จากเจดีย์กลางน้ำ พวกเราเดินทางต่อไปยัง เจดีย์โบดาทาวน์
Sacred hair relic of the buddha enshrined and
exhibited in an ivory shrine studded and decorated
with gold,diamond and precious Jewels
อัญเชิญพระเกศาธาตุมาบรรจุในมณฑปครอบแก้วใส ประดิษฐาน ณ ใจกลางองค์พระเจดีย์
----------
• เจดีย์โบดาทาวน์ แปลว่า เจดีย์นายทหาร 1000นาย ตามตำนานเล่าขานว่า เมื่อราว 2000 ปีก่อน
พระเจ้าโอกะลาปะ กษัตริย์มอญทรงบัญชาให้นายทหารระดับแม่ทัพตั้งแถวถวายสักการะแด่พระเกศาธาตุ
ที่นายวาณิชสองพี่น้องอัญเชิญมาทางเรือและมาขึ้นฝั่งเมืองตะเกิงหรือดากอง ณ บริเวณนี้ จึงสร้างเจดีย์โบตะทาวน์
ไว้เป็นที่ระลึก พร้อมทั้งแบ่งพระพุทธเกศา 1 เส้น มาบรรจุไว้ ก่อนนำไปบรรจุในมหาเจดีย์เวดากองและเจดีย์
สำคัญอื่นๆ เจดีย์โบดาทาวน์จึงเป็นหนึ่งในมหาบูชาสถานของชาวมอญและพม่าเรื่อยมา จนกระทั่งเกิดสงครามโลก
ครั้งที่2 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรได้ทิ้งระเบิดถล่มย่างกุ้ง ทำให้เจดีย์โบดาทาวน์องค์เดิมถูกทำลายพินาศ แต่
ในระหว่างการบูรณะได้ค้นพบผอบทรงสถูปบรรจุพระเกศธาตุและพระบรมสารีริกธาตุ
• ครั้นเมื่อเจดีย์โบดาทาวน์องค์ใหม่ สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2496 จึงนำพระเกศธาตุมาบรรจุในมณฑป
ครอบแก้วใส ประดิษฐาน ณ ใจกลางเจดีย์ และทำช่องทางให้พุทธศาสนิกชนเดินเข้าไปดูและสักการบูชาได้อย่างใกล้ชิด
• นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าชมในอาณาบริเวณเจดีย์โบดาทาวน์คือ พระพุทธรูปทองคำ ประดิษฐานในวิหารด้านขวา
ซึ่งเป็นพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีพุทธลักษณะงดงามยิ่งนัก ตามประวัติว่าเคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์
ครั้นเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมอังกฤษในปี พ.ศ. 2428 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลกัตตาในอินเดีย
ทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรที่ถล่มวังมัณฑะเลย์ ต่อมาในปี 2488 พระพุทธรูปองค์นี้ถูกจัดไป
แสดงที่พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและแอลเบิร์ต นอกจากพระพุทธรูปทองคำแล้ว ยังมี พระเขี้ยวแก้ว ซึ่งเก็บรักษาไว้ใน
ตู้กระจก อยู่ใกล้ๆกับวิหารพระทองคำ และด้านซ้ายมือจะมีรูปปั้น นัตโบโบยี หรือ เทพทันใจ ซึ่งชาวมอญและพม่า
นิยมมากราบไหว้บูชา ด้วยเชื่อว่าอธิษฐานขอสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจ
//www.oceansmile.com/Phama/JadiBodatow.htm
ถ่ายเจาะลวดลายที่เสาร์

องค์พระ

ถอดรองเท้า และห้ามลูบจับลวดลายสีทองที่ผนัง ที่จริงก็ลูบไม่ได้อยู่แล้วค่ะเพราะป้องกันด้วยกระจกอีกชั้นหนึ่ง
Sacred hair relic of the buddha enshrined and
exhibited in an ivory shrine studded and decorated
with gold,Diamond and precious Jewels
บุด้วยทองทั้งผนังและเพดาน
ทองทุกซอกทุกมุมภายในพระเจดีย์ สร้างไว้ให้เดินวนไปมาบรรจบกันได้ตลอดทางเดิน
พระสงฆ์สวดมนต์
พิพิธภัณฑ์ จะมีองค์พระองค์เล็กๆ เก็บอยู่ ถูกล๊อกแน่นหนา ไม่ได้ถ่ายเจาะเพราะแสงน้อยมาก
ทางออก

....

เจดีย์โบตาทาวน์ยามฟ้าหม่น
อาหารสำหรับเลี้ยงเต่า

คุณแม่กับลูกน้อยกำลังเพลินกับการเลี้ยงเต่า

กรอบประตูเรียงรายผ่านโค้งประตูไปสักการะเทพทันใจ

• วิธีการสักการะรูปปั้นเทพทันใจ (นัตโบโบยี) เพื่อขอสิ่งใดแล้วสมตามความปราถนาก็ ให้เอาดอกไม้
ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย หรือผลไม้อื่นๆมาสักการะ นัตโบโบยี จะชอบมาก

จากนั้นก็ให้เอาเงินจะเป็นดอลล่า บาท หรือจ๊าด ก็ได้ ไกด์แนะนำให้เอาเงินบาท กับเงินจ๊าดแล้วม้วนเป็น
รูปกรวยซ้อนกันครอบที่นิ้วของนัตโบโบยี เอาหน้าผากของเราแตะ ที่นิ้วแล้วอธิฐานขอพร จากนั้นให้นำเงิน
จ๊าดหยอดลงตู้บริจาก ส่วนเงินบาท เอามาเก็บรักษาไว้ แค่นี้ท่านก็จะสมตามความปราถนาที่ขอไว้

ผลไม้ สำหรับสักการะเทพทันใจ
โคลสอับยอดเจดีย์โปตาทาวน์ (Botataung Paya)

^O^

ระฆัง
ลวดลายที่ห่วงระฆัง
แผ่นป้ายอะไรใครทราบบ้างคะ
The royal palace buddha's Bronze image พระพุทธรูปทองคำ
ประดิษฐานในวิหารด้านขวา ซึ่งเป็นพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีพุทธลักษณะงดงามยิ่งนัก ตามประวัติว่าเคย
ประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์ ครั้นเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมอังกฤษในปี พ.ศ. 2428
ถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลกัตตาในอินเดีย ทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรที่ถล่ม
วังมัณฑะเลย์ ต่อมาในปี 2488 พระพุทธรูปองค์นี้ถูกจัดไปแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและแอลเบิร์ต

พระพุทธรูปปางมารวิชัย เล่ากันว่าเคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเล

เสาประดับด้วยกระจกสีทอง
เสาพญานาค

ลวดลายที่โค้งประตู

ธรรมจักร

แต๊กกับมาลัยดอกมหาหงส์(สเลเต)
ภาพมุมสูง
จบตอนที่ 2 ตอน3 พาชมเจดีย์ชเวดากอง
ตอนแรกจะถามว่าสบายดีหรือเปล่า...
แต่ท่องเที่ยวขนาดนี้ สบายดีชัวร์...