ขออภัยที่กว่าจะมาโพสตอนที่สองก็เนิ่นนานพอสมควร มีธุระปะปังที่จะต้องจัดการผัดผ่อนไม่ได้อีกแล้ว มาเข้าเรื่องกันต่อดีกว่านะคะ-----จากตอนที่แล้วหลังจากทานอาหารค่ำกันเสร็จเรียบร้อย คุณรัศมี เสือน้อย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.ฝายหลวงไกด์กิตติมศักดิ์ของเรา นำทางเราไปยังบ้านที่มีเตรียมทำค้างบูยา เราไปชมกันค่ะว่าค้างที่เขาจัดเตรียมมีอะไรกันบ้างการทำค้างบูยา1. นำกระถังมา 1 ใบ จะเป็นกระเบื้องหรือพลาสติกก็ได้2. ตัดไม้ไผ่ลำเล็ก ๆ สูงตั้งแต่ 1 2 เมตร มาปักลงในกระถังแล้วนำสิ่งของที่หนัก ใส่ลงไป เช่น ข้าวสารน้ำตาลทราย นม ผลไม้ เพื่อที่จะทับไม้ไม่ให้ล้มไปข้างใดข้างหนึ่ง 3. นำไม้ไผ่มาเหลา ขูดเปลือกสีเขียวออกทำค้างจะทำเป็นค้างวงกลม คล้ายฉัตรเป็นชั้น ๆ หรือทำเป็นรูปอื่น ๆเช่น รูปหงส์สำหรับประดับค้างบูยา4. แล้วนำใบตาวหรือใบลานมาสานเป็นรูปดาวติดกับไม้ไผ่เป็นชั้น มีทั้ง 3 ชั้น 7 ชั้น แล้วแต่ความสวยงาม จากดาวใหญ่ไปหาดาวเล็ก5. นำยาสูบพื้นเมือง (ยาเส้น) มามวนด้วยกระดาษอย่างดี ห้อยไว้ตามค้างที่เป็น วงกลม 6. แล้วนำของที่เตรียมไว้ เช่น สมุด ดินสอขนม พริก ไม้ขีดไฟ ยาสีฟัน ปัจจัย(เงิน) และเครื่องใช้อื่น ๆ ไปแขวนไว้ที่ ค้าง (ต้น) จึงเรียกว่า ค้างบูยา 7. นำกระดาษสีมาประดับตกแต่ง รอบๆ กระถางและค้างอย่างสวยงามหมายเหตุ ค้าง คือกิ่งไม้ บูยา คือ ยาสูบพื้นเมือง (ยาเส้น)//etourguide.fix.gs/index.php?topic=85.0ตกแต่งด้วยพวงมะโหด (กระดาษสีตัดเป็นตาข่ายสำหรับห้อยประดับเพื่อความสวยงาม)ส่วนกระบะมีคานหาม ที่ใส่ค้างเรียกว่าแฮกลุ่มนี้เขาตกแต่งกันไปเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณรัศมีจึงนำพวกเราไปชมที่บ้านผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1ผู้ใหญ่สวัสดิ์ ถายา กำลังล้อมวงจัดทำกันอยู่ ไปชมกันค่ะว่ามีอะไรบ้างพร้อมทั้งนำขนมแหนบมาให้พวกเราชิม เป็นขนมที่ใช้เป็นส่วนประกอบของค้างบูยาหน้าตาคล้ายขนมเทียนของทางจีน ส่วนในกรอบเล็กคือขนมแหนบที่ผสมดอกดินลงไปด้วยย่าลองชิมทั้งสองแบบ อร่อยดีค่ะ ย่าสอบถามว่าดอกดินนี่หายากไหมตอนนี้ คุณป้าบอกว่าก็ไม่ยากและก็ไม่ง่าย เพราะต้องขึ้นไปเอาบนภูเขาสูง ต้องเสาะหาเอาอยู่เหมือนกันค่ะย่าเคยเห็นเจ้าดอกดินนี้ครั้งหนึ่งนานแล้วสมัยไปเที่ยวภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์ ยังรู้สึกตื่นเต้นเพราะเป็นการเห็นครั้งแรกและครั้งเดียว ความพิเศษของมันคือเป็นต้นไม้ที่ไม่มีลำต้นมีเพียงก้านดอกและดอกโผล่มาจากใต้ตินเท่านั้นสลากชะลอม ซึ่งเป็นประเพณีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ และเจ้ากรรมนายเวรแต่ละบ้านจะจัดชะลอมขนาดเล็กๆ เท่ากับจำนวนคนในบ้าน บ้านไหนมีเยอะคน ก็จะมีชะลอมเยอะบ้านไหนมีคนน้อย ก็จะมีชะลอมน้อย ภายในชะลอมซึ่งจะกรุด้วยใบตองเพื่อไม่ให้มองเห็นของข้างในซึ่งจะใส่ข้าวปลาอาหารแห้ง ผลไม้ ขนม หมากพลู อย่างละนิดละหน่อยแต่มีครบทุกอย่าง การสานชะลอมก็จะต่างจากชะลอมทั่วไป โดยสลากชะลอมจะใช้ตอกคู่ แต่ชะลอมทั่วไปจะใช้ตอกเส้นเดียวสตางค์ตกแต่งด้วยข้าวเปลือกที่มัดล้อมรอบเหรียญด้วยไหมพรมสีสด สำหรับไหว้พระวิธีทำนำเอาไหมพรมสองเส้นขึงกับไม้ไผ่โค้งลักษณะเหมืองคันธนู ใส่เมล็ดข้าวเปลือกลงที่ช่องกลางแล้วนำไหมพรมอีกเส้นสอดสลับชายดึงให้ตึงทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนได้ความยาว พอดีกับรอบเหรียญ จากนั้นก็ผูกติดโดยรอบตกแต่งด้วยไหมพรมเป็นอันเสร็จขอบคุณคุณป้าใจดีมอบให้พวกเราคนละเหรียญกลับไปเป็นที่ระลึกเงินที่ชาวบ้านนำมาร่วมทำบุญมาติดที่ค้าง คุณป้าบอกว่าเสียดายพวกเรามาไม่ทันตอนเงินเต็มขันในถาดมีไม้สีเสียด น้ำยาทาใบพลู(ในขวดสีขาว) ใบพลู,พริก ,หอม และกระเทียม นำมาบรรจุลงในฉลากชะลอม อันนี้แล้วแต่ค่ะว่าเราจะใส่อะไรลงไป บางบ้านใส่ขาวเหนียวหนึ่งพร้อมหมูคลั่วกลิ้ง แถมมีน้ำปลาร้า ด้วย ถุงเล็กๆพอคำ (จากชะลมอที่ย่าได้รับเป็นของฝากกลับบ้าน)เรียกว่าแล้วแต่เราจะใส่ค่ะระหว่างเหล่าบรรดาเด็กๆ และแม่บ้านจัดเตรียมสลากชะลอม และค้างบูยา เหล่าพ่อบ้านก็ตั้งวงสนทนากันอย่างครื้นเครงขันรับเงินทำบุญมีธูปและดอกไม้ ในที่นี้ใช้เป็นดอกทองดอกบวบ เข้าใจว่าคงใช้เป็นดอกอะไรก็ได้ที่มีปลูกอยู่รอบบ้านตัวเอง นำมาใช้ประกอบพิธีได้ทั้งนั้นพริก,มะเขือ พืชผักสวนครัวสามัญประจำบ้านก็เป็นของตกแต่งค้างได้เหมือนกันโชคดีมีลูกบ้านนำเงินมาทำบุญ ย่าจึงได้เก็บช๊อตมาฝาก อธิฐานก่อน...ลงขันทำบุญ(ขวาผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ผู้ใหญ่สวัสดิ์ ถายา)ย่าเพิ่งถึงบางอ้อ อย่างงี้นี่เองเขาถึงเรียกการทำบุญว่าลงขัน อิอิพวกเราได้ชิมทุเรียนพันธุ์หลงลับแล พันธุ์ที่มีชื่อเสียงของที่นี่ ลูกเล็กกำลังทานลูกละประมาณ 2 กิโล ย่าจับคุณนิดมาเป็นพรีเซนต์เตอร์ซะเลย 555แป้งพันนุ่มอร่อย อาหารขึ้นชื่อของที่นี่นอกจากพวกเราจะได้ทานลางสาด,ทุเรียนมังคุดแล้ว ยังมีขนมแหนบ,ทุเรียนทอด แป้งพัน ลำเลียงมาให้พวกเราลองทานกัน แถมมีเมนูพิเศษแป้งพันสุกี้ (ขวามือบน)ทริปนี้เล่นเอาน้ำหนักย่าขึ้นเป็นกิโลเลยคุณป้าใจดีบอกว่าลูกสาวกำลังทำอยู่ไปดูวิธีทำกันไหม พวกเรามีหรือจะขัดกระวีกระวาดพุ่งไปทันที นี่ค่ะหม้อที่สำหรับทำแป้งพัน หน้าตาคล้ายหม้อข้าวเกรียบปากหม้อขั้นตอนแรก ตั้งแป้งเทลงแล้วไล้รอบๆเป็นแผ่นถ้าจะทำแป้งพันเฉยๆ ก็ครอบฝากรอแป้งสุขแล้วใช้ไม้กรีตตลบเป็นม้วนเส้นยาวๆก็เป็นอันเสร็จหากจะทำแป้งพันสุกี้ ก็เริ่มขั้นตอนต่อไปโดยตอกไข่ใส่ลงบนแป้งที่เริ่มสุขจากนั้นก็ใส่ผัก ต่างๆลงบนแผ่นแป้งใส่หมูจากนั้นก็ครอบฝารอสุกสุกแล้วเปิดฝากรีดแป้งด้านริมโดยรอบจากนั้นตักเข้าไปลึกหน่อยเตรียมจานมารอไว้ดึงแผ่นแป้งลงจานแซะใส่จานที่รอไว้ใส่ซอสสุกี้สูตรพิเศษแสนอร่อยที่ปรุงเอง สูตรลับเฉพาะเหมือนกับแป้งพันที่นี่ก็เป็นสูตรลับเฉพาะเหมือนกันค่ะจะอร่่อยนุ่มกว่าของที่อื่นเสร็จแล้วค่ะ อร่อยล้ำ ทั้งแป้งพัน และแป้งพันสุกี้อยากกลับไปทานอีกจัง ..มัวทำหน้าที่ย่าดาพาชิมไปซะแล้ว กระทู้นี้จึงยังไม่ถึงขบวนแห่ค้างบูยาสักที ขออภัยจริงๆค่ะตอนหน้าคงพาชมตลาดก่อน ไหนๆมาลับแลทั้งทีพาเที่ยวให้ทั่วๆหน่อย หมายถึงในตลาดหน่ะนะ ส่วนตามป่าตามเขาที่นี่มอบหน้าที่ให้คุณชาลี แห่งโอเค.เนชั่นเป็นผู้นำเที่ยวก็แล้วกัน----
ขอบคุณ คุณกัญญาวีร์ ศิริกาญจนารักษ์ คุณธีรภาพ โลหิตกุล และ คุณรัศ เสือน้อย เป็นอย่างยิ่งที่เปิดโลกทัศน์ให้ได้เห็นแง่มุมงามๆ ณที่แห่งนี้ลิ้งก์ที่เกี่ยวข้อง//www.oknation.net/blog/pasalarksee/2012/09/13/entry-1//www.bloggang.com/mainblog.php?id=dada&month=13-09-2012&group=3&gblog=181//www.oknation.net/blog/pasalarksee/2012/09/14/entry-1