How to: การเปลี่ยนสีผมพร้อมปิดหงอกด้วยตัวเอง..ง่ายจะตาย!!
สวัสดีค่ะสาวๆ 
วันนี้ไม่มี How to Makeup มาให้ดูนะ

แต่ว่ามา How to ย้อมผมปิดหงอกมาฝากกันค่ะ!!!
วัย 40+ อย่างพวกเรา สังขารค่ะ..สังขาร..หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ



และสาวๆ หลายคนที่ยังไม่สูงวัยเยี่ยงพี่..แค่ 20 ต้นๆ 
บางคน!! ก็เริ่มมีน้องหงอกมาเยือนกันแล้ว..ใช่ไม๊คะ??

ไม่ต้องเสียใจค่ะ..ไม่ต้องเสียใจ!!...คุณมีพี่เป็นเพื่อนแล้ว5555++
ของพี่วินะ...ประจานแนวหน้าเลย..ด้านในไม่ค่อยมี!!
แต่ดันขึ้นตลอดแนวขอบหน้าผาก..เรียกว่าประจานวัยกันสุดๆ ค่ะ
นี่พูดเลยนะ..ว่าเซ็งมาก!! พยายามทำใจมาหลายปีแล้ว..แต่ยังไม่ชิน555++


วิธีจัดการน้องหงอกของพี่วิเหรอคะ??
ก็จะมีทั้งเก็บเฉพาะโคนผม
และเปลี่ยนสีตั้งแต่โคนถึงปลายผมค่ะ

ถ้าเป็นรหัสสีเดิมๆ แบรนด์เดิมๆ ที่ใช้อยู่ตลอดๆ 
1. พี่จะเก็บสีเฉพาะโคนผมตรงที่หงอก หรืองอกยาวขึ้นมาใหม่ 
2. โดยการแบ่งสีย้อมผมออกเป็น 3-4 ส่วน กะเอาค่ะใช้เมจิกขีดไว้เป็นเส้นขั้นๆ
3. การเก็บเฉพาะโคนจะทำทุก 2 อาทิตย์ ประมาณ 3-4 ครั้ง ก็จะหมดกล่องพอดีค่ะ
4. ครั้งที่ 4 จะเก็บสีตั้งแต่โคน ถึงปลายผมเลยค่ะ

ถ้าระหว่างใน 2 เดือนนั้นอยากเปลี่ยนเป็นสีเฉดอื่นๆ ไปเลย
ก็จะทำตั้งแต่โคนผมถึงปลายเลยค่ะ
แต่ส่วนใหญ่จะรอทำตอนรอบที่  4 ค่ะ
คือเปลี่ยนเฉดด้วยแล้วเก็บทั่วตั้งแต่โคนสุดปลายทีเดียวเลย
แล้วซื้ออีกกล่องมาเก็บไว้เพื่อรอเก็บโคนทุกๆ 2 อาทิตย์ต่อไปค่ะ

ด้วยความที่เราต้องย้อมกันบ่อยมากๆๆๆๆ
สิ่งที่พี่ตระหนัก คำนึง นึกถึงมากๆ คือตัวผลิตภัณฑ์ค่ะ
เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราต้องใส่ใจมากๆ ซึ่งจะต้องมี 6 ข้อนี้มาก่อนเลยคือ....
1. ต้องไม่มีแอมโมเนีย
2. ต้องไม่แสบหนังศรีษะ
3. ต้องไม่เหม็นฉุน ถ้าหอมได้ยิ่งดี
4. สีต้องติด..ไม่ใช่ล้างผมเสร็จ!! อ้าววว..หงอกยังอยู่
5. สีต้องสวย 
6. ราคาต้องจับต้องได้จ้า..เพราะต้องทำบ่อยนะ

พี่วิมีแบรนด์ในดวงใจอยู่ 2 แบรนด์ค่ะ
น้องๆ เพื่อนๆ ที่ตามพี่วิในเพจจะทราบกันดีอยู่แล้ว

แต่วันนี้!!!  แบรนด์นึงที่พี่ไม่เคยใช้!! แต่จะลอง!! (นี่ขอยอมรับกันตรงๆ เลย!!)
พูดเลยว่าไม่เคยอยู่ในสายตา..เวลาเลือกซื้อเลย!! ...
เพราะปกติ ถ้าพี่วิจะซื้อผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผม
พี่จะซื้อทึ่ร้านขายส่งหรือร้านอุปกรณ์เกี่ยวกับทำผม

ที่ร้านแสงเจริญตรงปากซอยเพชรบุรี 15 ซึ่งไปแทบทุกอาทิตย์ 
และอีกร้านคือ J&B ปากซอยเพชรบุรี 31 ค่ะ..ซึ่ง 2 ร้านนี้สินค้าราคาถูกมากกว่า
ที่ซื้อในศูนย์การค้าค่ะ ในร้านแรกไม่มีแบรนด์นี้ และร้านที่ 2 พี่ไม่เห็นนะ 
หรืออาจจะไม่ได้สังเกตุ!! 

หลายครั้งนะ!! เวลาพี่พูดเรื่องการเปลี่ยนสีผมในเพจ..
ว่าวันนี้ถึงเวลาเก็บสีนะ ครั้งนี้ใช้ของอะไรบ้าง?? 
เพื่อนๆ น้องๆ ก็จะแนะนำชื่อแบรนด์โน้นนี้ขึ้นมา..น่ารักมาก..
ถือเป็นการช่วยกันแชร์กัน..พี่ชอบ!!

ซึ่งเป็นข้อดีที่เรามีเพื่อนๆ น้องๆ เยอะ..
มีส่วนให้เราได้ยิน ได้รู้จัก และอยากทดลอง
มีแบรนด์แนะนำกันมาตลอดๆ บอกว่าหอมๆ ไม่แสบหนังศรีษะด้วย!!
จนทำให้พี่อยากรู้อยากเห็น!! 5555++ และแอบไปสืบ..จนต้องลองซื้อมา
นั่นคือ Ganier Olia!! 




  วันนั้นเลยตัดสินใจซื้อจาก Tops มา 2 กล่องค่ะ

พอถึงบ้านปุ๊บเจอ E-mail ติดต่อมาว่า
จะส่งผลิตภัณฑ์มาให้ทดลองใช้!! 
คุณพระ!! ..นี่เราตัดสินใจเร็วไป หรือเราเปิดเมลล์ช้าไป555++
พี่เลยตอบไปว่า...อ่อ!! นี่เพิ่งซื้อมาเลย..และกำลังจะลอง!! 
ไม่ต้องส่งมาก็ได้...ไม่เป็นค่ะ

พี่เลยติดต่อน้องเมย์ กับน้องสายป่าน The gang!! "Little Beat"
กะว่าจะเล่าสู่กันฟังขำๆ น้องๆ บอกว่าทางแบรนด์ส่งของมาให้แล้ว!! อ่าวววว!!

คุยไปคุยมา..เราเลยสรุปกันว่า
เออ!! เรามา How to การทำสีผมกันไม๊??
เนื่องจากเราทำสีผมกันเองตลอด และทำบ่อย 
ใครมีเทคนิคอะไรบ้าง...มาแชร์กัน!!

เพราะเชื่อว่าบางคน อาจจะยังไม่เคยเปลี่ยนสีผมเอง..
และเรา 3 คนก็มีผลิตภัณฑ์แบรนด์เดียวกันพอดี
แถมยังคนละเฉดสี...เลยตัดสินใจ How to ร่วมกัน
แบบสไตล์ใคร สไตล์มัน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อคนอ่านและเราก็สนุกดี!!!


เห็นวิธีของน้องๆ  2 สาวแล้วใช่ไม๊คะ?? 
ถึงตรงนี้มาดูการเก็บหงอกของเจ้กันดีกว่าค่ะ!!




อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมทั้งหมดมีดังนี้

1. ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม พี่วิเลือกเบอร์ 3.16 เป็นน้ำตาลเข้ม  ประกายหม่นเหลือบม่วง
2. ถุงมือ ซึ่งจริงๆ จะมีมาให้ในกล่องแล้ว แต่พี่ชอบถุงมือหมอมากกว่าถนัดดี
3. ถ้วย และแปรงป้ายสีผม ใช้ในเวลาที่จะเก็บเฉพาะโคนผม (จะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้)
4. กิ๊บพลาสติกติดผม 6-10 ตัว แล้วแต่ความหนาบางของเส้นผมค่ะ
5. หวีสำหรับแบ่งผม
6. ถุงพลาสติกใบใหญ่กว้างกว่าตัวเราเล็กน้อย
7. วาสลีน หรือปิโตรเลี่ยมเจล
8. ฟอยล์





ขั้นตอนการเตรียมผม

1. ดูว่าผมเราสกปรกเกินไปหรือเปล่า? 
เมื่อวานใช้สเปรย์หรือออยล์สำหรับจัดแต่งทรงผมไม๊?

ถ้าอย่างใดอย่างหนึ่ง ควรสระผมด้วยแชมพูสระผม 1 รอบ
ห้ามเกาหนังศรีษะ และห้ามใช้ครีมนวดนะคะ เพื่อเป็นการทำความสะอาดก่อน 
สีจะได้ติดง่ายขึ้นด้วย จากนั้นซับน้ำแล้วเป่าผมให้แห้ง แล้วแบ่งผมเป็นช่อๆ
ถ้าจะให้ดี หลังสระผมแล้ว ควรเว้นไว้ประมาณ 1 วัน ให้ผมเรามีน้ำมันบนเส้นผมบ้าง
เพื่อให้การเปลี่ยนสีผมมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ




2. ถ้าผมสะอาดดีไม่มีผลิตภัณฑ์แต่งผมก็ไม่ต้องสระค่ะ แล้วแบ่งผมเลย




3. พี่จะแบ่งเป็น 2 ฝั่งซ้ายขวาก่อนค่ะ 
แล้วมาแบ่งย่อยๆ อีกครั้ง ประมาณ 6 ช่อไว้ก่อน


ขั้นตอนการเตรียมอุปกรณ์

1. เอาถุงพลาสติกใบใหญ่ๆ ที่เตรียมไว้ มาตัดเว้าตรงก้นถุงเป็นคอเสื้อ 
และเว้าแขน 2 ข้าง เราจะได้เสื้อกล้ามพลาสติกแขนกุดตัวใหญ่ๆ สวมทับชุดลงไป
เพื่อป้องกันสีผม โดนตัว และเสื้อผ้าค่ะ จะได้ไม่เลอะเทอะ...
วิธีนี้เหมาะกับสาวๆ ที่มีผมยาวค่ะ

2. นำสีผลิตภัณฑ์มาเทผสมรวมกัน ตามคำแนะนำที่แนบมา 
แล้วเขย่าๆ ให้ส่วนผสมเข้ากัน



3. ทาวาสลีน เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้สีที่อาจตกลงมาเลอะเทอะ
ที่หน้า ใบหูและคอค่ะ พี่จะทาชิดแนวขอบหน้าผาก ตลอดจนถึง
แนวจอนผม ใบหู ท้ายทอยและบริเวณคอด้วยค่ะ




ขั้นตอนการลงสี 

1. ใส่ถุงมือให้เรียบร้อยก่อนค่ะ แล้วเริ่มจากช่อแรกที่อยู่ด้านล่างสุดก่อนค่ะ
2. เราจะทำเฉพาะช่วงปลายผมก่อน คือจะเว้นโคนผมไว้ประมาณ 2" 
3. ให้ลงสีชุ่มๆ จนถึงปลายผมนวดที่ผมเบาๆ เพื่อให้สีติดให้ทั่ว แล้วใช้ฟอยล์ห่อทับไว้
4. ทำไมต้องห่อด้วยฟอยล์?? เนื่องจากสีผมเดิมที่พี่วิทำไว้ค่อนข้างเข้ม 
สีที่มาลงใหม่จะติดยากมาก  การห่อฟอยล์ช่วยให้สีไม่แห้งไว ไม่ระเหยเร็ว 
เหมือนเป็นการ-อบไว้ จะทำให้สีติดได้ง่ายขึ้น 
ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นเทคนิคส่วนตัวของพี่วิเลยค่ะ
5. ทำให้ครบทุกช่อแล้วทิ้งไว้ 40 นาทีค่ะ
6. อย่าลืมนะ อย่าพึ่งทำที่โคนผม เดี๋ยวเรามาเก็บทีหลัง




ขั้นตอนการเติมโคนผม

1. เมื่อครบ 40 นาทีแล้ว เรามาแกะฟอยด์ออกกันเลยค่ะ
2. เริ่มแกะจากช่อล่างสุดก่อนดูว่าสีผม เริ่มติดไม๊?? แล้วแกะออกให้หมด
3. ถ้าน้ำยาเปลี่ยนสีผม 1 กล่องหมดแล้วหรือดูว่าไม่พอ ผสมใหม่!! กล่องที่ 2 เลยค่ะ
4. จับช่อแรกที่ด้านหน้าตรงหน้าผาก แล้วลงสีจากโคนผม
ให้ทั่วถึงในจุดที่เราเว้นไว้ในตอนแรก
5. ลงให้ทั่วโคนผมทุกช่อที่เราเคยเว้นไว้ค่ะ เน้นตรงผมขาวเยอะๆ ชุ่มๆ ค่ะ
6. จากนั้นนวดศรีษะเบาๆ เพื่อให้สีกระจายให้ทั่วถึง แล้วทิ้งไว้อีก 30 นาที




***ทำไมต้องมาลงสีที่โคนผมทีหลัง!! 
เพราะโคนผมอยู่ติดหนังศรีษะค่ะ ในบริเวณนี้จะเป็นผมที่งอกยาวออกมาใหม่
และมีอุณหภูมิอุ่นๆ ที่หนังศรีษะด้วย..จะทำให้สีผมติดไวกว่าช่วงอื่นๆ มาก 
ถ้าเราลงสีที่โคนผมพร้อมปลายผม และทิ้งไว้ในเวลาที่เท่ากัน 
จะทำให้สีตรงโคนผมอ่อนและสว่างกว่าส่วนอื่นๆ 
ทำให้สีที่ออกมาไม่เนี๊ยบ!! ไม่สม่ำเสมอค่ะ  
โคนแดงปลายดำอะไรแบบนั้นเลยค่ะ

เมื่อครบตามเวลาแล้ว ไปล้างผมกันค่ะ!! ยังต้องใส่ถุงมืออยู่นะ!! 
ล้างด้วยน้ำเปล่าธรรมดาอย่างเดียวค่ะ
ถ้ายืนสระกับฝักบัวจะสะอาดกว่ามาก!! เพราะเราจะได้ใช้ทั้ง 2 มือนวดเบาๆ 
เพื่อล้างสีให้ทั่วทั้งหนังศรีษะได้ค่ะ...

ขอย้ำ!! ตอนสระผมยังต้องใส่ถุงมืออยู่นะคะ..
ไม่อย่านั้นเล็บจะเปลี่ยนไปตามสีผมที่เราย้อม..ซึ่งจะสีขมุกขมัวเล็บดำเลยทีเดียว 
ล้างน้ำเปล่าจนรู้สึกสะอาดสุดๆ แล้วให้นวดบำรุง
ด้วยคอนดิชั่นเนอร์ หรือครีมนวดที่มีมาให้ในกล่องค่ะ นวดทิ้งไว้ 5-10 นาที 
เพื่อล็อคสีไว้และบำรุงให้ผมนุ่มลื่นค่ะ


จากนั้นซับผม และเป่าให้แห้งจัดทรงตามต้องการมาดูกันค่ะ..
ว่าผมสีน้ำตาลเข้ม ประกายหม่นเหลือบม่วง เป็นอย่างไรกันบ้าง




ความรู้สึกที่..ชื่นชอบหลังทดลองใช้

1. กลิ่นหอมดีค่ะ
2. ไม่แสบหนังศรีษะ ไม่มีไอฟุ้งๆ ให้แสบตาทั้งที่อยู่ในห้องน้ำแคบๆ 
3. ผมไม่แห้ง หยาบ กระด้างมือค่ะ
4. สีผมติดชัดในความเป็นน้ำตาลเข้มค่ะ และจะเห็นเหลือบม่วงเข้มๆ เวลาอยู่กลางแจ้ง
5. ปิดผมขาว (ผมหงอก) ได้อย่างมิดชิดเลยค่ะ

ความเห็นส่วนตัวที่อยากให้ปรับค่ะ

1. พี่ว่าสีติดช้าไปนิดนึงค่ะ คือต้องไว้นานมากอย่างที่พี่ทำสีถึงจะติด 
โดยเฉพาะผมหงอกและสีถึงจะออกชัดเจน
2. ขวดที่เราต้องถือจับเวลาทำสี รูปทรงน่ารักดีชอบนะคะ!! แต่เวลาที่ถุงมือเลอะสีแล้ว 
ด้วยความที่เป็นทรงกลมและผิวเรียบ ทำให้ขวดลื่นมาก จับไม่ค่อยอยู่ 
และจะทำให้บีบสีออกมายากขึ้นค่ะ
3. ราคาแอบสูงไปหน่อยค่ะ..ถ้าไม่ใช่ช่วงลดราคานี่!! ต้องยืนคิดสักพักค่ะ!!
แต่ถ้าเทียบคุณภาพที่ได้ ทำสีแล้วผมไม่เสีย ก็คุ้มค่าค่ะ

ข้อดีของ Garnier Olia อีก 1 ข้อ..ที่พี่ชอบคือมี ODS ค่ะ
ODS (Oil delivery system) ที่เป็นพลังสารสกัดจากน้ำมันดอกไม้ธรรมชาติถึง 60%
มีดอกทานตะวัน ดอกคาเมลเลีย ดอกแพชชั่น และดอกลิมแนนทิสอัลบา โดยน้ำมัน
จะช่วยผลักเม็ดสีเข้าสู่เส้นผม และไม่ทำให้ผมเสียระหว่างทำสีค่ะ


ความรู้สึกสรุปแบบภาพรวม...ชอบค่ะ!!

เอาละเรามาดูกันว่า...ให้ลุคไหนกับพี่วิได้บ้าง...





หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกๆ คนนะคะ..ไว้จะหาเทคนิคอื่นๆ มาแชร์กันอย่างนี้อีก!!

ดูกระทู้ที่พวกเราลงด้วยกันได้ที่นี่ค่ะ --> //pantip.com/topic/32082155

วันนี้พวกเรา 3 สาว Little Beat น้องสายป่าน น้องเมย์ และพี่วิ ต้องบ๊ายบายกันไปก่อน..
ไว้พบกันใหม่ครั้งต่อไป..สวัสดีค๊า... ^_^



Create Date : 29 เมษายน 2557
Last Update : 21 พฤษภาคม 2557 11:40:14 น.
Counter : 32692 Pageviews.

0 comments
เสื้อคลุม (blazer) ใส่ยังไงให้สวยเท่แบบมีสไตล์ สมาชิกหมายเลข 5287276
(25 เม.ย. 2563 21:13:03 น.)
#### รีวิว เฌอชล สปา ในโรงแรม ณ ทรีธารา รีสอร์ท อัมพวา ราคาดี นวดดีค่ะ #### สาวไกด์ใจซื่อ
(18 มี.ค. 2563 08:23:30 น.)
ULTHERA ยกกระชับ พร้อมคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว สมาชิกหมายเลข 5702793
(27 ม.ค. 2563 16:29:38 น.)
รีวิว : ลิปจูบไม่หลุด Kissproof x Maybelline Super Stay Matte Ink City emmoojung
(27 ม.ค. 2563 16:28:10 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Beauty4ties.BlogGang.com

beauty4ties
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 157 คน [?]

บทความทั้งหมด