:::รายการ “ชิมไป ชมไป และห่อกลับไปกินที่บ้าน....ซะอย่างงั้น!!!::::

:::รายการ “ชิมไป ชมไป และห่อไปกินที่บ้าน::::

ควบเก๋งคันเก่าอยู่บนถนน 4 เลน จากตัวเมืองสุพรรณฯ บ่ายหน้ามุ่งไปทางวัดป่าเลไลยก์ เลยเขตประตูเมืองไปประมาณ 1 กิโล ผมหักพวงมาลัยเลี้ยวซ้าย เมื่อถึงป้ายบอกชื่อร้านอาหาร “ปราณ”

ประมาณ 50 เมตร ลึกเข้าไป มีร้านอาหารเล็ก ๆ แอบซ่อนอยู่ในซุ้มแมกไม้...

“ไตปลาแห้ง กับต้มยำกุ้ง” ผมทวนรายการอาหาร กับเจ้าของร้านอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ผมสั่งรายการอาหารผ่านทางโทรศัพท์มือถือมาก่อนหน้าแล้ว ซึ่งเป็นรายการอาหารที่ผมให้ใส่ถุงเป็นกับข้าวไปกินมื้อเที่ยงที่บ้าน อยู่เป็นครั้งคราว

สิ้นทวนคำ “น้องต่าย” หรือ “ไอ้ต่าย” ซึ่งเป็นชื่อที่ผมเรียกจนติดปาก เธอก็รีบเผ่นแผล็วเข้าครัว

หลังจากนั้น “ไอ้ต่าย” เจ้าของร้านก็สวมตำแหน่งเป็นแม่ครัวของร้านในบัดดลฯ

“ไอ้ต่าย” คือเจ้าของร้านอาหาร “ปราณ” ที่พ่วงทุกตำแหน่งในร้าน ตั้งแต่แม่ครัว คนจ่ายตลาด เด็กเสิร์ฟ คนล้างชาม เช็ดถูปัดกวาดร้าน และล้างห้องน้ำ

พูดให้เข้าใจง่าย ๆ เธอผูกขาดทุกตำแหน่งในร้านตั้งแต่ผู้บริหารยันภารโรง หรือทำทุกอย่างตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ

ผมรู้จัก “ไอ้ต่าย” เมื่อประมาณสักสิบปีก่อนหน้านี้ ที่สุพรรณฯ

ภาพที่ผมเห็นเธอครั้งแรก คือมุมภาพที่มองลงมาจากเวทีขณะบรรเลงเพลงโฟล์คซองอยู่ในร้านคมวรรณกรรม ช่วงหัวค่ำของคืนวันหนึ่ง

หญิงสาวร่างเล็ก ผมยาว สวมกางเกงยืนส์ลีวายริมแดง เสื้อเชิ๊ตลายสก๊อต สวมหมวกแก๊ป นั่งละเลียดเบียร์สิงห์ อยู่ในมุมสลัวมุมหนึ่งของร้าน

เธอคือผู้หญิงที่ดูเท่ห์คนหนึ่งในสายตาของผม....

“ไอ้ต่าย” ที่ผมรู้จักในอีกหลายวันต่อมา ว่าเธอคือ แม่ครัวฝีมือดี ในร้านอาหารขึ้นชื่อเรื่องรสชาดอาหารและบรรยากาศ ร้านแถวชานเมือง

สัมผัสแรกที่ได้รับกับการสนทนากับสาวมาดมั่นคนนี้คือ ถ้อยคำสำเนียงห้าว ๆ และสำนวนสนทนาที่ส่อไปทางทะลึ่ง ตึงตัง และถุกอำ จนผมไล่ตามไม่ทัน

ไอ้ต่ายเป็นคนชอบดื่ม ดังนั้นการได้พบปะ ทักทาย และสนทนา ระหว่างผมกับไอ้ต่าย จึงการพบปะในบรรยากาศที่เป็นร้านเหล้าซะเสียเป็นส่วนใหญ่

วิถีชีวิตที่ต่างคนต่างเป็น ต่างหน้าที่ และต่างชะตากรรม

วันนี้ของ “ไอ้ต่าย” เธอคือเจ้าของร้าน อาหาร “ปราณ” ที่ตั้งอยู่ริมถนนมาลัยแมน ชานเมืองสุพรรณบุรี

เธอบอกว่านี่คือชะตากรรมกำหนดให้เธอต้องมาเป็น

เธอเข้ามาเป็นเจ้าของร้านนี้ โดยที่เธอมิได้มีเงินมาลงทุนซักบาทเดียว

เธอบอกว่า มีมือแห่งความหวังดี สายตาแห่งความเมตตา มองเห็นว่าเธอเหมาะควรจะมาเป็นเจ้าของและคนดูแลที่นี่....

ขณะงานวันเปิดร้าน ผมได้รับเชิญให้ไปร่วมเล่นดนตรีด้วย ผมก็อดแอบตั้งคำถามอยู่เหมือนกันว่า “หรือนี่คือวิถีที่เธอต้องมาเป็น”

หากย้อนหลังกลับไป ก่อนหน้า หลังเธอตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง แม่ครัวจากร้านประจำ เธอก็ดุ่มเดินไปจากสุพรรณฯ ด้วยกระเป๋าใบเดียว บนเส้นทางและชะตากรรมที่ดูเหมือนจะหนักเกินกว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเธอจะก้าวผ่านไปเผชิญสู้ และก้าวผ่านมาได้ การเคลื่อนผ่านไปยังต่างสถานที่ ต่างช่วงวันเวลา ขณะเผชิญชีวิตโดยเพียงลำพังนั้น อาชีพหนึ่งเดียวที่ผูกติดควบคู่ และนำไปใช้เพื่อหาเลี้ยงชีวิตตลอด นั่นคือ “อาชีพแม่ครัวทำอาหาร”

และทิศทางสายลมแห่งชะตาชีวิต ก็พัดพาเธอย้อนกลับมาสุพรรณฯ อีกครั้งในอีกสี่ปีต่อมา

เธอเริ่มต้นเป็นเจ้าของร้าน “ปลาเผา” ริมถนนเลี่ยงเมืองสุพรรณฯ โดยมีสัญญาเช่าสถานที่ อาคารทำร้านอาหาร จากตำรวจเกษียณราชการคนหนึ่ง

แล้วจุ่ ๆ เหตุการณ์ไม่คาดฝัน ก็เกิดขึ้นกับเธอ เมื่อเปลวไฟที่เผาปลาอยู่ โฉบปลายเปลวไปกลายก่อเป็นเพลิงเผาหลังคาร้านมุงจากของเธอ จนดับไม่ทัน และเสียหายทั้งหลัง รวมไปถึงข้าวของในร้านทั้งหมด

จากตำแหน่งเจ้าของร้าน กลับกลายไปเป็นจำเลยผู้วางเพลิง โดยมีโจทก์ เป็นอดีตตำรวจ

หลังคำพิพากษาไม่กี่วัน เธอก็ถูกเรียกให้ไปดูสถานที่ ๆ หนึ่ง ซึ่งมีเศรษฐีคนมีตังค์ ได้ตกแต่งอาคาร และบริเวณ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อหวังให้เป็นร้านอาหารเล็ก ๆ แถบชานเมือง แต่สิ่งที่ขาดอยู่ขณะนั้น คือผู้บริหารร้านและแม่ครัว

“ และหรือนี่คือ วิถีที่เธอต้องมาเป็น”

หลังจากนั้นอีกไม่นาน เธอก็กำหนดวันเวลา เพื่อเปิดร้านแห่งใหม่ของเธอ

ร้านอาหาร “ปราณ”

หลังจากเดินเก็บภาพในหลาย ๆ มุมของร้าน จ่ายเงินค่าไตปลาแห้ง และต้มยำกุ้ง ผมบอกกับไอ้ต่ายว่า อยากเก็บภาพบรรยากาศบริเวณร้านเอาไปโพสต์ลงบล๊อค ....

เธอตอบโอเค....

ป.ล. โพสต์นี้คงถือว่าเป็นโพสต์แนะนำร้านอาหาร ก็แล้วกันนะครับ หากท่านมีโอกาสไปเที่ยวสุพรรณฯ แล้วอยากมีมุมส่วนตัวในมื้ออาหารกลางวัน หรือมื้อค่ำ กับบรรยากาศ ท่ามกลางแมกไม้ และเสียงเพลงเบา ๆ ผมอยากแนะนำร้านอาหาร “ปราณ” ซึ่งอยุ่ห่างจากตัวเมืองไปทางวัดป่าเลไลยก์ ประมาณ 3 กิโลเมตร ก่อนจะถึงแยกวิทยาลัยสารพัดช่าง ให้เลี้ยวซ้าย ไปสัมผัสบรรยากาศ และทักทาย “ไอ้ต่าย” เจ้าของร้านได้ ครับ

ร้านเปิดให้บริการ ตั้งแต่ สี่โมงเช้าถึงเที่ยงคืน

ไปไม่ถูก โทร.087-831-2039

::::คลิ๊กอ่านเรื่องย้อนหลัง:::




Create Date : 16 มิถุนายน 2551
Last Update : 16 มิถุนายน 2551 23:19:10 น.
Counter : 364 Pageviews.

6 comments
✿ Food For Fun :: Hot Wok Return #44 :: กินแล้วชื่นใจ : "ส้มฉุน" ✿ เนินน้ำ
(17 ก.พ. 2563 05:32:02 น.)
##ยำตะไคร้แซลมอล## Sai Eeuu
(16 ก.พ. 2563 04:13:49 น.)
ผัดหมี่โคราช sistyJN
(14 ก.พ. 2563 18:24:34 น.)
Wongnai Chef Table @ Empty Plates Bangkok บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน
(13 ก.พ. 2563 07:58:08 น.)
  
ร้านน่านั่งมากเลยค่ะ ต้นไม้เยอะร่มรื่นดีจัง
ว่าแต่...ทำไมไม่ถ่ายรูปไตปลาแห้งมาให้ดูล่ะค่ะ
แบบว่า...อยากกินนนนน...
โดย: คีตาญชลี วันที่: 16 มิถุนายน 2551 เวลา:23:45:06 น.
  
จด เบอ แว้ว ก้าบบบบบบบบ
โดย: dogamania วันที่: 17 มิถุนายน 2551 เวลา:1:29:34 น.
  
บรรยากาศดีจริงๆ
ว่าแต่มีรูปอาหารป่ะคะ
โดย: chayanit_answer วันที่: 18 มิถุนายน 2551 เวลา:17:22:16 น.
  
ร้านน่ารักจังเลยนะ
โดย: jeab (julyjeab ) วันที่: 21 มิถุนายน 2551 เวลา:20:00:56 น.
  
เฮ้ย.. ตั้งใจทำงานนะถ้าว่างแล้วจะแวะไปหา.....เฮียราชวัตร
โดย: .... (julyjeab ) วันที่: 21 มิถุนายน 2551 เวลา:20:02:22 น.
  
บรรยากาศสุดยอดดดดด
โดย: Gigg_Pat วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:21:14:27 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Folkner.BlogGang.com

โฟล์คเหน่อ
Location :
สุพรรณบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด