#ทำไมจึงไม่มีมาตรฐานเดียวทั่วโลก #พรรณีเกษกมล #มาตรฐาน
#พรรณีเกษกมล #มาตรฐาน
๑.  #ทำไมจึงไม่มีมาตรฐานเดียวทั่วโลก
ในโลกสมัยใหม่ การทำงานใด ๆ ต้องมีมาตรฐานคุณภาพ และตัวบ่งชี้เป็นตัวกำหนดผลการทำงาน  เกือบจะทุกอาชีพต้องโดนผลกระทบของแนวคิดนี้  แต่ต่างแห่ง ต่างถิ่น ต่างที่นี้  มาตรฐานแตกต่างกัน ใครเป็นผู้กำหนดมาตรฐาน 
เมืองไทย จะใช้หลักระยะทางเป็นกิโลเมตร 
อเมริกา ป้ายบอกระยะทางเป็นหลักไมล์  
เส้นทางที่ออกจากสนามบินลอสแอลเจลิสไปยังเมืองซานดิเอโกจะมีป้ายบอกชื่อถนน ระยะทางที่จะไปอีกแห่งหนึ่งเป็นตัวเลขหลักไมล์เป็นจำนวนเต็มและเลขเศษส่วน 
การบอกระยะทางด้วยเลขเศษส่วน ทำให้นึกไปว่า เด็กที่นี่ต้องเก่งเรื่องเลขเศษส่วนแน่นอน เพราะป้ายระยะทางเป็นเลขจำนวนเต็มกับเลขเศษส่วน เช่น ๑/๒  ๒/๓  ๓/๔ 
แรก ๆ ที่เห็น งงเล็กน้อยด้วยความไม่คุ้นว่ามันควรเป็นเท่าไร 
ตัวเลขไหนจะมากน้อยกว่ากัน ระหว่าง ๒/๓ กับ ๓/๔ 
นี่เป็นความคุ้นเคยที่ทำให้แต่ละคนเก่งในแต่ละเรื่องแตกต่างกัน 
ถ้าบ้านเมืองใช้อย่างไร คนในบ้านเมืองนั้นจะคุ้นเช่นนั้น 
เมืองไทยมีหลักกิโลเมตรบอกระยะทาง เสาสีขาวเล็ก ๆ ข้างถนน 
ใครที่เดินทางไปต่างจังหวัดมักใช้เสาบอกทางเป็นสิ่งบอกให้รู้ว่าเราเดินทางไกลแค่ไหนแล้ว และอีกนานเท่าไรจึงจะถึง  
ที่น่าเสียดายอีกอย่างของเส้นทางจากกรุงเทพไปชลบุรี  จะมีถนนลอยฟ้าอยู่ข้างบน  ถ้าใช้ตัวเลขที่ต้นเสาบอกระยะทางด้วย คงจะดีกว่าเป็นต้นเสาโล้น ๆ หรือมีตัวเลขอะไรไม่รู้ไม่มีความหมายอันใดที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้สัญจรไปมา 
ตอนนี้ใต้ทางด่วน เริ่มมีตัวเลขบอกลำดับของต้นเสาบ้าง
การทักทายด้วยการ Shake hand ถ้าแปลตรงตัวคงบอกว่า ทำให้มือสั่น จับมือเขย่า ที่จริงเขาจับมือกันเขย่าเพื่อให้สั่นเล็กน้อยเป็นการแสดงการทักทาย เหมือนที่บ้านเราเขายกมือไหว้สวัสดีกัน และมีระดับที่แตกต่างเช่นกัน 
ถ้าไหว้ผู้ใหญ่ ต้องก้มศีรษะมากกว่าปกติ และยกมือสูงขึ้น ให้ปลายนิ้วชี้อยู่ระหว่างคิ้ว ฝรั่งก็เช่นกัน ถ้าสนิทสนมหรือรักใคร่กันมาก ๆ เขาต้องจับมือกันนาน ๆ และสั่นแรงขึ้น
สิ่งที่แตกต่างกันอีกอย่าง คือ การใช้สัญญาณไฟจราจรสำหรับคนเดินข้ามถนน บ้านเรามีไฟเขียว แดงเฉพาะให้คนดู ระยะหลังเริ่มเปลี่ยนเป็นรูปคนสีเขียวก้าวขาเดิน  
แต่ที่โน่น จะเห็นเป็นรูปฝ่ามือห้ามเดินสีส้ม  พอให้เดินจะเปลี่ยนเป็นรูปคนก้าวเท้าเดินสีขาว  
เล็ก ๆ น้อย ๆ หลายเรื่องที่แตกต่างกันไปในแต่ละเมืองที่ทำให้ต้องปรับตัวและเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ในเมืองของเขาได้อย่างถูกต้อง  
แม้แต่ในไทย ถ้าไปต่างถิ่นต่างที่จำเป็นต้องเรียนรู้เช่นกัน  
นี่นับว่าเป็นความสำคัญเบื้องต้น ที่ต้องเข้าใจว่าสัญลักษณ์หรือมาตรฐานแต่ละที่เป็นเช่นไร จึงจะอยู่ได้อย่างเข้าใจซึ่งกันและกัน 
การปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่เปลี่ยนไปนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็น 
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมเมืองที่รับความเจริญของซีกโลกตะวันตกเข้ามาเต็ม ๆ และหลายคนพยายามวิ่งตามให้ทัน 




ทำไมนะ ผู้คนทั่วโลกจึงไม่กำหนดมาตรฐานเดียวกัน 
เพราะทุกคนต่างมีความเป็นตัวของตัวเอง มี EGO มากไงล่ะ
คงไม่มีใครยอมใคร
ยกเว้นมีผู้นำเผด็จการเช่นฉินซีฮ่องเต้ บังคับให้แผ่นดินจีนที่มาจาก 7 แคว้น ต้องยอมเปลี่ยนมาตรฐานต่าง ๆ เหมือนกันหมด ทั่วผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาล ไม่ว่าจะเป็นการชั่งตวงวัด มีภาษากลางของทางการ และอื่น ๆ อีกมาก และนี่ทำให้จีนปัจจุบันกลายเป็นประเทศมหาอำนาจได้ 
มันคงเป็นเรื่องยากที่จะบังคับคนต่างชาติต่างภาษาให้คิดเหมือนกัน ทำเหมือนกัน ด้วยต่างมีรากเหง้าวัฒนธรรมที่ก่อตัวมาเนิ่นนาน

อย่างไรก็ตาม ความพยายามที่จะให้มีมาตรฐานที่ใกล้เคียงกัน เช่น เรื่องภาษาในการสื่อสาร ภาษาที่จำเป็นต้องเรียนรู้เพราะมีคนใช้มาก 
ภาษาที่ใช้สื่อสารมีมากกว่า 7,000 ภาษา แต่มีเพียง 12 ภาษา ที่คนเกินครึ่งโลก ใช้กันในยุคดิจิตอล หรือในศตวรรษที่ 21 ถ้าได้เรียนรู้จะเกิดประโยชน์ในการทำงาน
ภาษาที่มีคนใช้เยอะที่สุดในโลก ภาษาจีน ภาษาสเปน ภาษาฝรั่งเศส ภาษาอังกฤษ
ภาษาจีน 1.39 ล้านคน เป็นภาษาที่ใช้พูดสื่อสารมากที่สุด และถือได้ว่าเป็นภาษาที่ยากในการเรียนรู้ เนื่องจากโทนเสียง และภาษาเขียนมีความซับซ้อน 
ประเทศจีนคือหนึ่งในประเทศมหาอำนาจทางด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม การคาดการณ์ว่าภายในปี ค.ศ. 2050 จีนจะกลายเป็นประเทศผู้นำด้านเศรฐกิจที่อาจโค่นแชมป์ตลอดกาลอย่างอเมริกาก็เป็นได้
ภาษาสเปน มีใช้ 389 ล้านคน เป็นภาษาที่ใช้ครอบคลุมสามทวีป ได้แก่ อเมริกาใต้ ยุโรป และแอฟริกา และเป็นภาษาที่สองในอเมริกา ประมาณ 35 ล้านคน ใช้ภาษาสเปนในการสื่อสารแบบไม่เป็นทางการ 
ภาษาฝรั่งเศส มีใช้ 118 ล้านคน ฝรั่งเศสครองแชมป์อันดับ 7 ในด้านเศรษฐกิจโลกจากการจัดอันดับของธนาคารโลก ปี พ.ศ. 2560 คาดว่าภายในปี 2050 จะมีผู้ใช้ภาษาฝรั่งเศสเพิ่มขึ้นกว่า 750 ล้านคน
ภาษาอังกฤษ 527 ล้านคน มีผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร ไม่น้อยกว่า 1.5 พันล้านคน ทำให้ภาษาอังกฤษครองแชมป์ภาษาที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่ง ศตวรรษที่21 และเป็นภาษาราชการของ 3 ประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจโลกอย่าง สหรัฐอเมริกา แคนาดา และสหราชอาณาจักร

ภาษาอาหรับ 467 ล้านคน เป็นภาษาราชการในกลุ่ม 16 ประเทศของ กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เช่น อิรัก คูเวต จอร์แดน อิสราเอล บาห์เรน ปาเลสไตน์ และ ซาอุดีอาระเบีย
ภาษาฮินดี 588 ล้านคน อินเดียเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่สุดอันดับ 6 ของโลก คาดว่าจะเป็นอันดับที่ 2 ในอีก 30 ปีข้างหน้า 
ภาษาเบงกาลี 250 ล้านคน ประเทศบังคลาเทศ และรัฐเบงกอล ตะวันตกในประเทศอินเดีย



Create Date : 14 เมษายน 2568
Last Update : 14 เมษายน 2568 6:58:35 น.
Counter : 385 Pageviews.

0 comments
Eden (2024) สวรรค์คนบาป ไมเคิล คอร์เลโอเน
(13 ม.ค. 2569 21:59:02 น.)
PETRONAS Malaysia Open 2026 The Kop Civil
(12 ม.ค. 2569 10:26:53 น.)
โจทย์ถนนสายนี้มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 393 - "ภาพถ่ายที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณ" ทนายอ้วน
(19 ม.ค. 2569 09:07:41 น.)
แจกภาพปฏิทินประจำวัน ครั้งที่ 32 (22-31 มกราคม 2569) ทองกาญจนา
(21 ม.ค. 2569 09:33:56 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Drpk.BlogGang.com

สมาชิกหมายเลข 4665919
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]

บทความทั้งหมด