Team America ควบ The Pacifier , หนังเด็กสำหรับผู้ใหญ่และหนังผู้ใหญ่สำหรับเด็ก


Team America
หนังUSAปี2004 , แนวหุ่นกระบอกแอคชั่น+ตลกร้าย+จิกกัดสังคม , ความสนุก9/10 ความตลก(ร้าย)9/10 งานสร้าง9/10

ความย่อ:เมื่อโลกต้องเผชิญกับผู้ก่อการร้ายพวกเขาTeam Americaจะเข้ามาจัดการ ล่าสุดที่กลางเมืองปารีสผู้ก่อการร้ายกำลังจะวางระเบิดแต่ช้าก่อน Team Americaภายใต้นโยบายการเป็นตำรวจโลกของเขามาถึงแล้วการปราบปรามสำเร็จด้วยดี เหล่าก่อการร้ายตายเกลี้ยงและปารีสพังยับกว่าครึ่งเมืองเพราะฝีมือพวกเขายิ่งกว่าระเบิดของผู้ก่อการร้าย เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ต้องหาสมาชิกเพิ่มอีก1คนและคนๆนั้นที่มาเป็นลูกทีมคนใหม่เป็นนักแสดง เป้าหมายของพวกเขาคือตามหาหัวหน้าและแผนการก่อการร้ายของ Kim Jong Il

ความเชื่อ: เรื่องราวข้างต้นถ่ายทำออกมาผ่านนักแสดงที่เป็นหุ่นกระบอกโดยทีมผู้สร้างSouthpark ได้ยินคำว่าหุ่นกระบอกบางท่านอาจนึกตามว่าเป็นหนังประเภทสำหรับเด็กๆดูส่งเสริมวัยเยาว์อันสดใสแต่

ความจริง: คุณอาจปิดแผ่นไม่ทันเมื่อดูไปแล้วจะพบว่ามัน...โหดกันเลือดสาด คอขาด แขนขาดมากมาย,ฉากเลิฟซีนถึงพริกถึงขิงหลากหลายลีลา,บทสนทนาเต็มไปด้วยทั้งคำหยาบและคำพูดชนิดลึกสุดกึ๋นฯลฯ

ความคิด: ถึงมันจะไม่เหมาะสำหรับเด็กแต่สำหรับผู้ใหญ่แล้วนี่เป็นหนังที่ทำออกมาได้สนุกถึงอกถึงใจดีเหลือเกิน มีการหยิกจิกกัดผู้คนและนโยบายของประเทศตัวเองมากมายถูกนำมาใส่ในหนังอย่างเมามันส์+การล้อเลียนหนังมีให้เห็นพอประมาณซึ่งถ้าคุณรู้มันจะสนุกมากขึ้นด้วย

...นโยบายการทำตัวเป็นตำรวจโลกถูกนำมาพูดถึงเป็นอันดับแรกกับการทำแมนไปยุ่งเกี่ยวกับชาวบ้านทั่วโลกของอเมริกาถูก หนังเปรียบเปรยส่วนนี้หลายหนไม่ว่าจะเป็นจุดประสงค์ของการกระทำที่เหมือนอยากจะตอกหน้าบุชถามว่า สิ่งที่ทำอยู่เพราะตัวเองหรือทำเพื่อส่วนรวมกันแน่เทียบในเรื่องกับการกระทำของเหล่าชมรมนักแสดงที่ออกมาในลักษณะ ”เราต้องการเสรีภาพ แต่ ใครไม่เห็นด้วยกับเรามันต้องตาย” ก็คือการทำเพื่อตอบสนองตัณหาตัวเองโดยแท้และสิ่งที่ตัวเองทำก็ไม่ต่างจากพวกผู้ก่อการร้ายตรงไหนเลย

ไม่เท่านั้นหนังยังกัดความเป็นฮีโร่ทั้งจากหนังทั้งหลายแหล่ที่เข้าไปช่วยประชาชนแล้วผลลัพธ์ที่ออกมาคือเหล่าผู้ก่อการร้ายถูกกำจัดเรียบจริงแต่บ้านเมืองกลับราบพนาสูรไปกว่าครึ่งเมือง(ชนิดที่ว่าถ้าปล่อยให้ผู้ร้ายวางระเบิดยังจะสูญเสียน้อยกว่าด้วยซ้ำ)หรือเฮลิคอปเตอร์ของTeam Americaที่มาเพื่อปกป้องประชาชนแต่เวลาลงจอดพังรถเข็นประชาชนไปไม่รู้กี่คันต่อกี่คันก็สะท้อนกลับไปนโยบายปราบก่อการร้ายที่ใช้ประเภทถึงลูกถึงคนว่าแม้เราอาจปราบผู้ก่อการร้ายได้หมดจริงแต่ที่สุดแล้วประชาชนสูญเสียไปเท่าไหร่มันเป็นสิ่งที่ผู้นำไม่เคยสนใจคิดเลยเพราะในหัวของผู้นำคงมีแค่ "ปราบเหล่าร้ายให้สิ้นซากและทำตัวแมน”เท่านั้นเอง

แต่ใช่ว่าหนังจะมีนโยบายกัดบุชและประเทศตัวเองอย่างเดียว ผู้สร้างไม่ได้ต้องการหาแนวร่วมแม้แต่น้อยเพราะในหนังยังสร้างศัตรูรอบด้านด้วยการกัดฝ่ายอื่นไปด้วยไม่ว่าจะเป็นหัวหอกต้านบุชอย่างไมเคิล มัวร์ รวมไปถึง Alec Baldwinและนักแสดงลูกทีมที่กลายเป็นตัวโง่เง่าอย่างเต็มประดา(ยิ่ง Matt Damon กับ Susan Sarandon ที่เจ้าตัวดูแล้วคงไม่รู้ว่าจะขำดีหรือเปล่า)รวมไปถึงPearl harbourที่ถูกอ้างอิงถึงอย่างแสบทรวง

ไม่เฉพาะแค่เรื่องการกัดเสียดสีสังคมและประเทศตัวเองเท่านั้น ในตัวเนื้อหาบางส่วนก็ถึงอกถึงใจบ้าบอคอแตกดีเหลือเกิน(ซึ่งผมก็ชอบ) ไม่ว่าจะเป็นปมในใจของตัวละคร2คนที่เฉลยมาแล้วมันทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่าดูซิคนเขียนบท..ทำไปได้ หรือจะเป็นการที่พระเอกต้องกระทำบางอย่างเพื่อให้ได้กลับมาเป็นTeam Americaอีกครั้ง...มันช่างทำไปได้จริงๆ(หมายถึงผู้สร้าง)

การที่ทุกอย่างไม่ใช่นักแสดงจริงยกเว้นเสือดำที่เป็นสิ่งมีชีวิตเดียวในเรื่อง(อันนี้ก็ช่างคิดมากกก...เสือดำ)ทำให้หนังเล่นสนุกกันได้โดยไม่ต้องกั๊กและลังเลชนิดที่ว่าแค่ฉากอ๊วกก็ทำได้เกินกว่านักแสดงคนจริงจะทำได้ ถ้าหนังเรื่องนี้เป็นคนเล่น NC-17คือเรทที่พึงได้โดยไม่ต้องลังเล ,เทคนิคทั้งหลายอยู่ในระดับยอดเยี่ยม สีหน้าของหุ่นกระบอกทำออกมาได้อารมณ์จริงๆ บทสนทนาหลายๆตอนรวมทั้งเนื้อเพลงที่หนังนำมาประกอบก็คมกริบแบบหยาบๆฮาๆ(ผมชอบบทสนทนาที่พูดถึงความสำคัญของอวัยวะ3อย่าง มันลามกแต่ก็ทำให้คิดว่าคนคิดเขาช่างคิดจริงๆแล้วการนำมาใช้อีกทีในตอนท้ายก็เจ๋งมาก)

ความสรุป: ไม่ต้องลังเลหากคุณคิดว่าจะเลือกหนังเรื่องนี้ให้เด็กดูหรือไม่เพราะหนังเรื่องนี้ควรไกลมือเด็กให้มากที่สุดถึงแม้ว่าการเป็นหนังหุ่นกระบอกมันจะดูเหมือนหนังสำหรับเด็กก็ตาม มันคือShrekสำหรับผู้ใหญ่ที่คนดูจะสนุกกับมันมากถ้ารู้ว่าตอนนั้นๆหนังกำลังกัดอะไรอยู่ การกัดของหนังทำจนถึงที่สุดชนิดที่ว่า...ชัยชนะของTeam Americaในตอนท้ายที่นำโดยพระเอกที่เป็นนักแสดงหรือผู้สร้างก็อยากจะบอกเราว่าอเมริกาภายใต้การนำของบุชก็คือชัยชนะของนักแสดงคนหนึ่งเช่นกัน...





The Pacifier
หนังUSAปี2004 , แนวครอบครัว+คอมิดี้ , ความสนุกสำหรับเด็ก8/10 ความสนุกสำหรับผู้ใหญ่หรือคนคุ้นเคยกับแนวนี้6.5/10 ความเหมาะกับเด็กๆ8/10

ความรวมๆ: การบทบาทจากเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษของNavy Sealจอมโหดมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กของวินดีเซล เป็นหนังสูตรสำเร็จที่ไม่มีอะไรน่าพูดถึง ความประทับใจของหนังยังทำได้ไม่ดีมากนักแต่ก็ไม่ได้เสียหาย(จุดเปลี่ยนจากการไม่ยอมรับเป็นการยอมรับของเด็กๆนั้นทำออกมาได้ง่ายแบบรวบรัดไปหน่อย)ชนิดที่ว่าดูได้เพลินๆยิ้มๆ เป็นหนังของนักแสดงผู้ใหญ่ที่เหมาะกับเด็กๆทุกเพศทุกวัยและเด็กน่าจะดูสนุกมากกว่าผู้ใหญ่ ดูไปแล้วชวนให้นึกถึงKindergarten Copที่อาร์โนลด์เล่นผมเองชอบเรื่องนั้นมากกว่า ที่น่าบังเอิญคือเรื่องนี้กับเรื่องข้างบนทั้งคู่มีตัวร้ายเป็นคนเกาหลีเหนือเหมือนกัน



Create Date : 31 กรกฎาคม 2548
Last Update : 18 ธันวาคม 2549 17:32:40 น.
Counter : 1261 Pageviews.

11 comments
วัดภาวนาโซล ประเทศเกาหลีใต้ จัดโครงการปฏิบัติธรรมนานาชาติ ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรม นานาชาติโทชิหงิญี่ปุ่น Turtle Came to See Me
(13 มี.ค. 2562 20:11:50 น.)
Don't Worry Be Happy - Bobby McFerrin ... ความหมาย tuk-tuk@korat
(24 ก.พ. 2562 16:10:07 น.)
跟老婆打架了 วิวาทกับภรรยา Kavanich96
(5 ก.พ. 2562 02:37:33 น.)
นาฏศิลป์สร้างสรรค์ ชุด เหม่ยเซียนถาว เกศสุริยง
(4 ก.พ. 2562 10:59:41 น.)
  
น่าดูทั้งคู่แฮะ
โดย: หมื่นทิพ TRAVOLTA (เทพบุตรตบะแตก!! ) วันที่: 31 กรกฎาคม 2548 เวลา:3:40:25 น.
  
เปลี่ยนจาก "สิ่งที่ชอบ" กับ "สิ่งที่ไม่ชอบ" เป็นอันนี้แทนแล้วหรอครับ
สงสัยไม่ได้แวะมาเยี่ยมนานไปหน่อย เอิ้กๆ

ยังไม่ได้ดูทั้ง 2 เรื่องเลยครับ คงต้องทยอยดูตอนปิดเทอม
โดย: Mint@da{-"-} วันที่: 31 กรกฎาคม 2548 เวลา:3:44:20 น.
  
^
^
ไม่ได้เปลี่ยนครับ อันนี้อยู่ในหมวด "ดูหนังที่บ้าน" เป็นการเล่าสั้นๆถึงหนังดีวีดีทีได้ดู ส่วนบทความในห้องอื่นๆยังมีรูปแบบต่อเนื่องเช่นเดิมครับ

...ลองคลิกไปที่หมวดอื่นได้เลยคร้าบ
โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 31 กรกฎาคม 2548 เวลา:11:25:02 น.
  
ดูทีม อเมริกาแล้วครับ... ชอบมากถึงมากที่สุด นานๆจะได้เห็นหนังแนวนี้ทำออกมาซะที... "กัดกราด" เค้าไปทั่ว ฮาโคตร...
โดย: nanoguy IP: 203.151.140.112 วันที่: 31 กรกฎาคม 2548 เวลา:12:20:59 น.
  
The Pacifier
เรื่องนี้ดูแล้น
ดูได้เรื่อยๆๆอ่ะ
font ในกล่องเม้น สวยมากคะ
โดย: ปลาทูน่าในบ่อปลาพยูน วันที่: 31 กรกฎาคม 2548 เวลา:13:14:13 น.
  
ฉากดีดบุหรี่ตอนจบใช้มือจริงๆ นี่ครับ
ผมชอบเรื่องนี้มากเลย
นั่งดูไปหัวเราะก๊ากไป ฉากเลิฟซีนเอย ฉากอาเจียนเอย ฯลฯ
บทสนทนาสะใจ เพลงก็เจ๋ง ฟังแล้วฮาตามตลอด

ติดใจนิดเดียวตรงมุข "Mat Damon" อ่ะครับ
ไม่เข้าใจว่าทำไม Trey Parker ถึงทำแบบนี้ ต้องการจะสื่อ หรือกัดอะไร แมท เดม่อน ยังไงครับ
ใครเป็นแฟน south park หรือทราบช่วยแถลงหน่อยสิครับ
โดย: dog mulder IP: 203.144.230.209 วันที่: 3 สิงหาคม 2548 เวลา:13:14:09 น.
  
The Pacifier ดูแล้วครับ
ดูได้เรื่อยๆ พอจะจับทางหนังได้
โดย: Noumy วันที่: 30 สิงหาคม 2548 เวลา:12:55:29 น.
  
ดูแล้วทั้งสองเรื่อง ชอบทั้งสองเรื่อง แต่ถ้าถามว่าหนังเรื่องไหนที่เหมาะกับเด็กเราว่า The Pacifier เหมาะกว่าน่ะ เพราะTeam ขอติตรงฉากเลิฟซีน เราว่ามันแรงไปที่จะให้เด็กดู เราดูเองเรายังนั่งหน้าแดงเลย อายแทน ฉากมันหวือหวาไปน่ะ ถึงจะเป็นหุ่นก้อเหอะ แต่ตัวหุ่นทำได้ดีมากขอปรบมือให้กับทีมงานค่ะ
โดย: แอนเน่ IP: 203.170.228.229 วันที่: 7 กันยายน 2548 เวลา:14:54:12 น.
  
มาเข้าเว็บบล็อกดีจังเลย ทำให้เรารู้ว่าพลาดไปหลายเรื่องเหมือนกัน จะไปหาทีมอเมริกามาดู..ตอนนี้ดูแม็กไกวเวอร์ซีรี่ย์เก่าอยู่และจะต่อเรื่อง "24" จึงไม่กล้าอ่านบทความก่อน..
โดย: day IP: 124.120.51.2 วันที่: 11 เมษายน 2549 เวลา:23:58:47 น.
  
ทีม อเมริกาฮาโคด
หุ่นทำอะไรกัน บ๊ะ!! ทำไปได้
โดย: ฟาโรห์ IP: 58.8.89.84 วันที่: 16 มิถุนายน 2549 เวลา:17:03:06 น.
  
เดาว่า ต้องดูเรื่อง Team America ก่อนแน่เลย
โดย: striker IP: 58.137.16.2 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2550 เวลา:16:39:33 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด