หุบเขาคนโฉด ไม่ใช่ไอศครีม ไม่ต้องเข้ามาเลีย หรือเชียร์จนละเหี่ยใจ แต่ขอแค่ความจริงใจ ของคนกล้าคิด ไม่ติดอยู่ในกรอบ
40606 [เพลง] บะจ่าง

ป่าหอมหมื่นลี้ .

ความรัก ความจริงใจ และเสียงเพลง นี่แหละ ที่หอมไปไกลถึงหมื่นลี้

หุบเขาคนโฉด, ป่าหอมหมื่นลี้, เซียวบะจ่าง
Violent Valley, Zoomzero, Festival, Bah-Chang

เซียวบะจ่าง - สุวรรณา ชนากานต์




วันที่ 6 มิถุนายน 2554 นี้เป็นวันที่เรียกว่า วันไหว้บะจ่าง

คำว่า บะจ่าง (Bah-Chang) เป็นภาษาจีนฮกเกี้ยน (ภาษาจีนกลางเรียก จ้งจี) เทศกาลบะจ่าง ถูกกำหนดให้ตรงกับวันที่ 5 เดือน 5 โดยนับด้วยปฏิทินของจีน (ไม่ใช่ของฝรั่ง) จึงเรียกอีกชื่อว่า เทศกาลตวงโหงว (ตวนอู่เจี๋ย) เทศกาลวันไหว้บะจ่างนี้ยังจะไปตรงกับเทศกาลแข่งเรือมังกร (Dragon Boat Festival) ของจีนอีกด้วย โดยมีจุดไฮไลท์อยู่ที่มาเก๊า เกาลูน และฮ่องกง (อยากไปเที่ยวกันมั๊ย? ใครจะไป ยกมือขึ้น) นอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังประกาศให้วันนั้นเป็นวันกวีจีน (The Chinese Poet’s Day) อีกด้วย โดยมีการยกย่องกวีที่ชื่อ ชีหยวน (ผู้ที่นับว่าเป็นกวีที่สำคัญท่านหนึ่งของจีน) ชีหยวนคนนี่ ท่านเป็นต้นตำนานของการคิดทำบะจ่าง (เรื่องตำนาน ไม่ขอกล่าวมาก แต่อยากจะนินทาว่า การเอาข้าวเหนียวไปโยนน้ำนี่นะ จะทำให้ปลาไม่ไปกัดกินศพ คิดได้ไง หุหุ) เกือบลืมไปอีกเรื่อง คือ วิญญาณของชีหยวน เป็นผู้แนะนำชาวบ้านให้เอาใบไผ่มาห่อข้าวเหนียว และยังแนะนำให้ทำเรือมังกรเพื่อให้สัตว์น้ำกลัว จึงกลายมาเป็นอีกตำนานคือ การแข่งเรือมังกร นี่แหละครับ


บางคนเรียกเทศกาลนี้ว่า วันไหว้ขนมจ้าง ซึ่งเรียกแบบนี้ เหมือนกับว่าบะจ่างนั้นเป็นของหวาน หรือขนมที่เอาไว้ทานเล่น แต่เท่าที่ผมดูส่วนประกอบของบะจ่างแล้ว อิ่มได้หนึ่งมื้อเลย น่าจะเป็นอาหารคาวมากกว่า แล้วรู้หรือเปล่าว่าในประเทศญี่ปุ่น เขาก็มีของที่คล้ายๆบะจ่าง คือเป็นข้าวปั้นที่ยัดไส้ปลาเค็ม (บางทีก็บ๊วยเค็ม) ซึ่งเรียกว่า โอะนิงิริ สำหรับของกินของคนไทยที่คล้ายๆบะจ่าง ก็น่าจะเป็น ข้าวต้มมัด (นี่ก็ดูไม่เป็นขนมเหมือนกันนะ) คำเรียกที่ว่า ขนมจ้าง น่าจะเป็นฝีมือปู่ย่าตาทวดของเราๆท่านๆ นี่แหละที่ชอบทำให้ชื่อเรียกของต่างๆ เพี้ยนได้แปลกๆ อย่าง ขนมจีน นี่ก็ไม่ใช่ขนมนมเนยแต่อย่างไร ความจริงมันมาจากภาษามอญ ที่คนไทยฟังมา แล้วเอามาเรียกจนเพี้ยนเสียงไป แต่ก็เป็นเสน่ห์ให้ค้นหา สนุกกันหละพวกนักภาษาศาสตร์ทั้งหลาย


ลักษณะมาตรฐานของบะจ่าง ก็ต้องมีใบจ่าง ใบไผ่ หรือใบอ้อ เป็นเปลือกด้านนอก ส่วนข้างในก็เป็นข้าวเหนียวที่ยังยัดไส้อีกทีด้วยเนื้อหมู กุนเชียง เห็ดหอม ถั่วลิสง แปะก๊วย แล้วมัดทั้งหมดด้วยเชือกแล้วนำไปทำให้สุกอีกที ด้วยการนึ่งหรือต้ม ในเมืองจีน บริเวณพื้นที่หรือชุมชนที่หาพวกวัตถุดิบยากๆ เขาก็จะมีแค่ถั่วแดงเป็นไส้

สูตรทำบะจ่างนั้น ส่วนใหญ่จะมี 2 รส คือ เค็ม กับหวาน แต่ผมไม่มองแบบนั้นหรอก (นั่นมันคนปกติเขามองกัน) ผมว่า...แบบแรกคือแบบดั้งเดิม ไม่เน้นความหลากหลายของไส้ แต่เอาใจใส่ในเรื่องความใหม่ ความสด ความสะอาด การปรุงสุกพอดี กลิ่นหอมของใบจ่างที่เอามาหอนี่แหละ คือ พระเอกตัวจริง ว่ากันว่าเป็นสูตรที่คนอายุประมาณห้าหรือหกสิบปีขึ้นไป ทานแล้วคงจะต้องนึกถึงฝีมือของอาม่าอากิ๋มที่ล่วงลับไปแล้ว ผมขอเรียกสูตรนี้ว่า "สูตรดั้งเดิมโพ้นทะเล" ส่วนอีกสูตรเป็นการแต่งรสให้เข้าขั้นเลิศรส คือ มีทั้งหวาน ทั้งเค็ม ผสมผสานอย่างลงตัว คือ เพิ่มจากสูตรดั้งเดิมด้วยการ ใส่เผือกกวนที่ออกรสหวาน หรือผลไม้รสหวาน อันนี้ก็ต้านแนวรบของความเค็ม พอความเค็มมาชนกับความหวาน ทีนี่ก็จะตัดความมันของเนื้อหมู นี่ถ้ามีการเอารสเปรี้ยวลงไปด้วย คงจะเรียกสูตรนี้ว่า "สูตรสามกษัตริย์" (เออ...เข้าท่าดี) แต่...เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าเอาเผ็ด แบบพริกขี้หนูสวน พริกกระเหรี่ยง หรือพริกชี้ฟ้าอีสาน ก็จะเปลี่ยนสูตรนี้ให้กลายเป็น "สูตรสี่สหาย" ก็ได้

สำหรับคนที่ห่วงใยเรื่องสุขภาพ ผมขอนำเสนอ สูตรธัญพืช ที่ประกอบด้วย ลูกเดือย ถั่วต่างๆ แต่ยังคงใส่กุนเชียง กุ้งแห้ง ไข่แดงเค็ม ฯ รับรองทานแล้วจะได้ความอร่อยและคุณค่าทางโภชนาการสูงมากๆ และเห็นว่าตอนนี้มีคนที่เริ่มที่จะนิยมอีกสูตร นั้นก็คือ สูตรข้าวกล้องงอกผสมธัญพืช นี่ก็น่าสนใจ แต่ถ้าจะคิดนอกกรอบออกไปเลย ก็ต้อง บะจ่างเจ มีแต่ถั่ว และเมล็ดพืช ไม่ต้องเสี่ยงมะเร็งที่มาจากเนื้อสัตว์สีแดงๆชนิดไหน และในวันนี้ ในเมืองจีนเขาทำบะจ่างใส่ถุงสูญญากาศขายในซุปเปอร์มาร์เก็ต มีขายตลอดปี เวลาจะทานก็แกะออกมาอุ่นด้วยไมโครเวฟ (หรือจะนึ่งแบบโบราณก็ได้ ของมันสุกมาเรียบร้อยแล้วนะ) ขอแถมอีกนิด ในประเทศไทยนะครับ จังหวัดนครปฐมนะครับ หน้าสถานีรถไฟนครปฐมนะครับ ร้านชื่อ แม่ลูกจันทร์ เขาดังเรื่องข้าวหลาม แต่เชื่อหรือไม่ว่า เขาทำบะจ่างใส่เอาไว้ในกระบอกข้าวหลาม เรียกว่า บะจ่างกระบอก (ลองไปหามาทานกันนะจ๊ะ)


สำหรับเรื่องไส้บะจ่าง ก็มีหลายสูตรมาก แตกต่างกันไปเพราะจีนเป็นประเทศใหญ่ มีคนอยู่มากมายหลากหลายพื้นที่ ตั้งแต่หนาวจัดไปจนถึงร้อนชุ่มชื้น เจ้าของสูตรก็ย่อมคิดปรุงรสแตกต่างกันไป ซึ่งอาจจะประกอบด้วย ถั่วเขียว, ถั่วแดง, เม็ดบัว, แปะก๊วย, ไชโป้ว, พุทราจีน, กุนเชียง, หมูสามชั้น, หมูสามชั้นรมควัน, เป็ดย่าง, หมูตั้ง, มันหมู, แฮม, เห็ดหอม, ไข่แดงเค็ม, เกาลัด, ถั่วลิสง, ถั่วเขียว, กุ้งแห้ง, หอยแครงหวาน, หมูแดง, เนื้อไก่ฉีก, เผือกกวน, ปลาหมึกแห้งหั่นฝอย, มะม่วงหิมพานต์, ...ฯ ถ้าเอามาทำไส้ทั้งหมดได้ คงต้องใช้ใบบัวกระด้ง หรือบัวพันธุ์วิคตอเรีย เอามาห่อ 555

ใครผ่านไปแถวเยาวราช ถ้าบังเอิญได้เข้าไปในโรงแรมแกรนด์ ไชน่า ปริ๊นเซส ช่วงเทศกาลไหว้บะจ่างแบบนี้ จะได้พบกับบะจ่างที่มีไส้เป็นหอยเป๋าอื้อ ปรุงแบบบทรงเครื่อง (สงสัยจะเป็นเครื่องทรงของฮ่องเต้เลยหละ)



zOOmzERo2009








ย้อนกลับไปอ่านของเก่า
Link ไปที่ blog 40513 มาร่วมฝันกันในโลกคอมพิวเตอร์

Link ไปที่ blog 40417 ผู้หญิงขับรถ (ทำไมต้องว่า?)
Link ไปที่ blog 40403 เช็งเม้ง 2554
Link ไปที่ blog 40314 ไปดวงจันทร์
Link ไปที่ blog 40301 Broken Bed ...
Link ไปที่ blog 40214 ความรักในวันแห่งความรัก
Link ไปที่ blog 40129 ไท้ส่วยเอี้ย เทพแก้ไขเคราะห์กรรม
Link ไปที่ blog 40108 วัดเก่าบนเขาบางทราย
Link ไปที่ blog 31231 สิ้นปี ๒๕๕๓ ทิ้งความทุกข์







Create Date : 06 มิถุนายน 2554
Last Update : 21 มิถุนายน 2554 23:22:50 น. 21 comments
Counter : 2104 Pageviews.

 



tuesday morning kha
lazy to change font na...
r u still sleepy?..
happy tuesday naka..*hugss*


โดย: มินทิวา วันที่: 7 มิถุนายน 2554 เวลา:5:18:32 น.  

 
สำหรับเทศกาลสำคัญๆของคนจีนนั้น จะมีอยู่ 3 เทศกาล ได้แก่
ตรุษจีน, ไหว้พระจันทร์, และ บะจ่าง
ที่ว่าสำคัญเพราะว่า ผมเอาขนมหรืออาหารเป็นหลักในการพิจารณา
ตรุษจีน ก็มี ขนมเทียน ขนมเข้ง
ไหว้พระจันทร์ ก็มี ขนมไหว้พระจันทร์ หรือ Mooncake
และไหว้บะจ่าง ก็ต้องมี บะจ่าง
ถ้าไม่มีอาหารพวกนี้ ก็ไม่นับว่าได้ทำการไหว้ตามธรรมเนียมจีนโบราณ

ถ้าเกิดไม่ได้เป็นคนจีน ไม่มีญาติเขยหรือสะใภ้เป็นคนจีน
แบบนี้ก็ต้องไปหาซื้อเอามาทานเอง
แต่ทีไหนหละ เห็นขายในตลาดแทบทุกแห่ง แต่จะอร่อยหรือเปล่า?
ที่แน่ๆ เยาวราช ต้องมีขายแน่ๆ แล้วร้านไหน ใครจะคอนเฟิร์ม?
เอาแบบนี้ ผมมีร้านมาแนะนำ แต่อร่อยจริงหรือไม่ ต้องลอง!!!

- ร้านปากซอยข้างโรงพยาบาลหัวเฉียว
- ร้านเจ้ปุ๊ เจริญกรุง 22 ตลาดน้อย
- สวนมะลิ ซอย 1 (ฝั่งตรงข้ามธนาคารกสิกร)
- ร้านสุภาพร ท่าน้ำดินแดง
- แชงการีร่า
- โรงแรมแกรนด์ไชน่าปริ้นเซส
- ตลาดสามย่านใหม่ (ใกล้สามย่านเก่า)
- รถเข็นเจ้เฮียง หน้าร้านทองเล่งหงส์ เยาวราช
- ตลาดโชคชัย4 แถวคิวรถกระป้อ (สี่ล้อเล็กรับจ้าง)
- ตรอกหม้อ เสาชิงช้า
- เจ้ตู้ ตลาดคลองเตย
- ประชาราษฎรบำเพ็ญ ซอย 24 (หลังโรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ)
- ร้านไกรสีห์ บางลำพู
- ท่าเรือข้ามฟาก ศิริราช

ตามความเห็นของผม ผมเชื่อว่าอร่อยทุกร้าน
แต่ในสภาวะของแพงแบบนี้ มีสิทธิ์ลดต้นทุนวัตถุดิบ
เรื่องขึ้นราคานั้น เขาขึ้นมาจนทะลุเพดานนานแล้ว
อย่างเมื่อก่อนชายลูกละ 25 ตอนนี้ก็ต้อง 45 - 50
ถ้าขายที่ 40 อาจจะไม่ได้ของดีๆสดๆ
จะกินทีก็เสียดายเงินเหมือนกัน
แต่พอดูว่าทำมาจากอะไรบ้าง เช่น ข้าวเหนียว หมู เห็ดหอม กุนเชียง ไข่เค็ม ถั่ว ...
มันก็ไม่น่าจะแพงมาก อ้อ...สงสัยคิดค่าแก๊ส
คราวหน้าช่วยใส่แก๊สหัวเราะอัดมาด้วยนะ เวลากินจะได้มีความสุข 555


โดย: zoomzero วันที่: 7 มิถุนายน 2554 เวลา:9:39:13 น.  

 
ข้าวต้มมัดไส้หมู

ตามที่ได้เกริ่นเอาไว้ข้างบนว่า
บะจ่างสไตล์ไทยๆ ก็มี ได้แก่ ข้าวต้มมัด
แต่ชาวบ้านชาวเมืองกรุง เขาจะทานกันเป็นข้าวต้มมัดไส้กล้วย
แล้วข้าวต้มมัดใส่เนื้อสัตว์ มีที่ไหน

คำตอบคือ มีที่อีสาน
ไม่ใช่ของอีสานแท้ๆ เพราะ เขาเรียกว่า ข้าวต้มมัดญวน
ตอนนี้กลายเป็นของคนไทยอีสานไปแล้ว (ขออุ๊บอิ๊บ)
ผมเคยทานมาหลายครั้งแล้ว ตอนที่ไปเยี่ยมญาติที่บุรีรัมย์

สูตรดั้งเดิมเขามาจากแถวๆสกลนคร ก็มาจากคนไทยเชื้อสายญวนนี่แหละ
เขาว่าคนญวนนั้นมี 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือพวกเข้ามาค้าขายเป็นร้อยเป็นพันปี
ส่วนใหญ่มาจากทางประเทศลาว เข้ามาลึกถึงอยุธยา
กับอีกส่วนคือญวนที่หนีภัยสงครามอินโดจีน ก็จะอยู่ตามจังหวัดชายแดนไทยลาว
ญวนกลุ่มที่เข้ามานาน ก็จะแต่งงานกับพวกเดียวกันในตอนแรกๆ
แล้วก็เสร็จพี่ไทยตามระเบียบ
คนญวนมีนิสัยขยัน และเก่งเรื่องเอาของธรรมชาติมาทำอาหาร โดยเฉพาะพวกแป้งและผัก
ดังนั้นถ้าเขาเอาหมู เป็ด ไก่ มาทำอาหารเมื่อไหร่ นั่นแหละของดี ใช้ในโอกาสหรูๆหละท่าน

คนญวนก็จะมีวันตรุษ หรือปีใหม่เหมือนๆชาติอื่นในเอเชีย ที่ต้องมีของไหว้เป็นเอกลักษณ์
นั่นก็คือ แบ๋งจึง (Banh Chung) โดยจะห่อเป็นรูปสี่เหลี่ยม ข้างในมีเนื้อหมูสามชั้น
มีบันทึกว่ามีมาตั้งแต่สมัยกษัตริย์หุ่งเวือง ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์แรกของเวียดนาม

ข้าวต้มญวน หรือ ข้าวต้มมัดไส้หมู จะทำมาจากข้าวเหนียว
เนื้อหมูติดมัน, ถั่วเหลืองซีก, หอมแดง, และเครื่องปรุงรส
พอต้มเสร็จ เขาจะเอาลงมาแช่น้ำเย็นเพื่อให้ใบตองหยุดการสุก สีจะได้สวย
จากนั้นก็เอาไปผึ่งให้แห้ง สามารถเก็บนอกตู้เย็นได้นาน
คนเดินทางไกล อย่างปู่ผม เป็นพวกกองคาราวานเกวียน
เวลาท่านแรลลี่ไปค้าขายที่เขมร คุณย่าก็จะทำข้าวต้มมัดแบบญวนให้ไปกินกลางทาง
เพราะถ้าฟ้าฝนตกลงมา ไม่สามารถหุงหาอาหารได้ ก็ทานกันง่ายๆแบบนี้

เดี๋ยวนี้มีตู้เย็นใช้กัน คนเราเลยไม่ค่อยคิดเรื่องถนอมอาหารแบบไม่ใช้พลังงาน
จะเห็นว่า อาหารรอบๆตัวเรา ร้อยละเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้า จะเป็นของที่ถูกคิดค้นกันมาแต่โบราณ
มนุษย์ทุกวันนี้ วันๆเอาแต่คิดอะไรใหม่กันบ้างนะ?
แม้แต่เขียน blog ก็ยังต้อง copy ไอเดียคนอื่นเอามาโชว์ว่าเป็นของตัวเอง
เอ้...ผมก็ก๊อปเขามาทั้งนั้นนะ 555


โดย: zoomzero วันที่: 7 มิถุนายน 2554 เวลา:10:25:34 น.  

 
ข้าวห่อใบบัว

เป็นอาหารไทยที่คล้ายกับบะจ่างอีกอย่างหนึ่ง
แต่ทำจากข้าวสวย โดยหุงให้สุก ใช้ข้าวหอมมะลิที่เป็นข้าวเก่า
หรือจะเปลี่ยนเป็นข้าวกล้อง ก็ไม่ว่ากัน
คราวนี้ไม่ใช้ใบไผ่ แต่ต้องไปหาใบบัว ซึ่งนิยมใช้ บัวหลวง
ลักษณะการทำข้าวห่อใบบัว จะไม่ใช่การยัดใส้ แต่จะเป็นข้าวผัดมากกว่า
เครื่องปรุงแต่งประกอบด้วย เนื้อหมู(หรือไก่ก็ได้) เห็ดหอม เม็ดบัวต้มสุกแล้ว
ไข่แดงเค็ม เม็ดถั่วลันเตา
จากนั้นก็เอาใบบัวมาซ้อนเพื่อรองรับข้าวผัด แล้วก็ไม่ต้อง "มัด"
แต่เอามาห่อแล้วคว่ำด้านปากไว้ นำไปนึ่ง (หรืออบไมโครเวฟ ก็ยังไหว)
เสน่ห์ของข้าวห่อใบบัวอยู่ที่เวลาทาน ต้องกรีดเป็นรูปตัว X ด้านบน
แล้วก็โซ้ยกันได้เลย ขอเสนอว่า ควรจะมีน้ำปลาพริกมะนาว ถ้วยเล็กๆมาร่วมวงด้วย
หรือไม่ถ้ามีฝีมือทางการครัวก็ทำน้ำจิ้มแบบน้ำจิ้มไก่ที่มีสามรส
ซื้อสำเร็จรูปก็ได้ แม่ประนอมก็มีขายเป็นขวดๆนะคะ เอ้ย...ครับ

เท่าที่เห็นเขาทำข้าวห่อใบบัวขาย ก็มักจะมีเมนูให้เลือกอีก เช่น
สูตรมังสวิรัติ อันนี้ไม่ใช่ เจ เพราะมีกระเทียม
สูตรเจ ไม่ใช่เจตรินนะน้อง ขอแนะนำด้วย เห็ดเป๋าฮื้อ หน่อไม้ฝรั่ง แปะก๊วย เห็ดหอม
สูตรเนื้อไก่ สูตรนี้มีกุนเชียงแถมให้ด้วยนะ ส่วนผัก็เลือกเอาตามใจชอบ
สูตรหน้าหมู ก็มีทุกอย่าง ไม่ว่ากุนเชียง เห็ดหอม ... ใส่ๆมาเลยคู๊ณ ไม่เชื่อถามอาจารย์ยิ่งศักดิ์ดูซิ๊
สูตรเผือก อันนี้เหมือนข้าวอบเผือกของคนจีน ใช้ เผือกอบ
สูตร seafood อันนี้ตามคำเรียกร้องของคนที่อยากทานของแพง เอาซี่ มีตังค์ก็สั่งมาทานกัน

ร้านที่ขอนำเสนอเป็นเจ้าอร่อย ร้าน อบ-อุ่น อยู่ที่ตลาดบองมาร์เช่
ตั้งอยู่บนถนนประชานิเวศน์1 (ใกล้วัดเสมียนนารี)
เขาบอกว่าคุณจินตหรา ดารานางเอกสาวสวย ก็มาอุดหนุนประจำ
ไปซิ เผื่อจะได้ขอลายเซ็นดารา

ร้านที่สองนี้อยู่บนถนนพระรามสี่ ใกล้ตลาดคลองเตย
ชื่อร้าน ข้าวห่อใบบัวลุงชู ร้านจะอยู่ตรงข้าม(เยื้อง)กับโชว์รูม BMW
เปิดมานานกว่า 30 ปี มีทั้งข้าวห่อและขนมจีบ ซาลาเปา ขนมจีบ ก๋วยเตี๋ยวหลอด
เมื่อไม่นานมานี้ลุงชูได้ประสบอุบัติเหตุจนทำงานไม่ได้เหมือนเดิม
คนเป็นลูก (อ้วน-สถาพร) เลยต้องมาสานต่อตำนานอาหารสุดอร่อยของบิดา
รับรองความอร่อยไม่แตกต่าง เพราะเขาว่าความลับอยู่ที่ขั้นตอนการหมักหมูนี่แหละ

สำหรับคนที่อยู่สุพรรณบุรี ให้ไปที่ตลาดสามชุก
ร้านหรั่งศรีโรจน์ มีลุงโรจน์เป็นเจ้าของ เป็นต้นตำรับข้าวห่อใบบัว ตลาดร้อยปี
หาไม่ยาก ถามชาวบ้านแถวนั้น ร้านอยู่เชิงสะพานข้ามแม่น้ำ
ร้านนี้มีอาหารโบราณอร่อยๆ รสไทยๆดั้งเดิม อีกหลายอย่าง เช่น หมีกะทิ
ก๋วยเตี๋ยวยำบก (ชื่อแปลกดีมั๊ย), ข้าวคลุกกะปิ, ไข่พะโล้ ฯ

อีกร้านอยู่ไม่ไกลเมืองกรุง(เทพฯ) ชื่อว่า ร้านครูลิน (ไม่รู้ว่า ลินดา หรือเปล่า?)
อยู่ที่ตลาดโบราณร้อยปีบ้านใหม่ (ชื่อเรียกยาก แต่หาไม่ยาก) แปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) นี่เอง
จุดขายของร้านนี้อยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์ในการดัดแปลงสูตร ได้แก่
- หน้าหมูแดง
- หน้าไก่กระเทียมพริกไทยดำ
- หน้ากระดูกหมูอ่อนอบ
- หน้ากุ้งน้ำแดง
- หน้าซีฟูดพริกไทยดำ (สงสัยชอบพริกไทยดำจริงๆ)
- ปลาหมึกกับไข่เค็ม
- หน้ารวม

ในประเทศไทย จะมีบัวชนิดหนึ่งที่ขึ้นทั่วไป นั้นคือ บัวหลวง
มี 5 จังหวัดที่ใช้ดอกบัวหลวงเพื่อเป็นดอกไม้ประจำจังหวัด
ได้แก่ ปทุมธานี, พิจิตร, ยโสธร, สุโขทัย และหนองบัวลำภู
บัวหลวง (ปทุมชาติ) มีอีกชื่อว่า บัวอินเดีย เป็นบัวที่ใช้ไหว้พระมาแต่โบราณ
สายพันธุ์บัวหลวงในประเทศไทย มีอยู่ประมาณ 4-6 สายพันธุ์
- บัวดอกสีชมพู หรือ บัวแหลมชมพู มีชื่อเรียกทั่วไปว่า ปทุม หรือ ปัทมา
- บัวดอกสีขาว หรือ บัวแหลมขาว มีชื่อเรียกว่า บุณฑริก
- บัวหลวงชมพูซ้อน มีชื่อเรียกว่า สัตตบงกช
- บัวหลวงขาวซ้อน หรือ บัวฉัตรขาว มีชื่อเรียกว่า สัตตบุตย์
- บัวดอกเล็กสีขาว เรียกว่า บัวปักกิ่งขาว หรือ บัวหลวงจีนขาว
- บัวดอกเล็กสีชมพู เรียกว่า บัวปักกิ่งชมพู หรือ บัวหลวงจีนชมพู

ประโยชน์ของบัวหลวงมีมากมาย นอกจากจะใช้ดอกนำมาถวายพระแล้ว
- เมล็ดบัว ก็ยังทานได้ เชื่อว่าเป็นยาชูกำลังอย่างดี สมัยก่อนมีฝักบัวขายราคาถูกๆ
ข้างในฝักบัวมีเมล็ดบัวรสหวาน แต่ถ้าเก็บไว้นานมันจะกลายสภาพทางเคมีเป็นแป้ง
ทุกวันนี้ฝักบัวใหม่ๆไม่มีแล้ว อย่างน้อยก็จะต้องค้างมาหนึ่งวัน
- เกสรบัว เป็นหนึ่งตำนานของยาชูกำลังและบำรุงหัวใจ เขาใช้ทำยาหอม ยาลม ชาเกสรบัว
- รากบัว เอามาต้ม แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ รักษาโรคเกี่ยวกับน้ำดี เสมหะ
- ไหลบัว เป็นยอดอ่อนของบัว มีประโยชน์อย่างไรก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าจิ้มน้ำพริก หรือผัดกับกุ้งสดก็อร่อยดี
- ดีบัว (เอ๊ะ! อะไรหว่า) เป็นต้นอ่อนของบัว เป็นเมล็ดที่กำลังจะงอก รสขมมาก แต่หวานเป็นลม ขมเป็นยา
ตอนนี้นักโภชนาการบอกว่ามันมีอัลคาลอยด์ (ไม่รู้ว่าคืออะไร) เขาว่าใช้ขยายหลอดเลือดหัวใจ ป้องกันเลือดอุดตัน
- ก้านบัว สมัยก่อนยุคไม่มีไฟฟ้า มีแต่ตะเกียง เขาเอาก้านบัวมาทำไส้ตะเกียงได้
- กลีบบัว นักเลงรุ่นคุณปู่ใช้มวนยาฉุน แทนใบจาก ทำเป็นบุหรีเมดอินไทยแลนด์

อ้อ...มีเรื่องจะเตือน
ทุกวันนี้ อย่าดมดอกบัว ไม่ใช่เพราะว่าเป็นบาปเพราะเขาจะเอาไปไหว้พระ
แต่มันอุดมด้วยยาฆ่าแมลง ปลูกบัวถ้าไม่ได้ฉีดสารเคมีแรงๆ มีหวังโดนแมลงกัดกินหมด
ว่าไปแล้วของที่ได้จากบัวก็น่ากลัวเหมือนกันนะ
ขอให้คนทำอาหารเขาล้างน้ำให้สะอาดก็แล้วกัน


โดย: zoomzero วันที่: 7 มิถุนายน 2554 เวลา:22:28:31 น.  

 


โดย: zoomzero วันที่: 7 มิถุนายน 2554 เวลา:22:33:49 น.  

 
เพลง ขายบ๊ะจ่าง(燒肉粽 เซียบ๊ะจ่าง ..ออกเสียงแบบฮกเกี้ยน แต้จิ๋ว) *

(หมายเหตุเพลงนี้เป็นเพลงร้องสำเนียงภาษาฮกเกี้ยนไต้หวัน ครับ ผมจะ

เทียบเสียงแต้จิ๋วในวงเล็บเพื่อให้เห็นถึงรากภาษาที่มาจากบรรพบุรุษเดียวกันขอครับ.. )

自悲自嘆歹命人

จู้ปี้ จู้หั่ง ไผ เหมี่ย นั้ง

สะทกสะท้อนใจในชะตาคนอาภัพ


父母本來真疼痛

แป่ บ้อ ปู้น (ปึ่ง) ไหล จิง เถี่ย ทัง

ท่านพ่อแม่ทั้งสองพลันล้มป่วย

疼痛 เถิงท้ง (téng tòng) / แต้จิ๋วฮกเกี้ยน..เถี่ยทัง เจ็บ, ป่วย


乎我讀書幾落冬

โห่(โห่ย) อั่ว ทั่ก จู่ (จือ) กุ่ยโด ตัง

ครั้งนั้นฉันเพิ่งเข้าเรียนได้ไม่นาน

出業頭路無半項

ชู่เกียเถาโหล (ฉุกเงี๊ยบเถ่าโหล่ว) โบ๋ (บ้อ) ปั่ว ฮั่ง

จึงลาออกมา(ค้าขาย)ช่วยท่านแม้ ไร้ทุน

半項 ปั้นเซี้ยง เป็นสำนวนเก่าฮกเกี้ยนแลแต้จิ๋ว หมายถึงไร้ทุนทรัพย์

暫時來賣燒肉粽 

เจี่ยม ซี้ ไหล โบ้ย เซีย บ๊ะ จั่ง

จำต้องมาขายบ๊ะจ่างไปพลางก่อน

(เจี่ยมซี้ สำนวนแต้จิ๋วฮกเกี้ยน หมายถึงทำไปพลางๆก่อน ...ผู้เขียน)

暫時 จั้นสือ (zàn shí) / แต้จิ๋วฮกกี้ยน ..เจี่ยมซี้ ชั่วคราว,เฉพาะกิจ

燒肉粽 燒肉粽 賣燒肉粽

เซียบ๊ะจ่าง เซียบ๊ะจ่าง โบ้ยเซียบ๊ะจ่าง

บ๊ะจ่างต้ม จ้า... บ๊ะจ่างต้ม ขายบะจ่างร้อนๆจ้า...

หมายเหตุน่าสนใจจากผู้เขียน**
燒 จีนกลาง ออกเสียง ซาว(shāo) ฮกเกี้ยนออกเสียงว่าเซีย แต้จิ๋วก็เช่นกัน
แปลว่า เผา หรือ จุดไฟเผา คำนี้ อยู่ในสำนวนเก่าๆ เช่น อุปรากรแต้จิ๋ว
เรื่อง 火燒红莲寺(ฮ้วยเซียอั้งโหน่ยยี่) เผาวัดบัวแดง ซึ่งแฟนเพลงส่วนมากมัก
ยินผิดเป็นคำว่าเซียว (小)xiao2 ที่ แปลว่าเล็กๆในภาษาแต้จิ๋วฮกเกี้ยน
(รวมถึงข้าพเจ้าด้วยอิอิ)


要做生理真困難

เบ้(เอี่ยว)จ้อ ซิงลี่ จิน(เจ็ง) คุนหนัน

การค้าขายว่าไปลำบากแสน


若無本錢做未動

ต่าบ้อบุ้น(บึ้ง)จี่จ้อก้วยตัง (ต๋ง)

ต้องมาใช้กำลัง ด้วยไร้ซึ่งเงินทุน

若 โย่ว(ruò)เหมือน, เปรียบเสมือน, ประดุจ,ถ้าหาก,ท่าน,คุณ

不正行為是不通

ปูน(ปุก)เจียฮีน(ฮั้ง)อุยซีอึ่ม ทัง(ทง)

เพราะมือใหม่จึงช่างดูเงอะงะ

( คำว่า 不 นี้แต้จิ๋วฮกเกี้ยนล้วน มีสองเสียง คือเป็นเสียงภาษาอักษร

ออกเสียงว่า ว่าปุก หรือปุ๊ก และที่เป็นเสียงภาษาพูด (แปะอ่วย) ออกเสียง

ว่า อึ่ม เช่น 不知 อึ่มไจ เป็นต้น)


所以暫時做這項
สออี่เจี่ยมซี่จ้อเจียหั่ง

ดังนั้นจึงมาขายไปพลางๆ

若著認真賣肉粽 
ต่าเตียวยีม(เหยีง) จีง(เจง) โบ้ยบ๊ะจ่าง
ฉันออกมาขายบ๊ะจ่างจริงๆแล้ว....

燒肉粽 燒肉粽 賣燒肉粽
เซียบ๊ะจ่าง เซียบ๊ะจ่าง โบ้ยเซียบ๊ะจ่าง

บ๊ะจ่างต้ม จ้า... บ๊ะจ่างต้ม ขายบะจ่างร้อนๆจ้า...

物件一日一日貴
อีนเกีย จีกยี่ จีก ยี โบ้ย

ทุกๆวันที่ขายบ๊ะจ่าง
 
厝內頭嘴這大堆

จู่ ดา โถ้ว จุยเจีย ตั่ว ตุย

ร้องย้ำๆ บ๊ะจ่างจ้าบ๊ะจ่างลูกใหญ่ๆ


雙腳行到要鐵腿

เซียง(ซัง)คาเกีย(เกี้ย) เก่าเบ้ ที(ทิ)ทุย

สองเท้าเที่ยวเร่ขายเมื่อยล้าราวกับเหล็ก
 
遇著無銷真克虧

ตู้เตียวบ้อเซี่ยวเจิ่งเคียคุย

หากท้อไม่ขายคงต้องขาดทุนแน่


認真擱賣燒肉粽

หยิ่งจิง(เจง)จ่ายโบ้ยเซี่ยวบ๊ะจ่าง

จริงจังมุ่งมั่นขายบ๊ะจ่าง !!


燒肉粽 燒肉粽 賣燒肉粽

เซียบ๊ะจ่าง เซียบ๊ะจ่าง โบ้ยเซียบ๊ะจ่าง
บ๊ะจ่างต้ม จ้า... บ๊ะจ่างต้ม ขายบะจ่างร้อนๆจ้า...
*ยกมาแจมกับคุณซูมจาก OKNATION
เห็นเพลงนี้แล้วก็อยากให้คุณซูมฟังอีกเพลง ๆ นี้ต้องบอกว่าคุ้นเคยแน่ค่ะ
www.youtube.com/watch?v=YK-Aow8Np8c&feature=related

คุณซูม ...บ๊ะจ่าง เวอร์ชั่นคนหลังยุคสิ้นสุดอาม่า อากง ที่รู้จัก เค้าจับเครื่องทุกอย่างที่ผสมมาผัดรวมกับข้าวเหนียว
ใส่ห่อนึ่งสุกแล้วทานได้เลยค่ะ..อิ..อิ ถ้า
อากง อาม่า มาเห็นต้องร้อง...ไ อ่ ห ย่ า
แน่ ๆ ขอให้อิ่มอร่อย แล้วอย่าลืมลดอ้วน
ด้วยนะคะ


โดย: ่jampada IP: 110.168.177.150 วันที่: 8 มิถุนายน 2554 เวลา:14:52:48 น.  

 
คุณขนุน

2011 06 08

ยินดีครับ ยินดีเป็นอย่างยิ่ง เซี้ยะเซี่ย
เชิญแจมได้ตลอดเวลาขอรับ

ทั้งเพลง เซียบ๊ะจ่าง กับ ทีโอโอ ของเติ้งลี่จวิน ไพเราะมากๆครับ
ชื่อจริงของเธอคือ Terasa Teng
ผมก็ชอบซีดีชุดรวมฮิต รำลึก 25 ปี (ราคา 199 บาท)
เสียดายที่เธอได้จากพวกเราไปแล้ว
ผมเลยหันมาใช้ youtube ของน้องกิม สุวรรณา ชนากานต์
เพราะเสียงเธอก็น่าฟังไม่แพ้กัน
เพลงจีนฮกเกี้ยนหรือ เพลงพื้นเมืองภาษาหมิ่นหนาน มีหลายเพลงที่โด่งดังมาก

เติ้งลี่จวิน ได้มาเสียชีวิตที่ประเทศไทยในปี พ.ศ. ๒๕๓๘
แฟนคลับของเธอได้เล่าว่า ลี่จวินเป็นคนที่ชอบภาคเหนือของไทยมากๆ
บ่อยครั้งที่เธอเดินทางมากับสามีชาวฝรั่งเศส ที่เชียงใหม่
และมักจะพักที่โรงแรมแม่ปิงโฮเตล (ปัจจุบันเปลี่ยนเจ้าของและกลายมาเป็น อิมพีเรียลแม่ปิง)
ว่าไปแล้วลี่จวินก็เหมือนคนไทยมาก เพราะมีแพทย์ประจำตัวอยู่ที่นี่เลย
รู้สึกว่าจะเป็นคุณหมอสุเมธ (โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม) เพราะลี่จวินมีปัญหาเรื่องโรคหอบหืด
โรงพยาบาลนี้เป็นโรงพยาบาลเกรดเอของเมืองเชียงใหม่ เรื่องนี้ไม่น่าจะจบแบบนั้นได้เลย
วันที่เธอจากไป อาการหอบหืดได้กำเริบ สามีเธอมาพบก็ผ่านไปนานพอสมควร (เธอหมดสติไปแล้ว)
ระยะทางจากโรงพยาบาลกับโรงแรมอยู่ห่างกันแค่ 2 กม. แต่ก็ช่วยกันไม่ทัน
หัวใจเธอล้มเหลวตั้งแต่อยู่ที่โรงพยาบาล
เธอจากไปอย่างกระทันหันด้วยวัยเพียง ๔๒ ปี
วันต่อมามีคนไทยและคนไต้หวันมาร่วมส่งเธอกลับเมืองไถเป่ย ประเทศไต้หวัน เต็มสนามบิน
จากข้อมูลที่ได้มา ศพเธอถูกฝังที่เขาจินเป่าซัน
พิกัดที่ 25°15′04″N 121°36′14″E / 25.251°N 121.604°E / 25.251; 121.604 (จะรู้ไปทำไมกันฟระ)
ส่วนหุ่นขี้ผึ้งของเธอ ตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์มาดามทุซโซ เซี่ยงไฮ้
รัฐบาลไต้หวันถึงกับจัดงานศพให้เธอเลย นับว่าเป็นเกียรติอย่างสูง
ว่ากันว่าเทียบระดับงานศพของประธานาธิบดีไต้หวัน (เจียงไคเช็ค) เลยหละคุณ

เฮ้อ...เป็นศิลปินนักร้อง ก็มีเกียรติ มีคนรัก ไม่ใช่เรื่องที่น่ามองข้ามกันง่ายๆ

ref: Sienna Jampada A0 52 2D


โดย: zoomzero วันที่: 8 มิถุนายน 2554 เวลา:22:47:23 น.  

 
อย่างที่เคยบอกเอาไว้ว่า บะจ่าง ของจีน
คล้าย ข้าวหลามของไทย
เพียงแต่ข้าวหลามของเราใช้หุงในกระบอกไม้ ไม่ใส่เนื้อสัตว์
และข้าวหลามก็เข้าข่าย ขนม มากกว่าอาหารคาว

ข้าวหลาม
ผมว่าประเทศไทยนี้เหมาะกับการทำข้าวหลามมากๆ
ต้นไผ่ก็มีเยอะแยะ ไม่ต้องปลูกก็มีเห็นขึ้นเองริมแม่น้ำเป็นกอหรือเป็นป่าไผ่ก็มี
ส่วนข้าวเหนียวก็เป็นพืชที่คนไทยปลูกมานานแล้ว โดยเฉพาะทางภาคเหนือและภาคอีสาน

ถ้าถามว่าข้าวหลามที่ไหน อร่อยที่สุด
คงมีคำตอบไม่มากนัก เท่าที่นึกออกตอนนี้ก็คือ
- หนองมน ชลบุรี
- พระปฐมเจดีย์ นครปฐม
- หนองเบน นครสวรรค์

สำหรับข้าวหลามหนองมนกับข้าวหลามนครปฐม คงได้ยินกันบ่อย เพราะเป็นจุดท่องเที่ยว
ส่วนที่นครสวรรค์ ร้านที่จะขอแนะนำคือ ร้านแม่สวิง (อ่านว่า สะ หวิง)
ร้านนี้เป็นร้านขายของฝากของเมืองนครสวรรค์ ขายกันมานานหลายสิบปี
ร้านนี้มีข้าวหลามขายอร่อยเกินมาตรฐาน แต่ของสุดยอดของแม่สวิงคือ กระยาสารทไส้เมี่ยง
ซึ่งเป็นสูตรของแม่สามีของคุณสวิง อีกที (ซึ่งแม่สามีก็ได้วิธีทำกระยาสารทมาจาก บางมูลนาก จ.พิจิตร)

สำหรับข้าวหลามนั้น ถึงผมจะไม่ใช่นักชิมอาชีพ แต่ก็ได้ชิมมาหลายเจ้าเหมือนก้น
ถ้าจะให้แนะนำก็คงจะต้องเป็นร้านแม่ลูกจันทร์ อยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟนครปฐม
นอกจากข้าวหลามที่เป็นข้าวเหนียวขาว ข้าวเหนียวดำ ข้าวหลามสังขยา แล้ว ร้านนี้ยังมีบะจ่างที่นำเสนอมาในกระบอกไม้ไผ่อีกด้วย
แต่คุณนายที่บ้านผมเขาชอบร้านแม่เจริญ ตลาดหนองมน คนขายปัจจุบันเป็นรุ่นหลานแล้วหละ
เขาขายมานานถึง 40 กว่าปี จุดเด่นคือการเสนอขายมากถึง 9 ไส้ 9 แบบ ที่แปลกๆก็ได้แก่ ส้ม ชาเขียว ...
แถมยังมีการทำการพัฒนาภาชนะและแพคเก็จจิ้งอีกด้วย (เอาหละ ไม่อยากโฆษณามาก)

ข้าวหลามล้านนา

เคยเห็นข้าวหลามที่กระบอกบางๆ ข้างในมีแต่ข้าวเหนียวและถั่วดำ รสชาติเค็มนิดๆ
เดี๋ยวนี้หาทานยากเหมือนกัน แต่เมื่อวานก่อนได้ไปเที่ยวที่นครนายก
บนถนนสายรังสิต-องครักษ์ ริมข้างทางจะมีข้าวหลามลักษณะนี้ขาย
แต่ไม่ค่อยทำแบบเค็มขาย ส่วนใหญ่จะตามยุคตามสมัยกลายเป็นแบบใส่กะทิ และมีไส้มากมาย
ผมเห็นเขาเหลาไม้ไผ่ที่มีเขม่าไฟเวลาเผาข้าวหลาม จนเปลือกมันกลายเป็นสีขาวสะอาด
ชาวล้านนาเขาใช้ไม่ไผ่ที่เรียกว่า ไผ่ข้าวหลาม หรือ ไม้ป้าง
สมัยก่อนนิยมทำข้าวหลามล้านนากันในวันเพ็ญเดือนสี่ (ตรงกับเดือนมกราคม)



ข้าวหลามดง
เคยได้ยินชื่อนี้หรือไม่?
ข้าวหลามดง ไม่ใช่อาหาร แต่เป็นชื่อของต้นไม้ตระกูลเดียวกับกระดังงา
คนในจังหวัดชุมพร เรียกอีกชื่อว่า จำปีหิน
เป็นต้นไม้ที่ปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ และยังใช้เป็นสมุนไพรสำหรับคนหลังคลอดบุตรได้อีกด้วย


โดย: zoomzero วันที่: 9 มิถุนายน 2554 เวลา:23:16:28 น.  

 
ไก่ห่อใบเตย
เมื่อเห็นบะจ่างใช้ใบไผ่ห่อ ทำให้นึกถึงอาหารที่มีการห่อเหมือนๆกัน
แต่อาหารนี้ใช้ใบเตยแทน ซึ่งเมื่อนำไปทอดแล้วมีกลิ่นหอมน่าทานมาก
นั้นก็คือ ไก่ห่อใบเตย
หลักการทำก็ง่าย เอาเนื้อไก่ตรงหน้าอก มาหมักกับซีอิ๊วขาว กระเทียม พริกไทย รากผักชี ...
แล้วก็เอาใบเตยมาห่อ จากนั้นก็เอาไปทอด หรือเอาไปนึ่งก่อนประมาณ 10 นาที
เอาผึ่งลมให้แห้ง แล้วเอาไปทอดอีกที หาตะแกรงมารองให้น้ำมันหยดทิ้งให้หมด จะได้ไม่มันเกินไป
ส่วนของคู่กับคือน้ำจิ้มอันนี้คือจุดเด่น ส่วนใหญ่สูตรหรือตำราจะเหมือนๆกัน
เท่าที่เห็นก็มี น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ เกลือ งาคั่ว เกลือ ...
หรืออาจจะเป็นน้ำตาลปี๊บ ขิงแก่สับ น้ำส้มสายชู พริกขี้หนู ...
แต่ความอร่อยกลับแตกต่างกันตรงนี้ได้อย่างไรก็ไม่ทราบ

หมายเหตุ...ถ้าไม่ชอบทานไก่ เขาว่าปลาห่อใบเตยก็โอเคนะ
จะเป็นเนื้อปลาสำลี ปลากระพง หรือถ้ารวยจริงก็ปลาแซลม่อนก็ได้นะยะ


โดย: zoomzero วันที่: 9 มิถุนายน 2554 เวลา:23:45:16 น.  

 
ข้าวเหนียวปิ้ง


เออ...เกือบลืมไปเลย
ตอนเด็กๆ ผมชอบทานข้าวเหนียวปิ้งที่เขาแบกมาขายตอนเย็นๆ
แม่จะซื้อมาให้ทานประจำ เพราะว่าข้าวเย็นยังไม่เสร็จ
ข้าวเหนียวปิ้ง จะมีสองไส้ คือ ไส้กล้วยกับไส้เผือก
ดูจากวัตถุดิบแล้วก็คล้ายๆกับข้าวหลาม
คือใช้ข้าวเหนียวสุก กะทิ น้ำตาลทราย ทำเป็นข้าวเหนียวมูนก่อน
แล้วก็เอามาห่อใบตอง
ยัดไส้เข้าไป
จากนั้นก็เอาไปปิ้งไฟอ่อนๆ เดี๋ยวเดียวก็ได้ทานแล้ว
ที่เป็นเอกลักษณ์คือการห่อแบบกรวยแหลม
ตอนนี้ก็มีการคิดไส้แบบแปลกๆออกมาหลายอย่าง คล้ายๆไส้ของข้าวหลาม
อย่างทางภาคใต้ เขาก็มีไส้กุ้งผสมมะพร้าวขูด เพราะเป็นของหาง่ายในพื้นที่
ส่วนรูปทรงการห่อ ก็เริ่มจะมีคนทำไม่เหมือนเดิม
คือ บางเจ้าเขาก็ห่อแบบทรงกระบอก ก็มี


โดย: zoomzero วันที่: 10 มิถุนายน 2554 เวลา:0:01:48 น.  

 
ข้าวจี่


ข้าวจี่ นี่ไม่เหมือนบะจ่างหรอกนะ เหมือนตรงใช้ข้าวเหนียวอย่างเดียวแหละ
วิธีทำก็คือ เอาข้าวเหนียวมานึ่งให้สุก
แล้วเอามาปั้นเป็นรูปกลมคล้ายเหรียญขนาดใหญ่หน่อย

แต่เดี๋ยวนี้เขาปั้นเป็นรูปวงรีกันแล้ว บางทีก็ปั้นเป็นรูปไส้กรอกก็ยังมีเลย
เอาเกลือทา แล้วเอามาปิ้งไฟอ่อนๆ จนด้านนอกเริ่มเกรียม
ก็เอาไปชุบไข่(ถ้าเป็นไข่เป็ดก็จะดีมาก) แล้วก็ย่างใหม่อีกรอบให้เหลืองหอมเลย
จากนั้นก็ดึงไม้เสียบออก เอาน้ำตาลที่ทำจากอ้อยยัดลงไปในช่องว่าง น้ำตาลก็จะลายอยู่ข้างใน
สมัยก่อนชาวนาอีสานจะทำข้าวจี่ใส่ใบตองห่อไปทานที่ทุ่งนา ตอนทำนาหรือเดินทางไกล เพราะเก็บได้นาน



ในประเทศลาว แถวหลวงพระบาง ถ้าไปถามหาข้าวจี่ จะต้องแปลกใจ
เพราะจะได้ขนมปังแข็งแท่งยาวๆ(แบบฝรั่งเศส) ที่ผ่าครึ่งตามยาว (เหมือนฮอทดอก)
ข้างในจะมีแตงกวา ไข่เจียวหั่นเป็นเส้น หมูยอ หมูหยอง(หมูฝอย) มีซอสราด แปลกดี



โดย: zoomzero วันที่: 10 มิถุนายน 2554 เวลา:0:17:45 น.  

 
ขนมจาก


คือ ขนมไทยที่นำข้าวเหนียวมาผสมน้ำตาลและมีการห่อด้วยใบไม้คล้ายๆบะจ่าง
วิธีทำให้สุกนั้นต้องเอาไปปิ้งหรือย่าง รสชาติออกมาจะเป็นขนม

ขนมจาก ชื่อนี้ เศร้าเกินไปหรือเปล่า?
อยากจะเรียกว่า ขนมพลัดพราก จะมีคนเห็นด้วยหรือไม่?
ขนมนี้น่าจะซื้อ ขนมใบจาก
เพราะเอาใบของต้นจากมาห่อ

ต้นจาก (Nypa) ก็เป็นพืชกลุ่มพี่น้องกับต้นปาล์ม
คุณสามารถหาดูต้นจากได้ตามป่าชายเลน หรือพื้นที่น้ำกร่อย เท่านั้น
แถมมีแค่เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เท่านั้น
ในอดีตต้นจากขึ้นเป็นป่า เป็นดง เรียกว่า ป่าจาก หรือ ดงจาก
ตอนนี้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจ ต้องมีการปลูกเพิ่มและดูแลเพื่อเร่งผลผลิต

ใบจาก ของดีที่ไม่ควรมองข้าม
หากจะลองมองภาพเขียนสีน้ำมันในอดีต ซึ่งเป็นภาพเกี่ยวกับชนบทของไทย
มักจะมีภาพทุ่งนาและกระท่อมหลังคามุงจาก เพราะใบจากมีขนาดกว้างและเหนียว
ภูมิปัญญาบรรพบุรุษไทย จัดการเอาใบจากมามัดเป็นตับ เรียกว่า ตับจาก
แล้วนำไปใช้มุงหลังคาบ้านเรือน กระท่อม โรงนา คอกสัตว์ หรือแม่แต่หลังคาเรือ
นานมาแล้ว ถ้าบ้านใครมีลูกอ่อนหรือเด็กเล็ก พวกผู้ใหญ่จะเอาใบจากมาสานทำเป็นรูปปลาตะเพียน
ถ้ามีฝีมือมากกว่านั้นก็เอาใบจากมาสานทำหมวกใส่สู้แดดสู้ฝนได้อีกด้วยหละ
พวกขี้ยาเขาจะเอาใบจากมาลอกเป็นแผ่นบางๆ เอาไว้สูบกับยาเส้นได้ (ฉลาดจริงๆ)
แล้ว ใบจาก ก็นำมาห่อขนมจาก นะซิ
น้ำหวานจากยอดต้นจากนั้น เอามาทำเป็นน้ำตาลเมาหรือกะแช่

เขาทำขนมจากกันอย่างไร?
สมัยก่อนคุณยายคุณย่าทวดบอกว่าใช้ข้าวเหนียวขาว
แต่เดี๋ยวนี้เหลือแต่สูตรข้าวเหนียวดำ
ดังนั้นก็ต้องเริ่มต้นด้วยการนำแป้งข้าวเหนียวดำ ผสมแป้งข้าวเจ้าด้วยนะครับ
นำมาผสมน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย น้ำ เกลือ
และเนื้อมะพร้าวอ่อน มะพร้าวขูดฝอย (ใช้กระต่ายขูด)
ตักใส่ใบจากชิ้นแรก แล้วนำใบจากอีกชิ้นมาประกบ
สมัยก่อนกลัดติดกันด้วยไม้กลัด (ทำจากก้านมะพร้าว) กลัดหัว กลาง ท้าย
แต่ปัจจุบันใช้ลวดเย็บกระดาษ เร็วกว่า และอันตรายกว่า
แล้วนำไปปิ้งไฟปานกลาง ประมาณ 20 นาที
ถ้าไฟแรงไป จะไหม้ และสุกไม่เท่ากัน

ถ้าจะบอกว่าขนมจากเป็นขนมดั้งเดิมของชาวสมุทรปราการ
อันนี้คงมีหลายคนคิดว่า ไม่น่าจะจริง แต่ก็เชื่อเถอะ
เมื่อก่อนไม่มีถนนบางนา-ตราด ต้องใช้เส้นสุขุมวิทสายเก่า
ใครขับรถผ่านทางนั้น จะต้องซื้อขนมจาก ริมถนนไปฝากญาติๆ จนเป็นที่ยอมรับ

ยุคนั้นตัวเนื้อขนมจากเขาใส่ลูกจากเอาไว้ด้วย ตอนนี้ไม่มีแบบนั้นแล้วกระมัง
ปัจจุบัน เราจะหาซื้อขนมจากได้จากร้านต่างๆในหลายๆจังหวัด
ทั้งรอบๆกรุงเทพฯและริมชายทะเล
พวกจังหวัดชายทะเล ได้แก่ สมุทรปราการ สมุทรสงคราม ชลบุรี ระยอง ตราด เพชรบุรี ...
พวกจังหวัดรอบกรุงเทพฯ ได้แก่ ฉะเชิงเทรา นครปฐม ...

เอาหละเรามาลองหาร้านขายขนมจากที่อร่อยระดับเทพกันดีกว่า
ร้านแรกขอแนะนำ ร้านลิ้มดำรงค์ ปากน้ำ สมุทรปราการ เปิดมาเกิน 100 ปีแล้วยะหล่อน
ร้านที่สอง ก็ ร้านแม่ละเอียด หนองมน ชลบุรี (ระวังร้านชื่อคล้ายกัน ร้านนี้ไม่มีสาขา)
ร้านที่สาม ร้านแม่เนื่อง หน้าวัดหลวงพ่อโสธร ฉะเชิงเทรา และ...
ร้านเจ้รวย เชิงสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม
ร้านแม่จั่น ตลาดดอนหวาย จ.นครปฐม
ร้านคุณยายสมพร ต.บางด้วน สมุทรปราการ (ถนนริมทางรถไฟสายเก่า)
หรือจะโดดข้ามไปโน่นเลย ร้านคุณยายสมร หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต
ฯลฯ


ผลของต้นจาก ทานได้ มีรสหวานนิดหน่อย ต้องเอาไปเชื่อมด้วยน้ำตาลอีกหน่อย
คนมักจะคิดว่าเป็นลูกชิด ทานกับไอติมรถเข็น ซึ่งไม่ใช่อันนี้เนื้อจะนิ่ม และอร่อยกว่า
ลูกชิดที่ทานกับไอติมมาจากผลของต้นตาว (หรือต๋าว) ซึ่งเป็นพวกปาล์มเหมือนกัน
แต่ต้นใหญ่กว่าต้นจากมาก และพบตามเชิงเขา ดินร่วนชุ่มชื้น ไม่ติดกับน้ำทะเล
ใบของต้นต๋าวสามารถนำมาทำเป็น ตับจาก ใช้มุงหลังคาได้เหมือนใบจาก เช่นกัน


โดย: zoomzero วันที่: 10 มิถุนายน 2554 เวลา:21:52:09 น.  

 
สวัสดีบ่ายวันเสาร์ค่ะ..zoomchuanchim

ขอบคุณกับข้อมูลของนักร้องสาวน่าหวานเติ้งลี่จวิน รู้แต่ว่ามาเสียชีวิตที่ไทย
ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามารักษาตัวที่นี่ วันก่อน
ดู CCTV เค้าจัดงานรำลึกถึง พาครอบครัวของเธอมาร่วม พร้อมน้องสาวซึ่งหน้าตาไม่มีส่วนเหมือนเธอเลย ป๊า ม๊าอายุราว ๆ หกสิบกว่า ๆ แต่ดูยังไม่แก่ ดู
แล้วเสียดายเธออายุสั้นเหลือเกิน ถ้าดู
โหง่วเฮ้งหน้าตาเธอสดใสมาก น่าจะอายุยืน ขนุนเป็นหมอเดา...่อิ..อิ เคยได้ยิน
เค้าบอกว่าถ้าเส้นชีวิตที่ลายมือยาวลงจรดข้อมือจะอายุยืน อันนี้ขนุนเคยพิสูจน์มาแล้ว ลูกน้องเป็นมะเร็งตับวันสุดท้ายได้ไปเยี่ยมเหมือนเค้าจะรอ พอบอกว่ามาเยี่ยมนะ เค้าก็พูดสั้น ๆ ว่าไม่ไหวแล้วไปแล้วนะ...ได้สังเกตมือเค้าเส้นชีวิตนี่ยาวตรงไม่ขาดเลย..อายุเพิ่ง
จะสามสิบตอนเสีย ก็ลบล้างเรื่องเส้นชีวิต
นี่ว่าไม่จริงเสมอไป...

เฮ้อเห็นเมนูแล้วน่าหม่ำทั้งน๊าน ข้าวจี่นี่เห็นแล้วนึกถึงเปิปเวียดนาม ขนุนคิดว่าอาจ
จะรับวัฒนธรรมการกินกันมาเพราะพื้นที่
ติดต่อกันแต่ไม่รู้ใครรับจากใคร แต่พี่ไทยรับหมด พวกส่วนผสมผงกระหรี่ ก็ของแขก จำพวกเส้น ๆ ก๋วยเตี๋ยว หมี่ นี่ก็น่าจะของจีน ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เมื่อก่อนก็คิดว่าของเรา แต่จริง
แล้วก็เป็นของฝรั่งโปรตุเกส สรุปแล้วเมืองเราคงที่รวมอาหารนานาชาติ สูตร
ขนมจากที่อร่อยหาได้ที่สามพรานส่วนผสมแ้ป้งจะใช้มะพร้าวน้ำหอมที่สามพรานเป็นส่วนผสม จะมีกลิ่นหอมกว่า
ที่หนองมน

วันนี้ขนุนบังเอิญมีของถูกใจเลยเอามาฝากคุณซูม ไม่ใช่ของอร่อยปากแต่เป็นของอร่อยใจ คือว่า
ถูกใจน่ะ ก็เลยมาแบ่งกัน

www.youtube.com/watch?v=bPk6gX6AXXY&feature=related


โดย: ่jampada IP: 110.168.177.150 วันที่: 11 มิถุนายน 2554 เวลา:15:40:29 น.  

 
คุณขนุน

2011 06 11



ความสุขอยู่ที่ไหน?
วันที่ 22 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2554
พอจ ประสงค์ ปริปุณโณ


Youtube นี้นานถึง 1 ชั่วโมง 47 นาที
ตอนนี้ดูและฟังไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง (ไว้จะมาฟังต่อ)
ท่านเทศน์เสียงนุ่มดีนะครับ
มีเพลงให้ฟัง แบบไม่มีดนตรี ผู้หญิงคนนี้ร้องเพลงได้ไพเราะมาก
น่าจะเป็นเพลงก้อนหินก้อนนั้น กับเพลง Live and Learn

ต้องขอบอกกับคุณขนุนว่า ผมไม่เคยฟังการบรรยายธรรมมะ
หรืออ่านหนังสือของพระอาจารย์ประสงค์เลยครับ
เคยเห็นหน้าท่านบางครั้ง ตอนที่ท่านได้ไปเทศน์
หรือร่วมบรรยายธรรมะ กับพระที่มีความรู้หลายท่าน
เช่น พระศรีญาณโสภณ (ผช จอ วัดพระรามเก้าฯ) ฯ
แต่ก็ไม่ทันได้ใส่ใจว่าท่านเป็นใคร
พอผมลองไปค้นหาข้อมูลของท่านดู
โอ้...ไม่ธรรมดา
เป็นถึงรักษาการเจ้าอาวาสวัดป่าชิคาโก้ ในอเมริกา
และเป็นพระธรรมฑูตสายอเมริกาและยุโรป
แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมท่านถึงมาจำวัดอยู่ที่เมืองไทยในตอนนี้
เสียดายเมื่อสองสามวันก่อน ผมเพิ่งจะไปขับรถเที่ยวหาวัดทำบุญแถวองครักษ์พอดี
ถ้าทราบเรื่องนี้ก่อน จะลองแวะเข้าไปวัดบางปลากด คลอง 14
เขาว่าวันอาทิตย์นี้ ที่วัดมีกิจกรรมด้วย แต่ดันไม่ว่าง ซะแล้ว เฮ้อ...
คือว่า พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปถ่ายรูปคนรับปริญญา
กลัวมากๆ กลัวว่าฝนมันจะตกนะซิครับ

พระอาจารย์ประสงค์ท่านมีเทคนิคการเทศน์ที่แปลกดีครับ
สอนแบบไม่ง่วง
การสอนธรรมะ ต้องมีตัวอย่างแบบนี้
ได้เห็น...จะทำ
ได้ทำ...จะจำได้
จำได้...จะได้หมั่นทบทวน
ทบทวนบ่อย...มันก็จะรู้ทันอารมณ์ตัวเอง

เอาเพลงมาฝากเหมือนกันครับ
กด Link ได้เลย
ก้อนหินก้อนนั้น
ref: Sienna Jampada A0 52 2D


โดย: zoomzero วันที่: 11 มิถุนายน 2554 เวลา:21:21:43 น.  

 
คุณขนุน

2011 06 11

อันนี้ต้องแยกมาเป็นอีก comment

คุณขนุนนี่คิดคล้ายๆกับผมเหมือนกัน
อะไรรอบตัวเรา อันไหนเป็นของไทยแท้ๆ ออริจินอลแท้ๆ
แต่ผมหนะ เข้าขั้นหนักแผ่นดินเลยหละครับ
ยิ่งอ่านโน่นอ่านนี้ จับต้นชนปลายประวัติศาสตร์จากประเทศต่างๆ
เอ้...ประเทศที่เราอยู่นี่ เราเป็นมือแรก หรือชาติอื่นเขาเป็นเจ้าของคนแรกกันแน่
ลายสือไทยนี่ เหมือนของเขมรเลยนิ๊ ตามปราสาทหินนี่มีรอยขีดๆเขียนๆมานานนนนน
กลองยาวในงานบวชนาค นี่ก็เหมือนว่าพม่าจะเล่นมานานนนนนนกว่าเรา
ส้มตำนี่ ไทยกับลาวก็ต่ำโป๊กๆๆ แข่งกันมาเป็นร้อยๆปี ของลาวเขาเรียกว่า ตำหมากหุ่ง
แถมมะละกอนี้ไม่ใช่พืชดั้งเดิมของไทยซะด้วย
มะเขือเทศ ก็มาจากเมืองอื่น มาจากโน่นแนะ อเมริกาใต้ ผ่านมือมาทางสเปน
และเชื่อหรือไม่ว่าพริก (อันนี้ยิ่งตลกใหญ่) เป็นพืชมาจากฮอลันดาเชียวนะ
ส่วนเรื่องอาหารนี่ ต้องมีอะไรที่เราเป็นแม่แบบบ้างหละน่า
เขาว่านะ ฝรั่งมาเมืองไทยครั้งแรกๆ ถ้าเขาอ่านข้อมูลมาจากอินเตอร์เน็ทเยอะๆนะ
คนพวกนี้ต้องออเดอร์ นี่เลย ต้มยำกุ้ง แกงเขียวหวาน ผัดไทย
ต้มข่าไก่ พะแนงเนื้อ(หรือหมู) ข้าวผัดกุ้ง ไก่ผัดเม็ดมะม่วง ห่อหมกปลาช่อน
ลาบหมู ยำเนื้อย่าง ฉู่ฉี่กุ้ง แกงส้มปลาช่อน ปลาสลิดทอด
และนี่เลย คนไทยมักจะมองข้าม ... ยำวุ้นเส้น กับแกงจืดไข่น้ำ ขอรับ

เรื่องขนมนมเนย ของดออกความเห็น เพราะว่า...ขี้เกียจคิด 555

ตอนนี้จะสี่ทุ่มแล้ว เกิดอาการหิวรอบที่สี่ของวัน
ขอออกไปเยี่ยมร้านข้าวต้มโต้รุ่งที่ตลาดดีกว่า
ไปแล้วหละครับ

ref: Sienna Jampada A0 52 2D


โดย: zoomzero วันที่: 11 มิถุนายน 2554 เวลา:21:58:26 น.  

 
เรือบรรทุกน้ำตาลจมแม่น้ำ

ในระยะเวลาสัปดาห์นี้มีข่าวใหญ่เกิดขึ้นอยู่หลายข่าว
เจอใครก็เม้าท์กันไปเรื่อยเปื่อย
มีทั้งข่าวในประเทศและต่างประเทศ
ข่าวบางข่าวก็คุยกันแทบทุกวัน
ข่าวบางข่าว ถึงแม้จะเป็นข่าวน่ากลัวแต่ก็ไม่ค่อยได้รับความสนใจ
จนบางคนถึงกับเอ่ยปากอุทานว่า เอ้...มีข่าวแบบนี้ด้วยหรือ

ขอเริ่มจากข่าวไกลตัวก่อนดีกว่า

- ไฟป่าครั้งใหญ่ในรัฐอริโซน่า สหรัฐอเมริกา ลามไปเรื่อยๆ
ขณะนี้ได้ฝ่าเข้าไปในรัฐนิวเม็กซิโกแล้ว คาดว่าจะยังดับกันไม่ได้

- ประเทศญี่ปุ่นประกาศเข้าสู่ช่วงฤดูกาลล่าปลาวาฬ
หลังจากถูกนักต่อต้านเข้าไปวุ่นวายทำให้ต้องหยุดล่าไปเป็นเวลา 4 เดือน
คราวนี้ตั้งเป้าว่า จะจับปลาวาฬตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงเดือนสิงหาคมนี้
กะว่าจะให้ได้มากกว่า 260 ตัว โถ่...น่าสงสารจริงๆ

- ฝนตกหนักในมณฑลหูเป่ยและหูหนาน ของจีน
มีคนเสียชีวิตไปแล้วมากกว่า 40 คน และอีกหลายสิบคนสูญหาย
และยังคาดว่าฝนจะยังคงตกต่อไปอีกหลายวัน
อ้าว...แล้วยังไง ต่อไปจะเป็นยังไง?

- เชื้ออีโคไล สายพันธุ์ใหม่ กำลังระบาดในยุโรป
ขณะนี้มีคนได้รับเชื้อมากกกว่า 2,000 ราย และเสียชีวิตไปแล้ว 20 ราย (3 มิถุนายน 2554)
รัสเซียประกาศงดการนำเข้าผักสดจากอียู ทำให้อียูวุ่นวาย
ส่วนไทย ได้อานิสงฆ์เพราะมีต่างชาติขอซื้อผักบางอย่างจากไทยเพิ่ม
ระยะนี้ต้องระวังเรื่องผักสดให้ดี เพราะขนาดล้างด้วยน้ำยาล้างผักหรือด่างทับทิม
ยังไม่สามารถทำลายเชื้อแบคทีเรียอีโคไลสายพันธุ์ใหม่นี้
สำหรับประเทศไทย ตอนนี้ยังไม่พบรายงานว่ามีการพบเชื้ออีโคไลสายพันธุ์ใหม่นี้
แต่พรุ่งนี้ ไม่แน่ 555

มาที่ข่าวที่คุยกันทุกวี่ทุกวัน ก็คือข่าวเรือน้ำตาลจมนี่แหละ
เรือนี้จมมาตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. 54
ตอนแรกก็เป็นเรือพ่วง 3 ลำ บรรทุกกากน้ำตาลมาจากอ่างทอง
พอมาถึง สะพานหัวดุม ต.ภูเขาทอง อ.พระนครศรีอยุธยา กระแสน้ำแรงมากๆ
เรือพ่วงลำแรกก็หันท้ายเรือกระแทกตอม้อสะพานข้ามแม่น้ำ
เรือลำที่สอง (BM6) เอาหัวเรือกระแทกตอม้อบ้าง
แต่คราวนี้เรือแตกน้ำเข้า เรือลอยไปจมใกล้ตลิ่ง
เรื่อพ่วงลำที่สามทำท่าจะชนกับลำที่สอง คนบนเรือจึงตัดเชือก
ปล่อยให้หลุดออกจากกลุ่มไปจอดอยู่หน้าวัดพระงาม
ส่วนเรือลำแรกได้ลอยไปจอดอยู่ที่หน้าวัดท่าการ้อง
ช่วงแรกก็ไม่ค่อยมีใครสนใจ จนกระแสน้ำไหลผ่านข้างหัวเรือที่จมไปทำลายตลิ่ง
มีบ้านเรือนของชาวบ้านเสียหาย คราวนี้ ผู้ว่าก็มาดู นายกก็มาดู รมต.ก็มาดู
มีคนมาดูเยอะแยะ แต่กว่าจะหาทางเอาชนะปัญหานี้ได้ก็ปาเข้าไปวันที่ 12 มิถุนายน
กรมเจ้าท่าได้คำชื่นชมไม่มาก แต่อย่าลืมหน่วยงานอีกหลายหน่วยที่เข้ามาดูแลด้วยนะคุณ
เรือลำที่สองนี้บรรทุกกากน้ำตาลทรายแดงมาถึง 2,400 ตัน
คิดเป็นมูลค่า 200 ล้านบาท

ประมาณวันที่ 3 มิถุนายน ปลาในแม่น้ำเจ้าพระยาได้พากันลอยน้ำตาย
เพราะว่าขาดอ๊อกซิเจน เนื่องจากน้ำตาลได้ละลายน้ำ
แล้วทำให้น้ำไม่สามารถเก็บกักอ๊อกซิเจนเอาไว้ตามธรรมชาติ
ปลาส่วนใหญ่จะหนีลงมาทางกรุงเทพฯ แต่ปลาที่เลี้ยงไว้ในกระชัง
หรือปลาตามวังปลา หน้าวัดต่างๆ จะไม่มีทางหนีไปไหน จะตายลอยเต็มแม่น้ำ

มีปลาจำนวนมากหนีตายมาลอยคอแถวๆสะพานกรุงเทพฯ
ส่วนใหญ่เป็นปลานิล ปลาตะเพียน ...
พอดีผมมีญาติเปิดร้านอาหารอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
เขาเห็นว่าปลามาลอยคอมากมายแถวหน้าร้านอาหาร ท่าทางจะไม่รอด
จึงให้คนงานในร้านมาช่วยกันช้อนปลา
แล้วเอาไปใส่บ่อเลี้ยงปลาในร้าน และให้อ๊อกซิเจนอย่างเร่งด่วน
แหม...คงได้บุญมากมาย
บังเอิญเขาเป็นคนชอบเลี้ยงปลาอยู่แล้ว เลยมีบ่อน้ำเลี้ยงปลาคราฟขนาดใหญ่
ปลาจำนวนหลายร้อยตัวจึงได้รอดชีวิตอยู่มาจนถึงวันนี้
ตอนนี้เขาได้ดัดแปลงซุ้มต้นไม้ข้างถนนในร้านอาหารให้กลายเป็นบ่อปลาขนาดแคบๆยาวๆ
โดยเอาปลาขนาดเล็กๆมาแยกเลี้ยงเอาไว้
พอถามว่าเมื่อไหร่จะปล่อยปลาลงน้ำคืนสู่ธรรมชาติ
เขาบอกว่า จ้างก็ไม่ปล่อย 555
งานนี้อาจจะมีเมนูปลาตะเพียนต้มเค็ม


โดย: zoomzero วันที่: 12 มิถุนายน 2554 เวลา:23:04:26 น.  

 
เรื่องของข้าวเหนียว

เกี่ยวเนื่องจากบะจ่าง คือว่า บะจ่างทำจากข้าวเหนียว
ผมเลยเกิดความสงสัยขึ้นมาว่า เอ้...ข้าวเหนียวนี่ มันดีกว่าข้าวอย่างอื่นๆหรือเปล่า?
พอดีจำได้ว่าเคยอ่านบทความของอาจารย์ครรชิต มาลัยวงศ์ ที่เคยเอ่ยเรื่องข้าวเหนียวเอาไว้
อาจารย์ครรชิต นี่ก็ไม่ใช่ใครอื่น ท่านเคยเป็นอาจารย์ที่สอนวิชาไอทีให้ผมตั้งแต่สมัยที่ผมยังเป็นวุ้นอยู่เลย
เลยขอเก็บบางส่วนมาลงบันทึกในคอมเมนท์นี้ซะหน่อย แต่ไม่ได้ลอกมาทั้งหมดนะ แค่เก็บตกมาเท่านั้น
ถ้าอาจารย์มาอ่านเจอ ก็กราบขอบพระคุณที่ให้ไอเดียดีๆกับผมเกี่ยวกับเรื่องข้าวเหนียว
(อ้อ...ต้องเครดิตให้กับศาสตราจารย์ ดร. กฤษณา ชุติมา ท่านราชบัณฑิตของประเทศไทย)

เรื่องแรก ทำไมข้าวเหนียวจึงหุงเสร็จแล้วเหนียว?
น่านนะซิ ถ้าหุงเสร็จแล้วร่วนซุย คงจะเรียกว่า ข้าวเหนียวไม่ได้
อันนี้ได้คำตอบเชิงวิทยาศาสตร์มา เอาคำตอบแบบเรียบๆง่ายๆ ดังนี้
ในข้าวเหนียวหรือข้าวเจ้า ต่างก็มีส่วนประกอบสำคัญที่เหมือนกันคือ Starch
Strach นี่คือ กลูโคสโพลีเมอร์แบบหนึ่ง แต่ในข้าวเหนียวจะมี อะมิโลเพกติน เกือบทั้งหมด (ข้าวเจ้ามีน้อยกว่า)
เจ้า อะมีโลส อะไรนี่แหละที่ทำให้แป้งข้าวเหนียวเมื่อสุกแล้วจะจับตัวกันเป็นกลุ่มก้อน

ข้าวเหนียวเป็นพืชดั้งเดิมของประเทศอะไร?
คงมีคนตอบว่า ข้าวเหนียว ถ้าไม่ได้ปลูกกันเริ่มแรกที่ประเทศลาว ก็ต้องเป็นล้านนา
ความจริงแล้ว ข้าวเหนียวของไทยในสมัยแรกๆ เป็นพืชที่นำมาจากอินเดีย เป็นพันธุ์อินดิก้า
ในกลุ่มประเทศชวา เขาก็มีพันธุ์จาวานิกา
ถ้าเป็นข้าวเหนียวญี่ปุ่น อันนี้ก็พันธุ์จาโปนิกา
ปัจจุบันเท่าที่สำรวจ พบว่ามีข้าวเหนียวมากถึง 83 พันธุ์ในประเทศไทย
แต่เขาแนะนำให้ปลูกกันแค่ 17 พันธุ์เท่านั้น เช่น พันธุ์สันป่าตอง พันธุ์ กข6 ...ฯ
ตัวอย่างความแปลกอย่างหนึ่งของวิทยาศาสตร์ด้านการเกษตร ในระดับชีวะโมเลกุล
คือ ข้าวเหนียวพันธุ์ กข6 มาจากการใช้รังสีฉายจนทำให้ข้าวหอมมะลิ 105 เปลี่ยนแปลงกรรมพันธุ์ใหม่ได้เป็นอีกพันธุ์
การค้นคว้าวิจัยนี้ทำให้เราพบว่าข้าวเจ้ากับข้าวเหนียวสามารถเปลียนหรือกลายพันธุ์ได้

ข้าวเหนียวมีโปรตีนสูงหรือไม่?
ใช่แล้วครับ ข้าวเหนียวมีโปรตีนในสัดส่วน 11%
ส่วนข้าวเจ้ามีโปรตีน 8%
แต่ไม่ว่าข้าวเหนียวหรือข้าวเจ้า ไม่ได้มีโปรตีนข่มกันได้หรอก เรียกว่า พอๆกัน
ถ้าจะมองหาข้าวที่มีโปรตีนสูงๆ ต้องมองหาข้าวพันธุ์ที่มีเมล็ดสีแดงหรือสีน้ำตาล
อ้า...เคยได้ยินคำว่า ข้าวแดงแกงร้อน กันมั๊ย?
แต่ถ้าจะชวนกันไป กินข้าวแดง ก็ไม่เอาด้วยนะ เพราะมันหมายถึงต้องไปกินกันในคุก
เรื่องนี้ก็แปลกดีนะ สมัยก่อนคนติดคุกถึงจะได้กินข้าวแดง
แต่วันนี้ คนที่รักสุขภาพเขาถึงจะกินข้าวแดงกัน
ข้าวแดง ก็คือ ข้าวกล้องที่มีเยื้อหุ้มเมล็ดสีแดงหรือน้ำตาลแดง เช่น ข้าวมันปู ข้าวสังข์หยด
ข้าวกล้อง คือ ข้าวเปลือกที่ขัดสีเพียงครั้งเดียว โดยยังเหลือจมูกข้าว และสารอาหารดีอยู่อีกมาก
เวลาหุงข้าวกล้องจะได้ข้าวที่ไม่นุ่มเท่าข้าวขาวขัดสี แต่เรื่องประโยชน์ทางโภชนาการนั้นต่างกันเยอะ
ส่วนข้าวซ้อมมือ ก็เหมือนๆกับข้าวกล้องแต่เรียกตามการขัดสี เพราะสมัยก่อนใช้แรงคนตำในครกกระดก โป๊กๆๆ
ข้าวแดง ในความหมายที่ถูกต้องแล้ว ก็คือข้าวพันธุ์อะไรก็ได้ครับ เพียงแต่สีมันออกแดงๆ
ส่วนข้าวแดงที่หุงให้คนคุกกินนั้น เขาเอาข้าวสารพันธุ์ที่ราคาไม่แพงมาสีเพียงนิดหน่อย
ไม่ใช่ข้าวแดงแบบที่คนรวยๆเขาหัดทานกันในสปาหรือร้านอาหารสุขภาพหรอกจ้า

คนเป็นเบาหวานไม่ควรทานข้าวเหนียวใช่หรือไม่?
อืม... คนเป็นเบาหวานเหรอ!!!
ถ้าถามหมอ หมอจะบอกว่าต้องหลีกเลี่ยงแป้งหรือข้าวที่มีดัชนีน้ำตาลสูงกว่า 70
ทีนี้มาดูที่บรรดาข้าวที่เราทานกัน
ข้าวเจ้าขาว มีดัชนีน้ำตาลประมาณ 71
ข้าวเหนียว มีดัชนีน้ำตาลประมาณ 75
ทางออกที่ดีที่สุดคือ ข้าวกล้องของข้าวเจ้าและข้าวเหนียว จะมีดัชนีน้ำตาลต่ำกว่ามาก

ข้าวกล้องงอก ดียังไง?
ข้าวกล้อง นับว่าเป็นอาหารที่ดีมาก แต่ทานยาก ไม่อร่อยลิ้น
ในข้าวกล้องก็มีสารอาหารดีๆมากมาย เช่น กรดไฟติก ใยอาหาร วิตามินซี
วิตามินอี และGABA (มาจาก Gamma Aamino Butyric Acid)
GABA นี่แหละที่เขาว่ากันว่า ป้องกันโรคต่างๆได้ดีเยียม เช่น มะเร็ง เบาหวาน ฯ
เมื่อนำข้าวกล้องมาแช่น้ำเพื่อทำให้งอก จะทำให้เกิดสาร GABA มากขึ้นหลายเท่า (ประมาณ 15 เท่า)
ทั้งยังทำให้เวลาหุงแล้วข้าวกล้องงอกนี้จะมีความอ่อนนุ่ม น่ารับประทานกว่าข้าวกล้องธรรมดา
แบบนี้คงต้องมองหาบะจ่างสูตรข้าวกล้องงอกมาลองกับเขาซะหน่อย


ตั้งหัวข้อเขียนเอาไว้ว่า "ข้าวเหนียว" แต่จบลงด้วย "ข้าวกล้องงอก" ซะงั๊น


โดย: zoomzero วันที่: 13 มิถุนายน 2554 เวลา:22:23:16 น.  

 
สืบเนื่องมาจากประเด็น ข้าวห่อใบบัว

ผมจำได้ว่าในประเทศไทยเรานี้ยังมีคนทำอาหารเมนูข้าวห่อด้วยใบไม้หรืิอวัสดุธรรมชาติชนิดอื่นๆ
ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยเห็นการทำอาหารห่อๆอะไรแบบนี้ในบ้านเรือนอีกแล้ว
เพราะว่ามันวุ่นวาย
และเจ้าของฝีมืออร่อยขั้นเทพก็เข้าวัยแก่เฒ่าไปกันหมดแล้ว
ส่วนใหญ่ก็มักจะซื้อข้าวของอาหารอร่อยๆตามร้านค้าหรือตามห้างสรรพสินค้า
สะดวกกว่ากันเยอะ แต่สิ้นเปลืิองและทำให้โลกร้อนได้ดียิ่ง

ข้าวห่อที่อยากจะเอามาเสริม อีีีกนิด ก็ได้แก่

ข้าวห่อใบตอง

ส่วนผสมข้างในก็เหมือนๆกับข้าวห่อใบบัว
แต่สูตรยอดนิยม นั้นมักจะประกอบด้วย หมูนุ่มผัด เห็ดหอมปรุงรส แห้ว กุนเชียง ฯ
จุดต่างน่าจะอยู่ที่ไม่มีเมล็ดบัว เพราะว่าเป็นข้าวห่อใบตอง จึงกลายมาเป็นแปะก๊วย แทน



ส่วนอีกเมนู เรียกว่า ข้าวห่อกาบหมาก

อันนี้เป็นการห่อแบบซ้อนห่อ หรือห่อซ้อนห่อ
คือเขาเอาข้าวสวยร้อนๆ(หรือข้าวเหนียวนึ่ง) ห่อด้วยใบตอง
และก็เอาอาหารหนึ่งหรือสองอย่างห่อใบตอง เช่น ปลาทอด ปลาย่าง เนื้อเค็ม ...
นอกจากนั้นยังมีน้ำพริกห่อใบตอง
จากนั้นนำของทั้งหมดมาวางบนกาบหมากขนาดใหญ่อีกที
อ้อ...อย่าลืมใส่ ผักต้มหรือผักสด วางเคียงข้างห่อข้าว
ดังนั้นกาบหมากจึงกลายเป็นเหมือนถุงใส่อาหาร (เวลาห่อเสร็จจะมีสายให้หิ้วด้วยหละ)

แต่เรื่องนี้มีประเด็นย่อยอีกนิด เพราะว่าเขาพิสูน์กันมาแล้วว่าในกาบหมากมีสาร
หรือคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่สามารถถนอมอาหารได้ ว่ากันว่าอยู่ได้ 2-3 วันเลย
สมัยก่อนภรรยาจะห่อข้าวชุดแบบนี้ใ้หสามีและคนในครอบครัว เพื่อนำไปทานที่ไร่นา
ถ้าจะหาร้านอาหารที่ยังคงอนุรักษ์ข้าวห่อกาบหมากในวันนี้
เห็นเขาว่าต้องไป ระยอง หรือ ตราด เพราะมีหมู่บ้านที่ยังคงปลูกหมากเป็นอาชีพอยู่

ที่เอามาเล่า ก็เพื่อที่จะได้บันทึกไว้ว่า
คนโบราณเขาฉลาดขนาดไหนในการคิดเรื่องภาชนะห่ออาหาร
คนไทยทุกวันนี้ เห็นก็จะคิดได้ก็แค่เรื่องถุงพลาสติก
มีแว็บๆมาบอกให้ใช้ถุงผ้ากัน เห็นมีคนถืออยู่ช่วงหนึ่ง
ตอนนี้ก็กลับมาใช้ถุงก๊อปแก็ปเหมือนเดิม


โดย: zoomzero วันที่: 15 มิถุนายน 2554 เวลา:13:17:59 น.  

 
จันทรคราส มิถุนายน 2554

คืนนี้ (15 มิถุนายน 2554) จะมีเหตุการณ์บนฟากฟ้า
ที่เรียกว่า จันทรคราส หรือภาษาชาวบ้านว่า ราหูอมจันทร์
ในวันนี้จะเป็นการเกิดคราสแบบเต็มดวง (Total Lunar Eclipse)
ซึ่งจะเกิดแบบชัดเจนในโซนเอเชีย ยุโรป และอาฟริกา(บางส่วน)
สำหรับประเทศไทย สามารถเห็นได้ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนไปจนถึงเช้ามืดของวันใหม่
ปีนี้จะมีเหตุการณ์จันทรคราสในประเทศไทยอยู่ 2 ครั้ง
ครั้งแรกคือวันที 15 นี้ และอีกครั้งจะเป็นวันที่ 10 ธันวาคม 2554
คนที่เชียงใหม่จะเห็นได้ก่อนใคร (ประมาณ 02:10 น.)
ส่วนคนในกรุงเทพฯจะเริ่มเห็นถัดไปอีกนิด (00:24 น.) และจะสิ้นสุดคราสเวลา 03:10 น.

ความจริงจันทรคราส ใครๆก็เห็นกันได้ ไม่เห็นจะพิเศษหรือแปลกตรงไหน
แต่คราวนี้เห็นทีจะแปลกแล้วหละ
เพราะเขาว่า ถ้าฟ้าเปิด ไร้เมฆ เราจะเห็นทางช้างเผือกได้
เอ้ย...เห็นทางช้างเผือกด้วยตาเปล่านี่หรือ บ้า...บ้า...บ้า
อ้อ...เพราะว่าท้องฟ้าจะมืดมากๆนี่เอง แสงของทางช้างเผือกถึงได้มีโอกาสเจิดจ้า
คราวนี้แหละคนไทยตั้งแต่เชียงใหม่ ลงมาทางใต้ไปจนถึงสตูลเลยนะขอรับท่าน

ความน่าจะเป็นของท้องฟ้าเปิดโล่งนั้น เห็นทีจะเป็นไปได้ยาก
ช่วงนี้ยังมีร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านประเทศไทยตอนบน
แถมลมตะวันตกเฉียงใต้ก็ยังพัดฉิวๆ ทำให้ละอองฝนเข้ามาหยดแหมะๆทั่วอ่าวไทย
คงมีแต่ภาคเหนือและอีสานตอนบนๆที่จะได้มีโอกาสเห็นมากกว่าใครๆ

เอาหละคืนนี้ ท้องฟ้ามืดตึดตื๋อ
พวกหัวขโมยคงได้ออกทำงานกันคึกคัก
นี่กระมังที่สมัยก่อน เขาถึงออกอุบายหลอกคนความรู้น้อย
ให้ออกมายิงปืน ตีกลอง เคาะกะละมัง ตะโกนไล่ ส่งเสียงดัง
หรือออกไปเอาไม้ตีต้นไม้รอบๆบ้าน
อาจจะเป็นกลอุบายให้ออกไปเดินตรวจตรา
พวกโจรจะได้ไม่สามารถออกทำงานได้อย่างเต็มที่
คุณทวดของพวกเรา ท่านคิดวิธีแบบนี้ได้อย่างไร?
ตกลง!!! คนโบราณนี่ฉลาดหรืองมงายกันแน่?


โดย: zoomzero วันที่: 15 มิถุนายน 2554 เวลา:22:04:01 น.  

 





โดย: มินทิวา วันที่: 16 มิถุนายน 2554 เวลา:19:04:09 น.  

 
สวัสดีค่าคุณพี่ ขอบคุณมาก ๆ ที่เขียนไฮกุไปฝากนะคะ

เมื่อเช้าตื่นทันตอนราหูอมจันทร์นะคะ แต่ลืมดูไป ที่จริงไม่ค่อยสนราหูอมจันทร์เท่าไหร่ อยากดูทางช้างเผือกมากกว่า ยังไม่เคยเห็นด้วยตาสักทีเลยค่ะ

เห็นบะจ่างแล้วหิวเลยค่ะ เคยแต่หม่ำ เพิ่งจะรู้ประวัติความเป็นมา แต่น้องกินได้แต่บะจ่างเจอย่างเดียว บะจ่างเจร้านมังสะวิรัติของจำลองก็ทำได้อร่อยดีค่ะ

เคยได้ยินว่าบะจ่างเจของร้านเจ๊ง้อก็อร่อย แต่ยังไม่เคยชิมสักที รู้สึกว่าราคาจะแพงได้ใจทีเดียว

ที่ชอบมากกว่าบะจ่างก็ต้องเป็นข้าวต้มมัดใส้กล้วยค่ะ ชอบแบบข้าวเหนียวน้อย ๆ กล้วยเยอะ ๆ แล้วกล้วยต้องนิ่ม ๆ หน่อย กินแล้วอาหย่อยอย่าให้เซดดดด

สุขสันต์วันพฤหัส คุณพี่รักษาสุขภาพด้วยค่า


โดย: haiku วันที่: 16 มิถุนายน 2554 เวลา:20:50:40 น.  

zoomzero
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ของทุกอย่างในโลกมี 2 ด้าน ถ้าเริ่มต้นก็คิดแต่ว่า สิ่งนั้นมีแต่ด้านดีด้านเดียว หรือเลวสุดขีด ต่อให้ศึกษาสิ่งนั้นไปอีกพันๆปี ก็ไม่มีวันเข้าใจ แต่ถ้าเปิดใจมองให้เห็นทั้งสองด้าน และหาความพอดีกับการอยู่กับสิ่งนั้นได้
...
ความสุขย่อมมาคู่กับความทุกข์ เพราะสุขเป็นของไม่เที่ยง เมื่อติดสุข แล้วไม่มีสุขมาให้ชื่นใจ จิตก็จะเป็นทุกข์ ความสงบจึงเป็นของที่เราท่านควรปฏิบัติ
...
การตั้งตัวเป็นจอมมารแห่งหุบเขาคนโฉด จึงไม่หวังให้ผู้ใดมีสุข ไม่อยากให้คนยึดติดกับสุข หากแต่อยากให้พ้นทุกข์ และได้พบกับธรรมมะของจริง ดั่งคำว่า "ไม่มีมาร อรหันต์ไม่เกิด" 555
...
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2554
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
6 มิถุนายน 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add zoomzero's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.