ตอนที่ 9 หาดใหญ่สงขลากับหมุดการท่องเที่ยวระดับโลก - "ความจริง 3" ทะเลสาบสงขลา (ซอฟแวร์) บทความทั้งหมด............... ตอนที่ 9 หาดใหญ่สงขลากับหมุดการท่องเที่ยวระดับโลก - "ความจริง 3" ทะเลสาบสงขลา (ซอฟแวร์) ![]() ในตอนนี้จะเป็นเรื่องของ "ซอฟแวร์" ของทะเลสาบ ซึ่งในบทความที่แล้ว เราพบแล้วว่า ทะเลสาบสงขลา มี "ความจริง" มากมาย ที่พร้อมจะนำมาสร้าง "มูลค่า" ดังนั้น หากเราไม่มีระบบ หรือวิธีการจัดการ หรือแนวคิด หรือ ความคิดสร้างสรรค์ เข้ามาบริหารจัดการพื้นที่ทะเลสาบ เราก็จะไม่สามารถดึงศักยภาพที่แท้จริงของพื้นที่นี้ออกมาได้ อุปมาอุปไมยเหมือนกับ เราไปซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์สเปกเทพ การ์ดจอ GeForce RTX รุ่นล่าสุด ราคาร่วมๆแล้วหลักแสน แต่เราดันเอาคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ มาใช้งานในโปรแกรม MS-Dos .........เราจะทำแบบนั่น ไปเพื่ออะไร (วะ) ![]() จากกรณีศึกษาในพื้นที่ๆหนึ่ง นั่นคือ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง โดยลักษณะทางภูมิศาสตร์ของภูกระดึง เป็นที่ราบสูงแบบภูเขา หมายความว่าไม่สามารถเข้าถึงได้โดยรถยนต์ เพราะเป็นหน้าผาสูงชัน ทางที่จะขึ้นได้คือ การเดินเท้า หรือเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น แม้จะเป็นแค่ภูเขาธรรมดาๆลูกหนึ่ง ที่บนภูเขาก็ไม่ได้มีอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจจนต้องร้องว้าว!! หรืออาจเรียกได้ว่า เหมือนภูเขาทั่วๆไป ที่มีอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน แต่ทว่ากลับมีความคิดสร้างสรรค์ หรือ ชาเลนจ์ บางอย่าง ที่ทำให้ ภูเขาลูกนี้ กลับกลายมามีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นมาอย่างน่าเหลือเชื่อ นั่นคือประโยคทองที่ว่า "ครั้งหนึ่งในชีวิตที่พิชิตภูกระดึง" เหมือนเราเล่นเกมส์ๆหนึ่งแล้วเราปราบบอสได้ นี้คือความคิดสร้างสรรค์ที่ทำให้ภูกระดึงมีมูลค่าขึ้นมาอย่างทันที ![]() เราจะเห็นว่า ที่ภูกระดึง มีลักษณะของ ชาเลนจ์ คือ เดินขึ้น และเดินลง หมายความว่า "มีจุดเริ่มต้น และจุดสิ้นสุด ที่จุดกัน" และเมื่อเรามาพิจารณาลักษณะทางภูมิศาสตร์ ของทะเลสาบสงขลา เราก็จะพบว่า มีลักษณะเป็น ลูป (loop) คล้ายกับลู่วิ่งในสนามฟุตบอล ที่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด ในจุดเดียวกัน เหมือนกันกับ ภูกระดึง ![]() แต่ทะเลสาบสงขลาจะมี "ชาเลนจ์" ที่มีสเกลใหญ่กว่าภูกระดึง เนื่องจากขนาดพื้นที่ใหญ่กว่ากันอย่างเทียบกันไม่ได้ อีกทั้งเรื่องราวในหลายๆมิติ พื้นที่รอบๆทะเลสาบสงขลานั้น มีทั้งเรื่องราวของประวัติความเป็นมา วิถีชุมชน ประเพณี ทรัพยากรธรรมชาติ พันธ์สัตว์น้ำ พันธุ์สัตว์ปลา ทะเลเขตอนุรักษ์ ฯลฯ เรียกได้ว่า ด้วยขนาดที่ใหญ่โตของทะเลสาบ ทำให้ทะเลสาบมีมูลค่าอย่างที่ไม่สามารถประเมิณค่าได้ และเราต้องการที่จะสร้าง "ชาเลนจ์" ของทะเลสาบสงขลา ด้วยการรวมรวมเรื่องราว เหตุการณ์ต่างๆ และพื้นที่ที่น่าสนใจ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มาผูกโยงเรื่องราว และจัดสรรไว้ให้เป็นหมวดหมู่เดียวกัน เพื่อให้เป็น อัตลักษณ์ร่วมกัน เอามาไว้ในสิ่งที่ผู้เขียนเรียกว่า สถานี "เลสาบ" ![]() สถานี "เลสาบ" คืออะไร ขอเริ่มด้วยชื่อก่อน ทำไมถึงตั้งชื่อว่า "เลสาบ" เนื่องจากทะเลสาบ ที่เรารู้จักกันในชื่อ ทะเลสาบสงขลา ความจริงแล้ว เป็นเขตพื้นที่ ของทั้งจังหวัดสงขลา และจังหวัดพัทลุง ดังนั้น หากใช้ชื่อพื้นที่นี้ว่า สถานีทะเลสาบสงขลา เราอาจจะต้องมีปัญหากับชาวพัทลุง แม้ว่าพื้นที่ส่วนล่างของทะเลสาบบริเวณแหลมโพธิ์ เราสามารถใช้ชื่อทะเลสาบสงขลาได้ แต่ถ้าจะรวมพื้นที่ ทั้งหมด 3 ส่วนคือ ทะเลสาบสงขลา ทะเลน้อย ทะเลหลวง เข้าด้วยกัน เพื่อสร้าง ชาเลนจ์ ขนาดใหญ เราจึงควรตั้งพื้นที่นี้ว่า สถานี "เลสาบ" ซึ่งคำนี้เป็นคำภาษาภาคใต้ ที่ทุกคนสามารใช้ร่วมกันได้ แต่ถึงกระนั้นพื้นที่ทะเลสาบส่วนที่ติดกับ อ.หาดใหญ่ เราชาวหาดใหญ่สงขลาขอสงวนสิทธิ์ ในการเรียกพื้นที่ส่วนนี้ว่าทะเลสาบสงขลา เพราะจะเอาชื่อนี้ไป สร้างมูลค่าต่อในบทต่อไป ![]() มาต่อกันที่ "ชาเลนจ์" ที่เราจะสร้าง จะมีส่วนประกอบที่สำคัญก็คือ สิ่งที่ผู้เขียนขอเรียกมันว่า "สถานีเลสาบ" ที่จะกระจายตัวอยู่รอบๆพื้นที่นี้ เพื่อเป็นหมุดหมาย หรือแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ที่จะให้รองรับนักท่องเที่ยว และนักอนุรักษ์จากทั่วโลก และเนื่องจาก ทะเลสาบแห่งนี้มีขนาดพื้นที่ ที่ใหญ่มาก และมี "ความจริง" ที่รอการสร้าง "มูลค่า" อยู่เป็นจำนวนมาก ผู้เขียนประเมินไว้เบื้องต้นว่า อาจจะต้องมี "สถานีเลสาบ" ถึง 2,614 สถานีเลยทีเดียว เพื่อให้ ชาเลนจ์ ที่เราจะสร้างนี้ มีความยากในระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นเสน่ห์ และความท้าทายอย่างมาก และเราจะสามารถสร้างสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ เพิ่มได้ถึง 2,614 แห่งรอบๆทะเลสาบสงขลา จากนั้น ให้ประกาศคำท้าทายกับนักท่องเที่ยว และนักอนุรักษ์ เพื่อให้พิชิต "สถานีเลสาบ" ทั้งหมด 2,614 สถานี ซึ่งแต่ละสถานีเลสาบ จะมีเรื่องราว หรือ "ธีม" ที่ไม่ซ้ำกัน เรียกว่า "เอกลักษณ์" ของแต่ละสถานี ที่แต่ละสถานีจะถูกรวบรวมไว้ให้เป็นหมวดหมู่เดียวกัน ภายใต้ชื่อ "สถานีเลสาบ" เรียกว่า "อัตลักษณ์" ร่วมกัน เพื่อให้เกิดพลังร่วมกัน ![]() คำว่า อัตลักษณ์ กับ เอกลักษณ์ 2 คำนี้หากประเทศไทยใช้ให้เป็นจะมีมูลค่าอย่างมหาศาล อัตลักษณ์ จะแปล อย่างง่ายๆว่า "สิ่งที่เหมือนกันร่วมกัน" หมายถึงการจัดการบางสิ่งบางอย่างให้อยู่ในกลุ่ม หรือหมวดหมู่เดียวกัน ซึ่งจะทำให้เกิดพลังมากกว่า แยกเป็นเดียวๆ ถ้าในวงการธุรกิจ ก็คือ การขยายสาขาธุรกิจ หรือระบบแฟรนชายส์ ตัวอย่างเช่น ไก่เคเอฟซี สตาร์บัค ปตท. ฯลฯ ที่มักมีหลายสาขา ทั้งใน และนอกประเทศ ![]() ยกตัวอย่างง่ายๆอีก 1 กรณี นั่นคือ หากเรามีหนังสือดีๆ สัก 1 เล่ม และสมมุติว่าเราฉีกออกมา 1 ใบ กล่าวคือ หนังสือที่เราฉีกออกมา 1 ใบ นั้น นั่นคือตัวแทนของ เอกลักษณ์ เพราะแต่ละใบของหนังสือ ย่อมมีเนื้อหาไม่เหมือนกัน แต่ทว่าก็จะไม่เกิดพลังในแนวกลุ่มก้อน ดังนั้น เราจึงต้องรวมให้กลายเป็น หนังสือ 1 เล่ม เพื่อให้เกิดเป็นพลัง ในฐานะหนังสือ 1 เล่ม และหนังสือ 1 เล่มก็จะมีพลัง ในฐานะอัตลักษณ์ร่วมกัน ทำให้เกิดเป็นพลัง ทำให้หนังสือเล่มนี้น่าสนใจ ต่อไปคือ เอกลักษณ์ จะแปลอย่างง่ายๆว่า สิ่งที่ไม่เหมือนใคร หรือมีอย่างจำกัด อย่างเช่น ทองคำที่มีจำนวนน้อย และมีอย่างจำกัด หรือ ล๊อตเตอร์รี่รางวัลที่ 1 ที่มีอยู่เลขเดียว ... เห็นไหมละว่า แค่ คำ 2 คำนี้ มันดูรวยแค่ไหน และ สถานีเลสาบ ที่เราจะสร้าง เป็น ชาเลนจ์ ก็มีคำทั้ง 2 คำนี้ ที่เราจะเอามาสร้าง "มูลค่า" ด้วยวิธีคิดที่แตกต่างให้กับตัวสถานีเลสาบ ในแต่ละสถานี ![]() จริงๆจากคำ 2 คำนี้ หากใช้ให้เป็น ประเทศไทยจะรวยมาก ขอยกตัวอย่างการใช้ 2 คำนี้ ในการเพิ่มมูลค่าให้กับ ปั๊มน้ำมัน ปตท. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของไทย ดังนี้ ....จากข้อมูลปี 2566 ปตท.มี สาขาปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ 2,256 สาขา ซึ่งลักษณะของปั๊มน้ำมัน ปตท. โดยส่วนใหญ่ ก็จะมีพื้นที่กว้างขวาง ดำเนินกิจการขายน้ำมัน และบริการชาร์จรถไฟฟ้า อีกทั้งยังมีบริการร้านสะดวกซื้อ เช่น เซเว่นอีเลเว่น มีร้านกาแฟอเมซอล บางสาขาก็มีไก่ทอด kfc บางสาขามีศูนย์อาหาร มีที่ซักผ้า มีห้องพัก เรียกได้ว่าในปัจจุบัน ปั๊ม ปตท.นอกจากจะขายน้ำมันแล้ว ยังมีบริการต่างๆ จนอาจกล่าวได้ว่า เป็นเสมือนเมืองขนาดย่อมๆ เมืองหนึ่งเลยที่เดียว และทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น ถือเป็นระบบสาขา หรือแฟรนไชส์ ที่มีลักษณะคือ "สิ่งที่เหมือนกัน ร่วมกัน" ซึ่งสาขาทั้งหมดของ ปตท. มีเหมือนๆกัน จึงทำให้เกิดเป็นพลัง เพราะมีการจับกลุ่ม เป็นหมวดหมู่เดียวกัน 2,256 สาขา ซึ่งก็คือ มี อัตลักษณ์ เดียวกัน ![]() แต่ทว่า สิ่งที่ผู้เขียนคิดว่า ยังขาดไปนั่นเพราะการตีโจทย์ว่า ปั๊มน้ำมัน ปตท. เป็นแค่ที่ แวะจอดเติมน้ำมัน แวะซื้อของกิน เข้าห้องน้ำ เติมลม พักผ่อน ฯลฯ คงยังไม่ถูกต้องนัก เพราะยังมีอีกสิ่งที่ยังไม่ได้คิดนั่นก็คือ ...ปั๊มปตท. ทุกสาขา สามารถเป็น "แหล่งท่องเที่ยว" ได้ด้วยตัวของมันเอง เพียงแค่ใส่ความคิดสร้างสรรค์เข้าไป โดยการเติมสิ่งที่เรียกว่า "เอกลักษณ์" ให้ปั๊ม ปตท. แต่ละสาขา ในทุกๆสาขา ให้ไม่ซ้ำกัน ![]() ยกตัวอย่างเช่น ที่ อ.ป่าบอน จังหวัดพัทลุง จะมีปั๊มปตท.อยู่ปั๊มหนึ่ง ที่ตกแต่งพื้นที่ด้วย ธีม "คาวบอย" ซึ่งเมื่อเราเข้าไปใช้บริการ เราจะได้เห็นบรรยากาศของปั๊มน้ำมันแห่งนี้ เป็นแบบ คาวบอย และมีการเปิดเพลงคันครี คลอไปเบาๆ มีรูปคาวบอย และประวัติต่างๆ ที่ให้ความรู้ เกี่ยวกับ คาวบอย ซึ่งทำให้ปั๊มน้ำมันแห่งนี้เป็นที่จดจำมากกว่า ปั๊ม ปตท.แห่งอื่นๆ เรียกได้ว่าเป็นการสร้างสิ่งที่เรียกว่า (branding) ให้เป็นที่จดจำ หากถามคนหาดใหญ่สงขลาที่เดินทางบ่อยๆว่า ปั๊มน้ำมัน ปตท.คาวบอย อยู่ที่ไหน ทุกคนที่เป็นนักเดินทางส่วนใหญ่ต่างรู้จักว่า คือที่ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ดังนั้นแล้วรูปแบบ ธีม "คาวบอย" เราจะเรียกว่า การสร้าง "เอกลักษณ์" เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการตลาด ในความเป็นจริงผู้เขียนอยากให้ผู้บริหาร ปตท. หรือผู้ที่สามารถสื่อสารไปถึงผู้บริหาร ปตท. ว่าจริงๆแล้ว อยากให้ทำในรูปแบบนี้มากๆ เพราะนอกจากจะเป็นการเพิ่มยอดขายให้กับตัวปั๊มน้ำมันเองแล้ว ยังสามารถเพิ่มให้เป็น แหล่งท่องเที่ยวให้กับประเทศไทยได้อีกถึง 2,256 แหล่งการท่องเที่ยวอีกด้วย ![]() ส่วนวิธีการทำก็ลงทุนไม่เยอะ แต่มีประสิทธิภาพสูง นั่นคือสร้าง "เอกลักษณ์" โดยผ่านการตั้งชื่อรองของปั๊มน้ำมัน ตามรูปข้างบน ในรูปข้างบน เราจะเห็นโลโก้ของปั๊ม น้ำมัน และอักษรภาษาอังกฤษ ptt ซึ่งเป็นตัวแทนของ "อัตลักษณ์" หรือสิ่งที่เหมือนกันร่วมกัน ส่วนข้อความข้างล่าง ที่เขียนว่า "คาวบอย" เป็นชื่อที่สะท้อนถึง "เอกลักษณ์" หรือสิ่งที่ไม่เหมือนใคร เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้ปั๊มปตท. กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยมีการตกแต่ง และสร้างบรรยากาศ (ธีม) ของปั๊ม ให้มีรูปแบบของคาวบอย เช่น มีป้ายความรู้พอเป็นสังเขป อาจเปิดเพลงคันทรี่ เพื่อสร้างบรรยากาศ ฯลฯ และปั๊ม ปตท. คาวบอย ที่ยกตัวอย่างมานี้ เกิดขึ้นจริงแล้ว ที่ ปตท.ป่าบอน จ.พัทลุง ....จริงๆแล้ว ชื่อเฉพาะที่จะใช้ อาจจะเป็น ชื่อไทยๆ หรือชื่อในวรรณคดี ที่น่าสนใจ หรือชื่อดอกไม้ พรรณไม้ต้นไม้ ฯลฯ หรืออาจจะซื้อลิขสิทธิ์ หนังดัง เช่น ทรานส์ฟอเมอร์ ไอรอนแมน หรือการ์ตูนชื่อดัง เช่นโดเรม่อน ที่ในการ์ตูน จะมีตั้งแต่ ตัวละคนต่างๆ ของวิเศษต่างๆ ฯลฯ ที่จะเอามาสร้างเป็นชื่อเฉพาะของปั๊ม เพื่อเพิ่มมูลค่า ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ และนี้คือ ตัวอย่าง การใช้ "เอกลักษณ์" และ "อัตลักษณ์" เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับปั๊มน้ำมัน ปตท. ซึ่งเป็นแนวคิด ในส่วนของความคิดสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาทุกๆสาขา ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยสภาพ ![]() แล้วเราจะใช้ "เอกลักษณ์" และ "อัตลักษณ์" มาพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวรอบทะเลสาบสงขลาอย่างไร คำตอบของคำถามนี้คือ เราก็สามารถใข้แนวคิดเดียวกับ การเพิ่มมูลค่าของปั๊มน้ำมัน ปตท. ดังกล่าวได้ นั่นคือ เราจะสร้าง "สถานีเลสาบ" ขึ้นมาในบริเวณ รอบๆ ทะเลสาบสงขลา ซึ่งผู้เขียนประมาณการไว้ที่ 2,614 สถานี และจะต้องสร้าง "ชาเลนจ์" เพื่อท้าทายให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวทุกสถานี ![]() แต่ทว่า อยู่ๆจะบอกให้นักท่องเที่ยว และนักอนุรักษ์ มาเที่ยวทุกสถานีทั้งหมด 2,614 สถานี มันก็ดูแปลกๆ มันดูไม่มีศิลปะ ดังนั้นเราจะสร้าง ชาเลนจ์ขึ้นมา เพื่อท้าทาย และมอบหมายเป็นภารกิจให้ โดยป้ายภาระกิจนี้ จะอยู่ใน สถานีเลสาบที่ 1 เรียกว่า "จุดเริ่มต้น" และกำหนดให้ สถานีเลสาบที่ 1 อยู่ใกล้เมืองหาดใหญ่มากที่สุด นั่นคือ บริเวณแหลมโพธ์ ต.คูเต่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยเนื้อหาคำท้าท้ายเป็นเป็นดังนี้ ![]() "สวัสดี นักท่องเที่ยว และนักอนุรักษ์ ผู้มาเยือน ทะลสาบแห่งนี้ พวกเรา ชาวสงขลา และชาวพัทลุง ขอท้าทายพวกท่าน ให้ทำภารกิจ "พิชิตทะเลสาบ" ซึ่งทะเลสาบแห่งนี้ มีพื้นที่ขนาดใหญ่ 1,024 ตร.กม. และ มีสถานีทั้งหมด 2,614 สถานี ซึ่งแต่ละสถานีจะมีเรื่องราว และ ภาระกิจในแต่ละสถานีที่แตกต่างกัน และหากท่านสามารถ พิชิตภารกิจได้ทั้ง หมด เรา โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง จะขอมอบประกาศนียบัตรให้ท่านเป็นการตอบแทน และหากท่านพร้อมที่จะทำภารกิจนี้แล้ว โปรดเข้าไปที่เว๊ปไซต์ https://www.laysab.com เพื่อดาวน์โหลดแอปิเคชั่น เพื่อลงทะเบียน และจะมีข้อมูลของสถานีเลสาบ และภาระกิจในแต่ละสถานีทั้งหมด ขอขอบคุณจากพวกเรา ชาวสงขลาและพัทลุง" และนี้เป็นประโยคคำท้าทายอย่างง่าย เพื่อสร้างภาระกิจ และ เพื่อสร้าง เอกลักษณ์ และ อัตลักษณ์ ให้กับแหล่งท่องเที่ยวรอบๆทะเลสาบ ทั้งหมด ซึ่ง ชาเลนจ์ นี้ถอดแบบมาจาก ภูกระดึง และ ระบบ "เควส" ในเกมออนไลน์ แนว RPG ![]() ต่อไปคือ แอปพลิเคชัน laysab วิธีการที่จะเข้าไปโหลดแอปได้ง่ายที่สุดคือ จากทาง เว๊ปไซต์ https://www.laysab.com หรืออาจจะมี คิวอาร์โค๊ด เพื่อโหลดแอปจาก เพลย์สโตร์ โดยตรง ซึ่งในแอปจะมีการลงทะเบียนโดยผ่านทาง gmail หรือ ทางเฟสบุ๊ค หรือทาง ติ๊กตอก เพื่อเป็นการยืนยันตัวตน และในแอป laysab จะมีข้อมูล ที่อยู่ และภารกิจของทุกๆสถานีเลสาบ และ "ภาระกิจหลัก" ที่เป็นการบังคับของทุกสถานีคือ การถ่ายรูปตัวเองคู่กับป้ายสถานีเลสาบ และพื้นที่รอบๆสถานีนั้นๆ ขั้นต่ำ 3 รูป แล้วส่งรูป พร้อมด้วยปักหมุดพื้นที่ เข้าแอป laysab จากนั้น ให้ระบบ AI ตรวจสอบว่า เป็นรูป และปักหมุดของจริงหรือไม่ เมื่อ AI ตรวจสอบแล้วว่าเป็นรูปจริง ก็จะมีป๊อบอับให้แชร์รูป และปักหมุด โดยอัตโนมัติ เพื่อแชร์ไปยังสื่อสังคมออนไลน์ที่ลงทะเบียนไว้ ซึ่งหากสามารถพัฒนาระบบแอปพลิเคชั่น laysab ได้ถึงขั้นนี้ จะทำให้แหล่งท่องเที่ยวรอบๆทะเลสาบ สามารถกระจายได้อย่างกว้างขวางในแพลตฟอร์มออนไลน์ทั่วโลก และเมื่อผ่านการตรวจสอบแล้วว่าพิชิตสถานีดังกว่าได้ ระบบในแอป ก็จะแสดงผลว่า ไอดีนี้ได้ พิชิตสถานีเลสาบอะไรบ้างแล้ว เรียกว่าในการทำแบบนี้ ในเชิงจิตวิทยา จะเป็นการสร้างภารกิจให้กับผู้คนอย่างไม่รู้ตัว และอยากจะทำให้สำเร็จ อุปมาอุปไมย เหมือนที่เราเล่นเกมส์ออนไลน์ แต่เกมส์นี้ยากมากๆ อยากจะปราบบอสให้ได้ไวๆ จะได้จบๆ จะได้เครียร์ๆ ... ประมาณนั้น และแน่นอน สิ่งที่ผู้เขียนต้องการก็คือ ต้องการให้นักท่องเที่ยว และนักอนุรักษ์ จากทั่วโลก เข้ามา พิชิต สถานีเลสาบ ให้ครบทั้ง 2,614 สถานี และแต่ละสถานีก็จะมี ภาระกิจบังคับคือ การถ่ายรูปตัวเองกับป้ายสถานีเลสาบที่ไปเยือน แล้วอับโหลดลงแอป laysab และจะมีภาระกิจที่ไม่บังคับประจำแต่ละสถานีด้วย ซึ่งนี้ก็คือ การออกแบบ "ชาเลนจ์" หรือ "ภารกิจ" อย่างง่าย โดยใช้พื้นที่จริงของทะเลสาบ เป็นฉากหลัง ![]() ผู้เขียน ขออธิบายรูปแบบป้ายของสถานีเลสาบ แต่ละสถานี ดังนี้ ...บริเวณที่จะติดป้ายจะต้องเป็นพื้นที่สาธารณะ ที่จะต้องมีป้ายสถานี ตัวอย่างเช่นในรูปนี้ คือ สถานีเลสาบ ที่ 2,614 โลมาสีชมพู จากรูปแบบป้ายสถานี คำว่า "สถานีเลสาบ" คือ อัตลักษณ์ ที่ทุกๆสถานีจะมีร่วมกัน ทำให้เกิดพลังในแนวกลุ่มก้อน ส่วนเลข 2,614 และ โลมาสีชมพู คือสิ่งที่เรียกว่า "เอกลักษณ์" หรือสิ่งที่ไม่เหมือนใคร ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสถานีเลสาบแห่งนี้ โดยจะมีการออกแบบพื้นที่แห่งนี้ ให้มีความเกี่ยวข้องกับโลมาสีชมพู เช่น พวกความรู้ ประวัติ รูปภาพ รูปจำลอง ฯลฯ ที่เราเรียกรวมๆว่า "ธีม" ให้เกี่ยวข้องกับโลมาสีชมพู และตัวของป้ายสถานีเลสาบนั้น จะต้องเป็น ป้ายที่ทนทาน กึ่งถาวร ซ่อมแทรมง่าย ติดตั้งง่าย และต้องไม่ถูกลักขโมยไปขาย อย่างกรณีของป้ายที่เป็น "เหล็ก" คำตอบของคำถามนี้ สามารถพบเห็นได้ทั่วไป ในสถานนีรถไฟ นั่นคือ ป้ายบอกสถานีที่เป็นปูนคอนกรีต ส่วนป้ายภาระกิจรอง ที่ไม่บังคับ จะเป็นป้ายหินเทียมสกัด ที่เหมือนกับป้ายนางเงือกสงขลา ที่มีทั้งภาษาไทย และภาษาอังฤกษ เนื่องจากป้าย หินเทียมสกัดแบบนี้สามารถใส่รายละเอียดได้มากกว่าป้ายแบบปูน ...แต่ทว่า ภารกิจรอง ของแต่ละสถานีก็จะมีรายละเอียดอยู่ในแอฟ laysab อยู่แล้วด้วย ![]() ต่อไปจะเป็นเรื่องสุดท้ายของ "ซอฟเแวร์" ของทะเลสาบแล้ว นั่นคือ หน่วยงานที่จะเข้ามารับผิดชอบพื้นที่นี้ ...เนื่องจากพื้นที่ทะเลสาบ และบริเวณโดยรอบ เกี่ยวพันกับหลาย องค์กร หลายระบบราชการ หลายภาคประชาชน ดังนั้น หน่วยงานที่จะเข้ามาดูเลพื้นที่นี้ ควรจะเป็นหน่วยงานที่ช่วยประสาน เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้ามาอยู่ในโครงสร้างองค์กร โดยที่ไม่ซ้ำซ้อนกัน ซึ่งตัวอย่างของหน่วยงานที่เกิดขึ้นจริงแล้ว เช่น ศอ.บต. แม้พื้นที่เขตการรับผิดชอบ จะอยู่ทั้ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ก็ไม่ได้มีอำนาจเหนือองค์กรอื่นๆในพื้นที่ ซึ่งศอ.บต. จะเน้นภาระกิจด้านการพัฒนา และชุมชน และความสงบเรียบร้อย โดยมีการประสานกับฝ่ายทหาร และมี เลขาธิการ ศอ.บต. ทำหน้าที่เหมือน ผู้จัดการของบริษัท ที่ช่วยประสานงานให้กับหน่วยงานต่างๆมาทำงานร่วมกัน อีกตัวอย่างคือ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC แม้จะมีอำนาจในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออก แต่ก็ไม่ได้มีอำนาจเต็มเหนือองค์กรอื่นๆในพื้นที่ และมีเลขาธิการ EEC ทำหน้าที่เหมือนผู้จัดการบริษัท ซึ่งมีหน้าที่ประสานงานกับทุกๆฝ่ายภายใต้กฎหมายที่มีอยู่ เพื่อขับเคลื่อนเขตพัฒนา่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก กล่าวโดยสรุป ทั้ง 2 หน่วยงาน ทั้ง ศอ.บต. และ EEC เป็นหน่วยงานเพื่อ "ภารกิจพิเศษ" มีหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย โดยมีเลขาธิการเป็นผู้ประสานงาน เหมือนกับผู้จัดการบริษัทเอกชน ![]() ดังนั้นแล้ว พื้นที่ทะเลสาบ การสามารถตั้งหน่วยงานที่คล้ายๆกัน โดยมีกฎหมายเฉพาะ และมีเลขาธิการเป็นผู้ประสานงาน ซึ่งหน่วยงานที่อาจจะเข้ามาเป็นกรรมการ อาจจะมีหน่วยงานเช่น ผู้ว่าราชการสงขลา ผู้ว่าราชการพัทลุง อบจ.สงขลา อบจ.พัทลุง กรมทางหลวงสงขลา กรมทางหลวงพัทลุง สมาคมธุรกิจการท่องเที่วสงขลาและพัทลุง เอกชนในพื้นที่ ภาคประชาชน เป็นต้น เราเรียกว่า เป็นการจัดตั้งองค์กรใหม่เนื่องจากภาระกิจพิเศษ ภาษาราชการมักเรียกว่า "การบูรณาการ" ซึ่งจริงแล้ว ทางทะเลฝั่งอันดามันก็สามารถสร้างหน่วยงานแบบนี้เข้ามาดูแลได้ เพราะ อันดามัน ก็ถือเป็น "ภารกิจพิเศษ" เหมือนกัน สรุปสุดท้าย ....ไม่น่าเชื่อว่า แค่ "ซอฟแวร์" ของทะเลสาบ จะเขียนบรรยายได้ยาวขนาดนี้ จริงๆแล้ว เรื่องของทะเลสาบมีรายละเอียดอีกเป็นจำนวนมาก แต่ผู้เขียนอยากจะเอาไว้เขียนในบทสุดท้าย เพราะอยากจะเขียนเกี่ยวกับระบบการขนส่ง โดยเฉพาะระบบราง ในพื้นที่หาดใหญ่สงขลาก่อน เพราะระบบการขนส่งสำคัญมากๆ หากเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ คือการทำให้หาดใหญ่สงขลากลายเป็นหมุดการท่องเที่ยวระดับโลก ... บทความต่อไปคลิกที่นี้...................... |
บทความทั้งหมด
|
























ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [