งานหนังสือ (ทั่วไป) "ช่วงเวลาไร้สติของปี" ผู้เขียนเองก็ซื้อหนังสือปีละ 2 ครั้งเหมือนกัน เสียสุขภาพต่อร้านหนังสือ(esp. ร้านหนังสือเล็กๆ) แต่ดีกับสุขภาพผู้เขียน(มีเงินไปซื้ออาหาร:P) ที่จริงการซื้อหนังสือในอุดมคติของผู้เขียนคือ ซื้อทีละเล่ม อ่านทีละเล่ม ..เล่มที่จะเป็นสุดยอดหนึ่งเดียวของตอนนั้น.. อันเป็นความรู้สึกที่พึงมีสมัยจนหนังสือ เหตุผลที่ทำไม่ได้ 1. ผู้เขียนจะยอมเสียเงินซื้อหนังสือเต็มราคาปกที่ร้านธรรมดา ถ้าจะมีร้านหนังสือที่มีหนังสือ "ทุกเล่ม" จากทุกกาลเวลา เบื่อที่จะรีบซื้อหนังสือ เพราะกลัวมันหายไปจากท้องตลาด เวลาอยากอ่านแล้วหาไม่ได้ (ลองคุ้ยตู้หนังสือที่บ้าน พบว่ามีหลายเล่มที่ตอนนี้เราไม่เห็นขายแล้วจริงๆ ..คงจะมีอยู่ แต่หายากหน่อยแหละมั้ง) 2. เป็นไปไม่ได้ที่จะเริ่มต้นใหม่โดยการอ่านที่มีอยู่ให้จบก่อน ..ซื้อหนังสือจากการจัดงาน 1 ครั้ง มากกว่าจำนวนที่อ่านได้ทั้งปี ..เบื่อการที่จะต้องเลือกซื้อหนังสือเพราะมันถูก แต่หนังสือที่เราอยากอ่านตอนนี้จริงๆกลับซื้อไม่ไหว เพราะแพงเหลือเกิน ... นอกจากเสียสติแล้ว ยังเสีย..เซนส์เรื่องทิศทาง เส้นทางไม่ใช่ทางที่ตาเห็น เส้นทางคือหน้าปกหนังสือที่ดึงดูด (เสมือนปังคุงกับเจมส์ โดนล่อไปด้วยอาหาร -_-") จำนวนหนังสือที่อยากได้เพิ่มขึ้นทุกๆ 2 ก้าว อยากได้รถเข็นแบบซูเปอร์มาร์เก็ต กวาดหนังสือที่ตกหลุมรัก มากองรวมกัน แล้วเดี๋ยววิ่งเอาไปวางคืนทีหลังก่อนกลับ 555 ได้ทำเป็นซื้อก็ยังดี (หรือได้ทำแค่ wishlist ก็ได้ แต่.. 1. ทำไม่ไหว 2. ยัยโรคจิตที่ไหนมายืนจดยิกๆแถวนี้) หนังสือลดราคา 50% / ลดเยอะๆ ยังคงเป็นเทรนด์ที่เพิ่มขึ้นทุกงานๆ และเป็นชะตากรรมของหนังสือแนวที่เราอ่านต้องมาอยู่กองนี้ทุกที T-T 1. เจ็บใจ ซื้อแพงไปแล้ว ยังไม่ได้อ่านเลย 2. อ๊ะ เล่มนี้เล็งไว้ยังไม่ได้ซื้อ ดีจังได้ราคาถูก ..แต่แบบนี้ก็ไม่มีคนทำออกมาอีกแล้วน่ะเสะ! วันแรกๆ : หนังสือเก่าลดราคา ยังมีให้เลือกเยอะดี ยังเรียงสวยงาม วันหลังๆ : หนังสือออกใหม่เพิ่มขึ้นเยอะดี (ไม่เข้าใจ เวลามีทั้งปี มาเร่งช่วงวันงานทุกที) (อ่อ เหมือนรายงานของเรานั่นเอง -*-) คนเกลื่อนงาน คนเกลื่อนพื้น การขโมยทำได้ง่ายมากๆเลย (สำหรับบูธหนาแน่น) ผู้เขียนเองเคยเผลอถือหนังสือตั้งใหญ่ออกมาโดยไม่ได้จ่ายสตางค์ แล้วนึกออกวิ่งกลับไปจ่ายทีหลัง ผู้เขียนเลยเชื่อว่ามีคนทำ โซนหนังสือต่างประเทศ คือ ที่สำหรับหายใจ เงินหมดแล้วเดินเล่นก็เจริญหูเจริญตาดี(แม้อ่านไม่ออกสักตัว - -") ครั้งแรกที่ไป คือ ครั้งสุดท้ายที่คุรุสภา ที่สิริกิติ์ ยังไม่ขาดสักที งานละอย่างน้อย 2 วัน ปีหลังๆ แม้จะไม่ได้กระตือรือร้นอะไรมาก แต่อยู่ในงานแล้วตื่นเต้นทุกที:) สำนักพิมพ์ที่เดินอย่างมีจุดมุ่งหมาย สำนักพิมพ์ใหญ่ๆ : มติชน, อมรินทร์ เดินอย่างเดียวจริงๆ ไม่ซื้อ หนังสือใหม่ลดน้อยอะ(ใจร้าย) แอนตี้ๆ ยกเว้น ..กองโละ -_-" ส่วนใหญ่พอหาได้จากร้านมือสองอยู่แล้วด้วยแหละ สำนักพิมพ์ประจำ : คบไฟ, โกมลคีมทอง, นาคร, รหัสคดี, สารคดี, มูลนิธิเด็ก, underground, alternative writer แวะไปดูหนังสือออกใหม่ แต่หลังๆมานี้ไม่ซื้อ/ 1-2 เล่ม เพราะ .. ใช่ เหตุผลนั้นแหละ คุณเดาถูก (เล่มเก่าจากสนพ.เหล่านี้ยังอ่านไม่จบ) สำนักพิมพ์ที่มักได้กินเงินเรา Open : น่าสนใจไปซะหมด ..ช่วยด้วย Bliss : บูธพนักงานสาวสุดตื้อ(ภาษาชาวบ้านคงแปลว่า ขายเก่ง) ทำหน้างอนเวลาเราไม่ซื้อเล่มที่แนะนำยังไงเราก็ไม่เห็นว่า"น่ารัก"หรอก (ฉันเป็นผู้หญิงเอาผู้ชายมาขายเดะ 555) จะเหมาเกือบหมดสนพ.แล้ว แต่ตอนนี้ตามแค่ literature, มูลนิธิชัยดำรงธรรม, j-warmheart วงกลม : ชอบวรรณกรรมแปลของสนพ.นี้ทำได้น่าอ่าน หนังสือ classics (ภาษาอังกฤษ) บูธไหนก็ได้ : เดินไปหลงใหล ลูบคลำ และอดไม่ได้ที่จะซื้อครั้งละ 1-2 เล่ม แม้จำนวนหนังสือEในครอบครองที่อ่านจบจะ = 0 การ์ตูนทั้งหลาย : ปีนึงซื้อ 2 ทียังอ่านไม่ทันเลย อื่นๆ : ขึ้นอยู่กับว่าหนังสือที่อยากได้อยู่สนพ.อะไรก็แค่นั้นเอง . . น่าสงสารคนที่มาเดินกับเราจริงๆ ควรไปคนเดียว
หรือไม่ก็นัดเวลามาเจอกัน ถ้าไม่ติดในวังวน โดย: อั๊งอังอา
วันที่: 11 เมษายน 2550 เวลา:9:53:05 น."ช่วงเวลาไร้สติของปี"
โดนจริงๆค่ะ เวลาซื้ออย่างอื่นคิดแล้วคิดอีก แต่งานนี้ไร้สติจริงๆ โดย: BoOKend
วันที่: 11 เมษายน 2550 เวลา:10:55:13 น.ปีนี้เป็นปีแรกที่ได้ดูที่บูธ คบไฟ แบบจะจะลูกกะตา
แล้วก้ได้พบว่า บูธ นี้หนังสือน่าหยิบเต็มไปหมด ถ้าหยิบได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินนะ แต่เมื่อต้องจ่ายเงิน เราก็จำเป็นจะต้องตัดใจจากบางเล่ม ซึ่งเล่มที่เราตัดใจก็คือ "สมัญญาแห่งดอกกุหลาบ" หลังจากหยิบ "มูซาชิ" มาแทน ครั้นพอกลับมาบ้าน เปิดบล็อกเพื่อนๆดู ปรากฏว่าเจอถึงสองสามบล็อกที่พูดถึง "สมัญญาแห่งดอกกุหลาบ"ในแง่ดี อดเจ็บใจไม่ได้ ทามไมไม่หยิบมาด้วยน้า! ![]() โดย: poser (poser
) วันที่: 11 เมษายน 2550 เวลา:14:39:27 น.จริงๆ เดินคนเดียวก็จะดีตรงคล่องตัวแหละค่ะ
แต่ไม่มีคนช่วยแบก แหะๆ อยากได้สมัญญาดอกกุหลาบด้วยอ้ะ ![]() โดย: สาวไกด์ใจซื่อ
เห็นด้วยเลยค่ะ เมื่อก่อนก็ซื้อทีละเล่ม ให้เวลากับมันได้อย่างเต็มที่ ค่อยๆอ่าน ค่อยๆย่อย แต่เดี๋ยวนี้ทำไม่ได้แล้ว ด้วยเหตุผลเดียวกัน
![]() ประโยคแทงใจ "ช่วงเวลาไร้สติของปี" โดย: หมูย้อมสี
วันที่: 12 เมษายน 2550 เวลา:17:51:20 น.ตรงข้ามกันค่ะ
เมื่อก่อนซื้อปีละ 2 ครั้งช่วงงานหนังสือต้นปี-ปลายปี เดี๋ยวนี้เปลี่ยนเป็นซื้อเมื่ออยากซื้อ ไม่รองานละ ปล.เค้าน่ามีสโลแกน มีสติก่อน(จ่าย)สตางค์ เลียนแบบมีสติก่อนสตาร์ท ![]() โดย: รัตตะ IP: 58.9.41.211 วันที่: 17 เมษายน 2550 เวลา:23:17:39 น.
ขอบคุณครับที่แวะไปทักทายและติชมครับ
โดย: พรเก้าประการ IP: 125.25.73.129 วันที่: 19 เมษายน 2550 เวลา:13:07:33 น.
เข้ามาสวัสดีจ๊ะ
ขอบคุณที่ ไปแม้น อยู่ บล็อก เรื่อง The Alchemist ที่ว่าติดศาสนาคริสต์มากไปหน่อยหรือเปล่าว อันนี้สาวใหมไม่ค่อยสังเกตุมากเท่าไหร่ สาวใหมคิดว่าเขาคงเอามาจากเรื่องเก่ามาเติมมากกว่านะค่ะ โดย: สาวใหม
วันที่: 29 เมษายน 2550 เวลา:4:06:13 น. |





หรือไม่ก็นัดเวลามาเจอกัน ถ้าไม่ติดในวังวน
วันที่: 11 เมษายน 2550 เวลา:9:53:05 น.



ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [