เหตุของความฉลาด


(ภาพประกอบจากความใจดีของคุณแป๋ว SevenDaffodils ครับ)

ถาม : “มาขอคำปรึกษาครับ เพราะมีคนบอกว่าคุณพี่เป็นคนที่มีจิตใจสงบมาก
ผมอยากจะทราบทำอย่างไรจึงจะลืมภาพที่เราเคยมีความสุขกับแฟน”

ตอบ : ก่อนอื่น ขอแก้ข่าวนิดนึงที่คุณว่า มีคนบอกว่าผมมีจิตใจสงบมากน่ะ
ไม่จริงนะ ผมนี่แหละฟุ้งซ่านตัวพ่อเลย ^^"
ถ้าจิตใจผมสงบมากจริงๆ ผมไม่ต้องคอยฝึกสมาธิหรอก ^^ สบายแฮไปแล้ว

ส่วนที่ถามว่า จะลืมได้ไงนี่ตอบไม่ได้ครับ เพราะจิตแต่ละคนมันฉลาดไม่เท่ากัน หนึ่ง
และจิตเขาไม่ใช่เรา อีกหนึ่ง

ศัพท์บาลีท่านเรียกว่า จิตเป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตนของเรา
เราสั่งจิตไม่ได้จริงหรอก ถ้าเขาไม่เห็นดีเห็นงามด้วย
ที่ทำได้ก็คือทำเหตุให้จิตเขาฉลาดขึ้น
ไม่ไปสนใจเรื่องที่มันจบไปแล้วและไม่มีสาระจะนึกถึง
เหตุที่ทำได้ที่ว่า คือการมีสติรู้ทันการคิดของจิต

หลวงพ่อปราโมทย์ท่านสอนมือใหม่บ่อยๆว่า
เริ่มต้น ให้หาเครื่องอยู่ไว้ให้จิตอย่างนึง
เลือกที่เขาสบายใจด้วยนะ เช่น รู้ลมหายใจหรือนึกถึงคำบริกรรมก็เอาสักอย่าง

รู้เล่นๆไป แล้วโดยธรรมชาติถ้าไม่กดข่มไว้
จิตมันจะต้องแอบหนีไปคิด ไปนึก ปรุงแต่ง

เราไม่ต้องห้ามจิตไม่ให้มันหนีนะ
แต่เวลาจิตมันหนีไปคิด ไปนึก ไปปรุงแต่งเมื่อไหร่ ให้รีบรู้สึกตัว
รู้ทันใจว่าจิตมันคิด จิตมันนึก จิตมันปรุงแต่งให้เร็วที่สุด พอละ

ทุกครั้งที่รู้ นั่นแหละ เราทำเหตุให้จิตมีสติขึ้นแล้ว หนึ่งครั้ง
จิตที่มีสติมากพอจะเริ่มตั้งมั่น เห็นความจริงว่า
ไอ้เรื่องที่เรากลัวนักหนา ดิ้นรนวุ่นวายกับมัน มันก็แค่ความคิด

เรื่องในอดีต จะดีจะร้ายยังไง
มันทำอะไรเราได้ ก็ด้วยอาศัยการคิดของจิตนี่แหละ
ฉะนั้น เรามีสติครั้งนึง ก็ตัดวงจรการคิดฟุ้งไปในอดีตไปครั้งนึง

พอความคิดมันขาดไป ดับไปบ่อยเข้าๆ จิตจะเริ่มฉลาดขึ้นเองว่า
บร๊ะเจ้าจ๊อด ที่ผ่านมา ตูหาทุกข์ใส่ตัวตูเองทั้งนั้นเลย
เรื่องจบไปแล้วก็ยังทะลึ่งเก็บมาคิดซ้ำย้ำซ้อน ทำเป็นอ้อนอยู่อย่างนั้น
แล้วจะเห็นอีกว่า สิ่งทั้งหลายเกิดแล้วล้วนแต่ดับ ไม่มีอะไรคงที่

จิตสุขก็ชั่วคราว จิตทุกข์ก็ชั่วคราว คิดดีก็ชั่วคราว คิดเรื่องง่าวๆก็ชั่วคราว
เฉยๆก็ชั่วคราว จิตมีสติก็ชั่วคราวอีก มีแต่ของชั่วคราว
ในเมื่อมีแต่ของชั่วคราว จะไปหวังไปยึดไปแบกอะไรไว้ให้หนักตุ้มทำไม
จิตที่เห็นความจริงถึงจุดนี้ จะฉลาดและไม่ทุกข์นาน

ที่ไม่ทุกข์นาน เพราะพอจิตไปแบกไปยึดอะไรพอรู้ตัวก็รีบปล่อย
มันรู้แล้วไงว่า เมื่อไหร่จิตอยาก จิตยึด แล้วจิตจะทุกข์
ปล่อยแล้วก็เบาสบาย เรื่องอดีตก็เท่านั้น ปัจจุบันก็เท่านี้

ทั้งหมดนี้ เริ่มจากเหตุที่ชื่อ "สติ" แค่ตัวเดียวเลย
ฉะนั้น มันอยากจำก็ให้มันจำไป เรามีหน้าที่ทำให้มันฉลาดด้วยการ "รู้ทันจิต" พอแล้ว
สุขสันต์วันที่จิตยังคิดอยู่ครับ


ปล. ขอประชาสัมพันธ์นี้ดส์นึงนะ ท่านที่บอกว่าหาหนังสือผมไม่เจอ
อยากแนะนำว่า ธนาคารความสุข ๑-๔ ทั้งสี่เล่ม
มีขายที่ซีเอ็ดบุ๊ค หรือถ้าสาขาใกล้บ้านท่านไม่มีก็สั่งได้จาก
www.primapublishing.co.th ครับ
ส่วน “วิตามินแห่งความสุข” เป็นหนังสือของผมอีกเล่มที่หลายท่านไม่ทราบ
ถ้าหาไม่เจอ สั่งได้จาก www.matichonbook.com นะครับ



Create Date : 31 สิงหาคม 2555
Last Update : 31 สิงหาคม 2555 15:50:17 น.
Counter : 1710 Pageviews.

0 comments
:: ปูรณฆฏะ :: กะว่าก๋า
(18 มี.ค. 2562 06:13:13 น.)
Don't Worry Be Happy - Bobby McFerrin ... ความหมาย tuk-tuk@korat
(24 ก.พ. 2562 16:10:07 น.)
พระแก้วนาคสวาท : พระแก้วในรัชกาลที่ 3 ผู้ชายในสายลมหนาว
(17 ก.พ. 2562 12:00:03 น.)
นาฏศิลป์สร้างสรรค์ ชุด เหม่ยเซียนถาว เกศสุริยง
(4 ก.พ. 2562 10:59:41 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aston27.BlogGang.com

aston27
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 215 คน [?]

บทความทั้งหมด