Melbourne 13 # ช่วงเซ็งๆของชีวิตแม่บ้าน เพราะพ่อบ้านก็ทำงานทั้งวัน พี่เคนก็เรียนทั้งวัน เหลือ แม่กะลูกเคที่ตัวติดกันอยู่บ้านค่ะ @@@@ตอนนี้ ธันวาคม เข้าหน้าร้อนแล้ว แมลงวันที่นี่เยอะสมคำเลื่องลือจริงๆ ขนาดยังไม่ร้อนจัดๆแบบ 40 องศา แค่เดินเข็นรถเจ้าเค ก็แทบจะเข็นไป อ้าปากงับแมลงวันไปได้เลยนะเนี่ย ฮี่ ฮี่ แถมแดดแรงมากจนผิวคล้ำขึ้นทุกวันๆ มาวันนี้สิ่งที่อยากเล่า เป็นเรื่องของตัวเองซะมากกว่าค่ะ... ก่อนมานายฝรั่งก็ชมว่าพวกเราตัดสินใจได้กล้าหาญมากที่มีทุกอย่างที่เมืองไทยพร้อมแล้วละทิ้งตรงนั้นมาเริ่มนับ 0 ใหม่หมดทั้งที่มีลูกๆอีก 2 คน เค้าเรียกว่ามันเป็น Big Adventure ที่ต้องใช้ความเสียสละและ ความอดทนอย่างสูงมาก ....เค้านับถือๆ ...เราซึ่งตอนนั้นไม่รู้สึกอะไร แต่ก็กล้าๆกลัวๆ แถมภูมิใจไปกับคำชมเพราะฉันเป็นคนชอบเปิดรับและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ เรื่องนี้ฉันก็ถือเป็นการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆเช่นกัน...และ...ในเมื่อมาถึงจุดนี้แล้วก็ต้องลองดูละกัน ถ้าไม่ OK ก็กลับไปเริ่มต้นใหม่ที่เมืองไทยนะ..... ผ่านมา 5 เดือน... ก็คงเหมือนทุกคนในต่างแดนที่เหงา..เหงามาก...เหงาที่สุด... และการที่บอกว่าถ้าไม่ OK ก็สามารถกลับไปเริ่มต้นใหม่ที่เมืองไทย....ไม่ใช่แล้ว...มันถอยกลับไม่ได้เลย เพราะ "ลูก" เป็นเหตุผลหลักและใหญ่ที่สุด ....![]() วันนี้ไปนั่งเล่นบ้านพี่คนไทยที่แต่งงานกับฝรั่ง สามีเค้าบอกว่าพวกเรา 2 คนแน่มากๆที่ละทิ้งทุกอย่างแล้วมาที่นี่ และชื่นชมกับที่ต้องมีคนใดคนหนึ่งที่เสียสละอย่างมากในการทิ้งทุกอย่างเพื่อสนับสนุนอีกคน ...พี่เค้าก็เฉลยว่า...สามีเค้าบอกว่าเราเก่งนะที่ยอมคนเสียสละอย่างมาก ทิ้งงาน ทิ้งเงิน ทิ้งเพื่อน ทิ้งชีวิตเมืองไทย และทิ้งครอบครัวเพื่อมาอยู่ที่นี่ ...ทำไมหรือ ????? ก็เพราะที่ออส ไม่มีที่ฝากเลี้ยงเด็กราคาไม่แพงแบบเมืองไทย ดังนั้นผู้หญิงต้องทำหน้าที่แม่บ้านอย่างเดียว จนลูกเข้าเรียนตอน 5 ขวบ 3 ขวบส่งไป Occasional Child Care ได้แต่ที่นี่เปิดรับแค่ อาทิตย์ละ 1-2 วันๆละ 2-3 ชั่วโมง ค่าเลี่ยงคิดเป็นชั่วโมง....ดังนั้น แม่ไม่มีเวลาปลีกตัวไปไหน ไม่ว่าจะเรียน หรือ ทำงาน ....อืม..คุณต้องเสียสละงาน ประสบการ์ณ และความรู้ที่คุณมีทั้งหมดเพื่อเลี้ยงลูกและเป็นแม่บ้านเต็มตัว...คนที่ทำงานมาตั้งแต่จบเรียนและเป็น workaholic แบบฉัน ถึงกลับบ้าตาย....ทั้งที่แต่ก่อนเคยรบเร้าสามีว่าฉันอยากออกจากงานมานอนเลี้ยงลูกอยู่บ้านจังเลย...พอเจอของจริง..เครียดมากค่ะ เราต้องปล่อยเวลาถึง 2-5 ปีในการเป็นแม่บ้าน ....พ้นจากนี้ไปชีวิตแม่บ้านของเราจะเริ่มอะไรต่อไป นี่ ??? อืม...เมื่อคิดไม่ออกจะคิดไปทำไม ทำวันนี้ให้ดีที่สุดเพื่อรองรับอนาคตที่ยังไม่รู้จะดีกว่า ....อืมสรุปแล้ว สื่งที่สามีของพี่เค้าชื่นชมพวกเราเพื่อให้กำลังใจพวกเรา..กลายเป็นทำให้ตัวเราเองกลับคิดมากแฮะ แต่ก็แป๊ปเดียว.. เพราะคิดว่าเป็นเพราะปัญหาที่รุมเร้าเราอยู่ทำให้เราจิตอ่อนแอต่างหาก..แปรเปลี่ยนเสียงชื่นชมไปเป็นอย่างอื่นได้..แย่จริง.......นี่แหละคำชมคือดาบ 2 คมจริงๆ .....ดังนั้นไม่ว่าจะสามีหรือภรรยา ถ้าถูกเลือกที่จะเป็นผู้อยู่เบื้องหล้ง ขอให้คนที่อยู่เบื้องหน้าหันมาโอบอุ้มคนข้างหลังให้ดีนะคะ .แล้วพวกคุณจะมีกำลังใจต่อสู้กันต่อไปเพื่ออนาคตที่ดีต่อไป... ...บอกทุกครอบตรัวที่ขอ Offshore PR ที่ยกมาเป็นครอบครัวเลยนะคะ ว่า...กำลังใจให้กัน เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะฝ่าทุกปัญหาไปได้ค่ะ กอดกันเยอะๆ รักกันเยอะๆ เพราะอย่าลืมว่าคุณไม่มีใครที่เป็นครอบครัวของคุณที่นี่ เมื่อคุณตัดสินใจมาร่วมกัน จูงมือไปพร้อมกันค่ะ มาแล้วอย่าคิดถอยหลังเพราะจะเป็นบ่อเกิดของความเครียดดีๆนี่เอง สื่งที่เยียวยาความเครียดนี้ได้คือ ต้องให้ความอบอุ่นกันทั้งสองฝ่ายนะคะ อย่าอายที่จะรักกันค่ะ ...ระหว่างที่กำลังเซ็งๆกับชีวิต . เราเองไม่อยู่นิ่งเฉยค่ะ .มีกิจกรรมมากมายนะคะที่เราสามารถเลือกทำได้สำหรับคนที่เป็นแม่บ้านเลี่บงลูกเล๊ก .. 1. ไปเป็น helper ให้กับโรงเรียนลูกค่ะ เทอมนึงก็ช่วย 2 วันประมาณ 2 ชั่วโมง 2. เข้าร่วม Playgroup ที่วัดไทยค่ะ สำหรับลูกเล็กอาทิตยละครั้ง เราก็ได้เพื่อน ลูกก็ได้เพื่อน 3. ไปเป็นสมาชิก Toy Library เราต้องไปช่วยงาน Qtr ละครั้งค่ะ 4. ตระเวนพาลูกคนเล็กที่ยังไม่เข้าเรียนไป Park ต่างๆ ใกล้ไกล เลือกที่มี Playground เตรียมเลื่อและอาหารไปด้วย เล่นเหนื่อยก็นอนพัก พอได้นั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ ลมเย็นสบายๆ ทิวทัศน์สวยๆ ก็ทำให้ตกหลุมรัก Melbourne ได้เหมือนกันค่ะ 5. แม่เพื่อนลูกคนไหนชวนไปไหน ก็ไปกับเค้าเหอะ อย่าเขิน อย่าอายความเป็นเอเชีย 6. พาตัวเล็กไปห้องสมุด อาทิตย์ละ 2 วัน 7. ใครอยู่ Area ไหน พยายามหา Community House ของตัวเองให้เจอนะคะ เค้ามีกิจกรรมมากมายที่ให้เราเลือกทำให้เหมาะกับแต่ละคนค่ะ ส่วนตัวเองเลือกเข้า International Woman Group ค่ะ อาทิตย์ละ 1 วันๆละ 2 ชั่วโมง เค้าจะมาคุย มีกืจกรรมเล๊กๆของแม่บ้านด้วยกัน ก็เรียนรู้สังคมใหม่ๆของแม่บ้านต่างชาติไปอีกแบบค่ะ เห็นมะ...กิจกรรมเยอะแยะ ....แต่เหงาค่ะ ไม่ว่าจะอยู่กี่ปีๆ แม่บ้านไทยก็บอกว่าเหงาค่ะ ส่วนแม่บ้านที่ไม่มีลูก ก็จะทำงานประจำให้หายเหงาได้เยอะ แต่พี่เค้าก็บอกว่าก็ยังเหงาอยู่ดี ...นี่แหละค่ะที่เค้าว่ามีคนมากมายอยู่รอบตัวแต่ก็ยังเหงาได้...เพราะธรรมชาติของคนที่นี่มีความเป็นส่วนตัวสูงค่ะ ถึงจะเป็นมิตรแต่ความเอื้ออาทรก็ไม่ใช่แบบคนไทยค่ะ....ไม่ได้ขู่นะคะ...แต่ให้เตรียมใจเลยค่ะ อะไรที่คิดว่าทำอะไรให้เราคลายเหงาได้ ไม่ว่าหนังสือหรือ CD DVD หอบมาเถอะค่ะ อ้อ...อย่าลืมหนังสือสวดมนต์เล่มเล๊กๆนะคะ ช่วยเรามากเวลาเครียดๆค่ะ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ Pinkpsp มีปัญหาหลายเรื่องมารุมเร้า สิ่งที่ช่วยได้มากๆคือธรรมะค่ะ เราเคยช่วยคนอื่นแก้ไขปัญหาได้เป็นร้อยๆ แต่พอเจอของตัวเองกลับแย่ค่ะ... แต่พอเราปล่อยวางมันจะช่ายเราขึ้นได้เยอะค่ะ ปล่อยวางของตัวเองหมายถึงถ้าปัญหามันยังอยู่เราก็อย่าไปจมกับปัญหานั้นๆ แต่มองไปข้างหน้าว่าถ้าแก้ไขแบบไหนๆแล้วจะดีที่สุด ถูกต้องที่สุข ความสุขในใจก็จะตามมา ...แต่บางปัญหา พอปล่อยวางไปได้แล้วมันก็มีแตกหน่อให้เราต้องทดสอบจิตใจ สติ ปัญญาอยู่เรื่อยๆ .....พอมาอยู่ต่างแดน เพื่อนคู่คิด มิตรคู่ยาก ญาตพึ่งพาก็อยู่ไกล ทำให้ความโดดเดี่ยว มากัดกร่อนสติและปัญญาในการแก้ปัญหาไปได้มากเหมือนกันค่ะ ....ตอนนี้สวดมนต์ค่ะ หาอ่านบทความและตัวอย่างชีวิตของคนไปเรื่อยๆค่ะ ...ใครมี website บทความดีๆก็แนะนำกันบ้างนะคะ ..... ....เขียนมายืดยาว ...จบดื้อๆดีกว่าค่ะ แค่หวังว่าปัญหาต่างๆจะคลี่คลายด้วยการใช้สติที่ดี ปัญญาที่ดี ต่อไปค่ะ ยังมีอะไรอีกเยอะมากที่เราอยากทำและยังไม่ได้ทำ...พอมาอยู่ที่นี่แล้วอยากทำสิ่งเหล่านั้นมากเลย...ก็เพิ่งรู้ว่าเราปล่อยเวลาเสียเปล่าไปมากเหลือเกิน....รักเมืองไทยค่า ![]() เคยคิดจะไปใช้ชีวิตกับลูกที่ต่างประเทศเหมือนกันคะ แต่มาอ่านเรื่องราวของคุณแล้ว ขออยู่เป็นครูแก่ๆคนหนึ่งสอนหนังสือเด็ก จนกว่าจะเกษียณดีกว่าเพราะเป็นคนปรับตัวยาก แต่ก็เป็นกำลังใจให้คุณและครอบครัวของคุณมีความสุขและความเข้าใจกันตลอดไปค่ะ
โดย: เม้ง IP: 117.47.68.100 วันที่: 7 ธันวาคม 2550 เวลา:13:56:45 น.
ยินดีที่ได้รู้จัก หัวอกเดียวกันค่ะ ย้ายมาอยู่ที่ซิดนีย์ปีกว่ายังปรับตัวไม่ได้เลย เหงา เบื่อ เช็ง ไม่มีเพื่อน เคยทำงานมาอยู่บ้านเลี้ยงลูกเฉยๆ
โดย: SwissSydney
วันที่: 7 ธันวาคม 2550 เวลา:17:53:09 น.สู้ๆๆๆๆ ค่ะ พี่ติ๊ก
![]() โดย: Vee - - - Knoi @^_^@ IP: 58.8.112.146 วันที่: 8 ธันวาคม 2550 เวลา:14:43:21 น.
กำลังใจ สติ และความอดทน ทำให้เราประสบความสำเร็จในทุก ๆ ด้านค่ะ.....สู้ๆๆๆๆๆ ค่ะ.......เป็นกำลังใจให้นะคะ ^ _ ^
โดย: Na IP: 203.170.144.1 วันที่: 9 ธันวาคม 2550 เวลา:10:10:45 น.
แนะนำ website เกี่ยวกับธรรมะค่ะ
//www.kanlayanatam.com โดย: Na IP: 203.170.144.1 วันที่: 9 ธันวาคม 2550 เวลา:10:32:11 น.
สวัสดีค่ะทุกคน
คุณเม้งคะ อย่าเพิ่งล้มความตั้งใจนะคะถ้าอยากมาจริง ๆ ศึกษาจากคนอื่นได้นะคะ แต่อย่าเพิ่งเอามาตัดทอนโอกาสตัวเองนะคะ...ไม่ลองก็ไม่รู้ค่ะ..ลองคิดอีกแง่นะคะว่าทุกโอกาสไม่ได้เกิดกับทุกคนนะคะ ลองคว้าดูมั๊ยคะ ...ขอบคุณสำหรับคำอวยพรค่ะ คุณ SwissSydney ค่ะ เป็นกำลังใจให้เช่นกันค่ะ ลองหากิจกรรมแบบ PinkPSP ทำดูนะคะ พอช่วยได้ค่ะ ที่ Melbourne มี Park สวยๆ ทีมี playground เยอะก็สามารถพาลูกไปได้เรื่อยๆค่ะ ไม่รู้ที่ Sydney มีแบบนี้เหมือนกันมั๊ยคะ ได้รู้จักเพื่อนคนไทยเพิ่ม 3-4 คน เราเลือกคนที่เราถูกชะตา ไม่จำเป็นต้องมีเยอะแต่เป็นคนที่เราถูกคอด้วยก็พอค่ะ น้องวี และ คุณ Na คะ ...จะสู้โว๊ยค่ะ อ้อ เข้าไปเยี่ยม website ที่แนะนำแล้วนะคะ ก็หวังว่าปัญหาที่รุมเร้าจะค่อยๆคลี่คลายด้วยสติ และธรรมะประจำใจค่ะ ![]() โดย: PinkPSP IP: 202.7.176.131 วันที่: 9 ธันวาคม 2550 เวลา:16:22:22 น.
พี่ติ๊กสู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทุกอย่างเราต้องทำได้
เอ่อออ ว่าแต่ว่าพี่ติ๊กจำเค้าได้เป่าเนี่ยยยยย โดย: Nok- - -Knoi IP: 203.147.11.162 วันที่: 11 ธันวาคม 2550 เวลา:12:51:42 น.
ขอให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีนะคะ ทุกปัญหามีทางแก้ค่ะ เอาใจช่วยค่ะ
ป.ล. ตอนนี้แอร์ประเมิน skill ผ่านแล้วค่ะ เตรียมยื่นเพื่อขอ วีซ่าแล้วค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อมูล และความช่วยเหลือค่ะ โดย: แอร์ IP: 58.9.176.205 วันที่: 11 ธันวาคม 2550 เวลา:19:11:57 น.
อดทน.. อดทน.. อดทน..
ใครว่าเพื่อนอยู่ไกล.. ส่งเสียงเรียก เดี๋ยวก็มาแล้ว โดย: twojay
วันที่: 16 ธันวาคม 2550 เวลา:6:37:06 น.สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆ ค่ะ ชาว YORK ยังคิดถึงพี่ติ๊กอยู่เหมือนเดิมค่ะ
โดย: Kani = Puu IP: 198.36.95.13 วันที่: 2 มกราคม 2551 เวลา:13:07:28 น.
คิดถึง พี่ติ๊กมากเลย สู้ ค่ะ
โดย: Tee IP: 198.36.95.12 วันที่: 2 มกราคม 2551 เวลา:17:24:03 น.
ขอบคุณมากๆๆค่ะ น้องปู น้องตี่ สิ่งหนึ่งที่พี่ภูมิใจและดีใจที่สุดในชีวิตคือ ไม่ว่าจะทำงานที่ไหน พี่มักจะได้กัลยาณมิตรเสมอเลย จึงทำให้ทำงานสนุกและมีความสุข แม้กระทั่งเราไม่ได้ทำงานแล้ว เราก็กลายเป็นพี่เป็นน้องต่อไป คิดถึงนะคะ
![]() โดย: PinkPSP (BlackPSP
) วันที่: 3 มกราคม 2551 เวลา:18:06:43 น. |
บทความทั้งหมด
|

เพราะพ่อบ้านก็ทำงานทั้งวัน พี่เคนก็เรียนทั้งวัน เหลือ แม่กะลูกเคที่ตัวติดกันอยู่บ้านค่ะ @@@@
มาวันนี้สิ่งที่อยากเล่า เป็นเรื่องของตัวเองซะมากกว่าค่ะ...
ถ้าไม่ OK ก็กลับไปเริ่มต้นใหม่ที่เมืองไทยนะ..
ผ่านมา 5 เดือน... ก็คงเหมือนทุกคนในต่างแดนที่เหงา..เหงามาก...เหงาที่สุด... และการที่บอกว่าถ้าไม่ OK ก็สามารถกลับไปเริ่มต้นใหม่ที่เมืองไทย....ไม่ใช่แล้ว...มันถอยกลับไม่ได้เลย เพราะ "ลูก" เป็นเหตุผลหลักและใหญ่ที่สุด ....
เราต้องปล่อยเวลาถึง 2-5 ปีในการเป็นแม่บ้าน ....พ้นจากนี้ไปชีวิตแม่บ้านของเราจะเริ่มอะไรต่อไป นี่ ??? อืม...เมื่อคิดไม่ออกจะคิดไปทำไม ทำวันนี้ให้ดีที่สุดเพื่อรองรับอนาคตที่ยังไม่รู้จะดีกว่า ....อืมสรุปแล้ว สื่งที่สามีของพี่เค้าชื่นชมพวกเราเพื่อให้กำลังใจพวกเรา..กลายเป็นทำให้ตัวเราเองกลับคิดมากแฮะ แต่ก็แป๊ปเดียว.. เพราะคิดว่าเป็นเพราะปัญหาที่รุมเร้าเราอยู่ทำให้เราจิตอ่อนแอต่างหาก..แปรเปลี่ยนเสียงชื่นชมไปเป็นอย่างอื่นได้..แย่จริง.......นี่แหละคำชมคือดาบ 2 คมจริงๆ
อะไรที่คิดว่าทำอะไรให้เราคลายเหงาได้ ไม่ว่าหนังสือหรือ CD DVD หอบมาเถอะค่ะ อ้อ...อย่าลืมหนังสือสวดมนต์เล่มเล๊กๆนะคะ ช่วยเรามากเวลาเครียดๆค่ะ
ช่วงนี้เป็นช่วงที่ Pinkpsp มีปัญหาหลายเรื่องมารุมเร้า สิ่งที่ช่วยได้มากๆคือธรรมะค่ะ เราเคยช่วยคนอื่นแก้ไขปัญหาได้เป็นร้อยๆ แต่พอเจอของตัวเองกลับแย่ค่ะ... แต่พอเราปล่อยวางมันจะช่ายเราขึ้นได้เยอะค่ะ ปล่อยวางของตัวเองหมายถึงถ้าปัญหามันยังอยู่เราก็อย่าไปจมกับปัญหานั้นๆ แต่มองไปข้างหน้าว่าถ้าแก้ไขแบบไหนๆแล้วจะดีที่สุด ถูกต้องที่สุข ความสุขในใจก็จะตามมา ...แต่บางปัญหา พอปล่อยวางไปได้แล้วมันก็มีแตกหน่อให้เราต้องทดสอบจิตใจ สติ ปัญญาอยู่เรื่อยๆ .....พอมาอยู่ต่างแดน เพื่อนคู่คิด มิตรคู่ยาก ญาตพึ่งพาก็อยู่ไกล ทำให้ความโดดเดี่ยว มากัดกร่อนสติและปัญญาในการแก้ปัญหาไปได้มากเหมือนกันค่ะ ....ตอนนี้สวดมนต์ค่ะ หาอ่านบทความและตัวอย่างชีวิตของคนไปเรื่อยๆค่ะ 






คุณเม้งคะ อย่าเพิ่งล้มความตั้งใจนะคะถ้าอยากมาจริง ๆ ศึกษาจากคนอื่นได้นะคะ แต่อย่าเพิ่งเอามาตัดทอนโอกาสตัวเองนะคะ...ไม่ลองก็ไม่รู้ค่ะ..ลองคิดอีกแง่นะคะว่าทุกโอกาสไม่ได้เกิดกับทุกคนนะคะ ลองคว้าดูมั๊ยคะ ...ขอบคุณสำหรับคำอวยพรค่ะ


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [