ตัวร้ายอย่างข้า... จะหนีเอาตัวรอดยังไงดี
ผู้แต่ง: โม่เซียงถงซิ่ว

แปล: ลาเวนเดอร์

สำนักพิมพ์: SENSE

 

กว่าจะตั้งหลักหยิบ ตัวร้ายอย่างข้า... จะหนีเอาตัวรอดยังไงดี ขึ้นมาเขียนถึงได้เนี่ย ต้องรวบรวมพลังใจเยอะมาก ทั้งๆ ที่นี่เป็นนิยายอีกเรื่องหนึ่งที่ชอบมาก อันที่จริงนิยายของ โม่เซียงถงซิ่ว หรือที่ใครหลายคนพร้อมใจกันเรียกว่าอาจารย์โม่เนี่ย ต้องขอยอมใจให้กับสกิลการวางพล็อต การสร้างตัวละคร การดำเนินเรื่อง และรายละเอียดอันมากมายของอาจารย์เธอจริงๆ เรื่องนี้เห็นว่าเป็นนิยายเรื่องแรกที่ทำให้เธอดังเป็นพลุแตก ตั้งแต่ก่อนหน้า ปรมาจารย์ลัทธิมาร โน่นแล้ว แถมเจ้าตัวเองก็ออกมาเปิดใจว่ากว่าจะปิดจบเรื่องนี้ได้นี่คือหนักหนาสาหัสนัก แถมใช้เวลายาวนานเป็นปีทีเดียว ขอคารวะให้กับเธอจริงๆ ก็เลยเป็นเหตุลผลว่า ทั้งๆ ที่อ่านจบไปชาตินึงแล้ว ทำไมเพิ่งหยิบเอามาเขียน ก็เพราะรายละเอียดอันมากมายนี่ล่ะที่ทำให้แอบหนักใจนิดหน่อยอยู่เหมือนกัน

  

ที่จริงเรื่องนี้ ต้องเรียกว่าเป็นนิยายเรื่องที่สองที่เราตัดสินใจซื้อมาอ่าน หลังจากที่อ่านปรมาจารย์ฯ จบไปแล้ว แล้วก็ไม่รู้จะไปเริ่มอ่านอะไรต่อ เพราะตอนนั้นยังใหม่กับการอ่านนิยายจีนยิ่งนัก แต่พอดีน้องสาวที่สนิทกันก็บิ๊วสำทับมาเป็นระยะว่า พี่ มีงานของอาจารย์โม่ ที่ถูกตีพิมพ์ออกมาก่อนหน้านี้ แล้วพอเจอกระแสปรมาจารย์ฯ ก็เลยเอามาตีพิมพ์ใหม่ ขายดีตามกันไปอีกเรื่อง แถมน้องยังส่ง link ตัวอย่างมาให้อ่านด้วย สุดท้ายอ่านไป 70 หน้า ไม่ไหวแล้ว ทำไมตลกขนาดนี้ ก็เลยไปเสาะหาหนังสือมาอ่านเอาจนได้ เราชอบการอ่านนิยายที่ตีพิมพ์ออกมาจนจบแล้วมากค่ะ เพราะจะได้ไม่ต้องรอ เวลาอ่านอะไรติดพันแล้วต้องรอเนี่ย ทรมาณสิ้นดีเลย

อันที่จริง ตัวร้ายอย่างข้าฯ เนี่ยถือเป็นเรื่องแรกในการเปิดโลกนิยายข้ามมิติที่มีอยู่มากมายหลายเรื่องให้กับเราเลยล่ะค่ะ คืองงมาก อะไรวะ ยังงี้ก็ได้เหรอ แต่ด้วยการผูกเรื่องที่สนุกและเบาสมอง อ่านไปขำไป ก็เลยสนุกกับมันไปซะเลย แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก จนกระทั่งอ่านนิยายไปหลายสิบเรื่องแล้วนั่นแหละค่ะ ถึงได้ค้นพบว่า ตัวละครในนิยายจีนนั้น เกิดใหม่ข้ามภาพข้ามชาติกันเป็นว่าเล่น ไม่สนกฎธรรมชาติอะไรทั้งสิ้น นึกอยากจะไปเกิดใหม่สวมร่างใคร ก็ย่อมเกิดขึ้นได้ทั้งนั้นไม่ต่างอะไรกับที่คนธรรมดาชาวเราจะต้องตื่นไปทำงานตอนเช้ากันยังไงยังงั้นเลยล่ะ แน่นอนค่ะ ในเมื่อห้ามไม่ได้ เราก็เข้าร่วมความสนุกนี้ไปด้วยเสียเลยก็แล้วกัน

เรื่องนี้พูดถึงชายหนุ่มที่ชื่อ เสิ่นหยวน ที่ติดตามอ่านนิยายแนวฮาเร็มในเว็ปชื่อดังมาอย่างยาวนาน ทั้งเข้าไปคอมเม้นต์ เข้าไปด่า ปวดตับการการวางพล็อตเรื่อง การดำเนินเรื่อง ความไม่มีที่มาที่ไปหลายๆ จุด จนถึงตอนจบที่เรียกว่าทำเอาเจ้าตัวฉุนขาดกับไอ้นักเขียนผู้ไร้ความผิดชอบนี่สิ้นดี จนเสิ่นหยวนตายน่ะค่ะ เหมือนว่าเจ้าตัวไม่แข็งแรงและใกล้จะตายอยู่แล้ว อุตส่าห์ยอมเสียเงินอ่านนิยายที่ติดตามมานาน เพื่อจะให้จบโดยไม่ติดค้างก่อนตายแท้ๆ แต่กลับมาเจอเรื่องแบบนี้ กลายเป็นว่าเจ้าตัวติดค้างจริงๆ จนนอนตายตาไม่หลับ ที่สุดก็พบว่าตัวเองตื่นขึ้นมาอีกครั้งในโลกของนิยายเรื่อง ‘เทพมารอหังการ’ ในร่างของ เสิ่นชิงชิว ตัวร้ายที่โฉดชั่วเลวทรามที่สุด และต้องตายโดยเงื้อมมือของพระเอกอย่างสาแก่ใจที่สุด ก็คนที่เขาพร่ำด่าไม่เว้นแต่ละวันสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่นั่นแหละค่ะ

การกำหนดบทบาทของเสิ่นชิงชิว (ที่เกิดใหม่) ในเรื่องนี้ จะถูกควบคุมภายใต้เงื่อนไขและกฎเกณฑ์อันมากมายของระบบ โดยระบบที่ว่านี้พัฒนาขึ้นมาจากแนวคิดประมาณว่าถ้านักเขียนเฮงซวย นิยายเฮงซวย คุณก็สามารถปรับปรุงแก้ไขนิยายเฮงซวยให้เป็นไปตามที่ปรารถนา จนกลายเป็นวรรณกรรมชั้นสูง คลาสสิกมีระดับได้เลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพราะเงื่อนไขที่มากมาย รวมไปถึงการหักลบและเพิ่มคะแนน (แบบค่อนข้างเอาแต่ใจของระบบ) นั่นด้วย ตอนอ่านถึงตรงนี้ เรานี่คือเงิบไปนิดนึง ไม่เคยเจอนิยายอะไรแบบนี้มาก่อน แต่เพราะความที่ปูเรื่องมาซะสนุก แถมยังตลกเป็นบ้า ก็เลยถึงกับวางไม่ลงเฉยเลยค่ะ

พระเอกของนิยาย เทพมารอหังการ ก็คือ ลั่วปิงเหอ เป็นเด็กหนุ่มหน้าตาดีมีฝีมือที่ต้องกลายมาเป็นศิษย์ของเสิ่นชิงชิว อาจารย์เสิ่นชิงชิวแม้จะรูปงามมากฝีมือ แต่หัวใจก็โฉดชั่วเสียจนแม้แต่ศิษย์ตัวเองก็ไม่ละเว้น ทั้งกลั่นแกล้ง ทรมาณ ทำร้ายสารพัด ส่วนนึงก็เพราะริษยาในพรสวรรค์ของศิษย์ตัวเองด้วยนั่นแหละ จนกระทั่งลั่วปิงเหอภายหลังพบว่าตัวเองมีสายเลือดมารอยู่ในตัวครึ่งนึง ภายหลังต่อจากนั้นไปอีกก็กลายเป็นมารสุดหล่อฝีมือสูงส่งที่ไม่อาจจะหาใครมาโค่นล้มได้ ไม่เพียงจะมากเสน่ห์จนเมียล้นฮาเร็ม แต่ในเวลาต่อมายังกำจัดเสิ่นชิงชิวในแบบที่โหดร้ายน่าสมเพชที่สุด แบบไม่มีใครสงสารด้วยนะ โฉดชั่วขนาดไหนก็นึกดูว่านักอ่านเห็นพ้องกันว่าสมควรตายขนาดนั้นเลยทีเดียว ทีนี้เสิ่นหยวนในร่างของเสิ่นชิงชิวจะทำยังไงดีล่ะ เพื่อที่จะให้ตัวเองรอดจากความตายแบบอเนจอนาถนั้นให้ได้ และทำให้พระเอกไม่กลายเป็นมารร้ายที่จะครองโลกในภายหลัง ด้วยเงื่อนไขที่ว่าต้องไม่เปลี่ยนนิสัยตัวละครจนทำให้ตัวเองโดนระบบหักคะแนนจนหมดเสียด้วยนะ ยากมากพูดเลย

โชคยังดีที่ระบบส่งเสิ่นหยวนให้มาอยู่ในร่างของเสิ่นชิงชิวในช่วงที่พระเอกลั่วปิงเหอยังเด็ก เพิ่งเข้ามาอยู่ในสำนักได้ไม่นานนัก แต่ก็กำลังโดนอาจารย์ผู้ชั่วร้ายผู้นี้ทรมาณได้ที่ โดยที่เจ้าตัวก็ยังใสซื่อเหลือเกิน คิดว่าอาจารย์ทำไปเพื่อทดสอบความอดทนของตัวเองไปอีก เสิ่นชิงชิวคนใหม่จึงพยายามหาหนทางที่จะพลิกสถานการณ์จากที่ทำร้ายลูกศิษย์ตัวเอง มาเป็นแอบช่วย หรือไม่ก็ช่วยแบบซึ่งหน้า โดยพยายามไม่ให้ตัวเองหลุดจากคาแร็กเตอร์เดิมแล้วก็วิธีอ้างโน่นอ้างนี่กับระบบแบบข้างๆ คูๆ ไป ซึ่งก็เอาตัวรอดมาได้เหมือนกันนะ ลุ้นน่าดู แต่กลับทำให้ลั่วปิงเหอ ที่ลึกๆ ก็มีความน้อยอกน้อยใจว่าอาจารย์ช่างไม่รักตัวเองเสียเลย พออาจารย์ทำดีกับตนเองเข้า แม้จะเป็นเรื่องเพียงเล็กน้อย กลับก่อให้เกิดเป็นความประทับใจอย่างที่สุด จนตอนหลังไปๆ มาๆ ศิษย์อาจารย์ กลายเป็นตัวติดกันไปเสีย แถมลั่วปิงเหอยังมีฝีมือในการทำอาหารอย่างมาก ก็เลยได้ทำอาหารดูแลซือจุน (อาจารย์) ของตัวเองไปพร้อมกับการดูแลความเป็นอยู่ของอาจารย์ทุกอย่างชนิดถวายหัว

รายละเอียดที่แสดงถึงพัฒนาการของศิษย์อาจารย์ผู้นี้ยังมีอีกเยอะค่ะ จนกระทั่งเสิ่นชิงชิวนั้น ไม่ต้องห่วงเรื่องการคีพคาแร็กเตอร์ตัวร้ายแล้ว คือพอหลุดจากกฎข้อนี้ไปได้ก็เลยยิ่งทำดีกับลั่วปิงเหอมากขึ้น แรกๆ ก็ทำเพื่อรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้ แต่ตอนหลังกลายเป็นทำไปเพราะเต็มใจไปแล้ว เพราะดันเอ็นดูศิษย์คนนี้จริงๆ ไหนจะความสงสาร และรู้สึกผิดกับการกระทำเสิ่นชิงชิวก่อนหน้านี้ด้วย อย่างไรก็ตาม เพราะเรื่องราวมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ถึงยังไงมันก็ยังมีส่วนสำคัญหลักๆ ของนิยายเรื่องนี้ที่ไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ ยังไงเสียเรื่องมันก็ยังต้องดำเนินต่อไปใช่ไหมล่ะคะ มันก็เลยมีเหตุให้ศิษย์อาจารย์ต้องหมางใจกันและเข้าใจผิดกันในที่สุด ที่จริงเรียกว่าลั่วปิงเหอต่างหากที่เข้าใจซือจุนของตัวเองผิดแต่เพียงฝ่ายเดียว เรื่องราวมันก็เลยดำเนินต่อไปชนิดลุ้นกันตัวโก่งเลยล่ะค่ะ

ที่ขำก็คือ เสิ่นชิงชิว ที่เริ่มจะรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่แปลกไป เพราะพฤติกรรมของลั่วปิงเหอนี่แหละ ทำไมสายตาของลั่วปิงเหอที่มองตัวเองจึงแปลกไป เกลียดหรือก็ไม่ใช่ เสียใจหรือก็เหมือนจะใช่ แต่มันก็เหมือนมีอะไรอื่นอยู่อีก แล้วไหนจะบรรดาเมียๆ ในฮาเร็มที่เคยอ่านมาจากนิยายออริจินอลนั่นด้วยล่ะ ทำไมเรื่องราวดำเนินมาถึงตอนนี้แล้ว สาวน้อยคนนี้ทำไมถึงดูห่างเหิน ทำไมคนนี้ดูคล้ายกับแค่เป็นคนรู้จักกับพระเอก ทำไมคนนี้ถึงกลายเป็นเพียงลูกไล่ เพราะอะไรตอนนี้ลั่วปิงเหอที่ควรจะมีสาวๆ เต็มฮาเร็ม จึงยังไม่มีสาวงามคนไหนอยู่เคียงข้างเลยซักคน แถมยังมีทีท่าหมางเมินพวกนางยิ่งกว่าอะไร กว่าจะรู้ความจริง แหม... ข้าวสารเกือบจะเป็นข้าวสุกนั่นล่ะค่ะ เสิ่นชิงชิวถึงได้รู้ว่า พล็อตเรื่องมีการเปลี่ยนแปลงหนักมาก หนักขนาดที่เปลี่ยนแนวของนิยายเรื่องนี้ไปเลย พร้อมๆ กับพล็อตที่ดูรัดกุมขึ้น แถมเรื่องราวก็ดูเข้าท่าขึ้นเยอะเลย คือเฮงซวยน้อยลงนั่นล่ะค่ะ

ในเรื่องนี้นอกจากตัวละครเสิ่นชิงชิวและลั่วปิงเหอแล้ว ยังมีตัวละครที่สำคัญและน่าสนใจอีกหลายตัว แบบหลายตัวมากๆ คือถ้าเป็นนิยายผลงานของอาจารย์โม่เนี่ย หายห่วงนะคะ เยอะแยะไปหมด แถมมีความสำคัญทั้งนั้น รายละเอียดนี่ไม่ต้องพูดถึง ทำเอาคนเขียนรีวิวอย่างเราหนักใจที่จะเขียนถึงอย่างที่สุด ก็เลยขอยกมาพูดถึงไม่กี่ตัวก็แล้วกัน หนึ่งในนั้นที่ไม่พูดถึงไม่ได้ ก็คือตัวคนแต่งนิยาย เทพมารอหังการ นี่ล่ะคนหนึ่ง คนนี้ไม่ใช่แค่เขียนนิยายที่เสิ่นหยวนถึงกับออกปากบริภาษว่าเฮงซวยห่วยแตกเท่านั้นนะคะ เจ้าตัวยังมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการดำเนินเรื่องโดยรวมตั้งแต่ต้นจนจบด้วย นอกจากนี้ยังมีบรรดาศิษย์พี่น้องในสำนักของเสิ่นชิงชิว และสำนักอื่นๆ อีกหลายสำนักที่ก็ทำให้การดำเนินเรื่องเป็นไปอย่างเข้มข้นและสนุกมากจริงๆ

ไหนจะเทียนหลางจวิน ราชามารหรือประมุขพรรคมาร พ่อแท้ๆ ของลั่วปิงเหอ ที่จริงๆ ก็... โหดแหละค่ะ เป็นถึงราชามารอยู่แล้ว แต่ถ้าสังเกตดีๆ นี่เป็นตัวละครที่น่าสนใจมาก เราอ่านๆ ไปนี่ เกลียดไม่ลงอ่ะ รู้สึกชอบด้วยซ้ำ จู๋จือหลาง ที่เป็นมือขวาของราชามารก็ดีค่ะ ตัวละครตัวนี้ที่จริงน่ารักมาก แต่พฤติกรรมน่ารักของเขาก็เป็นแบบมารนั่นแหละค่ะ หวังดี ไม่ประสงค์ร้ายก็จริง แต่นำหายนะใหญ่หลวงมาทุกครั้งเลย

เราว่าอาจารย์โม่เนี่ย เธอมีแนวคิดในเรื่องของธรรมะอธรรมที่น่าสนใจมากนะคะ ยิ่งพอมาอ่านนิยายของเธอทั้งสองเรื่องนี้แล้ว เรารู้สึกว่า ฝ่ายธรรมะกับฝ่ายอธรรมเนี่ย มันไม่ได้เป็นสีขาวหรือสีดำ หรือเป็นความมืดกับความสว่างชัดเจนขนาดนั้น เรามองว่า เธอมองว่า ทุกอย่างมันล้วนมีเหตุมีผล มีที่มาที่ไปของมัน อย่างเสิ่นชิงชิวที่คนอ่านในเว็ปเกลียดกันทั้งเรื่องน่ะ ก็ไม่ได้เป็นคนชั่วร้ายแบบไม่มีที่มาที่ไป เพราะถ้าเราได้อ่านตอนท้ายๆ หรือแม้แต่ตอนพิเศษ เราจะได้เห็นเลยว่า เพราะเกิดและโตขึ้นมาแบบนี้นี่เอง เสิ่นชิงชิวจึงกลายเป็นคนแบบนี้ อย่างลั่วปิงเหอ ถ้ายังให้เสิ่นชิงชิวคนเดิมสั่งสอนศิษย์คนนี้ ก็อย่าแปลกใจที่โลกจะถูกหมู่มารยึดครอง แต่พอเป็นเสิ่นชิงชิวคนใหม่ที่ขัดเกลาลั่วปิงเหอขึ้นมา เรื่องราวทุกอย่างก็พลิกไปเลย เราว่าทั้งเราและอาจารย์โม่ ไม่เชื่อเรื่องที่ว่าคนเราเกิดมาแบบไหนก็เป็นแบบนี้เลย ทุกอย่างมันต้องมีสาเหตุ นอกจากนี้คนที่เกิดมาเป็นคนดีและดีไปจนจบ หรือเกิดมาเลวก็เป็นได้แต่เพียงคนเลวนั้น ล้วนไม่มีอยู่จริง ที่สุดแล้วคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงและเลือกหนทางที่จะเดินได้ด้วยตัวเอง และไม่ว่าหนทางนั้นจะเป็นยังไง มีเพียงคนที่เลือกนั่นแหละที่รู้ดีที่สุดและหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องรับผลของมันด้วยเช่นกัน ไม่น่าแปลกใจค่ะที่ตัวละครของเธอจึงมีมิติและทำให้คนอ่านตกหลุมรักไปด้วยได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

ที่นี้เรามาพูดถึงความสัมพันธ์ของพระเอกนายเอกของเรากันดูสักหน่อยค่ะ พอพล็อตนิยายออริจินอลถูกเปลี่ยนจากเป็นแนวฮาเร็มมาเป็นแนววายเท่านั้นแหละ ทุกอย่างจึงน่าสนใจขึ้นทันที ลั่วปิงเหอที่แสนจะดิบเถื่อน แต่ก็หล่อเหลาเจ้าชู้ชนิดอยากสอยผู้หญิงที่ไหนมาเป็นเมียก็ย่อมได้ทั้งนั้น ก็ได้กลายเป็นชายหนุ่มที่ปักใจกับซือจุนของตัวเองเพียงคนเดียวชนิดไม่สนชะนีหน้าไหนทั้งสิ้น เรียกว่ายอมหันหลังให้คนทั้งโลกเพื่อคนที่รักเพียงคนเดียวนี่แหละ ยามโลดเล่นในยุทธภพก็ไม่คิดจะไว้หน้าใคร เกลียดใครก็ว่าไปตรงๆ แค้นใจก็แก้แค้นซะ รำคาญใครก็หมางเมิน ไม่สนโลกอะไรทั้งสิ้น เย็นชาก็เท่านั้นโหดเหี้ยมก็เท่านั้น แต่พออยู่กับซือจุนเท่านั้นแหละ เหมือนหมาตัวใหญ่แสนเชื่องทันที แถมยังกลายเป็นเด็กหนุ่มขี้ใจน้อย คิดมาก เดี๋ยวก็ตัดพ้อ เดี๋ยวก็บีบน้ำตา อ่านๆ ไปนี่คือแบบ หมดกันพระเอกผู้เหี้ยมหาญ ทั้งขำทั้งเอ็นดู ทั้งอยากถีบไปพร้อมๆ กันเลยเชียวค่ะ ทำเอาซือจุนต้องคอยลูบหัวลูบหางปลอบใจ เชียร์อัป อ่านไปอ่านมาเนี่ย เราจะลืมภาพซือจุนผู้ต่ำช้าในอดีตไปแบบชนิดหมดเลย เพราะช่างเป็นผู้เสียสละอย่างยิ่ง จนเราอดคอยเอาใจช่วยซือจุนคนใหม่นี้ไม่ได้เลยจริงๆ เอ็นดูนาง

สนุกค่ะนิยายเรื่องนี้ อ่านไปขำไป จังหวะซิตคอมคือดีมาก เนื้อเรื่องก็วางมาดีเลยแหละ ดีเทลจัดเต็ม ได้หัวเราะไปพร้อมกับลุ้นกันชนิดตัวโก่งไปด้วย นิยายเรื่องนี้นอกจากปกจะสวยงามทั้ง 3 เล่มจบแล้ว สิ่งหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือฝีมือการแปลของคุณลาเวนเดอร์ เราชอบการแปลของเธอที่สนุกและลื่นไหลมากจริงๆ นี่ตอนนี้ก็ติดตามผลงานการแปลเรื่องล่าสุดของเธออยู่ ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเลยค่ะ คาดว่าก็น่าจะได้เอามาเขียนถึงอีกเช่นกัน คงต้องรอให้อ่านจบก่อนล่ะนะคะ รับรองว่าได้หยิบมาเขียนถึงแน่นอน

ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงค่ะสำหรับ ตัวร้ายอย่างข้า... จะหนีเอาตัวรอดยังไงดี ใครที่เป็นแฟนอาจารย์โม่ สมควรจะต้องไปหามาอ่าน ใครไม่เป็นแฟนก็ควรจะหามาอ่านด้วยเช่นกัน เราอ่านนิยายเรื่องนี้แล้ว ยอมรับเลยว่าได้เปิดโลกของการเขียนนิยายของทางเว็ปจีนอย่างยิ่ง สนุกและเพลินดีค่ะ ลองไปหามาอ่านกันดูนะคะ
 



Create Date : 06 กรกฎาคม 2563
Last Update : 6 กรกฎาคม 2563 21:55:25 น.
Counter : 129 Pageviews.

2 comments
(โหวต blog นี้) 
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - ศานติในเรือนใจ :: กะว่าก๋า
(19 ก.ย. 2563 06:46:14 น.)
Sunday 13.09.2020 : What I talk about when I talk about running อ่านก่อนวิ่ง...มาราธอน ! Max Bulliboo
(13 ก.ย. 2563 18:22:20 น.)
คฤหาสน์ไอยรา : อรธนินทร์ สามปอยหลวง
(13 ก.ย. 2563 14:58:23 น.)
MARS ลุ้นรักนักบิด : Fuyumi Souryo มาช้ายังดีกว่าไม่มา
(12 ก.ย. 2563 10:10:35 น.)
  
สงสัยว่าจู๋จือหลางแอบชอบเทียนหลางจวิน หรือว่าเสิ่นชิงชิวคะ
โดย: Kae IP: 1.46.110.16 วันที่: 9 กันยายน 2563 เวลา:20:06:50 น.
  
เราค่อนข้างมั่นใจว่า จู๋จือหลาง แอบหลงรักเสิ่นชิงชิวมากอยู่ค่ะ กับเทียนหลางจวินนี่น่าจะเหมือนความจงรักภักดีแบบตายแทนได้มากกว่า เพราะว่าเทียนหลางจวินก็เหมือนเป็นคนที่มอบชีวิตใหม่ให้จ๋จือหลางนั่นแหละค่ะ เราว่าเทียนหลางจวินน่ะรู้ดีด้วยซ้ำว่าจู๋จือหลางรู้สึกยังไงกับเสิ่นชิงชิว เผลอๆ ในใจแอบยุยงส่งเสริมลูกน้องตัวเองด้วยซ้ำ
โดย: fingers-crossed วันที่: 19 กันยายน 2563 เวลา:11:25:04 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Fingers-crossed.BlogGang.com

fingers-crossed
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]