การ์ตูนและนวนิยายกับการเขียน
ความคิดที่จะเขียนเรื่องนี้ของผมเริ่มจาก เมื่อสักประมาณปลายสัปดาห์ก่อนผมได้รับอีเมล์จากเพื่อน ซึ่งในอีเมล์นั้นก็ได้แนบพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฉบับการ์ตูนมาด้วย







ภาพจาก oknation.net
ซึ่งผมเห็นว่านี่คือการใช้การ์ตูนให้เป็นประโยชน์อย่างมาก การ์ตูนสามารถสื่อความเข้าใจจากเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องง่ายได้ ดังนั้นจะเห็นว่าในช่วงที่ผ่าน ๆ มา จะมีการ์ตูนอย่างเช่น บทพระราชนิพนธ์คุณทองแดงฉบับการ์ตูน บทพระราชนิพนธ์พระมหาชนกฉบับการ์ตูนเป็นต้น ซึ่งตรงนี้ก็ต้องบอกว่าดีมากครับ เพราะทำให้คนไทยหลาย ๆ คนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือได้อ่านงานที่มีคุณค่า







ในปัจจุบันมีการ์ตูนซึ่งเป็นลักษณะที่สอนวิทยาศาสตร์ ไม่ทราบเคยเห็นกันไหมครับ (ส่วนผมรู้เพราะลูก ๆ ผมชอบอ่านครับ) เช่นเอาชีวิตรอดบนเกาะร้าง เอาชีวิตรอดในป่าลึก หรืออย่างนวนิยายนักสืบอย่างเช่นเชอร์ลอกโฮล์มก็ทำเป็นการ์ตูน ซึ่งต้องบอกว่าลูกทั้งสองคนของผมชอบมาก ไปร้านหนังสือทีไรก็จะต้องซื้อกันคนละเล่มสองเล่ม ซึ่งในสมัยผมเป็นเด็กไม่มีนะครับ


ภาพจาก teddygang.com


ตัวผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็ก ประมาณ ป. 3 นี่ก็อ่านหนังสือแตกแล้ว ถ้าจำไม่ผิดหนังสือนิยายเล่มแรกที่อ่านนี่คือ พล นิกร กิมหงวนของ ป.อินทรปาลิต (อันนี้คนที่เป็นเด็กรุ่นใหม่อาจไม่รู้จักแล้วนะครับ) จากนั้นผมก็อ่านเรื่อยมา เช่นเพชรพระอุมาของพนมเทียน และก็นิยายจีนกำลังภายของโก้วเล้ง กิมย้งนี่ก็อ่านมาจนหมดครับ ส่วนการ์ตูนก็มีนะครับ แต่จะเป็นพวกขายหัวเราะ หรือหนูจ๋า (หลายคนคงไม่รู้จัก) ผมมาเริ่มอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นอย่างที่เด็กสมัยใหม่อ่านกันนี่ตอนเรียน ป.ตรีครับ ในช่วงนั้นก็รู้สึกจะมีสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจเป็นเจ้าหลักครับ ที่ชอบอ่านก็เช่น โดเรมอน ดราก้อนบอล ซึบาสะ และซิตี้ฮันเตอร์ พวกเรายังรู้จักเรื่องพวกนี้อยู่ใช่ไหมครับ







ภาพจาก sarakadee.com


ภาพจาก mblog.manager.co.th

ประเด็นที่ผมต้องการจะสื่อในวันนี้คือ การ์ตูนมีประโยชน์ในการทำให้เรื่องยากเข้าใจได้ง่ายและอ่านสนุก ดังนั้นผมรู้สึกดีใจที่เด็กรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ที่มีประโยชน์ผ่านทางการ์ตูนได้ แต่สิ่งหนึ่งที่คุณจะไม่ได้จากการ์ตูนก็คือภาษาที่เป็นการบรรยาย เพราะการ์ตูนจะบรรยายเหตุการณ์ต่าง ๆ ด้วยภาพเป็นหลัก และนี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พวกเราหลาย ๆ คนที่อ่านแต่การ์ตูน เมื่อถึงเวลาที่ต้องเขียนหนังสือหรือรายงานจะทำได้ด้วยความยากลำบาก เพราะตัวเองไม่เคยได้สัมผัสว่าการบรรยายด้วยตัวอักษรนั้นเขาทำกันอย่างไร

จากประสบการณ์ของผมในฐานะที่เป็นอาจารย์ และควบคุมงานวิจัยมาเป็นสิบ ๆ ปี ผมพบว่านักศึกษาไม่ว่าจะเป็นระดับป.ตรี ป.โท หรือ ป.เอก มีปัญหานี้ครับ ซึ่งจากการสอบถามก็คือส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้อ่านหนังสืออื่น ๆ จะอ่านแต่ตำรา (ถูกบังคับให้อ่าน) และการ์ตูนเป็นหลัก ซึ่งหนังสือตำราบางเล่มที่วางขายกันในท้องตลาดก็อ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง บางทีก็ไปแปลฝรั่งมาทั้งประโยคโดยไม่ได้ขัดเกลาเลย

ดังนั้นผมจึงอยากจะเชิญชวนครับว่า นอกจากพวกเราจะหาความเพลิดเพลินจากการ์ตูนแล้ว ยังมีหนังสือนวนิยาย หรือความรู้ดี ๆ ที่ไม่ใช่การ์ตูนอีกมากมาย หนังสือเหล่านี้นอกจากจะให้ความบันเทิงแล้วยังให้ทักษะในด้านการบรรยาย การใช้สำนวนภาษาที่สละสลวย ซึ่งผมมั่นใจครับว่าจะช่วยให้ทักษะในการเขียนของพวกเราดีขึ้นอย่างแน่นอน

วันนี้คุณอ่านนิยายหรือยังครับ...





Create Date : 02 พฤษภาคม 2551
Last Update : 29 ธันวาคม 2551 14:33:35 น.
Counter : 1549 Pageviews.

3 comments
แอปเกษตรกร: วางแผนเพาะปลูกอย่างแม่นยำด้วยข้อมูลสภาพอากาศเฉพาะแปลง สมาชิกหมายเลข 7296353
(27 ก.ย. 2569 13:38:35 น.)
แจกภาพปฏิทินประจำวัน ครั้งที่ 63 (15-21 กันยายน 2569) ทองกาญจนา
(14 ก.ย. 2569 09:46:30 น.)
เมื่อคนจีน 69% มอง AI เป็น “ผู้ช่วย” แต่คนอเมริกันมองเป็น “ภัยคุกคาม” C6H5OH
(30 ส.ค. 2569 20:32:06 น.)
ค่าไฟอังกฤษยังไม่จบ! หน้าหนาวนี้อาจพุ่งอีก 9% และแพงต่อเนื่องอีกหลายปี C6H5OH
(29 ส.ค. 2569 19:24:51 น.)
  
เห็นด้วยนะคะ "การอ่าน" ช่วยพัฒนาทักษะภาษามากมาย และพัฒนาการคิดด้วยเช่นกัน เช่นตัวเรานี่ อยู่ต่างประเทศแรก ๆ ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง อย่างเช่น การจะตอบคำถามคนขายSubway จะเลือกขนมปังแบบไหน ใส่อะไร ฯลฯ ทำไมมันยากจริง เขาจะปรับเราตกไหม ถ้าตอบไม่ได้ ฮ่า ๆๆ

มีเพื่อนฝรั่งแนะนำให้อ่านหนังสือ เราก็ยืมหนังสือจากห้องสมุดมาอ่าน อ่านทุกวัน มันช่วยได้จริง ๆ เราได้เรียนรู้และพัฒนาแกรมม่า และคำศัพท์ใหม่ ๆ มากขึ้นและมากขึ้น
โดย: fulgurant วันที่: 17 พฤษภาคม 2551 เวลา:3:11:38 น.
  
ขอบคุณสำหรับความเห็นครับ สมัยที่ผมเรียนอยู่ต่างประเทศก็เช่นกันครับ ขนาดที่คิดว่าตอนก่อนไปเรียนภาษาอังกฤษก็พอใช้ได้แล้ว แต่พอเข้าฟังบรรยายนี่ตามไม่ทันเลย เพราะอาจารย์พูดเร็วมาก คือเขาไม่สนใจว่าคุณจะมาจากไหน พอคุณมาเรียนแล้วก็ต้องเข้าใจให้ได้ ผมก็ต้องอาศัยการอ่านหนังสือไปก่อนเข้าชั้นเรียนนี่แหละครับเป็นตัวช่วย
โดย: motokop วันที่: 18 พฤษภาคม 2551 เวลา:15:46:55 น.
  

Comment Hi5 Glitter


แวะมาเติมเต็มบล็อกเก่าหงะ

โดย: หอมกร วันที่: 4 พฤษภาคม 2552 เวลา:8:25:10 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Ajsarun.BlogGang.com

motokop
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]

บทความทั้งหมด