สวัสดีปีใหม่แบบยิ้วยิว
วันนี้คือวันที่ 2 หรือวัน"เบ็ท" ตามปฏิทินยิวนะจ๊ะ เป็นวันฉลองวันปีใหม่ (มี 2 วัน วันแรกชื่อ"อาเล็ฟ")

จริงๆ ฉลองตั้งแต่เย็นวันสิ้นปีแล้วหล่ะ คือเย็นวันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม ตอนเช้าวันจันทร์ไปซุปเปอร์มาเก็ต ซื้อของกินมาตุนอ่ะซิ ก็ร้านค้าอะไรปิดหมด รถเมล์ก็ไม่วิ่ง (มีแต่แท็กซี่ กับเดินเอา) นู่นนนน ไปเปิดอีกทีก็คืนวันพุธ

กิจกรรมของหมู่เฮา(เราและฝาละมี) ก็คือไปโซ้ยข้าว(จริงๆไม่ใช่ข้าวหรอก) บ้านเพื่อนที่เรียนศาสนาด้วยกัน เพื่อนคนนี้เป็นสาวเกาหลี ชื่อ "คิม จูยัน" โตที่อเมริกา แต่งกับคนยิวอเมริกาแล้วไปอยู่ที่ฮ่องกง (งงมั้ย อิอิ) ตอนนี้เธอมาอิสราเอลเพื่อมาคอนเวิร์ทโดยเฉพาะ เช่าบ้านอยู่ใกล้ๆ กับบ้านคุณพ่อ-แม่ของสามีเธอ (ซึ่งเป็นคนยิวจากอเมริกา) อยู่ที่นี่มา 45 ปีแล้วหล่ะ ใจดี๊ใจดี รู้ได้จากของกินที่เตรียมไว้ (ซร้วบๆ)

ส่วนอีก 1 สาว มาจากโอรากอน (เมกา) ชื่อ "อบีเกล"ไม่ได้เป็นคนยิว แต่เคยมีแฟนเป็นคนยิว พอเลิกกันแล้ว เธอกลับหลงรักคนที่นี่ ประเทศนี้และศาสนานี้ด้วย ก็เลยตั้งใจจะอยู่ที่นี่และคอนเวิร์ท ขอบอกว่าเคร่งมากๆ (เรากะสามีอายไปเลย) แต่เธอก็คุยหนุกหนานดีนะ เคร่งนี่ก็คือ เธอรักษาชาบัท รักษาโคเชอร์ แต่งกายมิดชิด

มื้ออาหารที่สำคัญก็มีรับประทานอะไรที่เป็นสัญลักษณ์ของปีใหม่ เช่น
แอ๊ปเปิ้ลจุ่มกับน้ำผึ้ง(เชื่อว่าจะทำให้เป็นปีที่หวาน คนยิวเชื่อว่ารสหวานเป็นรสที่ดี)
เมล็ดทับทิม (เชื่อว่าทำให้คนยิวรักและสามัคคีกัน เพราะชอบทะเลาะกันเองประจำ 555) ลูกทับทิมทีนี่ใหญ่โตอลังการมาก แล้วอร่อยด้วยแหละ
หัวปลา (เชื่อว่าเป็นการเริ่มต้นปี กินแล้วดีอะไรอย่างนี้ แต่มื้อนี้ที่นี่ไม่กินกันจ้ะ กลัวอ่ะ กินแต่หัวมัน)
แล้วก็พืชผักอีก 2-3 อย่างเช่นถั่วฝักยาว ลูกอินทผาลัม แต่เราจำความหมายไม่ได้นะ จากนั้นก็อาหารอื่นๆ สลับกับการพูดคุยอย่างเมามัน มี 2 สามี-ภรรยา เพื่อนของแม่สามีจูยันมาร่วมวงด้วย คุยสนุกมากๆ

ก็รับประทานสนุกสนานกันดี มื้อใหญ่มากๆ อิ่มแปล้ กลับบ้านก็ประมาณเที่ยงคืน ซึ่งเราค้างที่บ้านแม่(ของคุณสามีเรา) เพราะตอนเช้าต้องไปเบ็ทคเน็ทเส็ทเพื่อสวดมนต์

ตอนเช้าสามีล่วงหน้าไปก่อน ตอน 8.30 (เค้าเริ่มกันประมาณ 8 โมง ตรงกับวันอังคารที่ 5 ต.ค.) วันนี้สามีสวม"ทาลิต" ด้วย (ผ้าคลุมสีขาว มีแถบและชายสีฟ้า น้ำเงิน) เรียกว่าวันนี้พิเศษหล่ะ จริงๆ ปกติเขาจะสวมแบบนี้สวดมนต์กันประจำ ยกเว้นคนไม่ค่อยเคร่งเท่าไหร่

เรากับแม่ ก็ตามไปตอน 9 โมงกว่าๆ ไปถึงคนเยอะมากๆ ในห้องใหญ่ที่สวดมนต์ แบ่งครึ่งเป็นชายกับหญิง มีผนังฉลุแบ่ง (คือยังมองเห็นว่าทำอะไรกันในแต่ละฝั่ง) ผู้ชายเขาจะสวดมากกว่า จะมีการนำโทร่าออกจากตู้ จากห่อ อ่านโทร่า เป่าโชฟาร์ อะไรต่างๆ ผู้หญิงก็แค่ยืนสวดมนต์มาราธอนแค่นั้นเอง ถือซีดูร์ แล้วก็สวดไปตามกัน
เราอึดอัดมากๆ เพราะคนแน่นอ่ะ เหมือนหายใจไม่ค่อยออก ต้องออกมาจากห้องเป็นบางครั้ง ดีที่มี ที่นั่งพักข้างนอก ส่วนใหญ่ผู้หญิงที่มากับลูกเล็กๆ หรือพวกเด็กๆ ก็ไม่ได้สวดมนต์เท่าไหร่ วิ่งเล่น กินขนมกันซะมากกว่า ยกเว้นตอนเป่าโชฟาร์เป็นช่วงๆ ก็จะเดินไปเพื่อฟัง (คือลุ้นอ่ะ ว่าคนเป่ามันจะเป่าสำเร็จมั้ยว้า อิอิ)

เราก็สนุกกับการสวดมนต์บ้าง เพราะซีดูร์มีแปลเป็นภาษาปะกิตน่ะ สรุปว่าก็พูดเรื่องเกี่ยวกับการต้องทบทวนตัวเอง ว่าผ่านมา 1 ปี ทำอะไรไม่ดีไว้บ้าง พร้อมมีขู่ว่า ถ้าไม่สำนึก ไม่คิดแก้ไข ต้องเจอลงโทษจากพระเจ้าแน่ๆ อันนี้เราว่าดีจัง อย่างน้อยก็ให้ละอายเกรงกลัวต่อบาปบ้าง ถ้าเป็นพุทธเราสวดๆ ไปงั้นแหละ แปลก็ไม่ออก มันเลยไม่กลัวบาปกันเลย เรื่องบาปบุญไม่เชื่อ เดี๋ยวนี้เลยแย่เลยเมืองไทย อ่านข่าวทีไร สลดใจทุกที...เฮ้อ บ่นๆๆๆ

บางช่วงที่เปิดโทร่าออก ทุกๆคนก็จะยืนขึ้น แบบว่าทำความเคารพน่ะ ยืนๆนั่งๆ โยกๆ คำนับ เราก็ดูๆ จากคนอื่น คือเวลาเอ่ยถึงพระเจ้า ก็จะยืน ย่อตัวลง เหมือนถอนสายบัวน่ะ ดูทุกคนตั้งใจมากๆ ไม่มีใครหลับเลย(เพราะยืนๆ นั่งๆ โยกๆ ตลอด) เออ...ทำให้มีสมาธิดีนะ ไม่วอกแวก

สวดมนต์เสร็จเกือบบ่ายโมง ก็ออกมาทักทายเพื่อนฝูงคนรู้จักกัน ทุกคนดูอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส พบปะญาติมิตรกัน นี่ไงเขาเรียกว่าอิ่มบุญ เหมือนออกจากวัดเลย แต่ต่างกันที่ ที่วัดก็จะมีของกินด้วย หลังจากเสร็จพิธี อิอิ เออจริงๆก็ไม่เสมอไปเนอะ แล้วแต่เทศกาล (แต่วัดแถวบ้าน ต้องมีคนใจดีเป็นเจ้าภาพประจำ ช้อบชอบหล่ะ)

จากนั้น หิวซกๆ กลับบ้านแม่ ก็ทานกลางวันกันเสร็จ ตอนแรกว่าจะเดินกลับ โอยม่ายไหว คุณสามีปวดหลังมากๆ เพราะยืนนานนั่นเอง ราว 4 -5 ชั่วโมงอ่ะ เลยนั่งแท็กซี่กลับบ้าน (จำได้บ่ ว่าไม่มีรถเมล์วันนี้) กลับมาเลยต้องเป็นหมอนวดจำเป็นไป ไม่รู้อาการจะดีขึ้นหรือแย่กว่าเดิมนะ ฮ่าฮ่า

สรุปว่าการไปร่วมสวดมนต์วันแรกของปีใหม่ ก็ผ่านไป วันพุธก็จะทำอีกวัน แบบเดียวกันเป๊ะ แต่เราไม่ได้ไปหล่ะ เพราะต้องเดินไปเกือบ 4 กิโลแน่ะ (ไม่รู้มีใครแอบขับรถตัวเองไปเปล่านะ งานนี้...ห้ามขับรถด้วยนะจ๊ะ) จริงๆมีเบ็ทคเน็ทเส็ทใกล้บ้านเหมือนกัน แต่ไม่ได้ไปดูหล่ะว่าเป็นไง ไม่คุ้นเคยด้วย เราเลยพักผ่อนอยู่บ้านกัน วันพุธก็เป็นวันที่เงียบอีกวัน ไม่ทำงาน ไม่ทำอาหาร-อาหารทำแล้วอุ่นไว้ตลอด ไม่ก่อไฟ ไม่เปิดสวิทช์ไฟ (เปิดได้จากตัวตั้งเวลาเท่านั้น) ส่วนใหญ่จะเปิดไฟไว้ตลอด 2 วัน ที่ห้องครัว และห้องน้ำอะไรเงี้ย อ้อ..ลืมบอกไป จะมีการจุดเทียนตั้งแต่เย็นวันจันทร์ ด้วยนะ คล้ายเทียนชาบัท แต่เทียนนี้จะอยู่นาน 24 ชั่วโมง จุดตลอด 2 วัน (ก็มีการต่อเทียนเล่มใหม่เอา ในวันที่ 2)

....ย้าวย้าว นี่ก็ยังไม่ละเอียดนะ อยากบันทึกเยอะๆ เหมือนกัน แต่มันจะมากเกินไปน่ะ พอแค่นี้ก่อนดีกว่า

ชานา โทวา จ้ะ - เป็นปีที่ดีนะจ๊ะ
ชานา เมทูก้า จ้ะ - เป็นปีที่หวานนะจ๊ะ
คาทิวา โทวา จ้ะ - ขอให้พระเจ้าทรงเขียนแต่สิ่งที่ดี สำหรับคุณนะ
คาทิมา โทวา จ้ะ - และพระองค์ตัดสิน และลงพระนาม เพื่อให้สิ่งที่ดีกับคุณในปีนี้นะ

บ้ายบายจ้ะ



Create Date : 05 ตุลาคม 2548
Last Update : 8 ตุลาคม 2548 15:11:32 น.
Counter : 1605 Pageviews.

0 comments
ชาลีไดอารี่ ... แมวก็มีหัวใจ* ฟ้าใสวันใหม่
(11 ม.ค. 2564 14:18:16 น.)
อุทยานแห่งชาติ รามคำแหง พายุสุริยะ
(7 ม.ค. 2564 18:02:14 น.)
กาเฟเวียด @หนองคาย ร้านอาหารเวียดนามริมโขง อาหารอร่อย วิวสวย sawkitty
(11 ม.ค. 2564 14:14:22 น.)
夫妻比强 Fūqī bǐ qiáng สามีภรรยาใครดีกว่ากัน Kavanich96
(4 ม.ค. 2564 04:15:51 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Boomtingtong.BlogGang.com

BoomK
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 50 คน [?]