= = = แม่แป้น...ชวนไปตามล่าหาบัวผุด = = =

บอกไว้ล่วงหน้าว่าแท้จริงมันไม่ใช่บัวผุด มันเป็นกระโถนฤษีนะคะ แต่ก็มีเรื่องราวแหละ......อดใจรอนี้ดส์ นึง

========================



มาแล้วจ้ะมาแล้ว แม่แป้นมาตามสัญญา ก่อนจะโดนผู้ชมเขวี้ยงข้าวของขึ้นมา เริ่มเล่าละน้า...


อารัมภบท

เมื่อประมาณ 2 เดือนก่อนหน้านั้น พี่สาวแม่แป้นไปผ่าตัดต่อมไทรอยด์ที่โรงพยาบาล (.....เกี่ยวอะไร?...ใจเย็นๆ ค่ะค่อยๆ อ่านไป) แม่แป้นก็ไปนอนเฝ้าตอนกลางคืน ผลัดเวรกับพี่เขยซึ่งเฝ้ากลางวัน วันหนึ่งก็ซื้อนิตยสารไปอ่านด้วย จำชื่อหนังสือไม่ได้ว่า Young Traveller หรือ Trip Magazine แต่จำเรื่องราวได้ ภายในเล่มเป็นเรื่องของ "บัวผุด" ทางปักษ์ใต้ ที่ทีมงานย่องไปถ่ายภาพมา เขาซ่อนตำแหน่งแหล่งที่เป็นความลับสุดยอด นัยว่าพืชชนิดนี้เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เสียยิ่งแล้ว เรื่องราวของบัวผุดหาอ่านได้ที่นี่ค่ะ

.....กล่าวโดยสรุป "บัวผุด" เป็นดอกไม้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบ 1 เมตร เกิดในป่าลึก เป็นพืชกาฝาก อาศัยดูดกินอยู่ในเถาวัลย์ที่เรียกว่า "ย่านไก่ต้ม" สำหรับประเทศไทยพบอยู่แถวภาคใต้ และเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

อ่านไปแล้วแม่แป้นก็ฝันหวาน ว่าจะมีวันใดไหมหนอ??? ที่เราจะมีวาสนาได้เห็นบัวผุด



....แต่แล้ววันหนึ่งก็มาถึงแบบไม่ได้ตั้งใจ


ตอนที่ ๑: วาสนาแม่แป้น

วันนั้นเพื่อนชาวเยอรมันแวะเวียนมาหา เพื่อนคนนี้เมื่อตอนเรียนปริญญาตรีเคยมาฝึกงานกับที่ทำงานแม่แป้น เมื่อเขากลับไปเรียนโทต่อก็ขอกลับมาทำวิจัยที่เดิมอีก (สงสัยติดใจ) ฉะนั้นเขาจะรู้จักเชียงใหม่และประเทศไทยดีราวกับอ่านลายมือตัวเอง ตอนนี้เขาทำงานแล้ว หน้าที่การงานดีเสียด้วย จึงได้มาพักร้อนเมืองไทยปีละ 3-4 หนแน่ะ หนนึ้ก็หนึ่งในหลายหนที่เขาแวะมา เป็นวันอากาศค่อยคลายจากความหนาวของเดือนมกราคม

คุยไปคุยมาสารพัดเรื่องสุดท้ายก็มาถึงตรงที่ :

"...สัปดาห์ที่แล้วไอไปเที่ยวแถวอุทยาน.....(สงวนนาม) ไปเจอไอ้เจ้านั่นมา ยูเรียกอะไรนะ????...."

อนึ่ง....แม้สตีวี่ (นามแฝง) จะพูดไทยได้คล่องแต่กับแม่แป้นไม่รู้เวรกรรมอะไรเจ้าพ่อคุณต้องสปีคอิงลิชด้วยทุกที ก็ขาดๆ เกินๆ พอๆ กันแหละค่ะ คนนึงภาษาแม่คือเยอรมัน คนนึงภาษาแม่คือไทย ต่างฝืนใจมาสื่อสารด้วยอังกฤษ

"ต้นอะไรเหรอ?" ถามไปงั้นแหละ เพื่อให้การสนทนาดำเนินไป

"ต้นอะไรบางอย่างที่โผล่ออกมาจากดิน มันเป็นกาฝาก ไม่มีต้นไม่มีใบ ปีนึงออกดอกหนนึง ไอไปเจอมา"

อะจ๊าก!!!! สตีวีไปเจอบัวผุดมาเหรอ ตาร้อนมากกกกกกก !!!!!


รวบรัดตัดความไปว่าแม่แป้นได้แสดงความสนใจสุดขีดที่จะได้เห็นบัวผุด....ในความคิดของแม่แป้น (เพราะสวีวี่วีก็ไม่รู้เขาเรียกว่าอะไร) ต้นเรื่องก็เลยเขียนแผนที่ให้ กำชับนักหนาว่าเป็นความลับนะ ไม่อยากให้คนเห็นกันแยะ เดี๋ยวแห่กันไปเหยียบย่ำมันจะสูญพันธุ์ แถมด้วยคำพูดชวนใจท้อว่า

"ไอไปเห็นสัปดาห์ที่แล้วมันเริ่มโรยแล้วนะ ป่านนี้ไม่รู้มันแห้งหมดไปหรือยัง" แป่วววววววว....!

นี่ไงป่าของแม่แป้น
แต่แม่แป้นก็ยังใจสู้ ลุยต่อไปถึงไหนถึงกัน หนทางก็ไม่ไกลมากนักจากที่แม่แป้นอยู่ไปยังสถานที่ที่เขาพบ "บัวผุด" (ในความคิดของแม่แป้น)

กำ "ลายแทง" อันล้ำค่าที่สตีวีเขียนให้ มีสี่ซ้าห้าเส้น บอกว่า....จอดรถที่นี่...มีช่องเล็กๆ แถวลานจอดรถ (ลานจอดรถสำหรับคนไปเที่ยวอุทยาน)...เดินแทรกช่องที่ไม่น่าจะเข้าไปได้...แล้วก็เดินตรงไป...พบบันได...ขึ้นไป/ไม่ขึ้น? (ลืม!)...เลี้ยวขวา....เดินไปอีก...เจอไม้ล้มแยะๆ...เจอต้น Fig...แถวๆ นั้นแหละ มี 'บัวผุด'

ลุย...!!!!

บันไดทางขึ้นที่อุทยานฯ ทำไว้
เสาร์อาทิตย์นั้น แม่แป้นก็ไปตามที่บอกเป๊ะเลย จอดรถ เดินเข้าซอกลับๆ เจอขั้นบันไดดินที่อุทยานทำไว้ อ๊ะ...ง่ายดายกว่าที่คาด บรรยากาศแถวนี้สงบสงัดมาก ต่างจากแถวๆ ลานจอดรถที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน โดยเฉพาะวันหยุดแบบนี้ นกร้องจิ๊กจั๊กเป็นเพื่อน ดอกไม้ดอกไร่แถวนั้นพอหาได้ สวยงามดีค่ะ

แม่แป้นไปเจอะกระเช้าสีดา...นางแย้มป่า...ไม้เถาไม้ใบสวยๆ...เจอะหัวอะไรโตๆ คล้ายๆ หัวกลอย (ไม่ใช่ขี้ช้างนะ)...ดอกจิงจ้อ...เฟินหลายชนิด...ขอโทษด้วยค่ะถ้าขอดูหลักฐาน ถ่ายภาพมาเสียซะเป็นส่วนมาก เพราะมืดจริงๆ

หัวอะไรบางอย่างคล้ายๆ กลอย

จากบันไดที่ว่าเดินระหกระเหินต่อไปอีกค่อนข้างไกล พ้นจากบันไดไปก็เป็นทางราบๆ พบบ้านพักของคนงานป่าไม้ พ้นจากจุดนั้นไปก็เริ่มเปลี่ยวๆ (ชักหวั่นๆ เหมือนกัน) แต่มองไปรอบๆ ด้านพืชพรรณต้นไม้ต้นไร่ที่ยืนต้นเป็นเพื่อนก็ช่วยคลายเหงาได้ เดินมาไกลจนเริ่มรู้สึกว่า....ผิดทาง.... เริ่มย้อนคิดไปถึงคำพูดของสตีวี...จำไม่ได้ว่าเขาให้ขึ้นบันไดมาหรือเปล่า หรือเลี้ยวขวาก่อนบันได แต่เอ...ตะกี้ก่อนขึ้นบันไดมาก็ไม่เห็นจะมีทางแยกที่ตรงไหนอีก ก็เลยตรงมาเรื่อยๆ

ไม้เถาคล้ายๆ จิงจ้อ
พ้นจากแนวบ้านพักของคนงานอุทยานก็เป็นป่าล้วนๆ ดีหน่อยตรงที่มีทางเดินแคบๆ ให้ ทำให้ค่อยมีความรู้สึกน่าเดินหน่อย เป็น walking track สำหรับให้นักท่องเที่ยวเดินชมธรรมชาติของป่าเล่นๆ มีนกหลายชนิดให้ดู ต้นไม้ต้นไร่สวยๆ ...แต่....เวลามันก็เริ่มเย็นย่ำเสียแล้วสิ หน้าหนาวมันค่ำเร็วนิ เดินมาก็ตั้งไกลแล้วยังไม่มีวี่แววบัวผุดเลย


สภาพทางเดินที่พยายามหาบัวผุด


ระยะทางที่เดินไปตอนนั้นก็กว่า 2 กม.แล้ว เดินไปๆๆๆ จนเหมือนกับไปต่อไม่ได้แล้ว คือไปพบทางสามแพร่ง ทางซ้าย...คงจะพาเรากลับออกจากอุทยานไปสู่เมือง (แต่เราทิ้งรถยนต์ไว้ข้างหลัง)...ทางขวา...เป็นทางลง กลับตีย้อนไปเฉียงๆ กับเส้นที่เรามา สิ่งเหล่านี้ไม่มีในแผนที่ที่สตีวีเขียนให้ ทางซ้ายไม่น่าไปในความคิดของแม่แป้น เลยไปทางขวาดีกว่า อย่างเลวก็เดินย้อนมากลับทางเดิมที่เดินมา (กว่าจะถึงรถคงหกโมงเย็นหรือทุ่มนึงแน่ๆ ถ้าแบบนั้น) ก็ตัดสินไปลงไปทางขวา

เดินไปอีกพักใหญ่...ก็พบกองไม้ล้มกองใหญ่ โอ้โอ...คิดถึงคำพูดของสตีวีขึ้นมาได้ มันมีอยู่ในแผนที่ด้วยนะนี่ เริ่มมีกำลังใจ

กองไม้ล้มกองใหญ่

ความใหญ่ของท่อนไม้เทียบกับช้างน้อย
ตะกายป่ายปีนข้ามกองไม้กองนี้ไป เลื่อยมาคงทำบ้านได้สัก 1 หลังแน่ๆ เห็นร่องรอยคนข้ามกองไม้ซะเกลี้ยงทีเดียว แสดงว่ามีคนผ่านแยะนะนี่...มีกำลังใจ!

จากกองไม้ก็เดินต่อไป ต่อไป... ต่อไป... และต่อไป มองสองฟากทางไปพลางเผื่อจะเจอร่องรอย 'บัวผุด' แต่กลับไม่เจอะอะไร เจอะแต่เฟินงามๆ หลายสิบชนิด ทั้งเฟินหางไก่ ย่านลิเภา ลูกไก่ดำ โชน ก้านดำ นาคราช ฯลฯ เพลิดเพลินดี (ถ้าขาไม่ล้าจนแทบยกไม่ขึ้นแบบนี้)

เฟินข้างทางกระแตไต่ไม้ หรือกูดเวียนไม่แน่ใจ

ตกลงวันแรกที่ไป ใกล้เคียงที่สุดคือเจอต้นไทรต้นใหญ่มาก 1 ต้น นับว่าใกล้เคียงที่สตีวีบอกว่ามีต้น Fig (เข้าใจว่าเจตนาจะเรียก Ficus ที่แปลว่าไทร...ก็อย่างว่าแหละ ไม่ใช่ภาษาพ่อภาษาแม่เรานี่นา) แสงก็หมดลงแล้ว คงไม่เวิร์คแล้วละ มองหาก็ไม่เห็น แม่แป้นใช้สัญชาตญาณเดินต่อไปข้างหน้า ไม่ได้ย้อนหลังกลับไปทางเดิม แต่สัญชาตญาณก็ถูกต้องเหมือนกันเพราะนำไปสู่บันไดดินได้เหมือนกัน....จากอีกเส้นทางหนึ่งวนเป็นวงกลมกับเส้นทางที่มา พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ค่ะ

อาทิตย์อัศดงเสียแล้ว


ตอนที่ ๒ : สู้อีกวัน...

แม้ว่าจะไม่พบในวันก่อนหน้าแต่แม่แป้นก็ยังไม่ยอมแพ้ค่ะ กลับไปนอนดูแผนที่ลายแทงฉบับสำคัญ พยายามหาจุดบอดว่าทำไมเราจึงไม่เจอวี่แววของ 'บัวผุด' พยายามคิดทบทวนคำพูดของสตีวี จนเริ่มเห็นร่องรอยความผิดพลาด วันที่ผ่านมาเราเดินจากตำแหน่ง 8 น. ตามเข็มนาฬิกาไปหาตำแหน่ง 16 น. ....จะเป็นอย่างไรถ้าเราลองเดินจาก 8 น. ย้อนเข็มไปหา 13 น. แล้วไอเดียก็ปิ๊ง...! แบบนี้น่าจะเวิร์ค

เช้านั้นแม่แป้นก็ออกเดินทางแต่เช้าหน่อย จอดรถที่เดิม เดินไปยังบันได แต่หนนี้ไม่ขึ้นบันไดค่ะ หาช่องทางเลี้ยวขวาให้เจอ (ซึ่งเจอจริงๆ) แล้วลัดเลาะไปเรื่อยๆ สภาพแวดล้อมคล้ายๆ เส้นทางเมื่อวาน รายละเอียดแตกต่างไปนิดหน่อย เช่น มีต้นไม้ล้มแยะขึ้น

ต้นไม้ล้มระหว่างทาง

ม่วงภูคำ ดอกหญ้าแสนสวย
เดินไปเรื่อยๆ เช้าๆ บรรยากาศดีกว่าเมื่อวาน พบดอก "ม่วงภูคำ" (ย่าดาสงเคราะห์ชื่อ) จำนวนมาก ออกดอกพร่างพราวสว่างตา รู้สึกเหมือนมีเพื่อนคอยให้กำลังใจระหว่างทาง เดินไปไม่นานก็ไปถึงต้นไทรกอใหญ่ต้นเดิม (แต่ระยะทางสั้นกว่าเมื่อวาน) ตามแผนที่แล้วถ้าไปถึงต้นไทรแสดงว่าเลยจุดที่ต้องการไปแล้ว ก็เลยย้อนมาใหม่

ต้นไทรต้นใหญ่แลนด์มาร์คของการเดินทาง
เดินกลับไปกลับมาแถวๆ 10 เมตรจากต้นไทร ตาก็มองสอดส่ายหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิตบางประเภทบนพื้นดิน พลาดไปนิดหนึ่งที่ไม่ได้ถามว่าอยู่ด้านซ้ายหรือด้านขวาของทางเดิน ก็มองหามันทั้งสองด้าน สตีวีพูดว่า ณ ตรงบริเวณที่มี 'บัวผุด' จะมีร่องรอยคนเดินนิดหนึ่ง แถมมีการเอากิ่งไม้ไปขัดทางเข้าไว้ แบบว่าป้องกันคนเข้าไป แม่แป้นก็สังเกตเป็นยิ่งแล้วก็ยังไม่เห็น

ระหว่างเดินสำรวจไปเรื่อยๆ ก็ครุ่นคิดถึงแมกกาซีนท่องเที่ยวเกี่ยวกับ "บัวผุด" ที่ได้อ่านมา ในนั้นกล่าวไว้ว่าบัวผุดเป็นพืชกาฝากที่อาศัยเกาะกินกับเถาไม้ชนิดหนึ่ง ภาษาปักษ์ใต้เรียก "ย่านไก่ต้ม" ลักษณะเป็นไม้เถาใหญ่ รูปร่างแบนๆ แข็งแรงล่ำสันมาก แล้วแม่แป้นก็มองไปมองมา เอ...เจ้าเถานั่นคล้ายๆ "ย่านไก่ต้ม" ที่ได้เห็นในรูปเหมือนกันนะ


เถาอะไรสักอย่าง ใหญ่และแบน แม่แป้นนึกว่าเป็นย่านไก่ต้ม


ที่จริงแล้วเจ้าย่านไก่ต้มก็คงมีอยู่แต่ทางปักษ์ใต้แหละค่ะ แม่แป้นออกจะเพ้อเจ้อใช้จินตนาการมากไปนิด เลยคิดว่าเจ้าเถาที่เห็นนั่นคือเถาย่านไก่ต้ม

ณ วินาทีนั้นเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่าจะเจอ "อะไร" แต่ก็เดินลงไปดู เถานี่มองๆ ไปเหมือนงูเหมือนกันนะ ความรู้สึกลึกๆ บอกตัวเองว่าสิ่งแวดล้อมแถวนี้ "เข้าท่า" มากๆ เลยล่ะค่ะ เคยไหมคะ...ในหลายๆ โอกาสเรารู้สึกว่ามันจะต้องมีอะไรสักอย่างที่สำคัญที่ตรงนี้ แม้ว่าจะใช่หรือไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการก็ตาม ความรู้สึกของแม่แป้นเป็นแบบนั้นแหละค่ะ


หรือจะเป็นย่านไก่ต้มจริงๆ
กรุณาสังเกตดีกรีความชันของพื้นที่ที่แม่แป้นยืนถ่ายภาพ



ลงไปดูๆ สักหน่อย ไม่เห็นมีร่องรอยคนเดินหรือกิ่งไม้พาดกันคนเข้าเลย มองๆๆๆๆ ไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง....











เห็นอะไรบางอย่างที่ใกล้ๆ เถาแบนๆ เถานั้น มองดูเป็นสิ่งของ...อะไรน่ะ


ก้อนอะไรบางอย่างที่พื้นก้อนดำๆ คุณคิดว่าอะไรคะ?



มองไปดีๆ เห็นเป็นรูปร่าง มีกลีบ มีดอกชัดเจน อะว้าววววว....นี่แหละค่ะสิ่งที่แม่แป้นตามหา


มองไปทั่วๆ บริเวณนั้น โอ้โห มันเคยเป็นแหล่งปาร์ตี้ของเจ้าดอกสีดำๆ นี่ ซึ่งแน่ละ ก่อนหน้านี้คงสดใหม่ เบ่งบานสดใส แต่ตอนนี้วัยเวลาได้ล่วงเลยไปทำให้มันดำเป็นมัมมี่แบบนี้ ก็ยังดี อย่างน้อยแม่แป้นก็ได้เจอ "สถานที่" ที่เคยมีผู้คนมาพบเจอ 'บัวผุด' ของแม่แป้น



จุดนี้เป็นแหล่งเดียวกับที่สตีวีบอก แต่แม่แป้นเข้ามาทางท้ายๆ ของบริเวณ เดินไปอีกนิดก็จะพบส่วนที่เขาเอาไม้มาขัดไว้กันคนเข้า มีรอยเท้าเปรอะๆ แม่แป้นยังมีความหวังอยู่กระปริ๊บ กระปริ๊บ ว่าอาจจะเจอะดอกสดๆ เป็นๆ ของ 'บัวผุด' บ้างก็ได้ ก็เลยเดินๆ หาไป บริเวณนั้นชันมาก พลาดนิดเดียวลงไปนอนก้นเหวแน่ แถมไปคนเดียวเสียด้วย จนเน่าขึ้นอืดละมั้งกว่าคนจะมาพบ



ลัดเลาะมองหาไปเรื่อยๆ



....โชคของแม่แป้นก็ยังพอมีอยู่บ้าง นั่นไงคะ ดอก "เกือบสด" 1 ดอกตั้งตระหง่าน แม่แป้นเลยระดมกดชัตเตอร์แทบจะทุกมุมมอง แม้ว่าจะมืดไป ลองใช้แฟลช ไม่ใช้แฟลช ใช้ขาตั้ง ไม่ใช้ขาตั้ง ฯลฯ หลายออพชั่น ได้ภาพพอดูได้มาแค่นี้ค่ะ นี่แหละ 'บัวผุด' ของแม่แป้น



บัวผุดของแม่แป้นที่แท้จริงแล้วคือ "กระโถนฤษี"


...กระโถนฤษี



หลายวันถัดมานำกระทู้ไปโพสไว้ที่บ้านน้อยหลังนี้สุขีเสียจริง (PlantLovers ) คุณเสือจุ่นก็เข้ามาตอบว่าแท้จริงแล้วดอกนี้เขาคือ "กระโถนฤษี" หาใช่บัวผุดไม่ บัวผุดดอกจะโตกว่านี้มาก เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ฟุตถึง 1 เมตร แล้วไม่พบทางเหนือของประเทศไทยเลย พบอยู่ทางปักษ์ใต้นู่น...

ถึงแม้จะไม่ใช่บัวผุด แต่แม่แป้นก็ภาคภูมิใจในความพยายามครั้งนี้ค่ะ เอาไว้ปีหน้าจะไปเนิ่นๆ หน่อย จะได้ภาพดอกสดๆ มาเชยชม จะได้รู้ด้วยว่าที่เขาพูดว่ากลิ่นมันตลบอบอวลชวนเหียร อันเป็นกำเนิดของคำว่า "กระโถนฤษี" นั่นแหละค่ะ


========ขอได้รับความขอบคุณค่ะ======








Create Date : 23 สิงหาคม 2548
Last Update : 21 มกราคม 2550 13:59:43 น.
Counter : 496 Pageviews.

30 comments
หักเหลี่ยมร้ายซ่อนลายรัก (เปิดจองรูปเล่ม) lovereason
(20 ก.พ. 2562 09:02:30 น.)
ทีวีอนิเม หน่วยผจญคนไฟลุก ประกาศผู้ที่มารับบทเป็น Joker iamZEON
(12 ก.พ. 2562 16:25:58 น.)
นุ่งซิ่นชวนแว้นคลายร้อน ตะลีกีปัส
(11 มี.ค. 2562 12:44:10 น.)
--- น ก แ ส ก --- ภูเพยีย
(11 มี.ค. 2562 10:24:51 น.)
  
ขอมาปูเสื่อนั่งคอยละกันะคะ
โดย: ป้าแจ๋วแหวว วันที่: 23 สิงหาคม 2548 เวลา:9:50:44 น.
  
นั่งๆนอนๆรอชมครับ...ฮิๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
โดย: Zantha วันที่: 23 สิงหาคม 2548 เวลา:11:00:54 น.
  
โดย: เ ม ฆ ค รึ่ ง ฟ้ า วันที่: 23 สิงหาคม 2548 เวลา:11:53:38 น.
  
รอ..... ร๊อ..... รอ....
โดย: พี่หนูค่ะ IP: 203.148.138.68 วันที่: 23 สิงหาคม 2548 เวลา:12:55:07 น.
  
มานอนรอดู...ด้วยคนค่ะ..
โดย: ว่าน วันที่: 23 สิงหาคม 2548 เวลา:14:09:25 น.
  
โอ้ โห.............!!!!!

ท่านผู้ชมมารอกันตรึ้มมมม.....

ไม่ได้การเดี๋ยวคืนนี้จำเราต้องรีบลงรูปลงเรื่อง
ชักช้ามิได้ ฉลองพระบาทจะลอยขึ้นมาบนเวที
แน่ๆ เลย
โดย: ศูนย์สองหก วันที่: 23 สิงหาคม 2548 เวลา:14:29:40 น.
  
แวะมาแอบดู..........ผุดรึยางๆๆๆ อิอิ
โดย: เจ้นก IP: 58.10.37.230 วันที่: 23 สิงหาคม 2548 เวลา:20:17:09 น.
  
ตามมาเป็นเพื่อนแม่แป้นจ๊ะ เดินนำหน้าเลยนะจ๊ะ อยากดูบัวผุดจังเลย
โดย: ป้าแจ๋วแหวว วันที่: 24 สิงหาคม 2548 เวลา:22:00:39 น.
  
มารอดูด้วยคน
โดย: P_ปรัชญา วันที่: 25 สิงหาคม 2548 เวลา:22:43:09 น.
  
เอ๊.....ผู้ชมเข้ามาอ่านไหมน้า


หนูขอนอนหัวค่ำ 1 วันค่ะ พรุ่งนี้มาเขียนต่อ


โดย: ๐๒๖ IP: 61.7.129.248 วันที่: 26 สิงหาคม 2548 เวลา:22:55:37 น.
  
....วันนี้เขียนจนจบแล้วค่ะท่านผู้ชม อ่านแล้วช่วยลงชื่อให้หนูหน่อยน๊า....
โดย: ศูนย์สองหก วันที่: 1 กันยายน 2548 เวลา:22:29:44 น.
  
มาดูทุกวันเลยว่าแม่แป้นมาเล่าต่ออีกรึยัง...
อ่านจบหมดแล้วค่ะ แปร่ะๆๆๆๆๆ เล่าเรื่องได้เก่งจัง

โดย: เจ้นก IP: 58.10.37.155 วันที่: 1 กันยายน 2548 เวลา:23:12:17 น.
  
ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น เมื่อวานมาลุ้นแล้วลุ้นอีก วันนี้เลยได้อ่านอย่างเต็มที่
ขอบคุณค่ะแม่แป้น ว่างๆขอรูปด้วยนะเจ้าค่ะ อย่างไงก็จะรอ เจ้าค่ะ เป็นกำลังใจให้ตลอดเจ้าค่ะ
โดย: ดอกฝิ่น IP: 62.252.128.27 วันที่: 2 กันยายน 2548 เวลา:0:37:26 น.
  

ขอบคุณค่ะเจ้นก...ผู้เกาะติสถานการณ์

ขอบคุณค่ะคุณพี่นันดอกฝิ่น....ย้าย host สำหรับเก็บภาพใหม่แล้วค่ะ โอสต์เดิมลุ่มๆ ดอนๆ คงเห็ฯภาพทั่วกันแล้วใช่ไหมคะ
โดย: ศูนย์สองหก วันที่: 2 กันยายน 2548 เวลา:12:01:00 น.
  
ยอดไปเลยจานศูนย์ ขยันแปะเจงๆ
โดย: 99smiles IP: 203.170.168.51 วันที่: 2 กันยายน 2548 เวลา:13:41:10 น.
  
ขอบคุณค่า ป๋ามาย....
โดย: ๐๒๖ IP: 61.7.130.87 วันที่: 2 กันยายน 2548 เวลา:19:50:32 น.
  
กระโถนที่ฤาษีใช้บ้วนน้ำหมากใช่ไหมแม่แป้น ถึงได้เลอะน้ำมาเขรอะ ขนาดนี้ง่ะ อิอิ
โชคดีจังได้เห็นของจริง ย่าอยากไปตามล่ามั่งจังอยากเห็นของจริงง่ะ
โดย: ย่าดา IP: 58.10.183.233 วันที่: 5 กันยายน 2548 เวลา:15:10:06 น.
  
กระโถนแบบว่าฤษีขี้เกียจลุกขึ้นเข้าห้องน้ำกลางคืน
แบบนั้นแหละค่ะ ย่าขา

อยากรู้จริงๆ กลิ่นสักขนาดไหน ดอกโรยๆ นั่นดมดู
ก็ไม่เห็นมีกลิ่น
โดย: ๐๒๖ IP: 61.7.130.180 วันที่: 5 กันยายน 2548 เวลา:19:21:45 น.
  
สนุกมากครับ
ขอ add blog นะครับ
โดย: สำเภางาม วันที่: 9 กันยายน 2548 เวลา:18:04:40 น.
  
สวัสดีคุณสำเภางามค่ะ

ด้วยความยินดีค่ะ ไปลงชื่อเยี่ยมที่นู่นไว้แล้วค่ะ....
โดย: ๐๒๖ IP: 61.7.130.136 วันที่: 10 กันยายน 2548 เวลา:12:01:21 น.
  
แล้วกลิ่นมันเป็นไงอ่ะจาน0
แบบว่าส้วมแตก
หรือเนื้อเน่า
โดย: เห็ด IP: 218.103.193.187 วันที่: 7 ตุลาคม 2548 เวลา:1:34:05 น.
  
เห็นทางใต้ชาวบ้านจะเก็บบัวผุดมาตั้งขายแบกะดินอยู่บ่อยๆบอกเป็นสมุนไพรรักษาโรคอะไรก็ไม่รู้ ไม่เคยถามส่วนมากจะเก็บมาตอนตูมๆ แต่ได้ยินว่าเวลาบานกลิ่นเหม็นมาก วันก่อนเห็นพวกซาไกเอามานั่งขายอยู่ ถ้าเห็นอีกจะถ่ายรูปมาให้ดูน่ะค่ะจาน (จานเล่าเรื่องได้สนุก ตื่นเต้นดี ชอบมากๆ ขอเป้นสมาชิกด้วยน่ะค่ะ จะแวะมาอ่านบ่อยๆ)
โดย: panmai IP: 203.113.77.73 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2548 เวลา:1:06:53 น.
  
ว้าย...ขอโทษค่ะท่านสมาชิก
ไม่ได้เข้ามาดู เข้ามาตอบนานมากเลย (แบบที่ comment
มันแยะเกิน)

คุณเห็ด....ไม่เห็นได้กลิ่นเลยค่ะ ได้ยินแต่ เขาว่าเหม็น

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะคุณ panmai
โดย: ๐๒๖ IP: 61.7.130.224 วันที่: 28 มกราคม 2549 เวลา:9:57:24 น.
  
วันหน้าจะตามจาน0ไปดูกระโถนนะครับ
โดย: HKK IP: 203.218.40.182 วันที่: 4 เมษายน 2549 เวลา:19:18:20 น.
  
มาดูรูปด้วยใจระทึก-ตื่นเต้นไปด้วยเลย
โดย: สายลมอิสระ วันที่: 24 กรกฎาคม 2549 เวลา:23:34:54 น.
  
แอบเข้ามาชมค่ะ...กระโถนฤาษีสวยมากกค่ะคุณ 0..
..เดินป่าน่าหนุกมากกเลยค่ะ..อยากไปเดินแบบนี้มั่งอะค่ะ.
โดย: อิน IP: 58.9.103.168 วันที่: 18 สิงหาคม 2549 เวลา:0:01:20 น.
  
งามสุด ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
โดย: DAN_KRAB วันที่: 1 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:57:38 น.
  
สวัสดีปใหม่ค่ะ คุณศูนย์สองหก

โดย: ไม้หอม (Maihom ) วันที่: 28 ธันวาคม 2551 เวลา:18:07:38 น.
  
กระโถนฤาษีนี่ กลิ่นเหม็นมากไหมอ่ะครับ
ใกล้เคียงกับกลิ่นเหม็นของอะไร
โดย: Nagano วันที่: 10 มกราคม 2553 เวลา:14:02:22 น.
  
กลิ่นอับๆ เหมือนผักแช่ตู้เย็นใกล้ๆ เสียน่ะค่ะ
โดย: ศูนย์สองหก วันที่: 14 มกราคม 2553 เวลา:14:17:07 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

026.BlogGang.com

แม่แป้น 026
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]