Mel 10# มามะ พ่อแม่ลูกจับมือสู้กับปัญหาประจำวันในการใช้ชีวิต PR ที่ Melbourne กะว่าจะไม่เล่าเบื้องหลังความเหงาๆของภาพความสุขที่ลงไปในแต่ละ blog แต่ก็อดไม่ได้ อะนะ เพราะเราต้องใช้ชีวิตแบบนี้ทุกวัน เราก็ต้องช่วยกันผ่านไปให้ได้ ไม่งั้นมันจะหดหู่ไปเรื่อยๆ ไม่ดี ไม่ดีเน้อ ..ถ้าใครคิดว่าการมาใช้ชีวิตเมืองนอกคืออะไรที่ดีกว่า สวยงามกว่าเมืองไทย ..เราว่าในมุมมองของเราเองมันไม่ใช่ 100 % แต่มองในแง่บวกก็คิดได้ว่าเป็นการใช้ชีวิตที่แตกต่าง และ เป็นบทเรียนใหม่ๆทั้งนั้น ..ถ้าใครคิดว่าการได้ PR แล้วจะเริ่มต้นชีวิตครอบครัวแบบคนทำงาน ได้สนุกสนานเช่นเดียวกับตอนเป็นนักศึกษา oversea แต่นะ สำหรับคนโสดก็ว่าอีกเรื่อง ทำงานเก็บเงินให้ได้มากที่สุด ถ้ากลับไทยเมื่อไร ก็จะสบาย ...แต่มุมของเราคือมันแตกต่างอย่างมหาศาล ตอนเราเป็นนักศึกษาเลิก class ก็สังสรรกับเพื่อนๆต่างชาติบ้าง ไทยบ้าง เป็นนักศึกษาจะโดนมองในแง่ดี แต่พอมาเป็นแม่เข็นรถเข็นเด็ก ก็โดนมองอีกแบบนึงทันที เฮ้อ ..ถ้าใครคิดว่ามาให้เด็กๆเรื่มต้นการศึกษาที่เมืองนอกตั้งแต่เล็กๆจะดีมากๆ ..อืม อันนี้ให้รอการพิสูจน์อีกครั้ง แต่อย่าลืม คุณต้องเรียนรู้ใหม่หมดกับระบบการศึกษาของที่นี่ ตั้งแต่เรื่องเล็กๆอย่าง uniform ไปจนถึงการเรียน ที่เล่ามาแบบนี้เพราะว่าเจอมากับตัวเอง ทั้งที่ทำใจไว้ก่อนจะมาแล้วว่าอะไรจะเกิดก็จะทน ...แต่อะนะ พอเอาเข้าจริง มันเป็นเรื่องของจิตใจ แล้วเกี่ยวอะไรกับแม่ และ ลูกเคน ล่ะ ..ก็พี่เคน มีบทบาทหลักเป็นนักเรียน oversea ..แม่ มีบทบาทหลักเป็นแม่ ที่ต้องดูแลลูกเคนกะลูกเค ในต่างประเทศ บทบาทเราทั้งคู่ต่างกัน คนละเรื่อง แต่ปัญหาที่เจอสำหรับเราเหมือนกันคือ พี่เคน รู้สึก depress เพราะไม่สามารถโต้ตอบเพื่อนได้ดั่งใจตัวเอง และดั่งใจเพื่อน ดังนั้น อาทิตย์หลังๆ เคนบอกว่าเคนขอเล่นคนเดียว เพราะเพื่อนไม่ให้เล่นด้วย ก็..เค้าถามอะไรเคน เคนก็ไม่พูด แถมทำหน้า งง ๆ ก็เลยไม่รู้จะเล่นด้วยยังไง แม่..ภาษาก็คุยได้ไม่มีปัญหา แต่ไอ้ภาษาที่เก่งน่ะเป็นภาษในการทำงาน ไม่ใช่ภาษาที่ใช้ชีวิตประจำวัน ขั้นพื้นฐาน แบบพื้นฐานจริงๆเลยค่ะ งงค่ะ พอได้เอกสารมาอ่านแต่ละที อะไรหว่า ชั้นต้องทำไงล่ะ ตอนเช้าไปส่งเคนทุกวัน เราก็เป็นคนไทยที่ติดนิสัยเจอใครก็ยิ้มให้ ฮ่าๆ แล้วก็พบว่ายิ้มให้ตอไปหลายตอ คือยิ้มไปไม่ยิ้มตอบ แถมทำตัวไม่เห็นแม่หัวดำๆที่ส่งยิ้มให้ โห..เราก้อเสียเซลฟไปเลย เศร้าง่ะ ![]() รู้เลยว่าคนเหล่านี้ไม่ชอบคบหาสมาคมกับคนผิวอื่น กะว่าทำใจได้แล้วแต่ก็อดไม่ได้ แต่ก็มีแม่ออสซี่อีกหลายคนที่น่ารักและดีมากๆ ยิ้มให้ทักทาย พอให้เราพอมีใจอยากไปรับ-ส่งเคนไปโรงเรียนบ้าง แต่หลังๆรู้สึกเรายืนเป็นตอไม้ยังไงไม่รุ โฮ โฮ ลองเข้าไปชวนคุย แม่ๆก็ไม่กล้าสบตาด้วย สงสัยกลัวเรากัด ฮี่ ฮี่ ![]() หลังๆใช้เทคนิค ขอเข้าร่วมกิจกรรมกับโรงเรียน ถ้าเราไม่กล้าตอนนี้เราจะไปกล้าตอนไหนละ เราก็ไม่ได้มีใครเลยที่นี่และไม่คนรอบตัวเป็นฝรั่งที่จะช่วยเป็นตัวต่อให้เราอีกที และที่สำคัญเพื่อที่เราเองจะได้รู้จักเพื่อนแม่มากขึ้น ก็ดีมากค่ะ ได้เพื่อนมา ถึงจะแค่ 3-4 คน และรู้เลยว่าแม่คนไหนเป็นแม่แบบที่ไม่เอาคนเอเชีย เราก็ไม่เข้าไปยุ่งเลย คิดค่ะว่า "เชอะ เธอเป็นใครชั้นไม่สนแล้ว ชั้นคุยกับแม่ๆคนอื่นๆก็ได้ ถึงลูกชายเธอจะดีกับลูกชั้น ชั้นก็จะดีกับลูกชายเธอต่อไป แต่กับแม่ ชั้นไม่สน เชอะ คนไทยสู้โว๊ย " (แหะๆ จริงๆเพราะได้เพื่อนแล้ว ก็เลยไม่ง้อพวกนี้ พยายามไปก็ไม่มีประโยชน์ แต่ลูกชายนิสัยน่ารักมากๆค่ะ เล่นและช่วยเคน) *** ขอย้ำนะคะว่าคนออสซี่ที่น่ารักมีมากมายนะคะ ส่วนที่เป็นแบบว่าก็มีอยู่ให้เราเจ็บปวดใจเรื่อยๆก็ไม่ใช่ไม่มี แต่อย่างที่พ่อบ้านว่าค่ะ อย่าไปสนใจเพราะเค้าก็เป็น nobody เวลาไปเมืองไทย ตอนนี้เราก็เป็น nobody สำหรับเค้าก็แค่นั้น *** ....แม่เลยรู้เลยว่าลูกเคนรู้สึกยังไงเวลาอยากเล่นกับเพื่อนแต่เพื่อนไม่เข้าใจ จริงๆเพื่อนเคนน่ารักมากๆทุกคน แต่เด็กก็คือเด็ก เวลาเล่นเพลินๆก็ลืมเพื่อนได้ อันนี้ไม่โทษกันแน่นอน ...แต่เราเองที่ต้องพยายามช่วยเคนให้รู้จักใช้ประโยคในการเล่นด้วยให้ได้ ... เคน.. ม๊าครับ เล่นไล่จับ เค้าเรียกว่าอะไรอะ ? แม่.. ?? ไม่รู้สิครับ chasing รึเปล่า ![]() เคน.. ไม่ใช่ เพื่อนไม่ได้พูดแบบนี้ แต่เคนฟังไม่ทัน เลยจำไม่ได้ครับ..แล้วถ้า แปะเค้าได้ เราเรียกว่าอะไรครับ ? แม่.. เอ่อ อ่า เด๋วพรุ่งนี้ม๊าจะไปยืนฟัง เคนกับเพื่อนเล่นนะตอนหลังเลิกเรียนแล้วจะมาบอกนะ ![]() แล้วก็รู้ว่า Play tiggy = เล่นไล่จับ (อันนี้ต้องรบกวนผู้รู้มาช่วยเขียนให้ถูกอีกทีค่ะ) Got cha(Get you)= แปะได้แล้ว โฮะ โฮะ ภาษาขั้นพื้นฐานเราเนี่ยห่วยแตกจริงๆ โฮะ โฮะ ไอ้คะแนน IETLS ที่ได้สูงๆมาเนี่ย เป็นประโยชน์ตอนทำงาน แต่ไม่มีประโยชน์เล้ยสำหรับการเป็นแม่เต็มตัว เพิ่งรู้ว่าการเป็นแม่บ้านต่างแดนของเรามันเงอะงะอย่างนี้เองคำว่า Production ![]() อ่า...เราคงเดาเองใช่ม๊าว่าเป็นการผลิต ผลิตอะไรซักอย่าง ช่ายมะ มาดูกัน ทุกอาทิตย์ เราจะได้รับ newsletter จากโรงเรียน เค้าจะแจกเพื่อให้ผู้ปกครองทุกคนรับทราบเรื่องราวของนักเรียนและโรงเรียนทุกอาทิตย์ และมีอะไรต้องการความช่วยเหลือจากแม่ๆอะไรบ้าง อ่านๆไป เค้าบอกว่าเด็ก Year 1 จะมี Production ก่อนโรงเรียนปิดเทอมเล็ก อืม คงให้เด็กๆแข่งกันผลิต เดาไปไกลว่าประดิษฐ์อะไรสักอย่างมาประกวด แต่ต่อมาก็ส่งมาบอกว่าต้องการแม่ๆไปช่วยทำ constume for production at.... เอ..ทำไมต้องมีชุดหว่า ถามเคน ว่าทำ production อะไรเหรอเคน เคนบอกว่าไม่รู้ครับ เอ่อ..ช่วยแม่มากเลยนะเรา ![]() **** สุดท้ายไปถามครู ครูบอกว่าเค้าจะมีการแสดงของทุกชั้นปี อ้อ ถึงบางอ้อแล้ววววว ดีใจจัง ![]() เราก็งง ว่าทำไมไม่ใช้คำว่า show ชั้นจะได้ไม่งงไง คำว่า Matinee ![]() อืม..ต่อมาก็ได้รับฟอร์มซื้อตั๋วไปดู production ของเราเองนั่นแหละ ไม่ไปได้มั๊ยเนี่ย คนละตั้ง 20 เหรียญ เอาน่า ต้องไป เอ..อีกละมันมี ช่วงบ่ายโมงเป็น Matinee (ทำไมครอบครัว สมบัติ เมทะนี มาแสดงถึงนี่เชียววว) หนึ่งทุ่มก็จะมีอีกรอบ เดาไม่ออก ค่ะ งง เมทะนี แปลว่าอะไรง่ะ ??? ก็เลยไปถามครูอีก ครูดีใจหายอธิบายยืดยาว จนเราจับความว่า มันคือการแสดงตอนกลางวัน มันไม่ใช่การซ้อมใหญ่ แล้วอะนะ เค้าอ่านว่า แมท ทิ นี่ ไม่ใช่ เมทะนี หรือ มาตินี่ อะไร หุ หุ ![]() แล้วก็อื่นๆอีกมากมาย ดีจังได้อังกฤษวันละคำของจริง ฮี่ ฮี่ เรื่องของเคนที่ต้องเล่นคนเดียว ทำให้เราสะเทือนใจมาก เพราะว่าเค้าเองก็ไม่ได้อยากมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ต้น แต่เค้าบอกว่าเค้าก็ไม่อยากให้ป๊ามาที่นี่คนเดียว เค้าก็จะโอเคที่จะมาด้วย ซึ้งมั๊ยล่ะ ลูกฉัน เพราะการเสียสละของเค้าเนี่ยแหละ ที่ทำให้เราสองคนพยายามช่วยเค้า แม่ไปหาครูประจำชั้นแล้วเล่าเรื่องราว เพื่อจะได้ช่วยกัน ครูก็น่ารักค่ะ เค้าบอกว่าเด๋วเค้าจะช่วย remind เด็กๆให้อีกที แต่เด็กที่นี่น่ารักทุกคนนะ อาทิตย์ต่อมา เคนเลยได้เรียน ภาษาอังกฤษเพิ่มเติมกับ 1:1 เพิ่มอีก 1 ชั่วโมงกับครูอีกคน เพื่อเสริมด้านภาษา เราๆก็หวังว่าเห็นพัฒนาการเค้า ซึ่งครูทุกคนเองก็ชมว่าเคนเป็นเด็ก bright & fast learner .ตอนนี้กำลังปวดหัวกับ Holiday Program ว่าจะติดต่อยังไงให้เคนดี เพราะยุ่งยากมาก ตอนนี้นะคะ ผ่านไป 2 เดือนได้ เคนก็อุทานเป็นภาษาอังกฤษตลอดแล้ว Oops ! Oh My Gosh ( ไม่ใช่ Oh my god นะคะ สำเนียงเด็กๆไป) , yuck ! , yummy , Yee ha, Got cha ! ส่วนน้องเค เปรี้วยค่ะ เค้าจำจากแม่ค่ะเวลาใครเปิดประตูให้ แม่ก็จะบอก Thank you เด๋วนี้เธอก็ Thank you ให้ทุกครั้งค่ะเวลาใครเปิดปะตูให้เธอ และเธอก็จะ yummy แทนคำว่าอร่อยซะแล้ว และก็เริ่มปวดหัวเรื่องต้องศึกษาระบบ kindy ที่นี่ คุณแม่คนนึงแนะนำว่าให้ไปที่ Council แล้วขอข้อมูลเรื่อง kindergarten แล้วเด๋วเค้าจะให้มาเอง เราก็ดุ่มๆเข้าไปขอข้อมูลจริงๆนะ เค้า nice มากและให้ข้อมูลมาอ่านปึกเบ้อเร่อ *** ที่สำคัญแม่เค้าพูดถึง แครช (หาศัพท์ไม่เจอ ) Child Care , Play Group, Kindy ซึ่งเราต้องมาศึกษาอีกที เหมือนกัน *** ![]() หลังจากเราเริ่มรู้จักแม่เพื่มอีก 3-4 คน แม่ๆเหล่านั้นก็น่ารักใจหาย บอกว่าจะ set up morning tea กันนะ เพื่อจะได้รู้จักกันมากขึ้น Oh My Gosh! อย่าค่ะ อย่าาา อย่าทำอารายเพื่อช้านนนน ช้านกลัว ในที่นี้คือกลัวทำตัวไม่ถูกนะ แล้วไปเป็นดาวหรือไปเป็นตัวตลก ก็ไม่รุ โฮ โฮ วันนัดคือเมื่อวานนี้ค่ะไม่รู้จะไปศึกษาวัฒนธรรมคนอออสซี่ที่ไหนได้ทัน ก็เอาล่ะฟะ ตอบรับไปแล้วนี่ ก่อนวันนัดเนี่ย ถึงกับนอนไม่หลับเลยนะเออ ขออย่างเดียวเค้าอย่าลืมมาตามนัดแล้วกัน ซึ่งนัดกันที่โรงเรียนหลังจากส่งลูกๆเสร็จแล้ว ป.ล. เด๋วหาว่าไม่พูดถึงคุณพ่อบ้าน คือเค้ามีหน้าที่หลักในการหาเงินเข้าบ้านค่ะ เสาร์อาทิตย์ มีหน้าที่ entertain ลูกชายค่ะ พยายามพาเที่ยวนอกบ้าน แล้วก็สอนในสิ่งที่ลูกผู้ชายต้องเป็นน่ะค่ะ เป็นหลักค่ะ ![]() ![]() ![]() เมื่อถึงวันนัด เราส่งเคนเข้าแล้ว โรงเรียนเข้าแล้ว ไม่เห็นแม่ซักคนเลยง่ะ ซึ่งปกติก็จะอยู่ๆคุยกันต่อ ใจเต้นแล้ววว สงสัยเราจะดับก่อนเกิดซะแล้วเรา เฮ้อ ![]() แล้วก็เห็นแม่ที่ลูกอยู่ห้องเดียวหนึ่งคนที่เป็นหนึ่งในสมาคมน้ำชา ก็ค่อยโล่งอก เฮ้อ ลูกชายคนเล็กกลายเป็นเพื่อนกับน้องเค ไปเรียบร้อยแล้ว เค้าจะมาเล่นกับเค เพราะเคมักพกรถคันเล็กๆไปเล่นด้วย แม่ก็มาถามเราว่า แม่โบ ....เอ..เค้านัดกันวันนี้ไม่ใช่เหรอ แต่ทำไม่มีใครเลย หรือ ไปรอกันที่ร้านหนอ ? แม่เคน ....อืม ไม่รู้เหมือนกัน เพราะนัดเจอกันที่นี่ และยังไม่ได้คอนเฟิร์มร้านกันเลย จากนั้น แม่ก็ต่อสายแม่ด้วยกัน ระหว่างนั้นเราก็เริ่ม เฮ้ย เราจะโดนอำมั๊ยว๊า ไม่หรอก โตๆกันทั้งนั้น ว่าแล้วก็ลงเอยไปเจอกันที่ร้าน เฮ้อ เกือบดับตั้งแต่ไก่โห่ซะแล้ว คราวนี้จะจิตตกไม่เลิกแน่ ![]() แม่ที่มาก็มี 4 คน มีแม่โบ (ลูก 5) แม่ราชา (ลูก3) แม่คสา (ลูก2) แม่เจน (ลูก3) และแม่เคน ขอโทษค่า...แต่ละนางไม่ยอมแก่เลยนะค๊า จำนวนลูกไม่มีผลต่อหุ่นและความไม่ยอมแก่เลยค่าาา งุงิ ร้านที่ไปดื่มน้ำชากันเป็นร้านขายหนังสือ และมีคอฟฟี่ชอบเล็กๆอยู่หลังร้าน ให้คนที่มาซื้อหนังสือสามารถอ่านไปด้วย ดื่มชากาแฟไปด้วย พร้อมมีโซนเด็กให้เราปล่อยเด็กไปเล่นขณะที่แม่ๆ นั่งเมาท์กัน ซึ่งแม่ชาติไหนๆในโลกก็เหมือนกันหมดคือ เจอกันไม่ได้ต้องเมาท์เรื่องดารา การดูแลตัวเอง และก็สารพัดเรื่องของสาวๆที่ไม่ยอมแก่ แฮ่ๆ แม่ๆน่ารักทุกคน คุยกันอย่างสนุกสนาน ออกรสชาติมาก เค้าจะแค่ถามเรานิดหน่อยๆให้รู้ background แต่ไม่ซอกแซก จากนั้นก็เมาท์แตก คาแก้วกาแฟ ยังโชคดีที่เราเป็นคนชอบอ่านหนังสือพิมพ์จึงตามแม่ๆได้ทัน แต่บางครั้งไม่ทันก็ถาม เค้าก็จะช่วยกันอธิบาย มีอยู่มุกนึงที่เค้านั่งขำกันน้ำตาเล็ด แต่เรานั่งงง แม่ๆเล่าว่าเวลาไปต่างประเทศถ้าคนท้องถิ่นพูดภาษาอังกฤษแบบสำเนียงแปล่งๆห้ามหัวเราะต่อหน้านะ เค้าบอกว่าเค้าไปเจอมา ว่ามีผู้ชายมาถามเค้าว่า "Where is my dick (desk) ?" คือแทนที่จะออกเสียงว่า " desk" เค้าออกไม่ได้ เค้าออกเป็น "dick" ตลอด แม่ๆก็พยายามกลั้นไว้ ไม่หัวเราะเพราะสามีห้าม แต่เค้าทนไม่ไหวง่ะ ก็ขอก๊ากตอนหลัง เล่าไปหัวเราะไป แฮ่ๆๆ ลืมไปว่าเราไม่รู้ว่า "dick" มันคืออะไร ? แม่เล่าว่าวันนึงจัดงาน แล้วก็มีผู้ชายเดินมาถามเค้าแบบนี้ man : ขอโทษครับมาดาม ไม่ทราบว่าบักหำน่อยของผมอยู่ไหน ??? (Where is my dick ?) mum : ฮ๊า ????? ![]() man : บักหำน่อยของผมน่ะครับ ? (My dick?) mum : เอ่อ..อ่า..อ่า..อ่า ระหว่างนั้นเอง คุณผู้ชายเห็นท่าไม่ดีก็เลยเข้ามายื่นมือช่วย dad : นี่ครับ มาทางนี้โต๊ะคุณอยู่ทางนี้ man : โอ้ ขอบคุณมากครับ จากที่ mum อ้าปากด้วยความงง ก็เปลี่ยนเป็นระเบิดเสียงหัวเราะในความไม่รู้เรื่องของตัวเองว่า ผู้ชายคนนั้นจะพยายามถามาว่า "Where is my desk ?" ไม่ใช่ " Where is my dick ?" mum บอกว่าเป็นบทเรียนจริงๆ ถ้าพ่อไม่เข้ามาช่วยคงต้องเรียกตำรวจมาจับคนบ้ากามซะแล้ว > ![]() mums ทั้งหลายก็พยายามอธิบายคำว่า dick ให้เราฟังพร้อมทำมือและท่าทางประกอบ .....Do u know the boy's peanut ? แล้วก็ใช้ท่าทางชี้ไปตรงนั้นให้เรารู้ความหมาย ...dick is a slang word for that one ! หลังจากเมาท์กันไปชั่วโมงก่าๆ คุณแม่ๆก็ต้องกระจายกันไปทำนู่น นี่ นั่น ต่อ แล้วก็ขอบคุณที่เรามา เราก็ขอบคุณเค้าเช่นกันที่ช่วยจัด morning tea เล็กๆน้ให้ ทำให้เรารู้จักแม่ๆหลายคนมากขึ้น และช่างน่ารักมาก ก่อนกลับเค้าถามว่า เค้าพูดกันเร็วไปมั๊ย เราเข้าใจมั๊ย เราก็บอกตรงๆว่าไม่เข้าใจทั้งหมด แต่เป็นเพราะเราอ่านหนังสือพิมพ์ทุกวันเราเลยรู้ในสิ่งที่เค้าพูดถึง ขอบคุณจริงๆค่ะ เรารู้สึกดีขึ้นมาก หลังจากที่ยืนหัวดำโด่เด่ อยู่ที่โรงเรียนโดยไม่รู้จักใครเลย ตอนนี้ก็มีเพื่อนให้เข้าไปทักทายแล้ว เง้อ ๆ *** บทเรียนของเราคือ เมื่อเราไม่กล้าเข้าไปผูกมิตรก่อน ก็ไม่มีใครเค้ากล้ามาคุยกับเรา เพราะเราเห็นคนเอเซียส่วนใหญ่จะอยู่คุยกันเอง 2-3 คน เหมือนสร้างเกาะป้องกันให้ตัวเองเล็กๆ แต่ถ้าเราทำแบบนั้นบ้างเราก็จะไม่มีเพื่อนไปตลอดชีวิต ตอนนี้เรามีเพื่อนทั้งแม่อินเดีย (ที่อินเดียประเทศเดียวเพราะเอเชียอื่นๆเค้าก็ไม่คุยกะเราอะ เราทักทาย เค้าทักกลับ แล้วก็ไม่เคยคุยต่อซักครั้ง เค้าเกาะกับกลุ่มเค้าเหนียวเลย 3 คน แงๆ ใครว่าแม่ออสซี่เป็นฝ่ายเดียว เอเซียก็เป๊น) และแม่ออสซี่ ซึ่งเป็นแม่ๆที่เราเดินไปทักด้วยตัวเอง หลังจากมองหน้าและเมินหน้ากันไปมาอยู่ 2 เดือน ส่วนคนไหนเป็นแบบนั้น เราก็ไม่ต้องสร้างความยาวต่อความสัมพันธ์ มันก็จะไม่ทำให้เราหดหู่มากมายที่เราต้องมีเพื่อนๆแม่ๆ เพราะลูกเราต้องอยู่โรงเรียนนี้ไปอีกนาน และโซนที่เราอยู่ไม่ใช่โซนของคนเอเซีย ดังนั้นอย่าแปลกใจว่าทำไมโรงเรียนนี้มีเด็กเอเชียน้อย และทำให้มีแม่ๆเอเชียน้อยตามไปด้วย ถ้าอยู่โซนเอเชียอยู่เยอะเราก็อาจจะทำความรู้จักแม่เอเชียด้วยกันไม่ยาก แต่ว่าน้องเคนมาเรียนแล้ว พยายามปรับตัวกับเพื่อนๆแล้ว คุ้นเคยแล้ว เราสองคนก็เลยคุยว่าเราคงไม่ย้ายไปอยู่โซนอื่นแล้ว จะรอจนกว่าพี่เคนได้อังกฤษปร๋อ และมั่นใจกว่านี้ ค่อยมาคิดอีกที ดังนั้นแม่ต้องอดทนเหมือนลูก และพยายามใช้ชีวิตอยู่กับมันให้ได้ เฮ้อ !ค่อยยังชั่วหน่อย หวังว่าเคนคงกล้าๆเหมือนแม่เค้าด้วยนะ เพราะเราก็สอนลูกว่าเห็นมะ หม่าม๊าไม่เคยมีเพื่อนเลย ตอนนี้ก็เริ่มๆมีบ้างแล้ว เราต้องกล้านะลูก เมื่อไรที่ลูกพูดอังกฤษเก่ง เพื่อนลูกจะเยอะมากกว่านี้แน่นอน สาธุ ![]() วันนี้หลังจากวันยกน้ำชา เอ๊ยวันดื่มน้ำชาไป 1 อาทิตย์ เราก็พาน้องเคไป Rocket Park มาก็เจอคุณแม่ที่อยู่โรงเรียนเคนพาลูกสาวมาเล่น เราก็เลยเข้าไป say hi! แม่คนนี้ตอนอยู่โรงเรียน ก็ไม่รู้จักกันนะแต่รู้ว่าลูกเค้ากะลูกเราเล่นด้วยกัน แต่อยู่คนละ year ตอนรอลูกก็ต่างคนต่างยืน มาวันนี้ใจกล้าหน้าด้าน เข้าไปทัก ทั้งๆที่ในใจก็กลัวเค้าไม่คุยด้วยนะ เฮ้อ ..คนเราน๊าคิดแย่ๆไว้ก่อนเลย ![]() เค้าก็ว่าเราหน้าคุ้นๆ เคยเจอกันที่ไหนรึเปล่า ? แป่ว ! ก็เจอที่โรงเรียนประถมไง๊ อ้อ มิน่าคุ้นหน้าจัง เค้าบอกว่าจำได้แล้วลูกไอกะยูเล่นกันด้วย น่านแหละๆๆ เล่นกันมาเกือบ 2 เดือนแล้ว เง้อ เง้อ จากนั้นเค้าก็ถามว่าเป็นไงบ้าง ก็เล่าว่าเจออะไรบ้าง เค้าก็สงสารเคนนะ แล้วเค้าก็คุยๆแนะนำๆ แล้วก็น่ารักมาก ก็เลยได้เพื่อนแม่คนใหม่อีกคนชื่อ สาหร่าย ลูกชื่อ เพชร อิ อิ ไม่เปิดเผยนามจริงๆ ค่ะ เป็นนามสมมติที่ใกล้เคียงภาษาอังกฤษที่ซู้ด หุ หุ เห็นมะ อย่ากลัว อย่ากลัว แม่ไทยสู้โว๊ย ![]() ![]() มาเล่าต่อไวไว นะค้าบกำลังเพลินเลยเชียว
สู้ตาย...... ![]() โดย: Vee - - - Knoi @^_^@ IP: 58.8.112.93 วันที่: 14 กันยายน 2550 เวลา:21:48:56 น.
สู้ๆค่ะ เราเองก็วางแผนจะมีลูกที่Aus ค่ะ ได้อ่านเรื่องการใช้ชีวิตคุณแม่ ที่Aus ของคุณแล้ว น่าสนใจมากค่ะ ขอสมัครเป็นแฟน ติดตามอ่านด้วยคนนะคะ โดย: Toktak IP: 58.110.187.11 วันที่: 15 กันยายน 2550 เวลา:19:42:36 น.
Pls check email ka... Y_Y
![]() โดย: Vee - - - Knoi @^_^@ IP: 58.8.105.148 วันที่: 15 กันยายน 2550 เวลา:21:28:41 น.
เขามาอ่าน blog ของพี่เป็นประจำคะ แต่ยังไม่เคยแสดงตัวตนเลย อิอิ
![]() ญ เป็นคนนึงคะที่คิดจะลองสมัคร PR แต่ว่าก็ยังไม่ได้เริ่มจริงจังกับ IELTS เลย เป็นกำลังใจให้ครอบครัวพี่ผ่านอุปสรรคทุกอย่างไปได้นะคะ โดย: yying IP: 125.24.83.100 วันที่: 15 กันยายน 2550 เวลา:23:59:00 น.
หลาน Tik
อาอยากให้เธอมองโลกในแง่ดีเข้าไว้ ปัญหาที่เจอดูแล้วยังน้อยนิด ยังต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ ในการปรับตัว คนที่เราเจอล้วนแปลกหน้าทั้งนั้นแล้วยังต่างทั้งภาษา วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ใช้ความดี ความมีมนุษยสัมพันธ์กับทุกๆคนที่พบ อันนี้อาว่าเธอมีอยู่ในตัวเธอแล้วละ อย่าเพิ่งท้อเสียก่อนนะจ้ะ อนาคตยังอีกยาวไกล Keep Walking โดย: nisa IP: 58.9.76.131 วันที่: 16 กันยายน 2550 เวลา:9:05:11 น.
โฮๆๆ ดีใจจังเลย มีคนเข้ามาแอบให้กำลังใจกันเพียบ
ทั้งที่เคยเป็นแฟนคลับแอบซุ่ม และ แฟนคลับเปิดตัว ยินดีต้อนรับทุกคนค่า และยินดีตอบทุกคำถามเกี่ยวกับการขอ PR นะคะ คุณ ญ และก็คำถามเกี่ยวกับการใช้ชีวิของเด็กๆในออสค่าคุณ Toktak เพิ่งหมดจากการใช้เวลาให้กับลูกสองสามีหนึ่งค่ะ ว่างเมื่อไรจะรีบ post ต่อนะคะ ![]() โดย: PinkPSP IP: 202.7.176.130 วันที่: 16 กันยายน 2550 เวลา:17:29:39 น.
สู้ๆน่ะติ๊ก เรารู้ว่าตัวเองสามารถอยู่แล้ว แต่อาจจะต้องใช้เวลาน่ะ
โดย: ant IP: 124.120.174.39 วันที่: 17 กันยายน 2550 เวลา:10:01:41 น.
หลังจากเอาไปดองตอน meeting น้ำชา ว่าจะเขียนให้จบ แต่ไม่จบซักที จนแฟนคลับหลังไมค์มาถามเลยต้องต่อจนจบ หลังจากขี้เกียจ งุงิ
![]() โดย: PinkPSP (BlackPSP
) วันที่: 21 กันยายน 2550 เวลา:10:49:56 น.ช่วงนี้ไม่มาอัพเลยนะคะ คิดถึงค่ะ
เป็นอย่างไรบ้างคะ มีส่งอัพเดทข่าวไปทางหลังไมค์นะคะ โดย: แอร์ IP: 58.97.62.27 วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:14:46:37 น.
สวัสดีค่ะน้องแอร์
ขอบคุณมากค่ะที่ส่งความคิดถึงและห่วงใยมาถึง พอดีเป็นช่วงที่น้องเคนปิดเทอมก็เลยไม่ค่อยว่างค่ะ แล้วก็มีเรื่องให้เซ็งๆพร้อมกันหลายเรื่อง สงสัยเหตุผลลึกๆอาจจะเป็นโรค home sick ของพ่อบ้านนะจ้ะ มันเลยพาลให้สิ่งที่กำลังสู้ๆพยายามกันอยู่เลยถดถอยน่ะ แต่ตอนนี้ดีขึ้นบ้างแล้วค่ะ ขอเวลาอีกแป๊ปแล้วจะมา update blog นะคะ ขอบคุณมาค่ะ โดย: PinkPSP IP: 202.7.176.132 วันที่: 9 ตุลาคม 2550 เวลา:4:10:13 น.
ช่วงเวลานี้ เป็นช่วงเวลาที่หนัก ต้องปรับตัวอย่างมาก ขอให้ประสบความสำเร็จ ว่าง ๆอาจกลับมาเที่ยวเมืองไทยบ้างก็ได้
โดย: ชัยวรรณ์ IP: 58.8.231.217 วันที่: 9 ตุลาคม 2550 เวลา:16:13:09 น.
เพิ่งได้เข้ามาอ่านค่ะ...คิดถึงพี่และครอบครัวจังเลยค่ะ...พี่ติ๊กเข้มแข็งดีเน๊อะ...อนาคตพี่เคน กับพี่เคคงเก่งมากแน่ ๆ เลย อ้อ...พี่โตฝากความคิดถึงด้วยเช่นกันและบอกให้สู้โว้ยด้วยค่ะ
![]() โดย: toomlaosder IP: 125.24.67.159 วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:9:34:25 น.
มาเอาใจช่วยอีกคนนะค๊า^^
พี่เคนสู้ๆๆ ![]() โดย: N'GiFT IP: 58.8.106.248 วันที่: 19 ตุลาคม 2550 เวลา:9:27:18 น.
|
บทความทั้งหมด
|


ลองเข้าไปชวนคุย แม่ๆก็ไม่กล้าสบตาด้วย สงสัยกลัวเรากัด ฮี่ ฮี่ 


ภาษาขั้นพื้นฐานเราเนี่ยห่วยแตกจริงๆ โฮะ โฮะ ไอ้คะแนน IETLS ที่ได้สูงๆมาเนี่ย เป็นประโยชน์ตอนทำงาน แต่ไม่มีประโยชน์เล้ยสำหรับการเป็นแม่เต็มตัว เพิ่งรู้ว่าการเป็นแม่บ้านต่างแดนของเรามันเงอะงะอย่างนี้เอง



วันนัดคือเมื่อวานนี้ค่ะ


ยังโชคดีที่เราเป็นคนชอบอ่านหนังสือพิมพ์จึงตามแม่ๆได้ทัน แต่บางครั้งไม่ทันก็ถาม เค้าก็จะช่วยกันอธิบาย 

เรารู้สึกดีขึ้นมาก หลังจากที่ยืนหัวดำโด่เด่ อยู่ที่โรงเรียนโดยไม่รู้จักใครเลย ตอนนี้ก็มีเพื่อนให้เข้าไปทักทายแล้ว เง้อ ๆ
*** บทเรียนของเราคือ เมื่อเราไม่กล้าเข้าไปผูกมิตรก่อน ก็ไม่มีใครเค้ากล้ามาคุยกับเรา เพราะเราเห็นคนเอเซียส่วนใหญ่จะอยู่คุยกันเอง 2-3 คน เหมือนสร้างเกาะป้องกันให้ตัวเองเล็กๆ แต่ถ้าเราทำแบบนั้นบ้างเราก็จะไม่มีเพื่อนไปตลอดชีวิต ตอนนี้เรามีเพื่อนทั้งแม่อินเดีย (ที่อินเดียประเทศเดียวเพราะเอเชียอื่นๆเค้าก็ไม่คุยกะเราอะ เราทักทาย เค้าทักกลับ แล้วก็ไม่เคยคุยต่อซักครั้ง เค้าเกาะกับกลุ่มเค้าเหนียวเลย 3 คน แงๆ ใครว่าแม่ออสซี่เป็นฝ่ายเดียว เอเซียก็เป๊น) และแม่ออสซี่ ซึ่งเป็นแม่ๆที่เราเดินไปทักด้วยตัวเอง หลังจากมองหน้าและเมินหน้ากันไปมาอยู่ 2 เดือน
ส่วนคนไหนเป็นแบบนั้น เราก็ไม่ต้องสร้างความยาวต่อความสัมพันธ์ มันก็จะไม่ทำให้เราหดหู่มากมาย








เป็นกำลังใจให้ครอบครัวพี่ผ่านอุปสรรคทุกอย่างไปได้นะคะ
ทั้งที่เคยเป็นแฟนคลับแอบซุ่ม และ แฟนคลับเปิดตัว ยินดีต้อนรับทุกคนค่า



มันเลยพาลให้สิ่งที่กำลังสู้ๆพยายามกันอยู่เลยถดถอยน่ะ แต่ตอนนี้ดีขึ้นบ้างแล้วค่ะ ขอเวลาอีกแป๊ปแล้วจะมา update blog นะคะ 

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [
อย่าเพิ่งท้อค่ะ สู้ๆ
เป็นกำลังใจให้น้องเคนด้วยนะคะ