กลับมาเกิดใหม่เป็นซูเปอร์โมเดล – Rebirth of a Supermodel
ผู้แต่ง: มั่วเฉินฮวน

แปล: เมิ่งเหวิน

สำนักพิมพ์: Rose

 

เป็นเพราะครั้งก่อนรีวิวนิยายจีนโบราณไปแล้ว ครั้งนี้ก็เลยอยากจะเปลี่ยนมารีวิวนิยายสมัยใหม่บ้าง ใช่หรือไม่ คำตอบคือไม่ได้เกี่ยวกันเลยค่ะ ครั้งนี้ที่เลือกรีวิวเรื่องนี้ก็เพราะว่าเพิ่งอ่านเสร็จไปสดๆ ร้อนๆ แล้วก็กำลังจะเอาหนังสือไปคืนเจ้าของเค้าแล้วต่างหาก เลยรีบมารีวิวซะก่อนแค่นั้นเอง

นี่เป็นอีกหนึ่งนิยายที่ว่าด้วยเรื่องตายแล้วกลับมาให้เกิดใหม่ในร่างใหม่ แบบไม่ต้องเริ่มต้นจากเบบี๋แล้วรอให้โตก่อน เรียกว่าเกิดมาเสียบแทนเจ้าของร่างเดิมที่ตายไปแล้วนั่นแหละ แล้วชีวิตก็ดำเนินต่อไปได้เลย สะดวกดี ในเมื่อมันเริ่มต้นมาแบบแฟนตาซีขนาดนี้แล้ว ไม่ว่าจะมีความเหนือจริงอะไรเกิดขึ้นบ้างในนิยายเรื่องนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องที่เราจะต้องนำมาใส่ใจคิดจนหัวแตกให้เกินเหตุ แค่สนุกไปกับการอ่านก็พอค่ะ ซึ่งก็อ่านสนุกจริงๆ นะ พอได้เริ่มอ่านก็รู้สึกว่าชวนติดตามจนวางไม่ลงเลยล่ะค่ะ

นี่เป็นเรื่องราวของอดีตนายแบบที่จบชีวิตลงตั้งแต่ยังหนุ่มเมื่อชีวิตที่แล้ว แล้ววิญญาณก็มาเข้าร่างของหมิงอี้ นายแบบหนุ่มอ่อนแอที่คลั่งรักจนเสียสติ พอผิดหวังจากความรักก็เลยตัดสินใจฆ่าตัวตายในชีวิตนี้ หมิงอี้คนใหม่ที่ได้เรียนรู้ชีวิตของเด็กหนุ่มที่น่าสงสารจึงมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะใช้ชีวิตใหม่อย่างคุ้มค่าที่สุด ไม่ให้เสียเปล่ากับโอกาสที่ได้เกิดมาในร่างใหม่ทั้งที โดยเป้าหมายของเขา ไม่เพียงแต่ต้องการจะทำให้ผู้ชายที่ทำร้ายหมิงอี้เจ้าของร่างเดิมจดจำเขาให้ได้ไปจนวันตาย แต่ยังมุ่งมั่นที่จะก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่งแห่งวงการนายแบบของโลกใบนี้ด้วยเช่นกัน

 
 

แน่นอนค่ะว่าคนที่สามารถตั้งเป้าหมายสูงส่งขนาดนี้ได้ จะต้องดีงามทั้งรูปร่าง หน้าตา บุคลิก รวมถึงความสามารถ เรียกว่าไอคิวต้องดี อีคิวต้องมา ซึ่งหมิงอวี้มีครบหมด ยังไงซะเจ้าของร่างคนเก่าเองก็เป็นนายแบบที่อนาคตไกลอยู่แล้ว เพียงแต่อ่อนแอและไปหลงรักคนผิดเท่านั้นเอง พอเป็นหมิงอวี้คนใหม่ที่ต้นทุนร่างนี้ดีอยู่แล้ว บวกกับชีวิตที่แล้วก็ผ่านการเป็นนายแบบระดับโลกมาแล้ว จึงทำให้หมิงอวี้เวอร์ชั่นนี้แค่ลงมือทำ ขยันสร้างผลงาน และรักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี บวกกับการมีแบ็กอัปที่ดีด้วยแล้ว เป้าหมายการเป็นซูเปอร์โมเดลอันดับหนึ่งของโลก ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

แล้วใครล่ะคะที่จะมาเป็นแบ็กอัปที่ว่าให้กับนายเอกของเรา ก็ต้องพ่อพระเอกอย่างสีเจ๋อแน่นอนอยู่แล้ว คือถ้าคิดว่าหมิงอวี้ออกจะเพอร์เฟ็กต์ผิดมนุษย์ไปหน่อยหรือเปล่า เจอสีเจ๋อเข้าไปนี่ พ่อคนนี้ต้องเรียกว่าเหนือโลกไปอีกนะคะ สีเจ๋อไม่ได้เป็นเพียงซูเปอร์โมเดลอันดับ 1 ของโลกที่รักษาตำแหน่งมาได้ยาวนานหลายปี ยังเป็นดีไซเนอร์ระดับท็อปของแบรนด์ระดับท็อปของโลกไปอีก เพราะฉะนั้นพี่แกจึงทั้งหล่อเลิศ สูงยาวเข่าดี มีดีกรีนายแบบบวกกับการเป็นดีไซเนอร์อัจฉริยะ เป็นระดับผู้บริหารที่ทรงอิทธิพลของประเทศและของโลก ไม่มีใครไม่รู้จัก มีแฟนคลับหลักหลายสิบล้าน เรื่องฐานะทางการเงินและความทรงอิทธิพลคงไม่ต้องพูดถึง คือโคตรของความสมบูรณ์แบบค่ะ แต่ถ้าหมิงอวี้ยังสามารถมาเกิดใหม่และสมบูรณ์แบบขนาดนี้ได้ จะมีคนอย่างสีเจ๋ออยู่ด้วย ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแล้วล่ะ จะไปก็ต้องไปให้สุดค่ะ

ดังนั้นการดำเนินเรื่องราวทั้งหมดจะเริ่มต้นตั้งแต่การกลับมามีชีวิตใหม่ของหมิงอวี้ ที่จะต้องกลับมากอบกู้ชีวิตการเป็นนายแบบให้กลับมาเข้าที่เข้าทางให้ได้เสียก่อน ซึ่งจริงๆ เจ้าตัวเป็นคนมีของอยู่แล้ว หน้าตาที่จะดูว่าสวยก็ได้หรือหล่อก็ได้ แถมยังมีรูปร่างสูงโปร่ง บวกกับออร่านายแบบที่พรีเซ้นต์เสื้อผ้าแบบไหนก็ออกมาดูดีไปเสียหมด แต่ทีนี้จะให้ง่ายไปซะทุกสิ่งโดยที่ไม่มีอุปสรรคเลย จะไม่มีตัวร้ายมาคอยขัดแข้งขัดขาเลย ชีวิตก็คงจะง่ายไปหน่อย นิยายเรื่องนี้มันก็เลยสนุกตรงนี้แหละค่ะ ตรงที่มีผู้มีความประสงค์อยากลองดีกับนายเอกโผล่มาทางนั้นทีทางนี้ทีตลอดทั้งเรื่องเลย

กลับไปรับงานถ่ายแบบอีกครั้งเพราะความที่ถูกดันจนกลายมาเป็นนายแบบระดับล่างไปซะแล้ว ก็โดนแกล้งซะเป็นการประเดิม พอดำเนินเรื่องไปอีก เดี๋ยวก็โดนแฟนเก่าของหมิงอวี้เจ้าของร่างเดิมมาตามป่วน มากลั่นแกล้ง เจอคนมาขัดบ้าง มากันซีน โดนดิสเครดิต โดนปล่อยข่าวลือ โดนแฉ โดนอิจฉา โดนเหม็นหน้า โดนหมั่นไส้ โดนกล่าวหาสารพัด ซึ่งเอาจริงๆ ไม่ว่าจะวงการไหนก็ย่อมจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นไม่มากก็น้อยค่ะ แต่นี่นายเอกของเราโดดเด่นขนาดนี้ เลยโดนแบบถี่หน่อย จัดหนักเป็นพิเศษว่าอย่างนั้น แต่ก็ด้วยความสามารถและความเป็นคนฉลาดในการวางตัว เรียกว่าอยู่เป็นนั่นแหละค่ะ ไม่เพียงแต่จะคลาดแคล้วมาโดยตลอด สถานการณ์ร้ายๆ จึงกลับกลายเป็นดี บางทีก็ดีถึงขนาดพลิกเกมให้หมิงอวี้ของเราได้เปรียบไปซะอีก โดยตลอดการมุ่งมั่นตั้งใจทำงานของเด็กหนุ่มก็เรียกว่าได้เพื่อน รุ่นพี่ ผู้มีอาวุโสมากมายในวงการคอยให้การสนับสนุนด้วยความเอ็นดู และเห็นแววนี่ล่ะค่ะ

ระหว่างนั้น สีเจ๋อที่ได้เจอกับหมิงอวี้โดยบังเอิญก็เรียกว่าถูกอกถูกใจเด็กหนุ่มคนนี้เป็นอย่างมาก ถึงขั้นอยากได้มาเป็นมิวส์ (Muse) ของตัวเองเลยทีเดียว แม้ในใจจะนึกขอบคุณ แต่หมิงอวี้กลับปฏิเสธอย่างสุภาพด้วยเหตุผลที่ว่าเขายังอยากจะเติบโตขึ้นและไปให้ไกลยิ่งกว่านี้ด้วยตัวเอง เพราะหากเขาเป็นมิวส์ให้กับสีเจ๋อ ก็แปลว่าเขาจะหยุดอยู่ที่การเป็นนายแบบของดีไซเนอร์คนนี้คนเดียวเท่านั้น เผลอๆ จะโดนตราหน้าว่าเป็นเด็กเส้นเข้าไปอีก แถมเจ้าตัวยังออกมาประกาศด้วยว่าชีวิตนี้อยากจะเป็นที่หนึ่งเหนือสีเจ๋อให้ได้ในแบบที่เคารพว่าเขาเป็นแบบอย่างที่ดีให้เขามุ่งมั่นจะก้าวไปในหนทางการเป็นซูเปอร์โมเดล ทำเอาสีเจ๋อประทับใจเด็กหนุ่มคนนี้ยิ่งนัก คนที่ได้ฟังนอกจากจะไม่หมั่นไส้แต่ดันอยากเอาใจช่วยไปเสียนี่

หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มต้นขึ้นค่ะ พออ่านไปเราก็ไม่รู้หรอกว่าวงการแฟชั่นนี่มันมีรายละเอียดยังไงแน่ แต่พออ่านไปก็เหมือนได้เห็นภาพเหมือนกันนะคะ เมื่อนานมาแล้วยังชอบนั่งดูช่อง Fashion TV อยู่บ้างเหมือนกัน ดูไปก็เพลินไป พอในนิยายมีการบรรยายภาพการเดินแคทวอล์ก หรือพูดถึงเสื้อผ้าโอต์กูตูร์ทั้งหลาย ก็พอจะนึกออกอยู่บ้าง สนุกดีเหมือนกันนะคะ เนื้อเรื่องยังมีการพูดถึงการจัดอันดับซูเปอร์โมเดลระดับโลกให้เราได้ลุ้นกันตลอดอีกด้วย แล้วก็มีการพูดถึงตัวละครอีกหลายตัว ที่โผล่มาสร้างสีสันเช่น จ้าวรุ่ย และหลัวหรูที่ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลหมิงอวี้ เหล่าซูเปอร์โมเดลระดับโลกอย่างเหอเฉาม่าน ตู้รั่ว หรืออโดนิส คลาร์ก ลั่วเฉิง หรือแม้แต่ตัวละครสายนักแสดงอีกหลายคนก็เข้ามามีบทบาททำให้เนื้อเรื่องสนุกขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ตาม ขออนุญาติพูดถึงตัวละคร อโดนิส คลาร์ก สักนิดนะคะ จริงๆ ตัวละครตัวนี้ไม่ได้เด่นกว่าตัวอื่นๆ นัก เรียกว่านานๆ จะถูกพูดถึงซักทีมากกว่า แต่ที่อยากจะเขียนถึง เพราะตลอดเวลาที่มีการเมนชั่นถึงตัวละครนี้เราจะมีภาพของนางแบบ (ที่เคยเป็นอดีตนายแบบมาก่อน) ขึ้นมาในหัวตลอด นั่นก็คือ Andreja Pejic (ชื่อเดิม Andrej Pejic) แนะนำให้เข้าไปเซิร์ชหาดูประวัติและรูปของเธอดูนะคะ เราชอบเธอมากๆ มาตั้งแต่ที่ยังไม่ได้แปลงเพศ ตอนนั้นเธอได้ชื่อว่าเป็น Androgynous Model ระดับต้นๆ ของวงการ เพราะรูปร่างหน้าตาสวยคมมากจนสามารถใส่ได้ทั้งชุดผู้ชายและผู้หญิงเลย หมิงอวี้เองก็มีลักษณะที่เป็น Androgynous หรือจะบอกว่ามีความเป็น unisex สูงมากเหมือนกัน แต่ไม่ได้กระเดียดไปทางผู้หญิงมากเหมือน อโดนิส คลาร์ก เท่านั้นเองค่ะ อันนี้ถือว่าเป็นเกร็ดเอามาเล่าให้อ่านกันสนุกๆ นะคะ

ด้านสีเจ๋อ ในเมื่อก็ชัดเจนว่า หมิงอวี้คือมิวส์ของเขา เจ้าตัวก็เรียกว่าทำทุกทางเพื่อที่จะได้เข้ามาใกล้ชิดทั้งแบบที่เนียนละไม่เนียน ไม่สนด้วย หน้าด้านนั่นแหละค่ะเอาจริงๆ แต่พอดีนี่เป็นสีเจ๋อ อยากทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น อยากได้ก็ต้องได้ อะไรที่ไม่สนใจก็ไม่อยู่ในสายตา แต่ถ้าชอบก็ทุ่มเทไปอีก ตามใจตัวเองแค่ไหนก็ลองคิดดู ไปๆ มาๆ หมิงอวี้ที่ก็ไม่ได้ปฏิเสธความหวังดีของสีเจ๋อไปซะทั้งหมด ก็เลยเหมือนว่าต้องตามน้ำไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ สุดท้ายก็ดึงดูดกันเอง แปลกใจมั้ยล่ะคะ เอาจริงๆ คู่นี้ก็เรียกว่าสมกันดี เพราะใครต้องมาเจออย่างที่หมิงอวี้ต้องเจอ ก็ต้องมีระดับสีเจ๋อคอยอยู่เบื้องหลังให้นั่นแหละถึงจะดี ตัวหมิงอวี้เองก็ไม่ได้แสนดีอ่อนต่อโลกอะไรขนาดนั้น ลึกๆ ก็ร้ายเหมือนกันนั่นแหละ แต่สีเจ๋อร้ายมากกว่าหลายขุมเท่านั้นเอง ยิ่งรักหมิงอวี้มาก ใครหน้าไหนมาทำอะไรแฟนตัวเอง จะมากจะน้อย พ่อคิดบัญชีทบต้นทบดอกไปเลยจ้า คือไม่สนเลยว่าใครหน้าไหนจะคิดยังไงกับตัวเอง ขอแค่ให้ได้ทำเพื่อหมิงอวี้คนเดียวเท่านั้นจริงๆ

ชื่อ หัวเซี่ย ในเรื่องคือชื่อประเทศนะคะ แต่อ่านแล้วก็เป็นอันรู้กันแหละว่าคือประเทศอะไร แถมคนเขียนจิกกัดอเมริกาอยู่หลายดอกเหมือนกัน เราก็อ่านสนุกๆ เนาะ อย่าไปคิดมาก อีกอย่างนึงที่เหมือนเปิดโลกเราไปเลย ก็คือกระแสในโลกอินเตอร์เน็ต มันช่างน่ากลัว แล้วก็บันเทิงไปพร้อมๆ กัน ต้องสารภาพอย่างนึงนะคะว่าเราเป็นคนที่เลี่ยงการเข้าไปใช้โซเชี่ยลมีเดีย หลายๆ แพล็ตฟอร์มเลย เพราะไม่เล่นทั้ง Facebook ไม่เล่น IG ไม่เล่น twitter กระทู้อะไรทั้งหลายที่มีคนเข้าไปแสดงความเห็นกันโครมครามก็แทบจะไม่ติดตามอะไรทั้งสิ้น ยิ่งทางฝั่งจีนหรือเกาหลี อิทธิพลของ Netizen นั้นสูงมาก เรียกว่าชี้เป็นชี้ตายให้ใครหลายคนได้ในแบบที่น่ากลัวมาก พอมาอ่านนิยายเรื่องนี้ โอ้โห... เปิดโลกมาก ทำให้ได้เห็นภาพเลยว่าอิทธิพลของมันมีมากขนาดไหน แต่หลายๆ ครั้งก็ได้หัวเราะไปด้วยเหมือนกันนะคะ เพราะคนเขียนนับว่ามีอารมณ์ขันดีทีเดียว

แต่ที่ติดใจนิดเดียว แค่นิดเดียว ก็เห็นจะเป็นเรื่องการใช้สัญลักษณ์ emoji ในนิยายเต็มไปหมด เมื่อก่อนเราจะรู้สึกรับไม่ได้มากเลย อาจจะเป็นเพราะไม่คุ้นนั่นแหละค่ะ เราเองก็เป็นทั้งนักอ่านและนักเขียนมานานมาก และขนบงานเขียนส่วนใหญ่ นักเขียนจะไม่ทำกันแบบนั้น ถ้ามันเป็นออนไลน์แพล็ตฟอร์มก็เข้าใจได้ แต่พอมาเป็นหนังสือ ลึกๆ ในใจจะรู้สึกขัดว่าไม่ควรมี แต่โลกมันเปลี่ยนไปแล้วใช่ไหมล่ะคะ แล้วนิยายมากมายเดี๋ยวนี้ก็ถูกเผยแพร่ทางออนไลน์ก่อนจะมาเป็นรูปเล่ม ดังนั้นนี่จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ค่ะ พออ่านๆ ไป มันก็จะคุ้นไปเอง แต่ไม่ได้หมายความว่าเราสนับสนุนนะเออ

ข้อเสียอีกอย่างที่เห็นในนิยายเรื่องนี้คือ สะกดภาษาไทยผิดเยอะอยู่ บางคำเขียนผิดแบบผิดไปเลยจนรู้สึกได้ว่าปล่อยมาได้ยังไง เราไม่ได้จดเอาไว้เสียด้วยว่าผิดตรงไหน หน้าอะไร แต่ผิดเยอะจนรู้สึกได้น่ะค่ะ คือไม่ได้เยอะมากมายขนาดนั้น แต่เราไม่ค่อยอ่านนิยายแล้วเจอผิดจนรู้สึกได้ขนาดนี้เท่านั้นเองค่ะ ยังไงถ้าทางสำนักพิมพ์หรือใครที่รู้จักกับทางสำนักพิมพ์ฝากไปบอกด้วยนะคะว่าเรื่องนี้หลุดเยอะอยู่เรื่องการสะกดคำ เราอ่านงานของ Rose มาไม่น้อย เรื่องนี้เยอะจนรู้สึกได้เลยล่ะค่ะ

ถามว่าควรค่าแก่การซื้อมาอ่านมั้ย ซื้อมาอ่านเถอะค่ะ สนุกดี อ่านไปก็เอาใจช่วยหมิงอวี้ไป หมั่นไส้สีเจ๋อไป แต่คู่นี้เค้ารักกันดี เนื้อเรื่องไม่ได้มีดราม่าอะไรหนักหนา ใครที่ชอบเห็นตัวร้ายโดนกรรมตามสนอง เรื่องนี้ตอบโจทย์ค่ะ อยู่ในระดับสาแก่ใจไปตามๆ กันเชียวล่ะ เล่มก็หนา ตัวหนังสือก็ไม่ใหญ่บึ้มมาก อ่านได้นาน (แต่เราอ่าน 4 เล่ม 2-3 วันก็จบแล้วนะ) อ่านแล้วชอบไม่ชอบยังไง ก็อย่าลืมเอามาแชร์กันด้วยนะคะ

หวังใจว่าจะเป็นไอเดียในการตัดสินใจเลือกนิยายเรื่องต่อไปมาอ่านได้บ้างไม่มากก็น้อยคะ ส่วนคราวหน้าจะเป็นเรื่องอะไร โปรดติดตามตอนต่อไปค่า
 



Create Date : 30 พฤษภาคม 2563
Last Update : 31 พฤษภาคม 2563 9:52:48 น.
Counter : 869 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ความลับในบ้านไลแลค (Red Lilac) : ซงชีอู มาช้ายังดีกว่าไม่มา
(19 ก.ย. 2563 14:00:17 น.)
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - ปาฏิหาริย์อันเรียบง่าย หลากหลายมิติของการภาวนา :: กะว่าก๋า
(16 ก.ย. 2563 06:52:28 น.)
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - ขุนเขา สายหมอก ดอกไม้ :: กะว่าก๋า
(14 ก.ย. 2563 07:51:52 น.)
คุณชายรีวิวบุปผารัตติกาลแห่งฉางอัน - 4 เล่มจบ In Loving Memory
(14 ก.ย. 2563 19:47:04 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Fingers-crossed.BlogGang.com

fingers-crossed
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]