ย่าดา ที่เกาหลี ตอน 2
ย่าดา ที่เกาหลี ตอนที่1 หากยังไม่ได้ชมคลิ๊กค่ะมาต่อตอนที่สองกันเลยค่ะ
Maribated chicken galbi with vegetables fried rice
อร่อยดี
บิบิมบับน่าทานค่ะ มีเซอราลี่ ซ๊อสเกาหลี เนื้อไก่ และผักอีกสองสามอย่าง พนักงานเขาจะมาผัดให้เราเป็นระยะๆ พอสุกแล้ว ทานกันหลังจากเนื้อไก่ และผักหมดแล้ว เขาจะเอาข้าวมาเทใส่น้ำซอสที่เหลือ แล้วก็ผัดให้เข้าเนื้อเข้าน้ำ หม่ำได้อีกแบบพุงกางเหมือนคนท้องซัก 3เดือน 555 ทำให้นึกถึงสุกี้บ้านเรา พอทานเหลือแต่น้ำซุป ก็นำข้าวสวยลงต้มทำเป็นข้าวตุ๋นอร่อยกันต่อได้อีก

หน้าร้านเป็นแบบนี้ค่ะ ส่วนห้องน้ำต้องลงบันไดไปด้านล่าง ต้องขอกุญแจ
จากเจ้าของร้านไปเปิด แปลกดี

ป้ายโฆษณาของทางร้านเขา ตัวการ์ตูนตลกดี

จากนั้นเราก็เดินไปเพื่อนั่งรถไฟใต้ดิน ระหว่างทางเห็นม้านั่งหน้าอาคาร
ไม้เขาสวยดี ออกแบบก็สวย

สถาปัตยกรรมแปลกๆหน้าตึกทรงกลม

ต้นไม้พันด้วยเชือกหน้าตึกมีสถาปัตยกรรม

ซื้อตั๋วรถจ้าSingle journey ticket รถไฟใต้ดินสาย 3 ลงที่สถานี Anguk ทางออกที่ 3

เห็นป้ายโฆษณา Dongdaemun Design Plaza & Park, and Urban Oasis
แปะอยู่ที่เสาขนาดใหญ่ใน สถานนีรถไฟใต้ดิน แปะอยู่ทุกเสาเลยทีเดียว
กำลังก่อสร้างอยู่ เสร็จเมื่อไหร่รับรองว่าได้จะเป็นแลนด์มาร์คของเกาหลีอัน
ยิ่งใหญ่เลยทีเดียว
The Worldwide Landmark, The Hub of World Design Industry

พวกเราเดินออกมาจากสถานีรถไฟใต้ดิน ระหว่างทางเป็นร้านค้า และมี
มิวเซียม(ห้องแถว)อยู่หลายที่ อยากจะแวะพิพิธภัณฑ์เย็บปักถักร้อยจัง
แต่เวลาจำกัด งั้นเดินดูwindow showระหว่างทางเอาแล้วกัน นั่นร้านนี้ขนกลอง
เอามาวางหน้าร้าน คุณลุงคนนี้กำลังทดลองตีกลอง เพื่อฟังเสียงอยู่ค่ะ

ชุดเกาหลีภายในร้าน เห็นว่ามีมิวเซียมเกี่ยวกับงานแต่งงานด้วยค่ะ
ไม่มีเวลาแวะอีกตามเคย

อนุสาวรีย์ริมทางเดินน่าจะเป็นนักสำรวจรุ่นสมัยบุกเบิก ย่าเดาเอาเพราะ
อ่านภาษาเกาหลีบ่ออก อิอิ

แวะซื้อกาแฟที่ cafe EL CAMINO ร้านเขาตกแต่งได้เก๋ดี

กระจุ๊กกระจิ๊กน่ารัก

หยิบไอเดียแต่งร้านมาฝาก

อีกภาพให้เห็นในภาพรวมของการตกแต่ง

ดีไซน์ตกแต่งร้านที่ cafe EL CAMINO

น้องเต๋าชอบเจ้าหมีกำมะหยี่สีน้ำเงินตัวนี้ ขอเต๊ะท่าถ่ายหน่อย

ตามรายทางเห็นแต่ต้นไม้ลักษณะนี้

museum ห้องแถวมีอยู่เต็มไปหมด นี่ก็มิวเซียม แต่ไม่รู้ว่าเป็นมิวเซียมอะไร

จากนั้นย่าก็ได้พบซากุระ คลิ๊กชมได้ที่ลิงค์ด้านล่าง
ดู รักแรกพบ ที่เกาหลี หากยังไม่ได้ชมคลิ๊กค่ะจากนั้นสามสาวก็มาถึง หน้าชางด็อกกุง Changdeokgung Palace

หลังคาอันสวยงามของประตูดอนฮวามุน Donhwamun Gate(Changdeokgung Palace)

ลวดลายที่หลังคาประตูดอนฮวามุน (Donhwamun Gate)

เข้าชมภายในกันค่ะ
---
พระราชวังชางด๊อกกุง
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
World Heritage logo.png พระราชวังชางด๊อกกุง *
ชื่อในภาษาต่างๆ
อังกฤษ Changdeokgung Palace Complex
ฝรั่งเศส Ensemble du palais de Changdeokgung
เกาหลี 창덕궁
ญี่ปุ่น 昌徳宮の建造物群
ข้อมูลทั่วไป
ที่ตั้ง กรุงโซล ธงชาติของเกาหลีใต้ เกาหลีใต้
ประเภท มรดกทางวัฒนธรรม
ปีที่ขึ้นทะเบียน พ.ศ. 2540
(คณะกรรมการชุดที่ 21)
เกณฑ์พิจารณา (ii) (iii) (iv)
ลิงก์ //whc.unesco.org/en/list/816
*ชื่อตามที่ได้จดทะเบียนในบัญชีมรดกโลก
พระราชวังชางด๊อก (ชางด๊อกกุง)
ชื่อภาษาเกาหลี
อักษรฮันกึล: 창덕궁
อักษรฮันจา: 昌德宮
อักษรละติน: Changdeokgung
พระราชวังชางด๊อกกุง หรือ พระราชวังชางด๊อก หนึ่งในห้าพระราชวังที่สำคัญที่สุด
ในสาธารณรัฐเกาหลี สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าแทจงแห่งราชวงศ์โชซอน เมื่อ
ปี พ.ศ. 1948 (ค.ศ. 1405) แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 1955 (ค.ศ. 1412) ด้วยเหตุที่พระราชวัง
แห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของพระราชวังเคียงบก (Kyeongbok Palace) ผู้คนจึง
เรียกพระราชวังแห่งนี้ว่าพระราชวังตะวันออก (East Palace) ซึ่งต่อมาในรัชสมัย
ของพระเจ้าซอนโจ กษัตริย์องค์ที่ 14 แห่งโชซอนได้โปรดเกล้าฯ ให้ขยายสนามหญ้า
ของพระราชวังเป็น 500,000 ตารางเมตร
ในปี พ.ศ. 2135 (ค.ศ. 1592) ขุนศึกญี่ปุ่น โทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะชิได้เข้ารุกรานเกาหลี
กินเวลายาวนานถึง 7 ปี พร้อมกับเผาทำลายพระราชวัง ซึ่งในปีนี้เองเป็นปีที่ฉลองครบ
รอบ 200 ปีแห่งการสถาปนาราชวงศ์ โดยหลังจากผ่านสงคราม 7 ปีไปแล้ว พระราชวัง
ก็ได้รับการบูรณะขึ้นอีกครั้งในปี พ.ศ. 2152 (ค.ศ. 1619) โดยพระเจ้าซอนโจ และองค์
ชายควางแฮกุน แต่อีก 4 ปีต่อมา พระราชวังกลับเกิดเพลิงเผาวอดอีกครั้งในเหตุจราจล
ที่ขุนนางไม่พอใจองค์ชายควางแฮและก่อการยึดอำนาจ สถาปนาองค์ชายนึงยางขึ้น
เป็นพระเจ้าอินโจ พร้อมกับเนรเทศองค์ชายควางแฮไปเกาะคังฮวา จนพระราชวังถูก
โจมตีอีกครั้งจากจักรวรรดิชิง (ประเทศจีน) แต่หลังจากนั้นพระราชวังก็ได้รับการสร้าง
ใหม่ให้อยู่ในสภาพดั้งเดิม
พระราชวังชางด๊อกกุง ได้ถูกใช้เป็นที่ประทับขององค์กษัตริย์ ที่ว่าราชการ และที่ทำงาน
ของขุนนางจนถึงปี พ.ศ. 2415 (ค.ศ. 1872) เมื่อพระราชวังเคียงบกซึ่งอยู่ข้างเคียงได้รับ
การสร้างขึ้นใหม่อีกครั้งโดยสมเด็จพระจักรพรรดิซุนจง (จักรพรรดิองค์สุดท้ายของ
จักรวรรดิเกาหลี) แต่อย่างไรก็ตามสมเด็จพระจักรพรรดิซุนจงนี้ก็ได้เสด็จมาประทับที่
พระราชวังชางด๊อกกุงเรื่อยมากระทั่งเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 2469 (ค.ศ. 1926)
โซล บีวอน
อย่างไรก็ตาม บรรดาสมาชิกราชวงศ์ลี (ราชวงศ์จักรพรรดิเกาหลี) ที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน
ซึ่งยังไม่มีสถานะเป็นประมุขแห่งรัฐอย่างเป็นทางการนั้น หากในอนาคตสถาบันจักรพรรดิ
เกาหลีถูกฟื้นขึ้นในฐานะสัญลักษณ์แห่งรัฐ (ระบอบประชาธิปไตยอันมีสมเด็จพระจักรพรรดิ
เป็นประมุข) พระราชวังแห่งนี้น่าจะเป็นสถานที่ใช้ในการประกอบพิธีบรมราชาภิเษกเพื่อ
การขึ้นเสวยราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดิ

ลวดลายสวยๆที่หลังคาประตูดอนฮวามุน (Donhwamun Gate)มีบุตาข่ายกันนกเข้าไปอึ

แผนที่Changdeokgung Palace มีหลายสิ่งหลายอย่างรวบรวมอยู่ที่นี่ค่ะ เช่นพิพิธภัณฑ์,Secret Garden ฯลฯ
สิ่งก่อสร้างในพระราชวัง
สิ่งก่อสร้างในพระราชวังชางด๊อกกุงมีดังนี้
ประตูดงฮวามุน-ประตูหลักของพระราชวังถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1955 เป็นประตูที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังอยู่จนทุกวันนี้
สะพานกึมชองโย-เป็นสะพานที่เก่าแก่ที่สุดในโซลที่ยังยืนหยัดจนทุกวันนี้ก่อสร้างในปี พ.ศ. 1954
พิพิธภัณฑ์-เดิมเป็นท้องพระโรงถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1948 สร้างขึ้นใหม่ในปี 1804 ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์
หอซอนจองจอน-เป็นห้องทำงานของขุนนางฝ่ายปกครองสร้างในปี 1461 ถูกทำลายในสงครามอิมจินบูรณะปี พ.ศ. 2190
ศาลาจูฮัมนู (คยูจังกัก) - หอจดหมายเหตุและหอแสดงภาพวาดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2319
ฯลฯ
มรดกโลก
พระราชวังชางด๊อกกุงได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในการประชุมคณะกรรมการ
มรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 21 เมื่อปี พ.ศ. 2540 ที่เนเปิลส์ ประเทศอิตาลี โดยผ่านข้อกำหนดและหลัก
เกณฑ์ในการพิจารณาให้เป็นแหล่งมรดกโลก ดังนี้
(ii) - เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลยิ่ง ผลักดันให้เกิดการพัฒนาสืบต่อมาในด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม
อนุสรณ์สถาน ประติมากรรม สวน และภูมิทัศน์ ตลอดจนการพัฒนาศิลปกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือการพัฒนาการ
ตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือบนพื้นที่ใดๆ ของโลกซึ่งทรงไว้ซึ่งวัฒนธรรม
(iii) - เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่า
ที่สาบสูญไปแล้ว
(iv) - เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนา ทางด้านวัฒนธรรม
สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

ประตูดอนฮวามุน (Donhwamun Gate)ของChangdeokgung Palace

ตึกสูง ,Changdeokgung Palace กับ กิ่งไม้เหงา

เริ่มเห็นดอกพรุนหรือบ๊วยก็ไม่รู้ถึงจะเหมือนโรยๆก็ยังดูสวย

ข้ามสะพานไปจะเห็นทางระบายน้ำกว้างใหญ่

สวยงามไหมคะ

ร้านขายกาแฟริมทางเดินมีห้องน้ำอย่างดีบริการ

ต่อตอนสามค่ะ
รับรองว่าผมไม่พลาดเลยสักตอนครับ อิอิอิ