สุญญตา=ความจริงจากวัดแห่งหนึ่งในเมืองระยอง
ไม่มีสิ่งใด เกิดแล้วไม่ดับ
คอยกำหนดจับ จะเห็นลางลาง
พินิจจริง, จริง ไม่ทิ้งไม่ขว้าง
จะเห็นกระจ่าง เกิด-ดับ จริงจริง
เริ่มแรกรู้หยาบ รับทราบง่ายง่าย
รู้เกิดแล้วตาย นางนายชายหญิง
อย่างนี้ห่างมาก ไกลจากความจริง
ต้องเห็นทุกสิ่ง เกิด-ดับ ไม่เว้น
ไม่มีสิ่งใด เกิดแล้วไม่ดับ
คอยกำหนดจับ เกิด-ดับจะเห็น
มิใช่ เกิดกาย ตาย, ตาย,เป็น, เป็น
เกิดเช้าตายเย็น เป็นอย่างผกา
ควรเห็นเกิด-ดับ เกิดรับ ดับเกิด
เกิดปับดับเปิด กำเนิดอนิจจา
หายใจเข้าออก ทางบอกสังขาร์
เกิดแล้วดับมา ทุกเวลาหายใจฯ
เมื่อยังหายใจอยู่ ก็รู้กันว่าคน
เห็นเป็นตัวเป็นตน เรียกว่าคนใช่ไหมฯ
ครั้งหมดลมหายใจ หมดความหมายว่าคน
เลิกถือตัวถือตน ความเป็นคนหมดไป
เช่นนั้นความเป็นคน เป็นตัวตนเราท่าน
อยู่ที่ลมเท่านั้น เป็นสำคัญกว่าใคร
พิโธ่, คนลม-คนลม เอามาชมมาชื่น
แทบจะใส่ปากกลืน ให้รวยรื่นหัวใจ
ดูทวารทั้ง 9 ทางไหลเข้าไหลออก
สกปรกไม่หยอก ปิดไม่บอกแก่ใคร
เดชะลมยังช่วย ชูให้สวยเห็นสม
พอให้คนมาชม เชยลมลมชื่นใจ
แถมจ่ายเงินจ่ายทอง ขอมาครองเชยชื่น
เพียงหนี่งวันหนึ่งคืน จะเรียกหมื่นๆ ก็ยังไหว
อะ, ฮ้า, น่าหยัน ทำเช่นนั้นได้ ฮิ
ีมีสตางค์เสียสติ อุตริเสียนิสัย
ถลุงเงินทำลายทอง เห็นเป็นของเล่นๆ
เหมือนถูกกรรมถูกเวร ตามมาเกณฑ์ให้ไหว
กลับมามองเห็นเป็นสุข และลืมทุกข์เบื้องหลัง
ใครจะเตือนก็ไม่ฟัง แถมจะยังด่าให้ฯ
พอแรงลดหมดสตางค์ จึงพอยังได้คิด
มีสติเตือนจิต ไฮ้, เราผิดบานตะไท
พอมั่งมีสตางค์ แล้วใช้อย่างเศรษฐี
เหมือนดั่งถูกภูตผี ตัวกาลีครองใจ
เห็นเป็นดิบเป็นดี โฮ่, อัปรีย์ทั้งนั้น
แต่เพราะถูกปลุกปั่น สุดจะกลั้นทนไหว
นี่, เพียงแต่ฉิบหาย ยังไม่ตายก็เป็นบุญ
ทำให้รู้ค่าคุณ ของพระรัตนตรัย
โอ้, พระวิเศษสุด องค์พระพุทโธเจ้า
ทรงกรุณาสอนเรา อย่าใจเบาหวั่นไหว
ให้สังวรอินทรีย์ อย่าลุกลี้ลุกลน
ระวังตัวระวังตน เดี๋ยวจะโดนโพยภัย
แต่เพราะเราประมาท เป็นสัญชาติคางคก
ถ้ายางหัวไม่ตก ทำลามกเรื่อยไป
เหมือนลูกโป่งลมเป่า ครั้นลมเข้าลอยป่อง
ต่างก็ตั้งตามอง มันล่องลอยไปไหน?
ครั้นหมดลมก็ตก ลงป่ารกไร่นา
ลูกโป่งเลยหมดค่า ไม่ต้องตาใครๆ
ลูกโป่งจะน่าชม ตรงมีลมให้ลอย
ทั้งลูกเล็กลูกน้อย มีลมลอยเป็นใหญ่
เหมือนชายงามหญิงงาม ที่ติดตามกันชม
ยังเชิญชวนกันนิยม ก็อยู่ที่ลมหายใจ
พอหมดลมแล้วซี เห็นเป็นผีเป็นสาง
พากันเดินเหินห่าง ไม่เหยียบย่างเข้าใกล้
เมื่อครั้งยังมีลม ไปขอชมขอซื้อ
พอใจรับนับถือ โดยสัตย์ซื่อรักใคร่
ครั้นสิ้นลมให้เปล่า ไม่รับเอาหรอกเว้ย
พอเห็นเข้าทำเฉย หาทางเลยเลี่ยงไกล
ถ้าหากเราเอาไป เข้าวางไว้ในห้อง
แกเห็นจะลั่นร้อง เหมือนดังต้องไฟไหม้
เร่งเอาไป, เอาไป ตะโกนไล่ เสียงขรม
ไปเอาคนหมดลม มาให้ชมยังไง
ธรรมดาเขาชม คนมีลมเท่านั้น
คนหมดลมเขากัน เอาเข้าเผากองไฟ
หากเราหมั่นตั้งจิต คอยพินิจ เกิด-ดับ
มีสติกำกับ เห็นเกิด-ดับ เท่าทัน
ไม่พะวง หลงขันธ์ เป็นตนท่านตนเรา
ปลงภาระไม่เบา เลิกมัวเมาโมหันธ์
ต่อนั้นท่านจะพบ ความสงบความสว่าง
เป็นนิมิตจิตว่าง ที่ปล่อยวางเบญจขันธ์



Create Date : 08 ตุลาคม 2552
Last Update : 8 ตุลาคม 2552 21:42:28 น.
Counter : 350 Pageviews.

0 comments
บทกวี กะว่าก๋า
(14 ม.ค. 2565 06:03:11 น.)
ปกหลงกลิ่นธารา คณิตยา
(13 ม.ค. 2565 01:00:07 น.)
ณ เขาหลวงสุโขทัย อุทยานแห่งชาติรามคำแหง สมาชิกหมายเลข 6794466
(9 ม.ค. 2565 10:55:09 น.)
แสงแรก กะว่าก๋า
(8 ม.ค. 2565 08:08:14 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Freesky.BlogGang.com

ดวงตาตะวัน
Location :
สมุทรปราการ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]