เที่ยวหัวใจใหม่เมืองไทยยั่งยืน เรียนรู้ประวัติและความเป็นมาของงานถือศีลกินผักจ.ตรัง ตอนที่ 6
จากที่พวกเราไปชมศาลเจ้าฮกเกี้ยนกันแล้ว เราก็ไปกันต่อยังสถานีรถไฟกันตัง
เอาความเป็นมาของสถานที่มาฝากค่ะ
-----------
ความเป็นมา
เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2456 สถานีรถไฟกันตัง เปิดทำการเดินรถเป็นครั้งแรก
ต้นทางจากสถานีกันตัง ปลายทางสถานีห้วยยอด นับถึงปัจจุบันเกือบ 100 ปี
แล้วที่ สถานีรถไฟกันตังตั้งอยู่เป็นส่วนหนึ่งของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ที่
ช่วยบอกเล่าความเป็นมาอันเก่าแก่ของเมืองกันตัง ที่เป็นเมืองท่าขนส่งสินค้า
รวมถึงเครื่องมือเครื่องจักรอุปกรณ์ต่างๆ ในอดีตที่นำเข้าจากต่างประเทศผ่าน
ทาง สิงคโปร์ มาขึ้นท่าที่เมืองกันตังก่อนส่งต่อไปยังอำเภอทุ่งสง ชุมทางรถไฟ
สำคัญของภาคใต้ ด้วยเหตุนี้ที่ดินในบริเวณสถานีรถไฟกันตังจึงเป็นที่ตั้งของ
โรงงานชั่วคราวประกอบรถจักรและล้อเลื่อน ทำให้การเดินทางและการขนส่ง
พัสดุภัณฑ์ต่างๆทางเรือจากภูเก็ต พังงา กระบี่ สตูล และปีนัง จะเข้ามารับส่ง
ผู้โดยสารและสินค้าที่ท่าเรือกันตัง แล้วโดยสารรถไฟต่อไปยังที่อื่นๆ เส้นทาง
รถไฟจากสถานีกันตังจึงเป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่สำคัญทางฝั่งทะเลตะวันตก
ของไทย และถือเป็นสถานีสุดท้ายปลายทางเส้นทางรถไฟฝั่งตะวันตก สถานีรถไฟ
จึงถือได้ว่าเป็น สุดเส้นทางรถไฟสายอันดามัน

ในปัจจุบันพื้นที่ในบริเวณสถานีรถไฟยังปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ทั้งที่เป็น
วัตถุ และสิ่งก่อสร้าง ที่ช่วยบอกเล่าความเป็นมาอันเก่าแก่ของสถานีรถไฟกันตัง
เช่น ที่กลับกลับหัวรถจักรแบบหมุนได้ (สำหรับกลับหัวรถจักรไอน้ำ) บ่อน้ำ หอถัง
เก็บน้ำเหล็ก รวมทั้ง แนวคานคอนกรีตโครงสร้างของโรงงานประกอบและซ่อมหัว
รถจักร ซึ่งปัจจุบันหลักฐานทางประวัติศาสตร์เหล่านี้อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม
อยู่ในที่ดินรกร้างไม่มีการใช้ประโยชน์ของการรถไฟฯ ทางเทศบาลจึงมีนโยบาย
พัฒนาพื้นที่บริเวณดังกล่าว ให้มีคุณค่าพื่อเป็นประโยชน์แก่ชาวเมืองกันตังสืบต่อไป

ข้อมูลโครงการ
ตามที่เทศบาลเมืองกันตัง มีความประสงค์จะพัฒนาพื้นที่รกร้างบริเวณที่ดินย่าน สถานี
รถไฟกันตัง ให้เกิดการใช้ประโยชน์และสอดคล้องกับ โครงการซ่อมแซมปรับปรุง
โบราณสถานอาคารสถานีรถไฟกันตัง และโครงการก่อสร้างห้องสมุดรถไฟ ซึ่งทั้ง 2
โครงการดังกล่าวอยู่ในระหว่างดำเนินการ โดยภาพรวมของโครงการทั้งหมด ทาง
เทศบาลมีความต้องการพัฒนาพื้นที่ทั้งหมด เพื่อให้เกิดศักยภาพด้านการท่องเที่ยว
รองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวภายในจังหวัดตรัง ได้มีสถานที่ท่องเที่ยว
เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการท่องเที่ยวนอกฤดูกาล ท่องเที่ยวทางทะเล เพราะพื้นที่ดังกล่าว
มีความเหมาะสมต่อการพัฒนา ให้สามารถเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่มีภาพ
ลักษณ์โดดเด่นและมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเมือง
กันตัง รวมทั้งช่วยประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ความเป็นเมืองท่องเที่ยวของจังหวัดตรัง
และเมืองกันตังว่ามีความหลากหลายในการท่องเที่ยวนอกเหนือจากไปจาก การท่อง
เที่ยวทางทะเลที่เป็นที่รู้จักกันดีของนักท่องเที่ยวโดยทั่วไปอยู่แล้ว
นอกจากนี้พื้นที่รกร้างบริเวณดังกล่าวยังสามารถพัฒนาพื้นที่เพื่อให้เกิดประโยชน์ใน
การช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ของคนในชุมชนท้องถิ่น ให้สามารถเข้าถึงพื้นที่สีเขียว
สาธารณะเพื่อใช้ประโยชน์ในการพักผ่อนหย่อนใจ และเพื่อการนันทนาการ โดยการ
พัฒนาพื้นที่ดังกล่าวยังช่วยทำให้ภูมิทัศน์ของเมืองกันตังมีความสวยงามน่าอยู่อาศัย
ช่วยเพิ่มพื้นที่สร้างออกซิเจนให้กับชุมชนเมือง เพิ่มพื้นที่ออกกำลังกายให้ประชาชน
ซึ่งส่งผลทำให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีขึ้น กล่าวโดยสรุปแล้วก็คือการเพิ่มระดับคุณภาพ
ชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชนชาวเมืองกันตังนั่นเอง นอกจากนี้การปรับปรุงภูมิทัศน์ใน
บริเวณดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนให้โครงการห้องสมุดรถไฟที่จะเกิดขึ้น มีสภาพแวดล้อม
ที่สวยงามร่มเย็น ช่วยดึงดูดใจให้กลุ่มผู้ใช้และเยาวชน ที่สนใจจะเข้ามาใช้เป็นแหล่ง
การเรียนรู้ และหาข้อมูลทางการศึกษา และส่งเสริมภูมิทัศน์ที่สวยงามให้แก่ตัวโบราณ
สถาน อาคารสถานีรถไฟ ที่กำลังได้รับการปรับปรุงซ่อมแซม ทางเทศบาลเมืองกันตัง
จึงเห็นความจำเป็นจะต้องมีโครงการเพื่อพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ที่ดินในย่านบริเวณดังกล่าว

ที่ตั้งโครงการ
ที่ดินของการรถไฟฯ บริเวณสถานีรถไฟกันตัง ตำบลกันตัง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ซึ่ง
เทศบาลเมืองกันตังได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิเหนือพื้นดิน ในการใช้เพื่อประโยชน์
สาธารณะโดยมีที่ดินทั้งหมด จำนวน5 แปลง ที่ทางเทศบาลเมืองกันตังได้ขออนุญาตจาก
การรถไฟแห่งประเทศไทย ขอใช้สิทธิเหนือพื้นดิน เพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อม โดยต้องการ
ปรับปรุงภูมิทัศน์ให้มีความสวยงาม ส่งเสริมโครงการปรับปรุงตัวอาคารสถานีกันตังที่เป็น
โบราณสถาน และส่งเสริมกับโครงการห้องสมุดรถไฟที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง
อ่านข้อมูลต่อได้จากลิงค์ด้านล่างค่ะ
https://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=1035221&page=295 
โดยภาพรวมแล้วยังรักษาเอกลักษณ์เดิมตั้งแต่สมัยรัชการที่ 6ไว้เป็นอย่างดี

ได้รับการอนุรักษ์เป็นโบราณสถาน แต่ยังคงใช้งาน โดยมีรถไฟวิ่งกรุงเทพฯ กันตัง ทุกวัน
----
ห้องขายตั๋ว

ด้านข้างห้องขายตั๋วมีพวงกุญแจเป็นรูปบัตรรถไฟเหมาะสำหรับซื้อเป็นของที่ระลึก
สนใจรับพวงกุญแจเป็นของขวัญของฝากบ้างไหมคะ

ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของจังหวัดตรังจากกรมศิลปากรตั้งแต่พ.ศ.
2539 เป็นต้นมา

สถานีรถไฟกันตัง เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2456
ในอดีตถูกใช้เป็นที่รับส่งสินค้ากับต่างประเทศทั้ง สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย มีราง
รถไฟต่อไปเป็นระยะทางประมาณ 500 เมตร จากตัวสถานีถึงท่าเทียบเรือกันตัง ซึ่งเป็น
ท่าเรือเก่าแก่ตั้งแต่โบราณปัจจุบันทางรถไฟส่วนนี้ถูกชาวบ้านรุกล้ำที่ และไม่มีรางรถไฟ
ส่วนนี้แล้ว
การรถไฟไทยยุคแรกๆนั้นคือหัวรถจักรรุ่นต่างๆ ตลอดจนโบกี้รถไฟที่ผลิตในต่างประเทศ
เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ หรืออินเดีย โดยจะมาทางเรือและขึ้น เทียบท่าที่กันตังก่อนออก
วิ่งบนรางรถไฟต่อมายังกรุงเทพ อีกที
เมื่อกาลเวลาผ่านไปเส้นทางในการส่งสินค้าแปรเปลี่ยนไปตามแหล่งผลิต เช่นการที่รถไฟหัน
ไปสั่งหัวรถจักรมาจากญี่ปุ่นอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เส้นทางรถไฟฝั่งอันดามันที่ต่อเชื่อม
ไปยังท่าเรือกันตังถูกทิ้งร้างลงดังเช่นทุกวันนี้
ตัวสถานรถไฟกันตังเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวทรงปั้นหยา ทาสีเหลืองมัสตาร์ดสลับน้ำตาล อันเป็น
คู่สีหลักที่คุ้นตาของอาคารรถไฟทั่วไป ตัวอาคารแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนตัวอาคารและ
ชานชาลาด้านหน้าของอาคารมีมุขยื่น มีการตกแต่งประดับมุมเสาด้วย ลวดลายไม้ฉลุ ส่วนตัว
อาคารที่ทำเป็นห้องมีผนังไม้ตีตามตั้งโชว์แนวเคร่าพร้อมช่องลมระแนงไม้ตีทะแยง บานประตูไม้
แบบเก่าส่วนที่เป็นห้องโถงมีรั้วลูกกรงไม้พร้อมบานประตูขนาดเล็กหน้ารักกั้นพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน
ส่วนด้านหลังอาคารเป็นชานชาลามีหลังคาจั่วคลุมแยกต่างหาก โดยเสารับหลังคานชานชาลานี้
มีค้ำยันไม้ฉลุตกแต่งให้กลมกลืนกับตัวอาคาร

ภายในสถานียังพอมีข้าวของเครื่องให้ในอดีตคงเหลืออยู่บ้าง โดยภาพรวมแล้วยังรักษาเอกลักษณ์
เดิมตั้งแต่สมัยรัชการที่ 6 ไว้เป็นอย่างดี นับเป็นสถานีรถไฟที่มีความสวยงามเป็นพิเศษ จากสถานะ
ที่มีความสำคัญต่อกิจการรถไฟดังที่กล่าวมา ทำให้ไม่แปลกใจว่าทำไมสถานีรถไฟเล็กๆ แห่งนี้จึง
ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันเช่นนี้ ซึ่งเป็นผลทำให้ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน
ของจังหวัดตรังจากกรมศิลปากรตั้งแต่พ.ศ. 2539 เป็นต้นมา
ฉะนั้นการรถไฟแห่งประเทศไทย และการท่องเที่ยวของจังหวัดตรัง และเทศบาลเมืองกันตัง และ
หน่วยงานทางราชการอื่น เล็กเห็นความสำคัญที่จะพัฒนา และบูรณะสถานีกันตังให้กลับมามี
ศักยภาพที่จะรอรับทางคนที่โดยสาร-สินค้า และรวมถึงการท่องเที่ยวที่จะเป็นโครงการนำร่องที่
จะมีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จ และกระตุ้นให้กำลังใจ และกำลังทุนที่จะพัฒนาพื้นที่อื่นๆ ของ
การรถไฟให้คืนชีวิตชีวาได้ต่อไป
(คัดลอกมาจากป้ายแสดงประวัติที่ติดอยู่ด้านข้าง)

สุดทางรถไฟฝั่งอันดามัน

สับหลีก

ห้องสมุดรถไฟ เสร็จแล้วรอวันเปิดตัว

ต่อเติมด้านข้างเป็นเหมือนที่พักสำหรับผู้ใช้ห้องสมุด

ภาพรวมของห้องสมุดรถไฟ

ที่กลับหัวรถจักรซื้อจากลอนดอน ได้รับการบอกเล่ามาว่าขณะนั้นทางไทยถูกมองว่าเป็นประเทศที่ร่ำรวย
สามารถซื้อที่กลับหัวรถจักรมาใช้งานได้ ตรงส่วนนี้จะถูกเก็บรักษาให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา
เดิมทีย่าถ่ายเป็นช๊อตๆ เพื่อจะทำเป็นไฟล์ animation gif บังเอิญว่าคุณเลเซอร์ถ่ายเป็นvedioเอาไว้แล้ว
ขอเอามาลงประกอบภาพเพื่อให้เห็นลักษณะการทำงานของเครื่องกลับหัวรถจักรได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ขอขอบคุณคุณเลเซอร์ สำหรับไฟล์vedio ที่นำมาลงไว้

ลาสถานนีกันตังด้วยภาพนี้ค่ะ เพราะเราจะไปยังจุดหมายถัดไปค่ะ ต้องทำเวลากันหน่อย

ขึ้นรถกันได้แล้วค่ะ

จุดหมายต่อไปที่พวกเราจะไปกันเป็นไฮไลท์อีกแห่งหนึ่งหากไม่ได้มาก็เหมือนไม่ถึงตรังค่ะ
นั่นคือพิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี๊ ณ ระนอง)
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดทำขึ้น เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแห่งคุณค่าของเจ้าเมืองที่ได้พัฒนาเมือง
ตรังให้เป็นที่ประจักษ์ในหลายๆด้าน โดยคณะครูโรงเรียนกันตังพิทยาร่วมกับเทศบาลตำบล
กันตังและจังหวัดตรัง ขอใช้บ้านหลังนี้จาก ดาโต๊ะเบียนเจง ซึ่งเป็นหลานของพระยารัษฎาฯ
และได้รับอนุญาต เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ปี ๒๕๓๕

เมื่อเข้าสู่บริเวณบ้านเลขที่ ๑ ถนนค่ายพิทักษ์ที่ตั้งอยู่บนเนินจะพบกับความสงบร่มรื่นของต้นไม้
นานาชนิดและดอกไม้ที่ส่งกลิ่นหอมอบอวล ปะปนไปกับรัศมีแห่งบารมีของพระยารัษฎาฯที่นั่งอยู่
ภายในบ้าน แม้จะเป็นเพียงหุ่นจำลองก็ตาม

พระยารัษฎาฯมาเป็นเจ้าเมืองตรังในปี พ.ศ.๒๕๓๓ จนกระทั่งได้รับตำแหน่งข้าหลวงเทศภิบาล
มณฑลภูเก็ต ยังคงเดินทางมาเมืองตรังอยู่เป็นระยะจนกระทั่งถึงแก่อนิกรรมในปี พ.ศ. ๒๔๕๖

ปัจจุบันหากถามผู้เฒ่าผู้แก่ในจังหวัดเกี่ยวกับพระยารัษฎาฯ ก็จะได้ยินเรื่องเล่าถึงกุศโลบายต่างๆ
ที่ท่านพระยารัษฎาฯ หรือเจ้าคุณเทศาที่ชาวบ้านเรียกกันติดปาก ใช้ในการปกครองลูกบ้าน เช่น
เมื่อเห็นต้นไม้ตามบ้านราษฎรมีกาฝากขึ้นเต็ม จึงให้ป่าวประกาศว่าท่านป่วย ต้องให้กาฝากทำยา
ชาวบ้านทราบก็ฏเก็บกาฝากส่งมาให้ที่จวนเป็นจำนวนมาก เมื่อกาฝากเริ่มหมดไปท่านก็ให้แจ้งว่า
หายป่วยแล้ว
----------
แสงแห่งอดีตกาลยังคงส่องสว่าง

เรื่องส่งเสริมอาชีพ ให้ทุกบ้านปลูกพืชผักอย่างละ ๕ ต้น และเลี้ยงไก่บ้านละ ๕ ตัว เมื่อชาวบ้านทำได้ผลก็เอาใส่
ตะกร้ามาให้ท่าน ท่านก็คืนให้ชาวบ้านเก็บไว้กินเอง ชาวบ้านเห็นประโยชน์กก็ทำต่อโดยไม่ต้องบังคับอีก

คณูประการอันยิ่งใหญ่ของพระยารัษฎาฯที่ส่งผลต่อเรษฐกิจเมืองตรัง ภาคใต้ และภาคอื่นๆของประเทศไทย
คือการส่งเสริมการปลูกยางพาราที่ชาวบ้านยังคงเรียกันติดปากว่า"ยางเทศา"
ส่วนเคล็บลับการบริหารบ้านเมืองของพระยารัษฎาฯก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับคำคมของสมเด็นกรมพระยาดำรง
ราชานุภาพที่มีต่อพระยารัษฎาฯ ว่า
"ทำอย่างไรจึงจะเป็นเจ้าเมืองที่ดี" คำตอบโดยไม่รีรอของพระยารัษฎาฯก็คือ
"ต้องนอนซดน้ำชาอยู่ที่จวน ซดเสร็จแล้วก็ไปเที่ยวคุยกับราษฎรบ้านโน้นบ้านนี้"
การซดน้ำชาอยู่ที่บ้าน คือการใช้เวลาวางแผนมอบหมายสั่งงาน แล้วค่อยไปติดตามตรวจสอบประเมินผล
ด้วยการไปคุยกับราษฎรนั่นเอง

ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์พระยารัษฎาฯ ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ของทางราชการและไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ ส่วนบุคคลแต่เป็น
พิพิธภัณฑ์ที่ชาวตรังมีส่วนร่วม ในการเป็นลูกหลานของพระยารัษฎาฯ เพราะพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เริ่มต้นด้วย
เงินบริจาค ปัจจุบันมีการจัดทำรูปหล่อสำริดแสดงกุศโลบายของท่านเจ้าเมืองไว้นอกบ้าน

ตรงสนามหน้าบ้านมีหินลูกโม่ขนาดใหญ่ หินลูกโม่นี้ได้มาจากนาโรงหัด บ้านจุปะ หมู่ที่ ๓ ตำบลกันตังใต้
เป็นลูกโม่หีบอ้อยของโรงงานน้ำตาลทรายแดง ส่งขายปีนัง สมัยพระยารัตนเศรษฐี(คอซิมก๊อง ณ ระนอง)
มาเป็นผู้ว่าราชการเมืองตนราง ประมาณ พ.ศ. ๒๔๒๕-๒๔๒๘ เมื่อพระยารัตนเศรษฐีกลับระนองโรงาน
ก็เลิกไป
ขออภัยย่าไม่ทันได้ถ่ายเพราะ ต้องขึ้นรถไปต่อแล้ว ขอเอาภาพภายในพิพิธภัณฑ์มาลงเป็นการแก้ตัวนะคะ
เครื่องกรองน้ำ จากลอนดอน

เก้าอี้พักผ่อนหน้าห้องนอน

โคมไฟโบราณ

รูปเก่าๆที่บันทึกเรื่องราวในอดีต

อั้งยกเลี่ยน-เธอมีธิดา 3 คนจากพระยารัษฎาฯ ที่ระนอง(ภาพซ้าย) ,แคล้ว ณ ระนอง -เมื่อสิ้น
พระยารัษฎาฯ เธอคือประธานของบ้าน(ภาพขวา)

เตียงนอน

ขาตั้งกล้องสมัยก่อน เป็นไม้

ข้าวของเครื่องใช้ของพระยารัษฎาฯ

ภาพกลาง ฮวงซุ้ยของพระยารัษฎาฯ

พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎาฯ เปิดให้เข้าชมได้ระหว่างวันอังคารถึงวันอาทิตย์ตั้งแต่เวลา ๙.น๐๐ น.-๑๖.๓๐ น.
ยกเว้นวันจันทร์ แต่หากตรงกับวันหยุดราชการ จะเปิดเป็นพิเศษ และหยุดชดเชย
ในวันต่อไป สำหรับหมู่คณะที่ต้องการวิทยากรบรรยาย สามารถแจ้งล่วงหน้าได้ที่โรงเรียน
กันตังพิทยากร อำเภอกันตัง

ดอกระฆังทองหน้าพิพิธภัณฑ์ ย่าถ่ายมาฝากเพื่อนๆผู้ชื่นชอบดอกไม้ค่ะ

ปาล์มเจ้าเมืองตรังที่หน้าทางเข้าสวนด้านข้างพิพิธภัณฑ์ ย่าเข้าใจว่าต้นพันธุ์ที่
เราเห็นอยู่ในสวนสมเด็จ และที่อื่นๆคงได้ชื่อมาจากที่นี่ค่ะ

ขอขอบคุณ คุณวิ ผช.ผอ.แห่ง ท.ท.ท. สำหรับข้อมูล เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้
เวลาของการเยี่ยมชมหมดแล้ว ย่าเดินออกจากพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ โดยมีต้นเฟื่องฟ้า
โบกกิ่งก้านอำลา พร้อมทั้งฝากความทรงจำอันน่าประทับใจให้กับย่า ลาก่อน..หาก
มีโอกาสได้มาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้อีก ย่าหวังว่าจะได้เข้าไปชมสวนอันร่มรื่นด้านข้าง
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ และสำรวจพันธุ์ไม้ภายในสวนค่ะ

บล๊อกนี้ภาพเยอะหน่อยนะคะขออภัยหากต้องโหลดนาน