Volunteer Story ตอน ครั้งแรกกับอาสาสมัคร ทรายตั้งใจว่า เมื่อเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว สิ่งที่ช่วยให้เราเรียนรู้ที่จะอยู่กับคนอื่นได้คือ งาน Parttime และ งานอาสาสมัคร เพราะนอกจากเราจะได้ปฏิบัติจริงแล้ว เรายังได้เข้าถึงข้อมูลที่เป็นความจริงอีกด้วย
และผลพลอยได้นั่นคือ ภาระกิจพิชิต phobia นั่นเอง
ครั้งแรกของงานอาสาสมัคร นั่นก็คือ การอ่านหนังสือและทำการบ้านให้คนตาบอด
อ่านหนังสือให้คนตาบอดก็เนื่องจากว่า น้อง ๆ ในโรงเรียนสอนคนตาบอดนั้น เค้าจะต้องทบทวนความรู้ของเขาทุกเย็น ดังนั้นเพื่อให้เค้าสามารถทบทวนความรู้ในวันต่อไปได้ ช่วยเขียนการบ้านเอาไปส่งคุณครู เพราะนักเรียนตาบอดบางคนจะต้องไปเรียนร่วมกับคนปกติด้วย เมื่อเสร็จแล้ว เขาก็จะเชิญฉันไปร่วมรับประทานอาหารเย็นที่โรงอาหารด้วย ฉันชอบไปที่นั่นทุกครั้งที่ฉันว่าง เพราะนอกจากจะใช้เวลาให้เป็นประโยชน์แล้ว "ยังได้เห็นมุมมองสวยงาม ของคนตาบอด ที่หัวใจไม่บอดอีกด้วย"
ตอนนั้นเป็นปีแรกที่ฉันยังฝึกสบตาอยู่ ซึ่งการพูดคุยและฝึกสบตา (Eye Contact) เป็นทักษะที่ฉันต้องใช้เพื่อให้การปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นฉันจึงต้องฝึกสบตากับคนตาบอด นักเรียนตาบอดบางคนตาพร่ามัว บางคนเห็นลาง ๆ และบอดสนิท เคยคุยกับน้อง ๆ คนตาบอด เค้าบอกว่า
บางครั้งการมองไม่เห็นของพวกเขา ก็ทำให้สบายใจ เพราะถึงมองเห็น รับรู้ ก็ไม่สามารถช่วยอะไรใครได้ มองไม่เห็นก็ยังดีกว่า จะได้ไม่เจ็บปวดใจ
ก็จริงอย่างที่น้อง ๆ ตาบอดบอก ทรายเห็น ได้ยิน รับรู้ แต่ช่วยใครไม่ได้เลย มันแย่จนเกินกว่าจะคาดเดาได้
นอกจากนี้น้อง ๆ ยังเล่าให้ฉันฟังในเรื่องต่าง ๆ สอนใช้อักษรเบลล์ด้วย (ซึ่งมันยากมาก ต้องใช้ประสาทสัมผัสที่ดีมาก ๆ) เขาบอกว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดของเขาที่เป็นแสงสว่างคอยนำทางให้เขา นั่นคือ "ไม้เท้า" และ "เครื่องเล่น MP3"
พวกเขาไม่รู้ว่า ทรายป่วย การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับพวกเขาแม้วันละเพียง 2 - 3 ชม. มีความหมายสำหรับชีวิตทรายมาก เพราะน้อง ๆ นักเรียนตาบอด เค้าหาไม้เท้าและ MP3 ของเขาเจอแล้ว แต่ทรายยังหาไม่เจอเลย
ภาพถ่ายการใช้กล้อง Digital ภาพแรกของ Cyberlifenlearn งานอาสาที่น้องทรายทำและการแบ่งปัน.. เป็นสิ่งที่สวยงาม...
![]() โดย: nuboonme
วันที่: 11 ตุลาคม 2556 เวลา:13:48:34 น.ไปมาแล้วรีวิวลงบล็อกนั้นละจ้า
เดี๋ยวช่วงปลายปีคงเก็บเที่ยวแถวอีสานครับ ![]() งานอาสาครั้งนี้มีประโยชน์ทั้งคนอาสาและคนที่รับอาสา น่าชื่นชมครับ คนปกติหลายๆคนก็ต้องหัดมองตาคนพูดไว้เหมือนกันครับ หลักสูตรผู้นำให้สู้สายตาคนให้ได้ โดย: ชีริว
![]() พี่อุ้มมีความคิดเห็นเหมือนน้องก๋า COPPY เม้นท์ที่ 1 ได้ไหมจ๊ะน้องทราย พี่อุ้มเคยไปอยู่กับน้องๆ ที่โรงเรียนสอนคนตาบอดกทม. คือไปบริจาคเงินและของแล้วก็เล่นดนตรีให้เขาฟัง แล้วก็พาเขาเล่นสร้างความบันเทิงตลอด 6 ชั่วโมงกลับมาได้สัจธรรมชีวิตมากขึ้น สิ่งหนึ่งก็คือ เรียนรู้ที่จะอยู่กับชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข สรุปว่าพี่อุ้มแวะมาส่งแรงใจให้น้องทรายจ๊ะ โดย: อุ้มสี
งานอาสาสมัครเป็นงานที่เสียสละและทำเพื่อผู้อื่น
ชื่นชมมากๆค่ะ ดอกไม้ด้านล่างสวยจัง ใช่ดอกมลุลีรึป่าวคะ ขอบคุณที่แวะไปฟังเพลงที่บล็อกค่ะ ![]() โดย: mambymam
เป็นกิจกรรมที่น่าชื่นชมมากเลยค่ะ
พี่เคยคิดอยากทำกิจกรรมแบบนี้เหมือนกัน แต่เข้าใจว่าถ้าจะอ่านหนังสือให้น้องๆฟังแบบนี้เราต้องเดินทางไปด้วยตัวเองใช่มั้ยคะ (พี่อยู่ต่างจังหวัดไม่สะดวกเอามากๆ) ยินดีที่ได้รู้จักนะคะน้องทราย แล้วแวะไปเที่ยวด้วยกันอีกนะคะ ![]() โดย: พจมารร้าย
วันที่: 12 ตุลาคม 2556 เวลา:10:42:05 น. |
บทความทั้งหมด
|














ผู้ติดตามบล็อก : 46 คน [
และถ้าเราจะสมบูรณ์แบบได้
ก็น่าจะต้องได้รับการเติมเต็มจากใครอีกคน
ความรักเป็นสิ่งที่เติมสิ่งที่ขาดพร่องให้เต็มได้
เหมือนความรัก ความปรารถนาดีที่น้องทรายได้รับจากน้องๆที่พิการทางการมองเห็นนั่นเอง