หุบเขาคนโฉด ไม่ใช่ไอศครีม ไม่ต้องเข้ามาเลีย หรือเชียร์จนละเหี่ยใจ แต่ขอแค่ความจริงใจ ของคนกล้าคิด ไม่ติดอยู่ในกรอบ
31231 สิ้นปี ๒๕๕๓ ทิ้งความทุกข์


"ความสุขของมาร คือการทรมานผู้คน"
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

หุบเขาคนโฉด, หมู่ตึกมารสำราญ, สิ้นปี ๒๕๕๓
zOOmzerO, Funny Devil, End of Year 2010



สิ้นปีเหมือนสิ้นใจ ปีเสือ น่ากลัวจังเลย





สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ส่งท้ายปีเสือ แล้วก็เข้าสู่ปีกระต่าย

ใจจริงอยากจะทำตัวให้สดใสร่าเริง เหมือนๆชาวบ้านชาวเมือง
แต่ว่า ก็แค่ฝืนยิ้ม ฝืนอยู่นิ่ง ได้แค่เป็นช่วงเวลาสั้นๆ
ครั้นจะไม่คิดไม่มองอะไรรอบตัวเลย ก็คงทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะนิสัยเป็นคนชอบสอดรู้สอดหาเรื่อง
แบบว่านะ พ่อแม่ให้หู ให้ตา ให้สมองมา เกิดมาครบ ๓๒ ใยต้องทำตัวไม่ครบ ไม่ได้พิกลพิการนี่
ชีวิตของเรา เราต้องรับผิดชอบตัวเรา และเรายังต้องแบกภาระดูแลผู้อื่นอีกหลายคน วันๆก็ต้องคิดๆๆๆ
จึงไม่รู้ว่าจะแสร้งทำเป็นสงบ หลับตานั่งสมาธิ ทำท่าเป็นคนหลุดพ้นสิ้นกิเลสไปหา "หลวงพ่อ" แสง อะไร?

เดือนนี้ เดือนธันวาคม ข่าวที่ไม่อยากได้ยินก็ได้ยินมากเหลือเกิน จนต้องขอบ่นๆๆ ในบ้านไซเบอร์แห่งนี้

เมื่อสัปดาห์ก่อน มีข่าวเจ้านายเบื้องสูงได้ทรงพระประชวร (ปีนี้มีข่าวประชวรหลายพระองค์)
ผมรู้สึกเป็นห่วงทุกพระองค์ อยากให้ทรงหายพระประชวรทุกพระองค์
ตอนนี้สองพระองค์ก็มีพระอาการดีขึ้นแล้ว ผมรู้สึกปลื้มปิติเหลือเกิน
ปีหน้าขอให้ทุกพระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ด้วยเทอญ

ช่วงต้นเดือน มีข่าวที่ทำให้ไม่อยากขับรถไปต่างจังหวัดโดยเฉพาะในยามวิกาล เพราะกลัวภัยจากทุรชน
ข่าวการตายของน้องโตมี่ เพราะฝีมือพวกค้ายาเสพติดยิงด้วยความสนุก ทำให้เกิดเรื่องเศร้า
การวิสามัญโจ๊ก ไผ่เขียว ใครว่าสมควร แต่พ่อแม่พี่น้องเขาคงจะบอกว่าไม่ ไม่มีใครอยากให้ญาติตาย
มีคนไปถามพ่อเขาว่าไม่ไปงานศพของน้องโตมี่หรือ? ชายคนนั้นตอบว่าทีลูกผมตาย
คนทางโน้นยังไม่มางานเลย
ผมก็งงว่าลูกลุงนั้น ถือปืนยิงสู้กับตำรวจ แต่น้องโตมี่เขานั่งรถมากับพ่อแม่เฉยๆ
แล้วพวกลูกของลุงก็ไปยิงรถเขา
ตรรกะมันต่างกันราวฟ้ากับเหว ทางบ้านของคุณลุง สิ่งนั้นคงอยู่ในดีเอ็นเอไปแล้ว

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม เห็นภาพข่าวในทีวีแล้วตกใจ ต้องเปิดเสียงทีวีให้ดังขึ้นอีกหลายขีด
เพราะมีการนำตัวหลวงตามหาบัว หรือ พระธรรมวิสุทธิมงคล
(ผู้มีสัญลักษณ์ติดปากชาวบ้านว่า ผ้าป่าทองคำช่วยชาติ) ส่งโรงพยาบาล
แพทย์ที่ศิริราชได้รับตัวท่านมารักษา และต่อมาได้แถลงอาการให้ประชาชนทราบ
ฟังแล้วต้องรีบไปสวดมนต์ทันที
เพราะเขาว่าหลวงตามีอาการฉันอาหารไม่ได้ ร่างกายขาดสารอาหาร มีอาการอ่อนแอ
มีปัญหาเรื่องระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย
เนื่องมาจากทางเดินอาหารอุดตัน และยังมีอาการปอดติดเชื้อทั้งสองข้าง
กับหลอดเลือดแดงอุดตันบริเวณขา
นี่ยังไม่รวมกับอาการหัวใจที่เต้นไม่สม่ำเสมออีกเรื่อง อายุหลวงตาจะครบร้อยแล้วนะ
ดังนั้นใครที่เป็นลูกศิษย์ท่าน ก็ควรจะร่วมกันส่งกระแสจิตไปขอให้ท่านผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้

ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ก็มีข่าวกีฬาทีต้องเรียกว่า บอลไทยจะไปมวยโลก
เพราะกรรมการบอลกลายเป็นกระสอบทรายในจอทีวี
กองเชียร์ไม่พอใจกรรมการอีกคนจากเกมส์ก่อนหน้านี้
(อย่าคิดเหมือนผมนะ ว่า... มันเกี่ยวอะไรกันด้วย คนละคน คนละเวลากันเลย)
ขนาดว่าในสนามมี "สอหอ" ดูแลความสงบ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มาก
หรือต้องพึ่งคอมมานโดที่ถือปืนไรเฟิล
วันนี้ผลการสืบสวนออกมา ผู้ใหญ่เอาเทปมากรอดูแล้ว จัดการขอร้องให้ไปเล่นที่อื่น 2 ปี
เรื่องแบบนี้จะจบหรือเปล่า?
เหนื่อยใจที่คนไทย(บางคน) ไม่เคยรู้จักคำว่า แพ้ ชนะ หรืออภัย บ้านเมืองเราถึงได้เป็นแบบนี้
ฉลาดไม่มากแล้วยังอยากไปนั่งดูบอลริมสนาม ใจร้อนแบบนี้น่าจะนอนดูอยู่ที่บ้าน
พอโมโหก็เรียกแม่บ้านมาเตะป๊าปๆเลย
ข่าวแบบนี้ ป่านนี้แพร่ไปทั่วโลก งามไส้ประเทศไทยจริงๆ

เขาว่าปีเก่า เราควรทิ้งความเศร้า วางความทุกข์ เอาไว้ ไม่ควรหมกมุ่นกับมัน
ดังนั้น วันนี้ ลองย้อนความหลังในปีนี้กัน จะได้วางมันทิ้งเอาไว้ตรงนี้
เฮ้อ...มองเรื่องเศร้าๆที่ผ่านมา เก็บเอามันทิ้งไว้ในปีเสือดุนี่แหละ

ในเดือนมกราคม มีข่าวเรื่องเครื่อง GT200 แล้วเดือนต่อมาข่าวก็หายไป
เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับทหารและตำรวจ ซึ่งถ้าใครติดตามข่าวการเมืองการปกครองคงจะเข้าใจว่าทำไม
แล้วเรื่องนี้ ตกลงว่าใครหลอกใครก็ไม่ทราบ คนผลิต คนขาย หรือคนซื้อ
แต่เรา คนเสียภาษี คือคนที่เสียเงินงบประมาณไปมากกับเครื่องมือนี้
ประเด็นที่ลืมๆกันไป ก็คือ ทุกวันนี้เจ้าหน้าที่ภาคสนามเหล่านั้น เขาใช้อุปกรณ์อะไรตรวจหาวัตถุระเบิด
เจ้าหน้าที่ทุกคน อาจจะเป็นพ่อหรือพี่ของใครก็ได้
แต่ที่แน่ๆคือ เขาต้องเป็นลูกของพ่อ ของแม่ ที่ไม่อยากเห็นลูกตายในหน้าที่เพราะเครื่องมือไร้ประสิทธิภาพ
ผมขอให้คุณพระคุ้มครองข้าราชการที่ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ทุกท่านด้วยเถิด

ราวปลายเดือนมกราคม ประเทศไทยได้สูญเสียสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์(พุฒ) วัดสุวรรณารามฯ ไป
ปีนี้มีพระผู้ใหญ่ได้ละสังขารไปหลายรูป เท่าที่จดบันทึกเอาไว้ ก็ ...
ในตอนต้นเดือนกุมภาพันธ์ก็มีข่าวการมรณภาพของพระสงฆ์สายเหนือท่านหนึ่ง
คือ ท่านครูบาดวงดี สุภัทโท เจ้าอาวาสวัดท่าจำปี จ.เชียงใหม่ ด้วยวัย 104 ปี หรือ 84 พรรษา
เมื่อเดือนกันยายน พระธรรมมหาวีรนุวัตร เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลย์ฯ จ.สุพรรณบุรี ได้ละสังขารด้วยวัย 84 ปี
หลวงพ่อขวัญดี แห่งวัดท่ามะปราง จ.พิษณุโลก เจ้าของตะกรุดขุนพลและแหวนพิรอด ได้ละสังขาร
ในเดือนกันยายนเช่นกัน
เมื่อเดือนตุลาคม หลวงพ่ออุ้น วัดตาลกง จ.เพชรบุรี เจ้าของวัตถุมงคล พระผงสมเด็จเหม็น,
พระสมเด็จขี่เสือ,.... ได้ละสังขารไปอีกท่าน
และยังมีพระระดับเจ้าคณะจังหวัด ได้จากไปอีกท่าน คือ พระเทพวรเวที
วัดบรมวงศ์อิศรฯ จ.พระนครศรีอยุธยา
ซึ่งได้ละสังขารอย่างสงบ ในวันที่ 28 พฤศจิกายน
พระเทพวรเวทีผู้นี้ท่านเก่งและมีความชำนาญเรื่องเทศนาบรรยายธรรมมาก

เดือนกุมภาพันธ์ มีเรื่องน่าหวาดเสียวเกิดขึ้น เป็นการเริ่มต้นของพายุแห่งความหายนะ
ดูไปแล้วเมืองไทยก็ใกล้จะกลายเป็นโซมาเลียอยู่กรายๆ
คือว่า มีคนร้าย(ใครก็ไม่รู้)ได้ขว้างระเบิด M26 หน้าธนาคารกรุงเทพ 4 แห่ง
แล้วชักจะไม่ใช่เรื่องปกติที่มีการขว้างระเบิดเล่นๆ วันนั้นวันโน้นเกิดการพัฒนาเป็นการยิง M79
ช่วงหลังมีการยิงจรวด RPG ตามสถานที่สำคัญ ระดับโรงเก็บน้ำมันอีกด้วย
แม้แต่วัดพระแก้วก็ยังมีคนกล้าคิดจะทำลาย คนพวกนี้ไม่ได้เกิดในแผ่นดินไทยหรืออย่างไร???
นี่ประเทศไทยหรือนรกขุมที่สิบกันแน่???

ปีนี้นอกจากพระสงฆ์ที่ออกเดินบิณฑบาตแล้ว ในสามจังหวัดชายแดน เราก็เสียคนดี
เสียข้าราชการที่ดีไปหลายคน
อย่างเช่น เมื่อเดือนมีนาคม เราเสีย พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา ยะลา
อ่านข่าวของท่านตอนแรก ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมท่านถึงเป็นที่รังเกียจของนาย
และเป็นเป้าหมายของผู้ก่อการร้าย
มีแต่ผู้ใต้บังคับบัญชากับลูกเมียที่ห่วงใยท่าน เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
มันไม่ใช่หนังหรือละครหลังข่าวนะขอรับ
จ่าเพียรทราบดีว่า เขากำลังถูกลอบสังหาร เขาจึงทำเรื่องขอย้ายก่อนวันเกษียณอายุราชการ
แต่ไม่มีใครสนใจ
ตำรวจท่านนี้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์รามาธิบดี และเหรียญมาลาเข็มกล้ากลางสมร (ร.ม.ก.)
แล้วตำรวจดีๆท่านอื่นที่เจ้านายไม่สนใจ พวกเขาจะทำอย่างไร

เดือนมีนาคมนี้ ที่แรกหลายคนก็ว่าได้รับข่าวดี เพราะรัฐบาลนัดเปิดการเจรจากับฝ่ายเสื้อแดง
มีการพบกันและถ่ายทอดทีวี 2 ครั้ง สามปะทะสาม ไม่มีใครปรามใครเลย
เหมือนกับว่าจะมาช่วยกันหาทางลงให้สวยงาม แต่แล้วกลายเป็นการประคารมมากกว่าเจรจา
เงื่อนไขที่ต่างฝ่ายนำมาผูกปมยิ่งทำให้หาทางออกยากกว่าเก่า สรุปว่ายิ่งทำให้เหนื่อยใจมากยิ่งขึ้น

ในเดือนเมษายน ความแตกแยกของคนไทยก็ระอุ จนยากที่จะระงับได้
เรื่องราวการเมืองน่าสลดใจ ขนาดต้องย้ายคนป่วยออกจากโรงพยาบาลจุฬาอย่างเร่งด่วน
และด้วยความห่วงใยของสมเด็จพระเทพฯ ทรงมีรับสั่งให้เคลื่อนย้ายสมเด็จพระสังฆราช
จากโรงพยาบาลจุฬาฯให้ไปประทับรักษาพระวรกาย ณ โรงพยาบาลศิริราช
(นับเป็นเหตุการณ์ครั้งแรกของประเทศไทย)
นอกจากนี้เรายังได้เห็นว่าสมเด็จพระเทพฯทรงห่วงใยพสกนิกรทุกชนชั้น ไม่ว่าคนไข้หรือแพทย์พยาบาล
ทรงเสด็จมาเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่บุคคลากรของโรงพยาบาลด้วยพระองค์เอง
ทรงสร้างขวัญและกำลังใจเป็นอย่างมาก แม้จะมีพระกรณียกิจมากมายแต่ก็ทรงปลีกเวลาให้พสกนิกร
ท่ามกลางการกระทำของกลุ่มคนที่บาดหมางกันจนทำให้แผ่นดินลุกเป็นไฟ
ยังมีพระมหากรุณาธิคุณ อันเปรียบได้ดั่งน้ำฝนทิพย์จากฟากฟ้าสุราลัยมาชโลมใจชาวไทยให้คลายทุกข์ร้อน

การยึดราชประสงค์ เป็นข่าวไปทั่วโลก ทำให้เศรษฐกิจสะดุด
ทำให้คนทำมาหากินเดือดร้อน ชีวิตคนกรุงฯไม่ศิวิไลซ์อีกต่อไป
และทำให้เกิดคำใหม่ๆที่ฟังแล้วไม่น่ากลัวแต่เอาเข้าจริงๆน่ากลัวมาก เช่น คืนพื้นที่ หรือกระชับพื้นที่
เหตุการณ์คราวนี้มีคนบริสุทธิ์และคนรนหาที่.... เสียชีวิตไปหลายคน
ฝ่ายทหารก็เกิดการบาดเจ็บ และสูญเสียบุคคลที่สำคัญอย่างยิ่งไปหลายนาย
เป็นครั้งแรกที่เห็นภาพคนไทยเผาบ้านเมืองตัวเองด้วยยางรถยนต์
เมืองหลวงมีควันไฟทั้งวันทั้งคืน เหมือนในหนังสงครามของฮอลลิวู๊ด ใครเป็นคนทำ? ทำแล้วได้อะไร?
จำได้ว่าตอนเด็กๆ ครูสอนว่าเพราะว่าข้าศึกบุกมาเผาอยุธยา บ้านเมืองเราถึงได้ย่อยยับ
นอกจากนี้ก็มีข่าวว่า ใครก็ไม่ทราบแอบยิงผู้คนด้วยปืนที่เรียกว่า พวกสไนเปอร์
และยังมีใครก็ไม่ทราบตระเวนยิง M79 นับเป็นร้อยครั้ง

"เสธแดง" จากไป ใครเป็นคนสั่ง ใครเป็นคนยิง คงไม่มีวันรู้
และถึงรู้ไป ปัญหาก็คงไม่จบไม่สิ้น ต่อไปจะมีใครถูกลอบสังหารแบบนี้อีก
ทำไมอาวุธปืนถึงมีมากมาย ทำไมไม่เพิ่มโทษกฎหมายการมีอาวุธโดยผิดกฎหมาย

เดือนพฤษภาคม นับว่ามีเหตุการณ์น่าสลดต่อเนื่องจากเดือนเมษาฯ
เหตุการณ์จบลงด้วยการหลบหนี การถูกจับกุมตัว และการเผาศาลากลางในต่างจังหวัด
วัดที่มีข่าวลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์แทบทุกวันคือ วัดปทุมวนาราม เป็นเขตอภัยทาน
ชาวบ้านคิดว่า วุ่นวายอย่างไร ก็หนีไปอยู่ในวัด พึ่งบารมีพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์
สุดท้ายมีคนนอนตายเป็นผีถึง 6 ศพ โดยกระสุนปริศนา ทำให้ต้องขบคิดกันว่าใครเป็นคนยิงอีกเรื่อง
พวกการเมืองก็เอามาเป็นประเด็นกล่าวหากัน แล้วก็ไม่มีใครโดนจับ

เดือนมิถุนายน เอ้...นึกไม่ออก

เดือนกรกฎาคม ดูเหมือนบ้านเมืองจะสงบ
เดือนนี้มีบอลโลก ครั้งที่ 19 จัดกันที่แอฟริกาใต้
ดูเหมือนนะ แต่มีนักศึกษาที่เล่นพนันบอลต้องหมดอนาคตไปหลายคน
ข่าวที่บางคนอ่านแล้วผ่านๆตาไม่สนใจ แต่เป็นเรื่องน่ากลัวมากๆนั่นก็คือ เรื่องพื้นที่บนเขาพระวิหาร
เรื่องนี้มีข่าวออกมาเป็นระยะ แต่เดือนกรกฎาคม ทางกัมพูชา จะมีวันหนึ่งเรียกว่า วันโกรธแค้น
ทางโน้นก็เอาทหารออกมาเดินเล่นเป็นมดออกลาดตระเวนหาน้ำตาลทราย
ทางไทยเราก็เตรียมกำลังทหารเอาไว้เหมือนกัน ถ้ารบกันจริงคงวุ่นวายน่าดู
เพราะคนเขมรเข้ามาทำมาหากินในประเทศไทยนั้นปีหนึ่งก็หลายหมื่นคน
ส่วนคนไทยก็เข้าไปเที่ยวกาสิโนในปอยเปตเป็นแสนคน สมดุลกันดีจัง

เดือนสิงหาคม นี่ก็จำไม่ได้เหมือนกัน

เดือนกันยายน มีข่าวเกี่ยวกับพระชื่อดัง เป็นพระมีชื่อเสียง และเป็นสายพระป่าเสียด้วย
เรื่องนี้เป็นข่าวเพราะมูลนิธิแห่งหนึ่ง ได้ทำหนังสือไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ
มีใจความว่า สงสัยการประพฤติของท่านพระอาจารย์ปราโมทย์ แห่งสวนสันติธรรม ชลบุรี
ข้อกล่าวหามีหลายข้อ ดูแล้วก็เหมือนๆเรื่องที่เขานินทาพวกพระสงฆ์ดังๆทั้งหลายของบ้านเรา
ที่มีพฤติกรรมคล้ายๆกัน
พระอาจารย์หน้าใหม่ๆที่เริ่มมีชื่อเสียง ก็มักจะชอบเอาธรรมะแปลกๆมาใช้เทศนา
มีคนชอบใจ และมีคนคิดว่าเพี้ยน
พระที่มีการศึกษาก็มักจะชอบทำโครงการใหญ่ มูลค่าเป็นสิบล้าน ร้อยล้าน
และใช้ระบบมูลนิธิเป็นหน่วยงานหารายได้
แต่กรณีนี้ เรื่องที่ต้องมีการสอบสวน คงเป็นเรื่องเงินบริจาคที่มียอดเป็นร้อยล้าน
และเรื่องการที่อดีตภรรยาของพระปราโมทย์ ได้มาบวชเป็นแม่ชีอยู่ที่เดียวกัน
คนฟ้องบอกว่าไม่ได้หย่าขาดกัน
เมื่อก่อนคุณปราโมทย์ เป็นคนทำงานรายได้สูง มีเพื่อนๆเป็นพวกผู้ปฏิบัติธรรมกลุ่มใหญ่ที่เดียว
เป็นพวกที่ศรัทธาการปฏิบัติธรรมของพระในสายของหลวงปู่เทสก์, หลวงปู่สุวัจน์, ท่านพ่อลี, ...
คนกลุ่มนี้ยังเป็นลูกศิษย์สายหลวงปู่ดูลย์ อตุโล จ.สุรินทร์ อีกด้วย
หลวงปู่ดูลย์ เป็นศิษย์หลวงปู่มั่นในเรื่องธุดงค์กรรมฐาน และได้ฟังธรรมเทศนาจากหลวงปู่มั่นหลายครั้ง
ดังนั้นถึงพระปราโมทย์จะไม่ได้บวชกับหลวงปูดูลย์ แต่ท่านก็ได้บวชกับพระที่เป็นลูกศิษย์สายหลวงปู่ดูลย์
เหตุเริ่มร้อน เมื่อมีคนมาขอทวงเงินค่าบริจาค 4.3 ล้านบาท
เลยทำให้มีคนอีก 22 คนตามมาทวงแบบเดียวกัน
หนังสือพิมพ์ลงข่าวพาดหัวว่า พระฉาว
แต่สุดท้ายเรื่องนี้จบอย่างไร พระเฉา หรือ พระเฉย ไม่มีการรายงานต่อ
คนเรามักจะจำเรื่องไม่ดีได้นานกว่าเรื่องดี แต่เมื่อมีควันย่อมน่าจะมีไฟ
มีศรัทธาอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีสติปัญญาด้วย
ตั้งแต่เกิดมาก็ได้อ่านข่าวพระดังๆลงหน้าหนึ่งมาหลายรูปเหมือนกัน เช่น พระภาวนาพุทโธ
พระยันตระ พระนิกร พระอิสระมุนี ...ฯ
พระเหล่านี้ล้วนมาจากสายปฏิบัติและเทศนาได้ความรู้มาก แต่ทำไมถึงเป็นแบบนั้นไปได้
ญาติโยมคือปัญหาหรือเปล่า?

ในเดือนตุลาคม รู้สึกเหมือนว่าฝนตกไม่มากนัก
แต่เรื่องน้ำท่วมปีนี้กลายเป็นภัยพิบัติที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตของชาวบ้านที่เกิดมาเกินห้าสิบปี
วัด โบราณสถาน โรงเรียน โรงพยาบาล บ้านเรือน ไร่นา เสียหายมากมาย เพราะขาดการป้องกัน
น่าสงสารชาวนาและคนที่ฐานะไม่ดี ธรรมดาก็แทบจะไม่พอเลี้ยงชีพ ปีหน้านี้คงจะอยู่อย่างลำบาก
ต้องกราบขอบคุณคนไทยทุกคนที่ช่วยกันบริจาคทั้งเงินและสิ่งของเพื่อช่วยคนไทยด้วยกัน
เรื่องความรับผิดชอบของหน่วยราชการ เราคงเห็นกันชัดเจนแล้วว่า ทำได้ดีหรือไม่ได้เรื่องแค่ไหน
ถ้าปีหน้า น้ำมากแบบนี้อีก พวกเขาจะเป็นอย่างไร เราต้องการเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำเพิ่มหรือไม่?
คอยดูหน้าแล้งปีหน้า ภัยแล้งจะลงที่เดิมกับที่เกิดภัยน้ำท่วมหรือเปล่า แปลกแต่จริง!!!

เดือนพฤศจิกายน มีข่าวที่เห็นแล้วใจหาย นั่นคือข่าวการนำตัวหลวงพ่อคูณ ส่ง รพ.มหาราช กลางดึก
แต่เรื่องนี้ก็ผ่านไปได้ดี หลวงพ่อก็สามารถกลับวัด แถมช่วงสิ้นปีนี้ก็ยังแข็งแรง
สามารถออกมาให้สัมภาษณ์ทีวีได้
นอกจากข่าวน้ำท่วมที่ทำให้เกือบทั้งประเทศจมน้ำแล้ว
ยังมีข่าวที่น่าเศร้าใจยิ่งนัก นั่นคือ การพบศพทารกที่วัดไผ่เงิน
ทีแรกว่ามีแค่ไม่กี่ถุง แล้วก็กลายมาเป็น 348 ศพ
พอสืบสวนเข้าอย่างเอาจริง บอกว่าน่าจะประมาณ 722
ที่ไหนได้บ้ากันใหญ่แล้วคาดกันว่าอย่างน้อย 2,002 ศพ
ในประเทศเรามีแม่ใจร้ายมากขนาดนี้เชียวหรือ? จะโทษคนหรือสังคมดี
สำหรับวัดไผ่เงิน(โชตนาราม) ที่เห็นเป็นข่าวเรื่องซากทารกจากการทำแท้งนั้น
วัดนี้เป็นวัด 3 วัด มัดติดกัน เดิมของเดิมๆคือ วัดไผ่ล้อม
พอเขาจะใช้พื้นที่แถวท่าเรือคลองเตย วัดเงิน ก็รื้อสิ่งก่อสร้างเอามารวมกับวัดไผ่ล้อม
เลยต้องตั้งชื่อใหม่เป็นคำผสมว่า ไผ่เงิน แล้วต่อมาวัดพระยาไกร กำลังจะเป็นวัดร้าง
ชาวบ้านจึงอัญเชิญพระพุทธรูปทีสำคัญ ชื่อ หลวงพ่อสัมฤทธิ์ (ศิลปะปลายยุคสุโขทัย) มาไว้ที่วัดไผ่เงิน
คราวนี้ก็มีการเปลี่ยนชื่อใหม่อีกที เป็น วัดไผ่เงินโชตนาราม ชื่อนี้น่าจะเป็นศิริมงคล
แต่พอมีเรื่องศพทารก ตอนนี้เลยกลายเป็น สุสานทารกทำแท้ง ไปแล้ว

ปลายเดือนธันวาคม ก็มีอุบัติเหตุน่าสลดใจทางรถยนต์ บาดเจ็บ 6 และเสียชีวิตถึง 9 คน
หลายคนตกใจและอาลัยการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของ ดร.เป็ด ศาสตรา เช้าเที่ยง
แต่ใช่ว่าจะมีแค่ ดร.เป็ด คนเดียวที่ไม่สมควรตาย
ตอนแรกเสียชีวิตเพียง 8 คน ตอนนี้กลายเป็น 9
กระแสในเน็ทตำหนิคนขับรถเก๋งแรงมาก เพราะเธอไม่มีใบขับขี่และอายุเพียง 16
แถมเป็นคนในตระกูลสูงศักดิ์เสียด้วย ชาวบ้านลือว่า ตำรวจจะใส่เกียร์ว่าง
ตำรวจก็ว่าไม่จริง ไม่มีวันทำแบบนั้น
ระหว่างความยุติธรรมกับบารมี สิ่งไหนที่คนไทยอยากได้ เป็นผม ผมก็ได้บารมี

ขอให้เรื่องร้ายๆอยู่ในปี ๒๕๕๓ ขออย่าข้ามไปปีหน้าเลยนะ


zOOmzERo2009




ย้อนกลับไปอ่านของเก่า
Link ไปที่ blog 31218 ผัดหมี่โคราช

Link ไปที่ blog 31130 อยากเป็นตัวนิ่ม
Link ไปที่ blog 31021 อย่าห้ามฉันกินหอยนางรม
Link ไปที่ blog 31013 ไม่ทานเจได้ไหม?

ไปอ่านกระทู้ถัดจากนี้ไป
Link ไปที่ blog 40108 วัดเก่าบนเขาบางทราย







Create Date : 31 ธันวาคม 2553
Last Update : 17 มิถุนายน 2554 19:08:49 น. 25 comments
Counter : 512 Pageviews.

 
ให้ร่ำรวย ให้มั่งมี ให้ศรีสุข
ไร้ซึ่งทุกข์ ในกมล มลายหาย
ให้โชคดี มีสุข ทุกวันไป
ให้สุขกาย สบายใจ ตลอดปี

Happy New Year สวัสดีปีใหม่ค่ะพี่ชาย

อิอิ แต่งมั่ว ๆ เอาเอง ได้เรื่องมั๊ยคะ

ว่านี้อ่านน้า จิบอกให้ สรุปออกมาได้ละเอียดดีค่ะ แทบทุกประเด็น ทุกเหตุการณ์ที่นึกได้ ว่าแต่ว่า ทำไมเวลามาสรุปอะไรในแต่ละปี ส่วนใหญ่ก้อรวมแต่เรื่องร้าย ๆ หรือข่าวฉาวดาราอะไรทั้งหลายแหล่มารวบรวมน้า เรื่องดี ๆ ไม่มารวมให้เจริญหูเจริญตาเจริญใจกันบ้างเลย

แล้วนู๋ก๊ะสงสัยนะคะ ว่าทำไมต้องลาทีปีเก่า ลาสิ่งไม่ดีปีที่กำลังจะผ่านไป สิ่งดี ๆ ไม่มีเข้ามากันบ้างเลยหรือ หรือสิ่งดีมันมาง่ายไปง่ายลืมง่ายกว่าเรื่องไม่ดีกันนะ แต่นู๋กลับชอบจำแต่สิ่งดี ๆ มากกว่า ไม่งั้นจะเครียดกันไปตลอดปี *_*

วันนี้ซึม ๆ เหงา ๆ วันสิ้นปี ว่าจะไปทำบุญรับปีใหม่ ว่าจะกลับบ้านเยาวราช ไป ๆ มา ๆ ก็เบื่อ ๆ แบบบอกไม่ถูก ไม่อยากออกไปไหนโดยไม่มีสาเหตุ ก็เลยนอนอยู่เมืองทองต่อไปค่ะ แห่ะ ๆ

เมื่อซักพักได้ยินข่าวสรยุทธสัมภาษณ์คนเลี้ยงกระต่าย ประมาณว่าปีเสือไป ปีกระต่ายมา เชื่อกันว่า (ความเชื่ออีกแล้ว) มอบกระต่ายให้กัน หรือเลี้ยงกระต่ายแล้วจะทำให้ลูกดก หรือมีความสุข เง้อ ฟังแล้วแบบว่า คิดในใจ เอาแล้ว น้องกระต่ายที่น่าสงสัย ปีนี้พวกแกซวยงานเข้ากันแล้วไง อยู่ดี ๆ ก้องานเข้า เหอะ ๆ กำเวงเจง ๆ จะเสริมดวงจะอยากทำไรให้ชีวิตตัวเองดีขึ้น โดยไม่เกี่ยวข้องหรือทำอะไรกับชีวิตอื่นคิดกันเป็นบ้างมั๊ยเนี่ยะ *_* จะเครื่องลาง จะสรรหาประดิษฐ์อะไรมาขายก้อทำกันไปจิ ปีนี้จะมีกระต่ายที่น่าสงสารซักกีตัวกันนะ *_*

พี่ชายสบายดีนะคะ รักษาสุขภาพด้วยค่ะ คิดถึงเสมอค่ะ จุ๊ฟ ๆ ๆ


โดย: นู๋ Beee น้องสาวขี้เหงา IP: 115.87.12.237 วันที่: 31 ธันวาคม 2553 เวลา:18:38:38 น.  

 


โดย: nootikky วันที่: 31 ธันวาคม 2553 เวลา:18:38:46 น.  

 



สวัสดีปีใหม่ 2554 ขอให้สุข

หมดสิ้นทุกข์ กายจิต มิผิดผัน

อายุมั่น ขวัญยืน สี่หมื่นวัน

แสนสุขสันต์ สุขภาพดี มีเงินทอง



โดย: หน่อยอิง วันที่: 31 ธันวาคม 2553 เวลา:18:45:33 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ค่ะ มีความสุขมากๆค่ะ


โดย: Junenaka1 วันที่: 31 ธันวาคม 2553 เวลา:19:06:03 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: puncho วันที่: 31 ธันวาคม 2553 เวลา:19:43:49 น.  

 
เข้ามาอ่านสรุปข่าวร้ายปีเก่า
ขอให้มีความสุขในปีใหม่นะครับ.


โดย: เจียวต้าย วันที่: 31 ธันวาคม 2553 เวลา:21:12:01 น.  

 
ขอให้มีความสุข มีสุขภาพแข็งแรง และผ่านพ้นเรื่องราวต่าง ๆ ไปได้ด้วยดี ตลอดปี และตลอดไป สวัสดีปีใหม่ครับ




โดย: ทัสนะ (atruthoflife10 ) วันที่: 31 ธันวาคม 2553 เวลา:21:23:50 น.  

 
Happy New Year 2011


โดย: zoomzero วันที่: 1 มกราคม 2554 เวลา:0:01:16 น.  

 


แวะมาสวัสดีปีใหม่ค่ะ


โดย: deeplove วันที่: 1 มกราคม 2554 เวลา:1:42:43 น.  

 




สวัสดีวันปีใหม่ค่ะเฮีย


โดย: มินทิวา วันที่: 1 มกราคม 2554 เวลา:7:47:18 น.  

 


ปีใหม่นี้ ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ช่วยดลบันดาลให้พี่ซูมและครอบครัวมีความสุขมาก ๆ สุขภาพแข็งแรง และโชคดีตลอดปีค่ะ


โดย: haiku วันที่: 1 มกราคม 2554 เวลา:9:52:19 น.  

 


โดย: nootikky วันที่: 1 มกราคม 2554 เวลา:18:47:15 น.  

 


โดย: ดราก้อนวี วันที่: 1 มกราคม 2554 เวลา:20:18:31 น.  

 



อรุณสวัสดิ์ค่ะเฮีย
เอากาแฟมานั่งรอทานที่นี่ค่ะ
สงสัยไปพัทยาหรือป่าวคะ
สดชื่น ทั้งกายใจ นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 2 มกราคม 2554 เวลา:8:07:40 น.  

 
อาหมวย

ตอนนี้อยู่ กทม
ติวหนังสือกันอยู่
และก็กำลังจะไปทานอาหารที่คริสตัลปาร์ค
ว่าแต่ว่า มันอยู่ตรงไหน? 555

ฝากยิ้มสวัสดีปีใหม่กับท่านแม่ของหนูมินด้วยนะจ๊ะ


โดย: zoomzero วันที่: 2 มกราคม 2554 เวลา:13:59:08 น.  

 



อรุณสวัสดิ์ค่ะเฮีย


โดย: มินทิวา วันที่: 3 มกราคม 2554 เวลา:8:36:49 น.  

 
อาหมวยMint

เมื่อวานไปทานอาหารญี่ปุ่นแถวคริสตัลปาร์ค
คนไม่ค่อยเยอะ ที่จอดรถกว้างขวางดี
ทานอาหารไปก็ถ่ายรูปอาหารไป กะว่าจะเอามาลงใน bloggang ยั่วน้ำลายเล่นๆกัน
ปลาโอโทโร่ คำละ 200 บาท จานหนึ่งมี 5 ชิ้น 990 บาท
ปลาตาเดียวทอดก็กรอบมากๆ
อาหารอร่อยทุกอย่าง บรรยากาศดี
พอจ่ายเงินเสร็จ คุณแม่กับคุณลูกขอไปห้องน้ำ
เฮียเลยขอนั่งจิบชาฟรี รอพวกเขาในร้านไปก่อน
บังเอิญเห็นว่าเมนูร้านนี้เล่มใหญ่ดี เปิดมาก็มีรูปอาหารก็ชัดแจ๋ว
เลยเอากล้องคอมแพคขึ้นมาถ่ายรูปเก็บเอาไว้
เท่านั้นแหละ ผู้จัดการสาว(น้อยกว่าท่านแม่ของเฮีย)ก็เดินมาบอกว่าห้ามถ่ายรูปค่ะ
เฮียก็เฉยๆ มองหน้าเขาแบบอายๆ เขาก็พูดอีกว่าถ่ายไม่ได้นะค่ะ
อ้าว...ก็หยุดถ่ายแล้ว คิดในใจว่า (จะให้ทำอะไรอีก หรืออยากให้ลบรูปทิ้ง)
เฮียเลยบอกเขาว่า ผมถ่ายไปให้เพื่อนๆดู กะว่าจะพามาทานอาหารที่นี่
เขาก็พูดซ้ำอีกว่า ถ่ายรูปไม่ได้จริงๆค่ะ (เออ...รู้แล้ว ตอนนี้คนในร้านเริ่มมองมาที่เฮียแล้วหละ)
เฮียเลยลุกจากโต๊ะ (จ่ายเงินเสร็จแล้วนี้) เดินออกจากร้าน
บอกว่า คุณจะให้ผมออกจากร้านเดี๋ยวนี่ใช่หรือเปล่าครับ
เขาก็มองเฉยๆ ไม่ได้ปฏิเสธอะไร (เฮ้ย...มันจะใครมาโยนเราออกไปหรือเปล่านะ?)
เฮียเลยบอกว่า สวัสดีปีใหม่นะครับ ขอให้โชคดีตลอดปีนะครับ
เขาก็เดินหนีหายไป แหม...ไม่แยแสแย้หนุ่มอย่างเราเลย

ความจริง เฮียก็ว่า เฮียผิดที่ถ่ายรูปผลงานสินค้าของพวกเขา
แต่เฮียก็อดคิดไม่ได้ว่า รูปพวกนี้มันไม่เกี่ยวกับความอร่อย
ร้านเขาอยู่ได้เพราะอาหารสด และอร่อย ไม่ใช่หน้าตาอาหารดี
ถ้าเฮียเอาไปเลียนแบบ ก็ไม่มีทางเทียบกับเขาได้หรอก

เฮียว่าถ้าลูกค้าทำอะไรผิด
ก็น่าจะลองเลียบๆเคียงๆถามกันก่อนว่า
ลูกค้าทำอะไรค่ะ อาจจะถามว่ามาทานบ่อยไหม
แล้วก็อธิบายว่าเมื่อกี่เห็นถ่ายรูปอาหารจากเมนู ที่นี่ห้ามถ่าย
นี่เล่นพูดแบบฉีกหน้ากันเลย ดีว่าไม่ได้ไปกับเพื่อนหรือลูกค้า
ไม่อย่างนั้นเสียภาพพจน์หมด ว่า เฟอะฟะ

เดินออกมาหน้าร้าน
หันกลับไปมองที่กระจก ไม่เห็นมีเครื่องหมายห้ามถ่ายรูปเลย
หรือว่าเขาแปะไว้ที่อื่น ช่างเหอะ หนีดีกว่า

คราวหน้าว่าจะพาท่านแม่กับน้องๆไปทานอาหารที่ร้านนี้
แต่ตอนนี้อับอายเหลือเกิน ไม่กล้าไปอีกแล้ว กลัวผู้จัดการจำหน้าได้
เฮ้อ...คุณผู้จัดการ คุณเสียลูกค้ากระเป๋าหนักไปรายหนึ่งแล้วนะ 555


โดย: zoomzero วันที่: 3 มกราคม 2554 เวลา:20:50:50 น.  

 




สวัสดีค่ะเฮีย
อ้าว..เอ๊ย..เหมือนมินอีกแล้วอ่ะค่ะ
เมื่อก่อนปีใหม่ ไปทานข้างร้านกิ่งกัลปพฤกษ์กับเพื่อนที่พารากอน
ก็ถ่ายอาหารกับบรรยากาศผู้คนไว้ เพราะคึกคัก เยอะแยะมาก ๆ
พนักงานมากระซิบเบา ๆ พี่ ๆ คะ เค้าไม่อนุญาติให้ถ่ายรูปค่ะ
มินก็ เหวอ เหมือนกัน บอกพี่ไม่ได้ถ่ายร้านคุณ ถ่ายผู้คนที่เดินไปเดินมาอ่ะ ฮ่า ๆ ๆ

แต่ตอนที่ไปทานที่ ตวันนารามาด้า กับ เดอะสแควร์ โนโวเทล
ถ่ายรูปอาหาร ไม่เห็นมีใครว่าไรเลยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
เมื่อตอนปีใหม่ ไปบ้านแม่เพื่อนที่อยุธยา พาแม่มินไปด้วย
ปกติ ถ้าไม่ได้ไปไหน จะไปที่นี่ทุกปีค่ะ
แล้วพากันไปทานกุ้งเผาที่อยุธยา เบอร์ใหญ่จากราคา 340 บาท ขึ้นเป็น 420 บาท ในไซด์เดียวกันอ่ะนะ
แล้วปกติ ถ้าเราสั่งกุ้ง 2 โลนะ เราสามารถแบ่งไปทำต้มยำ
หรือ พล่าอาไรก็ได้ โดยเสียค่าทำ 50 หรือ 60 บาท
เพิ่มขึ้นมาจำไม่ได้แล้วค่ะ แต่ วันนั้น เผาให้เฉพาะกุ้งเป็นโลที่สั่ง
ถ้าจะสั่งต้มยำ หรือ อาไรที่เกี่ยวกับกุ้ง ต้องสั่งต่างหากอ่ะนะ
เช่นพล่ากุ้ง 180 ต้มยำกุ้ง 250 อาไรประมาณนั้นอ่ะค่ะ
เหอะ เหอะ...ไม่รู้ว่พวกนี้จะฟันให้เสียลูกค้าเฉพาะเทศกาลแล้วช่วงเวลาอื่น ที่ไม่ใช่เทศกาลเนี่ย จะไม่เอาลูกค้าแล้วหรือไง เสียความรู้สึกชะมัดค่ะ

เหมือนมินเลย ไอ้พวกร้านอาหารเนี่ย
ให้มันอร่อยแค่ไหนก็ตามเหอะ ถ้าลองไม่ชอบแล้วละก็
อย่าหวังจะเข้าไปทานอีกให้ยากเลยค่ะ
ไม่อาวหรอก เรื่องไร ต้องไปง๊อด้วย เอาเงินไปให้แท้ ๆ
เฮ๊อ..ช่างมันเถอะค่ะ อย่าไปสนใจเลยนะ
สดชื่นกับวันอังคารดีกว่าค่ะ มีความสุขมาก ๆ นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 4 มกราคม 2554 เวลา:8:31:12 น.  

 
อาหมวย

555 เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่เหมือนกันเรื่องป่วนชาวบ้านนะเรา

เรื่องข้อห้ามของทางร้านต่างๆนี่
ก็ไม่ทราบว่าเจ้าของร้านเป็นคนคิด
หรือว่าฝรั่งมังค่ามันคิดมาตั้งแต่พวกเรายังวิ่งแก้ผ้าเล่นน้ำฝนกันแน่
สำหรับกฎต่างๆนั้น พอเอามาคิดว่ามันจะห้ามไปทำไม
บ้างร้านก็พอเข้าใจ แต่บางร้านก็สุดที่จะหาคำตอบได้

ส่วนใหญ่ก็ห้ามอยู่ 3 อย่าง เช่น ห้ามถ่ายรูป ห้ามนำอาหารเข้ามา และห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้ามา
ห้ามนำสัตว์เขามาดูเหมือนจะโอเคที่สุด แต่ทุกวันนี้บางทีก็เห็นนังผู้ดีอุ้มหมากระเป๋ากรีดกรายในห้างฯ
พวก รปภ. ไม่กล้าห้าม ต้องให้พนักงานระดับสูงหน่อยเข้ามาขอร้อง
เรื่องนี้เห็นด้วย ถ้าเอามาหมาตัวใหญ่มาเดินในห้าง
หมามันตกใจแล้ววิ่งไปไล่กัดคน เรื่องมันจะบานปลายไปกันใหญ่
แล้วคนที่เขาแพ้ขนหมา ขนแมว ก็ต้องเห็นใจเขาด้วย จริงหรือเปล่า?
เฮ้ย...เรื่องคนรักหมานี่ พวกที่เว่อร์ก็เล่นซะเราต้องอ้าปากค้างเลยนะ
อย่างเมื่อวานก่อนไปเดินห้าง เห็นเขาเข็นรถเข็นเด็กมา พอผ่านหน้าเฮียปั๊บ
อ้าวววว เป็นหมาตัวเล็กๆอยู่ข้างในรถนี่หว่า แต่งตัวซะ ยังกับหมาการ์ตูน
วันหน้า เราเอาไอ้ด่างหนังกลับข้างบ้านไปจูงเดินห้างฯบ้างจะดีหรือเปล่านะ?

ส่วนเรื่องนำอาหารเขาไปในร้านที่เขาห้ามนี่
สมัยก่อนโน้น ตอนร้านสุกี้ชื่อภาษาฝรั่งเพิ่งเปิดแถวห้างสรรพสินค้าแถวบ้าน (สิบกว่าปีแล้วหละ)
วันนั้นนัดพวกคนในครอบครัวไปทานอาหารที่ร้านสุกี้ น่าจะเป็นวันปีใหม่แบบนี้แหละ
มีญาติคนหนึ่งซื้อลูกชิ้นหมูมาจากร้านแสนอร่อยแถวบ้านเขา
กะว่าจะเอาไปปิ้งทานกันในตอนเย็นๆ
แล้วเขาเกิดนึกอยากให้หลานๆได้ทานลูกชิ้นนั้น ก็เลยแอบเทลงหม้อสุกี้ไป
เท่านั้นแหละ ท่านผู้จัดการก็เดินมาเลย บอกว่า ห้ามนำอาหารเข้ามาในร้าน
พวกเราก็ตกใจ ลืมนึกเรื่องนี้ไป แล้วจะทำยังไงกันดี
ต้องลงไปก้มกราบเท้าขอโทษกันมั๊ย หรือจะต้องไปโรงพัก พวกเด็กๆคาบลูกชิ้นปากค้างเลย
ของก็เทลงหม้อสุกี้ไปแล้ว เราก็ถามเขาว่าจะให้ทำอย่างไร
เขาตอบกลับมาแปลกมาก เขาว่าจะขอคิดค่าเอาอาหารมาทาน 300 บาท
พวกเราก็ยอมจ่าย (จ่ายนอกบิลล์นะ ไม่เข้าระบบ)
พอกลับมาบ้านก็งงว่าทำไมเราต้องจ่าย น่าจะให้มันคิดเงินอาหารที่สั่ง แล้วห่อกลับบ้านก็ได้นี่
แต่วันนั้น สมัยนั้น และมีเด็กเป็นสิบคนอยู่ในเหตุการณ์เลย ตัดสินใจยอมทำตามนั้น
พอมาคิดอีกที แบบนี้น่าจะเรียกว่า กรรโชกทรัพย์
เพราะกฎของร้าน ไม่ใช่กฎหมายของประเทศ
ถ้าเฮียเปิดร้านอาหารแล้วบอกว่าใครนุ่งกางเกงในสีขาวเข้าร้านจะปรับคนละร้อยบาท
ใครจะยอมให้ปรับหรือเปล่า ว้า...มาคิดได้วันนี้ก็สูญเงินไป 300 ซะแล้ว ฟรายจิงจิง

ส่วนเรื่องถ่ายรูปในร้าน ในห้างฯ เรื่องนี้ลองหาคำตอบดู
ก็คงจะเป็นเรื่องกลัวการลอกเลียนแบบ อาจจะเป็นการตกแต่งร้าน จานชามที่ใช้
การจัดโต๊ะ หรือรูปแบบการนำเสนออาหาร คือกลัวโดนขโมยความคิดสร้างสรรค์
แต่ขอโทษเถอะ แล้วสะเหรือกไปให้พวกรายการทีวีเข้ามาถ่ายทำรายการหาพระเรย์อะไร
บางร้านก็ลงรูปโฆษณามันทุกนิตยสาร แถมทำแผ่นใบปลิวแจกเขาอีก
แต่เวรกรรม ดันหวง ไม่อยากให้ใครเข้ามาถ่ายรูป
สมัยนี้มือถือมันถ่ายรูปได้ คนมีมือถือกันมากมาย คนเล่นเฟดบุ๊คก็หลายคน
เขาก็ต้องมีการถ่ายรูปโน้นรูปนี้แล้วเอาไปโพสต์อวดเพื่อนๆ
ถ้าคุณคิดว่าเขาจะถ่ายรูปเฟอร์นิเจอร์ของคุณแล้วโหลดรูปไปให้ร้านทำโต๊ะทำตู้
โหย..เว่อร์ไม่หรือเปล่าพี่
หรือถ่ายรูปเส้นลาซันย่าใส่ซอสสูตรพิเศษแล้วส่งไปให้แม่ยาย
คุณว่าคนที่ดูรูปจะปรุงอาหารได้เหมือนกับร้านคุณเปี๊ยบเลยหรือเปล่า

เฮียว่าห้ามกันได้ ติดรูปเตือนกันได้
แต่ถ้าลูกค้าไม่ได้ทำพฤติกรรมก่อความเดือนร้อนให้ร้าน
หรือไปวุ่นวายความสงบสุนทรีของลูกค้าคนอื่นๆ
ก็น่าจะยอมๆหยวนๆกันไป
กฎของร้าน ร้านตั้งขึ้นมา ต้องให้พนักงานในร้านทราบด้วยว่าเพื่ออะไร
แล้วถ้าลูกค้าเกิดตั้งกฎกันขึ้นมาเองบ้าง
เช่น เห็นมด เห็นแมลงวัน ก็จะโทรแจ้งกระทรวงสาธารณสุข หรือเอาเรื่องไปโพสต์ลงเน็ท
อีกหน่อยคนกินกับคนขายก็จะกลายเป็นศัตรูกันหรอก

เห็นด้วยที่ว่า เรามีเงินซื้ออาหารทาน ทำไมต้องไปง้อพวกเขาด้วย
ปู่ทวดเราเกิดมาจนตายจากไปก็ไม่เคยมาทานร้านแบบนี้ ก็ไม่เห็นท่านจะเดือดร้อนอะไร
อ้อซ์ เจ้าร้านที่ท่าทางหยิ่งๆนี่ บางร้านบริการห่วยมาก
แต่ดันมีคิดเพิ่มค่าเซอร์วิสชาร์จมาในบิลล์
แหม...โฉด ได้ใจจริงๆ

ขอให้อาหมวยมีความสุขทั้งวันนะครับ


โดย: zoomzero วันที่: 4 มกราคม 2554 เวลา:13:23:55 น.  

 
ปีที่แล้วเป็นปีเสือ เลยมีเรื่องดุ ๆ เกิดขึ้นหลายอย่าง ที่เป็นห่วงที่สุดคือในหลวงและเจ้านายหลายพระองค์ทรงพระประชวร ทั้งภาวนาและอธิษฐานต่อคุณพระคุณเจ้า และสิ่งศักดิ์สิทธ์ทั้งหลาย ช่วยดลบันดาลให้ทรงหายประชวร กลับมามีพระพลานามัยสมบูรณ์ขึ้นในเร็ววันค่ะ

หวังว่าปีนี้เหตุการณ์ต่าง ๆ จะดีขึ้น อย่างน้อย กระต่ายก็น่ารักกว่าเสือเนาะ


โดย: haiku วันที่: 4 มกราคม 2554 เวลา:18:52:51 น.  

 



หวัดดีตอนเย็นค่ะเฮีย
นั่นหน่ะสิ ทีพวกมาถ่ายทำรายการอ่ะนะ เต็มที่ค่ะ
แถมบางร้านนี่ จัดสุดยอดอาหารแพง ๆ
ให้เค้าทานฟรี ๆ ซะอีกนะคะ หวังโปรโมทเต็มที่อ่ะ ฮ่า ๆ ๆ

เมื่อวานมินก็ ไม่รู้นึกยังไง
ปีทั้งปี ไม่เคยคิดอยากทำกับข้าว
เมื่อวานอยากลองต้มจืดหัวไชเท้าญี่ปุ่นดู
อยากรู้ว่ามันรสชาดเป็นยังไง
ซื้อหัวไชเท้าญี่ปุ่นมา 2 หัว 100 กว่าบาทค่ะ
กุ้งแห้งมีแล้ว ไม่ซื้อ ไม่ใส่ปลาหมึกแห้ง ไม่ชอบ
เดินผ่านเคาน์เตอร์หมู เอ๊ะ ทำไม มันสะอาดดีจัง
เลยซื้อหมูสามชั้น อันที่จริงมีแต่เนื้อทั้งนั้นค่ะ
ซื้อมา 3 เส้น และก็ซื้อหมูหมักซอสพริกไทยดำมาอีก 3 ชิ้น
พอเด็กส่งมาให้เท่านั้น เฮ๊ย..หมูอาไรวะเนี่ย
หมู 3 ชั้น 3 เส้น 267 หมูหมักอีก 3 ชื้น 221 บาท
หมู 2 อย่างล่อไปเกือบ 500 หมูอาไรอ่ะเนี่ย
ไม่ได้อ่านเค้าก่อนเลยค่ะ ว่าเป็นหมูดำ คูโรบูตะ
เห็นว่าเป็นหมูที่นุ่มและอร่อยที่สุด และปลอดสารพิษ
เจ๊ย..ทำไงดีอ่ะเนี่ย เด็กมันซีนใส่ถุงพลาสติกให้แล้วด้วยค่ะ
จะไม่เอา ก็น่าเกลียด เลยต้องจำใจเอาแบบเจ็บใจตัวเอง
ที่ไม่ดูตาม้า ตาเรือ ให้ดีซะก่อนค่ะ เฮ๊อ...

2 วันนี้ เลยต้องทานแต่ แกงจืดหัวไชเท้า ให้หายแค้นหน่อย
แต่หมู เค้าก็นิ่มอร่อยสมราคาคุยนะคะเฮีย
ส่วนไอ้หัวไชเท้าญี่ปุ่นหน่ะ มินไม่เห็นว่ามันจะต่างจากบ้านเราตรงไหนเลยค่ะ...

เนี่ย นั่งทานอยู่เนี่ย ทานด้วยกันไม๊คะ อิอิ....
อืม..ปลาโอโทโร่ เนี่ย มันเป็นไงคะ
ใช่ที่เนื้อมันแดง ๆ หรือป่าวคะ
มินชอบทานแซลมอนค่ะ แต่ ปลาอย่างอื่นไม่ทานนะ
หมายถึง ถ้าเป็นอาหารญี่ปุ่นอ่ะนะคะ

ปล. ทานข้าวเย็นให้อร่อย ๆ นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 4 มกราคม 2554 เวลา:19:04:12 น.  

 




อรุณสวัสดิ์ค่ะเฮีย
มานั่งรอทานกาแฟด้วยตอนเช้าค่ะ


โดย: มินทิวา วันที่: 5 มกราคม 2554 เวลา:7:30:24 น.  

 
วันนี้...มานั่งเป็นเพื่อนทานกาแฟไม่ทัน
งั๊นมาพาเข้านอน แต่ไม่ขอตื่นตีสามด้วยนะ
วันนี้ขอนอนโซฟาก็แล้วกัน
เอ้า...ดับไฟ

มาเล่าเรื่องตอนมืดๆ
เมื่อวานก่อน ท่านแม่ให้คนเข้ามาเก็บของเก่า
ก็เป็นพวกซาเล้งซื้อของเก่านั่นแหละ
ท่านแม่ก็ขายหมด เริ่มตั้งแต่หนังสือพิมพ์ ขวดเบียร์
กระป๋องน้ำอัดลม ขวดพลาสติก ฯ
ของพวกนี้เป็นของที่เก็บสะสมนานถึงหนึ่งปี
ปรากฏว่าขายได้แค่ร้อยกว่าบาท
ขณะที่เจ้าคนนั้นกำลังขนของใส่รถสามล้อของเขา
เฮียเลยเดินไปเอาดัมเบลหรือที่ยกน้ำหนักที่ข้างบ้านมาทดลองชั่งดู
อาหมวยเชื่อหรือไม่ว่า ก้อนเหล็กหนัก 2 กก.
พอเอาชั่งตาชั่งของมัน อ่านค่าได้แค่ 6 ขีด
แหม...มันโกงตาชั่งกันหน้าด้านๆ
เฮียก็บอกแม่ว่า กิโลของเขามันแข็งมากนะแม่
แม่ก็บอกว่า ช่างเถอะ ดีกว่าให้รถขยะเอาไปทิ้ง
เจ้าคนนั้นมันก็ได้ยินว่าแม่ลูกคุยอะไรกัน
มันก็รีบๆๆขนของ
เฮียก็ไม่ยอมเลิก เดินไปถามหมอนั่นว่าทำไมกิโลไม่ตรงเลย
มันบอกว่าของมันตรง เหล็กยกน้ำหนักของเรานั่นแหละเบา
หมอนี่ดราม่ามากๆ หน้ามันนิ่ง และจริงใจ
ก็ขอจำหน้ามันเอาไว้
แต่แม่บอกว่า แกอย่าพูดมาก คราวหน้าฉันก็จะเรียกมันอีกนั่นแหละ
555


โดย: zoomzero วันที่: 5 มกราคม 2554 เวลา:22:48:57 น.  

 




หวัดดีค่ะเฮีย
มาคุยสั้น ๆ ก่อน นะคะ ยังไม่ได้ออกไปทำงานเลยค่ะ อิอิ
เรื่องไอ้คนมาซื้่อของเก่า แล้วโกงกิโลเนี่ย
เหมือนกันทุกที่ ไม่ว่าเจ้าไหนค่ะ
เดี๋ยวนี้มินเลย ให้ลุงที่มาตัดหญ้า ตัดต้นไม้ที่บ้านไปเลย
เพราะขนใส่รถไปเต็มคันรถ ได้มาแค่ 100 กว่าบาท ฮ่า ๆ ๆ
หมู่บ้านที่มินอยู่อ่ะ ห้ามรถขายของทุกชนิดเข้าค่ะ
พรุ่งนี้ไม่อยู่นะคะ จะไปใส่บาตร ถวายสังฆทาน
ตระเวนทำบุญทั้งวันค่ะ แล้วจะนึกถึงอธิษฐานถึงทุกช็อตเลยค่ะ


โดย: มินทิวา วันที่: 7 มกราคม 2554 เวลา:7:46:05 น.  

 
555
ไม่ได้เข้าบล็อกมาสองวัน อิอิ
แปลกแต่ไม่แปลก วุ๊ย!!!
วันนี้ตอนเช้าไปใส่บาตร วัดเก่าแก่ที่เมืองชล
แถมด้วยการเช่าพระบูชามาเพียบ
ยามสายก็ไปไหว้เจ้าที่ศาลนาจา
ใกล้เที่ยงข้ามฝากไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมพันเนตรพันกร
และทำพิธีทิ้งเคราะห์ ตัดเล็บตัดผมใส่ห่อฝากเขาเอาไปลอยทะเล
เที่ยงทานอาหารทะเลริมทะเล อ่างศิลา
ซัดหอยนางรมกับปลาหมึกย่างไซส์ช้างแมมมอธ โอ้ย...อิ่ม
แล้วแวะซื้อข้าวหลาม กับปลาเค็ม ฝากญาติพี่น้อง
บ่ายถวายสังฆทานวัดศิริเสาธง บางบ่อ
ตอนถวายของก็นึกถึงคนที่รักคนที่ชังทุกคนเลยนะ
ตอนเย็นๆก็ทานอาหารทะเลต่ออีกรอบที่บ้าน
พรุ่งนี้ไหว้บรรพบุรุษ ขอพรให้ เฮง เฮง เฮง

เอาบุญมาฝากทุกคนครับ


โดย: zoomzero วันที่: 7 มกราคม 2554 เวลา:21:19:28 น.  

zoomzero
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ของทุกอย่างในโลกมี 2 ด้าน ถ้าเริ่มต้นก็คิดแต่ว่า สิ่งนั้นมีแต่ด้านดีด้านเดียว หรือเลวสุดขีด ต่อให้ศึกษาสิ่งนั้นไปอีกพันๆปี ก็ไม่มีวันเข้าใจ แต่ถ้าเปิดใจมองให้เห็นทั้งสองด้าน และหาความพอดีกับการอยู่กับสิ่งนั้นได้
...
ความสุขย่อมมาคู่กับความทุกข์ เพราะสุขเป็นของไม่เที่ยง เมื่อติดสุข แล้วไม่มีสุขมาให้ชื่นใจ จิตก็จะเป็นทุกข์ ความสงบจึงเป็นของที่เราท่านควรปฏิบัติ
...
การตั้งตัวเป็นจอมมารแห่งหุบเขาคนโฉด จึงไม่หวังให้ผู้ใดมีสุข ไม่อยากให้คนยึดติดกับสุข หากแต่อยากให้พ้นทุกข์ และได้พบกับธรรมมะของจริง ดั่งคำว่า "ไม่มีมาร อรหันต์ไม่เกิด" 555
...
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
31 ธันวาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add zoomzero's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.