หนูมินท์ตะแลปแก๊ปมาหาย่าชวนไป ลับแล ชมงานประเพณีค้างบูยา ที่ลับแล จ.อตรดิตถ์โน่น ตามที่แพลนไว้คือเดินทางวันที่ 8ใช้เวลาเดินทางกันวันหนึ่งเลยทีเดียว ขาไปใช้เวลามากหน่อยเพราะหลงทางเล็กน้อย คุณนิดเป็นสารถี ข้บไปก็เช็คเส้นทางกับปลายทางเป็นระยะๆ เป็นทริปสาม(ไม่)สาวตะลุยทริปวัฒนธรรมจ๊ะ ถึงม่อนลับแลจุดนัดหมายเอา 6 โมงเย็นม่อนลับแลที่ตั้ง : 98 หมู่ 6 ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ของฝาก ผ้าทอพื้นเมือง แสดงผ้าซิ่นตีนตกอายุกว่า 100 ปีร้านอาหาร และเครื่องดื่ม ริมทางบนเส้นทาง อ.ลับแล-น้ำตกแม่พลูม่อนลับแลเป็นทั้ง ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน และ ร้านจำหน่ายของฝากพื้นเมืองซึ่งรวบรวมผ้าทอพื้นเมืองลับแลจากอดีตสู่ปัจจุบัน บ้านของฝากม่อนลับแล จำหน่ายสินค้าหัตถกรรมพื้นเมืองผ้าทอพื้นเมือง อาหารและของฝากเอกลักษณ์เมืองลับแล ผลไม้ตามฤดูกาล และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เส้นทางวัฒนธรรมเมืองลับแล บริการนำเที่ยวตามเส้นทางวัฒนธรรมและตำนานเมืองลับแลด้วยจักรยาน พร้อมมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ชมโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชมการขนส่งผลไม้ข้ามภูเขาด้วยลวดสลิงแห่งเดียวในประเทศไทย และอิ่มอร่อยกับทุเรียนเลิศรสพันธุ์หลงลับแล หลินลับแล ลางสาด ลองกอง และลางกองดินแดนแห่งผลไม้อันได้ชื่อว่า ภูเขากินได้การเดินทางตั้งอยู่บนเส้นทางไปน้ำตกแม่พูล ห่างจากแยกศรีพนมมาศประมาณ 1 กิโลเมตรดำเนินงานเอง โดย คุณกัญญาวีร์ (จิตตรา) ศิริกาญจนารักษ์โทร.055-431439, 081-7852477email: monlablae_uttaradit@hotmail.com//www.xn--l3cjf8d8bveb.com/blog-giftshop-%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%A5กำเนิดเมืองลับแลเมื่อ ประมาณ พ.ศ.1500 หรือเมื่อพันปีที่แล้ว สมัยอาณาจักรโยนกนคร (เชียงแสนปัจจุบัน)เกิดสงครามรบพุ่งกันเนืองๆ ทั้งยังมีโรคระบาดหนานคำสือและหนานคำแสน เป็นหัวหน้าพาคน 20 ครัวเรือน บรรทุกข้าวของใส่เกวียน มุ่งหน้าลงใต้โดยบอกว่า เจ้าปู่พญาแก้ววงเมือง (กษัตริย์องค์ที่ 17 โยนกนคร) เข้าฝันบอกทาง จนมาถึงหุบเขาเมืองลับแล พบน้ำตก ธารน้ำไหล ดินฟ้าอากาศชุ่มชื้น มีภูเขาเตี้ย อุดมด้วยนานาพันธุ์ไม้ เหมือนที่เจ้าปู่เข้าฝันก็เลือกเป็นที่ตั้งรกรากปักฐานหนานคำสือ เป็นเจ้าแคว้น (กำนัน) หนาน คำแสน เป็นเจ้าหลัก (ผู้ใหญ่) ทำมาหากินอยู่เย็นเป็นสุขสมบูรณ์ 7 ปีต่อมา ก็ชักชวนชาวบ้าน 10 คน บรรทุกข้าวของเดินทางย้อนขึ้นไปเยี่ยมญาติ และได้เข้าเฝ้าฯพระเจ้าเรืองธิราช กษัตริย์ องค์ที่ 21 โยนกนคร กราบทูลถึงถิ่นฐานแห่งใหม่พระเจ้าเรืองธิราช พระราชทานพระไตรปิฎก และพระสงฆ์ 6 รูป และเครื่องใช้ไม้สอยเกี่ยวกับศาสนพิธีให้ไปสร้างวัดเก้าเง้ามูลศรัทธา (วัดใหม่ ต.ฝายหลวง ปัจจุบัน) ความสัมพันธ์ระหว่างเมืองลับแลกับโยนกนครแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เมื่อกษัตริย์โยนกนครขอนางสุมาลี ธิดาเจ้าแคว้นลับแล และนางสุมาลา ธิดาเจ้าหลักเมืองลับแลซึ่งมีฝีมือในด้านเย็บปักถักร้อย เป็นผู้ประดิษฐ์ซิ่นลายตีนจก ให้เป็นชายาฝ่ายขวาและฝ่ายซ้าย ของเจ้าฟ้าฮ่ามกุมารราชบุตรและโปรดให้ไปเป็นกษัตริย์เมืองลับแล เมื่อพ.ศ.1513เจ้าฟ้าฮ่ามมีพระทัยฝักใฝ่ศาสนา เสด็จไปขอแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ จากดอยตุง มาบรรจุที่สถูปเจดีย์วัดป่าแก้วเรไร (วัดเจดีย์ ปัจจุบัน) ผู้เฒ่าเมืองลับแลเล่าให้ลูกหลานฟังว่า ถึงวันศีลวันธรรม จะมีดวงไฟสุกสว่าง (พระธาตุเสด็จ) ลอยเหนือเจดีย์ อยู่เป็นประจำต่อมาได้เสด็จไปแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ 32 องค์ จากโยนกนคร มาบรรจุไว้ที่สถูปเจดีย์ วัดม่อนและต่อมาได้สร้างวัดชัยจุมพล และวัดดอนชัย เมื่อเจ้าฟ้าฮ่ามสวรรคต ราษฎรได้นำพระอัฐิไปบรรจุไว้ที่วัดม่อนอารักษ์ ต.ฝายหลวง ให้ชาวลับแลได้สักการะจนถึงวันนี้.(คัดลอกจากแผ่นป้ายที่น้ำตกแม่พูล)เรือนไม้สักฉลุลายสวยคลาสิค ที่ม่อนลับแลม่อนลับแลม่อนแห่งการต้อนรับ (เพิ่งสังเกตุ มีจิ้งจกน้อยมาต้อนรับที่ป้ายหนึ่งตัว)วิวงามๆด้านข้างม่อนลับแลหูกสาธิตวิธีการทอผ้าถ่ายผ่านกระจกเก้าอี้,โต๊ะไม้ดีไซน์เก๋ทำจากล้อเกวียนคุณกัญญาวีร์ ศิริกาญจนารักษ์ หรือคุณตา เป็นปัญญาชน และนักวัฒนธรรมชาวลับแลโดยกำเนิดมีบทบาทสำคัญในการจัดงาน สืบสานงานศิลป์ถิ่นลับแลง (ชื่อเดิมของลับแล) เพื่อฟื้นฟูอัตลักษณ์ของบรรพชนชาวลับแล ซึ่งเป็นชาวไทโยนก หรือไท-ยวน ที่อพยพมาจากเชียงแสนความสวยคลาสสิคในเรือนรับรองงดงามด้วยศิลปะล้านนาทุกมุมมองเลยทีเดียวตู้โชว์ผ้าซิ่นตีนจกคุณตา กัญญาวีร์ ศรีกาญจนารักษ์ นอกจากจะทำร้านอาหารแล้ว เธอยังอุทิศตนเป็นผู้นำชุมชนผู้ดูแลเรื่องศิลปวัฒนธรรมฟื้นฟูงานหัตกรรมอันเป็นเอกลักษณ์พื้นเมือง ทำงานพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวชุมชน ในฐานะแกนนำการท่องเที่ยวภาคประชาชนอำเภอลับแล เธอบอกว่าอยากจะทำ"ลับแล"เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีมนต์เสน่ห์ มากกว่าการเป็นแค่อำเภอเล็กๆของเมืองทางเหนือ ในอดีตอุตรดิตถ์มักเป็นแค่เมืองผ่านที่ผู้คนผ่านมาแล้วก็ผ่านไปผลงานของเธอทำให้ได้รับการขนานนามว่าเป็นหญิงเหล็กแห่งหมู่บ้านหลังเขา***@@+++^O^จากนั้นรับประทานอาหาร เอื้อเฟื้อโดยคุณตา และครอบครัวน้ำพริกมะขามผัดผักกาดขาวกับหมูสามชั้นกรอบปลาเผาเนื้อนุ่มจิ้มกับน้ำจิ้มแซ่บๆฝักขี้กา (ลิ้นฟ้า) นำไปเผาแล้วขูดผิวออกหั่นเป็นท่อนสั้นๆ รสชาดขมนิดๆ ,ผักกูดส่วนผักอีกชนิดย่าลืมชื่อไปแล้ว ลวกลาดกะทิ จิ้มกับน้ำพริกหนุ่มแกงแค ทุกเมนูล้วนอร่อยล้ำทานอาหารเสร็จแล้ว คุณรัศมี เสือน้อย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.ฝายหลวง เสนอว่าจะพาเราไปชมการทำค้างบูยา มีหรือที่พวกเราจะขัดข้อง จะนำภาพมาให้ชมตอนหน้านะคะ
ขอบคุณ คุณกัญญาวีร์ ศิริกาญจนารักษ์ คุณธีรภาพ โลหิตกุล และ คุณรัศ เสือน้อย เป็นอย่างยิ่งที่เปิดโลกทัศน์ให้ได้เห็นแง่มุมงามๆ ณที่แห่งนี้
ส่วนทริปพม่าขอให้รอไปก่อนนะคะ ขอนำเสนอทริปวัฒนธรรมที่นี่ก่อนค่ะ
//www.thailandblogawards.com/blogs/widget/2491