เหตุใด พนักงาน-ผู้บริหาร สปสช. จึงไม่ใช้สิทธิบัตรทอง?

เหตุใด พนักงาน-ผู้บริหาร สปสช. จึงไม่ใช้สิทธิบัตรทอง?
เผยแพร่: 20 มิ.ย. 2560 12:22   ปรับปรุง: 21 มิ.ย. 2560 16:04   โดย: อาจารย์ ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
https://mgronline.com/daily/detail/9600000062758

อาจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ สาขาวิชา Business Analytics and Intelligence
สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง
คณะสถิติประยุกต์
ผู้อำนวยการศูนย์คลังปัญญาและสารสนเทศ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

สำนักงานหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและ NGO ตระกูล ส พูดอยู่เสมอว่าต้องการลดความเหลื่อมล้ำ แต่ล่าสุด สปสช. ซึ่งดูแลบัตรทองทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชน มีการได้รับโบนัส มีการนำเงินส่วนลดค่าจัดซื้อยาจากองค์การเภสัชกรรมในนามของเงินสนับสนุนกิจกรรมภาครัฐ ได้เงินไปดูงานต่างประเทศ ได้ซื้อรถตู้ ได้เงินสวัสดิการอันเป็นลาภที่ควรได้

นอกจากนี้พนักงานและผู้บริหาร สปสช. ยังเป็นชนชั้นสูงได้สิทธิ์ในการรักษาพยาบาลเหนือกว่าประชาชนผู้ถือบัตรทอง 30 บาทที่โฆษณาว่า 30 บาทรักษาได้ทุกโรคนั้นไม่จริง ไม่รู้จะสรรหาคำใดมาบรรยาย

เวลาจัดสวัสดิการรักษาพยาบาลให้ประชาชนผู้ถือบัตรทอง ใช้การเหมาจ่ายรายหัว (Capitation) สำหรับการรักษาผู้ป่วยนอก (OPD) และใช้การจ่ายเงินแบบจำกัดในการรักษาผู้ป่วยใน (IPD) โดยใช้กลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม (Diagnostic related group: DRG) มีการจำกัดรายการยาผ่านรายการบัญชียาหลักแห่งชาติ กำหนด protocol ในการรักษา ประหยัด จำกัด ทุกสิ่งอย่าง

แต่พอจัดสวัสดิการรักษาพยาบาลให้ตัวเอง เบิกได้ฟรีทุกอย่างตามที่จ่ายจริง (Fee for service) ทั้ง OPD และ IPD ซึ่งดีกว่าทั้งสิทธิประกันสังคมซึ่งใช้การเหมาจ่ายรายหัวสำหรับ OPD และ DRG สำหรับ IPD และสิทธิรักษาพยาบาลราชการซึ่งใช้ Fee for service สำหรับ OPD และใช้ DRG สำหรับ IPD สรุปง่ายๆ คือสวัสดิการรักษาพยาบาลของพนักงานและผู้บริหาร สปสช. นั้นเหนือกว่าทั้งสิทธิราชการ สิทธิประกันสังคม สิทธิบัตรทอง




ถ้าบัตรทองดีจริงทำไม พนักงานและผู้บริหาร สปสช. ไม่ใช้บัตรทองด้วย หรือประชาชนเป็นชนชั้นล่าง และพนักงานและผู้บริหาร สปสช. เป็นชนชั้นสูง จึงสองมาตรฐานเช่นนี้ มีการส่งจดหมายเวียนนี้ออกไปตามโรงพยาบาลใหญ่ๆ โรงเรียนแพทย์เพื่อให้พนักงานและผู้บริหาร สปสช. สามารถเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลแบบ Fee for service ตามที่จ่ายจริง

นี่คือปัญหาตัวการ-ตัวแทน Principal-Agent Problem และเป็นการใช้อย่างบิดเบือน (Moral Hazard) ของ สปสช. โดยที่ สปสช. เป็นตัวแทนที่ต้องการทำให้ตนเองได้ผลประโยชน์สูงสุด

สปสช. เลือกใช้วิธีจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่ดีที่สุดให้ตัวเองคือ Fee for service กลุ่ม NGO สปสช. บอกให้รวมกองทุนทั้งประกันสังคมและสิทธิ์ราชการ ให้มาใช้บัตรทองเหมือนกันหมด สนับสนุนการยุบรวมกองทุนบังคับประชาชนให้ใช้ OPD แบบเหมาจ่ายรายหัว และสำหรับ IPD ให้ใช้ Disease related group หรือ DRG ซึ่งคือการบีบให้เงินรักษาโรคสำหรับผู้ป่วยในจำกัดตามความจำเป็น แต่ตัวเองใช้วิธีจ่ายตามจริง ได้ทุกอย่าง ดีสุด เลิศสุด

นี่คือความเหลื่อมล้ำอย่างที่สุด แล้ว NGO ตระกูล ส พอได้เงินแล้วหายไปไหม นี่ไงปัญหาความเหลื่อมล้ำที่พวกคุณพูด ทำไมไม่ออกมาต่อสู้ ไม่ออกมาถล่ม

แล้วที่ออกมาต่อต้านการแก้กฎหมายบัตรทองกันอีก เหตุผลคืออะไรคงพอทราบกันอยู่แล้ว เมื่อสุนัขบางตัวถูกทุบชามข้าว มันจะเห่าอาละวาดไม่หยุด

ตกลงทำเพื่อตนเอง หรือ ทำเพื่อประชาชน? ตกลงเป็นนายหน้าค้าความตายหรือนายหน้าค้าความจน? นี่เงินแผ่นดินประชาชนย่อมมีสิทธิ์ถามได้ ว่าคุ้มค่า มีธรรมาภิบาล

ร้อยเอก นายแพทย์ บรรพต หัวใจ ได้แสดงความคิดเห็นว่า

“บัตรทองด้วยกันเอง ยังมีความเหลื่อมล้ำเลย...รับไม่ได้ สปสช. บอกว่า ตัวเองก็ใช้บัตรทอง เหมือนกัน(บางคนใช้สิทธิ์ข้าราชการของลูกหรือสามีภรรยาหรือ เกษียณออกมา ใช้สิทธิ์ข้าราชการ ก็มี) หลักฐานนี้...บอกว่า คนใน สปสช. มีอภิสิทธิ์ในการเข้ารับการรักษาได้ฟรี ที่โรงเรียนแพทย์ได้เลย อ้าว คนจนล่ะ คนจน บ้านไกลๆ ต่างอำเภอ ต่างจังหวัด ต้องกลับไปขอใบส่งตัว เพื่อเอามารักษาตัวเอง ทั้งๆ ที่ตัวเอง ก็เข้ามาทำงาน ในเมือง ในกรุงเทพแล้ว แต่ไม่มีใครรับรอง ให้ย้ายสิทธิ์บัตรทองเข้ามา บัตรทอง 15 ปีมานี้

ไหนบอกว่าคุมค่าใช้จ่ายได้ดีกว่าสิทธิ์ข้าราชการ ถ้าจะให้ดีจริง บัตรทองต้องใช้โรงพยาบาลไหนก็ได้ มันถึงจะแฟร์กับคนจน เพราะคนจน ไม่มีปัญญามีบ้านมีที่ดินในเมือง คนเมือง เข้าถึงการรักษาโรงเรียนแพทย์ได้เลย ...มันไม่ยุติธรรม แล้วมีคนใน สปสช. เถียงด้วยนะ ถ้าปล่อยให้ทุกคนรักษาที่ไหนก็ได้ ศิริราช รามา จุฬา คงต้องมีสาขา 2 ,3,4

คนจนที่อาศัยในกรุงเทพกล่าวว่า “เขาจะมีกี่สาขา มันก็เรื่องของเขา ทีพวกนี้ยังเข้ารักษาฟรีได้เลย
เงินเดือนพวกมึง ก็ภาษีประชาชน ประชาชนลำบาก พวกนี้กลับตอบแบบปัดภาระ ถ้าตั้งใจทำงานจะมีปัญญาแก้ได้ ถ้าแก้ไม่ได้ ก็ลาออกไป ให้คนที่แก้ได้ มาทำงานแทน จุฬา รามา ศิริราช เขามีจำกัดคิว และถ้าผมพักอยู่รังสิต ผมก็ไม่ไปเข้าหรอก มันไกล ผมรักษาบัตรทองที่ธรรมศาสตร์ก็ได้ ไม่ต้องคิดแทนใคร...”

ดังนั้น ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าบัตรทอง ไม่ได้เข้าถึงคนไทยทุกคนจริงๆ ไม่งั้น โรงพยาบาลเอกชน หรือ คลินิกหมอตามต่างจังหวัด คงไม่รวยอู้ฟู่ เพราะมีคนไข้บัตรทอง ที่ใช้สิทธิ์บัตรทองไม่ได้ เพราะทะเบียนบ้านไม่ได้อยู่ที่กำลังพักอาศัยทำมาหากิน

เมื่อบัตรทอง ไม่ใช่งบที่เข้าถึงคนไทยทั้งประเทศได้จริง ก็จะไปตีวัวกระทบคราด สิทธิ์อื่นๆ ไม่ได้
ย้ำอีกครั้ง...ถ้าแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำให้คนไข้บัตรทองไม่ได้ ง่ายๆ...ลาออกไป แล้วเขาจะได้หาคนใหม่ มาทำแทนเพราะเงินเดือนคุณ ก็มาจากภาษี ประชาชน

#ชมรมพิทักษ์สิทธิ์คนไข้ไทย


 



Create Date : 01 สิงหาคม 2560
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2563 13:03:20 น.
Counter : 1349 Pageviews.

0 comments
วิ่งข้างบ้าน 8,10,12,13 ก.ย. 2569 สองแผ่นดิน
(23 ก.ย. 2569 21:29:56 น.)
อีสุกอีใสในผู้ใหญ่: ทำไมถึงน่ากลัวกว่าในเด็ก และเราควรรับมืออย่างไร สมาชิกหมายเลข 6655806
(10 ก.ย. 2569 14:43:59 น.)
วิ่งข้างบ้าน 23-27,29-31 ส.ค. 2569/ผลวิ่ง ส.ค. สองแผ่นดิน
(6 ก.ย. 2569 21:14:50 น.)
รีวิวภาพยนตร์ "THE DOG STARS" เดอะ ด็อก สตารส์ นายแว่นขยันเที่ยว
(2 ก.ย. 2569 00:47:50 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Cmu2807.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#22



หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 763 คน [?]

บทความทั้งหมด