Enchanted , ในวันที่ไม่รู้จะยิ้มให้กับใคร ในวันที่ไม่มีใครยิ้มให้กับเรา





...มีหนังอยู่ชุดหนึ่ง ที่ผมจัดอยู่ในกลุ่มหนัง วิตามินใจ เอาไว้หยิบมาดูในวันที่กังวล เครียด หงุดหงิด หดหู่ มีเรื่องไม่สบายใจ ฯลฯ

ปีก่อนผมเพิ่มหนังเรื่อง Musics and lyric กับ Stardust ไว้ในลิสต์ มาวันนี้ผมได้โอกาสเพิ่มรายชื่อ Enchanted เข้าไปในลิสต์อีกหนึ่งเรื่อง


...ในวันที่มีความทุกข์ หากหวนคิดถึงโลกของเทพนิยาย สิ่งที่ผมอยากได้มากที่สุดไม่ใช่ปราสาทหลังโต หรือ เจ้าหญิงแสนงาม เพราะ สิ่งเหล่านั้นเมื่อพามาสู่โลกความเป็นจริงก็ไม่ได้ช่วยให้พบทางออก

สิ่งที่ผมเคยคิดอยากจะมีคือ กระจกวิเศษ เพื่อที่จะบอกเราในวันที่เลวร้าย ว่า ควรจะเดินไปทางซ้าย หรือ ไปทางขวา เดินต่อไปข้างหน้า หรือ ล่าถอยหลัง

แต่เมื่อพบว่า เรื่องราวในเทพนิยาย ล้วนเป็นจริงได้แค่ใน หน้ากระดาษ

...นั่นทำให้

เทพนิยาย เริ่มค่อยๆตายจากใจของใครหลายคน เมื่อเขาเหล่านั้นเติบโตขึ้นมาแล้วพบว่า ชีวิตไม่ได้สดใสเหมือนในนิทาน ไม่ได้จบลงที่เจ้าชายกับเจ้าหญิงก็ได้ครองรักกัน ไม่ได้จบลงที่เจ้าชายเอาชนะสัตว์ร้ายกลายเป็นพระราชา

ในโลกความเป็นจริง เราอาจถูกเอารัดเอาเปรียบจากคนที่ขี้โกงกว่า ที่ร้ายกว่า และ ปีศาจร้ายกลายเป็น ผู้ชนะ นางแม่มดตัวร้าย กลายเป็น คนที่ได้อยู่กับ เจ้าชายผู้แสนดี

ในโลกความเป็นจริง ถึงจะเพียรพยายามแสนสาหัส แต่ ความรักก็จบตรงการถูกทอดทิ้งหรือต้องแยกทาง จบลงด้วยความไม่เข้าใจ โกรธเกลียดชิงชัง ไมได้ครองคู่กันในปราสาทหลังโต



... โรเบิร์ต พระเอกของเรื่อง จึงไม่นิยมให้ลูกสาวหมกมุ่นสนใจในโลกของเทพนิยาย เขาคิดว่า การสนใจเรื่องเหล่านี้ เป็นเหมือนความเพ้อฝัน เขาปฏิเสธที่จะมอบหนังสือนิทานเป็นของขวัญลูกสาวแต่กลับเลือกซื้อหนังสือชีวประวัติบุคคลสำคัญของโลกให้กับเธอแทน

แต่แล้ว ชีวิตของเขาก็เปลี่ยนแปลงไปเมื่อได้พบกับ จีเซล




จีเซล คือ ตัวแทนจากโลกที่โรเบิร์ตหลีกหนี เธอมาพร้อมกับความบริสุทธิ์สดใส และ เชื่อมั่นในรักแห่งอุดมคติ

จีเซล อาจจะเป็น หญิงสาวแอ๊บแบ๊วในโลกของโรเบิร์ต ความคิดหลายอย่างของเธอดูซื่อเกินไปที่จะอยู่รอดได้ในโลกความเป็นจริง โดยเฉพาะรูปแบบชีวิตแบบเทพนิยาย เช่น พบกับเจ้าชายวันเดียวก็จะแต่งงาน ตรงกันข้ามกับ โรเบิร์ตที่คบกับคนรักมาห้าปีก็ยังมีคำถามมากมายที่หาคำตอบไม่ได้ ไม่กล้าตัดสินใจ

ยังมีอีกหลายๆเหตุการณ์ โดยเฉพาะกรณีคู่สามีภรรยาที่กำลังจะหย่าขาดจากกัน ทำให้เราได้เห็นว่า

โลกทีมองผ่านสายตา จีเซล ล้วนมีความงดงามและความหวังตามสไตล์เจ้าหญิง

โลกที่มองผ่านสายตา โรเบิร์ต ล้วนจริงจังและไม่สดใสตามสไตล์ทนายหย่าร้าง


...เมื่อคนสองคน ที่อยู่ต่างกันคนละโลก ทั้ง โลกที่อาศัย และ โลกทัศน์ในการใช้ชีวิต (แค่อาชีพของทั้งคู่ก็เห็นความแตกต่างกันได้อย่างสุดขั้ว) มาปรากฏบนจอ ก็เหมือนกับ จอหนังได้กลายเป็นกระจกวิเศษชั่วคราว ที่ทำให้ ผู้ชมได้มองเห็นชีวิตตัวเอง




...บางคนมีรูปแบบชีวิตอุดมคติเหมือนในเทพนิยาย เจอกันวันเดียว สัปดาห์เดียว ก็คิดว่าคนตรงหน้าคือเจ้าชายหรือเจ้าหญิงในฝันที่จะอยู่ด้วยกันอย่างเป็นสุขตลอดไป หรือ มองอะไรมีแต่ความสุขสดใสเกินจริง ในขณะที่ บางคนสลัดโลกจินตนาการ โลกความฝันทิ้ง แล้ว มองโลกความจริงในแง่ร้าย ไร้ความหวังใดๆ

ไม่ว่าชีวิตแบบไหน ถ้าสุดขั้วไป ก็ยากที่จะพบความสุข

แล้วเราจะพบว่า ถ้าสามารถปรับโลกสองใบให้อยู่คู่กันอย่างเหมาะสม เราจะสามารถมีความสุขในชีวิตมากยิ่งขึ้น เหมือน ที่ จีเซล และ โรเบิร์ต ค่อยๆเรียนรู้แลกเปลี่ยนกัน

จีเซล เริ่มเรียนรู้ที่จะหยุดคิด ออกเดตเพื่อเรียนรู้คู่รัก ส่วน โรเบิร์ตก็เรียนรู้ที่จะปล่อยตัวเองให้ไม่จริงจังจนเกินไป เต้นรำในที่สาธารณะ มองโลกอย่างมีความหวัง และ ประการสำคัญ เชื่อในความฝันกับจินตนาการ เขาจึงเลือกที่จะมอบ True love kiss ในฉากสำคัญ ซึ่งหากคิดด้วยตรรกะเดิมๆของเขา มันคงไม่มีทางเป็นจริง




... โลกของเทพนิยาย อาจไม่ได้ทำให้ ชีวิตจริงแฮปปี้เอนดิ้ง แต่ก็ทำให้เรา เกิดกำลังใจ มีความหวังใหม่ๆในแต่ละเช้าที่จะตื่นขึ้นมา

ในเวลาที่ฝันร้าย การได้ฟังนิทานดีๆก็ขับกล่อมให้หลับฝันดีได้ตลอดคืน

ในเวลาที่พบปัญหาใหญ่ๆ การได้คิดถึงโลกในนิทานที่สุดท้ายผู้กล้าหาญเอาชนะความชั่ว ก็ทำให้เรามีกำลังใจที่จะไม่ท้อถอย

ในเวลาที่มีความทุกข์ใจและรู้สึกเหมือนกับว่าไม่รู้จะยิ้มให้กับใคร และ หันไปทางไหนก็ไม่มีใครยิ้มให้กับเรา การได้เข้าไปนั่งดูหนังดีๆสักเรื่อง ถึงจะเป็นเพียงโลกมายา แต่หลายครั้งก็ทำให้ เราเกิดกำลังใจจะสู้ชีวิตต่อไป





... บ่อยครั้งที่ การ์ตูนของดีสนี่ย์ ถูกค่ายอื่นๆนำไปล้อเลียน แถม ทำออกมาได้คมคายมีระดับ เช่น Shrek แต่ เราจะไม่ค่อยได้เห็น ดิสนี่ย์ หยิบเรื่องราวหรือตัวละครของตัวเองมาล้อเลียนแบบจริงๆจังๆ ได้แต่ เลียบๆเคียงๆอ้อมๆราวกับไม่กล้าแตะ อาณาจักรเจ้าหญิงเจ้าชาย ของตัวเอง

นี่เป็นเรื่องแรกของ ดีสนี่ย์ ที่ผมสังเกตว่า ช่างกัดช่างล้อเลียน ความเป็น Disney ของตัวเองได้อย่างเต็มๆ ไม่กระมิดกระเมี้ยน และ กัดได้ดีมีชั้นเชิงไม่แพ้ Shrek

สิบนาทีแรกของหนังเรื่องนี้ หยิบความเป็น ‘ดีสนี๊ ดีสนีย์’ มาครบครัน ตั้งแต่ตัวละคร หญิงสาวแสนหวาน ,เจ้าชายผู้ห้าวหาญ , แม่เลี้ยงใจยักษ์ , ผู้ช่วยแม่มดทึ่มๆ และ ผู้ช่วยนางเอกมีอารมณ์ขัน ผ่านพล็อตสำเร็จรูปที่ หญิงสาวถูกล่อลวงด้วยแม่เลี้ยงแล้วเจ้าชายเข้ามาช่วยเหลือ ผ่านการดำเนินเรื่องด้วย เพลงป๊อบลั๊ลลา ที่ขับขานผ่านเหล่าตัวละคร ซึ่งออกมาร้องมาเต้นไปพร้อมๆกัน

หนังใช้เวลาแนะนำและทบทวนความเป็น แอนิเมชั่นเทพนิยายดีสนี่ย์ เพื่อเตรียมคนดูให้รู้ล่วงหน้าว่าหลังจากนี้ จะมีอะไรที่ถูกอ้างอิงถึงได้บ้าง ก่อนที่ความสนุกจะเริ่มต้นจริงจังเมื่อ จีเซล ถูกล่อลวงให้ตกเข้ามาสู่โลกอีกใบที่ แม่เลี้ยงแม่มด เรียกว่าเป็นโลกแห่ง never happily evr after โลกที่ไม่มีวันจะมีความสุขตลอดกาล (น่าขัน ที่โลกไร้ความสุขตลอดกาล คือ นิวยอร์ค หรือ โลกแห่งความเป็นจริงของเราคนดู)

ถัดจากนี้ก็เป็นความสุดคุ้มของคนดู เพราะเหมือนได้ดูหนังแบบ 3 in 1 มีทั้งเริ่มต้นเป็น แอนิเมชั่น ช่วงถัดมากลายเป็น หนังโรแมนติกคอมิดี้ โดยสอดแทรกฉากมิวสิคัลราวกับเป็น หนังเพลง อยู่เป็นระยะๆ



... หากไม่นับส่วนแอนิเมชั่นที่หนังประโคมโหมโรงเพื่ออุ่นเครื่อง ในส่วนของความเป็นโรแมนติก คอมิดี้ และ ส่วนที่เป็นหนังเพลง หนังประสบความสำเร็จในการสร้างอารมณ์ร่วมเป็นอย่างสูง

บทจะซึ้งก็ซึ้ง ... ผมลุ้นเป็นอย่างมากว่า หนังจะหาทางออกที่สวยงามให้กับทางเลือกของตัวละครได้อย่างไร เพราะ หากให้ พระเอกคู่เจ้าหญิงก็ดูจะไวไฟกับใจร้ายต่อว่าที่คู่หมั้นซึ่งไม่ได้ทำผิดอะไร แต่ หนังก็หาทางออกได้อย่างนุ่มนวลไม่เจ็บจนเกินไป โดยเฉพาะ ฉากเต้นรำในปราสาทที่ชวนฝันด้วยเพลง So close ทั้งเนื้อเพลงทั้งการแสดงของเอมี่ อดัมส์ ทำเอาน้ำตาซึมได้ง่ายๆเลย

บทจะขำก็ขำ ... ผมขำล่วงหน้ามาตั้งแต่หนังตัวอย่างแล้ว ที่ล้อเลียนนางเอกว่าไม่ต้องร้องไปเดินไปเหมือนในพวกการ์ตูน หรือ ล้อเลียนเจ้าชายที่กระโดดมาเพื่อจะร้องเพลงเรียกนางเอก พอมาดูหนังจริง ก็ยังมีอีกหลายๆฉากที่ทำให้ขำได้เป็นระยะๆ นอกจาก เจ้าหญิงเจ้าชายแล้ว ตัวชิพมังค์ที่ฝึกมาดีโดยเฉพาะฉากใบ้คำ ขำมั่กๆ

บทจะให้ยิ้มก็ยิ้มได้ยิ้มดี ... ยิ้มทุกๆห้านาที เช่น ยิ้มไปกับ ที่มาของชุดนางเอก หรือ ปริศนาว่าอะไรที่เจ๋งกว่านางฟ้าทูนหัวในโลกความเป็นจริง หรือ ยิ้มไปกับ การร้องเพลงในสวนด้วยท่วงท่าเสมือน The Sound of music กับเพลง That’s how you know เช่นเดียวกับ ฉากมิวสิคัลทุกๆฉากในหนังเรื่องนี้ล้วนสดใสอลังการงานเต้น ทำให้สนุกคึกคักก็ขยับเท้าตามจังหวะเพลง และ อยากปรบมือในโรงจริงๆ

บทจะร้องเพลง แต่ละเพลงก็แสนไพเราะ ... สมราคาคุยกับการเข้าชิงสามออสการ์ในสาขาเพลง เพลงในหนังก็เพราะมากๆเช่นกัน เสียดายที่หลังจากไปถามป้าโดฯ แกบอกว่า แผ่นนี้มีเฉพาะแผ่นอิมพอร์ตต้องรออีกสองสัปดาห์ราคาก็แพงกว่าแผ่นธรรมดา



....เอมี่ อดัมส์ แอ๊บแบ๊วได้ทุกท่วงท่าหน้าผมสมเป็น เจ้าหญิงของดีสนี่ย์โดยแท้ ส่วนตัวแล้วมองว่าเป็นบทบาทการแสดงที่ไม่ง่ายเลยที่จะชนะใจคนดู ดูเผินๆอาจจะเหมือนเล่นง่ายๆแค่แอ๊บแบ๊ว แต่ บทของเธอหากเล่นมากไปก็มีสิทธิที่คนดูจะหมั่นไส้มากกว่าชื่นชม หรือ เล่นน้อยไปก็จะลดทอนความต้องการล้อเลียนให้สมกับที่บทเขียนไว้ ต้องชมคนออกแบบการแสดงให้ ก็ช่างกัดบุคลิกเจ้าหญิงได้อย่างน่ารักน่าหยิกมากๆ

เช่นเดียวกับ เจมส์ มาร์ดเดน ก็เก๊กเป็นเจ้าชายได้น่ารักน่าชัง ส่วน แพทริค เดมป์ซีย์ ก็เหมาะกับบทพระเอกดี เพียงแต่ถ้าเขายังซ้ำซากกับการทำตาซึ้งหวานใส่คนดูกับบทผู้ชายแสนดีพร้อมทรงผมเดียวกันทุกเรื่องแบบนี้ น่าห่วงเล็กน้อยว่า ถนนนักแสดงต่อไปอาจไม่สดใสนัก

บทหนังหยิบเล็กผสมน้อยจาก ความเป็นเทพนิยาย และ ความเป็นดีสนี่ย์ ได้อย่างเต็มอิ่ม ทั้งหยิบสไตล์มาล้อเลียนได้อย่างแหลมคม และ หยิบตัวพล็อตจากเรื่องนั้นเรื่องนี้มาดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัยได้อย่างชาญฉลาด

ต้องชม ผู้กำกับ เควิน ลีมา ที่ ถึงจะเติบโตมาในสายของหนัง เด๊กเด็ก อย่าง Tarzan กับ 102 dalmatians ผลงานชิ้นนี้คือ พัฒนาการก้าวกระโดดที่เข้าสามารถทำหนังเด็ก ให้ออกมาไม่ เด๊กเด็ก จนเกินไป และ สามารถครองใจคนดูได้ทุกเพศทุกวัย เหมาะเหลือเกินที่คนดูจะขนไปดูพร้อมกันทั้งครอบครัว


สรุป ... สำหรับผม ฟันธง ล่วงหน้า ว่าสิ้นปี ต้องมีหนังเรื่องนี้ติด 1 ใน 10 หนังที่ชอบของปีอย่างไม่มีข้อสงสัย

นี่คือหนังที่ดูไปยิ้มไปอย่างมีความสุข เป็นหนังเหมาะเหลือเกิน ในวันที่ไม่รู้จะยิ้มให้กับใคร หรือ ในวันที่รู้สึกว่าไม่มีใครยิ้มให้กับเรา เพราะเมื่อหนังจบเราก็จะรู้สึกว่า โลกใบนี้ยังหันมายิ้มให้ และ ทำให้เรา พร้อมจะมองข้ามความบกพร่องใดๆถ้าหนังจะมี

ผมเดินเข้าโรงหนังพร้อมความรู้สึกหนักใจกับปัญหาส่วนตัว แต่เดินออกมาได้พร้อมรอยยิ้มและเปี่ยมสุขจากที่ไม่เคยมีในรอบสัปดาห์

หน้าที่ของหนังเรื่องหนึ่ง หากสามารถทำได้มากขนาดนี้ จะไม่หลงรักได้อย่างไร



Link บทความที่อ้างอิงถึงจากใน blog

Music and Lyrics , หนังที่น่ารักที่สุดในรอบ(หลาย)ปี

Stardust , เพราะเหตุใดดวงดาวจึงเปล่งประกายบนท้องฟ้า เพราะเหตุใดมนุษย์จึงควรค่าแก่การเฝ้ามอง



แจ้งข่าวจ้า : องศาที่ 361 คลอดอย่างเป็นทางการแล้ววววว




อ่านเบื้องหลัง ที่มาที่ไป ไขเบื้องหลังของหนังสือ คลิกได้ที่นี่เลยครับ

เบื้องหลัง 'องศาที่ 361' - พ็อกเก็ตบุ้คเล่มที่ 2 ของ “ผมอยู่ข้างหลังคุณ”

อ่านจบเมื่อใด ขอเชิญชวนมาพูดคุยแสดงความเห็นเกี่ยวกับหนังสือ คลิกที่ลิงค์ข้างล่างนี้เลยครับ

อ่านแล้วมาคุยกัน ... "องศาที่ 361


ขอฝาก"หนังสือรัก" พ็อกเก็ตบุ้คที่ไม่ใช่ หนังสือวิจารณ์หนัง แต่เป็นการหยิบยกความรักและความสัมพันธ์ในภาพยนตร์ มาช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง ได้มากขึ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม



เพื่อนๆที่หาซื้อตามร้านไม่ได้ "หนังสือรัก"เข้าไปสั่งได้จากเว็บของสนพ.เลยจ้าที่ //www.bynatureonline.com/store/bookstore.php ส่วน องศาที่ 361 สั่งได้จากเว็บของซีเอ็ดครับผม






ชวนไปอ่านบทความเรื่องอื่นๆ คลิก >> หน้าสารบัญ

ชวนคลิก ชวนคุยกับเจ้าของ Blog ที่ --> หน้าแรก

รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง





ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป


Create Date : 31 มกราคม 2551
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2551 0:54:05 น.
Counter : 4499 Pageviews.

35 comments
  
วันนี้เพิ่งไปดูมาเองค่ะ
เห็นด้วยเลยว่า ดูไปยิ้มไปตลอดทั้งเรื่องเลยค่ะ
โดยเฉพาะในวันที่ซึมเซาของเราวันนี้
เดินออกจากโรงหนังแล้ว...มีความสุขจัง
โดย: Almondblist วันที่: 31 มกราคม 2551 เวลา:0:34:20 น.
  
อย่างที่บอกไว้ในหน้าแรกครับ
หนังเรื่องนี้มาในจังหวะที่ผมเซ็งมากๆ
และมันช่วยผมได้
โดย: nanoguy IP: 125.24.87.217 วันที่: 31 มกราคม 2551 เวลา:1:34:27 น.
  
เราก็ชอบเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ
ตลกดี
โดย: jumwilly วันที่: 31 มกราคม 2551 เวลา:6:14:48 น.
  
เพิ่งได้ดูเมื่อวานเองครับ
มาเพื่อดูฉากฮาๆ โดยเเฉพาะ และไม่ผิดหวัง -- ชอบฉากทำความสะอาดบ้านมากๆ

แต่ไม่ชอบตอนจบเลย -- จบแบบดิสนี้ ดิสนีย์เกินไป --
ตอนแรกคาดหวังว่าจะจบหักมุมแบบ sherk 1 ซะอีก
โดย: mayhem IP: 58.8.191.66 วันที่: 31 มกราคม 2551 เวลา:9:36:24 น.
  
อ่านวิจารณ์จนอยากดูเลยค่ะ
โดย: แมวจอมกวน วันที่: 31 มกราคม 2551 เวลา:10:04:15 น.
  
ทีแรกก้อไม่คิดว่าหนังเรื่องนี้จะมีอะไรมากนอกจากเจ้าหญิง เจ้าชาย รักกันเมื่อแรกพบ มีแม่มด หรือแม่เลี้ยงคอยขัดขวางทางรักทั้ง 2 และสุดท้ายก้อได้แต่งงานกัน แต่มันไม่ใช่แฮะ...

แต่หลังจากดูจบ ความรู้สึกในใจมันบอกว่า หนังเรื่องนี้ ดีเกินกว่าที่คาดหมายไว้มากมาย ตัวหนังมีครบทุกรส รับรองไม่ว่าใครที่ไปดู ต้องรักหนังเรื่องนี้แน่นอนครับ
โดย: iOrion IP: 192.165.213.18 วันที่: 31 มกราคม 2551 เวลา:16:34:00 น.
  
เป็นหนังที่ทำให้อมยิ้มหรือไม่ก็หัวเราะแบบไม่อายใครได้ทุกฉาก..ทุกฉากจริง โดยเฉพาะฉากชิพมังค์ ฮามากๆๆ

ฉากร้องเพลงที่พี่ว่าน่าตบมือให้..ตบมือจริงๆค่ะ ตอบแปะๆๆๆมีคนตบตามด้วย

ชอบมากๆเลยเรื่องนี้ เติมเต็มจินตาการได้ทุกรุขุมขน ตอนนี้กะลังชักจูง(แกมบังคับ)ให้เพื่อนๆทุกคนตามไปดู

ไม่เสียแรงที่รอ(หลังจากหนะงเปลี่ยนวันเข้าสามร้อยตลบ)มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว

อิ่มใจมากๆเลย

ป.ล.ตอนนี้กะลังสั่งตัดชุดเดียวกะนางเอกอยู่เพราะไม่กล้าตัดผ้าม่านที่ห้องมาทำ

-"-
โดย: midniteheaven@wordpress IP: 58.136.50.197 วันที่: 31 มกราคม 2551 เวลา:22:31:08 น.
  
+ เป็นหนังที่ทำออกมาได้น่ารักมากมายจริงๆ ดูจบแล้วผมเดินยิ้มออกมาจากโรงอย่างมีความสุขมากกว่าตอนดู Hairspray กับ Stardust เมื่อปีที่แล้วซะอีก ... แถมยังมีแง่มุมเกี่ยวกับ โลกการ์ตูนในจินตนาการ (ยูโทเปีย) กับโลกแห่งความจริง ((อาจเป็น) ดิสโทเปีย) ตามที่น้องนาโนฯ ว่าไว้ใน 'หน้าแรก' มาให้ขบคิด ซึ่งพออ่านเรื่องการเติมเต็มของโลกทั้ง 2 ใบที่คุณ จขบ. เขียนไว้ข้างบน ก็เห็นภาพได้แจ่มชัดเลยอ่ะครับ

+ เอมี่ อดัมส์ เธอเล่นโอเวอร์แอ๊คติ้งนิดๆ ได้กำลังพอเหมาะพอดีเลยเนอะครับ (ใน Junebug ก็ออกแนวโอเวอร์แอ๊คนิดๆ เหมือนกัน แต่ไม่แอ๊บแบ๊ว) ... ซึ่งก็เลยทำให้คนดูเชื่อได้จริงๆ ว่าเธอเป็นเจ้าหญิงที่หลุดออกมาจากโลกแห่งเทพนิยาย
... แพททริค เดมป์เซย์ นี่เคย (เกือบ) ดังครั้งนึงแล้วเมื่อสมัยยังเอ๊าะ แต่แล้วก็หายไปนานเลย เพิ่งจะมาเริ่มมีบทดีๆ ให้เล่นอีกทีเอากันตอนนี้แล้วแฮะ
... เจมส์ มาร์สเดน ทำไมถึงชอบได้บท 'พระรองผู้เสียสละ' ซะทุกทีไป (เช่นใน X-men, Superman returns ฯลฯ)
... ป้าซูซาน ซาแรนดอน คิดถึงเธอจังเลยอ่ะครับ หายหน้าไปนานเลย ช่วงนี้คุณป้าตัวร้าย(สวย)คลาสสิค เริ่มกลับมาคืนจอกันแล้วนะครับ (ปีที่แล้วก็มี มิเชลล์ ไฟเฟอร์ กับบทบาทร้ายใน Hairspray และ Stardust)
... ทิโมธี สปาลล์ รายนี้ก็ร้าย (เกือบ) ตลอดกาล หน้า & หุ่นให้ แถมใจรักอีกต่างหาก

+ เพลงเรื่องนี้ก็เพราะมากมาย เลยได้เข้าชิงออสการ์ถึง 3 ที่นั่งแน่ะ (ผมชอบ So close มากที่สุดใน 3 เพลงนี้) สภาพเหมือน Dreamgirls ปีที่แล้วเลยแฮะ กลัวแต่จะตัดคะแนนกันเองจนชวดหมดเนี่ยดิ ... เพราะอีก 2 เพลงที่เหลือ ก็มาจากหนังเพลงที่ได้ยินว่าเพลงเพราะเหมือนกัน คือ August rush กับ Once
โดย: บลูยอชท์ วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:57:58 น.
  
หนังน่ารักมากครับ ดูจบยิ้มแก้มปริ แทบจะเดิน ร้องเพลง That's How You Know ไปเรื่อยๆ ท่ามกลางผู้คนเลย แม้หนังจะดูเทพนิยายมากมาย แค่ความครบครันและการแสดงเต็มอิ่มของเอมี่ได้ใจคนดูยิ่งครับ แม้มีขัดใจนิดนึงว่า ทำไม ซูซาน ซาแรนดอน ออกมาแป๊ปเดียวเอง (แต่แต่งได้แม่มดสุดๆ จริงๆ เลยนะครับ)

ที่เหลือผมขอยกให้ชิพมังค์เป็นพระเอกของเรื่องเลยครับ แบบว่าเป็นตัวละครที่ได้ใจจริงๆ ออกมากี่ทีก็แย่งซีนทุกคนที่อยู่ในฉากนั้นได้หมดเลย

ปิดท้ายที่เพลงประกอบ ในอัลบั้มจะมีเพลงที่เป็นคนร้องประมาณ 5 เพลงเองครับ นอกนั้นเป็น Score หมดเลย แต่เพราะมากครับ แนะนำว่าอย่างพลาดด้วยประการทั้งปวง
โดย: เข็มขัดสั้น IP: 202.183.190.14 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:57:57 น.
  
เป็นหนังที่หมายมั่นปั้นมือตั้งแต่ตอนเห็นตย.
ว่าจะต้องยกครอบครัวไปดูกันให้ได้

แล้วก็ได้ไปด้วยกันกับคุณพ่อคุณแม่จริงๆ ค่ะ
ปกติพ่อจะเป็นคอหนังดราม่าสุดๆ แต่ก็ดูมีความสุขดีตอนเดินออกมาจากโรงพร้อมกับแม่และเรา ซึ่งชอบหนังสไตล์เบาสมองอยู่แล้ว

แต่แปลกที่เราไม่ได้ซาบซึ้งไปกับเพลงในหนังเหมือนที่หลายๆ คนชอบกันนะคะ ฟังแล้วรู้สึกเฉยๆ เหมือนเพลงสไตล์ดิสนี่ย์ทั่วไป ถ้าพูดถึงเพลงที่ชอบ จะกลับไปคิดถึงเพลงเก๊าเก่าอย่าง A Whole New World หรือ Part of Your World มากกว่า

ขอให้วันนี้เป็นวันที่จขบ.และทุกคนมีความสุขอีกวันนะคะ
โดย: แล้วหมาปั๊กก็จะครองโลก IP: 58.8.60.234 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:32:08 น.
  
หนังเรื่องนี้สนใจตั้งแต่เป็นหนังตัวอย่างแล้ว

ถึงตอนนี้จะยังไม่ได้ดู แต่คาดว่าจะต้องไปดูให้ได้เลย

ขอบคุณค่ะ ถ้าได้ไปดูมาแล้วจะมาแจ้งผลให้ทราบ
โดย: K-modjung วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:15:44:28 น.
  
ขอบคุณค่ะ อยากดูมากมั่กตั้งแต่เห็นโฆษณาในโรงหนังแล้วเช่นกัน ฮามากมั่กตั้งแต่ฉากที่กัดเจ้าหญิงว่าไม่ต้องร้องเพลงก้อได้ จะรีบหาเวลาไปดูค่ะ
โดย: aorengja IP: 203.144.213.3 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:21:58:36 น.
  
ตอนไปดูเครียดกับการสอบมาก แต่ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร พอดูจบแล้ว รู้สึกโล่งใจมีความสุข เป็นหนังที่ทำให้คนดูมีความสุข
โดย: mus IP: 58.8.136.213 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:23:36:55 น.
  
ดูมาแล้วค่ะ ชอบรีวิวมากๆตรงใจเราหลายส่วนเลย
โดย: Eri IP: 58.8.49.60 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:13:25:46 น.
  
ชอบมากมายมหาศาลก่ายกอง
น่ารักตั้งแต่ฉากแรกจนถึงฉากสุดท้าย
((แต่แมลงสาบนี่ไม่ไหวค่า))
นอกนั้นสุดยอด ไม่ต้องหาคำบรรยาย
ยังไงต้องซื้อเก็บไว้เป็นหนังโปรดอีกเรื่องนึงแน่นอน
ปล.ถ้ามีโอกาสก็อยากให้ไปดูกันนะคะ
โดย: ปลากะโฮ้น้อย IP: 125.24.84.245 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:0:27:57 น.
  
คุณหมอครับ
ผมยิ้มจนปวดแก้มเลย
วันนี้จะซ้ำๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
โดย: ตวงสิทธิ์ IP: 202.28.78.70 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:13:39:17 น.
  
เพิ่งไปดูมาเหมือนกันค่ะ ชอบค่ะ
หนังน่ารัก และเพลงเพราะมาก นางเอกเสียงดี๊ดี ใสกิ๊งเลย เห็นด้วยว่าเล่นกำลังดี ชอบสีหน้า ท่าทางเจ้าหญิ๊ง-เจ้าหญิงของเธอมากค่ะ
แต่เราว่าพระเอกยังเล่นได้ไม่ค่อยมีเสน่ห์นะคะ เราชอบเจ้าชายมากกว่าอีก ตอนฉากใกล้ ๆ จะจบเลยสงสารเจ้าชายค่ะที่เจ้าหญิงปันใจ พบรักแท้และมี true love kiss กับคนอื่น โอ้ววววว สงสารเจ้าชายค่ะฉากนั้น

ปล. ไปดู Sweeney Todd และต่อด้วยเรื่องนี้ในวันเดียวกัน หนังคนละแนวแต่ก็ได้ฟังเพลงเพราะ ๆ เหมือนกัน เป็นอีกวันที่มีความสุขกับการดูหนัง เซ็งอยู่อย่างเดียว ก็เรื่องเซ็นเซอร์มีดปาดคอนั่นแหละค่ะ เฮ้อ!
โดย: ต่าย (nuchaba) IP: 202.183.195.113 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:34:36 น.
  
เป็นหนังที่ดูและน่ารัก จนต้องแนะนำให้คนไปดูกันเยอะๆเลยครับ
โดย: Story of Winter IP: 58.10.198.130 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:19:03:40 น.
  
พูดได้คำเดียวว่าดูแล้วมีความสุขค่ะ
ชอบ So close มากๆ
So far ...we are... so close.....................
โดย: ยัยตัวเล็ก (sine_zaa ) วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:2:18:57 น.
  
จาปายดูอีกเรื่องน๊า

โดย: บัวจ้า ^____^ IP: 202.47.238.161 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:3:10:47 น.
  
ชอบเรื่องนี้มากครับ ตั้งแต่พระเอกที่เคยดูการแสดงมากว่า 10 ปี แล้วก็หายไป จนกลับมาดังกับหมอเกรย์ส อนาโทมี ทำให้ได้กลับมาแสดงจอเงินอีกครั้ง
แต่ท้ายที่สุดกลับเป็นน้องเอมี่ผู้น่ารักที่ได้ใจผมเต็มๆ ขอให้เธอแสดงหนังน่ารักๆแนวนี้อีกครับ
โดย: BESTKOP IP: 58.64.100.162 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:20:29:49 น.
  
เป็นหนังที่ชอบมากพอๆกับ Stardust เลยค่ะ รู้สึกดูแล้วอารมณ์ดี มองโลกสดใส
โดย: ้hiyono IP: 125.25.81.211 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:17:06:11 น.
  
ชอบฉากเต้นรำในสวนสาธารณะมาก กะ ฉากใบ้ตำของชิฟมัง ฮามั่กๆ

ดูแล้วอารมณ์ดีจริงค่ะ ^^
โดย: sall IP: 124.120.26.141 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:27:04 น.
  
อ่านบล็อกคุณหมอมาน๊านนาน ไม่เคยพิมพ์ตอบเลย เมื่อคืนเพิ่งไปดู Enchanted มาหลังจากอ่านที่จขบ.เขียนไปแล้ว หนังน่ารักโดนใจจนต้องมาอ่านอีก อ่านไปก็ยิ้มไป
แต่ขอบอกว่า ดูจบแล้ว นั่งรถเมล์กลับบ้านคนเดียวก็น้ำตาไหล เพราะหนังช่างทำให้เรานึกถึงความรู้สึกที่ลืมไปนานแล้วได้ดีเหลือเกิน (น่าจะเรียกว่า ความรู้สึกแบบ Happily Ever After mood) แถมเมืองที่อยู่ (ไม่ใช่กรุงเทพบ้านเรา) ก็ช่างคล้ายกับNew Yorkในเรื่องดีแท้...อินมากๆๆ

จริงๆ หนังเรื่องนี้น่าจะPromote เป็น Valentine's movie ด้วยนะคะ น่ารักขนาดนี้
ขอบคุณ จขบ. มากๆค่า
โดย: Gifted_Giftie IP: 219.79.52.189 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:49:53 น.
  
นางเอกน่ารักมากครับ ฮาฉากใบ้คำเหมือนกัน
คิดว่าคงเป็นหนังอีกเรื่องที่ต้องหยิบมาดูซ้ำบ่อยๆ ในอนาคต
โดย: absent-minded IP: 158.108.54.249 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:15:53:45 น.
  
สอบเสร็จแล้วไปดู
ขอตั้งสโลแกนให้ใหม่
"Enchanted หายเครียดได้ภายในห้านาที"
โดย: ติดเชื้อในกระแสเลือด วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:1:55:00 น.
  
เพิ่งกลับมาจากดูเด๋วนี้เลย
...ถ้าไม่ได้ดูเสียดายแย่.... คำๆนี้ใช้ได้อย่างแน่นอน

หนังอะไรไม่รู้ ทำให้ดูไปยิ้มไป เป็นหนังที่ดูน่ารักที่สุด ความฝันในโลกนิยายกะความจริงที่เป็นจริง หนังทำมาให้อย่างลงตัว

หนังเรื่องนี้ทำไมไม่รู้ว่าทำให้รู้สึกว่า ตราบใดที่เรายังมีชีวิต ตราบนั้นเราอย่าหลงลืมความรู้สวยงามในชีวิต แม้ว่าการเผชิญโลกอันที่มีความแปลกปลอมของวัตถุ

หนังน่ารักมากกกกกกกกกกก น่ารักมากๆ

พอดูจบ ก็อดไม่ได้ที่จะมาบอกกล่าวความรู้สึก...
โดย: K-modjung วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:17:30:33 น.
  
เรื่องนี้น่ารักมากค่ะ

ดูแล้วยิ้มได้แทบทั้งเรื่อง
โดย: kapiklik IP: 202.57.169.253 วันที่: 17 มีนาคม 2551 เวลา:14:54:54 น.
  


สามารถติดตามบทสรุป การให้คะแนน และบทวิจารณ์ของภาพยนตร์เรื่องนี้เพิ่มเติม
หรือบทวิจารณ์ภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ พร้อมความเห็นของเพื่อนร่วมบล็อคที่รักการดูหนัง
ได้ที่ //vreview.yarisme.com พร้อมลุ้นรับบัตร Major M Cash มูลค่า 500 บาท จำนวน 8 ใบ ทุกเดือน
โดย: ป๋องแป๋ง IP: 124.120.0.136 วันที่: 24 มีนาคม 2551 เวลา:17:22:24 น.
  
ชอบเกือบทุกอย่าง ยกเว้นอย่างเดียว...
เจ้าหญิงจิเซล หน้าแก่พอๆกะแม่มดเลยอะ เสียจินตนาการหมด อิอิ
โดย: kikkok IP: 202.28.183.9 วันที่: 1 เมษายน 2551 เวลา:11:38:22 น.
  
เพิ่งได้เช่า VCD มาดูวันนี้เองค่ะ

ดูไปหัวเราะไป

ดูจบก็ยิ้ม..และอิ่มใจ

และที่พลาดไม่ได้คือต้องเข้ามาอ่านบทวิจารณ์ของคุณหมอที่ทำให้ยิ้มได้อีก

ส่วนที่ชอบของเรื่องนี้เยอะมากค่ะ
นางเอก , เพลงทุกเพลง , ลูกสาวพระเอก
และที่ชอบสุดๆ ก็ PIP ค่ะ
โดย: makisushi IP: 202.57.173.152 วันที่: 15 มิถุนายน 2551 เวลา:18:38:02 น.
  

ชอบเรื่องนี้เหมือนกันคับ

ขอเอาส่วน นี้ไปลงในไฮ 5 นะคับ
"... โลกของเทพนิยาย อาจไม่ได้ทำให้ ชีวิตจริงแฮปปี้เอนดิ้ง แต่ก็ทำให้เรา เกิดกำลังใจ มีความหวังใหม่ๆในแต่ละเช้าที่จะตื่นขึ้นมา

ในเวลาที่ฝันร้าย การได้ฟังนิทานดีๆก็ขับกล่อมให้หลับฝันดีได้ตลอดคืน

ในเวลาที่พบปัญหาใหญ่ๆ การได้คิดถึงโลกในนิทานที่สุดท้ายผู้กล้าหาญเอาชนะความชั่ว ก็ทำให้เรามีกำลังใจที่จะไม่ท้อถอย

ใน เวลาที่มีความทุกข์ใจและรู้สึกเหมือนกับว่าไม่รู้จะยิ้มให้กับใคร และ หันไปทางไหนก็ไม่มีใครยิ้มให้กับเรา การได้เข้าไปนั่งดูหนังดีๆสักเรื่อง ถึงจะเป็นเพียงโลกมายา แต่หลายครั้งก็ทำให้ เราเกิดกำลังใจจะสู้ชีวิตต่อไป "

ประทับใจมาก ขอบคุณคับ
โดย: Hamlet IP: 118.173.145.132 วันที่: 12 สิงหาคม 2551 เวลา:13:24:01 น.
  
ชอบเหมือนกันค่ะ

ตอนแรกไม่ได้อยากดูเรยเรื่องนี้

แต่พอได้ดูแล้วรู้ชอบมากๆ

ได้ดูกับคนที่เรารู้สึกดีด้วยแม้เค้าจะไม่ได้รู็สึกเหมือนกัน
โดย: มองมาบ้าง IP: 202.12.97.117 วันที่: 31 ธันวาคม 2551 เวลา:16:56:51 น.
  
ชอบเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ

ดูแล้วน่ารักดี
โดย: 555 IP: 10.0.3.115, 113.53.150.33 วันที่: 20 พฤษภาคม 2552 เวลา:0:15:08 น.
  
กำลังจะดูครับ ได้แผ่น DVD มาแล้ว หุ หุ
โดย: Smithfield IP: 58.64.113.167 วันที่: 22 มีนาคม 2553 เวลา:11:05:45 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด