[Books] Paris in Love - Eloisa James

"I never did learn how to live in the moment,
but I did learn that moments could be wasted
and the world would continue to spin on its axis.

It was a glorious lesson."


- Eloisa James


Eloisa James มีชีวิตที่น่าสนใจ เธอเป็นนักเขียนนิยายโรแมนซ์ชื่อดัง เรียนจบจากฮาร์วาร์ด อ็อกซ์ฟอร์ด และ เยล ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ทางเช็คสเปียร์ที่ Fordham University เป็นลูกสาวของยอดกวีอเมริกัน Robert Bly พบรักผ่านนัดบอดและแต่งงานกับ Knight (cavaliere) ชาวอิตาเลียน ซึ่งเป็นศาสตราจารย์เหมือนกัน

แรงบันดาลใจของปกิณกะเล่าชีวิตในปารีสเล่มนี้คือ ในวัยใกล้ 50 เธอพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งเต้านมหลังจากเสียแม่ไป 2 สัปดาห์ด้วยโรคมะเร็งเหมือนกัน ถึงจะรู้ตัวเร็วรักษาหาย เธอก็รู้สึกว่าชีวิตนี้ยังใช้ไม่คุ้ม เลยลาพักการสอนและย้ายครอบครัวอันประกอบด้วยสามีและลูกชายลูกสาววัยรุ่นไปอยู่ที่ปารีสเป็นเวลาหนึ่งปี

ส่วนใหญ่เป็นข้อเขียนสั้นๆไม่เกิน 1-2 ย่อหน้า โดยขยายความจากบันทึกประจำวันและโซเชียลเน็ตเวิร์คของตัวเองในช่วงนั้น เนื่องจากไม่มีพล็อตหลัก ไม่มีเนื้อหาโดยรวมชัดเจน ทุกอย่างเลยค่อนข้างแรนด้อมเหมือนอ่านบล็อก ตอนแรกอ่านตะลุยไปเรื่อยๆแล้วพบว่าไม่เวิร์ค ในที่สุดก็พบว่า สมควรอ่านไม่เกินวันละ 5% ไม่งั้นจะเฝือ เบื่อ และเลิกอ่าน

แต่ถึงอย่างนั้นต้องบอกว่าชอบทุกอย่างที่เธอเขียนเลยนะ ภาษาสวย จังหวะงาม สมเป็นลูกสาวนักกวี มุมมองน่าสนใจ และที่สำคัญ อารมณ์ขันตรงกับเรา แต่นั่นหมายความว่าต้องค่อยๆจิบทีละนิดๆ ถ้าอ่านวันนึงเยอะเกินไป ทุกอย่างจะน่าเบื่อ

แต่การอ่านทีละนิดก็มีข้อดี เพราะ Paris in Love กลายเป็นหนังสือที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเวลารอต่างๆ เช่น รอรถ รอเพื่อน รอเข้าประชุม รออาหารมาเสิร์ฟ ต่อคิวนู่นนี่

เนื้อหาที่พูดถึงมีหลายอย่าง ทั้งชีวิตประจำวัน แฟชั่น พิพิธภัณฑ์ ผู้คนที่พบเจอ ศิลปะ ร้านที่น่าสนใจ ภาษา หมา และลูกๆของเธอ (ลูกสาวเธอตลกมากกกก เป็นเด็กโอเว่อร์แอ็คชั่นสุดๆ) แต่เด่นสุดเราว่าคืออาหาร บรรยายได้แบบน้ำลายหยด อ่านแล้วท้องร้องโครก เอลอยซาบอกว่าเธอมาอยู่ปารีสเลยขยันทำอาหารลองของใหม่ๆตลอด ทัศนคติของเธอในเรื่องต่างๆก็น่าสนใจดี อาจจะดูฉาบฉวยตื้นเขินไปบ้าง แต่บางทีก็ลึกอย่างคาดไม่ถึง ที่สำคัญคือเธอช่างสังเกต และมีอารมณ์ขัน อ่านแล้วอมยิ้มและหัวเราะอยู่หลายหน

นอกจากนี้ช่วงที่เธอไปอยู่ปารีสคือช่วงที่เธอเขียน A Kiss At Midnight กับ When Beauty Tamed the Beast เรื่องหลังเป็นนิยายเล่มโปรดของเรา พออ่านเจอเกร็ดเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับสองเรื่องนี้เลยเหมือนมีโบนัสแถมพิเศษนิดหน่อย

พรรณาโวหารของเอลอยซาเป็นประเภทอ่านแล้วเห็นภาพอยู่ในหัวแบบมีรายละเอียดเหมือนดูหนังเทคนิคคัลเลอร์ ที่ชอบเป็นพิเศษคือการอุปมา (หรือควรเรียกว่าจินตนาการ?) หลายอย่างรู้สึกมันน่ารักดี อย่างเช่น เปรียบอพาร์ตเมนท์ของตัวเองที่ปารีสว่างามเหมือนโค้ตชาเนลที่เจอหีบห้องใต้หลังคา คือ โทรมนิดๆแต่ออกแบบมาดี หรือเปรียบพื้นถนนที่เต็มไปด้วยเศษขนมปังว่าเหมือนมีเด็กหลงทางสักร้อยคนโปรยเอาไว้เพื่อหาทางกลับบ้าน

ตอนจบของเล่มเอลอยซาพูดถึงเพื่อนรักของเธอที่เสียชีวิตไปเพราะโรคมะเร็ง และก่อนตายก็ออกท่องเที่ยวไปทั่วโลก และมีหนหนึ่งที่โทรศัพท์มาหาเอลอยซาจากบนยอดเขา เธอเป็นแรงบันดาลใจให้เอลอยซาหอบข้าวของและครอบครัวย้ายมาปารีสนี่แหละ อ่านแล้วซึ้งและได้แรงบันดาลใจ wanderlust พลุ่งพล่านเลยทีเดียว จะว่าไปเป็นหนังสือที่มีรสชาติหลากหลายนะ อ่านไปอ่านมา รู้สึกว่าสนุกกว่านิยายของเธอบางเรื่องซะอีก และยังคิดด้วยว่า บางทีการมองปารีสผ่านสายตาของเอลอยซา อาจจะสวยงามและน่าสนใจกว่าสายตาของเราเอง

"So this book is my phone call--not from the top of a mountain, or even the top of the Eiffel Tower: the "here" is negotiable.

It's so beautiful here. You must come before you die."


3 ดาวปลายๆ ปัดเป็น 4



Create Date : 20 กรกฎาคม 2558
Last Update : 20 กรกฎาคม 2558 19:40:28 น.
Counter : 1270 Pageviews.

0 comments
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - ครู่สนทนา :: กะว่าก๋า
(8 ต.ค. 2562 06:20:37 น.)
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - Japonisme :: กะว่าก๋า
(7 ต.ค. 2562 06:25:33 น.)
นางแก้ว : อมราวดี สามปอยหลวง
(6 ต.ค. 2562 08:02:37 น.)
#### รีวิวหนังสือหยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา ความรักมันทำให้ตาบอด? #### สาวไกด์ใจซื่อ
(13 ก.ย. 2562 08:28:01 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Froggie.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



Froggie
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 29 คน [?]

บทความทั้งหมด