Ultraformer vs Ulthera ต่างกันยังไง? ควรเลือกอันไหนให้คุ้มค่า

Ultraformer vs Ulthera ต่างกันยังไง? แต่ละเครื่องเหมาะกับใคร โปรแกรมไหนคุ้มค่า

Ultraformer vs Ulthera

Ultraformer vs Ulthera สองหัตถการนี้แตกต่างกันอย่างไร? แต่ละแบบเหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน ควรเลือกยังไง ทำที่คลินิกไหนให้ได้ผลลัพธ์คุ้มค่า ผิวแน่นกระชับยาวนาน

เมื่อพูดถึงหัตถการยกกระชับผิวแบบไม่ต้องผ่าตัด “Ulthera” และ “Ultraformer” ถือเป็นชื่อที่หลายคนคุ้นเคย เพราะทั้งสองเครื่องล้วนมีเทคโนโลยีอัลตราซาวนด์ที่ช่วยยกกระชับใบหน้าให้ดูเฟิร์มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องผ่าตัดดึงหน้า ไม่ต้องพักฟื้น แต่หลายคนก็ยังสงสัยว่า Ultraformer vs Ulthera แบบไหนดีกว่า? ต่างกันยังไง? และเราควรเลือกแบบไหนถึงจะคุ้มค่า ได้ผลลัพธ์ตรงกับความต้องการที่สุด ไปหาคำตอบทั้งหมดได้ในบทความนี้


Ultraformer VS Ulthera ต่างกันยังไง?

Ulthera กับ Ultraformer ต่างกันยังไง? แม้ทั้งสองเครื่องจะใช้พลังงานอัลตราซาวนด์ในการยกกระชับเหมือนกัน แต่อัลตร้าฟอเมอร์กับอัลเทอร่า ก็มีจุดเด่นและให้ผลลัพธ์ต่างกันออกไป ดังนี้ 

Ultraformer

ก่อนจะรู้ว่า Ultraformer กับ Ulthera มีจุดไหนที่แตกต่างกัน ควรรู้ก่อนว่า Ultraformer (อัลตร้าฟอเมอร์) คือ เครื่องยกกระชับผิวหน้าที่ใช้เทคโนโลยี MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ซึ่งสามารถปล่อยพลังงานลงไปได้ลึกถึงชั้น SMAS โดยไม่ทำร้ายผิวชั้นบน มีหัวยิงหลัก ๆ ให้เลือก 2 ระดับความลึก คือ หัว 3.0 mm. กับหัว 4.5 mm. ซึ่งค่อนข้างครอบคลุมปัญหาผิว 

Ultraformer จะมีความเสถียรและให้พลังงานสูงกว่าเครื่อง Hifu ทั่วไป โดยจะส่งพลังงานเป็นจุดไข่ปลาเล็ก ๆ ความร้อน 60-70 องศาเซลเซียส ทำให้เกิดการหดตัวของเนื้อเยื่อ พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ผิวที่เคยหย่อนคล้อยจะดูกระชับแน่น ริ้วรอยจางลง ช่วยลดกระเปาะแก้ม เก็บเหนียง หน้ามีความเรียวเข้ารูปมากขึ้น หรือจะใช้สลายไขมันที่ต้นแขน ต้นขา และหน้าท้องก็ได้

Ulthera

แล้ว Ulthera vs Ultraformer ต่างกันตรงไหน? ในส่วนของ Ulthera หรือ Ultherapy คือเครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงานจากคลื่นอัลตร้าซาวนด์ความถี่สูง High Intensity Focus Ultrasound มีจุดเด่น คือ ใช้เทคโนโลยี MFU-V ในการแสดงผลภาพอัลตราซาวนด์แบบ Real-time บนหน้าจอ ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นชั้นผิวที่กำลังรักษา ช่วยให้ส่งพลังงานลงสู่ชั้น SMAS ได้แม่นยำกว่า Ultraformer 

และเครื่องยังมีพลังงานค่อนข้างสูง หลังทำหน้าจะยกกระชับชัดเจน เกิดการฟื้นฟูอย่างล้ำลึก ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า มีหัวยิงให้เลือกหลายความลึกตั้งแต่ 1.5 mm. ถึง 4.5 mm. 


Ultraformer VS Ulthera เหมาะกับใครบ้าง?

Ultraformer vs Ulthera เหมาะกับใคร

คนที่เหมาจะทำ Ultraformer 

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย: ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใบหน้า คอ หรือร่างกาย เช่น คางสองชั้น แก้มหย่อนคล้อย
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวให้ดูเด็กลง: ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน รูขุมขนกระชับ
  • ผู้ที่ต้องการลดเลือนริ้วรอยตื้นๆ เพื่อให้ผิวเรียบเนียนขึ้นผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น: ช่วยให้กรอบหน้าชัดมากขึ้น

คนที่เหมาจะทำ Ulthera

  • คนที่ผิวแก่ หย่อนคล้อย ผิวไม่กระชับทำให้กรอบหน้าไม่ชัด
  • คนที่อยากยกกระชับผิวให้ดูแน่นตึง โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น
  • คนที่มีริ้วรอยจางๆ บริเวณหน้าผาก มีร่องแก้มและตีนกา
  • คนที่ผิวอ่อนแอ ขาดคอลลาเจน อยากให้ผิวแน่นอิ่มฟู กระตุ้นคอลลาเจนโดยที่ไม่ต้องฉีด
  • คนที่มีไขมันสะสมใต้ผิว มีเหนียง มีกระเปาะแก้ม คางสองชั้น
  • คนที่มีปัญหาคิ้วตก มุมปากตก

Ultraformer กับ Ulthera ทำอะไรเจ็บกว่ากัน?

Ultraformer vs Ulthera ในแง่ของความรู้สึกขณะทำ ต้องบอกว่า Ultraformer ค่อนข้างเจ็บน้อยกว่า เพราะมีการปล่อยพลังงานแบบหลายจุดพร้อมกันในครั้งเดียว บางคนอาจรู้สึกแค่ตึง ๆ หรืออุ่น ๆ ใต้ผิว หรือในจุดที่ผิวบอบบางก็อาจรู้สึกเจ็บมากขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น แต่อยู่ในระดับที่ทนได้

ส่วน Ulthera จะรู้สึกเจ็บระหว่างทำชัดกว่า เพราะจะปล่อยพลังงานแบบโฟกัสเป็นจุด ๆ ขนาด 1 mm. ลงสู่ผิวชั้นลึกด้วยความแม่นยำ ทำให้รู้สึกเจ็บหรือจี๊ด ๆ บริเวณที่ทำได้มากกว่า แต่ก็ให้ผลลัพธ์ด้านการยกกระชับที่ชัดเจนมากกว่าด้วยเช่นกัน

สำหรับคนที่กังวลเรื่องความเจ็บตอนทำ Ulthera กับ Ultraformer สามารถแจ้งแพทย์เพื่อขอแปะยาชาประมาณ 30-60 นาทีก่อนทำหัตถการ จะช่วยลดความรู้สึกเจ็บให้น้อยลง หรือบางคนแทบไม่รู้สึกเลย ขึ้นอยู่กับความสามารถในการทนเจ็บของแต่ละคน รวมถึงระดับพลังงานที่ใช้


Ultraformer vs Ulthera อะไรเห็นผลนานกว่ากัน?

Ultraformer vs Ulthera อะไรเห็นผลนานกว่ากัน? หลังทำ Ultraformer จะเห็นผลได้ทันที 10-20% แล้วจะกระชับเต็มที่ภายใน 2-3 เดือน และผลลัพธ์จะคงอยู่ได้ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล ถ้าต้องการให้ผลลัพธ์ยาวนานขึ้น แนะนำให้ทำซ้ำทุก 6 เดือน

ส่วนผลลัพธ์หลังทำ Ulthera จะเห็นความเปลี่ยนแปลงทันที 20-30% จากนั้นผิวจะแน่นเฟิร์มเต็มที่ภายใน 3 เดือน และจะอยู่ได้นานตั้งแต่ 12-18 เดือน เมื่อทำครบช็อต และทำต่อเนื่องตามที่แพทย์แนะนำ


ทำ Ultraformer กับ Ulthera ที่ไหนดี?

การเลือกคลินิกถือว่าสำคัญพอ ๆ กับการเลือกหัตถการที่จะทำ เพราะถึงแม้จะใช้เครื่องดี แต่ถ้าแพทย์ไม่มีประสบการณ์ คลินิกไม่ได้มาตรฐาน ก็อาจได้ผลลัพธ์ที่ไม่น่าพึงพอใจนัก สำหรับปัจจัยที่ควรพิจารณาเวลาเลือกคลินิกทำ Ultraformer III กับ Ulthera ได้แก่

  • คลินิกเปิดบริการอย่างถูกต้อง มีเลขที่ใบอนุญาต 11 หลักจากกระทรวงสาธารณสุข
  • ใช้เครื่อง Ultraformer กับ Ulthera ของแท้ ตรวจสอบได้
  • แพทย์ผ่านการเทรนใช้เครื่องยกกระชับแล้ว สามารถประเมินใบหน้า และให้คำแนะนำได้ตรงจุด
  • มีรีวิวจากผู้ใช้จริง
  • มีบริการติดตามผลหลังทำ และมีช่องทางติดต่อชัดเจน

สรุป Ultraformer vs Ulthera เลือกให้เหมาะกับสภาพผิว เพื่อผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ

Ultraformer vs Ulthera แม้จะเป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวแบบไม่ต้องผ่าตัดทั้งคู่ แต่ก็มีความแตกต่างชัดเจนในด้านความแม่นยำ ความเจ็บ และผลลัพธ์ที่ได้ โดย Ulthera เหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับผิวอย่างชัดเจน อยู่ได้นาน ส่วน Ultraformer เหมาะกับคนที่ผิวหย่อนเล็กน้อย ต้องการฟื้นฟูผิวอย่างต่อเนื่อง และไม่อยากเจ็บมาก

สุดท้ายแล้วการเลือกทำหัตถการไหน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อวางแผนดูแลผิวให้เหมาะกับสภาพปัญหา ความต้องการ และงบประมาณที่มี


 



Create Date : 19 กันยายน 2568
Last Update : 14 ตุลาคม 2568 13:57:17 น.
Counter : 58 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
เจ๊หงส์ หลายโตวหลายเลอ cyberlifenlearn
(30 พ.ย. 2568 14:17:36 น.)
ช่องเย็น : นกปรอดภูเขา ผู้ชายในสายลมหนาว
(24 พ.ย. 2568 16:46:47 น.)
Domestic B.I.R.D.S. - นกบ้านๆที่ผมเคยถ่ายมา กะริโตะคุง
(20 พ.ย. 2568 19:54:36 น.)
ช่องเย็น : นกไผ่ ผู้ชายในสายลมหนาว
(17 พ.ย. 2568 14:51:34 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Ddd178701.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#21



สมาชิกหมายเลข 8254872
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด