ย่าดา ที่เกาหลี ตอนที่ 6 Namsan Bongsoode(Beacon Tower) Lighing Ceremony การให้สัญญานไฟในสมัยก่อน
มาแล้วจ๊ะภาคต่อจากตอนที่ 5 ขออภัยที่ห่างหายไปซะนาน มาชมกันต่อเลยค่ะ
หลังจากที่เราชม N Tower แล้ว โดยที่เราชมกันแต่ชั้นbase เท่านั้นไม่ได้ขึ้นลิฟท์ไปยังข้างบน
เพราะว่าคนเยอะคิวยาว เวลาไม่พอค่ะ จึงตัดสินใจว่าเราจะไปชมการแสดง ที่อยู่ใกล้ๆ เลย
ศาลาหกเหลียมไปนิดเดียว ใกล้เวลาการแสดง Lighing Ceremony แล้วค่ะ พวกเราจึงรีบรุดไปยังจุดหมาย
เก็บภาพสาวเกาหลีใส่ชุดฮันบก มาฝาก น่ารักไหมคะ

มีกลุ่มเด็กนักเรียนตัวน้อยมาทัศนศึกษา คุณครูผู้นำกลุ่มชี้ให้เด็กๆดูแต่ละสถานที่ๆ
อยู่ในบริเวณนั้น เสียดายว่าย่าฟังภาษาเกาหลีไม่ออก จึงไม่ได้ร่วมเนียนฟังบรรยายค่ะ

ติ๊กกับศาลาแปดเหลี่ยมปาลกั๊กจอง NamSan Palgackjung( Octagon Pavillion)
ที่ศาลานี้แหละค่ะที่จะมีการแสดงในช่วงเย็น ซึ่งดูจะน่าสนใจกว่าช่วงที่เรากำลังรอดูกัน

ใกล้เวลาการแสดงแล้วนักแสดงเตรียมพร้อม

เข้ามาชมใกล้ๆ ชุดสวยให้ความรู้สึกย้อนยุคอย่างดีเลยทีเดียว

Namsan Bongsoode(Beacon Tower) Lighing Ceremony
The term"Bongsoo" is a combination of the words"Bong" meaning
torchlight and"Soo" meaning smoke. Bongsoo was a communications
system used to notify the central government of urgent political and
military information (e.g., the approach of enemies, etc.) from the border
regions in ancient times. Smoke was used as a signal during the day
and firelight at night. It was a much more convenient and rapid
messaging method than using a horse or a messenger. With high speed
and efficiency, news about local situations or the enemy movements at
the border were communicated to the central government. It was lit once
at normal time when an enemy appeared, three times when an
enemy approached the border, tour times when an enemy invaded the
border and five times when a battle with an enemy had begun at the border.
Namsan Bongsoodae was established after moving the captial
city to Hanyang in the third year of Taejo's reign (1394), during the Joseon
Dynasty period, and was used for approximately 500 years untill the year
after Kapogyungiang(the national reformation of 1894). From the old name
of Namsan. it was sometimes called Mokmyuksan Bongsoodae. It has
also been called Gyeong Bongsoodae because of its location in the
capital city. It was and important spot as the central Bongsoodae,the
destination point for all of the torch lihgts in the country.
Patrolling Ceremony: Lighting troops patrol around the Namsan Bongsoodae.
Guards Ceremony : Lighting troops guard the Namsan Bongsoodae.
Lighting Ceremony: Bongsoodae is lit to show that everything is normal.
It has five different levels of lighting to donate different situations.
Sehedule of Event
Days: Year-round (Closed Mondays).
Time: 10.00 hrs ~ 12.30 hrs.
Location: Namsan Bongsoodae (Beacon tower on Nam Mountain)
คัดลอกมาจากโบชัวร์ที่ทางสถานที่มีให้ค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ

ระหว่างที่ทหาร สองนายเดินตรวจตราที่ Bacon Tower โดยการเดินสวนกันไปมาตลอดเวลา
ก็ได้เวลาที่เขาอนุญาตให้ถ่ายรูปกับนักแสดง (ย่าเข้าใจว่าเป็นหัวหน้าหรือผู้บัญชาการทหาร)
พวกเราจึงขอใช้สิทธิ์ รูปนี้น้องแต๊กดูกลัวๆไม่กล้าเข้าใกล้หรือไงนี่ 555

ภาพนี้หาจังหวะถ่ายได้ยากเหมือนกันเพราะผู้ชมเดินกันพลุกพล่าน โดยเฉพาะนักแสดงคน
เข้าคิวถ่ายรูปด้วยเยอะค่ะ

ลูกสาวย่าถ่ายให้ งั้นซะหน่อยนะ ขอเก็บช๊อตไว้เป็นที่ระลึก

ดูชุดเครื่องแต่งกายของเขาเต็มๆ ทำไมต้องมีเหมือนกระเป๋าใบเล็กๆสองใบห้อยไว้
ถ้าให้ย่าเดาคงเป็นที่เก็บเหรียญตราสำคัญไว้ใช้ในหน้าที่ หากใครรู้รายละเอียด
จะมาเพิ่มเติมข้อมูลให้ก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะ

รูปนี้อ่านรายละเอียดในรูปที่ 6 นะคะ

ได้รับการเชิญชวนจากพนักงานให้ทดลองใส่ชุดฮันบก ทีแรกนึกว่าจะยุ่งยากต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า
แต่ปรากฎว่าสามารถใส่ทับไปเลยกับชุดของเราค่ะ ดูสะดวกดีทีเดียว และข้อสำคัญไม่เสียค่าใช้จ่ายค่ะ

เธอบอกว่าเสื้อผ้าเราเตรียมมาพอสำหรับทุกท่าน ว่าแล้วก็จับย่าใส่ซะด้วยเลย

แป๊ปเดียวก็เสร็จเรียบร้อย สามสาวเกาหลีตัวปลอมหลั่นล้าที่เบคอนเทาวเว่อร์

คุณครูของเด็กนักเรียนให้นักเรียนรวมกลุ่มถ่ายรูปที่เบคอนเทาเว่อร์เป็นที่ระลึก เหมือนจับปูใส่กระด้งเชียวค่ะ อิอิ

ตรวจเวรยามโดยเดินสวนกันไปมาตลอดเวลา

ธงสัญลักษณ์

เด็กๆตั้งใจฟังคุณครูเล่าเรื่อง ประวัติของเบคอนเทาวเว่อร์อย่างตั้งใจ

น้องติ๊กถามย่าว่าจะอยู่รอชมตอนบ่าย 3โมงหรือเปล่า เพราะถ้าจะอยู่รอชมโปรแกรมอื่นๆที่เซท
เอาไว้คงต้องตัดไป งั้นไม่รอดีกว่า ถึงจะน่าสนใจและก็น่าเสียดายที่ไม่ได้ชมเก็บไว้เผื่อมาคราวหน้า
ก็แล้วกันเนอะ
ว่าแต่ตอนนี้หิวแล้วเพราะหิ้วท้องรอชมการแสดงเมื่อรอบเที่ยง เอาไงดีหากจะไปหาอาหารที่
เกาลี้เกาหลีทานเวลามันคงไม่พอ งั้นไปทานขนมปังที่ N tower เอาแล้วกัน แล้วพวกเราก็รีบรุด
กลับไปยังจุดเดิม ตรงลานด้านหน้ามีตุ๊กตาหมีตัวเบ้อเร่อ ตั้งไว้ให้ถ่ายรูปด้วย เป็นการโปรโมท
พิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาหมีที่อยู่ภายใน N tower ที่ย่าบอกไว้ตั้งแต่บล๊อกที่แล้วว่ากลุ่มเด็กนักเรียนตัวน้อย
หลายกลุ่มได้จองคิวไว้แล้ว จำเป็นต้องตัดโปรแกรมออกไปค่ะ
---
เอาโปรแกรมของตอนเย็นมาลงไว้เผื่อเป็นข้อมูลให้ท่านได้ใช้ประกอบการพิจารณาในการจัดโปรแกรมทัวร์ค่ะ
Namsan Bongsoodae's martial arts demonstration and folk performance
This cultural event offers demonstrations of traditional martial arts used by
Bongsoodae guards and traditional folk performances full of Korea's Joyful
spirit.
Traditional martial arts demonstration-Art of the spear demonstration,such as Jangchang and Gichang,and art of
their sword demonstration, such as Jaedokgum,Bongugum,and Yedo
-Art of cutting bamboo and bunding straw demonstration.
-Art of empty hand sparring.
-Samulnori(Traditional percussion quartet performance).
Poongmulhanmadang (folk music band), etc.
Sehedule of eventDays: Year-round (Closed Mondays).
Time: 15.00hrs ~ 15.30 hrs.
Location: NamSan Palgackjung( Octagon Pavillion).
-----
เก็บภาพสาววัยรุ่นเกาหลีที่กำลังถ่ายกับตุ๊กตาหมีตัวใหญ่มาฝาก ท่าอาโนเน๊ะเชียว

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง แฮมเบอร์เกอร์ พึ่งได้ยามจนปัญญาหาเมนูเกาหลี

น้องติ๊กสั่งอันนี้ ใหญ่ยักษ์เชียว

งั้นย่าแบ่งกับน้องติ๊กแล้วกันกินทั้งอันไม่ไหว

ไอสครีมขึ้นชื่อของที่นี่ค่ะ ม่าม้าลองชิมดู อืมอร่อยใช้ได้เลย

แวะซื้อของที่ระลึกภายในหอเทาวเว่อร์

เราลงจากเขานัมซานโดยกระเช้าไฟฟ้า (Cable car)

วิวเมืองถ่ายจากรถกระเช้าไฟฟ้า

ใกล้ถึงปลายทางแล้วค่ะดูตามสายเคเบิล
หมายเหตุ ภาพที่ถ่ายบนกระเช้าไฟฟ้า ย่าปรับคอนทราสในช๊อปนะคะ
เพราะถ่ายผ่านกระจก สีมันเลยดร๊อฟไปค่อนข้างมาก

ถือโอกาสเก็บภาพเมืองมุมกว้าง

ซูมอินดูใกล้ๆ สะดุดตาหลังคาบ้านล่างขวาเป็นรูปธงชาติเกาหลี

เห็นต้นซากุระบานสะพรั่งที่ถนน

ถึงแล้วภาพนี้ไม่ค่อยแจ่มเห็นเงารถสะท้อนกระจกรถไฟฟ้า

เจ้าหน้าที่รอเทคแคร์ผู้โดยสาร

มีผู้ใช้บริการเยอะมาก ที่จริงเป็นทางลงทางหนึ่งขึ้นทางหนึ่ง
แต่อาซ้อคนนี้ทำไมมาขึ้นทางลงหล่ะ

รูปปั้นที่อยู่บริเวณนั้นเข้าใจว่าเป็นผู้สร้างรถไฟฟ้า ใครอยู่เกาหลีทราบข้อมูลช่วยแจ้งหน่อยค่ะ

ลวดลายการ์ตูนน่ารักๆที่กระจกอาคารรถกระเช้าไฟฟ้า ย่าเห็นว่าน่ารักดี จึงถ่ายมาฝาก

ลาก่อนกระเช้าไฟฟ้า cable car ที่ส่งพวกเราถึงด้านล่างอย่างรวดเร็ว

ติดตามชมตอนหน้านะคะ ส่วนจะเป็นอะไรขออุ๊บอิ๊บไว้ก่อนนะ อิอิ