัน”
หลังจากนั้นฉันก็ได้โทรศัพท์ไปตามสถานฑูตเพื่อสอบถามรายละเอียด ซึ่งบางทีก็ได้อะไร
เเปลกๆมา....เช่น

“ กดหนึ่งเรื่องขอวีซ่า กดสองเพื่อฟังรายละเอียดเรื่องทุนการศึกษา กดสาม..... “ อันนี้ก็
จะได้เวปไซต์มาต้องไปหาข้อมูลเอง
“ ตอนนี้เรื่องทุนของเราปิดรับสมัครไปแล้วค่ะแต่ว่าน้องเอาเวปไซต์ไปเผื่อไปขอปีหน้าก็ได้
นะคะ” โอ้โฮ...อีกตั้งปีหนึ่งแน่ะ
“น้องได้เกรดเท่าไรครับ  เรียนมหาวิทยาลัยอะไรครับ  จากข้อมูลของน้องรู้สึกว่า
คุณสมบัติของน้องจะไม่ถึงนะครับ   ถ้าไงลองสมัครที่อื่นดูนะครับ” T_T เศร้าจัง...ฉันเป็นผลิตภัณฑ์
ไม่ได้มาตรฐาน
“สาขาที่น้องต้องการเรียนไม่มีการสอนในประเทศนี้นะค่ะ “ หน้าแตกเลย
“ ประสบการณ์น้องกี่ปีค่ะเกือบสองปีหรือค่ะ ไม่เพียงพอค่ะ เราต้องการอย่างน้อย 10 ปีขึ้น
ค่ะ ในสาขานี้ค่ะ” ประสบการณ์นานปานนั้นคนขอทุนก็เกือบงั่งแล้วมั้งทำไมไม่อยากได้สาวน้อยไฟ
แรงอย่างฉันนะ.....อารมณ์เกเรของฉันคิด
“ เรามีทุนให้เฉพาะทำปริญญาดอกเตอร์ค่ะ  ไม่มีทุนสำหรับปริญญาโทค่ะ “ แง
งงง.....เดี๋ยวเถอะ....ถ้าฉันจบโทน้าาาาาาา..... ฮึ่ม....ฉันจะมาขอให้ดู้
เป็นต้น....... เสียค่าโทรศัพท์ไปเยอะเหมือนกันกับการลองวิธีใหม่เช่นนี้

3.หาความรู้เพิ่มเติม
              ฉันได้ไปลงเรียนพิเศษภาษาอังกฤษที่AUA เพื่อเตรียมการเรียนซึ่งการไปเรียนนี่ทำให้ฉัน
ได้อะไรหลายๆอย่างทีเดียว อย่างแรกเลย ก็คือได้ความรู้เพิ่มเติมได้พัฒนาตัวเอง แล้วก็ได้
ผลพลอยได้ถึงการงานด้วยเนื่องจากพอเพื่อนร่วมงานรู้ว่าฉันได้ไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมที่นี่มี
อะไรที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาอังกฤษ ก็จะมาขอความช่วยเหลือซึ่งฉันก็ได้ช่วยตามประสาภาษางูๆ
ปลาๆ  :-P แต่ก็เป็นที่ชื่นชอบของเพื่อนๆเป็นอย่างมาก   ส่วนหัวหน้า พอรู้ว่าฉันไปเรียนภาษาอังกฤษ
เพิ่มเติมก็ได้ให้ความเอ็นดูเพิ่มเติมเป็นอย่างมากเพราะท่านคิดว่าเป็นการพัฒนาตัวเองเพื่อนำมาใช้ใน
การงาน (หารู้ไม่ว่า...5555)ก็จะมีงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาอังกฤษมาให้ทำมากขึ้น เช่นการไป
ทำงานร่วมกับ  Terry ซึ่งเป็นชาวอังกฤษที่มาทำงานด้านวิจัยที่บริษัท  หรือเวลามี supplier เข้ามา
เสนองานหรือผลิตใหม่ก็ต้องเข้าไปนั่งฟังด้วย เวลามีงานติดตั้งเครื่องจักรใหม่หรือทำผลิตภัณฑ์
ใหม่แล้วมี supplierจากต่างประเทศมาแนะนำก็ต้องไปร่วมทำงาน ด้วย  แต่แหม....รู้สึกเหนื่อยจัง
เลย.....เฮ้ย.....มันดีหรือไม่ดีเนี่ย

4.ขอคำแนะนำ
ฉันได้เมล์ไปขอคำแนะนำที่ปรึกษาคนยากอย่างสม่ำเสมอและก็ได้คำแนะนำที่ก่อให้เกิดไอ
เดียใหม่อยู่เรื่อย บางทีก็โดยตักเตือนบ้างเหมือนกัน ที่เมล์เรื่องไร้สาระ บางทีก็ปรึกษาหารือใน
เรื่องเรียนต่ออย่างเข้มข้น และฉันก็ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมจากเมล์หรือหัวข้อที่ที่ปรึกษาคนยากให้มา

บางทีก็ไปตั้งกระทู้ในพันทิพย์เพื่อหาข้อมูลหลายด้าน หลายๆความเห็น แล้วเอามา
ประมวล เพื่อเอามาเป็นแนวทางให้กับโปรเจ็คของฉัน....หนักและก็เหนื่อยเหมือนกันเพราะช่วงเวลา
กลางวันก็ต้องทำงาน พอเลิกงานก็ต้องไปหาข้อมูลเรียนต่อจากอินเตอร์เนท แต่สนุกดีที่ได้ฝันและ
ตามมันไป

และฉันก็ได้เมล์ไปขอคำเเนะนำอาจารย์สมัยเรียนมหาวิทยาลัยด้วยอีกท่านหนึ่ง
อาจารย์ท่านก็อายุอานามประมาณเเม่ของฉัน แต่หัวใจยังเป็นวัยรุ่นอยู่ วันดีคืนดีอาจารย์ก็จะเมล์มา
ถาม “โปรเจคคุณไปถึงไหนแล้ว “ บางทีก็จะมีข้อมูลมาให้ บางทีอาจารย์ก็จะให้ชื่อและเบอร์โทรศัพท์
คนที่เคยได้ทุนให้ฉันไปสอบถาม(อาจารย์ท่านมี connection เยอะ)   บางเวลาก็เมล์มากระตุ้นฉัน 
บางทีฉันก็เมล์ไป  “ อาจารย์หนูไม่ไหวแล้ว “อาจารย์ก็จะด่าเพื่อก่อ.ปลุกเพื่อปลอบ....ซึ่งฉันก็ต้องลุก
ขึ้นมาใหม่

5.จับปลาสองมือ
เนื่องจากฉันไม่แน่ใจว่าจะได้เรียนที่ไหนแน่นอน ระหว่างเมืองไทย ออสเตรเลียหรือ
เยอรมันนี เพราะปัจจัยต่างๆ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับฉันคนเดียว ฉันไม่รู้ว่ามหาวิทยาลัยที่ไหน และประเทศ
อะไรจะรับฉันบ้าง เพราะฉะนั้นฉันก็เลยต้องหาความรู้หลายประเทศ ก็คล้ายๆกับการจับปลาสามมือ
อยู่เหมือนกัน
แต่สำหรับคนยากอย่างฉันก็ต้องทำอย่างนี้แหละมั้ง....ก็ฉันไม่มีใครมาคอยคุมคอยแนะนำ
หรือเป็นแนวทางให้เลย ไม่มีเงินเรือนล้านมารองรับความฝัน อยากทำอะไรอยากได้อะไรก็ต้องสู้
ต้องหามาด้วยตัวเอง
            บางทีก็รู้สึกท้อเหมือนกัน....แต่ความรู้สึกนั้นก็หายไปอย่างรวดเร็ว...ก็นี่แหละตัวฉัน  ทุกสิ่ง
ทุกอย่างที่ได้มาคือความภาคภูมิใจ....และฉันก็ดีใจที่ได้เกิดมาเป็นฉันคนนี้...เป็นเรียมลูกแม่เอ้ย ...เป็น
ไอ้เรืองของเพื่อนๆและพี่ๆ  :-D

สรุปความสำเร็จของเดือนนี้

1. มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์เพิ่มมาอีกคน....เจ้าแนน

2. มีอุมการณ์แน่วแน่...แน่นหนา
3. เก็บเงินได้อีก 10,001บาท (รวมยอดยกมา 29,500 บาท)

~*~*~*~ *~*~*~*~ *~*~*~ *~*~*~*~ *~*~*~ *


อ่านเรื่องเล่า เมื่อฉันอยากเรียนเมืองนอก ทั้งหมด คลิกที่นี่ 

พูดคุยกันได้ที่   https://www.facebook.com/succeed.sasima





Create Date : 19 มีนาคม 2556
Last Update : 3 พฤษภาคม 2557 20:51:00 น.
Counter : 3507 Pageviews.

0 comments
ถนนสายนี้มีตะพาบ ประจำหลักกิโลเมตรที่ 264 : โรงเรียนของหนู The Kop Civil
(31 ต.ค. 2563 21:07:42 น.)
幸亏还未相亲 Xìngkuī hái wèi xiāngqīn โชคดีที่ยังไม่นัดดูตัว Kavanich96
(30 ต.ค. 2563 04:44:08 น.)
วัดถ้ำเสือ north-Northeast of Krabi, Thailand. Turtle Came to See Me
(10 ต.ค. 2563 08:07:59 น.)
ตะพาบประจำหลักกิโลเมตรที่ 262 "เอาแต่ใจ" วิธีแก้อาการเอาแต่ใจ newyorknurse
(2 ต.ค. 2563 00:55:46 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Functionaltextiles.BlogGang.com

เรียมเจ้าขา
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 143 คน [?]

บทความทั้งหมด