การไปทริบตรังครั้งนี้เพื่อนๆสมาชิกของเราได้มีโอกาสชมวิธีทำหมูย่าง ซึ่งคุณทวีศักดิ์ ไทรงาม
ได้กรุณาสาธิตให้พวกเราได้ชมทุกขั้นตอน ย่าจึงขอนำมาบอกเล่าให้เพื่อนๆได้ชมค่ะ

ญาติพี่น้องของคุณทวีศักดิ์ ออกมาต้อนรับ

เชิญนั่งก่อนค่ะ

เครื่องปรุงที่เตรียมไว้
เครื่องปรุง
1.อูเชียงฝัน(ผงผะโล้)
2.น้ำตาลทราย
3.ซีอิ้วขาว
4.กระเทียม
5.เกลือ
6.พริกไทย
7.ซอสมะเขือเทศ
*น้ำผึ้ง

ที่ร้านใช้เฉพาะ ผงหอม ยิ้นจี้ถ่อง เมืองตรัง(ผงทำหมูย่างเมืองตรัง) ส่วนถุงที่สีจางกว่าเป็นผง
พะโล้ธรรมดา โกแก่นำมาเปรียบเทียบให้ชม

ขนมที่โกแก่นำมาต้อนรับคณะเราและคณะใหญ่อีกสองคันรถที่จะตามมา
แต่ปรากฎว่าส่วนใหญ่ไม่ได้ทานกันเพราะใจจดใจจ่ออยากชมกรรมวิธีทำหมูย่างค่ะ อิอิ

โลกกลมเจอคุณชัตเตอร์เจจากที่เคยไปทริปบุรีรัมย์ห้องหนอน(คนขวา)
ก็เลยได้ทักทายถามสารทุกข์สุกดิบกัน จึงได้ทราบว่าเดี๋ยวนี้เธอทานเจตลอด
เก่งจริงๆ

โกแก่แนะนำผลิตภัณฑ์ของทางร้าน และเล่าว่าลูกสาวกำลังใกล้จะจบแล้วจะลงมาช่วยกิจการของพ่อ น่าชื่นใจจริงๆ
----
ตำนานหมูย่างเมืองตรัง
ต้นกำเนิดของหมูย่างเกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศจีน ประมาณ 1,000 ปีมาแล้ว ในสมัยราชวงศ์ถัง
โดย พ่อครัวผู้ทำอาหารให้แก่ฮ่องเต้ในวัง วิชาการทำหมูย่างได้เผยแพร่ โดยการสืบทอดต่อมา
โดยพ่อครัวมณฑลกวางตุ้ง เมื่อประมาณ 100 ปี ชาวจีนในมณฑลกวางตุ้งซึ่งอยู่ใกล้ทะเล ได้เริ่ม
อพยพจากประเทศจีน โดยทางเรือ เพื่อเสาะหาแผ่นดินทางทะเลใต้ ปัจจุบันคือ ประเทศไทย
โดยได้ขึ้นฝั่งที่อำเภอกันตังที่ชาวตรังเรียกว่า"ปากแม่น้ำตรัง" และได้มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่จังหวัดตรัง
ชาวจีนที่อพยพมานี้มีหลายอาชีพ ส่วนใหญ่จะบุกเบิกทำไรพริกไทย จึงได้ตั้งชื่อจังหวัดตรังว่า
"เมืองพริกไทย"
ชาวจีนเหล่านี้ได้เลี้ยงหมูพันธุ์เล็กซึ่งได้นำลงเรือมาด้วยจากเมืองจีนมาอยู่ในเมืองในเมืองทับเที่ยง
ปัจจุบันคือ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ปรากฏว่าได้ผลดีมาก ต่อมาได้มีคนกลุ่มหนึ่งนำหมูมาชำแหละ
ขาย ซึ่งก็คือ ต้นตระกูลของร้านฟองจันทร์(นายฟอง ไทรงาม) หลังจากนั้นนายฟองจันทร์ได้รับชาว
จีนคนหนึ่งมาจากมณฑลกวางตุ้ง ชื่อ "นายซุ่น" มีความสามารถและชำนาญในการย่างหมูมาก เมื่อ
นายซุ่นมีอายุมากขึ้นก็ได้มีผู้ช่วยขึ้นมา จากนั้นการย่างหมูจึงได้แพร่หลายตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน
ชาวจังหวัดตรังจึงภูมิใจที่ได้เป็นต้นกำเนิดของหมูย่าง ทำให้บุตรหลานของาชาวตรังยึดเป็นอาชีพ
ที่ทำรายได้ดี ด้วยเหตุนี้ ทำให้เกิดหมูย่าง"โกหยุก" (นายแดง ไทรงาม) โดยเริ่มแรกโกหยุกนำหมู
เป็นตัวไปส่งให้ร้านฟองจันทร์ก่อน หลังจากนั้นจึงให้น้องชาย คือ นายธารา ไทรงาม(ท่ามกู้) ไปฝึก
ย่างหมูกับร้านฟองจันทร์ แล้วนำมาเปิดกิจการเอง ต่อมาก็ได้ถ่ายทอดวิธีการย่าหมูให้กับหลานๆ ซึ่ง
เป็นลูกของโกหยุก ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เกิด"หมู่ย่างโกแก่" นายทวีศักดิ์ ไทรงาม หรือ "โกแก่" สืบ
ทอดการย่างหมูจนถึงทุกปัจจุบันนี้
(ที่มา: หอการค้าจังหวัดตรัง)

จากนั้นก็นำไปชมวิธีเตรียมหมูสำหรับทำหมูย่าง

วิธีการคัดเลือกและกรรมวิธีย่างหมู
ขนาดของหมู(หมูเป็น)
ก่อนชำแหละหมูน้ำหนักที่ได้มาตรฐานจะมีน้ำหนัก ประมาณ 25-70 กิโลกรัม เมื่อย่างสุก
จะได้น้ำหนักประมาณ 10-20 กิโลกรัม สมัยก่อนนิยมใช้หมูพันธุ์เล็กหรือหมูพื้นเมือง
(หมูขี้พร้า) คุณภาพที่ได้จะดีกว่าหมูที่เลื้องในฟาร์มในปัจจุบัน
---
พนักงานของทางร้านนำหมูที่ผ่าตลอดกลางตัวแล้วมาวาง

โกแก่เล่าว่าต้องเป็นหมูที่สุขภาพสมบูรณ์ ไม่เป็นโรค ด้วยความชำนาญที่ทำอาชีพนี้
มานานโกแก่สามารถมองปุ๊ปเดียวรู้เลยว่าหมูตัวไหนเป็นโรค จะคัดออกทันที

แล่เนื้อส่วนสะโพกและกระดูกออกให้เหลือความหนาของเนื้อพอๆกับส่วนอื่น

เลาะซีโครงส่วนบนออก

แล่เนื้อส่วนที่มีความหนาออก

แล่ส่วนขาและส่วนที่มีความหนาให้เนื้อมีความหนาเท่ากันส่วนที่แล่ออกมาประมาณ25-30
เปอร์เซนต์ของตัวหมู เนื้อส่วนนี้จะนำไปทำเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่น หรือจะขายเป็น
เนื้อแดงก็สุดแล้วแต่

แผ่ให้เห็นความลึกของเนื้อที่กรีตเป็นตารางสี่เหลี่ยม เพื่อที่น้ำหมักหมูจะได้ซึมเข้าเนื้อ
อย่างทั่วถึง

เมื่อกรีดทั่วแล้วใช้ตะขอเกี่ยวตรงส่วนโครงกระดูกของขาหลัง

เอาไม้ดามตรงส่วนกลางแขวนผึ่งไว้

โชว์ให้เห็นว่าต้องกรีดให้ทั่วแบบนี้น้ำหมักหมูจะได้ซึมได้เต็มที่

ตักน้ำหมักราดให้ทั่วในตัวหมู

ขยี้ให้ทั่วตัวหมู

โรยน้ำตาลทรายแดง พอประมาณ

ขยี้ให้เข้าเนื้ออีกที

จากนั้นใช้ลวดมัดรวบส่วนคอเข้าหากัน

เราไปชมเตาที่สำหรับใช้ย่างหมูกัน

ตี้ต่างว่าเตาถ่านจุดไฟวอร์มไว้แล้วนำหมูมาหย่อนลง

ตี้ต่างว่าอบได้ระยะหนึ่งแล้วนำขึ้นมารูปนี้จะเห็นการดามโครงของตัวหมู

ใช้ตะปูเจาะผิวหนังให้เป็นรูเพื่อที่ความร้อนจะได้ระบายออกในขณะอบครั้งที่สองทำให้
ผิวหนังกรอบและใสเหมือนแก้ว

แล้วอบต่อจนได้ที่

จากนั้นก็เตรียมแผ่นไม้หุ้มฟลอยส์มารอง

เสร็จขั้นตอนการทำหมูย่าง
---------
ขั้นตอนการย่าง
1.นำหมูที่ผ่านการชำแหละแล้วมาหมักกับเครื่องปรุงที่จัดเตรียมไว้ อย่างน้อย 4 ชั่วโมง
2.นำหมูมาจัดรูปทรงด้วยไม้ที่มีโครงร่างเพื่อให้ได้รูปทรงที่ดี
3.ทาน้ำผึ้งผสมกับน้ำบริเวณหนังให้ทั่วทั้งตัว
4.นำลงเตาย่างซึ่งเตาย่างต้องทำจากอิฐให้หลักกรรมวิธีวอร์มเตาให้ได้อุณหภูมิพอเหมาะ
ไฟที่ใช้ต้องมาจากไม้ที่เผาจนเป็นถ่าน
5.เมื่อลงเตาแล้วทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีก่อน จึงดูที่สีของผิวหนังว่าเริ่มมีสีเหลืองหรือยัง
และก็สังเกตุดูที่หางว่าเด้งหรือยัง ถ้าหางเด้งเป็นอันว่าใช้ได้ จากนั้น จึงนำหมูขึ้นจากเตา
เพื่อใช้เหล็กแหลมตำที่หนังทั้งตัวแล้วนำลงไปย่างใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ได้หนังที่กรอบอร่อย
6.หลังจากนั้น หมุนส่วนที่เป็นเนื้อเข้าหาไฟ ย่างทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็จะได้เป็นหมูย่าง
ที่หอม หวาน มัน กรอบ อร่อย

การเก็บรักษา
สามารถเก็บไว้ในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เมื่อต้องการนำมารับประทาน นำหมูย่างมาอุ่นด้วย
เตาไมโครเวฟหรือนำมาทอดด้วยน้ำมันที่ร้อน

ขอเสริมให้นิดนึงสำหรับการเก็บหมูย่างชิ้นใหญ่ในตู้เย็น (ควรใส่ในช่องแช่แข็ง)
ให้วางคว่ำให้หนังหมูย่างอยู่ด้านบนเพื่อไม่ให้มันหมูที่มีอยู่ไหลซึมในหนังหมูซึ่งจะทำให้หนังหมู
ไม่กรอบและเหนียว
การนำมาอุ่นเช่นกันให้วางหนังหมูเป็นส่วนบน(คว่ำชิ้นหมู) อบด้วยเตาไมโครเวฟหรือเตาอบ
ไม่ควรใช้ทอดในกระทะเพราะหนังที่กรอบจะเหนียวทันทีเมื่อถูกน้ำมันร้อน ดีที่สุดคือทานหมูย่าง
ใหม่ๆ ที่ร้านนั่นแหละครับ
ข้อมูลเพิ่มเติมจากคุณยามเสาร์ ขอขอบคุณมา ณที่นี้ด้วยค่ะ

หลังจากสาธิตเสร็จแล้ว โกแก่ใจดี สับให้พวกเราทานกันเดี๋ยวนั้นเลย
อร่อยมารสชาดเข้มข้นโดยไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มกันเลยทีเดียว ขอบคุณโกแก่มาณ ที่นี้ด้วยค่ะ

หมูย่างที่ดี หางต้องชูเด้งแบบนี้ค่ะ

พวกเราพร้อมใจกันกดlikeให้ค่ะ เย้...
บรรยากาศงานเทศกาลหมูย่างเมืองตรัง ครั้งที่ 22 หากยังไม่ได้ชมคลิ๊กค่ะ
สร้างกริตเตอร์
แวะมาทักทายในวันหยุด พักผ่อนให้เต็มที่ ใช้ชีวิตให้สุขนะคะคุณดา