Welcome to Dongmakgol , หมู่บ้านไร้กังวล กับ คนบ้าสงคราม


ข้อมูล :หนัง เกาหลี ปี 2005 กำกับโดย Park Kwang-hyun

My rating :

สงครามเกาหลีในช่วงปี 1950 แบ่งแยกเกาหลีเป็นสองฝั่ง แต่ละฝั่งก็ได้รับการหนุนหลังต่างกัน ระหว่าง เกาหลีเหนือ ที่มีโซเวียตและจีนเป็นแบ็คอัพ และ เกาหลีใต้ มีสหรัฐอเมริกา เป็นพี่ใหญ่

...ในวันที่สงครามกำลังระอุ

1.ทหารเกาหลีเหนือกองหนึ่ง กำลังเดินทางกลับฐาน ในทีมของพวกเขา มีทหารหลายนายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส หัวหน้าหน่วย ได้รับข้อแนะนำจากนายทหารยศรองลงมา ให้สังหารเหล่าทหารที่บาดเจ็บสาหัสเสีย เพื่อสะดวกในการเคลื่อนพลและป้องกันการถูกโจมตี เขาลังเลใจและไม่ยอมทำตาม ทันใดนั้น ทหารของเขาทั้งกองก็ถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว เขาเหลือคนในสังกัดอีกแค่ สองคน

2.ทหารเกาหลีใต้หนึ่งนายวิ่งหนีกระเซอะกระเซิง ไปพบกับ ร้อยตรีเพียว เพื่อนทหารอีกหนึ่งนายนอนพักอยู่ใต้ร่มไม้ พวกเขาไม่ต้องการที่จะสู้รบ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเดินทางต่อไปหนใด

3.กัปตันเนล สมิธ ทหารอเมริกัน ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกในพื้นที่กลางภูเขา

ทั้งสามฝ่าย ต่างหลงจากกองกำลังของตัวเอง และ ตรงไปยังหมู่บ้านชื่อ Dongmakgol โดยมิได้นัดหมาย



...จะมีหมู่บ้านไหนอีกไหมที่เป็นอย่าง Dongmakgol คนในหมู่บ้านเล่าว่า Dongmakgol มีความหมายถึง ชีวิตที่ไร้กังวลเหมือนเด็กๆ

ก้าวแรกที่เหยียบเข้าหมู่บ้านแห่งนี้ ก็คงไม่แปลกใจว่า ความหมายของชื่อที่คนเก่าคนแก่บอกต่อๆกันมา ท่าจะถูกต้อง เพราะ หมู่บ้านนี้ ผู้คนมีแต่ความจริงใจ บริสุทธิ์ใสซื่อ พวกเขามองโลกในแง่ดี ไม่มีความระแวดระวังภัย มีแต่ความปรารถนาดีให้แก่กัน ชีวิตเช่นนี้ จะมีสิ่งใดให้ต้องกังวล

ชาวบ้านไม่รู้แม้กระทั่งว่ามีสงครามเกิดขึ้น พวกเขายังนึกสงสัยว่า ประเทศใดหนอที่บุกรุกเกาหลี ก่อนที่จะพบคำเฉลย ในฉากที่ สามพลทหารเกาหลีเหนือ เดินทางมาพบกับ สองทหารเกาหลีใต้ กลางลานหมู่บ้านในยามค่ำคืน ชาวบ้านจึงได้รู้ว่า แท้จริงก็คือคนชาติเดียวกันนี่แหละที่มาเข่นฆ่ากันเอง



ตัวละครทหารจากสองฟากฝั่ง ยืนถือปืนจ่อเข้าหากัน โดยมีชาวบ้านเป็นตัวประกันอยู่ตรงกลาง ทหารทั้งสองฝ่ายไม่มีใครยอมใคร ทั้งคู่ล้วนอยู่ในภาวะตึงเครียด ตรงข้ามกับชาวบ้าน Dongmakgol ที่ยืนอยู่ตรงกลางอย่าง ไร้กังวล

พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าก้อนกลมๆในมือทหารคือระเบิดที่พร้อมจะตูมตามเพียงดึงสลัก ชาวบ้านดูไม่ได้สนใจอะไรมากไปกว่า เรื่อง ข้าวปลาอาหาร และ ผลิตผลพืชไร่ หากความตึงเครียดของทหารสองฝ่ายนี้คือ การแบ่งแยกพวกพ้องไม่รู้ว่าใครจะยิงใครก่อน ความตึงเครียดของชาวบ้าน ก็คือ ข่าวที่สมาชิกคนหนึ่งมารายงานว่า หมูป่าบุกไร่มันฝรั่ง และ พวกเขากำลังจะอดตายในฤดูกาลหน้าที่จะมาถึง

เหตุการณ์ หมูป่าบุกไร่มัน เป็นเหมือนเรื่องไร้สาระสำหรับทหารสองกลุ่ม พวกเขาก็ไม่ได้รู้ตัวเลยว่า ไอ้ความเป็นความตายจากการจ้องเข่นฆ่าของคนชาติเดียวกันนั้น มันก็คือ เรื่องงี่เง่าไร้สาระสำหรับชาวบ้านเช่นเดียวกัน เพราะ ความเป็นความตายของชาวบ้านที่แท้จริง คือ การหาข้าวปลาอาหาร ประคองชีพแต่ละวัน

แล้วอุบัติเหตุก็ทำให้โรงเก็บอาหารของชาวบ้านต้องพินาศลงเพราะระเบิดที่หลุดมือ สิ่งที่ทหารสองฝั่งนี้ต้องรับผิดชอบคือช่วยกันหาอาหารมาคืน

...เมื่อพวกเขาได้มาอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ พวกเขาก็เริ่มได้เรียนรู้ว่า สงครามไม่ได้สร้างอะไรขึ้นมาเลยนอกจากก่อเกิดความแบ่งแยกฝักฝ่าย และ ทำลายล้าง

เมื่อถอดเสื้อ ถอดยศ ถอดหน้ากาก พวกเขาทั้งหลายไม่มีอะไรที่แตกต่าง พวกเขาต่างก็เป็นมนุษย์ที่เท่าเทียม เมื่อพวกเขาอยู่ในหมู่บ้าน พวกเขามีความสุขกับการทำไร่ทำสวน เล่นกีฬาที่ดัดแปลงพืชไร่ให้กลายเป็นอเมริกันฟุตบอล ร้องเพลงในงานรื่นเริง ฯลฯ

...ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายของโลกภายนอก ที่นี่เป็นเหมือน Utopia ดินแดนในฝันที่มีแต่ความสงบสุขสมบูรณ์พร้อม แต่ สวรรค์อย่าง Dongmakgol มักไม่ได้อยู่ยั่งยืน ตราบใดที่มนุษย์ยังบ้าใบ้ไล่ฆ่าฟันกันอย่างไร้สติ แม้โลกใบนี้มีสวรรค์อยู่อีกเป็นร้อยแห่ง พวกเขาก็พร้อมที่จะไปทำลายให้กลายเป็นนรกได้ทุกที่ที่ไปเยือน

Spoiler alert : ข้อเขียนถัดจากนี้ที่เป็นตัวหนังสือ สีเหลือง มีการเปิดเผยตอนจบของเรื่อง



ความตายของ เยาอิว หญิงสาวคนบ้าผู้เป็นเหมือนตัวแทนความบริสุทธิ์ที่สุดในบ้าน เป็นโศกนาฎกรรมที่แสดงความโสโครกของสงคราม ที่ทำให้เราได้เห็นว่า สงครามไม่ได้แค่ทำลายชีวิตของคนบ้าๆสองฝ่าย แต่มันแผ่ขยายความสกปรกไปทำลายผู้คนที่บริสุทธิ์อีกมากมาย โดยที่คนเหล่านั้นไม่เคยต้องการมีส่วนร่วมและไม่สามารถช่วยตัวเอง

และสิ่งสุดท้ายที่พวกเขา 5 ทหารจะทำได้ดีที่สุด คือ ปกป้องหมู่บ้านจากการโจมตีโดยกลุ่มคนบ้าสงครามไว้ด้วยชีวิต ฉากสุดท้ายที่ห่าระเบิดตกใส่พวกเขาพร้อมรอยยิ้ม เป็นตัวบอกว่า แม้พวกเขาจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ในสวรรค์น้อยๆอย่าง Dongmakgol แต่ พวกเขาก็สามารถปกป้องสวรรค์แห่งนี้ไว้ให้อนุชนคนรุ่นหลัง อย่างน้อย ความตายของพวกเขาก็มีบทบาทในการจารึกการสร้างสวรรค์ ไม่ใช่ในฐานะคนสร้างนรกบนดินให้กับลูกหลาน



..Welcome to Dongmakgol เป็นหนังที่ดูจบแล้วรู้สึกดีและชื่นชมคนสร้างจนอยากปรบมือให้ หนังทั้งมีสาระและงดงามทั้งยังสนุกสนาน เป็นงานบันเทิงที่มีคุณภาพ งานสร้างอยู่ในระดับเกรดเอ ทุกฉากสมจริงชนิดที่ว่าฉากโหดก็แสดงความโหดร้ายของสงครามได้อย่างน่าสยดสยอง หนังถ่ายทอดความงดงามของหมู่บ้านผ่านบุคคลและสถานที่ ราวกับสวรรค์บนดินหรือเมืองในเกมส์ RPG สวยๆที่เราเคยเล่น ความงามของภาพบนจอบวกกับดนตรีประกอบยิ่งทำให้หนังเรื่องนี้มีบรรยากาศชวนฝันในหลายๆฉาก ไม่ต้องแปลกใจที่ฟังดนตรีแล้วคุ้นหู เพราะ ดนตรีประกอบเป็นฝีมือของ Joe Hisaishi ขาประจำจากสตูดิโอจิบลี

ฉากเด่นๆคือฉากฉากประจันหน้ากลางหมู่บ้านที่น่าจดจำ หนังยังมีหลายๆฉากที่ถ่ายทำออกมาได้งดงามและมีความหมาย และ หนึ่งฉากที่สนุกสนานมากที่สุดคือ ฉากหมูป่าสโลว์โมชั่น เป็น ฉากฮาๆที่มาถูกที่ถูกจังหวะถูกเวลา ฉากนี้ดูคล้ายกับฉากหมูป่าใน Swing girl แม้จะฮาน้อยกว่า แต่มันมีความหมายต่อตัวหนังมากกว่า เพราะมันคือฉากที่ประสานความแตกต่างให้มาอยู่ร่วมกัน


นี่คือหนังเกาหลีที่ดีที่สุด และ สนุกที่สุด ที่ได้ดูในรอบปีที่ผ่านมา ไม่แปลกใจเลยว่าเพราะอะไร หนังต่อต้านสงครามที่แสนงดงามเรื่องนี้ ถึงเบียดหนังตัวเต็งอย่าง Sympathy for lady vengeance ไปคว้ารางวัลในหลายๆเวที เป็นหนังที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง






ติดตามบทความใหม่ๆ หรือ เริ่มต้นอ่าน Blog นี้มีข้อสงสัย + แวะเวียนมาพูดคุยถาม-ตอบ คลิกไปคุยกันที่ --> หน้าแรก


รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง



ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป



Create Date : 17 กรกฎาคม 2549
Last Update : 18 ธันวาคม 2549 17:10:50 น.
Counter : 2504 Pageviews.

22 comments
:: ปูรณฆฏะ :: กะว่าก๋า
(18 มี.ค. 2562 06:13:13 น.)
ชุดที่ 1 โอน่าจอมซ่าส์
(5 มี.ค. 2562 22:03:30 น.)
วิธีรับมือกับ...มรสุมฝุ่น Princezz Matcha Latte
(31 ม.ค. 2562 17:07:35 น.)
++++ มามะมาพาไปชิม ร้านโอ้กะจู๋ กับ โป่งแยงแอ่งดอย ที่เชียงใหม่ รวม2ร้านไปเลยค่ะ ++++ life for eat and travel
(18 มี.ค. 2562 21:45:57 น.)
  
มารายงานตัวคนแอบอ่านเจ้าค่า
โดย: Jakaey วันที่: 17 กรกฎาคม 2549 เวลา:1:44:21 น.
  
แวะมารายงานตัวครับ
โดย: ตี๋น้อย (Zantha ) วันที่: 17 กรกฎาคม 2549 เวลา:7:16:02 น.
  
แค่อ่านยังสนุกเลยอ่ะคะอยากดูจังเลยค่ะแนวนี้ก็ชอบค่ะ
โดย: oryzaja วันที่: 17 กรกฎาคม 2549 เวลา:12:39:10 น.
  
น่าสนใจมากครับ เห็นทีต้องไปหามาดูให้ได้ ขอบคุณมากครับที่มาแนะนำ
โดย: เข็มขัดสั้น วันที่: 17 กรกฎาคม 2549 เวลา:13:33:22 น.
  
สงสัยต้องรออีกนานเลยแหละครับ
เพราะที่กองอยู่ที่บ้านยังไม่ได้ดูตั้งหลายเรื่อง
ทั้ง 21 Grams, Pulp Fiction, Crash(Cronrnberg), Hidden
กว่าจะได้ดูคงอีกนานพอสมควร ^^"
โดย: nanoguy IP: 161.200.255.164 วันที่: 17 กรกฎาคม 2549 เวลา:14:04:00 น.
  
+ ตอนที่ผมได้ดูในโรงตอนต้นปี (เดือน ก.พ.) รู้สึกโรงอื่นๆ จะเป็นพากย์ไทยหมด มีที่เดียวที่เป็นซาวด์แทร็คเกาหลี ซับฯ ไทย คือที่ EGV Metropolis ฉายวันละ 2 รอบเอง ... แล้วก็ตลกดี ตอนแรกทั้งโรงมีผมนั่งดูอยู่คนเดียว พอหนังเริ่มฉายมีป้าอีกคนเข้ามาดูด้วย รวมเป็น 2 คน ... สรุปแล้วหนังรอบนั้นคือรอบที่มีคนดูน้อยที่สุดในชีวิตของผม (ทั้งๆ ที่หนังมันออกจะดี)
+ genre' ของเรื่องนี้มีหลายแนวทั้ง (Anti)War-Comedy-Drama-Surreal (เขียนถูกมั้ยเนี่ย) ซึ่งถ้าไม่มีเซอร์เรียล หนังที่มีแค่ 3 อารมณ์แรกครบ เคยดูมาแค่เรื่องเดียวก็คือ Life is beautiful นั่นเอง
+ อารมณ์หนังตอนแรกมันเหมือนไม่ค่อยเข้ากัน เพราะอย่าง สงคราม กับ ตลก นี่มันก็ขัดแย้งกันในตัวเองอยู่แล้ว แต่พอดูๆ ไป มันก็เริ่มกลมกลืนกันดี ช่วงที่เป็นดราม่าก็ทำได้ซึ้งถึงอารมณ์ ทำเอาน้ำตาซึมเลยล่ะ ... แล้วก็ฉากเซอร์เรียล ตอนแรกรู้สึกว่ามันโดดๆ ออกมาจากเรื่อง แต่ดูไปดูมาก็โอนะ (อย่างตอนผีเสื้อ ตอนระเบิดยุ้ง กับตอนหมูป่า เป็นต้น)
+ หนังย้ำธีมของความขัดแย้งให้เด่นชัดขึ้น จากจุดใหญ่คือ หมู่บ้านดองมักโกล ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นโอเอซิส เป็นความบริสุทธิ์ท่ามกลางไฟสงครามระหว่างฝ่ายเหนือกับฝ่ายใต้+ทหารสัมพันธมิตร ... ลงมายังจุดเล็กก็คือ (เห็นในหน้าโปสเตอร์) แม่หญิงติงต๊องทัดดอกไม้ ยืนอยู่ท่ามกลางดงทหาร ... ซึ่งทำให้หนังดูอ่อนโยนขึ้นเยอะ (แต่ตอนโหด ก็โหดจริงๆ นะ)
+ เรื่องนี้ดีอย่างตรง อาคันตุกะชุดแรกที่หลุดเข้ามาในหมู่บ้านและเป็นตัวเดินเรื่อง (3ทหารฝ่ายเหนือ - 2ทหารฝ่ายใต้ - 1ฝรั่ง) ทุกคนเป็นคนจิตใจดีทั้งหมด ไม่มีใครชี่วร้าย เลยทำให้รู้สึกดีต่อพวกเค้าทุกคน ... ยิ่งพอลบความบาดหมางระหว่างกันออกไป หันมาร่วมมือร่วมใจกัน ยิ่งทำให้เหมือนสวรรค์เลยล่ะ ... อยากมีชีวิตอยู่ในหมู่บ้านแบบนั้นบ้างจัง สงบสุขดี ไม่ต้องดิ้นรนไขว่คว้าแก่งแย่งกันเหมือนชีวิตในเมือง
+ มีความรู้สึกว่าการตัดต่อจะโดดๆ เล็กน้อย แต่ก็ไม่มากมายอะไร ... มุกตลกหลายแก๊กก็เวิร์คนะ ตอนโรแมนติคระหว่างน้องหญิงกับเจ้าทหารหนุ่มน้อยก็น่ารักดี น้องหญิงติงต๊องน่ารักมากกกกก
+ สรุปว่า สำหรับผม หนังเรื่องนี้เป็น 1 ในหนังตอนต้นปีที่ผมชอบมากๆ เช่นกันครับ (คอมเม้นต์ทั้งหมด ผมเคยเขียนไว้ในบอร์ดตั้งแต่ตอนได้ดูแล้ว เลยไปก๊อปไว้ที่นี่มาอีกรอบ)
โดย: บลูยอชท์ วันที่: 17 กรกฎาคม 2549 เวลา:14:27:35 น.
  
แอบเข้ามาอ่านเหมือนกัน

...
โดย: แป้งหอม IP: 202.8.86.130 วันที่: 20 กรกฎาคม 2549 เวลา:18:11:59 น.
  

แล้วจะหามาดูครับ ...น่าสนใจดี ...มีสาระ
โดย: boya IP: 125.25.59.197 วันที่: 2 สิงหาคม 2549 เวลา:12:22:33 น.
  
กำลังดูอยู่ครับ
ดูเสร็จจะมาใหม่ครับ
โดย: บิก IP: 203.188.50.156 วันที่: 10 สิงหาคม 2549 เวลา:21:55:23 น.
  
เริ่มเข้ามาเก็บอ่านไปเรื่อย ๆ นะค่ะ

ขอบคุณค่ะ ที่สละเวลาเขียนเรื่องดีๆ ค่ะ
โดย: ปะการัง IP: 61.7.141.163 วันที่: 21 สิงหาคม 2549 เวลา:22:01:32 น.
  
ก็สนุกดี น่าดูครับ
โดย: superpun IP: 202.69.140.233 วันที่: 22 สิงหาคม 2549 เวลา:18:10:10 น.
  
เพิ่งดูจบเมื่อคืนครับ
จริงๆเห็นบทความนี้นานแล้ว แต่ยังไม่กล้าอ่าน กลัวจะดูแบบคาดหวัง เห็นแค่เกรดหนัง A+ เลยไปเช่ามาดูซะหน่อย

เป็นหนังที่ตลกและน่ารักมากๆตลอดเรื่อง ซาบซึ้งใจได้เป็นระยะๆ และทำร้ายจิตใจให้ยิ้มทั้งน้ำตาได้ในตอนท้าย
และขนาดที่ผมพอจะเดาตอนจบได้กลายๆ โดยที่ต้องแอบภาวนาว่าอย่าเป็นแบบนั้นเลยนะ
จนเมื่อหนังจบแบบนั้นจริงๆ ผมก็เลยต้องเสียน้ำตาให้จนได้

เป็นหนังเกาหลีเรื่องแรกที่ทำให้ผมเสียน้ำตา และจนถึงตอนนี้ เป็นหนังเกาหลีที่ดีที่สุดสำหรับผมครับ

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหนังได้รางวัลมามากมาย
เพราะทุกองค์ประกอบลงตัวเหลือเกิน ทั้งการแสดง และโปรดัคชั่น โดยเฉพาะการแคสติ้งตัวแสดง เก่งมากๆครับ

ขนาดฝรั่ง "ซือมิซือ" ที่เหมือนจะไม่มีอะไร พอมาฉากที่กลั้นสะอื้นตอนท้ายเมื่อได้ยินระเบิดลง ยังทำให้ผมอยากจะร้องไห้ตามไปด้วย

ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว เอาเป็นว่าเห็นด้วยกับคุณ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" ทุกอย่างครับ

ป.ล.สาวน้อยติงต๊องนี่ใช่นางเอกเรื่อง Old Boy รึเปล่าครับ คุ้นๆมากเลย
โดย: ห่วงนะ...เด็กโง่ (ล๊อกอินไม่ได้แฮะ) IP: 203.155.225.73 วันที่: 26 สิงหาคม 2549 เวลา:18:03:19 น.
  
ตอบคุณ ห่วงนะ ... เด็กโง่ (ปฏิบัติหน้าที่แทน คุณ จขบ. เผื่อไม่ได้เข้ามาอ่านหน้านี้) ... ไปค้นมาจาก IMDB คาดว่าน่าจะใช่คนเดียวกันครับ (เธอรับบทเล็กๆ ใน Invisible waves ด้วยนะ) ... ผมก็ว่าแล้ว ว่าเธอหน้าตาคุ้นๆ อยู่เหมือนกัน ที่แท้ก็เคยเห็นใน Old boy นี่เอง
โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.233 วันที่: 28 สิงหาคม 2549 เวลา:10:31:22 น.
  
อ้อ ขอบคุณมากครับคุณบลูยอชท์
แสดงว่าฝีมือเธอไม่ธรรมดาเหมือนกันเนาะ
เล่นใน Old Boy ดูเครียดๆ หดหู่ๆ
แต่ในเรื่องนี้ก็ติงต๊องได้งดงามจริงๆ
โดย: ห่วงนะ...เด็กโง่ IP: 203.209.127.203 วันที่: 2 กันยายน 2549 เวลา:19:17:50 น.
  
ต้องไปหามาดูซะแล้ววว
โดย: <(^(oo)^)> IP: 58.8.21.89 วันที่: 3 กันยายน 2549 เวลา:0:36:49 น.
  
ไอ้สาด.ไอ้ควาย
โดย: njcjucju IP: 125.24.174.163 วันที่: 17 กันยายน 2549 เวลา:15:50:45 น.
  
^
^
... ขออนุญาติยังไม่ลบนะครับ ขอจด ipไว้ก่อน ถ้าเจอซ้ำจะได้ บล้อก ip ไปทีเดียวเลย
โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 17 กันยายน 2549 เวลา:23:58:53 น.
  
อิอิ อ่านชื่อหนังผ่าน ๆ นึกว่า Welcome to Doungkamol ((ดวงกมล)) เขินจัง
ยังไม่กล้าอ่านเนื้อเรื่อง จะไว้ไปหาหนังมาดู
โดย: v^J IP: 58.9.120.19 วันที่: 1 ตุลาคม 2549 เวลา:15:42:53 น.
  
เป็นหนังที่สนุกมากคะ มาคอมเมนต์ให้อีกคน
โดย: orangesung IP: 221.128.100.192 วันที่: 20 ตุลาคม 2549 เวลา:10:47:49 น.
  
ตอนที่เช่า vcd มาดูนี่ไม่ได้หวังอะไรมากเลย แต่พอดูจบแล้วมันอิ่มดีจริงๆ หนังดีกว่าที่คิดมากๆ
โดย: radiora IP: 58.9.184.14 วันที่: 29 ธันวาคม 2549 เวลา:21:17:17 น.
  
เพิ่งจะได้ดูดีวีดีครับ อยู่หลังเขาเสียนานเลย ดูจบแล้วความคิดต่างๆนานาเกี่ยวกับสงครามมันเอ่อล้นสมองเลยครับ ตัวละครแต่ละตัวมีเอกลักษณ์ของตัวเอง เป็นหนังที่ดีจริงๆครับ
โดย: ชายคลอง IP: 125.25.100.71 วันที่: 10 ตุลาคม 2551 เวลา:11:45:54 น.
  
หนังสวยงามมากจริง จริง ขอแนะนำค่ะ ยิ่งสวยงามมากที่ตอนนั้นนั่งดูท่ามกลางคนเกาหลีหนือ เกาหลีใต้ และอเมริกันชน
โดย: pp IP: 10.14.2.59, 202.28.180.202 วันที่: 5 กันยายน 2552 เวลา:12:18:41 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด