Goodbye Solo ปล่อยไปตามลม



Goodbye Solo
ปล่อยไปตามลม

พล พะยาบ
คอลัมน์อาทิตย์เธียเตอร์ มติชนรายวัน 18 ตุลาคม 2552


*ไม่ใช่ซีรีส์เกาหลี แต่เป็นหนังเล็กๆ จากสหรัฐอเมริกาของผู้กำกับ รามิน บาห์รานี ซึ่งสั่งสมชื่อเสียงอย่างต่อเนื่องนับจาก Man Push Cart ผลงานเรื่องแรกเมื่อปี 2005 ต่อด้วย Chop Shop ปี 2007

หนังของบาห์รานีทุกเรื่องมีลักษณะและองค์ประกอบร่วมจนเป็นแนวทางเฉพาะตัว นำเสนอเรื่องราวชีวิตช่วงสั้นๆ ของตัวละครด้วยวิธีเรียบง่าย ไม่เร่งเร้า สู่ตอนจบไร้บทสรุปเหมือนชีวิตที่ต้องดำเนินต่อไป ตัวละครนำเป็นคนชั้นล่าง ด้อยโอกาส แต่ดิ้นรนใช้ชีวิตให้ดีที่สุด สำคัญคือตัวละครของเขาล้วนไม่ใช่คนผิวขาว หากมีลักษณะของ “คนต่างถิ่น” ที่เข้ามาอยู่ในปริมณฑลแห่งความฝันแบบอเมริกัน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะตัวบาห์รานีเองแม้จะเกิดในสหรัฐ แต่มีเชื้อสายเปอร์เซียน เนื่องจากพ่อ-แม่อพยพมาจากอิหร่านตั้งแต่ปี 1968

ใน Man Push Cart ตัวละครเป็นชาวปากีสถานอพยพซึ่งต้องลากจูงซุ้มร้านเคลื่อนที่ไปตั้งขายอาหารเช้าจำพวกกาแฟและโดนัทในแมนฮัตตันทุกวัน ส่วน Chop Shop เป็นเรื่องราวของเด็กกำพร้าเชื้อสายละตินทำงานสารพัดในร้านซ่อมรถชานเมืองนิวยอร์ก

สำหรับ Goodbye Solo บาห์รานีย้ายฉากหลังจากนิวยอร์กมายังเมืองวินสตัน-ซาเลม รัฐนอร์ทแคโลไรนา บ้านเกิดของเขา เล่าถึง สุไลมาน หรือโซโล ชายชาวเซเนกัลทำงานเป็นคนขับแท็กซี่ รับจ้างจากชายผิวขาวสูงวัยชื่อ วิลเลี่ยม นัดหมายวันให้ไปส่งที่ “โบลอิ้ง ร็อค” เพื่อฆ่าตัวตาย

โซโลเป็นคนอัธยาศัยดี พูดเก่ง อยู่ในบ้านหลังน้อยกับภรรยาชาวเม็กซิกันท้องแก่ และ อเล็กซ์ ลูกสาวของภรรยา แม้จะมีงานที่สร้างรายได้โดยไม่ต้องดิ้นรนขวนขวายนัก แต่โซโลยังหวังเปลี่ยนงานไปเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินตามที่ตั้งใจไว้ ติดตรงที่ต้องผ่านการคัดเลือกเสียก่อน อีกทั้งภรรยาไม่อยากให้เขาอยู่ไกลครอบครัว

เมื่อได้พบวิลเลี่ยม จิตใจที่ดีงามทำให้โซโลไม่อาจปล่อยให้ชายชราทำตามความต้องการ ก่อนถึงวันนัดหมายโซโลจึงเสนอตัวเป็นคนขับรถให้เรียกใช้ได้ตามใจ ไม่ว่าจะเป็นการพาไปส่งที่โรงหนังโรงเดิมที่มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเป็นพนักงานขายตั๋วหรือพาเข้าร้านเหล้า หนักกว่านั้นคือการหอบข้าวของไปขออยู่กับวิลเลี่ยมในโรงแรมโดยอ้างเหตุที่เขาทะเลาะกับภรรยา

โซโลพยายามพูดจาหว่านล้อมเพื่อหวังให้วิลเลี่ยมยอมเปิดใจ หรือกระทั่งรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวเพื่อสืบหาสาเหตุของการคิดสั้น แต่ถึงอย่างไรวิลเลี่ยมยังมีกำแพงหนาขวางกั้นเกินกว่าโซโลจะเข้าถึงได้

*กำหนดวันที่ใกล้เข้ามาทุกขณะจึงเป็นดั่งจุดหมายปลายทางที่โชเฟอร์แท็กซี่อย่างโซโลไม่ต้องการไปถึง แต่จะทำเช่นไรในเมื่อนี่คือปลายทางแห่งเดียวที่ผู้โดยสารอย่างวิลเลี่ยมต้องการ

จากสองเรื่องแรกที่ให้ผู้ชมติดตามความเป็นไปของตัวละครซึ่งมีสถานะทางสังคมจำกัดว่าจะจัดการชีวิตตนเองอย่างไร คิดหวังและรู้สึกอย่างไรต่อเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามา มาถึง Goodbye Solo บาห์รานีผูกเรื่องให้มีมิติมากขึ้น มีปมเงื่อนให้เสาะค้น ทั้งยังมีแง่มุมและสัญลักษณ์ให้ตีความ-เชื่อมโยง

และครั้งนี้ไม่ใช่แค่ติดตามตัวละครว่าจะจัดการชีวิตตนเองอย่างไร แต่ตัวละครคิดจะเข้าไปจัดการชีวิตคนอื่นด้วย อย่างที่โซโลพยายามเข้าถึงวิลเลี่ยมและหาทางหยุดแผนการปลิดชีวิตตนเองของชายชรา

การที่บาห์รานี้กำหนดให้วิลเลี่ยมเป็นคนผิวขาวโดยถือเป็นครั้งแรกที่มีคนผิวขาวเป็นหนึ่งในตัวละครนำ ทำให้มุมมองของเขามีขอบเขตเกินกว่าการพูดถึง “คนต่างถิ่น” ในปริมณฑลแห่งความฝันแบบอเมริกัน หากขยับขยายไปยังสังคมอเมริกันโดยรวม ซึ่งผู้คนจำนวนมากต่าง “หลุดลอย” ออกห่างพื้นฐานชีวิตตนเอง

อันที่จริง หนังของบาห์รานีมีแก่นสารว่าด้วยการหลุดลอยจากพื้นฐานชีวิตอยู่แล้วโดยนำเสนอผ่านการโยกย้ายถิ่นที่อยู่และความสัมพันธ์ในครอบครัวซึ่งตกหล่น-ขาดหาย (เรื่อง Man Push Cart ตัวละครถูกกีดกันไม่ให้พบลูก ส่วน Chop Shop ตัวละครเป็นเด็กกำพร้า) แต่เมื่อหนังทิ้งร่องรอยไว้ว่าตัวละครผิวขาวอย่างวิลเลี่ยมมีเงื่อนปมชีวิตในทำนองเดียวกัน ขณะที่ตัวละครผิวดำอย่างโซโลพยายามประคับประคองครอบครัวที่ประกอบด้วยเมียกับลูกชาวเม็กซิกัน ทั้งยังต้องส่งเงินไปให้ครอบครัวที่อยู่ห่างไกลในเซเนกัล

ภาพความหลากหลายทางเชื้อชาติจึงถูกโยงเข้าหากันกระทั่งชวนคิดว่าบาห์รานีไม่ใช่แค่สื่อถึงสังคมอเมริกัน แต่กำลังพูดถึงสังคมโลกซึ่งผู้คนต่างกลายเป็นคนต่างถิ่น-แปลกทางซึ่งหลุดลอยจากพื้นฐานชีวิต

ตัวละครวิลเลี่ยมที่หนังให้แบ็คกราวด์ว่าเคยอยู่ในแก๊งช็อปเปอร์มาก่อน คำนวณจากอายุของเขาแล้วชวนให้นึกถึงภาพเสรีชนบนหลังมอเตอร์ไซค์อย่างในเรื่อง Easy Rider (1969) ผู้เป็นขบถต่อสังคมยุคทศวรรษ 1960-1970 ที่เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย ความรุนแรง ความฟุ้งเฟ้อ และความปลิ้นปล้อนหลอกลวง

ผ่านมาถึงตอนนี้ เสรีชนที่ยังหลงเหลืออย่างวิลเลี่ยมราวกับพ่ายแพ้ต่อโลกที่ยังหมุนไปอย่างหมดรูป

น่าสนใจตรงที่การเสนอตัวเข้าช่วยเหลือวิลเลี่ยมของโซโลดูจะเป็นบทบาทที่ผิดที่ผิดทาง เพราะกลายเป็นว่าโซโลซึ่งเป็นทั้งคนต่างด้าว คนชั้นล่าง ด้อยโอกาส ปกติต้องดิ้นรนนำพาชีวิตตนเอง คราวนี้กลับเป็นฝ่ายฉุดดึงชีวิตคนอื่น แถมใครคนนั้นเป็นผู้ที่มีสถานะเหนือกว่าไม่ว่าจะมองมุมไหน

เป็นการช่วยเหลือซึ่งถึงอย่างไรโซโลก็ยังคงความเป็น “คนนอก” ที่ไม่อาจเข้าถึงและเข้าไปจัดการตัวแทนของสังคมอเมริกันอย่างวิลเลี่ยมได้ เหมือนเช่นตำราพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่โซโลต้องท่องจำไปสอบสัมภาษณ์เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารว่า เขาไม่มีหน้าที่วินิจฉัยความป่วยไข้ นอกจากช่วยชีวิตในเบื้องต้นเท่านั้น

เมื่อปลายทางมาถึง...ความป่วยไข้บางอย่างจึงผลักให้วิลเลี่ยมแสดงเจตจำนงเสรีครั้งสุดท้าย ณ สถานที่ที่เรียกว่า โบลอิ้ง ร็อค หรือโขดหินบนหน้าผาซึ่งว่ากันว่าหากโยนอะไรลงไปลมจะหอบกลับขึ้นมา เช่นในตำนานว่าลมกระโชกแรงด้านล่างได้พัดพาอินเดียนแดงคนหนึ่งกลับสู่อ้อมกอดของคนรัก

สำหรับวิลเลี่ยมผู้หลุดลอยจากพื้นฐานชีวิต การตัดสินใจครั้งนี้อาจด้วยความหวังว่าสายลมจะช่วยพัดพาเขากลับคืนสู่อ้อมกอดของใครบางคน…สักที




Create Date : 27 มีนาคม 2553
Last Update : 27 มีนาคม 2553 15:48:29 น.
Counter : 2170 Pageviews.

6 comments
BlogBlog176(m31) อั้นมานานนม..ออกมาดูหนังในโรงกันได้แล้วจร้า..!! เริงฤดีนะ
(2 ต.ค. 2564 20:32:29 น.)
มหานครเมืองหลวง มหานครเมืองลวง comicclubs
(1 ต.ค. 2564 14:06:57 น.)
หนังจีนชุด : ตำนานอักษรกระบี่ (The Book And The Sword) 2002 ไต้หวัน จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ hamuhamoo
(9 ต.ค. 2564 16:24:46 น.)
8 หนังแนวเล่นเกมเอาชีวิตรอด! สมาชิกหมายเลข 5504973
(27 ก.ย. 2564 12:08:36 น.)
  
โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 27 มีนาคม 2553 เวลา:16:30:47 น.
  

ขอบคุณที่แนะนำหนังดีดีให้ชมเสมอค่ะ
โดย: อุ้มสี วันที่: 27 มีนาคม 2553 เวลา:21:58:05 น.
  
God is the way
The Truth
and The Life

when your life need miracal
Ask form him.. Then you will be
impress by its result as I do~!

what is the truth
if u ask me then
I will tell u that
it is GOD
โดย: da IP: 124.122.120.163 วันที่: 27 มีนาคม 2553 เวลา:22:00:24 น.
  

เคยดู man puch cart ค่ะ ชอบทีเดียว..
แต่ goodbye solo ยังไม่ได้ดู
โดย: renton_renton วันที่: 29 มีนาคม 2553 เวลา:12:47:55 น.
  
มาแล้ว มาแล้ว
วางแล้ว วางแล้ว
(แต่อย่าตกใจที่สีเพี้ยนมากกกกนะคะ )
โดย: ม่วนน้อย วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:12:24:52 น.
  
ยังไม่เคยดูครับ แต่อ่านจนจบ ประเด็นของหนังดูรุนแรงจังครับ โดยเฉพารตั่งแต่ย่อหน้าที่ 5 จากท้ายสุด
โดย: Seam - C IP: 61.90.110.219 วันที่: 10 เมษายน 2553 เวลา:10:04:33 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aloneagain.BlogGang.com

แค่เพียงรู้สึกสุขใจ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]

บทความทั้งหมด