แพรกหนามแดง จากวิกฤตสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เรื่องโดย จับซา เครดิตภาพจาก https://rescom.trf.or.th, https://farm1.static.flickr.com ตำบลแพรกหนามแดง เป็นตำบลหนึ่งของอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม มีแม่น้ำแม่กลองเป็นสายน้ำหลักและมีลำคลองสาขากว่า 300 คลอง ประกอบด้วยพื้นที่ที่มีความแตกต่างกัน 3 พื้นที่ คือ พื้นที่น้ำจืด พื้นที่น้ำกร่อย และพื้นที่น้ำเค็ม ประชาชนมีอาชีพเกษตรกรรมและประมง ดำเนินชีวิตสอดคล้องกับสภาพพื้นที่น้ำ ![]()
ความขัดแย้งของชาวบ้านในการแย่งทรัพยากรน้ำที่เกิดขึ้นเป็นเวลาถึง 20ปี โดยตัวปัญหาก็คือการเปิดปิดประตูน้ำนี่เอง ในฝั่งน้ำจืดเมื่อประตูปิดตายทำให้น้ำไม่ไหลเวียนเกิดการเน่าเสียและมีการสะสมของตะกอนดินที่หน้าประูตูกั้นน้ำ เวลาหน้าน้ำหรือเมื่อเขื่อนปล่อยน้ำลงมาจะทำให้น้ำท่วมนาข้าว บ่อปลาสลิด สวนผัก ชาวบ้านในฝั่งนี้จึงไปเปิดประตูเพื่อระบายน้ำออก ผลจากการที่เปิดประตูระบายน้ำทำให้น้ำจืดไหลทะลักเข้าสู่ส่วนน้ำเค็ม เมื่อชาวบ้านฝั่งน้ำเค็มสูบน้ำเข้าบ่อกุ้งก็ทำให้กุ้งทะเลที่เลี้ยงไว้พากัน ตายหมด นี่คือสาเหตุของความขัดแย้ง!!!!!!!! สำหรับการแก้ปัญหาความขัดแย้งดังกล่าว ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ให้หลักยุทธศาสตร์ทางเลือกใหม่ในการแก้ปัญหาวิกฤตแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน ดังมีรายละเอียดดังนี้ เริ่มจากการที่ปราชญ์ชาวบ้านหรือผู้นำชุมชนได้ชักชวนชาวบ้านทั้งสองฝ่ายมา คุยกันถึงเรื่องปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ทำให้ชาวบ้านทั้งสองฝ่ายได้รับรู้และเข้าใจถึงปัญหาของชาวบ้านอีกฝ่ายหนึ่ง จากนั้นก็แสดงความจริงใจที่จะร่วมกันหาทางออก เพื่อลดความขัดแย้งดังกล่าวโดยยึดหลักที่ว่า ร่วมกันคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมกันทำ ร่วมกันตรวจสอบ ร่วมกันรับผลประโยชน์หรือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมา จากการพูดคุยกันหลายครั้งชาวบ้านทั้งสองฝั่งจึงร่วมกันศึกษาโดยแยกประเด็นดังนี้ 1. ศึกษาความเป็นมาของปัญหาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน 2. ศึกษาพฤติกรรมการใช้ประโยชน์จากลุ่มน้ำแม่กลองตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ 3. ศึกษาการไหลขึ้นลงของน้ำเค็มและน้ำจืดในพื้นที่ เมื่อชาวบ้านทั้งสองฝั่งพบว่าประตูน้ำที่หน่วยงานรัฐมาสร้างไว้นี่แหละคือตัวปัญหาจึงได้ร่วมกันระดมความคิดและภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อคิดค้นและออกแบบประตูกั้นน้ำกันใหม่ โดยชาวบ้านได้ติดต่อหน่วยงานรัฐเพื่อสนับสนุนงบประมาณ เมื่อชาวชุมชนได้นำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ก็ค้นพบประตูระบายน้ำแบบใหม่ที่เหมาะสมและแก้ปัญหาของเขาเหล่านั้นได้ การแก้ปัญหาของชาวชุมชนโดยการใช้ยุทธศาสตร์ทางเลือกใหม่ในการแก้ปัญหาวิกฤตน้ำอย่างยั่งยืน จะส่งผลให้ชาวชุมชนเกิดการพัฒนาทางด้านทักษะทางความคิด ทักษะการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลจนสามารถนำเสนอต่อผู้สนับสนุนได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่จะถ่ายทอดต่อบุคคลอื่นต่อได้ ที่สำคัญจะทำให้เกิดความรักสามัคคีกันของชาวชุมชน และเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิต
|
บทความทั้งหมด
|



ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [