หุบเขาคนโฉด ไม่ใช่ไอศครีม ไม่ต้องเข้ามาเลีย หรือเชียร์จนละเหี่ยใจ แต่ขอแค่ความจริงใจ ของคนกล้าคิด ไม่ติดอยู่ในกรอบ
40513 [เพลง] มาร่วมฝันกันในโลกคอมพิวเตอร์

ป่าหอมหมื่นลี้ .

ความรัก ความจริงใจ และเสียงเพลง นี่แหละ ที่หอมไปไกลถึงหมื่นลี้

หุบเขาคนโฉด, ป่าหอมหมื่นลี้, มาร่วมฝันในโลกคอมพิวเตอร์กัน
Violent Valley, Zoomzero, Computer, Together In Electric Dream

Together In Electric Dreams




คนบางคน(ทำงาน)อยู่กับจอคอมพิวเตอร์มากกว่าคุยกับผู้คนเสียอีก เหมือนกับว่ามันเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่ง หลายคนเล่นเกมส์กับคอมพิวเตอร์ทั้งวัน ทานอาหารก็หน้าจอ ดูหนังฟังเพลงก็อยู่ตรงหน้าจอสี่เหลี่ยม (ไม่ว่ามันจะมีขนาดใหญ่แบบตั้งโต๊ะ หรือเล็กแค่ฝ่ามือก็ตาม) วันไหนที่คอมพิวเตอร์เสีย หรือเปิดขึ้นมาใช้งานไม่ได้ วันนั้นผู้ใช้มันจะหงุดหงิด และในบางครั้งถึงกับต้องอุ้มคอมพิวเตอร์ เพื่อนำไปให้ช่างซ่อม อาการไม่ต่างจากพ่อแม่พาลูกไปหาหมอด้วยความห่วงใย "อย่าตายนะลูก!!!"

ถ้าเราไม่ชอบเล่น(หรือคุย)กับคอมพิวเตอร์ เราอาจจะใช้ Internet เพื่อคุยกับเพื่อน ญาติมิตร หรือเจ้านาย แต่คงหลีกไม่พ้นที่จะได้คุยกับคนแปลกใหม่ ใครคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นหน้าตา แม้จะมีรูปภาพมาแสดงตัวตน แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่า เขาหรือเธอคือคนๆนั้น บางครั้งเราทำเรื่องให้อีกฝ่ายมีความสุข ถ้าเป็นคน เราคงจะได้เห็นรอยยิ้ม ได้ยินคำขอบคุณ ได้รับการโอบกอด แต่ถ้าเป็นเพื่อนบนโลกไซเบอร์ มันไม่มีการสัมผัสแบบนี้ ผมเองเป็นคนที่อดที่จะไม่รู้สึกเจ็บปวดไม่ได้ ที่ได้รักและยินดีกับคนที่เราไม่เคยเห็นรอยยิ้มของเขา คนที่อยู่ส่วนไหนของโลกก็ไม่รู้

มิตรภาพบนโลกออนไลน์ เริ่มต้นได้ง่ายๆ ไม่ยาก และจบลงได้ทั้งแบบยากและแบบลืมกันง่ายๆ เพียงแค่กดปุ่ม หรือไฟฟ้าดับ เพื่อนก็ดับสลายหายไปแล้ว แต่ก็ไม่นานเพื่อนก็จะกลับมาออนไลน์ได้เหมือนเดิม แต่ถ้าเกิดว่า เพื่อนคนนั้นเขาเบื่อการเล่นโปรแกรมที่เคยใช้คุยติดต่อกันทุกวันๆแบบนั้น เขาก็ไม่ online หรือไม่ login ก็เท่ากับว่าเพื่อนได้จากไปไกลแสนไกล เรื่องนี้วันหนึ่งก็คงต้องได้เจอกับตัวคุณจนได้ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง

ความรัก เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ และความรักก็มีวิธีเดินทางเข้าและออกในจิตใจของคนได้หลายวิธี ไม่ว่าโลกนี้จะมีอุปกรณ์สื่อสารอะไรใหม่ๆ ทันสมัยแค่ไหน ความรักก็จะใช้สื่อพวกนี้เป็นเครื่องมือในการเดินทาง จากใจดวงหนึ่งไปยังใจอีกดวงหนึ่งได้เสมอ และแน่นอนที่ใดมีรัก ที่นั้นมักจะมีทุกข์ แล้วทุกข์บนโลกไซเบอร์ไร้พรมแดนมันทรมานใจแค่ไหนกันเชียว

ความฝันเป็นเรื่องของการจินตนาการ ส่วนมิตรภาพในโลกไซเบอร์เปรียบเหมือนเราอยู่ในความฝัน ฝันที่มีวงจรไฟฟ้า (หรือ electronic) ฝันไปกับเจ้าคอมพิวเตอร์ ที่เป็นสื่อคอยช่วยเหลือ เพื่อให้เรามีความสุขกับฝันที่เราจินตนการ จงอย่าทำให้ตัวเองเสียใจกับความรักในลักษณะนี้ หวังว่าทุกคนคงจะได้รับความสุขจากการได้ใช้งานกับมัน ไม่ว่าจะเพื่ออะไรก็ตาม ขอให้เรามามีความสุขกันในความฝันบนโลกคอมพิวเตอร์นี้ด้วยกันเถอะครับ




Philip Oakey & Giorgio Moroder
Together In Electric Dreams

I only knew you for a while
I never saw your smile
’til it was time to go
Time to go away (time to go away)

Sometimes it’s hard to recognise
Love comes as a surprise
And it’s too late
It’s just too late to stay
Too late to stay

We'll always be together
However far it seems
(love never ends)
We'll always be together
Together in electric dreams

Because the friendship that you gave
Has taught me to be brave
No matter where I go I'll never find a better prize
(find a better prize)
Though you’re miles and miles away
I see you every day I don’t have to try
I just close my eyes, I close my eyes

We’ll always be together
However far it seems
(love never ends)

We’ll always be together
Together in electric dreams

zOOmzERo2009








ย้อนกลับไปอ่านของเก่า
Link ไปที่ blog 40417 ผู้หญิงขับรถ (ทำไมต้องว่า?)

Link ไปที่ blog 40403 เช็งเม้ง 2554
Link ไปที่ blog 40314 ไปดวงจันทร์
Link ไปที่ blog 40301 Broken Bed ...
Link ไปที่ blog 40214 ความรักในวันแห่งความรัก
Link ไปที่ blog 40129 ไท้ส่วยเอี้ย เทพแก้ไขเคราะห์กรรม
Link ไปที่ blog 40108 วัดเก่าบนเขาบางทราย
Link ไปที่ blog 31231 สิ้นปี ๒๕๕๓ ทิ้งความทุกข์






Create Date : 13 พฤษภาคม 2554
Last Update : 17 มิถุนายน 2554 19:05:06 น. 90 comments
Counter : 2621 Pageviews.

 
หวัดีค่าพี่ซูม วันนี้แวะมาเจอบล็อคใหม่พอดีเลย สมัยนี้เป็นยุคอินเตอร์เนทเข้าเส้นฮ่ะ ใครไม่รู้จักก็ยิ่งกว่าเชยอีก แต่น้องไม่นิยมการแชท แชทไม่เป็น (เชยมั้ยเนี่ย) ใช้เนทเวลาเข้าเวบ อย่างพันทิพ ยูทูบ กูเกิ้ล หรือเวบเกี่ยวกับหนังหรือซีรีส์ ที่ใช้เวลากับเนทมากที่สุดก็เห็นจะเป็นการเล่นบล็อคนี่แหละค่ะ เวลาคอมเจ๊งหรือเนทที่บ้านล่มทีไร หงุดหงิดทุกที

ตะกี้แวะไปอ่านบล็อคที่แล้วมา คุณพี่กับคุณมินเม้าท์เรื่องซีรีส์เกาหลีกันแล้วอยากแจมด้วย

ที่จริงตอนนี้กระแสซีรีส์เกาหลีก็ถือว่าเพลาลงแล้วค่ะ ไม่เหมือนยุคที่ซีรีส์สี่ฤดูกาลมาฉาย ช่วงนั้นกระแสบูมสุด ๆ เลยค่ะ แต่ถึงกระแสจะแผ่วยังไง ก็ยังมีเรื่องดี ๆ ออกมาให้ดูสม่ำเสมอ ต้องชมรัฐบาลเมืองโสมด้วย ที่ให้การสนับสนุนแบบสุดตัว แต่หลัง ๆ มานี่ กระแสละครไทยก็กำลังบูมมากเหมือนกัน อย่างที่จีนนี่เห็นได้ชัด มีแฟนคลับพี่ติ๊ก พี่ป้อง แบบเป็นล่ำเป็นสัน อ้อ อีกคนคือหนุ่มบี้นี่แหละ ก็ได้แต่หวังว่าละครไทยจะไปได้สวย แล้วไม่ดังเป็นแบบพลุคือดังแป๊บเดียวแล้วดับวูบ

วันนี้อารมณ์ดี เพราะจะได้ดูซีรีส์เรื่องสมาคมเมียหลวงอีกแล้ว


โดย: haiku วันที่: 13 พฤษภาคม 2554 เวลา:16:40:28 น.  

 




อ่านแล้วก็อึ้งไปเหมือนกันค่ะ
เพราะเถียงไม่ได้หรอกว่า ไม่จริง อ่ะนะ
รักในไซเบอร์เนี่ย มันอาจจะคล้าย ๆ
กับ รักในซีเมเจอร์ หรือป่าวน๊า
เพราะมันจะมีแต่ด้านดี เข้ามาพูดคุยกัน
อย่างมาก ก็แค่งอนกันไป งอนกันมา เท่านั้น

คิดไปคิดมา มันก็ กึ่งจริง กึ่งฝัน อยู่เหมือนกัน
มินก็อยากให้ทุก ๆ คนมีความสุขนะ
สังเกตุไม๊คะ เวลาคุยกันเนี่ย
เหมือนโลกนี้ มันมีเรากันอยู่แค่ 2 คนนะ
ไม่เคยจะไปพาดพิงถึงใครคนอื่น ๆ เลยอ่ะ

ก็ใครอยากจะคุยกับเฮีย ก็คุยไป ไม่เกี่ยวกับมิน
มินเองคุยกับเฮีย ก็คงไม่เกี่ยวกับคนอื่นเหมือนกัน
เอ๊ะ..แล้วมินจะพูดเรื่องนี้ ขึ้นมาทำไมอ่ะเนี่ย
มันเกี่ยวกับเรื่องจากบล๊อควันนี้หรือป่าว
คนโง่ ชักสับสนแล้วค่ะ ฮ่า ๆ ๆ

แต่ ระวังไว้เหอะ อาจจะได้รับอีเมล์แปลก ๆ
จากพ่อสื่อบล๊อคแก๊งค์ แผนกจดทะเบียนเข้าให้ซักวัน
ถึงวันนั้นแล้ว เฮียจะทำยังไง บอกหน่อยจิคะ ฮ่า ๆ ๆ



I was tryin' to catch your mind
Thought that you was tryin' to hide
I was swallowing my pain
Something heartfelt that touched us
I never will be forgotten....


โดย: มินทิวา วันที่: 13 พฤษภาคม 2554 เวลา:19:58:53 น.  

 
ในปี ค.ศ. 1984 หรือ พ.ศ. 2527

มีภาพยนตร์ฝรั่งเรื่องหนึ่งชื่อว่า Electric Dreams
นำแสดงโดย Lenny von Dohlen และ Virginia Madsen

Lenny von Dohlen
พระเอกวัย 52 ปีคนนี้ ไม่ค่อยดังกับหนังใหญ่เท่าไหร่ จะไปได้ดีทางละครทีวีแบบซีรี่ย์มากกว่า
เรื่องที่เขาแสดงและเป็นภาพยนตร์ที่ดัง ทำเงินได้มากๆ ก็เห็นจะเป็นเรื่อง Home Alone 3
ซึ่งเป็นภาคที่เด็กน้อยถูกทิ้งในวันคริสต์มาสเช่นเคย
แต่คราวนี้มีผู้ร้ายถึง 4 คนที่โดยเจ้าหนูน้อยคนนี้ป่วนกวนประสาท
Dohlen คือ หนึ่งในผู้ร้ายในเรื่องนี้

ส่วน Virginia Madson นางเอกวัย 49 ปี (เป็นแม่ม่าย)
เธอเป็นทั้งนางเอกและ Producer ของหนังสารคดีหลายเรื่อง
เป็นดาราที่ได้รับการโหวตว่าสวยที่สุดในปี 1986
เธอเคยได้รับการเสนอชื่อในรางวัล Golden Globe ในปี 2004 จากเรื่อง Sideways
และได้รางวัล Academy Awards 2009
คุณอาจจะจำเธอได้จากเรื่อง The Number 23
หรือเมื่อเร็วๆนี้ ในเรื่อง Red Riding Hood ในบทของ Suzette

ภาพยนตร์เรื่อง Electric Dreams ออกฉายในปี 1984
เนื้อเรื่อง :
พระเอกชื่อ "ไมล์" (ทำอาชีพอะไรก็จำไม่ได้) ได้ไปซื้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะรุ่นใหม่ล่าสุด ในปี ค.ศ. 1983
ซึ่งคนขายบอกว่ามันเป็นรุ่นที่ใหม่ล้ำยุค ทำงานได้หลายอย่าง พร้อมทั้งมีโปรแกรมที่ใหม่มากๆติดตั้งมาเพียบ
พอมาถึงบ้านไมล์ก็ประกอบเครื่องแล้วทดลองใช้พวกระบบมัลติมีเดีย
แต่ด้วยความซุ่มซ่าม เขาทำไวน์(หรือแชมเปญ)หกใส่ keyboard จนเครื่องช๊อต แต่ไม่เจ๊งนะ
เรื่องนี้ก็ประมาณหนังของ Walt Disney นั่นแหละ เวอร์ๆ สนุกๆ อย่าคิดมาก
เกิดสิ่งมหัศจรรย์กับเครื่องคอมฯเครื่องนั้น มันคิดเองเป็น เรื่องนี้จึงเริ่มสนุก
เจ้าเครื่องคอมฯได้กลายเป็น Artificial Intelligence ไปโดยที่ไม่ต้องลงทุนเพิ่มเติม
คำว่า AI นี่ก็ประมาณ หุ่นยนต์ในเรื่องคนเหล็ก แต่เป็นรุ่นแรกๆ ซึ่งยังทำอะไรไม่ได้มากนัก เรียกว่า กระจอกกว่ากันมาก
เจ้าคอมพิวเตอร์พยายามติดต่อกับไมล์ ด้วยจอภาพ ลำโพง และไมใครโฟน (คิดว่ายังไม่กล้อง เว็บแคมในยุคนั้นนะครับ)
จนในที่สุดทั้งสองก็กลายเป็นเพื่อนกัน โดยไมล์ตั้งชื่อให้มันว่า Edgar (ใช้เสียงของนักแสดงชื่อ Bud Cort)
ไมล์ได้เป็นคนที่นำเรื่องราวของมนุษย์มาเล่าให้เอ็ดการ์ฟังอยู่เรื่อยๆ จนมันเริ่มจะอยากเป็น "คน"
เรื่องไม่ได้หยุดแค่หนุ่มติงต๊องเป็นเพื่อนกับพีซีมหัศจรรย์ เพราะมีสาวห้องข้างๆเข้ามาเกี่ยวข้อง
นางเอกของเรื่อง เธอคือ Madeline Robistat นักดนตรี Cello สาวสวย
ทั้งไมล์และเอ็ดการ์ต่างก็แข่งกันจีบเมเดอไลน์ แต่แบบว่าต่างคนต่างจีบ ไม่ได้บอกอะไรกันเลย
โดยเอ็ดการ์ใช้ช่องปล่องระบายอากาศแอบฟังหญิงสาว และก็ส่งเสียงดนตรีล้อเลียนเธอ
เมเดอไลน์คิดว่าคงเป็นหนุ่มห้องข้างๆที่ชอบแซวเธอเรื่องดนตรี (ก็ดีที่ไม่ด่าว่าเล่นดนตรีเสียงดัง)
ทั้งเอ็ดการ์และเมเดอไลน์ต่างก็ซ้อมดนตรีด้วยกัน โดยที่หญิงสาวไม่เคยเห็นหน้าผู้ชายที่เล่นดนตรีด้วย
ในที่สุดเรื่องก็เริ่มเปิดเผยเพราะจะต้องมีคนไปทานอาหารกับหญิงสาว
ไมล์เป็นคนขี้อาย เขาไม่เคยจีบเมเดอไลน์เป็นเรื่องเป็นราวเลย เรียกว่า ไม่มีปัญญาจีบเลยหละ
ตามเหตุผลแล้ว เอ็ดการ์เป็นคนจีบสาวคนนี้ได้ ผู้หญิงต้องเป็นแฟนของเอ็ดการ์ แต่นี่เอ็ดการ์ไม่ใช่คน เรื่องเลยวุ่น
เพราะความรัก ไมล์ถึงกับทรยศเอ็ดการ์เพื่อนรัก
โดยสวมรอยเป็นคนที่เมเดอไลน์นัดออกเดท
หญิงสาวเลยเข้าใจผิด หลงรักไมล์จนหมดหัวใจ
หลังจากนั้นคนกับคอมฯก็เป็นศัตรูกัน ศึกชิงรักหักสวาทครั้งนี้ ใครจะเป็นผู้ชนะ ....

เรื่องนี้ฉายในยุคที่คอมพิวเตอร์เอฟเฟ็คหรือCG ยังไม่มีใครรู้จักกันเลย
จอคอมฯในเรื่องจึงดูเชยๆ แต่ว่าไปแล้วในยุคนั้นจะมีกี่คนที่เคยเห็นคอมพิวเตอร์ของจริง
แค่จินตนาการว่า คอมพิวเตอร์พูดคุยกับคนได้ ก็สนุกมากแล้ว

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นรุ่นคุณทวดของเรื่องแนววิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับหุ่นยนต์ทั้งหลาย


ในปีเดียวกัน (1984) ก็มีหนังฟอร์มใหญ่ทำรายได้ถล่มทลาย ชื่อเรื่อง The Terminator
ส่งให้ Arnold Schwarzenegger และ Linda Hamilton ดังจนถึงทุกวันนี้
เรื่องนี้ไม่ใช่แนววิทยาศาสตร์ฮาเฮ แต่เป็นแนว Action ที่มีฉากตื่นเต้นมากมาย
แต่ก็ยังมีโครงแนวเรื่องว่า เมื่อคอมพิวเตอร์มันฉลาดมากๆ มันก็อยากจะครองโลกหรือทำอะไรของมันเอง


ในปี ค.ศ. 1986 ก็มีภาพยนตร์ทำเงินอีกเรื่องคือ Short Circuit เป็นหนังตลกแนววิทยาศาสตร์
หุ่นยนต์ Number 5 เป็นอาวุธรุ่นใหม่ของกองทัพสหรัฐ
ที่เกิดอุบัติเหตุจนมันโหลดโปรแกรมกลับไปกลับมาจนมันฉลาดขึ้นเรื่อยๆ
มันทำอะไรเองได้เอง เช่น คิด อ่านหนังสือ มันเลยกลายเป็น Johnny Number 5

มีหนังเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อีกเยอะมาก

เรื่องดังๆที่พอจะนึกออกอีกเรื่องก็คือ WarGames (ปี 1983)
อันนี้ก็เป็นเรื่องของความเพี้ยนของคอมพิวเตอร์ทหารที่คิดว่าการยิงขีปนาวุธเป็นเกมส์สนุกๆ

พอแค่นี่แหละ



โดย: zoomzero วันที่: 13 พฤษภาคม 2554 เวลา:20:33:38 น.  

 
เพลง Together in Electric Dreams
เป็นเพลงที่แต่งและขับร้องโดยศิลปินชาวอังกฤษ Philip Oaker
และยังมีอีกคนที่ร่วมงานด้วยคือ Giorgio Moroder
เพลงนี้ถูกกำหนดให้แต่งขึ้นมาเพื่อใช้กับภาพยนตร์เรื่อง Electric Dreams ในปี ค.ศ. 1984
ครั้นพอปี 1985 ก็ได้กลายมาเป็นเพลง single แถมขึ้นไปถึงอันดับที่ 3 ของ UK Singles Chart
และผ่านไปจนถึงปี 1988 จึงจะได้ออกขายในประเทศสหรัฐอเมริกา


Philip Oakey
ศิลปินนักร้องนำ ชาย วัย 55 ปี เป็นบุคคลที่เราอาจจะไม่ค่อยรู้จัก
แต่สำหรับโลกดนตรีในยุค 1980
เขาคือ ราชาแห่งเพลงที่ใช้เครื่อง synthesiser เป็นเสียงประกอบ


MV ของเขาซึ่งตอนนั้นเขาเป็นนักร้องนำของวง The Human League ได้รับความนิยมมาก


โดยเฉพาะเพลง Don't You Want Me นับว่าเป็น MV ระดับแนวหน้าในเวลานั้น
ว่ากันว่าผลงานของ The Human League นั้นรุ่งเรืองยาวนานนับ 30 ปี และขายได้มากถึง 20 ล้านแผ่น
Oakey เป็นเหมือนผู้ริเริ่มดนตรีแนวใหม่ในยุคนั้น ที่เรียกว่า Synthpop, New Wave และ Electronica



โดย: zoomzero วันที่: 13 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:57:59 น.  

 
haiku

การใช้คอมฯ
พี่ซูมว่าเปรียบเหมือนดาบสองคม
โดยเฉพาะกับเยาวชนในบ้านเรา
รู้สึกว่าจะน่าเป็นห่วงมากที่สุด
น้องๆหนูๆ ใช้ internet เพื่อหาเพื่อนใหม่
และก็ติดเพื่อนใหม่ คุยกัน หรือแชทกัน ได้ทั้งวัน
ทำให้ไม่เป็นอันเรียนอันใดๆเลย
มิหนำซ้ำยังใช้ จินตนาการ Together in Electric Dreams
สร้างภาพสะอาดวาดฝันสวยงาม หลอกลวงอีกคนให้หลงกล
แล้วก็พาไปสู่การละเมิดทางเพศ หรือก่ออาชญากรรม
เด็กผู้ชายนั้นไม่ค่อยเสียหายมากเท่าไหร่ เด็กผู้หญิงนี่ซิ ถือว่าขาดทุนย่อยยับ
แต่ไม่ว่า เด็กชายหรือเด็กหญิง การเพ้อฝันหรือจินตนาการในโลกไซเบอร์มากไป
ย่อมทำลายชีวิตและอนาคต ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม
พี่ซูมอยากให้เด็กไทยใช้คอมพิวเตอร์ในแง่สร้างประโยชน์มากกว่าบันเทิง
แต่คงจะเป็นไปได้ยาก เพราะเด็กคิดว่ามันคือ อุปกรณ์ดูหนังฟังเพลงและเล่นเกมส์ออนไลน์ไปแล้ว

เกาหลี(ใต้)
ใช่ครับ รัฐบาลเขาสนับสนุนหลายๆอย่างในเรื่องการสร้างหนัง
หนังเกาหลีไม่ค่อยพาไปเที่ยวเมืองเขาเลยนะ
ไม่เหมือนหนังฮ่องกงที่ชอบบุกเข้าไปถ่ายในย่านชุมชน
พี่ซูมเชื่อว่าบางสถานที่ของเกาหลี เขายังไม่อยากให้คนนอกมารู้จักผ่านทางสื่อทีวีหรือภาพยนตร์
เขายังไม่อยากให้วงการทีวีถอยเข้าไปแตะประวัติความเป็นมาของประเทศมากเกินไป
ว่ากันว่า ในเกาหลีนั้นมีสถานที่โบราณและมีความเจริญทางด้านวัฒนธรรมอยู่มากมาย
แต่คนเกาหลีรุ่นเก่าๆ อยู่เป็นจำนวนมาก ที่ไม่ชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ของเขา
หรืออาจจะเป็นเพราะประเทศเขามันไม่ค่อยเจริญทางด้านวัตถุก็ได้นะ
พูดถึงเรื่องเกาหลีแล้ว มันมีอะไรน่าคุยมากกว่าเรื่องดาราหรือนักร้องหน้าตาดี (หลังผ่านศัลยกรรม)
อย่าลืมนะ อาหารเกาหลีก็อร่อย อุปกรณ์พวกอิเลคโทรนิกก็โดดเด่นทันสมัย ไม่ว่าจะเป็น ซัมซุง หรือ เอลจี
สังเกตดีๆจะเห็นว่า เขากำลังสร้างหนังหรือละครเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเขามากขึ้นเรื่อยๆ
ตั้งแต่ แดจังกึม ก็มีหนังแนวย้อนยุคเข้ามาฉายเรื่อยๆ
พี่ซูมก็ตั้งหน้าตั้งตาจะดูแต่หนังเกาหลีแนวโบราณๆนี่แหละ
แต่ไม่ขอดูเรื่องสมาคมเมียหลวงกับน้องไฮก์หรอกนะ
ดูแล้วอาจจะรู้สึกว่า เขาด่าผู้ชายอยู่หรือเปล่า 555

haiku DarkGreen 006400


โดย: zoomzero วันที่: 13 พฤษภาคม 2554 เวลา:23:32:48 น.  

 
Mintiva

มั่วนิ่มอะไรเหรอ? รักในซีไมเนอร์ นั่นมันเพลงของพี่แจ้หรือเปล่า?

เวลาเล่นเน็ทนั้นมันสนุกตอนยุคแรกๆ ว่ามั๊ย
มันเป็นตอนที่เราไม่รู้ว่า เขาแชท เขาคุยกันอย่างไร
พวกเว็บบอร์ดมีเอาไว้ทำไม เอาไว้คุยหรือด่ากันดี
บางคนแค่เอารูปส่วนตัวลงในโลกไซเบอร์ได้ ดีใจยิ่งกว่าถูกหวย
บางคนได้รางวัลจากการโหวต แหม...เป็นปลื้มราวกับได้ตุ๊กตาทอง

เมื่อก่อนคนเล่นเน็ท จะอยากอยู่ในโลกจินตนาการ
เหมือนเรื่อง Avatar ไม่มีใครอยากเปิดเผยตัวจริง
เพราะมันอิสระที่จะพูดที่จะคิดได้ไม่จำกัด
ต่างคนต่างกล้าที่จะเตือนหรือออกความเห็นให้แก่กัน
แต่เดี๋ยวนี้ กลายเป็น คนเล่นเน็ทอยากเปิดเผยตัวเองมากมาย
เห็นมั๊ย พวก facebook หรือ hi5
มีแต่คนเอารูปส่วนตัวออกมาโชว์เต็มไปหมด
ในตัว profile ก็บอกหมดว่า อายุเท่าไหร่ บ้านอยู่ไหน เรียนที่ไหน ทำงานอะไร
ขับรถยี่ห้ออะไร สีอะไร ทะเบียนอะไร
หมายเลขโทรศัพท์บ้าน มือถือ ที่ทำงาน บอกเขาหมด
บางคนก็ขยัน check in บอก location ตัวเอง ให้คนทั้งโลกรู้ว่า ตอนนี้อยู่ที่ไหน
ทำเหมือนตัวเองเป็นดารา ต้องการให้คนคอยดูว่า วันๆไปทำอะไรที่ไหนมา
โจรมันเล่นเน็ทเป็น มันคงรู้เวลาเข้าบ้านแล้วหละป่านนี้

พรุ่งนี้ไม่ว่างเลย ต้องไปงานแต่งงานแต่เช้า
ไม่รู้ว่าจะว่างเขามาอ่านคอมเมนท์หรือเปล่า


นอนหลับฝันดีนะจ๊ะ
ขอพื้นที่หน่อย

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 13 พฤษภาคม 2554 เวลา:23:56:52 น.  

 



เหนื่อยจังเลย วันนี้ตะเวนทั่ว
เริ่มจากงานแต่งของลูกเพื่อนที่ทำงานแต่เช้าเหมือนกัน
มินไม่ได้ไปงานเลี้ยงที่ โรงแรม ค่ะ
บ่าย ๆ ไปทานอาหารทะเลกันที่ชะอำกับที่บ้านอีก
โห รถติดช่วงแถว ๆ เขาวัง อีกเป็น ชม.ค่ะ
เพิ่งกลับมาถึงบ้านเมื่อกี้เอง
เดี๋ยวไปนอนดีกว่านะ...
เฮียก็นอนหลับฝันดี นะคะ
แต่ ขอพื้นที่หน่อย เนี่ย มันแปลว่าไรเหรอ


โดย: มินทิวา วันที่: 14 พฤษภาคม 2554 เวลา:19:31:51 น.  

 

Mintiva

ขอพื้นที่หน่อย
ก็คือขอเข้าไปอยู่ในหัวใจอาหมวยไง อะฮ่อยยยยย
อย่าคิดมากน่า ในห้องอาหมวยตรงไหนว่าง เฮียก็ขอไปแอบงีบแป๊บนึง


งานแต่งงาน
วันนี้เป็นงานแต่งของรุ่นน้อง (แต่อายุเกือบรุ่นลูกแล้วหละ)
ตอนเช้าเขามีงานหมั้น เฮียไม่ได้ไปหรอก
เราไม่ได้เป็นญาติสนิท
เรื่องงานหมั้นนี่ เฮียแอนตี้พวกที่ไม่ได้เป็นอะไรกับเขาแต่ชอบเข้าไปวุ่นวาย
โดยอ้างว่ามาสร้างสีสัน แต่เห็นบ่อยๆว่ามาเพื่อกั้นประตู และขอรับซอง
แล้วก็มักจะมีพวกที่กวนๆ ไม่ยอมให้เจ้าบ่าวเข้างาน
คือเล่นพอสนุกๆก็โอเค แต่บางคนเล่นแล้วเหมือนสุนัขกำลังเขย่งเลียปากเจ้าบ่าวมากกว่า
ไม่เห็นใจญาติผู้ใหญ่ที่เดินกันมานานแล้ว
และถ้าตัวเองเป็นคนสนิทกัลยาณมิตรกับเขาก็ไปอย่าง
นี่เป็นแค่คนรู้จักหรือคนที่ทำงานที่เดียวกัน แถมคนละแผนก แต่แอบเนียนเพื่อหาตังค์ ซะงั๊น

เฮียไปตอนสิบเอ็ดโมง ฝนกำลังลงเม็ดพอดี
ไปถึงสถานที่จัดงาน เฮียก็รีบเดินสำรวจอาหารก่อน
เพราะเป็นงานเลี้ยงแบบเดินทาน ดังนั้นต้องวางแผนการต่อคิดให้ดีๆ
โรงแรมนี้เขาอยู่ริมแม่น้ำ เจ้าภาพเลือกโซนที่เป็นเหมือนบ้านโบราณ
มีห้องต่างๆหลายห้อง ตามห้องก็มีรูปภาพเก่า
ส่วนใหญ่เป็นภาพเจ้านายสมัยรัชกาลที่ห้าหรือหก ดูเป็นไทยๆดี
แถมเขายังมีบันไดไม้เพื่อขึ้นไปชั้นบน มองแล้วเหมือนเอาบ้านไทยโบราณมาเป็นไอเดีย
ดนตรีก็เป็นแบบกึ่งๆอคูสติก เหมือนเล่นให้เพื่อนๆฟัง เสียงไม่ดังมาก
ตามห้องต่างๆก็มีจอทีวีขนาดใหญ่ เพื่อฉายส่วนหน้างานว่ามีใครทำอะไรกันบ้าง
ใครรอใครก็ไม่ต้องไปยืนออด้านหน้า แค่มองจอภาพ เห็นเพื่อนเดินเข้างานมา ก็เดินออกไปดักได้เลย

อาหารยอดนิยมในงานคือ ข้าวมันไก่ ขาหมูอบหั่นเป็นชิ้นบางๆ เป็ดปักกิ่ง กระเพาะปลา
หมูสะเต๊ะ ทอดมัน หมูทอด ฯ
ส่วนเครื่องดื่มนี่ มีเมนูหลากหลาย เฮียซดมันแทบทุกอย่าง
ได้แก่ น้ำส้ม โคล่า น้ำเปล่า น้ำตะไคร้ น้ำลิ้นจี่ ไวน์ขาว ไวน์แดง บรั่นดี
ส่วนพวกของจิ้มๆสไตล์ฝรั่งและไทยก็มีเยอะแยะ ช่างเป็นการเลือกเมนูที่หลากหลายจริงๆ
คงเป็นเพราะบ่าวสาวคู่นี้เป็นนักเที่ยวนักชิม
เค้กแต่งงานเป็นเหมือนเค้กการ์ตูน เฮียไม่กล้าทานเปลือกมัน ทานแต่ตัวเนื้อเค้ก

ญาติเจ้าสาวเป็นชาวต่างชาติและแต่งงานกับต่างชาติ
งานนี้เลยเหมือนงานเทศกาลหนังนานาชาติ มีชุดแต่งกายทั้งแบบไทย สากล ฮินดู
และแม้แต่ชุดประจำชาติเกาหลีก็มี ชอบเด็กผู้หญิงแต่งชุดเกาหลี น่ารักดี
เธอวิ่งไปมาทะลุห้องโน้นไปออกห้องนั้น เหมือนตุ๊กตา

เจ้าสาวได้กระซิบบอกสาวโสดในงานนี้ว่า ใครเป็นโสดต้องใส่สีม่วง
เลยเป็นงานที่หนุ่มๆสามารถมองหาความหวังได้โดยไม่ยาก
นานๆทีเฮียถึงจะได้มีโอกาสไปงานเลี้ยงมงคลสมรสภาคกลางวัน
เพิ่งจะเห็นว่า เดรสสั้นกลางวันของสาวๆสมัยนี้ นอกจากสั้น รัดรูปแล้ว
เนื้อผ้ายังบางมองเห็นได้ทั้งตัว
บางคนใส่ชุดแนบเนื้อเหมือนนุ่งผ้าเช็ดตัว ซึ่งรูปร่างของเธอก็ X เหลือกินเหลือใช้

พิธีกรมี 2 คน เพื่อนเจ้าบ่าวใช้ผู้ชาย เพื่อนเจ้าสาวใช้ผู้หญิง
ลีลาคารมนี่กินกันไม่ลง ไปๆมาๆทำท่าจะจีบกันเอง เรียกเสียงฮาจากแขกได้ตลอดเวลา
มีการสอบถามเรื่องความรัก และอดีตต่างๆของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว
ซึ่งพิธีกรทั้งสองก็แอบขุดคุ้ยวีรกรรมต่างๆเอามาแซวกันสนุกสนานมาก
ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเป็นคนทำงานในแผนกเดียวกัน บริษัทเดียวกัน
มีการศึกษาขั้นเรียนเก่ง และจบเมืองนอกทั้งคู่ หน้าที่การงานก็รุ่งเรืองก้าวหน้าดีมาก
แต่สองคนนี้เขาเคยอกหักมาก่อน และมีเฮียนี่แอบรู้ว่า คนที่หักอกของสองคนนี้ก็มาในงานนี้
แถมสองคนนั้นดันแต่งงานกันแล้วด้วย แต่พิธีกรไม่ได้แฉแบบมดดำให้แขกทราบหรอกนะ
แค่แซวถากไปถากมา
มีคำถามหนึ่งที่เรียกเสียงฮามาก เพราะคนถามได้ถามเจ้าสาวว่า เจอเจ้าบ่าวครั้งแรก ในใจคิดอย่างไร
เธอบอกว่า ไอ้อ้วนนี่ต้องคิดไม่ดีกับฉันแน่ๆ เพราะมันชอบแอบมองตอนเธอเมา
ส่วนเจ้าบ่าวก็แฉว่า เจ้าสาวนี่คออ่อน ชอบดื่มโชว์ แล้วก็เมาหลับคาโต๊ะทุกที
ไปเที่ยวทริปต่างจังหวัดทีไร เมาแอ๋ เจ้าสาวก็ตกใจเพราะพ่อแม่ไม่เคยรู้ว่าลูกสาวดื่มเหล้าเป็น
บรรยากาศในงานเลยกลายเป็นรายการทีวีโชว์แบบ ล้วงลับตับแตก
แต่ละคำถาม คนตอบต้องตอบว่า อือ อา อือ เออ .....เพราะมันถามแรงจริงๆ
ความรักของคู่นี้เกิดเพราะว่า เจ้าอ้วนต้องหิวปีกยายหัวฟูไปเข้าห้องนอนไม่รู้กี่สิบครั้ง
แถมมีคำถามว่าเคยทำอะไรตอนเจ้าสาวเมาหรือเปล่า
แต่งานนี้เจ้าบ่าวไม่ยอมตอบ สงสัยคืนนี้ต้องมีเคลียร์ 555

คำถามที่ซ้ำซาก แต่ได้คำตอบที่น่าประทับใจของทั้งสองคน
เฮียจดจำไว้ได้เป็นอย่างดี
เจ้าบ่าวโดนถามว่า ถ้าจะนิยามความรักในวันนี้จะบอกว่าอย่างไร?
เขาบอกว่ามันต้องอธิบายยาววว แต่เขาขอสรุปว่า เป็นรักที่ต้องใช้เวลา ไม่ได้ใช้เงิน
ส่วนเจ้าสาวก็โดนคำถามว่า อยากบอกอะไรเจ้าบ่าว?
คำตอบนั้น เธอบอกว่า เธอท่องคำตอบมาตลอดสองวัน แต่ตอนนี้มันหายไปจากสมองหมด
จำได้ว่าเหตุผลที่วันนี้เธอมีความสุขมาก เพราะว่าวันพรุ่งนี้และตลอดไปเธอจะได้เป็นภรรยาของคนที่เธอรักที่สุด

ตอนโยนดอกไม้ มีการซ้อมกันระหว่างเจ้าสาวกับพิธีกร
กว่าจะโยนดอกไม้ได้ มีการแกล้งสาวๆในชุดสีม่วงอยู่นานหลายนาที
คนที่รับดอกไม้ได้ยังมีโบนัสเป็นของขวัญพิเศษจากเจ้าบ่าวและเจ้าสาวอีกด้วย
ของนั้นก็เป็นอุปกรณ์ไฮเทค ราคาประมาณสี่ห้าพันบาท (ไม่บอกหรอกว่าคืออะไร)
แหม...งานนี้กลายเป็นเหมือนรายการชิงโชคไปเลย
เขาเข้าใจเอาของมาล่อ เพราะส่วนใหญ่ผู้หญิงสาวๆจะไม่ค่อยออกมารับดอกไม้กัน
แต่งานนี้เขาวางแผนกันตั้งแต่สีเสื้อผ้าของสาวโสด และการล่อด้วยรางวัล
สงสัยว่ารูปถ่ายภายนิ่งในงานนี้คงสวยงามและเต็มไปด้วยชีวิตชีวาน่าดูเลย

เดี๋ยวนี้ของชำร่วยในงานแต่งงานเขาไม่แจกหน้างานตอนเราเข้าไปครั้งแรก
แต่เขาจะแจกเป็นตั๋ว บัตร หรือคูปอง
เมื่อตอนเราจะกลับ เราค่อยเอาบัตรไปแลกของชำร่วยหน้างาน
ทำแบบนี้ดีตรงที่ไม่ต้องถือหรือหิ้วของชำร่วยเดินไปเดินมาในงาน
เผลอไผล ลืมเอาไปวางทิ้ง ก็หายไปเลย

วันนี้เดินมองสาวๆจนเมื่อยขา
บางคนผิวสีชมพู เออ...ทำได้ยังไงนะ

สงสารอาหมวยที่ขับรถติดนานนนนนน
มา...จะนวดขาให้ นวดน่องนะ ไม่ใช่ฝ่าเท้า 555

อ้อ..ขอพื้นที่(พักใจ)และขอผ้าห่มด้วย จะนอนแล้ว อิอิ

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 14 พฤษภาคม 2554 เวลา:20:41:00 น.  

 
สวัสดีย้อนหลัง ศุกร์ 13 ..เด็กซาตานเดย์ค่ะ

ตั้งใจจะมาทักทายตั้งแต่วันศุกร์แล้ว ก็เลยขอย้อนหลังแล้วกัน...อยากจะ
เข้ามาบอกว่าสำหรับเพื่อนคนนี้พอกดปุ่มปิดบุ๊ป...ที่หายไปคือวงจรกระแสไฟในตัวเครื่อง แต่ยังคงมีมิตรภาพจากคุณซูมอยู่ในใจ ช่วงนี้ขอนั่งมองก้อนเมฆไปพลาง ๆ ก่อน...และก็ขอเป็นสายลมที่อยู่
ข้าง..ประมาณว่ามีสมาธิในการติดตามไม่ห่างแบบว่ากดปุ่มทุกวันแบบเงียบ ๆ
ขนุนว่า ตราบใดที่ยังอยู่เพียงแค่โลกแห่งไซเบอร์ ก็ยังคงเป็นความสุขมิตรภาพทางจิตใจที่มีต่อกัน ใช่จะเรียกว่าฝันก็ได้ ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อกัน และในบาง
ครั้งมันก็สร้างความรู้สึกที่ดีกว่า ความเป็นจริงที่เราสัมผัสในโลกความจริงของ
ชีวิตเสียอีก อาจเป็นเพราะไม่มีผลประโยชน์ ไม่มีการกระทำใดที่เกีี่ยวพันกัน มีแต่ใจถึงใจเท่านั้นก็เป็นได้.....

www.youtube.com/watch?v=DAiLmpRjOq8

www.youtube.com/watch?v=4IlEPGU1U7o&feature=related


โดย: ่jampada IP: 110.168.169.71 วันที่: 14 พฤษภาคม 2554 เวลา:22:07:07 น.  

 



good morning kha
วันนี้ไปหาซื้อขนุนทานดีกว่า เอาด้วยป่าวคะ
ฮ่า ๆ ๆ ขำก๊ากค่ะ ที่บอกแอบเดินสำรวจอาหารก่อนอ่ะค่ะ
เหมือนกันเปี๊ยบเลยเรา ฮ่า ๆ ๆ
เวลาไปงานเลี๊ยงที่เป็นค๊อกเทลเนี่ย มันน่าเบื่อนะมินว่า
จะนั่งก็นั่งไม่ได้ มุมจัดไว้ให้นั่ง ก็มีนิดเดียว แล้วก็ สว.ทั้งนั้น ชิงไปก่อนแล้ว
ที่มินไปตอนเช้าเพราะรู้ว่าเย็นไม่ว่างค่ะ
ลูกของเพื่อนที่บริษัทฯ ความจริงเป็นลูกเลี้ยง
แต่เค้าเลี้ยงมาตั้งแต่ 2 ขวบ เพราะแม่เด็กจริง ๆ ทิ้งไป
และเค้าก็เป็นคนส่งเสียให้เรียนหนังสือด้วย
เด็กคนนี้มินว่า วาสนาดีนะคะ ได้กับฝรั่งรวยมากขอบอก...
ตอนเช้าทำบุญเลี้ยงพระที่บ้านซอยทองหล่อ
ถึงจะเป็นบ้านเช่าก็เหอะเดือนนึงเป็นแสนค่ะ
ตอนเย็นปิด รร. แถว ๆ ซอยสุขุมวิท 31 หรือ 33 ไรเนี่ย เลี้ยงเลยนะ
ที่ว่าปิดเพราะเค้าเหมาห้องพักให้แขกพักด้วย
ญาติเจ้าบ่าวบินมาก็หลายสิบคนแล้วค่ะ
เพื่อนมันบอก เฮ๊ย..ได้โอกาสจับฝรั่งแล้ว
ถ้ายูไม่มา หาโอกาสแบบนี้ไม่ได้แล้วนะเว๊ย ฮ่า ๆ ๆ...

สรุปว่า นอกจากไม่ได้จับฝรั่งแล้ว ยังโดนฝรั่งจับอีกอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ
คือสะดุดสายไฟ เกือบหกล้มหน้าทิ่มค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
มินไม่ได้ไปกั้นประตูเงิน ประตูทองเค้าหรอกนะ
เพราะอยู่ในฝ่ายเจ้าภาพฝ่ายหญิงค่ะ
คือเป็นพวกจัดซองกั้นประตูให้เจ้าบ่าวอ่ะค่ะ
เขยฝรั่งก็ไม่รู้อาไรทั้งนั้น ให้ตังค์มาอย่างเดียว
แม่ยายเป็นคนจัดการหมด แม่ยายอ่ะแค่ 40 กลาง ๆ เองนะคะ ฮ่า ๆ ๆ
งานนี้พวกฝรั่งตื้นเต้นกันมากกับประเพณีแบบนี้อ่ะ

เดี๋ยวเพื่อนมันคงอัพรูปลง FB อ่ะค่ะ
เมื่อคืนมินเห็นมันเอารูปงานในตอนเช้าและพวกขนมมงคลต่าง ๆ
มาอัพลงไปแล้วรอบนึง ยังไปแซวว่า
เฮ๊ย..ยังมีเวลามาเฟซบุ๊คอีกเหรอเนี่ย ฮ่า ๆ ๆ

ที่ในใจมินเนี่ย มันใหญ่มาก...
และว่างเสมอสำหรับเฮีย
จะเข้ามาพักใจ พักผ่อนตอนอ่อนล้า หรือไรก็ได้ทั้งนั้นค่ะ...always welcome จ้า ฮ่า ๆ ๆ


โดย: มินทิวา วันที่: 15 พฤษภาคม 2554 เวลา:8:59:00 น.  

 

คุณขนุน

2011 05 15





ซาตานสวัสดิ์ครับคุณขนุน
เราคิดถึงกันสะเหม่อนะครับ ขอบอก

ผมรู้สึกดีใจ(มากๆๆๆๆ) ที่เพื่อนในโลกแห่งจินตการคนหนึ่งกลับมาแวะหุบเขาฯอีกครั้ง 555
ผมเองรู้สึกว่า สาวสวยในฝันอิเลคโทรนิคท่านนี้ จะยังคงอยู่แถวๆนี้ ไม่หนีไปไหน
เพียงแต่ไม่ว่างเขียนอะไรมาคุย (หรือไม่ก็กำลังวุ่นอยู่กับการนับเงินในตู้เซฟ)

หุบเขาคนโฉดก็เป็นที่แห่งหนึ่งในโลกไซเบอร์
ขึ้นอยู่กับจินตนาการของคนที่แวะเข้ามาทักทาย
ที่นี่เข้าออกได้เป็นอิสระ ไม่มีมาเฟียมาขวางกั้น
(ยกเว้นทีมงาน bloggang ที่คอยมาตัดอายุสมาชิกทุกเดือนๆๆๆ)

ผมเป็นคนที่ "เคย" มีเพื่อนในโลกไซเบอร์ใบนี้อยู่หลายคน
แต่มันก็เป็นอดีตไปแล้วหละ เพราะผมเป็นคนที่ชอบพเนจร
เปลี่ยนที่ เปลี่ยนโซเชี่ยนเน็ทเวิร์ค เปลี่ยนโปรแกรม เปลี่ยนชื่อ ...
จนทุกวันนี้เลยไม่ค่อยมีเพื่อนไซเบอร์กับเขาเท่าไหร่นัก หุหุ

เรื่องบ้าเล่นสนทนาทางอินเตอร์เน็ท ในสมัยก่อนโน้น ผมก็เป็นเอามาก
ถึงกับกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ถ้าไม่ได้ส่งข้อมูลข่าวสาร (mail) ไปมาหากัน
พอมาถึงยุคที่สามารถสื่อสารโต้ตอบกันได้แบบทันอกทันใจ ทีนี้ยิ่งตื่นเต้นมากเข้าไปอีก
จำได้ว่า ICQ เป็นโปรแกรมแรกที่ใช้คุยเล่น
เวลามีคนทักมา จะมีเสียง โอ๊ะโอ
และสนุกที่ว่า เราจะเป็นใครก็ได้ และเขาหรือเธอก็อาจจะเป็นใครก็ได้
ขึ้นอยู่กับความเชื่อหรือจินตนาการของแต่ละคน
แต่เราจะไม่ค่อยถามกันว่าทำงานที่ไหน อยู่ที่ไหน (จนกว่าจะสนิทกันมากๆ)
เราจะสนุกกับการออกความเห็น หรือระบายอารมณ์มากกว่า

และวันหนึ่งก็มีโปรแกรม MSN ซึ่งสนุกกว่า (คิดว่าแบบนั้นนะ)
ผมก็เลยลบโปรแกรม icq ออกจากเครื่องไป, เลิกเล่นเลยหละ
เหมือนคนใจร้ายใจดำที่ทิ้งเพื่อนเหล่านั้นแบบไม่ได้ร่ำลากันเลยสักคำ
ก็ไม่รู้ว่าจะไปลากันทำไม พวกเขาเป็นใครจริงๆ เราก็ไม่รู้ (ตอนนั้นคิดแบบนั้น)
แต่พอเวลาผ่านไป ก็นึกเสียใจที่ว่า น่าจะจากพวกเขาอย่างมีมารยาทมากกว่านี้

ผมเห็นด้วยกับคุณขนุนนะ
ความรู้สึกที่เกิดจาการจินตนาการในโลกไซเบอร์นั้น
บางครั้ง เป็นความรู้สึกที่ดีกว่าในโลกของจริงเสียอีก
ทำให้มีความสุข มีกำลังใจ
ในบางครั้งการมองต่างมุมของอีกคน อาจจะสามารถนำไปแก้ปัญหาที่หาทางออกไม่ได้มานานแสนนาน

อย่าลืมนะครับ
ว่างๆก็มา together in electric dreams กันอีก

ref: Sienna Jampada A0 52 2D


โดย: zoomzero วันที่: 15 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:51:55 น.  

 
Mintiva

Good Evening Krab

งานแต่งงานแบบเดินกินตามอำเภอใจนั้น
เมื่อก่อนไม่ชอบ
แต่พอตอนมีลูกตัวเล็ก ก็แอบเนียน ทำเป็นนั่งป้อนอาหารให้ลูก เลยได้เก้าอี้ฟรีอีกตัว
แล้วตอนนี้ อายุของเฮียก็อยู่ในช่วงมั่วได้กับพวก สว ทั้งหลาย
เลยสบายใจหน่อย ทำเป็นเดินหลังค่อมๆหน่อยก็มีคนลุกให้นั่งแล้ว อิอิ

งานที่ไปเมื่อวานนี้ เขาเป็นแนว contemporary
คือมีทั้งห้องยืน ห้องนั่งเก้าอี้ และโต๊ะทานอาหาร
เรียกว่า 3 in 1 เลยหละ
พวกญาติเจ้าบ่าวเจ้าสาวได้ห้องที่มีโต๊ะอาหารแบบโต๊ะจีน
พวกเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวได้ห้องแบบมีเก้าอี้ล้อมเป็นวง
ส่วนที่เหลือก็เป็นยืนทานในพื้นที่โล่งๆ แต่มีได้ใกล้ชิดนักร้องนักดนตรี และขนมเค้กแต่งงาน
งานเมื่อวานก็เป็นงานของคนรวยเหมือนกันจ๊ะ
คงหมดไปหลายเงินเพราะทั้งหมั้นและเลี้ยงฉลองมงคลสมรสที่โรงแรมเดียวกันเลย

เจ้าบ่าวคนนี้ มีคนมองอยู่ 2 มุม
มุมแรก บอกว่าเป็นคนดี
อีกมุมบอกว่า เป็นคนโง่ หรือ เป็นคนเจ้าชู้
เออ...ทำไมเป็นไปได้แบบนั้น
คือมันมีเรื่องอยู่ว่า เมื่อสิบปีมาแล้ว เลขาฯของเจ้าบ่าว เกิดมรสุมชีวิตหนักมาก
สามีไปสร้างหนี้เป็นแสน เจ้าหนี้สั่งให้ลูกน้องโทรศัพท์มาป่วนที่บริษัทภรรยาตลอดวัน
คนในบริษัทก็เบื่อหน่าย มีคนจะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องเจ้านายใหญ่ ซึ่งคงจบด้วยการไล่ออกแน่นอน
แต่เจ้าบ่าวซึ่งเป็นเจ้านายสายตรงได้มาทราบเรื่องเสียก่อน เลยเรียกเลขาฯมาคุยในห้อง
แล้วเขาก็บอกว่า ให้โทรฯไปตามเจ้าหนี้มาหาเขาที่บริษัทวันนั้นเลย เขาจะเคลียร์ให้
เจ้าหนี้นอกระบบรายนั้นก็มาจริงๆ มากันแบบผู้ร้ายหนังไทยเลย ผู้ชายตัวใหญ่ๆ 5-6 คน
(อันนี้ฟังเขาเล่ามานะ เพราะว่าเฮียไม่ได้ทำงานที่นั้น)
และเจ้าบ่าวก็จ่ายเงินสดๆให้ไปแสนสอง ทำหนังสือสัญญาว่าจะไม่มายุ่งกัน (อะไรทำนองนี้แหละ)
แถมเจ้าบ่าวยังหางานใหม่ที่เงินเดือนดีมากให้สามีของเลขาฯทำอีกด้วย
หลังจากนั้นเลขาฯและครอบครัวของเธอก็รอดจากจุดตกอับของชีวิตมาได้
เงินทองที่ล้างหนี้ไปนั้น เลขาฯไม่เคยจ่ายคืน เจ้านายก็ไม่เคยทวงลูกน้อง แม้แต่ครั้งเดียว
เรื่องนี้ถ้าไม่ได้เจอกับคนพวกนี้จริงๆ เฮียก็คงจะคิดว่าเป็นเรื่องโม้
เจ้าบ่าวนั้นเขารวยมาแต่เกิด ทำงานก็เงินเดือนเหยียบแสน (ตอนนี้คงปาเข้าไปสองแสนแล้วมั๊ง)
พูดยากนะ จะบอกว่า ขนหน้าแข้งคงไม่ร่วง ก็พูดไม่ได้นะ เงินมันเยอะมาก เป็นใครก็คงเสียดาย
คนที่จิตใจดีงาม เขาก็มาชมผู้ชายคนนี้ว่า พ่อพระ (เพราะว่าไม่ได้เรียกร้องเงินก้อนนี้คืนเลย)
สิ่งที่ได้มาคือ ลูกน้องที่ยอมทำงานอย่างถวายหัว มาแต่เช้า กลับบ้านหลังนาย ดึกแค่ไหนก็ไม่เคยบ่น
ส่วนคนที่จิตใจไม่ดีก็มองว่า เลขาฯกับเจ้านาย มีอะไรกันลึกซึ้งหรือเปล่า? สมภารกินไก่วัดหรือเปล่า?
เจ้านายก็เป็นหนุ่มเพิ่งเรียนจบโทมาจากเมืองนอกหมาดๆ ครอบครัวก็ล่ำซำ รวยและก็รวย
เลขาฯก็ยังสาว ถึงจะแต่งงานแล้ว มีลูกหนึ่งคน แต่สามีทำงานต่างจังหวัด ลูกก็อยู่ต่างจังหวัด
แต่เรื่องนี้เจ้าบ่าวเขาไม่เคยไปเกาะแกะลูกน้องเขาเลย ผู้ชายคนนี้ชอบเข้าวัด ชอบทำบุญ
เวลาผ่านไปหลายปี เรื่องนี้หลายคนเชื่อใจได้เลยว่า เขาเป็นคนดีจริงๆ
สำหรับเจ้าสาวนั้น แรกๆเธอก็ลังเล
แต่เนื่องจากสองคนนั้นเขาทำงานใกล้กัน เห็นไส้เห็นพุงกันมาหลายปี
กิน เที่ยว มาหลายครั้ง หรือผ่านร้อนผ่านหนาวกับงานหินๆ มาด้วยกันหลายโปรเจค
ก็คงเลยเข้าใจว่า ผู้ชายคนนี้เป็นคนดี ทำดีโดยไม่ได้หวังผลตอบแทน
เฮ้อ...ทำไมเขาอยู่คนละมุมโลกกับเฮียเลย

ทานขนุนอีกแล้ว
เอาทานด้วยก็ได้
แต่อยากทานเม็ดขนุนต้มมากกว่าเนื้อขนุน เพราะคิดถึงคุณยาย(เสียไปแล้ว)ซึ่งเป็นคนแรกที่สอนให้ทาน
ตอนนี้เฮียก็ทานแต่เงาะ ทุเรียน มังคุด สละ
ทานมันวันเดียวครบทุกอย่าง เมื่อเช้ารู้สึกว่าลิ้นจะเป็นแผล คงร้อนใน
เดี๋ยวคืนนี้ก่อนนอนต้องทายาคาเนล๊อก ซะแล้ว

แหม..ทำเป็นโก๊ะ เดินสะดุดสายไฟ เลยโดนฝรั่งจับ(ตัว)
เราหนะ รุ่นแม่ยายของเจ้าบ่าวนะยะ

คนเรานี่แปลกดีนะ
คนไทยก็อยากแต่งงานแบบฝรั่ง ต้องมีเค้ก ต้องมีกระบี่ยาวมาตัดเค้ก ต้องมีโยนดอกไม้
ส่วนฝรั่งก็ชอบเจ้าสาวแต่งชุดไทย เจ้าบ่าวก็แต่งชุดพระราชทาน ได้พวงมาลัย ได้นั่งตั่งรดน้ำสังข์
หลังมานี้ เฮียไปเจองานแต่งงานหลายงาน ที่เป็นงานของเจ้าบ่าวเจ้าสาวเกือบ 100%
คือบางงานแทบจะไม่ใช้ตัวพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายเลย เรียกว่า เหมือนดาราประกอบค่าตัวถูกๆ
ญาติผู้ใหญ่แค่ขึ้นเวทีไม่เกิน 3 นาที ก็หมดหน้าที่
สมัยก่อนจำได้ว่า ย้อนไปนานๆๆๆๆ พ่อแม่เจ้าบ่าวเจ้าสาวยังได้จับไมค์กล่าวขอบคุณแขก

วันนี้มีเรื่องเหนื่อยใจบางเรื่อง แต่ก็จะผ่านมันไปให้ได้ เหมือนเรื่องอื่นๆที่เคยทนผ่านมันจนได้
ชักจะอิจฉาคนที่ได้ใช้ชีวิตอิสระอยู่คนเดียวและเพียงพอ
ชักจะง่วงแล้วหละ ว่าจะคุยอีกเรื่อง แต่หัวตื้อไปหมด ไม่โม้ดีกว่า
หลับฝันดีนะ คืนนี้จะเฝ้าดูแลอยู่ในใจตลอดคืน

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 15 พฤษภาคม 2554 เวลา:23:36:24 น.  

 



หวัดดีค่ะเฮีย
วันนี้ไปมาบุญครองมาค่ะ
ไปซอยผมมาอีกแย๊ว...เจอแรงยุ ค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
คนเยอะมากกกกก....ไม่รู้เยอะแบบนี้ทุกวันป่าว
เพราะไม่ได้ไปมานานมากเลย
ส่วนใหญ่เดินแต่แถว ๆ สยามพารากอนค่ะ

อ๊ะ..จ๊าก..มาบอกมินรุ่นแม่ยาย
เดี๋ยเถอะ...จะโดนไม่ใช่น้อย
วันหลังพูดโกหกมั่งก็ได้ ไม่ต้องความจริงมากนัก
ลูกเลี้ยงเค้าก็ 20 กว่าแล้วค่ะ 23 หรือ 24 นี่แหละ
เรียกมินน้า น้า..ถ้าตูนมีลูกไม่ต้องมาให้เรียกยายนะ..ไม่เอานะ
ให้เรียกแม่เราไปคนเดียวก็พอ แค่โดนเรียกป้าทุกวันนี้ ก็เหี่ยวไปหมดแล้วค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
เดือน กันยาปลาย ๆ ไม่ก็ต้นตุลา เค้าก็คงคลอดแล้วอ่ะมั๊ง ฮ่า ๆ ๆ

เหนื่อยใจก็เข้ามาพักเหนื่อยที่มินได้ค่ะ
เดี๋ยวจะชงน้ำมะนาวใส่น้ำแข็งให้ทาน
ถ้าไม่ชอบน้ำมะนาว ก็เป็นน้ำผลไม้กระป๋องแล้วกัน
ตอนนี้มาลี กำลังลดราคาเหลือ กป.ละ 10 บาทเอง
ใช่ค่ะ ให้เวลามันนิดนึง เดี๋ยวมันก็ผ่านไปเอง
มาล้มตัวนอนตรงนี้ก็ได้ เดี๋ยวจะร้องเพลงให้ฟังนะ
ทน ๆ ฟังเอาหน่อยแล้วกัน ค่ะ ฮ่า ๆ ๆ


โดย: มินทิวา วันที่: 16 พฤษภาคม 2554 เวลา:17:41:25 น.  

 



goodnight นอนก่อนนะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 16 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:29:20 น.  

 

www.youtube.com/watch?v=u57d4_b_YgI&feature=player_embedded#at=11
วิธีหนึ่งที่ทำให้ขนุน รู้สึกผ่อนคลายได้บ้างคือการมองท้องฟ้าที่สดใส (หรือฟ้าแบบมีเมฆตามจินตนาการ แม้นแต่ฟ้ายามค่ำคืน ...เช่นคืนนี้จันทร์สวยนะ) ใบไม้เขียวรอบตัว ๆ หรือ ผ่อนคลายด้วยเพลงเพราะ ๆ ที่เราชอบ

และกับประโยคนี้ "กระทบ แล้ว กระแทก
แต่ไม่กระเทือน" (ของแม่ชีศันสนีย์) ความหมาย คือ รับรู้ รู้สึกตามอารมณ์ที่เกิด แล้วปล่อยผ่าน



โดย: ่jampada IP: 110.168.136.154 วันที่: 16 พฤษภาคม 2554 เวลา:22:10:22 น.  

 
Mintiva

ฮาโหล

ไปตัดผมทรงอะไรเหรอจ๊ะ
ขอทรงแบบ ตินา-คริสติน่า อากีล่าร์ ได้อ๊ะป่าว?


เมื่อวานออกไปทานข้าวเช้า แต่ออกไปตอนสาย
เมื่อวานอยากทานก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ เลยไปทานร้านนายโส่ย แถวนวมินทร์
ชื่อเต็มยศของเขาคือ ลูกชิ้นปลานายโส่ย
แต่เฮียนี่พิลึกไม่มีลิมิตจริงๆนะจ๊ะ เพราะเฮียสั่งแต่ลูกชิ้นกุ้งอย่างเดียว
ส่วนสาวไม่สวยที่ไปด้วย คุณเธอชอบทานทั้งลูกชิ้นปลาและฮื่อก้วย
ตอนแรกว่าจะสั่งเส้นปลาต้มยำ เขาปรับราคาเป็นชามเล็ก 40 ชามใหญ่ 80
เฮียเลยเกิดอาการขี้ตืดขึ้นมา เปลี่ยนใจสั่งเล็กเย็นตาโฟลูกชิ้นกุ้งอย่างเดียว
กับ หมี่ขาวแห้งหมูสับอย่างเดียว
ร้านนี้น้ำซุปจืดพิลึก ไม่เหมือนก๋วยเตี๋ยวร้านดังเจ้าอื่นๆ
เขาคงเน้นเรื่อง ลูกชิ้นที่ใหม่และสะอาด
นั่งๆทานอยู่ดีๆฝนก็ตก ตกพร่ำๆ แล้วก็กลายเป็นตกหนัก หนักมากๆ
ตามปกติ เฮียจะสั่งหมูสะเต๊ะมาทานด้วย
แต่บรรยากาศฝนตกแบบนี้เขาเลยไม่ปิ้งหมู
และลูกค้าขาใหญ่(เท่าขาหมู)อย่างเฮีย ก่อนกลับต้องสั่งไอติมกะทิมาหม่ำแก้เผ็ด
เพราะว่าเฮียจะปรุงก๋วยเตี๋ยวออกไปทางเผ็ดนิดๆ เลยต้องหาอะไรหวานๆมาทานดับร้อนในปาก
ดันลืมร่ม เลยต้องรอให้ฝนซาเสียก่อน นั่งจนปวดก้นเลย (เก้าอี้เป็นไม้)

หลังฝนตก ทีแรกก็ว่าจะไปทำธุระหาเงินหาทองซะหน่อย
แต่คิดอีกทีฝนตกแบบนี้รถคงจะติดน่าดู เลยเปลี่ยนแผน (เปลี่ยนได้ทั้งวัน) ไปซื้อของที่ สหฟาร์ม
ตั้งใจว่าจะซื้อไข่แฝด แต่ก็ผิดหวังเขาบอกว่า อากาศร้อนๆแบบนี้ ไก่ไม่อยากทานอาหาร ไม่อยากไข่
เลยแวะมาสั่งน้ำผลไม้สด เขาคั้นแบบแยกกาก ของเฮียใช้สูตร แอปเปิ้ล+แครอท+ซาลารี่(คื่นช่ายฝรั่ง)
เขาคั้นแล้วใส่ขวดเล็กๆ ขายในราคา 3 ขวด 100 (ซื้อกันแบบนี้มาหลายปีแล้วหละ ทานแล้วปึ๋งปั๋ง...แต่แป็บเดียวนะ)
ที่สหฟาร์มนี่เขาเป็นโลกของอาหารอิสลาม เน้นกันที่ ไก่
คุณนายเจ้กิมลั๊งเขาอยากทานยำ ไก่ยอ (คล้ายๆหมูยอ)
ส่วนเฮียไปจดๆจ้องๆที่อาหารสด และสั่งพวงไข่อ่อนกับกระดูกหน้าอก
พวงไข่อ่อน นี่ดีนะ ทานแล้วเหมือนได้ทานไข่หลายๆฟอง แถมเน้นแต่ไข่แดง
ส่วนกระดูกหน้าอก นี่เป็นความชอบที่ไม่เหมือนใคร เพราะเป็นคนชอบทานกระดูกอ่อนของไก่ตรงส่วนนี้มาก
ไก่หนึ่งตัว ก็มีแค่หนึ่งหน้าอก ที่สหฟาร์มเขาเลาะเอาเนื้อไก่ไปทำอาหารแปรรูปหลายอย่าง เช่น ไก่ยอ ไก่หยอง ไก่บด ...
เขาเชือดไก่เป็นร้อยๆตัว ก็เลยมีกระดูกหน้าอกเป็นร้อยเป็นพัน
ส่วนเจ้กิมลั๊งเขาซื้อเนื้อไก่
เมื่อวานไม่ได้เอาไก่มาทำอะไร แต่วันนี้มันกลายเป็นต้มข่าไก่
ทานกัน 3 มื้อเลยนะ มีกระดูกอกไก่ส่วนหนึ่งเอามาทอด ที่เหลืออยู่ในต้มข่า
ตามปกติต้มข่าไก่นี่ เฮียจะขอให้เขาใส่ บาทาไก่ ลงไปด้วย
แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยอยากทานอุ้งตีนสัตว์ปีก
เออ...ทำไมไม่อยากทานนะ ต้มแซบซุปเปอร์นี่ของชอบเลยนะ

เมื่อตอนบ่าย ได้ฤกษ์เอาคอมฯเครื่องเก่าไปซ่อมเสียที
หลังจากที่เสียชีวิตมาเกือบปี และได้ซื้อ Notebook มาทดแทน
ปรากฏว่าเมนบอร์ดเก่านี่มันเดี้ยง วงจรต่างๆพังไปหลายส่วน
เลยขอซื้ออะไหล่มือสองเก่าๆในร้าน ได้มาในราคาพันห้า
(ถ้าเราเอาของแบบนี้ไปขาย เขาคงซื้อเราแค่ห้าร้อย)
ช่างบอกว่าการ์ดก็จอเก่าไป แค่ 256 ต้องเพิ่มกำลังให้เป็น 512 เม็ก
ซึ่งคือกำลังสูงสุดที่จะจัดลงบอร์ดโบราณแบบนี้ได้
การ์ดจออันใหม่นี่ราคา พันสาม
ถ้าเป็นเมนบอร์ดรุ่นใหม่ เราสามารถใส่การ์ดจอระดับ 1 กิ๊ก ได้เลย (ประมาณสามพันบาท)
ทีนี้ต้องถามช่างว่า ทำไมเมนบอร์ดมันถึงพังแบบสุดที่จะเยียวยาแบบนี้
ก็พบว่าพัดลมของ cpu มันมีฝุ่นเกาะจนมันหมุนไม่ได้ แปลว่ามันคงร้อนจัด
โชคดีว่าพัดลมไม่ไหม้ และ cpu ไม่ไปสวรรค์ ขอบคุณ Intel ที่ผลิตของดีๆมาขาย
สุดท้ายช่างบอกว่า น่าจะเปลี่ยนหม้อแปลงไฟ/ภาคจ่ายไฟ หรือ Power Supply
เฮียถามว่าเท่าไหร่ เขาบอกว่าเอาแบบจ่ายไฟได้สมบูรณ์จริงๆก็ 500
อันที่อยู่กับเครื่องนี้เป็นของห่วยมาก
(เฮียเคยเอาไปซ่อมมาแล้ว เขาเปลี่ยนให้ใหม่เลย สงสัยโดนอะไหล่ของเทียม)
เอ้า....เปลี่ยนเลย จากนั้นก็ไปซื้อของใช้เข้าบ้านที่โลตัส
ก่อนเดินออกจากไอทีพลาซ่า ยายลูกสาวก็ซื้อ keyboard ใหม่
โดยเลือกแบบแบนๆ เตี้ยๆ คล้ายแป้นของ Notebook
เขาบอกว่าแป้นแบบโบราณที่บ้าน พิมพ์ไม่ถนัด เฮ้อ...
ซื้อข้าวของเสร็จ โทรศัพท์ถามช่างว่าเปลี่ยนเสร็จหรือยัง เขาบอกว่าเสร็จแล้ว
แหม...เดี๋ยวนี้เปลี่ยนอะไหล่คอมฯ เขาทำกันแค่ชั่วโมงกว่าๆ ถอดแล้วใส่ สะดวกดีจัง
พอกลับมาเปิดเครื่องฯที่บ้าน ว๊าว...มันเร็วกว่าเดิม (สงสัยอุปทาน เพราะเสียเงินไปเยอะ) 555

เมื่อสัปดาห์ก่อน ไปทำบุญที่วัด แถวบ้านคุณยายของน้องหนู่น้อยหมวกแดง
พบดารานางเอกสาวที่เคยมีข่าวว่าหนีไปเมืองนอก เขามาทำบุญถวายสังฆทานกับเจ้าอาวาส
ทีแรกก็งงว่า อ้าว...เขาไปไม่นาน ทำไมกลับมาเร็วจัง
แต่สัปดาห์นี่เธอก็ออกทีวี ในข่าวบันเทิงหลายช่อง
แปลว่า กลับมาเข้าวงการเหมือนเดิม
เรื่องของดารานางเอกท่านนี้ ถ้าเป็นเรื่องจริง ก็น่าสงสารมาก
เขาว่าเธอแต่งๆหย่าๆสองรอบ แต่ก็ยังเสน่ห์แรง
การที่เธอชอบทำบุญ เลยได้ใกล้ชิดนักการเมืองคนหนึ่ง
แล้วคนก็มองว่า ไปไหนมาไหนเหมือนคู่สามีกันเลย กิ๊กกั๊กกันหรือไง?
จนมีคนมาบอกเธอว่า ผู้ชายมีเมียอยู่ต่างประเทศนะ ไม่ใช่คนโสด ระวังด้วยจะเสียชื่อนะ
พอเธอรู้ เธอก็ชิ่ง เอ้ย! ถอนตัว ฝ่ายชายก็ส่งคนไปประกบเธอและลูกสาวถึงที่บ้าน
แถมไอ้หมอนี่ยังเคยโทรศัพท์มาขู่แม่ของเธอ โดยบอกว่ากำลังซ้อมยิงปืนเล่นๆอยู่ในขณะนั้น
เล่นเอานางเอกท่านนี้ต้องยอมทิ้งงานในวงการบันเทิงและธุรกิจเกี่ยวกับความงาม หนีไปอเมริกากับลูกสาว
ที่ต้องเลือกอเมริกา เพราะว่าฝ่ายชายไม่สามารถเข้าประเทศนี้ได้
ถ้าเป็นเรื่องจริงก็แปลว่า ผู้ชายคนนี้คงไม่ธรรมดา เพราะอเมริกายังไม่ยอมให้เข้าเมืองเขาเลย
(ส่วนพี่ชายของเขานั้น ยิ่งแล้วไปใหญ่ ไปไหนไม่ค่อยได้ เผลอจะโดนจับมัดมือส่งกลับมาเมืองไทย)
ทำไมนะเป็นผู้ชาย มีชื่อเสียง มีเมียแล้ว แก่แล้ว แต่ยังอยากเล่นจรวดตัวน้อยกับสาวสวย
พอเขาไม่เล่นด้วย ก็ไปป่วนครอบครัวเขา ตกลงสมองของผู้ชายนี่มันอยู่ในหัวหรือตรงเป้ากางเกงกันแน่เน๊อะ
เอ้...ว่าตัวเฮียเองหรือเปล่า

อ้อ...ที่ว่าแวะซื้อของโลตัส เพราะพรุ่งนี้วันพระใหญ่
เลยวางแผนจะไปใส่บาตร ถวายสังฆทาน ที่วัดแถวบ้าน
เมื่อคืนก่อนฝันเห็นพ่อ พ่อมาบอกว่ามีน้ำหวานมั๊ย ทำไมบนโน้นไม่มีร้านเซเว่นหรืออย่างไร?
อ้าว...เลยต้องไปซื้อน้ำหวานแฮลบลูบอย เพื่อใส่บาตรให้ท่าน
แปลกนะ ที่โลตัสไม่มีน้ำสีแดงหรือรสอื่นๆเลยนะ
มีแต่ขวดสีเขียว ครีมโซดา แค่ชนิดเดียว
เอ้...บ้านเมืองเรามันเกิดอะไรหรือเปล่า?
ปีหน้าโลกจะแตกหรือเปล่า?
เฮ้อ...ยังไม่ได้บอกรักใครบางคนแบบตัวต่อตัวเลย

ปิดไฟ ปิดไฟ นอนเหอะ
อยากฟังคนสวยร้องเพลงแล้วหละ

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 16 พฤษภาคม 2554 เวลา:23:22:25 น.  

 
คุณขนุน

2011 05 16


เพลงนี้เคยได้ยินบ่อยๆ ในร้านอาหาร
เดี๋ยวนี้ร้านอาหารเปิดแต่เพลงโฆษณาร้านตัวเอง
หรือไม่ก็เป็นเพลงบรรเลงที่ไม่ค่อยคุ้นหู

เรื่องมองก้อนเมฆ
จำได้ว่าสมัยเด็กๆ ผมจะชอบแอบมานอนบนหลังคาบ้านเพื่อมองดูเมฆ
นอนดูได้เป็นชั่วโมงๆ บางวันเห็นเป็นมังกรตัวยาวเฟื้อยเลยครับ
หลังคานี่ เป็นของหลังคาห้องน้ำชั้นล่าง เป็นสังกะสีด้วยนะ
พอดีมันอยู่ทางทิศตะวันออก พอบ่ายๆมันก็ร่ม แต่ก็ต้องปูด้วยเสื่อ
เพราะว่าแม่จะจับได้ถ้านอนลงไปแล้วสนิมตะปูหรือสังกะสีมันเปื้อนเสื้อผ้า
ตอนหลังฉลาดขึ้นมาหน่อย เอาไม้กระดานมาปู เพราะว่ากลัวจะเหยียบพลาดแล้วหลังคาทะลุ
ไม่ได้กลัวขาหัก แต่กลัวร่วงไปในถังส้วมมากกว่า ถ้าเจอแบบนั้นคงเป็นเรื่องที่จดจำไปจนตายเลยหละ

"กระทบ แล้วกระแทก แต่ไม่กระเทือน"
น้อมรับครับ โยนิโสมนสิการ (แต่แอบมองต่างมุมนิดหน่อยครับ ละเรื่องนี้ไว้คุยกันวันหลัง)
แม่ชีศันสนีย์ นั้นเป็นคนที่เมื่อก่อนผมไม่ค่อยชอบท่านเลย
ไม่ชอบ โดยที่ไม่รู้จักท่านเลยนะครับ เรียกว่า อคติแบบไร้เหตุผล
คงเป็นเพราะความเชื่อที่ว่าผู้หญิงไม่ควรจะเป็นนักบวช
และก็สงสัยอยู่เสมอว่า เธอเป็นใคร ทำอะไรที่ไหน ทำไมลูกศิษย์เยอะจัง เฟคหรือเปล่า?
จนวันหนึ่งมีเพื่อนมาทักทายและคุยชื่อของท่าน
เป็นเหตุการณ์ในวันเผาศพเพื่อนเก่าคนหนึ่ง เลยถามไถ่กันและกันว่าทำอะไร อย่างไร เป็นไง?
เพื่อนที่มาคุยนั้น เธอเป็นสาวคาทอลิค แต่ไหงบอกว่าชอบไปฟังเทศน์ของแม่ชีท่านนี้บ่อยๆ
ผมก็ถามว่าไปฟังที่ไหนมา? ก็ได้คำตอบว่าแถวซอยวัชรพล
อ้อ...บ้านที่มีรั้วสูงๆ อยู่ทางซ้ายมือเวลาขับรถเข้าไปทางด้านรามอินทรานี่เอง เสถียรธรรมสถาน
แต่ตอนนั้นก็ยังไม่ได้ศรัทธาตามเพื่อนนะครับ เพียงแต่เริ่มเชื่อว่าต้องมีอะไรดีแน่ๆ
เลยต้องกลับมาศึกษาหาข้อมูลของแม่ชีท่านนี้
ซึ่งก็ได้ข้อมูลเพิ่มมาอีกว่า เมื่อก่อนท่านจะไปเทศน์ที่วัดปทุมวนารามเป็นประจำ
การนั่งสมาธินี้เป็นแบบเปิด ไม่ได้เป็นแค่กลุ่มเล็กๆ แม้แต่คนต่างศาสนาก็ยังมาร่วมนั่งสมาธิกับท่านได้
แล้ววันหนึ่งก็ทราบประวัติส่วนตัวจริงนั้น ท่านเคยเป็นใครมาก่อน แล้วทำไมมามีวันดีๆแบบนี้
ศันสนีย์ เสถียรสุต คนผู้นี้ไม่ธรรมดา เป็นคนดีศรีอยุธยา อย่างที่ว่า กรุงศรีฯไม่สิ้นคนดี
ใครจะไปคิดว่าท่านเคยเป็นหนึ่งในสิบยอดนางแบบของระพีมาก่อน (ศันสนีย์ ปัญญศิริ)
และในวงการบันเทิง วงการสื่อ ท่านเป็นทั้งพิธีกรที่โด่งดัง เป็นประชาสัมพันธ์แสนสวย ฯ
และทุกอย่างก็มาพลิกเปลี่ยนเมื่อท่านพบรักกับผู้ชายที่ดังมากๆของเมืองไทย คุณ เสถียร
ซึ่งถ้าเรื่องมันแฮปปี้ ท่านก็อาจจะไม่ได้เป็นแม่ชีอย่างวันนี้
ทุกวันนี้ท่านไม่ได้เป็นแค่แม่ชีที่นุ่งขาวห่มขาว แล้วสอนธรรมะเรื่อยเปื่อย
หากแต่ว่าหลังบวชมาเกินยีสิบห้าปี ท่านได้ทำเรื่องดีงามมากมาย
แม้ในเวทีของสตรีสากล ท่านก็สามารถเป็นตัวแทนให้ผู้หญิงได้อีกด้วย
ผู้หญิงคนนี้ได้ปริญญาพยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ม.สงขลาฯ

แม่ชีศันสนีย์...ถ้าผมจำไม่ผิด ท่านเป็นเจ้าของประโยคที่ว่า ธรรมสวัสดี
ว่าแต่ว่า หนังสือของท่านนี้ ถ้าไม่ได้ไปหาท่าน จะหาอ่านได้ที่ไหนกันหนอ

ref: Sienna Jampada A0 52 2D


โดย: zoomzero วันที่: 17 พฤษภาคม 2554 เวลา:0:11:28 น.  

 



อรุณสวัสดิ์ค่ะเฮีย
วันนี้ตื่นสายค่ะมินอ่ะ
เมื่อคืน วาดโครงการไว้ซอย่างดิบดี เช้านี้พังหมด
เริ่มตั้งแต่ จะออกไปใส่บาตรแต่เช้า เพราะวันพระใหญ่อ่ะ
สาย ๆ ไปบ้านโน๊น ไปดูซิว่าช่างเค้าทำงานเรียบร้อยไม๊
คือ มินเปลี่ยนชักโครกห้องน้ำชั้นล่างให้แม่ใหม่ค่ะ
ของเก่า มันเก่ามาก ๆ และเป็นสีน้ำเงินด้วย
มินคิดว่า แม่มีอายุแล้วใช้สีขาวดีกว่า เผื่อมีไรผิดปกติจะได้สังเกตุง่ายหน่อย
แล้วก็ซื้อพวกสติกเกอร์น่ารัก ๆ มาติดฝาผนังให้เค้าด้วย
ค่าชักโครกอ่ะไม่แพงเท่าไร 2 พันกว่า ๆ
แต่ โดนค่าแรงไปพันห้าค่ะ ...ทำไมมันแพงจังก็ไม่รู้นะ....

เมื่อคืนหลับไปแล้ว ตื่นขึ้นมาตอนตีหนึ่งเพราะเสียดท้องมาก ไม่เคยเป็นขนาดนี้เลยค่ะ
ลองลงมาดูยาพวกอีโน หรือยาแก้ปวดท้อง ก็ไม่มีเล๊ย...
ว่าจะออกมาเปิดคอมพ์เล่น ก็ไม่เอาดีกว่า นอนพักดีกว่า
กว่าจะหลับอีกทีตี 4 กว่าได้มั๊ง เลยตื่นซะโมงครึ่งเลยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
โครงการไปใส่บาตรแต่เช้าเลยพับไปซะแล้วอ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ไม่เป็นไร เดี๋ยวไปซื้อปลาตามตลาดปล่อยก็ได้ค่ะ

เหมือนมินเลย ช่วงนี้มินก็ฝันถึงพ่อบ่อย ๆ
ยอมรับว่า ไม่ได้คิดถึงท่านเลยตอนก่อนนอนหรือตอนไหน ๆ
แต่ใส่บาตร ทำบุญให้ประจำอยู่แล้วค่ะ
ในฝัน ส่วนมากจะไม่คิดว่าพ่อตายไปแล้ว
จะคุยโน่น คุยนี่ กับพ่อ และเหตุการณ์มันย้อนไปตอนมินเป็นวัยรุ่นอ่ะ
แถมย้อนกลับไปว่า อยู่บ้านเก่าตอนเด็ก ๆ ซะอีก แปลกดี






เฮียรู้ป่าว มินเกือบฟลุคได้ตังค์ใช้แล้วค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
เมื่อวาน พี่ที่ทำงานโทรมาชวนแทงหวยอ่ะ
มินก็ไม่รู้จะเล่นอาไร แต่เล่นเลข 841 กับ 418 ไปตัวละ 100 อ่ะค่ะ
ตอนเย็นเค้าโทรมาบอกว่ามันออก 417 อ่ะ ดูจิ ผิดไปแต้มเดียวเอง แบบนี้ทุกทีเลยมินอ่ะ เฮ๊อ...

ปล. เดี๋ยววันนี้จะปล่อยปลา ส่งกระแสจิตอธิษฐานเผื่อ นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 17 พฤษภาคม 2554 เวลา:8:37:43 น.  

 
เด็ก ๆ ใช้คอมแบบอิสระ เป็นเรื่องที่อันตรายและน่ากลัวนะคะ ได้อ่านข่าวบ่อย ใครเป็นพ่อแม่แล้วลูกต้องเสียคนเพราะเล่นเนทเป็นเรื่องที่น่าเศร้า พ่อแม่ต้องให้ความใกล้ชิด คอยเฝ้าระวัง จะได้ชี้แนะสิ่งที่ถูกต้องได้ทันท่วงที

ซีรีส์เกาหลีแนวโบราณจะสนุกอยู่ช่วงแรก ๆ หลัง ๆ มาดูแล้วชักจะเบื่อ มันออกเนวเดียวกันหมด โดยเฉพาะเรื่องที่กำลังฉายอยู่ เนื้อเรื่องยืดจนน่าเบื่อสุด ๆ ตามดูเพราะอยากรู้เรื่อง แต่ก็ไม่ตามติดเหมือนตอนที่ดูแดจังกึมที่ดูแล้วสนุกทุกตอน ที่จริงช่องสามน่าจะเปลี่ยนซีรีส์ที่ฉายช่วงเย็นวันเสาร์ -อาทิตย์ มาเป็นซีรีส์ญี่ปุ่นหรือจีนที่สนุกจริง ๆ แบบว่าคัดให้เจ๋ง ๆ เลย ซีรีส์ญี่ปุ่นเดี๋ยวนี้หาดูยากจริง ๆ ทั้งที่สนุกแบบคงเส้นคงวา แต่ก่อนสนุกยังไง เดี๋ยวนี้ดูแล้วก็ยังสนุกอยู่ เฮ้อ บ่นไปก็เท่านั้น เขามีให้ดูก็ดีแล้ว อย่างมากก็ไปดูตามเวบเอาก็ได้

อ่านเม้นท์ที่สิบหกของพี่ซูมที่พูดถึงนักการเมืองกับดาราแล้วพอนึกออกว่าเป็นใคร เพิ่งจะรู้ว่าดาราฃไปอเมริกาเพราะหนีอีตาคนนี้ เพิ่งรู้ว่าเข้าอเมริกาไม่ได้ นึกว่าห้ามพี่ชายคนเดียวซะอีก พี่ซูมด่าได้เจ็บดีแท้ ผู้หญิงเขาไม่เล่นด้วยก็ยังตามราวีไม่เลิก ไม่ใช่ลูกผู้ชายเล้ย พูดแล้วก็สงสารดาราคนนั้นนะคะ เธอยังแสดงได้อีกหลายปี แถมกิจการก็กำลังรุ่ง ต้องทิ้งไปหมดเลย ทิ้งไปนาน สงสัยว่ากลับมาก็คงจะไม่ดังเท่าก่อนแล้ว ว่าแต่ เธอกลับมาแบบนี้ ไม่กลัวโดนตามตอแยอีกหรือไงนะ

สุขสันต์วันวิสาขบูชาค่ะ


โดย: haiku วันที่: 17 พฤษภาคม 2554 เวลา:19:04:46 น.  

 



วันนี้จะเข้าห้องนอนเร็วนะคะ
ปล่อยปลาอธิษฐานให้ด้วยแล้วนะวันนี้
เผื่อไปถึงคุณพ่อเราทั้ง 2 คนด้วยค่ะ
ไม่รู้ชื่อก็ไม่เป็นไร บอกไปว่าคุณพ่อพี่ซูม
มินว่ายังไง ๆ ก็ถึงด้วยจิตที่เป็นกุศลอยู่แล้วอ่ะค่ะ

รายการอาหารวันพระใหญ่
เนื้อทอด ตับทอด แกงส้มชะอมกุ้ง
ไข่พะโล้ (กับข้าวซื้อทั้งนั้นค่ะ)
เฮ๊อ...มันช่างสวนทางกับวันพระดีแท้ มินอ่ะ
วันนี้ไปเดินเมืองทองกันมาค่ะ
เค้ามีงานเฟอร์แฟร์อ่ะ ซื้อราวตากผ้ามาใหม่อันนึง
อลูมิเนียมอย่างดี ข้อต่อเป็นสเตนเลส พันกว่ามินว่าไม่แพงนะ
นอกนั้นของกระจุ๊ก กระจิ๊ก คิกขุ เต็มไปหมด
แม่บอก เธอจะซื้อไปทำไมของพวกเนี๊ย
เดี๋ยวก็ไม่ได้ใช้ ให้เค้าไปหมด ..ก็นู๋ชอบอ่ะ ฮ่า ๆ ๆ

พรุ่งนี้ทำงานแล้ว หลังจากหยุดมา 4 วัน
แต่ วันจันทร์ก็มีโทรเข้ามาเรื่อย ๆ เพราะบริษัทฯ มินไม่ได้หยุด
แต่ มินไม่เข้าของมินเองค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
เอาเปรียบชาวบ้านเล็กน้อย ในฐานะ สว. ค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
แต่เปิดงานไปนี่ ดูท่าจะหนักถึงวันศุกร์เลยค่ะ
วันพุธเช้าเข้า บริษัทฯ บ่ายไปพบลูกค้า 2 ราย
พะหัสเช้า ประชุมผู้ถือหุ้นของการท่าสุวรรณภูมิ(แทนนาย)
บ่ายเอาสัญญาไปให้ลูกค้ารายใหญ่รายนึงเซ็นต์
ศุกร์ คงต้องไปนั่งทำหน้าเศร้ากับลูกค้ารัฐวิสาหกิจรายนึง
เรื่องส่งมอบรถเค้าไม่ทันวันที่ 1 มิถุ เนี่ยอ่ะ
ไม่รู้จะโดนปรับอีกกี่ตังค์เนี่ย แต่ก็มีจดหมายยืนยันจากโตโยต้าค่ะ
ว่ารถดีเลย์หมด สั่งรถตู้ไป 500 ญี่ปุ่นส่งให้ได้แค่ 5 มันประมาณนี้อ่ะ
ขนาดรถกะบะประกอบในนี้หมด ยังขาดอุปกรณ์สำคัญ ๆ บางชิ้นเลยค่ะ
แต่ ทุก ๆ อย่างก็จะเร็วกว่าที่คาดการณ์กันไว้มาก
เพราะร่วมมือ ร่วมใจ ร่วมแรง กันแบบน่ารักค่ะ
หมายถึงทุกฝ่ายนะ

เดี๋ยวจะไปนอนแล้วนะ แต่ขอแวบไปหาคุณไฮที่น่ารักของมินอีกคนก่อนค่ะ
ไปเม๊าท์เรื่องหนังเกาหลีกันก่อน ของชอบของทั้งคู่ แบบพระเอกเราผลัดกันชมได้ ไม่ทะเลาะกันค่ะ ฮ่า ๆ ๆ


โดย: มินทิวา วันที่: 17 พฤษภาคม 2554 เวลา:19:31:46 น.  

 



จะดื้อไม่มาไม๊ภาพ...ฮ่า ๆ ๆ


โดย: มินทิวา วันที่: 17 พฤษภาคม 2554 เวลา:19:36:26 น.  

 
haiku

จริงด้วยครับน้องไฮก์ คอมพิวเตอร์ถ้าให้เด็กใช้อย่างอิสระ มันจะแย่มากกว่าดี
ข่าวอาชญากรรมและคดีล่วงละเมิดฯ ชักจะมาจากเรื่องการเล่นเน็ทแล้วโดนล่อลวงเยอะแล้วนะตอนนี้
ก็เป็นเหตุผลหนึ่งของประเด็นใน blog คราวนี้
Electric Dreams ของเด็กๆนี้เขาไม่ค่อยทันคนเท่าไหร่
พวกเด็กสาวๆมักจะชอบจินตนาการ
และพอถูกใจใครแล้ว ทีนี้ก็ยิ่งจินตนาการ จนแยกโลกจริงกับโลกในคอมฯไม่ออก
พ่อแม่ไม่ให้เล่นคอมฯที่บ้าน ก็ออกไปเล่นร้านเน็ทโน่น อันตรายเข้าไปกว่าเดิมอีก
หนักๆเข้าก็หาทางคุยกันทางมือถือ
แล้วก็เลื่อนระดับมาที่นัดพบกัน ทีนี้ก็ไม่ต้องบรรยาย
เด็กๆมีนิสัยแปลกอยู่อย่างหนึ่ง ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ แล้วจะหาทางแก้กันยังไงเนี๊ยะ

อิอิ หนังเกาหลีตอนเย็นวันเสาร์-อาทิตย์ พี่ซูมก็ไม่ได้ดูเหมือนกัน
ทั้งๆที่ตั้งใจว่าจะดูหนังแนวโบราณย้อนยุคแบบนี้ เพราะไม่ค่อยได้มีหนังสือให้อ่าน
แต่จริงแล้ว สงสัยพี่จะชอบแต่เรื่องแดจังกึมเรื่องเดียว
ส่วนพวก ชอนๆชูๆซูๆ อะไรพวกนั้น ดูแล้วปวดหัว
มีแต่ฆ่าๆๆๆ แย่งๆๆๆ แหมท่าฟันดาบของเกาหลีนี่มันแปลกๆดี
และกว่าจะฟังออกว่า เขาพูดว่า ราชวงศ์โครยอ หรือ โคกูรยอ ฟังตั้งนาน
และนี่ก็คือที่มาของคำว่า โคเรีย หรือ เกาหลี
แล้วก็เมือง ซอกยอง นี่คือเมือง เปียงยาง (ทำไมเมื่อก่อนไม่เรียกเหมือนวันนี้)
เอ้...สงสัยจังว่า ไทยกับเกาหลี นี่ติดต่อกันในสมัยก่อนนั้นเป็นสมัยไหนกันแน่
เพราะไม่ค่อยได้ยินชื่อพ่อค้า ขุนนาง หรือใครที่มาจากเกาหลี แล้วสร้างชื่อเอาไว้เลย
ไม่เอาแล้วหละ ไม่คุยเรื่องหนังเกาหลีแล้ว เดี๋ยวหนังไทยจะน้อยใจ 555

เรื่องดารานางเอกท่านนั้น ก็อย่าเชื่อข่าวให้มากนัก
เอาแค่ห้าสิบ ห้าสิบ แต่ประเด็นที่เขาลือกัน มันก็มีแนวว่าจะเป็นจริงได้มากๆ
หากมองว่าคนรวยที่คิดจะทำกับเพศแม่ได้แบบนี้
ก็ขอให้บุญเก่าของเขาหมดเร็วๆด้วยเถอะ
กลัวแต่ว่า เขาจะขยันทำบุญมากกว่าพวกเรา
กุศลส่วนดีเลยคอยช่วยให้มั่งมีศรีสุขไปเรื่อยเปื่อย หุหุ

ขอให้มีความสุขเช่นกัน
และขอให้มีความดีอยู่ติดตัวอยู่เสมอครับ
เพราะนี่แหละจะเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดเลยหละ

haiku DarkGreen 006400


โดย: zoomzero วันที่: 17 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:09:10 น.  

 
Mintiva

แหม...มีการต้องลงรูปให้ได้
ทำอะไรเนี๊ยะ ถ้าไม่ได้ดังใจ จะหงุดหงิดทั้งวันมั๊ยจ๊ะ

ขอบคุณมากครับเรื่องทำบุญใส่บาตร
ของเฮีย วันนี้ ก็โปรแกรมเพี้ยนเหมือนกัน
กะว่าตอนเย็นจะไปเวียนเทียนกัน
พอเห็นเมฆแล้วก็แหยงๆ ยิ่งตอนกลางวันร้อนอ้าวๆ
ยิ่งกลัวว่าฝนจะลงหนักตอนค่ำ เลยงดออกงานการกุศล

เรื่องห้องน้ำของคุณแม่น้องมิน
ถ้าอาหมวยมาบ่นเรื่องนี้ก่อน เฮียก็จะถามว่ากระเบื้องปูพื้นนี่ลื่นหรือเปล่า
เพราะสมัยนี้เขาออกแบบกระเบื้องปูพื้นแบบไม่ลื่นเวลาโดนน้ำ
เฮียว่าหัวใจของห้องน้ำนี้อยู่ที่พื้นกระเบื้องมากกว่าอย่างอื่น
บ้านเฮียนั้น เฮียต้องเลือกแล้วเลือกอีก ถามใครก็ไม่ค่อยได้เรื่อง
นั่นว่าดี โน่นก็ว่าดี นี่ก็ยังอยากจะเปลี่ยนใหม่อยู่เลย แต่เจ้าของบ้านเขาหาว่า บ้า เลยไม่ได้ทำ
ห้องน้ำบ้านคนไทย มักจะไม่แบ่งส่วนแห้งและเปียก
หมายความว่า เราใช้ห้องน้ำเป็นห้องส้วมและห้องอาบน้ำ โดยไม่แยกส่วนของพื้น
จนมาถึงยุค ตู้อาบน้ำ แบบที่เป็นกระจกใสหรือพลาสติก อะครีลิก
มีบานประตูด้วย พออาบน้ำ น้ำก็ไม่กระเด็นออกมาเลอะเทอะ
และถ้าจะล้ม ก็จะมีกำแพงให้พิง เพราะพื้นที่มันแคบลง
แต่เอาเหอะ ทำไปแล้วก็ตามนั้น นี่แค่จะ ซาแหล๋น เท่านั้น 555
พวกอุปกรณ์ห้องน้ำนี้ เป็นสีขาว สีควันบุหรี่ สีอ่อนๆ หรือสีงาช้าง ก็ดีนะ
เมื่อทำความสะอาดแล้ว รู้ว่า ทำได้สะอาดจริงหรือเปล่า
เรื่องค่าแรง อย่าคิดมากเลย แค่เขาหารถกระบะมาขนเครื่องมือ
พวกเขาก็มีต้นทุนมากโขแล้วหละ ถ้าเอาลูกน้องมาด้วย
อย่างน้อยก็หัวละ 300 บาทเป็นอย่างน้อย
ส่วนเจ้าเครื่องไม้เครื่องมือ ถึงจะซื้อแล้วใช้ได้งานต่อๆไป แต่มันก็ต้องลงทุนนะ
เราทำบุญเรื่องอื่นมาได้หลายงาน
คราวนี้ ก็ขอให้เงินค่าแรงนี้ ให้เขาเอาไปเลี้ยงครอบครัวเถอะจ๊ะ

เรื่องราวตากผ้า
เมื่อก่อน คือเมื่อสามสิบปีก่อน ไม่ค่อยเห็นว่ามันสำคัญอะไรเลย
แต่พอท่านแม่ของเฮียมีอายุมากขึ้น ก็อดสงสารท่านไม่ได้
พอฝนหยดเม็ด แปะๆๆๆ แม่ก็รีบวิ่งไปเก็บผ้า
หอบเข้าบ้านด้วยความเร่งรีบ กลัวว่าวันหนึ่งจะล้ม จนได้รับบาดเจ็บ
แต่พอมีราวตากผ้าแบบมีล้อ มันก็ดีไปอย่าง แค่เข็นออกไปโดนแดด
แล้วก็ลากมันเข้าร่มตอนฝนตก ปัญหามันอยู่ที่เวลาลมแรงๆ ราวตากผ้ามันชอบวิ่งเล่นได้เอง
เอ้...พันกว่าบาท ไม่น่าจะเป็นสแตนเลส สงสัยลดราคาแบบไม่สนใจต้นทุนกันเลยงานนี้

รู้สึกดีใจจัง เหมือนเราเป็นครอบครัวเดียวกันเลย
ที่ได้ทราบว่าตารางการทำงาน การไปไหนมาไหนของอาหมวยในสัปดาห์นี้จะเป็นอย่างไร
เดาว่าไม่ต้องออกต่างจังหวัดใช่หรือเปล่า จะได้ไม่เป็นห่วงมาก
พูดถึงส่งมอบรถให้เขาไม่ได้ แล้วจะโดนปรับ เครียดหรือเปล่าหละ?
ทำให้เฮียอดที่จะคิดถึงตอนยุคฟองสบู่แตกไม่ได้
ตอนนั้นบริษัทเฮียสั่งของจากเมืองนอกมาขายเมืองไทย
แรกๆ 1 เหรียญอเมริกัน มันก็ประมาณ 28 บาท
เราก็คิดง่ายๆ บวกกำไรเข้าไปอีก 6 บาท ก็ขาย 34 บาท
หมายความว่า สินค้าต้นทุนประมาณสองแสนแปด เราจะขายสามแสนสี่ กำไรหกหมื่น
แต่ทีนี้พอผ่านวันที่ 1 กรกฎาคม 2540 รัฐบาลของบิ๊กจิ๋วประกาศ ลอยตัวค่าเงินบาท
ตอนนั้นเหมือนฟ้าผ่า เพราะเงินบาทอ่อนตัวลงจนกลายเป็น 48 บาท ต่อ 1 ดอลล่าร์ ภายในหนึ่งเดือน
บริษัทดันไปสัญญาขอทำเครดิตเอาไว้กับเจ้าหนี้ ตปท. แค่สิบห้าวัน (ไม่รู้ว่าฝ่ายบัญชีทำไปได้อย่างไร)
เมื่อสิ้นค้าออกจากสนามบิน(ดอนเมือง)มาถึงบริษัท ทุกคนก็นั่งคอตก
ถ้าเอาของไปส่งลูกค้า (ลูกค้าเซ็นใบสั่งซื้อแล้วด้วย)
ก็เท่ากับว่าทุกๆ 1 ดอลล่าร์เราจะขาดทุน 14 บาท โดยที่เราไม่เคยคิดเรื่องแบบนี้เลย
ทางเราโทรศัพท์ไปยกเลิกการสั่งซื้อกับเมืองนอกก็ไม่ได้ ถ้าไม่ส่งของก็โดนฟ้อง โดนด่า
เจ้านายเลยยอมขาดทุนในสินค้า lot แรก โดนไปหลายล้านเลย
และบริษัทก็มาเอาคืนกับค่าคอมมิชชั่นของพวกเซลล์ พวกเซลล์ลาออกกันหลายคน
เพราะการตัดทอนค่าคอมมิชชั่นมันจะต้องคิดงวดต่อไปๆๆ
ถ้าชิงหนีก่อนก็ลอยตัวไป แค่หางานใหม่
ส่วนลูกค้ารายอื่นๆ เจ้านายก็ต้องแบกหน้าไปเจรจา ใครอยากฟ้องก็ฟ้องศาลเอาเอง
ทีแรกก็กลัวว่าเขาจะฟ้องร้องเรื่องนี้ แต่เอาเข้าจริงก็ไม่มีใครเขาอยากขึ้นโรงขึ้นศาลกันหรอก
พวกนั้นก็ทำเรื่องชี้แจงกรรมการบริษัทของพวกเขา ขอเลื่อนโปรเจคออกไปก่อน ก็ช่วยๆกันไปได้
การค้า ถ้าหัดประนีประนอม ใช้เหตุผลคุยกันดีๆ ก็ทำธุรกิจด้วยกันได้นาน จริงมั๊ย?
ดังนั้นเฮียก็คิดว่า คงไม่มีลูกค้าคนไหนใจร้ายฟ้องบริษัทอาหมวยหรอกนะ เอาใจช่วยนะ
แหม...บริษัทนี้อุตส่าห์มีมือขวาสาวสวยหมวยขาวพราวเสน่ห์แบบคุณมินทิวา ต้องไม่เป็นอะไรหรอกน่า

เมื่อเช้า ตื่นมาเฮียก็ปวดท้องเหมือนกัน สงสัยทานอาหารเผ็ดมากไป
บ้านเฮียจะมียาแก้ปวดท้องอยู่อย่างน้อย ยืนพื้น 2 ตัว คือ
ยาธาตุน้ำขาวตรากระต่าย
และยาลดกรด/เคลือบกระเพาะ VERAGEL-DMS
ส่วน ENO นี่ใช้กรณีที่สวาปามแบบลืมตัว 555 ต้องลดกรด ลดแก๊ส โดยด่วน
ว่าแต่ว่า ยาธาตุน้ำขาวนี่ ของเค้าดีนะ ฆ่าเชื้อโรคในลำไส้ได้ด้วย เวลาที่ท้องเสีย
ถ้าเครียดจัดๆ อาจจะเป็นกระเพาะอาหารเจ๊งก็ได้นะ ระวังด้วย

ว๊าว....เกือบรวยแล้ว
สามตัวบนนี่ร้อยหนึ่งก็จะได้ครึ่งแสนเลยหรือเปล่า??
โอ้ย! ตื่นเต้น ๆๆๆ เอ้...จะเต้นทำไม เงินก็ไม่ใช่ของเรา เฮ้อ...

ได้รับบุญเรื่องปล่อยปลาแล้วครับ สาธุ สาธุ สาธุ
เมื่อเช้าได้พาแม่ไปด้วยนะ ไปใส่บาตรถวายสังฆทาน
หลวงตาบอกว่าแปลกดีไม่ค่อยมีใครถวายน้ำหวานเป็นขวด
หลวงตาบอกว่าตอนเด็กหลวงตาชอบกินน้ำแข็งไสใส่น้ำแดงและนมข้น
ตอนนี้คงเอามาชงกับน้ำเย็นดื่ม
เฮียยังกวนโอ้ยหลวงตาไปว่า หลวงตา นี่ไม่ใช่น้ำยาอุทัยฯนะครับ
อ้อ...เหมือนกัน ตอนกรวดน้ำก็ได้แบ่งปันให้คุณพ่อ(ทั้งสองท่าน), คุณแม่, และน้องมิน
ใครได้อ่านคอมเมนท์นี้ ก็ช่วยโมทนาด้วยนะครับ
ขอให้คนอ่านมีแต่ความสุขความเจริญ

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 17 พฤษภาคม 2554 เวลา:22:26:33 น.  

 
สาธุ..สาธุ...สาธุ และขอให้ผลบุญจากกุศลจิตที่ผู้เขียนตั้งใจให้ผู้อ่านให้มีพลังใจพลังกายที่เข้มแข็ง มีสุขมาก ทุกข์น้อย ๆ เช่นกันค่ะ

"เมื่อเช้าได้พาแม่ไปด้วยนะ ไปใส่บาตรถวายสังฆทาน" ขออนญ.กับประโยคนี้ทำให้รู้สึกดีจัง....

วันนี้บุญไม่ถึง พระจากวัดที่ท่านออกรับบาตรไม่เว้นวันสำคัญทางศาสนาท่านคงจะเปลี่ยนนโยบายหรือไม่ท่านก็เปลี่ยนเส้นทาง...ของที่เตรียมใส่ก็เลยต้องใส่ท้องฆราวาสแทน...ไม่รู้บรรพบุรษจะยืนคอยอย่างที่แม่ของขนุนเคยพูดติดตลก
อยู่บ่อย ๆ หรือเปล่า แม่มักบอกว่าสงสาร
ญาติเราคงยืนคอย ได้แต่มองดูของคนอื่น ๆ ที่ลูกหลานเค้าทำบุญไปให้ พูดซะเห็นภาพเลย อิ..อิ.. พอแม่จากไปแล้วก็มักจะนึกถึงคำพูดนี้เวลาเทศกาลบุญ แต่ถ้าทำไม่ตรงวัน ก็มักจะถือเอาวันดีคือวันตามสะดวกตัวเองไปถวายสังฆทานวัดตามสะดวกอีกเหมือนกัน...ทำแล้วสบายใจ

เรื่องหนังสือของแม่ชีสันศนีย์ ถ้าสนใจอ่านขนุนยินดีแชร์ เพราะจะได้ประโยชน์มาก หนังสือที่เก็บไว้มาก ๆ นาน ๆทีก็จะรวบรวมให้ห้องสมุด รร.แถวบ้านส่วนใหญ่

ใจเป็นนายกายเป็นบ่าว...เอาเพลงนี้ไว้ให้เป็นพลังใจ
www.youtube.com/watch?v=X1GumPZc2jk&feature=related

good good nice nice


โดย: jampada IP: 110.168.136.154 วันที่: 18 พฤษภาคม 2554 เวลา:1:18:27 น.  

 



หวัดดีตอนบ่ายค่ะ
เข้ามาทักทายก่อน
เดี๋ยวต้องไปพบลูกค้า 2 ที่ค่ะ
ตอนเย็น ๆ จะเข้ามาคุยยาว ๆ นะ
ทานข้าวแล้วมั๊งป่านนี้ ทานไรคะ กลางวัน
ได้รับเมล์แล้วเหมือนกันค่ะ
ติดไว้ก่อนนะ เดี๋ยวมีเวลาก่อนค่ะ



โดย: มินทิวา วันที่: 18 พฤษภาคม 2554 เวลา:13:14:56 น.  

 




นอนก่อนนะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้คุยกัน
ฝันดี น๊า


โดย: มินทิวา วันที่: 18 พฤษภาคม 2554 เวลา:19:41:18 น.  

 
คุณขนุน

2011 05 18


Live and Learn
เพลงนี้ตอนแรกเรียกชื่อไม่เป็น ต้องยอมรับว่าการศึกษาน้อย ไม่ค่อยถนัดภาษาปะกิด อิอิ
รอฟังคนเรียกชื่อเพลงบ่อยๆเข้าหู ตอนนี้ถึงจำได้ว่าชื่อ ลีฟ แอนด์ เลิร์น
ไม่ใช่ ไลฟ์ แอนด์ เลิร์น
ที่สงสัย(รู้สึกว่าสงสัยไปทุกเรื่อง)คือ ใครเป็นคนแต่ง ใครเป็นคนร้องต้นฉบับ
บอย โกสิยพงษ์ หรือ กมลา สุโกศล
เพลงนี้เข้าร้องว่า อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน ...
แต่สำหรับผม บางครั้ง การอยู่กับสิ่งที่ฝันหรือจินตนาการ มันก็ให้ความสุขได้
ถึงจะเป็นสุขแบบหลอกๆ แต่มันก็มีความสุขนะ
อย่างเช่น เราดูรูปคนสวยๆใน hi5 หรือ facebook แล้วคิดว่าเขาเป็นกิ๊กกับเรา
แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว 555

เมื่อวันที่ชีวิต เดินเข้ามาถึงจุดเปลี่ยน
จนบางครั้งคนเราไม่ทันได้ตระเตรียมหัวใจ

ความสุข ความทุกข์ ไม่มีใครรู้ว่าจะมาเมื่อไหร่
จะยอมรับความจริงที่เจอได้แค่ไหน (ฮื้อฮือ)

เพราะชีวิตคือชีวิต เมื่อมีเข้ามาก็มีเลิกไป
มีสุขสมมีผิดหวัง หัวเราะหรือหวั่นไหว เกิดขึ้นได้ทุกวัน

อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ตามความคิดสติเราให้ทัน
อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด

สุขก็เตรียมไว้ ว่าความทุกข์คงตามมาอีกไม่ไกล
จะได้รับความจริงเมื่อต้องเจ็บปวดไหว

เพราะชีวิตคือชีวิต เมื่อมีเข้ามาก็มีเลิกไป
มีสุขสมมีผิดหวัง หัวเราะหรือหวั่นไหว เกิดขึ้นได้ทุกวัน

อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ตามความคิดสติเราให้ทัน
อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด

อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ตามความคิดสติเราให้ทัน
อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด

อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ตามความคิดสติเราให้ทัน
อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด

อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด



ดีใจมากครับ ที่ผมทำให้จิตใจของคุณขนุนเกิดกุศล สาธุ ด้วยครับ
แถวบ้านผมถ้าพระไม่มา ลูกศิษย์จะมาบอก หรือไม่ก็มารับของไปถวายพระให้แทนเราครับ
เดาว่ามี 2 เหตุผล คือ พระเกรงใจโยม อันนี้เป็นเพราะโลกมันเปลี่ยนแปลงไปจนพระกลัวฆราวาสโกรธ
ส่วนอีกเหตุผล คือ ของในบาตรและย่ามของหลวงพ่อเป็นเสบียงเลี้ยงครอบครัวคนอีกหลายคน
พวกคนที่มาเป็นลูกศิษย์พระในวันนี้แตกต่างจากสมัยโบราณมาก
สมัยก่อนลูกศิษย์คือญาติหรือไม่ก็คนที่ถูกฝากฝังให้มาดูแลช่วยเหลือพระ
แต่ทุกวันนี้ลูกศิษย์ที่เดินตามหลังพระ มักจะมาเพราะต้องการสิ่งตอบแทน
ญาติผมคนหนึ่งบวชนานเป็นปี หาลูกศิษย์ไม่ได้ แต่ลูกค้า เอ้ย...โยมที่มารอใส่บาตร มีเยอะมาก
พระสงฆ์องค์เดียวถือของไม่หมด อย่างไรก็ต้องการคนช่วยแบกของ
คราวนี้มีคนมาเสนอตัวครับ ขอค่าแรงวันละ 100 บาท
ใครๆเห็นพระกับลูกศิษย์เดินรับบิณฑบาต จะมีใครคิดว่าคนที่เดินตามหลังนั้น
เขาทำเพราะเงิน ไม่ใช่ศรัทธาเหมือนพวกคุณ
อะไรๆก็ทำกันเพื่อเงินนะครับ มนุษย์โฉดๆอย่างพวกผม

เรื่องพาแม่ไปทำบุญนี่ ความจริงเรื่องยาวและซับซ้อนครับ
ตามสถานะทางสังคมครอบครัวแล้วผมเป็นพวกรจนา หรือพวกที่อยู่กระท่อมปลายนาครับ
ท่านแม่นี่เขารักลูกเขยมาก แต่หลังๆมานี่เริ่มห่างเหินกัน เพราะแม่ปวดเข่าเดินไม่ค่อยไหว
ลูกเขยเขาก็ไม่อยากพาไปไหน ผมก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเขาห่วงแม่ผม หรือเขาเริ่มออกลายก็ไม่ทราบ
เมื่อวานวันวิสาขะ พวกนั้นเขาออกจากบ้านแต่เช้าโดยไม่ได้บอกแม่เอาไว้ก่อนเลย
อยู่ก็ตื่นมาเช้ามืดแล้วก็บอกแม่ว่าถ้าจะไปก็รีบๆเพราะจะไปวัด....(วัดดังวัดหนึ่ง)
คนแก่อายุเข้าวัยเจ็ดสิบ มันจะให้อาบน้ำแต่งตัวเข้าส้วมในเวลา 10 นาทีได้อย่างไร
พอตอนเช้า เจ้กิมลั๊งของกระผมเดินไปอุ่นแกงที่จะนำไปใส่บาตร
เขาเลยทราบว่าแม่โดนทิ้งให้ไปวัดแถวบ้านเอาเอง
สะใภ้ทอนาโดเลยชวนแม่ผัวไซโคลนไปวัดด้วยกัน
ผมเองเป็นแค่คนขับรถ ไม่ได้รู้เรื่องรู้อะไรกับเขาหรอกครับ
ผมเองก็ยังคิดว่าแม่จะไปกับครอบครัวลูกเขย หรือไม่ก็น้องชายของผม
เรื่องน้องชาย นี่ก็ยาว ขอข้ามไปนะครับ ไม่อยากเล่ายาวววววว

ท่านแม่ของผมนี่ก็ยังรักษา เนเจอร์ฯ เดิมๆ
คือบอกว่า ถ้าไม่ว่าง แม่ไปเองก็ได้ ต้องบอกว่า ชั้นไปของชั้นเอง แกก็ไปของแก
หมายความว่า ถ้าพวกผมไม่ไปวัดข้างบ้าน ก็ไม่เป็นไร เขาจะทำบุญวัดใกล้ๆนี่แหละ
จะไปคนเดียวซะด้วย ขาแข้งก็ไม่ดี แหม...แม่ใครนะ สวยเริดเชิดหยิ่ง ซะไม่มี
ผมเองก็ไม่ได้กะเกณฑ์เอาไว้ว่าจะไปวัดที่ไหน วัดไหนก็ได้
พวกเราก็เลยได้ไปทำบุญด้วยกัน
ซึ่งโดยปกติพ่อกับแม่จะไม่ค่อยได้ไปทำบุญกับพวกรจนาอย่างผม หุหุ
บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่า ชะตาฟ้าลิขิตหรือเราเขียนมันได้เอง

แต่วันนี้ ผมชอบปล่อยให้ฟ้าเป็นคนลิขิต
อย่างเช่นพวกเราในหุบเขาคนโฉด
มันเป็นโลกในจินตนาการไซเบอร์แท้ๆ
ฟ้ายังลิขิตให้มาคุยกันได้เลย
มาเปล่งวาจา สาธุ สาธุ สาธุ
Together in Electric Dreams จริงๆ
ref: Sienna Jampada A0 52 2D


โดย: zoomzero วันที่: 18 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:58:44 น.  

 
Mintiva



ท่าทางอาหมวยจะทำงานจนหมดเรี่ยวแรง
เอาหละ ไม่ป่วน ไม่รบกวนหละวันนี้

Please relax, my baby.

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 18 พฤษภาคม 2554 เวลา:22:20:09 น.  

 
สวัสดีค่ะ ไม่ได้มาเยี่ยมนานเลย เพราะติด facebook แหะๆๆ ยังจำกันได้ใช่มั้ยคะ


โดย: gluhp วันที่: 18 พฤษภาคม 2554 เวลา:23:37:02 น.  

 



อรุณสวัสดิ์ค่ะเฮีย
เมื่อวานก็ไม่ได้เหนื่อยมากขนาดนั้นหรอกค่ะ
นั่งอัพบล๊อคใหม่ ใส่รูป ใส่นู่น ใส่นี่ จนตาลายมากกว่าอ่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ไม่รู้จะอัพเรื่องไร หันไป หันมา เอาไอ้เหมียวดีกว่าค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
คนเรานี่ ถ้าไม่พูดถึงตัวเอง ก็ต้องพูดถึงคนอื่นอ่ะนะมินว่า
จะมาพูดเรื่อง ดอกไม้ ต้นไม้ ใบหญ้า ทุก ๆ วัน มันจะแปลกไปหรือป่าวคะเฮียว่า ฮ่า ๆ ๆ

เมื่อวานสงสัยจะเฮงค่ะ ระหว่างที่ไปพบลูกค้าอีกที่นึง
ขนาดคุยกันมาเรียบร้อยแล้ว ถึงขั้นเอาเอกสารสัญญาไปให้เซ็นต์แล้ว
ยังมาจุ๊กจิ๊ก ๆ นู่น นี่ นั่น อยู่นั่นแหละ พอดีมีสายลูกค้าเข้ามา
โทรสั่งรถมินอีก 10 คัน มินก็พูดกับอีกทางว่า
ต้องรอนานมากนะคะ อาจถึง 3 เดือนอ่ะนะ
ไอ้ทางนั้นก็ดี๊ดี บอกไม่เป็นไร คุณมินจัดรถยูสให้ผมใช้ก่อนก็ได้ ระหว่างรอรถใหม่
พอวางสายลูกค้าเสร็จ มินก็โทรเข้าบริษัทฯ ให้เด็กทำใบเสนอราคาไปให้ลูกค้ารายนั้นเซ็นต์อนุมัติกลับมา
ทีนี้มันก็มีรายละเอียดอ่ะค่ะ ว่า เค้าจะใช้รถรุ่นไหน สัญญากี่ปี ราคาเท่าไร
พอวางสายนะ ไอ้ทางนี้ตาเหลือกเลยค่ะ ปกติเค้าจะไม่ถามกันนะคะ เพราะไม่ใช่เรื่องไรของเค้าอ่ะ
แต่เค้าถามมินใหญ่เลยค่ะ ..โห สั่งเช่าที 10 คันเลยเหรอ มินบอกค่ะ ถ้ารวม 10 คันนี้ด้วยก็ 50 คันแล้ว
ถามนู่น ถามนี่ อีกประมาณนึง ก็เซ็นต์สัญญาให้เลยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ไม่รู้เค้าจะคิดว่ามินฟอร์มหรือป่าวนะ ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องจริงอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ

วันนี้เลยต้องไปฉายที่บริษัทฯ นั้นซะหน่อยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
การประชุมเช้านี้ ก็เลื่อนไปเป็นวันจันทร์ที่ 23 แทน เพราะมีงานของ ททท.หรือ กทท.ไรเนี่ยเข้ามา
แต่มินไม่ไปหรอก งานราษฏร์เนี่ยเป็นบางงานค่ะ ไม่เหมือนงานหลวงต้องกตัญญูกันหน่อยอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ
สงสัยนายกลับมาจากศรีลังกา ยิ้มแก้มตุ่ยแน่ ๆ ค่ะ อิอิ

วันนี้ ถ้าพอว่างก็จะไปเดินหากรอบรูปให้เค้า
เค้าไปอ่านหนังสือ who กับ พลอยแกมเพชร แล้วไปเจอรูปวาดที่มันสวย ๆ ซึ้ง ๆ
มีภาพนึงผู้หญิงยืนกอดอกมองออกไปยังทะเลแบบเหงา ๆ
เค้าชอบมากเลยค่ะ โทรบอกให้มินจัดการหากรอบรูปใส่ให้เค้าด้วย
ตอนแรกมินก็ยังไม่เห็นว่ารูปไหน เพราะวันเสาร์มินไม่ได้เข้า
พอเมื่อวานเห็นรูปแล้ว นึก เอ๊..เรา 2 คนเนี่ย ชอบรูปในแนวเดียวกันเลยเนี่ย
นี่ ถ้าเอารูปในแฟลชไดร๊ฟ์มินให้ดูนะคะ 3-4 แสนอาจไม่พอค่ากรอบรูปก็ได้นะคะ ฮ่า ๆ ๆ
จ๊าก..ออกไปทำงานก่อนนะ แล้วค่อยคุยกัน good day ค่ะ


โดย: มินทิวา วันที่: 19 พฤษภาคม 2554 เวลา:5:58:32 น.  

 
สวัสดีครับคุณกลู

คราวก่อนเจอกันก็ 21 กรกฎาคม 2552
เป็นบล๊อกของMJ ในเพลง Healed The World
คราวนี้ 19 พฤษภาคม 2554 เกือบ 2 ปีเลยนะครับ

ผมแวะไปอ่าน blog...Dance for Life's Sake เจอประโยคว่า
"เพราะหน้าตาพอไปวัดไปวาได้ จึงไปมั่ง ..."
ประโยคนี่เด็ดมาก ขอซื้อได้หรือเปล่า

ผมว่านะ เด็กมอสามย่านนี้ มีหลายคนไม่เคยเข้าวัดที่อยู่ใกล้ๆมหาวิทยาลัย
ฝั่งใต้ ด้านคณะบัญชี ข้ามถนนพระรามสี่ไปไหว้พระที่วัดหัวลำโพง
ฝั่งเหนือ ด้านคณะอักษร ใกล้ๆปลายถนนอังรีดูนังต์
หรือจะนั่งรถเมล์ไปแถวหัวลำโพงก็จะเห็นวัดไตรมิตร
คงจะมีชมรมพุทธ ที่มีสมาชิกเยอะที่สุดในศาลาพระเกี้ยวที่มีโอกาสได้เข้าวัดแถวนั้นมากกว่าใครๆ

ตอนแรกผมคิดว่า วัดวิษณุ ที่คุณเล่ามานั้น คือ วัดแขก สีลม
เคยได้ยินแต่เขาเรียกชื่อยาวๆว่า วัดพระศรีมหาอุมาเทวี !!!
อ้าว...คนละที่กันนี่หน่า วัดวิษณุ อยู่ที่ซอยวัดปรก
เลยต้องกลับไปอ่านรอบสอง ทีนี้เข้าใจแล้วว่า เส้นทางเดินทางเป็นอย่างไร
ท่าทางคุณกลูจะนับถือฮินดูอย่างแรงกล้าเลยกระมัง
เพราะวัดวิษณุนี่เขาว่าเป็นศูนย์รวมเทวรูปบูชาของเทพในศาสนาพราหมณ์

ตอนคุณเล่าว่าไปวัดปทุมวนาราม
ผมคิดว่าคุณจะได้เจอแม่ชีศันสนีย์
กลายเป็นเรื่องบวชเนกขัมมจาริณี ในวันวิสาขบูชา
เอ้า...สาธุ ๆ ๆ

เห็นด้วยที่ว่า ชีวิตมีเรื่องที่เราคาดไม่ถึงมากมาย
และทำให้เราต้องขอบคุณโดยไม่คาดฝัน
อย่างเช่น ที่คุณ GluHp แวะมาทักทายหลังจากหายไปนานปีกว่า


โดย: zoomzero วันที่: 19 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:41:14 น.  

 
Mintiva

อ้าว...เมื่อวานนึกว่าอ่อนล้า
ที่แท้ก็ลั่นล้ากับการ up blog
อ๊ะพี่โถ่!!!

ดีนะที่ลูกค้ายอมใช้รถเก่าเพื่อรอรถใหม่
แถมอีกรายยังยอมเซ็นสัญญาง่ายๆอีกด้วย
เก่ง บวก เฮง เลยนะงานนี้
ฟังที่เล่ามาก็อาจจะคิดได้นะว่า เฟค
แต่ใครจะมาลงทุนเฟคได้เนียนขนานนี้
และเขาก็สามารถสืบประวัติบริษัทเราได้นี่หน่า
เอาเป็นว่า win win ก็แล้วกัน

ภาพผู้หญิงยืนมองทะเล
เฮียก็ชอบ แต่ชอบผู้ชายคู่กับผู้หญิงมองทะเลมากกว่า 555

สำหรับวันนี้ของเฮีย เป็นวันไม่ดีเลย
ตอนเช้าก็เจอปัญหาเรื่องหนึ่ง คิดว่าจะแก้ไขตอนบ่ายๆ
พออีกไม่กี่ชั่วโมงก็ดันไปทำพลาดในเรื่องที่สอง ซึงมันสาหัสกว่าเรื่องแรกมาก
เลยต้องพยายามแก้ไขเรื่องที่สองอย่างเต็มที่
ระหว่างนั้นเรื่องที่หนึ่งก็ขยายตัวไปสร้างปัญหาที่สามและสีในเวลาพร้อมๆกัน
ทีนี้เฮียก็สติแตกเลย ต้องบ่นกับตัวเองว่า ทำไมซวยซ้ำซวยซ้อนได้แบบนี้
มันจุกจนทานอะไรไม่ลงเลย มื้อเช้าเลยตกถึงท้องเอาตอนบ่ายสามโมง
และก็เพิ่งจะได้ทานยาประจำตัว พอตกตอนเย็นก็รู้สึกว่าตัวมันลอยๆพิกล
แต่ไม่ได้นอนหรอกนะ ต้องนั่งหน้าจอดูดอกส้มสีทอง วันนี้เป็นตอนอวสาน
พรุ่งนี้คงได้ปะทะกับเสือสิงห์สมิงสางอีกรอบ หุหุ

มองเห็นใยแมงมุมที่มุมห้อง
เลยมีอารมณ์แต่งกลอนไฮกุ

ใยแมงมุมเหนียวหนึบ
แมลงน้อยเผลอติดหมดสิทธิ์หนี
จะดิ้นรนไปใย


RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 19 พฤษภาคม 2554 เวลา:22:08:48 น.  

 




มอร์นิ่งค่ะเฮีย...จึ๊ย...ยังมอร์นิ่งได้อยู่ป่าวคะเนี่ย ฮ่า ๆ ๆ
ยังนั่งอ้อล้อ อ้อยสร้อย อยู่ที่บ้านเลยค่ะ
เดี๋ยวไปบริษัทฯ ลูกค้าเลย อาจเข้าบริษัทฯ ช่วงบ่าย
หรืออาจไม่เข้าเลยก็ได้ เพราะจะเลยไปดูกรอบรูปสวย ๆ ให้นายค่ะ
อันนี้ข้ออ้างมากกว่า หรือป่าวก็ไม่รู้ค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
แต่ จริง ๆ นะคะ
เพราะพรุ่งนี้เค้าจะกลับแล้ว กลับมาวันจันทร์อยากให้เค้าเห็นรูปที่เค้าอยากได้ตั้งไว้บนโต๊ะค่ะ

ปล. happy day นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 20 พฤษภาคม 2554 เวลา:8:51:42 น.  

 



My dream is so far...
but you seem so far away more than that....
goodnight naka...


โดย: มินทิวา วันที่: 20 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:44:56 น.  

 



อรุณสวัสดิ์ค่ะเฮีย
เมื่อคืนไปทานเอ็มเคมา ทานเผื่อเฮียด้วย
(ฮ่า ๆ ๆ ข้ออ้างมากกว่าค่ะ ฮ่า ๆ ๆ)
มินชักกลุ้มแล้วจิคะ ทำไงดีเนี่ย
ตอนนี้ไอ้อาการทานไรมันก็หร่อยไปหมดเนี่ย
มันคัมแบ็คทูมี แล้วค่ะ...กลัวน้ำหนักขึ้นมาก ๆ เลยอ่ะ
ตอนนี้ก็ขึ้นมาโลนึงแล้วอ่ะ จากที่ลงไป 9 โลอ่ะค่ะ
ไม่รู้ตอนนั้นผีไรมันสิง อาไร ๆ ก็ไม่อยากทาน
กินไรเข้าไปก็ขม ก็เค็ม รู้สึกรสมันจัดจนไม่อยากทานอ่ะค่ะ
เอ..พูดถูกป่าวเนี่ย ผีมันต้องสิงตอนนี้สิเน๊อะ
เพราะอยากทานโน่น นี่ นู่น นั่น ไปหมดอ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
แต่เดี๋ยวนี้มินไม่ทานเป๊ปซี่เลยนะ นิดนึงก็ไม่เอา
จากที่เมื่อก่อน ตั้งแต่เช้าถึงเย็น 2-3 กระป๋องเลยค่ะ

พูดแล้วก็เหมือนโดนโชคชะตาแกล้งนะคะเนี่ย
(โชคชะตาแห่งการกินอ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ)
วันนี้ บ้านนู๊นทำก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นอีกอ่ะ
เห็นว่าคุณนายแม่มินตุ๋นเนื้อเปื่อยตั้งแต่เมื่อวานอ่ะ
เฮ๊อ...ต้องไปเจิมเปิดงานให้เค้าซะหน่อยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ปล. จะทานเผื่อน๊า(อ้างอีกแล้ว) สุข สดชื่น วันเสาร์มาก ๆ นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 21 พฤษภาคม 2554 เวลา:6:54:58 น.  

 



อิ อิ


โดย: มินทิวา วันที่: 21 พฤษภาคม 2554 เวลา:6:57:27 น.  

 
เมื่อวาน (วันศุกร์) ไปงานแต่งงานอีกแล้ว
เดือนนี้โดนไป 2 งาน งานคนดีมีสตางค์ซะด้วย จะช่วยงานน้อยๆก็กลัวเขาด่าว่า "จน"
แล้วสิ้นเดือนจะต้องถึงกับทานมาม่าใส่น้ำเยอะๆหรือเปล่านี่????

วันศุกร์ นี่วันรวมรถแห่งชาติเลยเน๊อะ
ไม่รู้ว่าจะเอารถมากองบนถนนพร้อมๆกันทำไม
กว่าจะถึงโรงแรมเล่นเอาเหงื่อออกเต็มเสื้อแจ็คเก็ตเลย
งานนี้เขาจัดที่ย่านถนนวิทยุ ซึ่งเป็นถนนที่จะต้องขับให้ถูกช่องทาง
มิเช่นนั้นอาจจะโดนบังคับเลี้ยว หรือกลับรถไม่ได้ เล่นเอาเกร็งเหมือนกัน
นึกๆแล้ว น่าจะนั่ง Taxi แต่ติดที่ยายเจ้กิมลั๊งนี่ พี่แกใส่ชุดอัญมณีประหนึ่งตู้ทองเคลื่อนที่
แล้วโรงแรมนี้ก็แปลกดี ตึกจอดรถอยู่คนละตึกกับตึกจัดงาน
เดิน เดิน เดิน กันเมื่อยขา ตอนนี้รู้แล้วว่าทำไมคนรวยถึงต้องจ้างคนขับรถ

ธีมงานนี้มีสีอีกแล้ว เขาให้สาวๆแต่งสีโอรส
แต่งานนี้เห็นสาวแก่ สาวอ่อน สาวแม่ลูกอ่อน สาวลูกหนึ่ง สาวหลายลูก
ก็ยังใส่สีส้มๆ สีโอรส ซึ่งแปลกที่ผ้าสีนี้จะต้องเป็นผ้าบางๆ เอ้..เขาเรียก ชีฟอง กระมัง
งานนี้ก็เหมือนๆงานอื่นๆ คือ สาวๆหุ่นดี นี่เธอเหมือนใส่ชุดว่ายน้ำแล้วห่อผ้าเช็ดตัวบาง
เดินไปเดินมา ยืนถ่ายรูปหน้าเค้กแต่งงาน โหย!! หนุ่มมองตาค้างเลย
แต่เฒ่าหัวงูอย่างกระผม ไม่สนหรอก

เจ้าบ่าวเป็นหมอ เจ้าสาวเป็นทนาย ฐานะดี๊ดีทั้งคู่
ว่ากันว่าแจกซองไปมิใช่น้อย แต่แขกมาน้อย คงเป็นเพราะรถติดมากกว่า
งานนี้มีพิธีกรเป็นนักร้อง ดารา และคอมเม้นท์เตเตอร์ (ในคนๆเดียวกันนะ)
มีดนตรีประกอบด้วยนักดนตรีถึง 5 คน บวกนักร้องอีก 1 สาวสวย (ร้องเพลงฝรั่งเพราะมาก)
ส่วนอาหารก็เป็นแบบ Walking Eating Dinning Standing
จากการสำรวจ พบว่ามี โจ๊กเป๋าฮื้อไข่เยี่ยวม้า, ข้าวมันไก่, ราดหน้าปลาเต้าซี่,
เกี้ยวน้ำ, ขาหมูอบรมควัน, สปาเก็ตตี้, เกาเหลาเลือดหมูและเครื่องใน, หมูสะเตะ, ...
... นอกนั้นก็เป็นอาหารฝรั่งพวกจิ้มๆ สไตล์ค๊อกเท็ล
ภารกิจนี้พบว่า โจ๊กอร่อยมาก ใส่ทั้งเป๋าฮื้อ ไข่เยี่ยวม้า แปะก๋วย
เป๋าฮื้อนี่ มองผ่านๆแล้วคิดว่าเป็นกระเพาะหมู แต่ของมันแพงกว่ากันเยอะนะจ๊ะ
เลยต้องหม่ำไป 2 ชาม เสียดายไม่มีปาท่องโก๋ สงสัยคนรวยเขาไม่ทานปาท่องโก๋

สำหรับเครื่องดื่ม งานนี้นอกจากจะมีพวกน้ำอัดลมแล้วก็มีไวน์แดง ไวน์ขาว
และ....แชมเปญ (ต้องดูว่าแก้วจะเล็ก ยาวๆ) ดังนั้นเมื่อพบของดีมีราคาแบบนี้
เลยต้องปรึกษาเจ้ว่า ลื้อจะขับรถได้มั๊ย อั๊วจะลื่มแชมเปน
พอตกลงกันได้ เมื่อวานเลยสอยแต่แชมเปญ ล่อไปหลายแก้ว
ชักจะสงสัยว่าทำไม มันคล้ายกับไวน์ขาวมาก หรือว่าเราโดนหลอก 555
แหม...ก็มันเป็นผลิตภัณฑ์เดียวกัน เพียงแต่ผลิตต่างเมืองเท่านั้น ชิมิ๊ ชิมิ๊

เนื่องจากบ่าวสาวเป็นคนที่ very popular มาก
เจ้าบ่าวนี่ถึงขั้นได้ลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มาแล้ว แต่ไม่บอกหรอกว่าข่าวอะไร
ส่วนเจ้าสาวนี่เป็นเจ้าแม่คอนเสิร์ท เธอไปมันแทบทุกงาน
คือว่า เกือบจะสองทุ่มแล้ว เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ยังยืนรอแขก ก็ไม่ทราบว่าจะเหลือใครบ้าง
แต่แขกจอมตะกละได้โซ้ยอาหารไปจนพุงกาง ยืนจะไม่ไหวแล้ว
เออ...สมัยนี้นะ อะไรๆก็เห็นคนนอกครอบครัวมากกว่าญาติพี่น้อง
ผมเห็นคนแก่ๆนั่งคอยจนมีบางคนหลับไปเลยก็มี
กระผมเลยคิดว่า ไม่อยากรออีกแล้ว หนีกลับบ้านเลยดีกว่า
พอดีห้องนี้มีทางเข้าออกสองทาง ก็เลยหนีกลับบ้าน โดยมีเจ้กิมลั๊งเป็นคนขับรถ
สรุปว่า ไม่ได้เห็นเขาหอมกัน ไม่ได้เห็นเขาตัดเค้ก ไม่ได้เห็นเขาโยนช่อดอกไม้
แต่ไม่มีเรา เขาก็...เออ...แต่งงานกันได้ 555

อ้อ...จัดงานเป็นหลักแสน
แต่ของชำร่วยไม่ดีเลย มีคนโยนทิ้งด้วย
ช่างใจร้ายจริงๆ ก็มันแค่กระดาษโน๊ตปึกเล็กๆ
ก็เห็นแบบนี้มาหลายงาน คือ งบอื่นไม่อั้น แต่งบของชำร่วยนี่เอาแบบถูกๆ
ทั้งๆที่มันคือตัวแทนของความรู้สึกที่ได้ไปร่วมงานของคู่สมรสแท้ๆ
ส่วนใหญ่นะ เห็นแต่บ้าเรื่องถ่ายรูปโชว์กับทำวีดีโอเล่าเรื่องความรัก
แล้วก็เอามาฉายบนจอผ้า


โดย: zoomzero วันที่: 21 พฤษภาคม 2554 เวลา:20:12:44 น.  

 
Mintiva

เฮียว่าอาหมวย หม่ำๆๆๆ ไปเหอะ อย่าได้ห่วงสวยเลย
เพราะความสวยเป็นเรื่องที่.....ห่างไกล นะจ๊ะ 555

วันนี้ก็มีคนเอาขนุนมาจากโคราช แกะเม็ดให้ด้วย
เลยนอนทานซะหลับใหลไปครึ่งวัน
พวกญาติเขามาเยี่ยมท่านแม่ เพราะเขาได้ข่าวว่าแม่ปวดเข่า
ก็อย่างที่เคยบอก แม่เขาไม่ยอมอยู่นิ่งๆ
วันๆเอาแต่เซอร์วิสลูกสาว ลูกชาย ลูกเขย และหลานๆ
เอาเถอะ เขาว่าเขาทำแล้วมีความสุข ก็โอเคครับ

วันนี้ตกลงได้กรอบรูปสวยๆหรือยัง
วานก่อนโน้นไปบ้านญาติเห็นรูปวาดสีฝุ่น ขนาดประมาณ 50 คูณ 80
เขาว่าซื้อมา 2,000 แต่เอาไปใส่กรอบราคา 2,500
วาดได้สวยเหมือนมาจากฟิลม์ถ่ายรูปของช่างภาพมืออาชีพ
คนวาดเป็นคนเรียนจบศิลปากร เคยทำงานบริษัทโฆษณา รายได้ดี
อยู่มาวันหนึ่งเดินทางไปร่วมนั่งสมาธิกับเพื่อนๆ เกิดชอบ เกิดศรัทธา
พอหันหน้าเข้าวัด ก็เปลี่ยนวิถีชีวิต โดยเดินทางกลับมาอยู่กับพ่อแม่ที่ต่างจังหวัด
แล้วเช่าร้านเล็กแถววัดป่าแห่งหนึ่ง ขายรูปและงานศิลป์ต่างๆ
ส่วนใหญ่ก็คนที่มาวัดนี่แหละที่แวะมาอุดหนุนกัน
เห็นเขาว่าบางรูปมีคนออร์เดอร์โดยยอมจ่ายเป็นหมื่น
เลยไม่ต้องดิ้นรนเรื่องเงินทอง สามารถอยู่อย่างสงบ เรียบง่าย
น่าอิจฉาจัง

โอ้...ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น
อยากทานเส้นหมี่(ขาว)เนื้อตุ๋น แต่บ้านนี้เขาไม่ยอมทานเนื้อกัน
ทำไมเราไม่หาแม่บ้านที่ทานอาหารได้ไม่มีการจำกัดชนิดนะ
ขอให้ทานเผื่อเยอะๆด้วยเถอะ

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 21 พฤษภาคม 2554 เวลา:20:36:09 น.  

 




นอนก่อนนะคะ
พรุ่งนี้ค่อยคุยกันนะ เพิ่งถึงบ้านค่ะ
เฮียก็นอนหลับฝันดีนะ


โดย: มินทิวา วันที่: 21 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:38:23 น.  

 




morning ค่ะ
เดี๋ยวมินออกไปทำเล็บ ก่อนนะคะ
เมื่อวานทานเผื่อแล้วค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ยิ่งกว่าร้านก๋วยเตี๋ยวอีกอ่ะนะมินว่า
คือ มีทุกเส้น แถมยัง ลูกชิ้น เนื้อสด เปื่อย ตับ ใจ อ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
น้ำหนักขึ้นไม่ได้ห่วงสวยค่ะ
แต่ห่วงว่า เสื้อผ้าที่ขนซื้อมาตอนผอมมันจะใส่ไม่ได้อ่ะจิคะ ฮ่า ๆ ๆ
วันนี้ว่าจะล้างท้อง ด้วยการทานแต่น้ำทั้งวัน
คงได้หรอกค่ะ เพราะกาแฟขนมปังปิ้งไปตั้งแต่ยังไม่สว่างอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ
ปล. Happy family day นะคะ bro!..


โดย: มินทิวา วันที่: 22 พฤษภาคม 2554 เวลา:8:27:04 น.  

 




ไปไหนมามั่งคะวันนี้
ที่ว่า มินจะล้างท้องอ่ะ
เพื่อนโทรมาชวนไปทานโออิชิค่ะ
เพราะไป 3 จ่ายแค่ 2 วันนี้วันสุดท้ายด้วย
เลยไม่อยากขัดศรัทธาค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
พรุ่งนี้ทำงานแล้ว เช้าเข้าบริษัทฯ
บ่ายประชุมผู้ถือหุ้น (ไปแทนนายค่ะ)
ประชุมเสร็จแล้วน่าจะตรงดิ่งกลับบ้านได้เลย
นอนหลับฝันดีนะคะ หยุด 2 วันนี่
ตะเวนกินอย่างเดียวเลยค่ะ
สงสัยคืนนี้ nightmare แหง ๆ ๆ อ่ะ


โดย: มินทิวา วันที่: 22 พฤษภาคม 2554 เวลา:19:41:14 น.  

 
Mintiva

วันนี้ก็ไม่ได้ทำอะไรที่อเมสซิ่งเลยจ้า
ตอนเช้าตื่นสายมาก เพราะส่งเด็กน้อยไปบ้านคุณยายที่สาธุฯหลายวันแล้ว
เลยคิดหาเมนูอาหารไม่ได้ถูกใจซะที
สรุปว่าตอนเช้าก็เอาน้ำลูบท้องกันไปก่อน
แล้วก็ออกไปรดน้ำต้นไม้ ล้างรถ ... ฯ
พอสิบโมงกว่าๆก็ออกไปหาอาหารทาน
เส้นทางที่ผ่านก็ผ่านร้านข้าวขาหมูราคาไฮโซ
ด้วยว่าเกิดอาการหิวจัดแล้ว เลยยอมเข้าร้านนั้น
ข้าวขาหมูเนื้อล้วนไม่มีไข่ ราคา 40 บาท
ข้าวขาหมูเนื้อหนังไส้ ราคา 50 บาท
หมูกรอบเปล่าๆ จานละ 70 บาท
ข้าวราดแกงไก่อย่างเดียว ก็จานละ 40 บาท
น้ำกระเจี๊ยบ ขายแก้วละ 20 บาท
เจ้าของร้านคงคิดว่าขายอยู่ในโรงแรมห้าดาวกระมัง

แล้วก็เลยไปหาเด็กน้อยที่บ้านคุณยาย โดยไม่ได้โทรไปบอกล่วงหน้า
พอไปถึงก็ไม่เจอตัวแล้ว เพราะเขาชวนพี่น้องออกไปทานซีสเลอร์ที่เซ็นทรัล
แหม...อิจฉาเด็กพวกนี้จัง วันๆเอาแต่เที่ยวห้างฯ ทานอาหารหรูหรา
พอบ่ายสองกว่าๆ พวกเขากลับมาบ้านคุณยาย ก็เลยชวนกลับบ้านคุณพ่อ (แกมบังคับ)
ตอนที่ขนของขึ้นรถเห็นกล่องรองเท้าผ้าใบอันใหม่
เฮียเลยถามว่า หนู..ซื้อรองเท้ามาเท่าไหร่นี้
เขาตอบว่า พูม่า คู่ละ 4,000 (จ๊ากส์!!! ไม่น่าให้มันมีบัตรเครดิตเลย)

ระหว่างทางก็เลยแวะซื้ออาหารที่ฟูดคอร์ทของห้างเดอะมอลล์
เดินๆไปเจอเขาเอาน้ำชายี่ห้อดังของเมืองนอกมาขาย
พอดีเขาเพิ่งจะตั้งบูทวันนี้ซะด้วย เลยถามราคากัน
เขาบอกว่าขวดใหญ่นี่ ขายขวดละ 49 บาท (ราคาที่ฟูดแลนด์ประมาณ 56)
ซื้อมา 10 ขวด พอมาจ่ายเงิน ทำไมกลายเป็น 580
เลยถามแคชเชียร์ว่าทำไมมันไม่ใช่ 490
แคชเชียร์ก็งง คนขายก็งง เลยต้องตามผู้จัดการมาเคลียร์ (ไม่ใช่พนักงานของห้างฯนะ)
คำตอบที่ได้คือ ต้องใช้บัตร M การ์ด ป้อนเข้าไป
อ้าว...ก็ไม่เห็นบอกเราเลย แถมคนขายก็ยังบอกว่าไม่ใช่ส่วนของห้างฯ
เป็นบูทที่บริษัทนำมาโปรโมท
เจ้กิมลั๊งก็เลยแหกปากโวยวาย ด่าพวกนั้นจนเปิดเปิง
ป้ายราคาก็บอกว่า 49 แต่ดันขาย 58
เฮียก็ช่วยโวยวายว่า ถ้าไปซื้อที่ฟูดแลนด์ ราคาถูกว่า
แถมเขายังให้พนักงานเดินมาส่งที่รถ ไม่ต้องถือให้เมื่อย
โวยเสร็จก็ทำท่าจะเดินหนีกันไป แต่เด็กน้อยบอกว่าอยากกิน
คุณแม่เลยต้องยื่นบัตร Mcard เพื่อทำให้เครื่องมันคิดราคาโปรโมชั่น
จากนั้นผู้จัดการเลยให้พนักงานขายไปเอารถเข็นมาจากซุปเปอร์มาเก็ต
แถมยังเข็นมาส่งที่รถให้ด้วย
เฮ้อ...ช่างเป็นวันที่บ้าๆบอๆดีแท้

มื้อเย็นไม่ได้ทานอาหารที่ซื้อมาจากฟู๊ดคอร์ทของห้างฯ
แต่ต้มบะหมี่สำเร็จรูปทานกัน 3 กระป๋อง
อย่าถามเลยนะว่าทำไม ?



อ้อ...ลืมหุงข้าวไง ซื้อมาแต่พวกกับข้าว 555


ถ้าคืนนี้เจอ ไนท์แมร์
บ่ ต้องต๊กใจ๋
เพราะสามารถเรียกให้เฮียมาช่วยได้นะ
แบบเพลงของพี่เบิร์ด ชื่อ ด้วยฮักและผูกพาล

ขอเพียงแต่เขียนมา
ขอเพียงส่งเสียงมา จะไปหา
จะไปในทันใด จะไปยืนเคียงข้างเธอ
ไปอยู่ดูแลเป็นเพื่อนเธอ ....


RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 22 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:47:07 น.  

 




morning จากที่ทำงานค่ะวันนี้
ก็เขียนไปหาทุกวันอยู่แล้วนี่คะ
จนเกือบเหมือนว่าคุยกันอยู่แค่ 2 คนอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ
คล้าย ๆ วันนั้นที่มินซื้อเครื่องเขียนที่ดีโป้เลยค่ะ
ที่ชั้นเขียนไว้ราคานึง พอมาจ่ายเงินอีกราคานึง
แล้วดันบอก คุณดูราคาที่ชั้น(วางของ) ไม่ได้นะคะ
ต้องดูที่บาร์โค๊ตค่ะ อ้าว...เว๊ย..เฮ๊ย...
แล้วกรูจะไปตรัสรู้เมิงไดไงหล่ะ
ถ้าราคาที่ชั้นใช้ไม่ได้ ต้องมาให้เครื่องแคชเชียร์อ่านบาร์โค๊ตลูกเดียว
แล้วจะเฉือกแปะป้ายราคาไว้ทำเตึ่ยไรอ่ะ


เมื่อเช้าแวะใส่บาตรก่อนเข้า office
ให้ทั้ง 2 คุณพ่อเรียบร้อยแล้วค่ะ อิอิ
ปล.จริง ๆ หุงข้าวหม้อไฟฟ้า มินว่า
มันก็ใช้เวลาพอ ๆ กับการต้มบะหมี่มั๊งคะ...
สุข สดชื่น วันแรกของการทำงานนะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 23 พฤษภาคม 2554 เวลา:8:37:57 น.  

 




หวัดดีตอนเย็นค่ะเฮีย
เพิ่งถึงบ้านค่ะ รถติ๊ด ติด เฮ๊อ...เมื่อยขา
วันนี้แต่งตัวเต็มยศค่ะ รองเท้าส้นสูงด้วย
เดี๋ยวอาบน้ำก่อนนะคะ ไปเปิดแอร์รอไว้ให้เย็น ๆ ดีกว่าค่ะ


โดย: มินทิวา วันที่: 23 พฤษภาคม 2554 เวลา:18:33:38 น.  

 




goodnight ค่ะ นอนก่อนนะ


โดย: มินทิวา วันที่: 23 พฤษภาคม 2554 เวลา:19:58:57 น.  

 
Mintiva

ขอโทษด้วยนะ อาหมวยแวะมาตั้งหลายรอบ ไม่ได้ตอบคอมเม้นท์เลย

แหม...หารูปชายหญิงมองน้ำมาโชว์จนได้
ขอ คาราวะ เอ้ย...คารวะ

เรื่องต้มหมี่
คือว่าที่บ้านใช้เจ้าเครื่องกรองน้ำแบบที่ต่อไฟฟ้าแล้วให้มันทำน้ำร้อนและน้ำเย็นทั้งวัน
พอจะเอาน้ำร้อนก็ไปกดจึ๊กเดียว ร้อนได้ใจที่ 98 องศา
สามารถชงหรือกาแฟในระดับที่ทำให้ปฏิกิริยาการชงได้รสชาดสุดที่จะอร่อย
เฮ้อ...นี่ว่าตามคนขายนะจ๊ะ
เพราะเวลาจะ แหลก อั้วก็แหลกไล้ ได้ทุกอุณหภูมิและรสชาดนะแหละ

เฮียจำได้ว่าต้มบะหมี่นี่มัน 5 นาที (3 นาทีก็ได้ แต่เส้นยังหนึบๆ คนหล่อไม่ชอบจ๊ะ)
ถ้าต้มด้วยไมโครเวฟก็ 2 นาที (แต่รอให้เย็นอีก 2 นาที อิอิ) และสามารถใส่ไข่คนลงไป
พอสุกก็จะกลายเป็นวุ้น ถ้าใส่ไข่ 2 ฟองก็จะได้คล้ายๆไข่ตุ๋น
สำหรับเฮียจะมีสูตรพิเศษคือ นอกจากใส่ไข่แล้วยังมีการใส่ ไส้กรอกหั่น
หรือไม่ก็หาหมูหยอง บางทีถ้ามีหมูยอในตู้เย็น ยิ่งอร่อยล้ำลึกเข้าไปอีก
อ้อ...ต้องเสริมด้วยน้ำพริกเผาเผ็ดมากของแม่ประนอม อีก 1 ช้อนชา อิอิ
แล้วก็เวลาหุงข้าวด้วยหม้อไฟฟ้านี่ใช้เวลาประมาณ 30 - 45 นาที ขึ้นอยู่กับปริมาณข้าวและน้ำ

เรื่องราคาสินค้า
โดยเฉพาะห้างโลตัส นี่...เจอปัญหามาหลายครั้ง
เวลาเขาทำโปรโมชั่นราคา แต่เขาไม่ได้แกะแถบป้ายราคาเก่าออก
พอเราเอาไปสแกนราคาตอนจ่ายเงิน ราคามันก็คือ ยังไม่ได้ลดราคา
นี่แหละ เขาถึงมีเครื่องให้ตรวจสอบราคา แต่เจ้าเครื่องนี่มันจะหลบๆซ่อนๆ
ถ้าอยากใช้งานมัน ก็ต้องเดินหากันจนเมื่อย (แทนที่จะเอามาติดให้เห็นเยอะๆ)

สมัยเป็นวัยรุ่น เฮียกับเพื่อนชอบสลับซองสินค้าที่ขายในห้างฯ
เช่น เอาปากการาคา 30 บาท สลับกับ 10 บาท
เครื่องอ่านราคาสมัยนั้นก็ไม่มี แคชเชียร์ก็คิดเงินตามป้ายราคา
ตอนนั้นทำไปด้วยความคึกคะนอง เพื่อนๆก็ชมว่าเก่ง
มาตอนนี้คิดได้ว่า ถ้าสมัยนั้นมีกล้องวงจรปิด เราคงต้องไปนอนในคุก
คงเดือดร้อนพ่อแม่ที่ต้องไปประกันตัว พ่อแม่คงอายชาวบ้าน ท่านอาจจะเสียใจมาถึงวันนี้
ซึ่งพ่อก็ได้ตายไปแล้ว ท่านคนจะตายไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวดจนวินาทีสุดท้าย
และถ้าโดนจับได้ พ่อคงจะยอมให้เขาส่งไปดัดนิสัยที่บ้านเยาวชน บ้านเมตตา ฯ
เพราะเฮียนั้นเป็นลูกที่พ่อรำคาญใจมากที่สุดซะด้วย
ทำอย่างไรได้หละ ก็คนมันเกิดมาเพื่อไม่ได้ทำให้พวกท่านมีความสุขนี่หน่า
แต่ก็ดีนะ ท่านจะได้มีเรื่องเปรียบเทียบว่า ลูกที่ท่านเลี้ยงแล้วภูมิใจกับเสียใจมันต่างกันอย่างไร

ขอบคุณมากที่ทำบุญเพื่อป๊ะป๋าของเฮีย
ท่านคงจะงงว่า เอ้...มื้อสายนี่ใครเอาของดีๆมาใส่บาตรให้นะ 555

ป่านนี้คงหลับปุ๋ยหยุยไปแย้ว
นานๆใส่รองเท้าส้นสูง แต่งสูทด้วยหละซิ
เอ้...คงใส่เป็นกระโปรงสั้นแน่เลย ไม่น่าจะเป็นกางเกงขายาว
มาม๊ะ เฮียจะเอาผ้าชุบน้ำอุ่นมาโป๊ะเท้าให้ จะได้หายปวดเมื่อยนะ

เดี๋ยวละครหลังข่าวจบ ต้องหาอะไรมาดื่มให้ไม่ง่วงซะหน่อย
จะรอดูรายการ VIP เห็นเขาว่าจะเอาเรื่องเกี่ยวกับการทำร้ายสตรีและเด็กมาคุยกัน
เด็กผู้หญิงบางคนโดนโทรมซะ ต้องบอกว่าร่างกายแหลกเหลว เกินกว่าที่คนอย่างเราๆจะจินตนาการ
ฟังเรื่องที่คนทรมานคนแล้ว ทำให้เข้าใจว่าโลกนี้ยังมีคนโฉดเหลืออีกมากมาย
ทำให้นอนหลับสนิทขึ้นอีกเยอะ

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 23 พฤษภาคม 2554 เวลา:22:14:34 น.  

 



เพิ่งตื่นมาเมื่อตอนตี 2 ครึ่งค่ะเฮีย
สงสัยเมื่อคืนนอนเร็วไปป่าวไม่รู้อ่ะ
ลืมเล่า เมื่อวานมินใส่ขนตาปลอมด้วยนะ ฮ่า ๆ ๆ
ซื้อมาจากเกาหลีตั้งนานแล้วค่ะ ไม่ได้ฤกษ์ใช้ซักที
ขนาดไปงานกลางคืนยังไม่เคยเอามาใช้เลยอ่ะ
เมื่อวานนี้บ้ายุจากที่ทำงาน เพราะเมื่อวานแต่งตัวหรูค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
นายยังแซวเลย...อืม..งั๊นจ่ายค่าชุดมาให้มินด้วยนะ ฮ่า ๆ ๆ
เป็นอิมเมจของบริษัทฯ นะ เวลาออกงานใหญ่ ๆ เนี่ย เน๊อะ เฮียว่าไม๊คะ ฮ่า ๆ ๆ

เมื่อวานก็ได้อาไรมาหลาย ๆ อย่างที่เป็นประโยชน์กับบริษัทฯ ท๊างนั้น
อันดับแรกเลยคือสติกเกอร์ค่ะ เพราะที่บริษัทฯ จะโดนจับบ่อยมาก ๆ เกี่ยวกับการนำรถไปรับแขกที่สนามบินอ่ะ
ถ้าไม่ใช่ป้ายลีมูซีนอ่ะ มันจับทันทีเลย ไม่ว่าจะเอาไรให้ดูกรูไม่สนทั้งนั้น แล้วปรับแพงโครต ขอบอก...
เมื่อวานเจรจาจนได้สติกเกอร์ไว้ติดหน้ารถ เพราะถ้ามีสติกเกอร์นี้แล้ว จับไม่ได้ค่ะ
ปัญหามีว่า ได้สติกเกอร์มา 10 กว่าคันในขณะที่รถมีเกือบ 1000 คันอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ
ยังไม่เห็นหน้าตาสติกเกอร์เหมือนกันค่ะ ว่าเป็นไง
มินอาจมาทำเป็นแบบเคลือบแล้วใช้วางหน้ารถคันที่จะไปรับแขก เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาก็ได้ เพราะเค้าไม่ได้ระบุทะเบียนรถนี่นา

แล้วเมื่อวานเห็นว่า บริษัทฯ ที่ทุนจดทะเบียนเกินกว่า 60 ล้าน ไม่ต้องโดนวิซโฮลดิ้งแท็กซ์แล้วอ่ะ
เค้าเรียกไรนะ ไทยอ่ะ อืม..ไอ้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายอ่ะค่ะ
เฮ๊อ เนี่ย ถ้ามินพูดไปนะ ไอ้บัญชีที่บริษัทฯ มันโดนอีกแล้ว ไม่รู้ไปมุดอยู่ที่ไหนมา มันถึงไม่รู้เรื่องนี้กันเลยอ่ะ
ก็กำลังคิด ๆ อยู่ว่าจะคุยกับนายยังไง ถึงไม่ให้พวกนั้นโดนอ่ะค่ะ แต่ ไม่พูดก็ไม่ได้หรอก
เพราะเดือน ๆ นึง โดนหัก ณ ที่จ่ายเป็นล้านนะคะ ปีนึงก็ 10 กว่าล้านแล้ว
ไม่ว่าจะชั่งดูยังไง ก็คุ้มกว่าเยอะค่ะ เวลาส่งงบบัญชีถึงจะโดนหักจากกำไร 30 เปอร์เซ็นต์ก็ตามอ่ะนะ
เพราะบัญชีส่วนใหญ่ก็แต่งกันทั้งนั้นแหละมินว่า เป๊ะ ๆ ๆ นี่ไม่ค่อยเจอนะคะ ต่อให้บริษัทฯ ใหญ่ขนาดไหนก็ตามทีเหอะน่า

ฮ่า ๆ ๆ ตื่นมาตี 2 ครึ่ง มาคุย ๆ ๆ เรื่องงานให้เฮียฟังอีกแล้วอ่ะ
เมื่อวานนี้ มินซื้อเค๊กกลับมาเพียบ เพราะเค๊กร้านวันจันทร์เบเกอรี่เนี่ย อร่อยมากค่ะ โดยเฉพาะเค๊กมะพร้าวอ่ะ
วัตถุดิบเค้าทุกอย่างเป็นโลว์แฟทหมด...
แต่ให้ตายสิ...พอประชุมเสร็จเค้าก็เอามาแจกให้คนละชุดมีทั้งเค๊ก คุ๊กกี้ บราวนี่ โรว์ และพวกฟรุ๊ตทร๊าตอีกด้วยอ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
6-7 คนนั่น ได้คนละชุดที่ใหญ่ ๆ แล้ว แต่ มินคนเดียวมากกว่าเพราะ 2 ชุดใหญ่ ๆ ค่ะ
คนอื่น ๆ เค้าก็มองสงสัยกันเหมือนกันนะมินว่า
คงสงสัยว่าใยคนนี้ ทำไมได้ 2 ชุดวะเนี่ย แต่ ป่าวหรอกค่ะ มันงกสั่งซื้อเค้าไว้แล้ว เค้าแช่ตู้ไว้ให้
พอตอนเลิกประชุมเค้าก็เอาที่สั่งไว้มาให้ด้วยบวกกับที่เค้าแจกให้กลับอยู่แล้วอ่ะ เฮ๊อ...
แบบนี้ใครซวยคะ ถ้าไม่ใช่มิน ก็คนอื่น ๆ เค้าได้ฟรีกันหมด ยกเว้นมินที่ได้ฟรีอยู่แล้ว ยังเจือกเสียเงินซื้อเค้าไว้ก่อนอีกอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ
ถ้าไม่เรียกว่า เห็นแก่กิน แล้วจะเรียกว่าไรคะเฮีย ฮ่า ๆ ๆ
วันนี้ก็คงไม่พ้นขนไปแจกเค้าอีกอ่ะนะ เพราะไม่มีปัญญาจะทานหมดหรอกค่ะ เก็บไม่ได้นานซักอย่างยกเว้นคุ๊กกี้อ่ะ ฮ่า ๆ ๆ

เมื่อคืนมินเปิดแอร์แล้วยังต้องเปิดพัดลมด้วยนะคะ เพราะมันจะได้เย็นฉ่ำ ๆ อ่ะ
เดี๋ยวคงต้องกลับไปนอนต่ออีกรอบค่ะ ชักง่วง ๆ แล้วเหมือนกันอ่ะ






dream with me once again นะคะ
ไปเที่ยวในดินแดนที่สวยงามกันค่ะ


โดย: มินทิวา วันที่: 24 พฤษภาคม 2554 เวลา:3:42:43 น.  

 




หวัดดีค่ะ เพิ่งตื่นรอบสองค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
เดี๋ยวมินออกไปทำงานก่อน นะคะ..joobs joobs..


โดย: มินทิวา วันที่: 24 พฤษภาคม 2554 เวลา:8:42:06 น.  

 



goodnight นะคะ
ทั้งฝน ทั้งฟ้า เลยอ่ะ เข้าห้องก่อนดีกว่าค่ะ
เฮียก็นอนหลับฝันดีนะ


โดย: มินทิวา วันที่: 24 พฤษภาคม 2554 เวลา:19:35:20 น.  

 




ไปไหนเหรอ..
ขับรถระวัง ๆ มั่งนะคะ ฝนตกถนนลื่นนะ
happy day ค่ะ


โดย: มินทิวา วันที่: 25 พฤษภาคม 2554 เวลา:10:33:45 น.  

 
Mintiva

อิอิ เมื่อวานกับวันนี้ไม่ว่างเลย
ทำงานตัวเป็นเกลียว หัวเป็นน๊อต แขนขาก็ไม่ หมุนติ้วๆๆๆ ยี้!!!
เนี๊ยะ!!
เพิ่งจะได้เข้าหุบเขาฯ อาบน้ำอาบท่า ทาแป้งเย็น เปิดแอร์เบอร์ 25 องศา นี่แหละจ้า

เอ้...เรื่องสติ๊กเกอร์
อ่านทวนกลับไปกลับมาหลายรอบก็ยังสงสัย
เมื่อก่อนมีรถเป็นพันไม่มีสติ๊กเกอร์เลย
วันนี้มีสติ๊กเกอร์สิบอันและรถก็ยังมีเป็นพัน
แล้วถ้าไม่มีสติ๊กเกอร์จะโดนจับ เอ้...อะไรกันนี่
ทำไมทางออกไม่ใช่การทำสัญญาขอเข้าออก โดยยอมจ่ายค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการ
แปลกดีจัง ยังกับว่าสติ๊กเกอร์นี่เป็นของมหัศจรรย์ซะเหลือเกิน
เอาหละ แค่งงเท่านั้น ไม่คิดจะติดใจอะไรหรอกค่ะ

เรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่าย
เท่าที่เฮียจำได้การให้บริการนี่เขามีวิธีคิดหลายอัตรา เช่น 1% 2% 3% ....ฯ
เงินที่เราหักเขา หรือเขาหักเรา ก็เพื่อดึงเงินสดเข้ากรมสรรพากรก่อนสิ้นปี
แต่ในทางทฤษฎีให้ถือว่าเป็นการทยอยส่งเงินให้รัฐบาลทีละน้อย ดีกว่าไปจ่ายเงินภาษีก้อนใหญ่ปลายปีครั้งเดียว
ดังนั้นจะหักมากไป น้อยไป หรือลืมหัก คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่มาก (เว้นแต่กรมสรรพากรจะคิดค่าปรับ กรณีส่งช้าหรือน้อยไป)
ทางทีดีน่าจะให้พวกบัญชีเขาได้มีโอกาสเข้าอบรมด้านวิชาชีพบัญชีบ่อยๆ
แบบว่าสัมนาวันเดียวก็มีนะ เห็นพวกบัญชีที่บริษัทที่เฮียรู้จักก็ขยันไปสัมนากันจัง
เมื่อก่อนเขาว่าคนทำบัญชีไม่มีใครไม่รู้จัก ธรรมนิติ เพราะเขาดังเรื่องอบรมสัมนาใหบริการปรึกษาด้านบัญชี
มาวันนี้เขากลายเป็นบริษัทมหาชนไปแล้ว
ว่างๆก็ลองให้พวกพนักงานบัญชีเข้าไปค้นหาข้อมูลใน เว็บdharmniti.co.th ดูซิ
ว่ากันว่าไม่รู้จะถามใครเรื่องบัญชีก็สามารถโทรไปถามที่ธรรมนิติก็ยังได้
วุ๊ย...เรื่องฆ่าลูกน้อง ฟ้องนาย ขายเพื่อน(ร่วมงาน) ตักเตือนรุ่นพี่
งานแบบนี้ตัวใครตัวมันแล้วหละยะ ยายหมวยมิน
อย่างไรก่อนจะบอกเจ้านายก็ลองเช็คข้อมูลให้ดีก่อนนะครับ
ว่าเขาประกาศใช้กฏอะไรนี่มานานหรือยัง

เมื่อปี 2543 มีพระราชบัญญัติการบัญชี ฉบับหนึ่ง ประกาศว่า ผู้รับผิดชอบในการทำบัญชีของกิจการที่มีหน้าที่จัดทำบัญชี,
สมุห์บัญชี, หัวหน้าแผนกบัญชี, ผู้รับจ้างทำบัญชีอิสระ, ... ... ในกิจการแห่งหนึ่งจะต้องมีผู้ทำบัญชี 1 คน
และผู้ทำบัญชีจะต้องแจ้งขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อให้เป็นผู้ทำบัญชีของกิจการนั้นๆ ... ฯ
ทีนี้พอผู้ทำบัญชีเขาไปขี้นทะเบียนแล้ว เขาก็จะรู้ว่าเขาจะต้องเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มคนที่เขาเรียกว่า CPD
CPD หรือ Continuing Professional Development นี่แหละจะเป็นกระบวนการที่ทำให้นักบัญชีทันสมัยอยู่ตลอดเวลานะจ๊ะ
ได้ยินว่า หลวงท่านกำหนดเอาไว้ว่า ต้องเข้าอบรมอยู่เนืองๆ
อาจจะเป็น 3 ปี ต้องไม่น้อยกว่า 27 ชั่วโมง และต้องเน้นเรื่องบัญชีอย่างน้อย 18 ชั่วโมง อะไรแบบนี้แหละ
เรื่องรายละเอียดนี้ต้องลองคุยกับผู้จัดการบัญชีดูนะ
ถ้าเขาบอกว่า กรูไม่รู้ ก็ตัวใครตัวมันแล้วหละบริษัทนี้ 555

เรื่องขนมเค้ก
เออ...นึกขึ้นมาได้ว่า ไม่ได้ทานขนมเค้กมาเป็นเดือนๆแล้วนะนี่
ไม่มีใครเกิด ไม่ได้ไปงานวันเกิดใคร เลยไม่ได้หม่ำเค้ก
พรุ่งนี้ต้องหาเรื่องแวะเข้าร้านเค้กซะหน่อย แต่ก็กลัวว่าจะมีมารมาคอยห้ามไม่ให้ซื้อนี่ซิ แย่ๆๆๆ
อยากทานเค้กส้มร้านชัยพฤกษ์ เอ้ย กัลปพฤกษ์ จังเลย

วันนี้มื้อเย็นไปทานดินเนอร์ที่เอ็มเคกับคุณหนู สองคนเท่านั้น
สั่งบะหมี่ 2 ก้อน ไม่ใส่กระเทียมเจียวที่หนึ่งให้ลูกสาว ราดน้ำเป็ดให้ด้วย
และก็อีกที่ของผมใส่กระเทียมเจียว ไม่ต้องราดน้ำเป็ดย่าง
เขาเอามาส่ง 2 จานๆละ 1 ก้อน ราดน้ำเป็ดย่างทั้งสองจาน
เฮ้อ...แทนที่จะเอามา 2 จาน จานละ 2 ก้อน
หรือว่าเฮียจะสั่งอาหารไม่เป็น
เลยให้ไปเปลี่ยนใหม่ เอ้...ไม่ใช่ซิ ให้เอามาเพิ่ม เฮียยอมทานหมี่ที่ทำมาผิด ถือว่าของมันผิดพลาดกันได้
แล้วของที่นำมาส่งใหม่เป็น หมี่ 1 จาน มี 2 ก้อน ใส่กระเทียมเจียว และราดน้ำเป็ดย่าง
แทนที่จะเป็น 2 จาน จานหนึ่งไม่กระเทียมแต่ราดน้ำเป็ด อีกจานมีกระเทียมแต่ไม่ราดน้ำเป็ด
เนื่องจากลูกสาวเป็นคนไม่ทานกระเทียม พ่อเลยต้องเหมาจานที่เอามาใหม่
พอถามเขาว่า หนูจะเอาหมี่อีกก้อนหรือเปล่า จะได้สั่งเขาอีก
ลูกบอกว่า พอเถอะพ่อ หนูปวดหัวแล้วกับเรื่องบะหมี่
คราวหลังเรานั่งคนละโต๊ะดีกว่านะพ่อ
555

คืนนี้ฝนตกพร่ำๆ อากาศน่านอน
สวีทดรีม นะขอรับกระผม

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 25 พฤษภาคม 2554 เวลา:22:37:49 น.  

 




หวัดดีค่ะเฮีย
เจ๊าะแจ๊ะมาจากที่ทำงานค่ะ
เดี๋ยวจะออกไปข้างนอกแล้ว
เมื่อเย็นวานทั้งฟ้าทั้งฝนเลย
ขับรถระวัง ๆ นะคะ
เหนื่อยเหรอ เอาชาเขียวเย็น ๆ สักแก้วไม๊
แต่มินไม่ทานของโออิชินะ
มินชอบชาเขียวของฟูจิค่ะ
เอารสที่ออกหวานนิด ๆ อ่ะ
ไม่ชอบออริจินัีลค่ัะ เหม็นเชียวจ้า ฮ่า ๆ ๆ


โดย: มินทิวา วันที่: 26 พฤษภาคม 2554 เวลา:10:19:06 น.  

 
Mintiva

ตอนนี้ที่บ้านกำลังบ้าดื่มชาขวดกับชากระป๋องยี่ห้อต่างประเทศ
เฮียว่ารสชาดก็งั๊นๆ แต่สองคนแม่ลูก(พวกเจ้าของบ้าน)เขาว่าอร่อยมั๊กมาก
ชาเขียวของฟูจินี่ก็อร่อยนะ ตอนสั่งก็ต้องระวังเหมือนกัน
เพราะเฮียก็ชอบแบบรสหวาน แต่เผลอสั่งแบบรสดั้งเดิมบ่อยๆ

วันนี้ไปทานก๋วยเตี๋ยวหมูสับที่ฟู๊ดแล๋นด์มา (น่าจะเรียกว่า เส้นใหญ่ราดหน้าหมูสับ นะ)
แต่...ว้า...ไม่อร่อยเลย
ใส่หมูน้อย น้ำราดก็ใสเกินไป ไม่ออกหวานออกเปรี้ยว ออกทางจืดๆ
พวกเครื่องทรง อย่างเช่น มะเขือเทศ หอมใหญ่ ...ฯ ก็น้อยนิด
ที่เห็นแถมให้เยอะเหลือเกินก็คือ ผักกาดหอม ให้มากจริงๆ
กลับบ้านมาถามท่านแม่ ได้คำบอกเล่าว่า หมูสับที่ทานมานั้นไม่อร่อยหรอก
เพราะมันไม่ใช่หมูสับ แต่เป็นหมูบดด้วยเครื่อง
และเขาต้องเคี่ยวน้ำซุปที่ใส่หอมใหญ่กับมะเขือเทศนานประมาณ 10 นาที ซึ่งร้านอาหารจานด่วนเขาไม่ทำให้หรอก
ท่านแม่บอกว่า สูตรเดิมของแท้ต้องใส่ผงกะหรี่ด้วย ไม่ใช่ซ๊อสมะเขือเทศ

เมื่อตอนหัวค่ำเกิดเรื่องวุ่นวายที่บ้าน
ท่อประปาหลังบ้านเกิดแตกหัก ก็ไม่ทราบว่าทำไมมันถึงได้หักได้
พวกท่อพวกข้อต่อมันก็ยังไม่เก่ามากนัก
ซึ่งมันน่าจะมีใครไปเหยียบมัน และคนธรรมดาที่ไหนจะไปเดินเหยียบมัน ถ้าไม่ใช่ขโมย
คิดอย่างนี้แล้วก็มีความเป็นไปได้เหมือนกัน
เดี๋ยวนี้ในละแวกบ้านมักจะมีคนแปลกหน้ามาเดินผ่านไปผ่านมาบ่อยๆ
อีกเหตุผลหนึ่งที่เป็นไปได้ (แต่ยากมาก) ก็คือ ตัวบ้านมันแยกออกจากพื้นครัว
แต่ก็นั้นแหละ ไม่น่าจะใช่ เพราะยังมีพื้นที่ให้มันยืดหดได้อีกเยอะ

ปัญหาเรื่องท่อประปากับไฟฟ้าบริเวณหลังบ้านนั้น เกิดบ่อยมาก
อันนี้เป็นเพราะตอนสร้างบ้าน ไม่ทันได้คิดเรื่องครัวที่มี่ควันเยอะๆ
พอสร้างไปได้ครึ่งๆกลางก็อยากได้ครัวร้อน ซึ่งในบ้านจะเป็นครัวแบบอุ่นอาหารมากกว่าทำอาหาร
ผู้รับเหมาเลยเอาพื้นที่ซักล้างหลังบ้านมาดัดแปลงเป็นห้องครัว และห้องซักผ้า-ห้องรีดผ้าให้
สองสามปีแรกก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอปีต่อๆมาถึงเห็นครัวมันแยกออกจากตัวบ้าน
หลังคาก็รั่ว กำแพงก็แยก พื้นก็ทรุด ประตูก็เปิดปิดไม่ได้ ระบบไฟฟ้ารวนไปหมด
จนต้องตัดสายไฟเก่าทิ้ง และเดินสายไฟฟ้าใหม่ (ก่อนที่บ้านจะเกิดเรื่องไฟช๊อตหรือไฟไหม้)
สำหรับครัวนี่ มีเรื่องให้เสียเงินทุกปี เหนื่อยใจจนอยากจะทุบทิ้งอยู่หลายครั้ง
นี่เป็นเพราะเราไม่มีความรู้เรื่องโครงสร้างของบ้าน เลยต่อเติมแบบมั่วๆ
คราวนี้บังเอิญได้ยินเสียงเครื่องปั๊มน้ำมันทำงานไปหยุด ได้ยินมานานเป็นชั่วโมง
เลยออกไปดูหลังบ้าน เลยเจอว่าน้ำนอง และยังมีน้ำพุ พุ่งออกจากข้อต่อท่อประปา
ดีว่าเฮียยังมีพวกเศษท่อPVC ข้อต่อ และกาว เลยสามารถซ่อมเองได้ (เก่งมั๊ยล่า?)
คืนนี้ต้องลุ้นว่า ช่างประปามือสมัครเล่นจะอุดน้ำได้อยู่หรือเปล่า หรือว่าเช้าตื่นมาน้ำจะท่วมบ้าน 555
แต่พรุ่งนี้คงต้องให้ช่างมาดูอีกครั้ง

เดือนนี้ค่าน้ำค่าไฟคงขึ้นอีกแน่
แปลกจังเรื่องค่าไฟฟ้า
เมื่อเดือนก่อนแค่ สี่พัน
แต่เดือนนี้กลายเป็น ห้าพันกว่า
หรือว่าเป็นเดือนเมษายน
เอ้...จำนวนหน่วยไฟฟ้าก็ไม่ได้เพิ่มมากนะครับ
เดือนเมษายนนี่ใครๆก็ว่าค่าไฟฟ้าต้องเพิ่มแน่ๆ
หรือว่าบ้านเฮียไฟมันจะรั่ว แต่ห่วงว่าแอร์มันเก่าทุกตัวเลย มันจะกินไฟมาก
จะทำอย่างไรดี? อยากให้เขามาตรวจมิเตอร์ไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่างๆในบ้าน
ถ้าโทรศัพท์ไปแจ้งการไฟฟ้า คงไม่มาให้บริการฟรีๆแน่เลย
เห็นเขาว่าต้องเสียค่าตรวจเช็ค (ไม่อยากเสียเงิน อ๊ะ)

พรุ่งนี้มีรายการไหว้บรรพบุรุษอีกแล้ว
ต้องตื่นแต่เช้าไปซื้อของที่ตลาดแล้วก็ไปบ้านสาธุฯ
พรุ่งนี้คงได้ทานอาหารดีๆหลายอย่าง
อาหมวยคงไม่ชอบทานไก่ต้ม หรือเป็นพะโล้ กระมัง
เฮียว่าจะทานเผื่ออาหมวยเยอะๆเลยนะ เอาอะไรดีหละ ปลาก็ไม่ชอบใช่ป่าว
เอ้...แววๆว่าจะมีน้ำพริกอ่องดวยหละ อิอิ

นอนหลับฝันดีนะ
เฮียเองอยากฝันว่าไปเล่นน้ำตกจัง ทำไมไม่เคยฝันเรื่องแบบนี้เลยก็ไม่รู้
เรามาฝันว่าไปเล่นน้ำตกดีมั๊ย อากาศมันร้อนอบอ้าวทุกวันเลย

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 26 พฤษภาคม 2554 เวลา:23:00:32 น.  

 
สวัสดีคร้าพี่ชาย ยังไม่ได้นอนเรย อิอิ นั่งรอวันนี้เงิน revenue share ปันผลรายสัปดาห์ออก ตั้งตารอกันไม่หลับไม่นอน อุอุ แต่ช่วงนี้อกหักกันไประนาน ปันผลน้อยลงกว่าแต่ก่อน ^^ ธุรกิจก็มีขึ้นมีลงแบบนี้แหล่ะค่ะ ส่วนร้านแลกเหรียญก็ยังขายได้เรื่องๆ แต่อุปสงค์ กับอุปทานไม่ค่อยสัมพันธ์กัน ปิดรับซื้อเหรียญเข้าร้านมาเดือนสองเดือนแล้วค่ะ เพราะลำพังรายได้บีเองต่อเดือน 25,000$ นี่ทั้งเดือนยังขายไม่ทันหมดเลย รายได้เดือนใหม่มาอีกแล้ว กลุ้ม *_* ลูกค้าช่วงนี้ก็ลำบากหาที่ขายไม่ได้กัน ก็ต้องโอนเงินกลับไทย ที่เรียก bank wire กันไป ห่ือสมัครบัตรกดเงินสด ของเจ้าผู้ให้บริการนั้นๆ แล้วโหลดเงินเข้าบัตรกันเอา สะดวกตรงที่กดเงินที่ตู้เอทีเอ็มได้ทุกตู้ทั่วโลก แต่ทั้งสองแบบนี้ก็มีค่า fee แพงใช้ได้อยุ่ นู๋ยัง งงอยุ่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง อะไรเสียตังค์หรือรู้สึกว่่าไม่คุ้มก็ทู่ซี้ทนทยอยขายไปเรื่อยๆ ไม่รีบใช้เงิน ค่อยๆขายไป อิอิ

ตอนนี้เริ่มคุยกับหุ้นส่วนว่าจะทำเวปไซด์ทำธุรกิจเป็นหลักเป็นฐานเลยอยากมาขอความเห็นพี่ชายจังค่ะ คิดมากหลายเรื่อง เวปที่ทำจะเอาแบบแนว hunsa.com sanook.com เลย คือเป็นเวป search engine และรวมผสมกับเวป tarad.com ที่ให้คนมาเปิดร้านค้าขายของออนไลน์ด้วย มีทั้งแบบเปิดร้านฟรี แบบแพคเกจเสียเงิน และแถมยังรวมผสมกับเวป thaiadpoint.com ที่เป็นกึ่งเวปคลิ๊ก ให้คนมาลงโฆษณากัน มีทั้งคนมาลงโฆษณา หรือคนมาหาเงินจากการคลิ๊ก เพราะหุ้นส่วนมานำเสนอโครงงานว่า ธุรกิจในโลกอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องทำการโปรโมทโฆษณา ไม่ว่าจะขายของ หรือชวนคนมาร่วมทำเครือข่ายด้วย ทุกอย่างก็ต้องใช้โฆษณาและช่องทาง โอเค บีเห็นด้วยและยอมรับ แต่บีก็แย้งว่าคิดน่ะมันง่าย แต่ถ้าจะทำแบบเวปพวกนี้ที่ว่าจริงๆมันไม่ง่ายอย่างที่พูดนี่สิ โดเมนเขาเลือกจดชื่อไว้แล้วชื่อ กระทู้ดอทคอม krathu.com ป้าด ชื่อบีก้อไม่ถุกใจแระ ตั้งไม่น่าสนใจรุย แต่เขาว่างั้นอะไรล่ะก็นึกไม่ออก เขาว่าถ้าให้คนจำง่ายต้องสองพยางค์แบบสนุก หรรษา พันทิพ อารัยแบบนี้ บีนึกไปไกลกว่านั้น ว่าถ้าทำจริงๆต้องจดทะเบียนบริษัท จัดตั้ง หาโนมินี่ชื่อคนมาใส่ให้ครบเจ็ดคนจดบรอษัทอีก ต้องจ้างพนักงานการตลาด นักบัญชี แบบเซียนๆเก่งๆมาทำเรื่องจดทะเบียนบริษัท จัดตั้ง หรือปม้แต่เรื่องสถานที่ โหคิดแล้วเครียด ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะนี่ แล้วบีก็ยังไม่แน่ใจตัวเอง ที่หนีงานบริษัท มาทำอะไรที่เป็นอิสระกับชีวิตตัวเองมาตลอดชีวิต แล้วตอนนี้จะอยากมาเปิดบริษัทเป็นเรื่องเป็นราว ผูกมัดตัวเองไปทำไมน้า ไม่ค่อยแน่ใจ *_* เพราะถ้าตั้งจริงๆขึ้นมาได้ ต้องมาแหกตาตื่นแต่เช้าไปนั่งเปงคุณนายเฝ้าออฟฟิศด้วยรึเปล่า เหอะๆ แค่คิดก็ไม่อสากแล้ว แต่ถ้าที่คิดมันสามารถทำได้โดยใช้แค่ที่ตั้งปลอมๆ ไม่ต้แงมีออฟฟิศแบบบีเปิดร้านอแนไลน์ก็โอเคอยู่ แต่จะขายโฆษณายังไงก็ต้แงมีคนนั่งเฝ้าโทรศีพท์ ติดต่อลูกค้าอ่ะเน๊อะ ^^ แต่ถ้าที่คิดนี่ทำได้ ก็จะเผ็นรายได้ที่ยั่งยืน มั่นคงไปอีกนานแสนนาน สร้างรายได้ให้เป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว ได้เสียภาษีให้ประเทศกันจริงๆก็งานนี้แหล่ะ 555 (เดี๋ยวทางเลี่ยงภาษี หรือลดหย่อนค่อยคิดอีกที อิอิ) พี่ชายมีข้อปนะนำ คิดเห็า เสนอแนะ ติลม อะไรมั้งมั้ยคะ ตอนนี้มึนไปหมดแล้ว งุงิ *_*

คิดถึงนะคะพี่ชาย จุ๊ฟๆๆๆ กินคัพโจ๊กเสดแร้ว เดี๋ยวเดินทางกลับเยาวราชสายๆ เยนๆไปเมืองทอง ชีพจรลงเท้ามาก อิิอิ


โดย: Beee IP: 110.49.172.191 วันที่: 27 พฤษภาคม 2554 เวลา:6:29:27 น.  

 



good evening ค่ะเฮีย
โดนมีดบาดที่ปลายนิ้วอ่ะ ปวดตึบ ๆ ๆ เลย
ไม่อยากแปะปาสเตอร์ กลัวมันอับอ่ะค่ะ
เมื่อคืนฝนตกหนักมากแถวบ้านมิน
ทั้งฝน ทั้งฟ้า แถมพายุ ไฟดับอีก 3 ชม.
ถ้าไม่มีเครื่องสำรองไฟของคอมพ์
สงสัยเจ๊งอีกแน่อ่ะค่ะ น่าเบื่อที่สุดกับเรื่องนี้

เฮีย พอจะรู้ไม๊คะ ว่าเราจะหาซื้อไฟฉาย
แบบที่เป็นแสงฟูออเรสเซ่น อ่ะ ที่สามารถเปิดได้นาน ๆ เป็น ชม. ๆ ได้ที่ไหนคะ
เวลาไฟดับมินจะได้มีไฟฉายเป็นเพื่อนค่ะ

เหมือนมินเลยอ่ะ เอาอีกแล้ว เมื่อเดือนก่อน
เปิดน้ำสายยางเอาไปใส่กระถางบัวตรงหน้าบ้าน
ได้ยินเสียงโทรศัพท์ เลยวิ่งเข้าบ้านมารับ
คุยโทรศัพท์นานมาก พอคุยเสร็จก็ลืมไปว่าเปิดสายยางทิ้งไว้
เปิดมันอยู่แบบนั้นทั้งคืน ตอนเช้าก่อนไปทำงาน
อาบน้ำยังสงสัยว่า ทำไมน้ำวันนี้มันไม่แรงนะเนี่ย ไหลอ่อย ๆ
กลับมาบ้านตอนเย็นน้ำท่วมทั้งสนามหญ้า ทั้งส่วนที่เป็นหินล้างโรงรถ
โอว..แม่เจ้าลมจับ เลยค่ะ..เล่นน้ำซะหมดแท๊งค์เลยมิน 1500 ลิตรนะคะ
แถมปั๊มคงทำงานหนักทั้งวันแน่ ๆ ปั๊มไม่เสียก็ดีเท่าไรแล้วอ่ะนะ
เสียค่าสมองฝ่อเพราะลืมปิดน้ำไป 790 บาท ปกติเสียค่าน้ำไม่เคยเกิน 450 บาทค่ะ

ค่าไฟเดือนที่แล้วมินก็เสียเยอะกว่าปกติค่ะ
ปกติจะอยู่ในราว ๆ พันปลาย ๆ เกือบ 2 พัน ไม่เกิน 2200
เดือนที่แล้วกดไป 3 พันพอดี เฮ๊อ..มันเอฟทีบ้าบอคอแตกไรไม่รู้
แอร์หลายตัวก็จริง แต่เปิดอยู่ตัวเดียวห้องเดียว ทั้งบ้านอยู่คนเดียวนี่นา..
เดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้ใช้ตู้แช่แล้ว เมื่อก่อนชอบทานไอติมขนาดซื้อตู้มาแช่เลย คิดดูจิ ฮ่า ๆ ๆ
เดี๋ยวนี้ ก็ยังชอบนะคะ แต่ ไม่ซื้อเยอะขนาดนั้นแล้วอ่ะ
สมัยก่อนบางทีหลานมานอนค้างที่บ้านค่ะ เพราะเค้าเรียนธรรมศาสตร์อ่ะ

แต่ ก็อ่ะนะ บางทีเสาร์ อาทิตย์ ถ้ามินไม่ได้ไปไหน มินก็เปิดแอร์ในห้องไว้ตลอด
แต่ตัวออกมานั่งลอยหน้าอยู่หน้าคอมพ์นอกห้องอ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ก็ บางทีร้อน ๆ ก็เดินเข้าไปชื่นใจ เย็นฉ่ำในห้องซักครู่ใหญ่ ๆ ก็มีค่ะ ฮ่า ๆ ๆ

ฮือ ๆ ๆ เอานิ้วชี้ซ้ายจิ้มคอมพ์ไม่ค่อยได้เลยอ่ะ
ยังปวดอยู่เลยค่ะ ไปหาปาสเตอร์มาพันก่อนดีกว่านะคะ
เห็นปาสเตอร์ที่บ้าน แล้วอยากเอามาพันนิ้วเล่นค่ะ
เพราะลายมันน่ารัก ๆ ทั้งนั้นเลย มีลายการ์ตูนสโนไว๊ท์ด้วยนะคะ ฮ่า ๆ ๆ
มีลายไดโนเสาร์ด้วย คิตตี้ ก็มี เชื่อยังว่ามินอ่ะ
อายุกับความชอบไอ้พวกคิขุ ๆ ๆ เนี่ย มันสวนทางกันสุด ๆ เลยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ

เดี๋ยวอาจเข้ามา goodnight อีกรอบ นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 27 พฤษภาคม 2554 เวลา:17:52:49 น.  

 



เข้าห้องนอนก่อนนะคะ
พรุ่งนี้ต้องไปงานทำบุญที่บริษัทฯ แต่เช้าค่ะ
เฮีย ฝันดี นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 27 พฤษภาคม 2554 เวลา:19:47:15 น.  

 
BeeeBU

ฮาหลู...นู๋บี

นี่ขนาดขาลงยังได้ตังค์เดือนละสองหมื่นห้าพันเหรียญเลยนะครับ
พี่คิดว่าธุรกิจแลกเงินมันก็เป็นแบบนี้แหละ
ถ้าเอาความเสี่ยงสูงก็ได้เงินเยอะ
ถ้าเลือกเอาความมั่นคง กดเงินที่ไหนก็ได้ทันที อันนี้ก็ต้องโดนค่าธรรมเนียม
ดังนั้นมันก็คงจะมี 2 ระบบแบบนี้ไปอีกนานแสนนาน

มาอีกแล้ว Bank Wire
แหมมาแนะนำศัพท์ใหม่ให้ศึกษาอีกแล้ว
ดีเหมือนกัน เลยได้รู้จักคำว่า CashX กับ Bank Transfer อีกคำ
ว่าไปแล้วพวก ThaiAsteriaClub นี่เขามีอะไรที่ล้ำสมัยมากๆเลยนะ

เรื่องทำมาหากินด้วย Web
คงให้ความเห็นอะไรมากมายไม่ได้หรอก เพราะหมดไฟไปนานแล้ว
เมื่อก่อนก็เคยลองเข้ากลุ่มกับเพื่อน
ว่าจะ ว่าจะ ทำเว็ป E-Learning เพราะโรงเรียนกวดวิชา มันก็เรียนกับจอทีวีแทบทั้งนั้น
เราเอามาเซฟเป็นไฟล์ mp4 แล้วให้สมาชิกเข้ามาเรียน เข้ามาอ่าน คิดเงินราคาไม่แพง
เด็กๆก็ไม่ต้องเดินทางไปโรงเรียนกวดวิชาหลังเลิกเรียน พ่อแม่ไม่ต้องไปรับดึกๆมืดๆ
เรียนที่บ้าน เรียนเมื่อไหร่ก็ได้ เรียนซ้ำๆได้ แถมยังมีสอบวัดผล เผลอๆให้เป็นเงินรางวัลให้เขาอีกด้วย
แต่ก็คิดแบบนู๋บีนี่แหละ ต้องมี office ต้องจ้างคน ต้องมีทีม คิดไปคิดมาปวดหัวมากกว่าสบายใจ
เลยล้มเลิกการทำธุรกิจแบบนี้ไป ตอนนี้มีคนเขาออกมาทำ รวยเป็นเศรษฐีไปหลายรายแล้ว
แต่อย่างว่า มันก็ต้องเหนื่อยแบบแสนสาหัสนั้นแหละ ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆหรือฟลุ๊กๆหรอกน่า

เท่าที่เห็นดีเห็นงามตอนนี้ก็เป็นพวกเว็บขายของ เว็บประมูล และมีการให้โฆษณา แบบนั้นแหละ
เรื่องประมูลของบน internet ตอนแรกคิดว่ามันไม่น่าจะเวิร์ค
แต่พอได้ไปลองศึกษากับสภาพการทำธุรกิจจริงๆ มันก็ดำเนินของมันไปได้
คนซื้อ คนขาย เขาหาทางส่งของให้กัน โอนเงินให้กันเอง ...ฯ
ถ้าเราเอาระบบแลกเงินมาใช้ พวกเขาคงชอบใจนะ (ไม่ต้องไปโอนที่ธนาคาร)

ชื่อเว็บเหรอ...
ใช่มันต้องสั้นๆแต่เร้าใจ
คนที่แนะนำมาเขาเก่งนะ
เพราะนิสัยมนุษย์สมัยใหม่นี่ ชอบอะไรที่ย่อๆ
อย่างประเทศ Australia มันยังเรียกว่า Aussie เลย
ทีนี้ โจทย์นี้ เราต้องแยกออกเป็น 2 แนวคิด
คือ ชื่อไทย หรือชื่อสากล
หรือถ้าจะเอาตรงกลางก็คงต้องเป็นชื่อไทยที่ฝรั่งเกินครึ่งโลกรู้จัก
เช่น ส้มตำ สวัสดี(เอ้..ยาวไปมั๊ย)
เรื่องชื่อ ตอนนี้ยังคิดไม่ออก ถ้าคิดออกก็จะไม่เขียนในนี้ คง eMail ไปให้พิจารณา

มีเรื่องจะโม้
คนไทยนี้มีเรื่องการใช้ภาษาพูดแปลกอยู่อย่างหนึ่ง
อันนี้มองนอกกรอบนะ คือว่า คนไทยพูดภาษาฝรั่งแล้วฝรั่งส่ายหน้า
ที่ส่ายหน้าคือไม่รู้ว่าเราหมายความว่าอะไร
แต่คนไทยกลับคิดว่า ฝรั่งมันเป็นอะไรถึงไม่เข้าใจ
อ้า...คำพวกนี้ได้แก่คำอะไรนะ (คำพวกนี้ติดหูเร็วดีนะ)
ได้แก่.....ตึ่ง ตึง ตึ๊ง

Freshy หรือ Shi
คำนี้คนไทยใช้เรียกนักศึกษามหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 1
พวกฝรั่งจะใช้คำคล้ายๆกันคือ freshman หรือ fresher

Xerox
คนไทยบอกว่า ถ่ายเอกสาร ด้วยคำว่า ไปซีร๊อค
ฝรั่งรุ่นใหม่ๆงงว่า ซีร๊อค นี่คืออะไรหว่า เผลอๆอาจจะได้ยินว่า sea-rock

In Trend
คนไทยพูดจนติดปากว่า อินเทร็นด์ ซึ่งหมายความถึง การทันสมัย ทันยุค ทันแฟชั่น
แต่ฝรั่งเขาพูดว่า fashionable หรือ trendy

Jam
เวลาที่เราจะไปสุมหัวหรือเข้าก๊วนกับใคร เราจะพูดว่า แจม ซึ่งเราคิดว่า ร่วมด้วยช่วยกัน
แต่ฝรั่งจะมึนตึบ เพราะเขาใช้คำว่า paper jam ซึ่งหมายความว่าของมันติดกันจนงานเจ๊ง
และคนไทยก็ไม่ค่อยทราบว่า คำว่ารถติดนี่ ฝรั่งจะบอกว่า traffic jam

Second Hand
ของมือสอง คนไทยเรียกทันทีว่า เซ็คกั้นแฮนด์
ฝรั่งงงว่า ทำไมคนไทยเรียกว่า มือที่สอง
เพราะของใช้แล้ว เช่น รถยนต์ ก็จะเรียกว่า used car

เอ้า...พอดีคิดได้บางคำ แต่ว่าไม่ดีหรอกนะ เช่น
กะเพรา
ปฐม หรือ ประถม
สะอาด
ไหมไทย
สิงโต
ยิ้มแย้ม

พอดีกว่า 555

ref: fuchsia BeeeBU


โดย: zoomzero วันที่: 27 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:53:42 น.  

 
Mintiva

กู๊ดอิเว็นนิ่งจ้า

เออ...เมื่อสองวันก่อน คุณหนูเขาก็เอากรรไกรมาตัดปลายนิ้วโป้งหลุดหายไป
จะพาไปเย็บแผลก็ไม่ได้เพราะมันไม่ใช่มีดบาด
เลยทำแผลกันแบบธรรมดา
คือใช้น้ำเกลือแบบที่ใช้ล้างแผลล้าง ใส่ยาแดงที่เรียกว่า เบตาดีน
แต่เลือดไหลไม่ยอมหยุด
เลยต้องใช้สำลีอุดไว้ก่อน รอประมาณ 1 ชั่วโมงก็ค่อยมาทำแผลอีกรอบ
คราวนี้เอาน้ำแข็งใส่น้ำเกลือแบบเดิม ใส่ถ้วยเล็กๆ แล้วเอานิ้วจุ่มแช่ ให้สำลีละลาย
พอสำลีคลายตัวออกเลือดก็ยังไหลอยู่อีก ก็เลยต้องใส่ยากับสำลีแล้วเอาพลาสเตอร์ปิดให้แน่น
ตอนเช้าทำแผลกันอีกทีก็ยังมีเลือดออก แต่ไม่มากเท่าไหร่ ซึ่งรู้สุกว่าต้องหาพลาสเตอร์ยาดีกว่านี้
สายๆเลยแวะห้างฯ ไปแผนกขายยา เขาแนะนำให้ซื้อตาข่ายแบบนิ่มๆแทน
เอ้...ชื่ออะไร จำได้ว่า Wound Dressing ยีห้อ SoS มั๊ง
พอดีซองที่ใส่ มันอยู่ในห้องคุณหนูเขา
คือว่ามันเป็นเหมือนขี้ผึ้ง เป็นตาข่ายถี่ๆ มีกระดาษไขประกบสองด้าน
คำอธิบายคือ Waterproof and Transparent with absorvent pad
เวลาจะใช้ก็ตัดออกมาจากแผ่นกาวชิ้นใหญ่ (เขาขายชนิดแผ่นใหญ่ให้ ความจริงมีหลายขนาด)
แล้วลอกเอากระดาษไขทั้งสองด้านออก
จากนั้นก็พันด้วยผ้าพันแผลแบบตาข่ายสีขาวหนะ(ผ้าก๊อซ) แล้วใช้เทป(ไมโครปอ)พันแผลปิดรอบนิ้วอีกที
ต้องระวังไม่ให้โดนน้ำ ตอนเย็นก็ทำแผลอีกที
พอวันรุ่งขึ้น แผลแห้งดีมากๆ แปลว่าไม่โดนน้ำมันจึงไม่เน่า
เจ้าตาข่ายขี้ผึ้งที่เขาแนะนำมานี้ ใช้ดีมาก
แผลไม่ติดกับผ้าพันแผลเลย
อันนี้ไม่ใช่พลาสเตอร์แบบกันน้ำแบบเก่านะ
อันนั้นกันน้ำได้ แต่ใช้กับแผลที่ต้องปิดไม่ให้โดนอากาศเลย
ได้ยินข่าวมาว่า ในญี่ปุ่นเขามีพลาสเตอร์แบบใหม่ขายดีและล้ำยุคมาก
เป็นเยลใส ไม่ใช่พลาสเตอร์แบบแต่ก่อน
เขาเอาเยลทาแผล พอมันแห้งมันจะกลายเป็นฟิลม์บางๆ กันน้ำได้ มีสารฆ่าเชื้อโรคด้วย
ยี่ห้อ Coloskin หลอดหนึ่งก็ประมาณ สามสี่ร้อยบาท ไม่รู้ว่าเมืองไทยมีขายหรือเปล่า
เพิ่งจะสังเกตว่า ราคาพลาสเตอร์ปิดแผล เดี๋ยวนี้ไม่ใช่บาทหรือสองบาทอีกแล้ว

มีเรื่องอยู่เรื่องที่พวกเราคนไทยมักจะละเลย
คือเรื่อง การปิดน้ำ ปิดไฟ ปิดแก๊ส ในอาคารบ้านเรือน
เรื่องเตาแก๊สตอนนี้มันมีระบบวาล์วนิรภัย ซึ่งปลอดภัยมากพอสมควรแล้ว
แต่เรื่องน้ำรั่วนี่ เรามักจะคิดว่ามีที่ปิดเปิดอยู่ตรงมิเตอร์น้ำหน้าบ้าน
แต่จริงๆแล้ว ถ้าเรายอมลงทุนอีกนิด ให้เขาเดินท่อประปาในบ้าน
เป็น 3 ทิศทาง คือ นอกบ้าน ในบ้านชั้นบน ในบ้านชั้นล่าง
โดยทำเป็นวาล์วปิดเปิดแยกเอาไว้ในบ้านเลย
พอมีปัญหาอะไรก็ไม่ต้องออกไปนอนบ้าน
แถมยังปิดน้ำได้เป็นจุดๆ เพราะถ้าอย่างกรณีน้ำรั่วชั้นล่าง
เราไปปิดน้ำระหว่างรอช่างมาซ่อมแค่ชั้นล่าง
บนบ้านก็ยังมีน้ำอาบน้ำใช้ นอกบ้านก็มีน้ำรดต้นไม้ ล้างของ หรือซักผ้าได้
พวกบ้านที่มีถังน้ำสำรองนี่ก็ดีที่คิดเผื่อวันที่น้ำหยุดไหลหลายวัน
ส่วนไฟฟ้าก็เหมือนกัน ถ้าแยกเป็นชั้นบนชั้นล่าง และใส่เบรคเกอร์เป็นห้องๆ
เวลาเกิดปัญหาไฟช๊อตไฟรั่วจะได้ปิดเป็นส่วนๆไป
และการที่ไม่อยู่บ้านหลายๆวัน ก็สามารถตัดไฟ ตัดน้ำ
เหลือไว้แต่ไฟหน้าบ้าน ซึ่งควรจะเป็นแบบสวิทช์ตั้งเวลา หรือสวิทช์แสงแดด
เพราะขืนปล่อยให้บ้านมืดตึดตื๋อ 2-3 วัน จะมีคนปีนเข้ามาสำรวจ

มาที่เรื่องไฟฉาย
อาหมวยถาม หมายถึง ไฟฉุกเฉิน ใช่หรือเปล่า?
แบบตามโรงแรม อพาร์ทเม็นท์ เขาใช้ตอนไฟดับ แล้วมีนีออนสว่างประมาณ 3 ชั่วโมง ใช่มั๊ย
มันมีรายละเอียดให้เลือกหลายแนวเหมือนกันนะ
อย่างแรก ชนิดของแบ๊ตเตอรี่ ซึ่งก็เหมือนรถยนต์ แต่เขาว่าเอาแบบไม่ต้องเติมน้ำกลั่นนั้นดีที่สุด
ส่วนหลอดไฟก็มีแบบ 1, 2, หรือ 3 แบบที่เป็นหลอดนีออนเล็กๆนี้ไม่แน่ใจนะ แต่เขานิยมแบบ 2 หลอดไฟ
หลอดไฟก็มีแบบ INCAN และ Halogen เรื่องนี้เฮียรู้จักแต่หลอดฮาโลเจนเพราะไฟมันสว่างดี
เรื่องหลอดไฟ อย่าคิดมาก ขอให้มันมี 2 อัน เผื่อมันขาดไปหลอดหนึ่ง จะได้เหลืออีกหลอด
ราคาประมาณ 1,000 บาท
เฮียไม่ทราบว่ายี่ห้อไหนดี แต่อาหมวยสามารถค้นหาในเน็ทได้
และทางที่ดี เวลาไปโรงแรมหรูๆ คอนโดแพงๆ หรือโรงพยาบาล ก็ลองมองยี่ห้อดู

ส่วนแบบที่เป็นหลอดฟลูออเรสเซนต์
เขามีอุปกรณ์ต่อระหว่างไฟบ้านกับหลอดนีออน
แค่เอามาขวางกระแสมัน เหมือนพวก ups ของคอมฯ
สามารถจ่ายไฟเลี้ยงหลอดนีออนขนาด 36 watt ได้นาน 140 นาที
ยี่ห้อ Leonics หรือ Smartlight นี่แหละ
เฮียไม่เคยใช้ แต่คิดว่ามันดีตรงที่ติดตั้งแล้วใช้กับหลอดไฟที่เราใช้ประจำดวงไหนก็ได้
อาจจะเป็นหลอดไฟกลางห้องนอนได้เลย

เมื่อก่อนที่บ้านเฮียใช้ไฟฉายที่เป็นหลอดนีออนขนาดเล็ก ยาวประมาณ 1 ฟุต
มีคนเขาซื้อมาให้ตอนขึ้นบ้านใหม่ ใช้เสียบปลั๊ก ชาร์จไฟแบบมือถือ พอไฟเต็มมันจะมีตัวบอก
เวลาใช้ก็เอาไปเปิดได้นานเป็นชั่วโมง ถ้าไฟหมด ก็สามารถใช้ถ่านไฟฉายแทนได้
แต่ใช้ถ่านก้อนใหญ่ตั้ง 6 ก้อน ตอนหลังหลอดมันไม่ติดเลยชั่งกิโลขายไป
ว่าจะซื้อใหม่อยู่หลายที แต่ก็ลืม

ทุกวันนี้เฮียใช้ไฟฉายแบบที่เอามือบีบๆๆๆปั่นไฟได้เอง ไม่ต้องใช้ถ่าน
หลอดไฟรุ่นใหม่เป็นแบบ LED เล็กๆหลายๆหลอด แสงมันจะสว่างมากกว่าหลอดแบบเก่ามาก
ราคาอันละ 60-70 บาท เฮียซื้อจากร้านขายของที่กรมขนส่ง
ตอนไปต่อทะเบียนรถยนต์ทีก็จะแวะไปหาอาเฮียร้านนี้ (อยู่ข้างในขนส่ง พหลโยธิน)
ถ้าซื้อ 10 อันเขาเหมาให้ในราคา 500 บาท ตอนซื้อจะต้องลองทุกอัน
เฮียก็จะตอกตะปูหน้าห้องทุกๆห้องทั้งด้านนอกและด้านใน
เอามาไฟฉายแบบปั่นไฟเองนี่แหละแขวนมันทุกประตู (โจรมันมาเจอคงชอบใจ)
เวลาไฟดับ ไม่ต้องห่วง เพราะมันจะมีไฟสำรอง เราเปิดได้เลย
แค่เปิดแล้วก็ปั่นๆๆๆๆๆๆ เปิดไฟเอาไว้ ประตูห้องก็จะสว่าง
หรือจะเอามากองบนหัวเตียง 4-5 อันแล้วเปิดไฟ แค่นี้ห้องก็สว่างมองอะไรเห็นชัดพอสมควร

ถ้าใช้ iPhone เขามี application ไฟฉาย แสงมันสว่างมาก
และเขายังมี battery เสริมพลังงาน ทำออกมาขาย ก็แค่เอามาต่อก้นของ iPhone อีกที
มันก็เป็น batt สำรองอีกอันนั่นแหละ

ถ้าที่บ้านมีเครื่อง ups ใช้กับคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว
ก็แค่ไปหาซื้อโคมไฟฟ้าอ่านหนังสือที่เป็นนีออนเล็กๆ
พอไฟดับก็เอาไฟฉายอันเล็กๆ เปิดนำทาง เพื่อเอาปลั๊กไฟอ่านหนังสือ
มาเสียบแทนคอมพิวเตอร์ (อย่าเปิดคอมนหละ)
แบบนี้ก็เป็นไฟสำรองสว่างไสวได้แล้ว
แต่ต้องแน่ใจว่า ups ตัวใหญ่ปานกลาง น่าจะเป็น 10kVA กระมัง

อาหมวยอยู่บ้านคนเดียว
น่าจะใช้ไฟสำรอง แบบไฟฉุกเฉินตามโรงพยาบาลหรืออพาร์ทเมนท์จะดีกว่า
แต่จะไม่มีแบบว่า สว่างได้เท่ากับไฟบ้านหรอกนะจ๊ะ คงได้แค่หลอดไฟคู่เท่านั้น

เมื่อเช้าไปทำบุญถวายสังฆทาน มีข้าวหน้าเป็ด 30 ห่อ
ผ้าไตร กระป๋องสังฆทาน ดอกไม้สดจัดเป็นแจกันใหญ่ เค้กสองปอนด์
ได้อุทิศส่วนกุศลให้บรรดาญาติผู้ใหญ่ทั้งหลายของอาเจ้เค้า
และก็มีแบ่งมาให้ปะป๋า 2 คนของเราด้วยนะ
ตอนกลางวันก็มีตั้งโต๊ะไหว้กันที่บ้านอีกรอบ
หลังจากเผากระดาษก็หม่ำกันเลย
อาหารก็มีรวมมิตรทะเลผัดพริกไทยอ่อน พะโล้ไก่
ขนมจีน แกงไก่ยอดมะพร้าว ปลาทับทิมทอด
น้ำพริกกะปิกับปลาทูทอด (ไม่มีน้ำพริกอ่อง) ผักต้ม มัสมั่นไก่
ทอดมันกุ้ง ซี่โครงหมูทอด หมูอบ กระเพาะปลา ซาละเปา ขนมจีบ
และข้าวเหนียวมูน ราดน้ำกะทิทุเรียน
เมนูอะไรก็ไม่ทราบนะ แทบจะไม่มีผักเลย นี่ขนาดคิดกันมานานหลายสัปดาห์แล้วนะ
ทั้งหมดนี้มีแค่ผักต้มจานเล็กๆเท่านั้นเอง
เฮียทานเผื่ออาหมวยทุกอย่างนะขอรับ

ฝนตก ฟ้าผ่าเปรี้ยงๆ
ไม่รู้ว่าคนนอนหลับจะสะดุ้งตกใจตื่นหรือเปล่า
ขอให้หลับฝันดีก็แล้วกัน
GoodNight

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 27 พฤษภาคม 2554 เวลา:23:44:02 น.  

 
src=//fc07.deviantart.net/fs70/i/2011/134/4/5/my_world_and_welcome_to_it_by_phatpuppy-d3gau6d.jpg>


morning ค่ะ
เดี๋ยวขอรีบออกไปก่อนนะคะ
วันนี้ทำบุญที่บริษัทฯ ค่ะ


โดย: มินทิวา วันที่: 28 พฤษภาคม 2554 เวลา:5:30:46 น.  

 


ทำไมรูปเมื่อกี๊ มันไม่ขึ้นก็ไม่รู้ค่ะ


โดย: มินทิวา วันที่: 28 พฤษภาคม 2554 เวลา:5:32:01 น.  

 
วันนี้ไปทำบุญและทานของอร่อยมา
ไว้จะมาเล่าต่อ
แค่อยากมาทักทายก่อนคนสวยจะไปนอน อิอิ

ว้า...ใกล้วันหมดอายุสมาชิกอีกแล้ว


โดย: zoomzero วันที่: 28 พฤษภาคม 2554 เวลา:17:08:40 น.  

 
Mintiva

วันนี้ ตื่นนอนสายยยยย
ไม่อยากออกไปซื้ออะไร ไม่อยากหุงหาทำอาหารกันเลย เป็นเสาร์ที่ขี้เกียจมาก
เลยเอาต้มกระเพาะปลาน้ำเหนียวๆที่เหลือจากไหว้บรรพบุรุษเมื่อวาน ออกมาอุ่นไม่โครเวฟทานกัน
อากาศวันนี้ยังร้อนอบอ้าวเหมือนๆกับเมื่อวาน
แค่รดน้ำต้นไม้ก็เบื่อแล้วหละ ไม่อยากทำอะไรเลย อาบน้ำนอนเปิดแอร์ดีกว่า

พอเที่ยงกว่าๆก็นึกอยากไปทำบุญไหว้พระ
เมื่อวานคุณหนูไม่ยอมกลับบ้าน ดีไปอย่าง ไม่ต้องงอ
เด็กคนนี้ยิ่งโตยิ่งไม่ยอมเข้าวัด เอาแต่เข้าห้างฯ กับอาร์ซีเอ
เอ้...ไปไหนดี
อ้อ...เมื่อวานก่อนโน้น...มีคนบอกว่าได้ไปทานก๋วยเตี๋ยวฝีมือคุณแม่มา
วันนี้เลยไปหาก๋วยเตี๋ยวเรือทานดีกว่า
ครั้นจะไปรังสิต โกฮับก็ตายไปนานแล้ว อิอิ ไม่ใช่ รถมันติดมากต่างหาก
ว่าแล้ว ตัดสินใจ ไปทางด่วนพิเศษ บางนา-บางปะอิน แต่ไม่ได้อยากไปอยุธยาหรอกจ๊ะ
พอจ่าย 30 บาท ตรงด่านลำลูกกา ก็ชิดซ้ายลงเข้าสู่อำเภอธัญบุรี มุ่งหน้านครนายก
มุ่งหน้าทางทิศตะวันออก ไปยังคลอง 7
พอกลับรถแล้ว ก็เลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานข้ามคลองไปนิดหน่อย ลงสะพานแล้วเลี้ยวขวา

ร้านนี้เลยครับ ก๋วยเตี๋ยวเรือสองพี่น้อง (อยู่หน้าหมู่บ้านดิสคอฟเวอร์ คลอง7)
ที่เลือกร้านนี้ เพราะอย่างแรก เขายังรักษาแนวเดิมๆหลายๆอย่างของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือในย่านธัญบุรี
คือไม่ใช่เรือลำเล็กๆนะจ๊ะ นั่นมันก๋วยเตี๋ยวเรือรังสิตยุคดั้งเดิม ที่คนขายพายเรือมาขายตามคลองต่างๆ
แต่ก๋วยเตี๋ยวเรือรังสิตอีกรุ่นนี่ เขาใช้เรือลำใหญ่ๆ เอามาดัดแปลงเป็นร้านอาหารลอยน้ำ
ก๋วยเตี๋ยวก็จะเป็นทั้งหมูและเนื้อวัว บนโต๊ะจะต้องมีหนังหมูทอด และจานใส่ถั่วงอกดิบและใบโหระพา
เสน่ห์ของเขาจะอยู่ที่จะต้องมีหมูสะเต๊ะ น้ำอ้อยสด และขนมถ้วย(กะทิ)โบราณ นำมาเสนอขายด้วย
ร้านนี้จำได้ว่าเมื่อก่อนมีทุกอย่างที่เป็นฟอร์แม็ตเหมือนๆร้านก๋วยเตี๋ยวบนเรือใหญ่ในคลองนี้
แต่วันนี้ไปแล้ว เจอการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย ไม่มีหมูสะเต๊ะ ไม่มีน้ำอ้อย แต่อย่างอื่นยังคงมีเหมือนเดิม
แต่ก็จะไม่ได้นะว่า เมื่อก่อนเขามีหมูสะเต๊ะหรือเปล่า หรือว่าจะผิดร้านก็ไม่รู้นะ
พวกน้ำหรือเครื่องดื่มนี้ ก็ยังมีโอเลี้ยง ชาดำเย็น ชามะนาว และตอนนี้ก็มีน้ำผลไม้เป็นขวดๆ เช่น ฝรั่ง มะตูม ฯ
นอกจากหนังหมูทอด(แค็บหมู) ก็ยังมีหนังปลาทอดมาเสริม รสชาดอร่อยดีจัง

ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือสองพี่น้อง ร้านนี้จะแตกต่างจากร้านก๋วยเตี๋ยวในย่านเดียวกันอยู่หลายเรื่อง
เช่น เขามีก๋วยเตี๋ยวปลา มีสเต็กด้วยนะ (หมู, เนื้อ, ปลา)
เย็นตาโฟก็มีนะ และหมูก็มีทั้งแบบเนื้อสดๆ ลูกชิ้น เครื่องใน กระดูกซี่โครงอ่อน และหมูตุ๋น
แถมเขายังดักเจ้าพวกที่ไปถึงร้านแล้วบอกว่าไม่อยากกินก๋วยเตี๋ยวด้วยการมีข้าวหน้าเป็ดอีกด้วย

วันนี้ไปกันสองคนกับอดีตคนเคยเป็นกิ๊ก
อยากทานไปหมดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแห้ง น้ำ เส้นหมี่ เส้นเล็ก ฯ
เลยตกลงว่าจะสั่งก๋วยเตี๋ยวมา 4 จานแล้วแบ่งกันทานทั้งหมด
เลยสั่งที่มีเครื่องในหมู 1 ชาม
ที่มีซี่โครงอ่อนต้มก็ 1 ชาม
ที่เป็นหมูน้ำตกใส่ทุกอย่าง 1 ชาม
ชามสุดท้าย ตอนแรกจะเป็นเย็นตาโฟ แต่เฮียขอร้องว่าอยากทานเนื้อวัวมาก
คุณเธอเลยยอมให้สั่งน้ำตกเนื้อรวมทุกอย่างมาอีก 1 ชาม แต่ห้ามเอาช้อนมาตักเนื้อวัวมาตักชามอื่น
(ไม่รู้ว่าอาหมวยชอบทานอะไร เลยไม่ได้ทานเผื่อ 555)

วันนี้ขนมถ้วยหมดพอดี เพราะเป็นวันหยุดขายดีครับ
มีน้ำแข็งและน้ำอัดลมอีกสองขวดใหญ่
อากาศร้อนนิดๆ มีลมเย็นในคลอง และหลังคาทีการทำฝนเทียมจากน้ำในคลอง
หมดเงินไปไม่ถึง 200 บาท (แต่ค่าน้ำมันกับค่าทางด่วนหลายร้อยนะจ๊ะ)

ย้อนออกมาถนนใหญ่ เจอร้านขายไอติมข้างถนน กับข้าวหลาม
แหมกำลังเผ็ดปากกันอยู่พอดี เลยแวะซื้อ 2 ถ้วยๆละ 20 บาท ใส่ถั่วและราดนมสดให้ด้วย
มียี่ห้อด้วยนะ เขียนว่า ไอติมลุงสิทธิ์ อร่อยเข้มข้นดี ทานแล้วหายเผ็ดร้อนจากก๋วยเตี๋ยวได้ดีมาก
ส่วนข้าวหลามไม่ได้ซื้อมา เอาไว้ไปหนองมนหรืออ่างศิลา ดีกว่า

ก่อนจะถึงทางด่วนขากลับ ก็แวะวัดมูลจินดาราม
วัดนี้ใครที่ผ่านเส้นทางบางนา-บางปะอิน ถ้าขาไปสระบุรีหรืออยุธยา
จะเห็นด้านซ้ายมือเป็นวัดที่มีพระยืนองค์ใหญ่
เฮียนั่งรถยนต์ผ่านไปมาสมัยไปเยี่ยมญาติที่โคราชกับบุรีรัมย์ เห็นมานานแล้ว แต่ไม่เคยแวะเข้าไปเลย
วัดนี้สมัยกรณีวัดธรรมกาย เป็นวัดที่มีชื่อลงหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งบ่อยมากๆ
วันนี้คงไม่มีใครนำไปโยงกับวัดนั้นอีกแล้วหละ

บรรยากาศในวัด ไม่ค่อยสุนทรีย์ ทั้งๆที่มีผู้คน ร้านค้า และสิ่งก่อสร้าง
ทางเข้าวัดดูแปลกๆ พอหาที่จอดรถได้ข้างๆศาลาพระบรมรูปจำลองของ ร.๕
มองหาพระองค์ใหญ่ไม่เจอ เพราะตึกบังหมด
เลยเดินไปทางริมคลอง มีร้านค้าอยู่มากมาย คล้ายๆตลาดนัด แต่ไม่มีของสดขายนะ
ต้องบอกว่าเหมือนงานวัด แต่จำนวนร้านมีไม่มากนัก
ที่เด่นมากๆคือ หมอดู (มีเยอะมาก)
ตอนแรกต้องหาห้องน้ำก่อน ปวดชิ้งฉ่องเหลือเกิน
กว่าจะหาเจอเป้าแทบเปียก พอเห็นห้องน้ำ ด้านนอกดูดี แต่ข้างในแย่มาก ไม่สมกับเป็นวัดใหญ่เลย
ตามถนนหนทาง ต้องมองดีๆ เพราะมีอึหมามากมาย เดินไปเดินมาไปเจอซอกมุมด้านใกล้ๆเมรุเผาศพ
เขากำลังทาสีใหม่อยู่ กลิ่นอุจจาระสุนัขเหม็นมากๆ เหมือนจะสุมอยู่ในทางเดินนั้นมาเป็นเดือนๆ
ต้องรีบเดินกลับมาทางเก่า ฝ่าเปลวแดดที่ร้อนแรงยามบ่าย เหงือไหลย้อยเลยหละ
และได้แวะปล่อยปลาไหล หนึ่งกระป๋องใหญ่ (ได้อุทิศแบ่งบุญให้อาหมวยกับครอบครัวแล้วนะ)
คนขายปลาชี้ให้เห็นทางเดินไปหาพระใหญ่ ซึ่งอยู่ทางด้านใกล้ทางด่วน ต้องเดินไปอีกสองร้อยเมตร

ทีแรกว่าจะเข้าไปไหว้พระใหญ่แต่ดูจากบรรยากาศแล้วต้องบอกว่า น่ากลัว วังเวง เหลือเกิน
ไม่มีคน ไม่มีรถ ทั้งๆที่อยู่ใกล้ๆกับโรงเรียนวัดมูลจินดารามแท้ๆ
เลยตัดสินใจยืนไหว้ไกลๆ แล้วเดินกลับมาทางด้านริมคลอง เพราะมีร่มไม้มากกว่าเส้นทางอื่น
ได้แวะซื้อเมี่ยงคำสูตรพิษณุโลก คนขายบอกว่าพี่สาวขายอยู่หน้าวัดพระใหญ่ที่พิษณุโลก
ใบชะพลู มาจากบ้านพี่สาวด้วยนะ
เจ้าใบชะพลูนี่เขามีสรรพคุณด้านขับเสมหะ และมีเบต้าแคโรทีน
แต่ทานมากๆจะเป็นนิ่วในไต หมอบอกว่ามี Oxalate สูง ทานมากไม่ดี ต้องทานน้ำตามเยอะๆ ขับสารไม่ดีออก
เขาทำเมี่ยงคำเป็นก้อนๆ แบบว่า 3 ก้อนต่อ 1 ไม้เสียบ (ราคา 20 บาท)
ลองชิมดู โอ้...น้ำราดเขารดเด็ดมาก ใบก็อ่อนเคี้ยวง่าย เลยซื้อมาอีกหลายไม้
คงเอาไปฝากใครไม่ได้ไกล เพราะเขาราดน้ำแล้ว
ก็มีแต่แม่นี่แหละที่จะเอาไปฝากท่านได้ (ให้แม่แล้ว แม่ชิม แล้วบอกว่าอร่อยมาก กำลังอยากกินพอดี)
อ้อ...ก่อนไป ได้เดินไปชวนแม่แล้ว แต่วันนี้เขานัดคนมาตัดขนสุนัขของเขา เลยไปไม่ได้
ครั้นจะซื้อก๋วยเตี๋ยวมาฝากก็คิดว่าจะไม่อร่อย เอาไว้วันหลังค่อยพาแม่ไปก็แล้วกัน
วันกตัญญูพ่อแม่นี่มันหายากจริงๆ สำหรับลูกที่นิสัยไม่ดีอย่างเฮีย 555

ในวัดนี้ เฮียมองรูปปั้นพระต่างๆแล้ว ไม่ว่าพระพุทธหรือพระสงฆ์(ที่มรณภาพไปแล้ว)
รู้สึกว่าไม่ค่อยอยากไหว้ เอ้...ไม่ได้ลบหลู่นะ แต่มันเฉยๆจริงๆ ไม่เหมือนกับที่คาดเดาเอาไว้ก่อนหน้านี้เลย
เลยยืนไหว้นอกศาลา ไม่ได้จุดธูปเทียน ไม่ได้เอาเงินใส่ตู้บริจาคเลย
อธิบายเพิ่มเติมคือ อยากไปถวายสังฆทาน แต่มองไม่เห็นพระสงฆ์เลย มันก็เลยไม่อยากทำบุญจ๊ะ
แล้วก็เดินไปขึ้นรถ กลับบ้าน
ข้างๆที่จอดรถมีร้านขายปลาหมึกย่าง เขาขายแพงนิดหน่อยแต่สดและน้ำจิ้มอร่อยดี

ขากลับมา วิ่งด้วยความเร็ว 115-120 อยู่ดีๆ ก็เห็นรถข้างหน้าเหยียบเบรคแล้วเปลี่ยนช่องทาง
พอรถเฮียมาถึง แถมชนกระจาย!!!!
มีอะไรบางอย่างอยู่ที่ช่องทางที่ 3
มันเป็นเก้าอี้ไม้สัก แบบพับได้ ขนาดใหญ่พอสมควร
สงสัยรถคันหน้าจะทำหล่นลงมา
เห็นมีพวกรถเก๋งสองสามคันทำท่าจะจอดแล้วถอยหลังมา
ทำให้อดนึกไม่ได้ว่า ถ้าเขาจะเสี่ยงมาลากมันออกข้างทาง
คนๆนั้นอาจจะโดนรถชนร่างกระจายก็ได้ เพราะช่วงเย็นๆ รถเริ่มมากแล้วด้วย
พอผ่านตรงนั้นมาได้สามกิโลกว่าๆ เฮียก็วางเรื่องนี้ลงจากสมอง
ช่างมันเถอะ จะห่วงไปทำไม
ใครอยากลงมาเดินให้รถชน ก็ช่างเขาซิ
ใครจะวิ่งหักหลบแล้วมาจ๊ะเอ๋ชนกับเก้าอี้ไม้ตัวนี้ ก็ช่างเขาซิ
แต่ก็อยากให้มีคนโทรไปแจ้งเจ้าหน้าที่เหมือนกันนะ แต่ไม่ใช่เฮียแน่นอน

ขี้เกียจบอกกู๊ดไนท์แล้ว
คืนนี้จะไปวิ่งเล่นในความฝันเลยดีกว่า แฮ่

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 28 พฤษภาคม 2554 เวลา:20:39:29 น.  

 



ฮ่า ๆ ๆ ขำที่บอกปวดฉี่จนเป้าแทบเปียกอ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
โธ่เอ๊ย เฮียคะ ผู้ชายอ่ะ ง่ายจะตายนะมินว่า
ไม่เหมือนผู้หญิงหรอก จะฉี่จะไรทีเนี่ย เรื่องเยอะกว่านะ
ถ้าห้องน้ำสกปรกอ่ะ มันนั่งไม่ลง ฉี่ไม่ออกหรอกค่ะ ให้ปวดไงก็เถอะนะ ฮ่า ๆ ๆ
มินเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบก็เพราะแบบเนี๊ยแหละนะ...

พรุ่งนี้ค่อยมาคุยต่อนะคะ ง่วงแล้วอ่ะ
วันนี้หลังจากเสร็จงานทำบุญที่บริษัทฯ แล้ว
พรรคพวกชวนไปเดินเล่นกันที่เมืองทอง
เค้ามีงาน food world หรือไงเนี่ยค่ะ
พรุ่งนี้ถ้ามีโอกาส เฮียไปนะ วันสุดท้ายแล้ว
มินอ่ะ ทั้งในรถเข็นที่ไปยืมเค้ามา ทั้งถือ
ทั้งเกือบจะเอาปากคาบเลยอ่ะนะ คิดดูแล้วกันค่ะ
พรุ่งนี้มาคุยต่อนะ ตานู๋จะปิดแล้วค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
goodnight จ้า..ไม่เอาหรอก แหมทีไปทานเตี๋ยวไม่ยอมชวน
ไปกับกิ๊ก พอส่งกิ๊กไปแล้ว จะมาวิ่งเล่นกับมินเหรอ ฮ่า ๆ ๆ
รอไปก่อนเถอะค่ะ หายงอนเมื่อไร ค่อยว่ากันนะ ฮ่า ๆ ๆ


โดย: มินทิวา วันที่: 28 พฤษภาคม 2554 เวลา:20:59:59 น.  

 




Hello morning ค่ะเฮีย
ตื่นยังเอ่ย ทานกาแฟด้วยกันนะ
วันนี้มันครึ้มแต่เช้าเลยค่ะ
กำลังคิด ๆ ว่าจะซักพวกผ้าเช็ดตัว ผ้าปู ดีไม๊คะเนี่ย อิอิ
beautiful Sunday นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 29 พฤษภาคม 2554 เวลา:6:49:57 น.  

 



นอนเพิ่งตื่นเมื่อสักครู่ค่ะ
นอนตั้งแต่บ่าย 3 โมงอ่ะค่ะ หลับยาวเลย
เปิดทั้งแอร์ ทั้งพัดลม เย็นสบายสุด ๆ
สงสัยเมื่อวานเหนื่อยมากค่ะ
เริ่มตั้งแต่ทำบุญบริษัทฯ ตอนเช้าอ่ะ
ขนาดแค่ คอยดู ๆ อยู่ห่าง ๆ นะคะเนี่ย
ครั้งนี้ ทาง hrm เค้ารับผิดชอบไปหมด
ทั้งเรื่องของอาหาร เต๊นท์ โต๊ะ เก้าอี้
ถ้าเป็นสมัยก่อนอ่ะ มินคลานเลยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ยกความดีให้อีตานี่ไป แต่ไม่ยกหัวใจให้หรอกค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
พระท่านมาจากชัยภูมิค่ะ พระอาจารย์จืออ่ะ
เกือบไปแล้วมินวันนั้นอ่ะ นายจะให้พาท่านอาจารย์ไปที่แมนชั่นอีก 2 แมนชั่น
ไปเจิมเป็นศิริมงคลค่ะ ไม่รู้ไง เค้าเลยพากันไปเอง ไม่งั๊นเที่ยงก็ไม่เสร็จมั๊งคะ

เที่ยง ๆ ไอ้พวกที่ทำงานเลยชวนมาเดินงาน food world ที่เมืองทองที่มินเล่าให้ฟังอ่ะ
ตอนแรกว่าจะไม่มาแล้ว ไม่รู้จะมาทำไม
แต่ไอ้พวกนั้นมันอยากไปกัน เอ้าไปก็ไป
แต่รถใครรถมันนะ ขี้เกียจขับย้อนไปส่งอีก

หือ..ตื่นตา ตื่นเต้น กับเรื่องอาหารการกิน
ที่เดี๋ยวนี้ ก้าวหน้า กันไปมากจริง ๆ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหาร แพ็คกิ้ง
แม้กระทั่งพวกลาเบลต่าง ๆ อ่ะค่ะ
ได้ซื้ออาหาร ขนมต่าง ๆ มาหลาย ๆ ๆ ๆ อย่างมาก
เพราะส่วนใหญ่ที่ซื้ออ่ะ ผลิตในนี้แต่เราไม่มีโอกาสได้กินหรอกค่ะ
เพราะผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น ไม่มีขายในประเทศ
และอีกหลาย ๆ ๆ ๆ อัน ก็เป็นของต่างประเทศที่นำเข้ามาพรีเซ๊นท์ในไทย
เพื่อหวังผู้ที่ต้องการเป็นตัวแทนขายในประเทศไทย
2 วันแรกเค้าไม่ได้ขายนะคะเห็นว่า เป็นการเปิดพบเจรจากันทางธุรกิจเป็นหลักหรือไงเนี่ย
เค้ามาขาย 2 วันหลัง คือ เสาร์ อาทิตย์เนี่ย
โห..โชคดีจัง ไปถูกวันค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
อย่างที่บอก เดิน ๆ ไปตอนแรกก็แค่ถือ ๆ ๆ ตอนหลังไม่ไหว ต้องไปขอรถเข็นเค้ามาอ่ะนะ
แล้วเฮียเชื่อไม๊คะว่า พวกบ้าสมบัติของกินพวกมินเนี่ย
แต่ละคนอ่ะ รถเต็มจนล้นเลยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
มินเนี่ยแฮ๊ปปี้มาก เพราะได้ขนม ของกินแปลก ๆ มาตรึม
เอาไว้แจกลูกค้าค่ะ ยิ่งของแปลก ๆ ที่ในเมืองไทยไม่มีขายเนี่ย ยิ่งได้หน้าค่ะ ลูกค้าชอบนักหล่ะ
เดี๋ยวจะส่งไปให้เพื่อนบล๊อคที่ซี้ ๆ กันเค้ามีลูกเล็กในบล๊อคเนี่ย 3 คน ด้วยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
อย่างคุ๊กกี้ที่ผสมถั่วแม็คคาดิเมียไรนั่นอ่ะ ของบรูไนนะคะ เป็นฮาราลด้วย
มินเคยซื้อที่โน่น คิดเป็นเงินไทยแล้วตกกล่องนึงเกือบ 200 บาทนะ
เมื่อวานได้ซื้อแบบเดียวกันเปี๊ยบ แต่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนแพ็คกิ๊งใหม่ สวยกว่าเดิมซะอีก
มินซื้อได้แค่ 50 บาทค่ะ เหมามาหมดชั้นเลยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ 20 กว่ากล่อง
ไม่รู้พวกเค้าคำนวนกันแบบงง ๆ หรือป่าว
กดเครื่องคิดเลข กดกันไปกดกันมา เราก็ต่อแบบสุดฤิทธิ์อ่ะนะ กวาดมาเรียบ
ไม่รู้วันนี้มีออกมาขายอีกหรือป่าว หรือหมดแค่เมื่อวานอ่ะนะ
มีของเกาหลีอ่ะ ที่โคตะระแพงค่ะ อย่างพวกกิมจิไรเนี่ย แล้วก็พวกไอติม
เท่าที่วิลล่ากับฟู๊ดแลนด์เลยไม่ซื้อค่ะ แต่ก็ยังได้นมกล้วยมา 9 กล่อง 3 กล่องร้อยค่ะ
บ้านเราทำไมไม่ทำนมกล้วยออกมาขายมั่งก็ไม่รู้
ขนาดมินไม่ใช่คนกินนมนะ มินยังว่ามันห๊อมหอมดีอ่ะค่ะ
พวกประเภทมันฝรั่งแบบพริ๊งเกิ๊ลเนี่ย สอยมาเพียบค่ะ แต่ไม่ใช่พริ๊งเกิ๊ลนะ
เอายี่ห้ออื่นค่ะ มีทั้งของพวกเยอรมัน ญี่ปุ่น และอื่น ๆ อีกมากมายอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ
มินชอบที่สุดเวลาเอาไปให้ลูกค้า แล้วลูกค้าเปิดดูแบบตื่นเต้น ชอบมาก ๆ เนี่ย
มันทำให้เรามีความสุขไปด้วยค่ะ อิอิ จริง ๆ นะ
พูดไปนะ มินไม่เคยไปเบิกบริษัทฯ เลยนะคะกับของพวกเนี๊ยเนี่ย
ครั้ง ๆ นึงอ่ะ ซื้อทีเป็นพัน ๆ นะคะ บางทีก็หลายพันนะ
มินจะไปเบิกแต่พวกเวลาพาไปกินข้าว หรือเอ็นเทอร์เทนไรแบบนั้นอ่ะค่ะ
แต่ ที่บริษัทฯ ทุกคนรู้ค่ะ เพราะข้าง ๆ โต๊ะมินจะมีชั้นที่มินไว้เก็บขนมนมเนย
เพื่อเอาไว้แจกลูกค้าโดยเฉพาะเลย บางที่ก็ฝาก msg ไป ประจำเลย
แต่ที่ทุกคนไม่รู้คือ มินจ่ายเองหรือบริษัทฯ จ่ายให้อ่ะนะคะ ฮ่า ๆ ๆ
เพราะมินไม่เคยพูด แล้วมินก็ไม่รู้ว่านายมินรู้หรือป่าวว่ามินไม่เคยเบิกของพวกนี้อ่ะนะ
เวลามินพาลูกค้าทานข้าว มินเบิกบางทีก็มีบิล บางทีก็ไม่มี แต่ไม่มีใครสนใจอยู่แล้ว
หรือเค้าอาจจะสนใจ อยู่ในใจ แต่พูดไม่ได้ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ฮ่า ๆ ๆ

วันนี้ ว่าจะไม่ทานข้าวเย็นค่ะ เพราะทานขนมเล่น ๆ เยอะไปหมดแล้วอ่ะนะ
เฮียไปไหน ทำไรมามั่งคะ วันนี้ เหนื่อยไม๊..
นอนหลับฝันดีนะคะ ขนาดเมื่อกี๊มินนอนหลับบ่ายแท้ ๆ ยังฝันเลยค่ะ
ตอนตื่นมาแรก ๆ จำได้ แต่ ตอนนี้จำไม่ได้แล้วอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ







goodnice..night...kizz...


โดย: มินทิวา วันที่: 29 พฤษภาคม 2554 เวลา:20:00:31 น.  

 
Mintiva

2-3 วันมานี้ ไม่ค่อยได้ทำอะไรมากมาย ส่วนใหญ่หลบอยู่แต่ในห้อง(แอร์)
มีก็แค่ไปหาอาหารอิสลามทานแถวศรีนคริทร์ ใกล้ๆเอแบคหัวหมาก
อยากทานข้าวหมกไก่กับซุปหางวัวมานานแล้ว
โชคดีเจอร้านเปิดใหม่สะอาดมาก
ขากลับเลยหนีบสลัดแขก ก๋วยเตี๋ยวแกง ก๋วยเตี๋ยวกะทิ ซุปไก่(แซ็บ)
อ้อ...ซื้อกระทอนสดด้วย แต่ไม่ได้ชิม เพราะเอาไปฝากคนอื่น

เฮียเห็นข่าวในทีวีแล้วหละ สัปดาห์อาหารที่เมืองทอง
อยากไปเหมือนกัน แต่เบื่อเรื่องจอดรถและก็เดินไกลมาก สำหรับอะไรๆที่เมืองทองนี่
แต่ก็คงไม่แปลกนะที่เฮียจะบอกว่า เวลาเดินซื้อของที่ฟูดแลนด์ก็เหมือนไปซื้อของต่างประเทศ
เพราะเขานำของใหม่ๆอร่อยๆของเมืองนอกมาขายหลากหลายมาก
แต่ต้องติงเรื่องราคานี่แหละที่ยังค่อนข้างแพงอยู่

อือ...ขอโทษนะครับ เรื่องนิมนต์พระมาจากต่างจังหวัด
เฮียเป็นพวกแอนตี้เรื่องพวกนี้มากเลยนะ
ขอเล่าอะไรหน่อย แต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องงานทำบุญของบริษัทอาหมวย
เฮียเคยงัดข้องัดแข้งกับระดับผู้ใหญ่ของที่ทำงานมาแล้ว
ขนาดที่ว่าเขาจะถีบหน้าเฮียในที่ประชุมเลยหละ
คือจริงก็ไม่ได้เป็นจระเข้ขวางคลอง แต่แค่อยากห้ามการกระทำแบบนั้น
ก็คิดดูซิ ถ้าเป็นเราต้องนั่งรถ 3-5 ชั่วโมงมาจากต่างจังหวัด
ต้องตื่นตีสี่ ตีห้า นั่งรถโดยที่อาจจะไม่ได้แวะเข้าห้องน้ำ หรือแวะกันเพียงแห่งเดียว
แล้วก็มาถึงบ้านคนรวย หรือบริษัทใหญ่โตของใครก็ไม่รู้
ห้องน้ำห้องท่าก็ไม่ให้เข้า
มาถึงก็นิมนต์กันตาลีตาเหลือก ให้นั่ง ตรงทีจัดเตรียมเอาไว้
ให้พระฉันน้ำร้อนน้ำเย็น ครู่เดียว
แล้วประธานก็จุดเทียน จุดธูป อารธนาศีล ขอรับศีล อาราธนาพระปริตร พรวดเดียวเลย
พอพระสวดเสร็จ ก็ไม่รอให้พระพักหายใจ
พวกเหล่าพนักงาน ข้าทาสบริวาณก็รีบยกอาหารมาถวายกันอย่างวุ่นวาย
อาหารคาวพระยังฉันไม่หมด อาหารหวานก็เร่งรีบขนกันมาแล้ว และผลไม้ก็จ่อคิวอีกด้วย
จากนั้นก็รับพร แล้วก็ขอให้พระท่านเดินพรมน้ำมนต์
บางบริษัทมีหลายชั้น ก็ยังอุตส่าห์(ทรมาน)ให้พระท่านเดินทุกชั้น
พระท่านนั้นก็แก่คราวพ่อคราวแม่ของพวกเรา แต่ท่านก็ต้องทนฝืนยิ้ม
ลองคิดดูซิว่า ถ้ามีคนให้พ่อเราซึ่งอายุ 50-60 เดินๆๆๆๆ แบบนั้น เราแฮปปี้มั๊ย?
บางคนให้พระเจิมตึก ให้เจิมประตูห้องเช่าเป็นสิบๆห้อง
บางคนให้เจิมตึก ให้เจิมโรงงาน เครื่องจักร ยานยนต์ที่จอดกลางแดดเปรี้ยงๆ
พอเสร็จกิจก็นิมนต์ส่งพระกลับต่างจังหวัดปานสายฟ้าแล็บ
แล้วพวกท่านก็ต้องนั่งรถอีก 5 ชั่วโมงเพื่อกลับวัด (เสียเวลาปฏิบัติธรรมหรือเปล่า?)
ท่านคงไม่คิดว่าเป็นงานหนักหรือทรมานอะไร
เพราะท่านเป็นนักบวช ก็เพื่อโปรดสัตว์อย่างพวกเรา
แต่เราซิ ทำเพราะศรัทธา หรือเพื่อสนองตัณหา เพราะได้ยินเขาว่าพระองค์นี้โด่งดังมาก
สรุปว่า เวลา 6-10 ชั่วโมงที่เราทำกับพระ 9 รูปนี้
เราได้อะไร ได้บุญ ได้หน้า หรือ เราเบียดเบียน...???

การนิมนต์พระมาหาเราที่บ้านหรือสำนักงาน
ในสมัยก่อนไม่มีหรอก มีก็แต่ งานแต่งงาน กับงานมงคลใหญ่ๆ
ส่วนใหญ่ ฆราวาสชาวพุทธจะไปหาพระที่วัด
และพระก็จะหลีกเลี่ยงการออกไปหาโยม เรื่องมันจะได้ไม่วุ่นวาย
อย่างเช่น พระสายวัดป่า บางวัดไม่รับกิจนิมนต์นอกวัดเลยนะ
แต่ก็มีเจ้าอาวาสวัดป่าที่มืชื่อเสียงโด่งดัง
กลับเดินสายฉันอาหารตามบ้านคนรวยๆ ก็แล้วแต่จะคิดกันนะว่าเกิดอะไรขึ้น

อย่าว่าแต่พระต่างจังหวัดเลย แค่พระวัดชานเมือง
โดนนิมนต์ไปฉันเพลบ้านเศรษฐีที่ใจกลางเมืองหลวง
เฮียเห็นท่านกลับมาหน้าซีดหน้าเหี่ยว
พอเฮียถามท่านว่าเป็นอะไร
ท่านก็บอกว่าไปบ้านโยมในเมือง รถติดเหลือเกิน คลื้นไส้มาก
ดังนั้นถ้าใครมาปรึกษาเฮียว่าจะนิมนต์พระจากวัดไกลๆให้มาฉันเพลบ้านเรา
เฮียจะพูดแบบไม่เกรงใจ
และเขาก็มักจะไม่ชอบความคิดและตัวเฮียไปจนวันตายแทบทุกคน
โดยพวกเขามักจะคิดว่า เฮียไม่เข้าใจคำว่า เกจิอาจารย์
พระที่มีบุญบารมีจะช่วยสร้างความเป็นมงคลแก่ผู้คนและนิติบุคคล
สำหรับเฮีย เฮียจะถ่อไปหาท่านเอง ถ้าเฮียศรัทธาท่าน
ไกลแค่ไหนเรายังนิมนต์ท่านมาได้
แล้วทำไมเราจะไปหาท่านไม่ได้ ถ้าเรายังบอกตัวเองว่าศรัทธา

มีบางคนที่บ้านอยู่ตรงข้ามวัด
แต่ไม่เคยใส่บาตรพระในวัดฝั่งตรงข้ามแม้แต่ครั้งเดียว
ครั้นยามที่มีงานมงคล ก็นิมนต์พระ 9 รูปมาจากวัดอื่นที่อยู่ห่างไกลออกไป
ยามเจ็บป่วยหนัก ญาติก็ไปนิมนต์พระดังๆจากสำนักไกลโพ้นมาทำพิธีต่อชะตาให้
แต่ในยามสิ้นชีวิต ศพของผู้จากไปนั้น
กลับนอนอยู่ในโลง ในศาลา ในวัดฝั่งตรงข้ามบ้าน
ถ้าจะถามว่าทำไมไม่แบกศพไปเผาวัดดังๆเสียหละ
เขาก็คงจะบอกว่า วัดไหนๆก็เหมือนกัน พระไหนๆก็เหมือนกัน

ขอโทษนะคุยเรื่องวัด เรื่องพระ แล้วก็เรื่อยๆเปื่อยไร้สาระแบบนี้แหละ
เรื่องที่โม้มานี้ไม่เกียวกับเรื่องงานบุญที่ผ่านมาของบริษัทอาหมวยนะ
เฮียคุยในเรื่องที่ว่า เฮียไม่ชอบการนิมนต์พระวัดไกลๆ
สงสารท่านหนะ

พระอาจารย์จื่อ ที่ว่านี่ คือ พระครูสุวิมลภาวนาคุณ(จื่อ พันธมุตโต) วัดเขาตาเงาะ จ.ชัยภูมิ หรือเปล่า?
เขาว่าท่านเป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อผาง วัดอุดมคงคาคีรีเขตต จ.ขอนแก่น
เหรียญพระสำหรับห้อยคอรุ่นหนึ่งของท่านนั้นมีมูลค่าตกเหรียญละหมื่นเชียวนะ
สมัยก่อนแจกกันฟรีๆ คนยังเอาไปวางตรงโน้นตรงนี้จนลืมก็มี เพราะคิดว่าเป็นเหรียญพระทั่วๆไป
ที่ชัยภูมิ มีโครงการอ่างเก็บน้ำพระอาจารย์จื่อ(ลำกระจวน) อยู่ที่อำเภอซับใหญ่ ชัยภูมิ
ว่ากันว่างบประมาณตั้งหกแสนล้านบาทเชียวนะ รู้สึกว่าจะเสร็จในปี ๒๕๕๗ นี่แหละ
ดังนั้น พระอาจารย์จื่อ จึงเป็นพระที่มีชื่อเสียงมาก
คนศรัทธาท่านมาก แต่รู้สึกว่าท่านไม่ชอบออกสื่อหรือเป็นข่าวนะคร๊าบ

ทานขนมเยอะๆ ก็ต้องแปรงฟันก่อนนอนด้วยนะ
เดี๋ยวจะต้องหาฟันปลอมมาใส่ยามแก่ชรา
Kizzzzz

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 30 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:42:41 น.  

 

พระครูสุวิมลภาวนาคุณ
หรือ พระอาจารย์สุรศักดิ์ (จื่อ) พันธมุตโต


โดย: zoomzero วันที่: 30 พฤษภาคม 2554 เวลา:22:14:58 น.  

 




นั่นแหละค่ะ พระอาจารย์จื๊อแห่งวัดเขาตาเงาะ
นายมินเค้าเป็นลูกศิษย์กันมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้วค่ะ
มินรู้แต่ว่าท่านกำลังสร้างเขื่อน แต่ไม่รู้ว่าเป็นเขื่อนอาไร แบบไหนอ่ะ
มินก็มีเหรียญของท่านอยู่ 3 เหรียญค่ะ ได้กับมือท่าน 1 นายให้ไว้ 2
ก็เอามาเก็บไว้ที่ห้องพระที่บ้าน ไม่ได้อาไร(ใส่ใจ) มากนักหรอกค่ะ

บริษัทฯ มินอ่ะ ไม่ว่าจะทำบุญไร ก็ต้องนิมนต์ท่านมาตลอดทุกครั้ง
แต่ เรื่องนิมนต์เนี่ย นายเค้าโทรคุยกันเองค่ะ
แล้วท่านก็มีรถตู้พร้อมคนขับอย่างดี
มินไม่เคยไปที่วัดท่านสักครั้ง แต่นายอ่ะ ไปบ่อยกับพวกเพื่อน ๆ เค้า
ในรูปที่เฮียเอามาลงเนี่ย มินว่าท่านดูหนุ่มกว่าตัวจริงนะคะ
ท่านเป็นพระใจดีค่ะ พูดน้อยมาก ยิ้มอย่างเดียว
แต่ วันนั้นท่านพูดกับมินนะว่า 68 แล้วนะ ไม่รู้เหมือนกันว่าท่านหมายถึงอาไรอ่ะ
มาคุย ๆ กัน คงจะหมายถึงอายุท่านมั๊ง เพราะ
ก่อนหน้านี้ที่บริษัทฯ ก็จัดของไปถวายถึงวัดชุดใหญ่ ๆ เลยค่ะ
พวกข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำมัน แฟ๊บ น้ำยาล้างจาน เรียกว่าจัดกันไปเต็มแปล้ รถกะบะคันใหญ่ ๆ เลย

วันนั้นที่บริษัทฯ ก็ร่วมทำบุญไปตัวเลข 6 หลักนะคะ เพราะร่วมทำบุญสร้างเขื่อนไปเนี่ยแหละ
แล้วยังมีเงินสดใส่ซองของพวกพนักงานและเพื่อนนายมั่ง ลูกค้าที่สนิท ๆ กันมั่งอีก 2 หมื่นกว่าบาท
ต้องเอาเงินสดใส่ซองสีน้ำตาลเอโฟร์กันเลยนะวันนั้นอ่ะ
เพราะมีทุกแบ๊งค์ ตั้งแต่แบ๊งค์ยี่สิบไปจนแบ๊งค์พันอ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ

ถ้าเป็นส่วนตัวมินเองนะ มินก็คิดเหมือนเฮียนั่นแหละ
เป็นคนที่ขอเอาสะดวกไว้ก่อนทั้ง 2 ฝ่ายอ่ะค่ะ
แอบบอกความขยันนะคะ เวลาทำบุญไรเนี่ย
มินให้เค้ามาจัดให้หมดเลยค่ะ อาหารพระอาหารแขก
ไม่อาวหรอก มาตั้งพิธีทำอาหารตั้งแต่ไก่โห่ อ่ะ
อาจจะมีเสริมบ้างพวกกับแกล้มหรืออาไรนิด ๆ หน่อย ๆ แบบกันเองอ่ะ
เดี๋ยวนี้พวก catering ดี ๆ แบบมืออาชีพที่อาหารก็อร่อยเยอะแยะไปค่ะ
ขนาดแค่เสาร์ อาทิตย์ บ้านนู๊น ตั้งพิธีทำไรทานกันทีเนี่ย
มินเห็นตอนเก็บล้างแล้ว มินยังส่ายหน้าเล๊ย
แล้วเรื่องเก็บกวาดล้างชามไรเนี่ย มินไม่ใช่คนขยันที่จะช่วยเรื่องแบบนี้นะ ฮ่า ๆ ๆ
คนที่ยืนพื้นทำการกวาดล้างเนี่ย ก็ลุงมินกับไอ้น้องชายค่ะ ฮ่า ๆ ๆ

เรื่องแปรงฟันก่อนนอนเนี่ย ถึงไม่ทานขนมก็ต้องทำค่ะ
มันติดอ่ะ ถ้าไม่อาบน้ำสระผมอย่าง ไม่แปรงฟันอย่าง มินนอนไม่หลับค่ะ
มันเคยอ่ะ มินเป็นคนสระผมเกือบทุกวัน หรือทุกวันเลยมั๊งคะ ฮ่า ๆ ๆ
มันสบายค่ะ มินชอบ นอกจากวันไหนดึกจริง ๆ ก็ไม่สระ แต่ต้องอาบน้ำนะ
วันไหนไม่สระผมตอนกลางคืน ก็มาสระตอนเช้าอยู่ดีอ่ะ
มีเรื่องตลกแบบบ้า ๆ บ๊อง ๆ ค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
มินชอบไปร้านเสริมสวยวันอาทิตย์อ่ะ จริง ๆ คือไปทำเล็บ เป็นคนติดการทาสีเล็บ
เด็กที่ร้านก็ชอบชวน พี่สระผมด้วยนะคะ เอ้า สระก็สระค่ะ
แต่ พอตกกลางคืนอาบน้ำที่บ้าน มินก็สระของมินอีกอยู่ดีอ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
มินผมสั้น สระง่าย แห้งไว แล้วไม่เคยใช้ไดร์เป่าผมเลยนะ ถ้าก่อนนอนอ่ะ










เมื่อกี๊ตื่นมาตอนเที่ยงคืนครึ่งค่ะ
ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับที่ทานกาแฟไปเมื่อเย็นป่าวอ่ะ
เดี๋ยวซักตี 2 กว่า ๆ ค่อยไปนอนต่ออีกรอบอ่ะนะ
แอบดูเฮีย กำลังนอนหลับสบายเลยนะเนี่ย ฮ่า ๆ ๆ ฝันดีนะคะ Kizzzzz....


โดย: มินทิวา วันที่: 31 พฤษภาคม 2554 เวลา:1:48:06 น.  

 
Good Night ฝันดีนะครับเพื่อนๆ News


โดย: bbandp วันที่: 31 พฤษภาคม 2554 เวลา:8:28:40 น.  

 
เอ้...ใครนะ มาชวนนอนหลับฝันดี


โดย: zoomzero วันที่: 31 พฤษภาคม 2554 เวลา:20:40:06 น.  

 



เฮ๊อ ทำไงถึงจะนอนหลับแบบรวดเดียวคะเนี่ย
ไม่รู้ มินนอนเร็วไปป่าว ตี 2 ตี 3 ตื่นมาเฝ้ายามแล้วอ่ะนะ :(


โดย: มินทิวา วันที่: 1 มิถุนายน 2554 เวลา:3:44:10 น.  

 






โดย: มินทิวา วันที่: 1 มิถุนายน 2554 เวลา:19:36:21 น.  

 
Mintiva

อ๋อ...เจ้านายเป็นลูกศิษย์พระอาจารย์จื่อ นี่เอง
เห็นมั๊ยหละต้องส่งรถตู้ไปรับท่าน
แล้วท่านต้องนั่งกระเด้งโยกเยกนานกี่ชั่วโมงกว่าจะถึงกรุงเทพฯ
อย่าลืมว่า 68 แล้วนะ ท่านก็เหนื่อยเป็น เมื่อยเป็นนะ

มีเหรียญอยู่ 3 เหรียญ น่าจะเอาไปเลี่ยมพลาสติกจะได้ไม่เก่าไม่หมอง
ถ้าเป็นเหรียญรุ่นเนื้อทองคำด้วยนะ
แม่เจ้าประคุณเอ้ย...ถอยรถป้ายแดงกันเลยน้อง อิอิ
แต่อย่าเพิ่งเชื่อเฮียมากนัก ต้องเอาไปให้เซียนพระตีราคาก่อนดีกว่า 555

อาหมวยได้กราบท่านใกล้ๆนี่นับว่ามีบุญโขเลยนะ
ก็อย่างที่เฮียโม้เอาไว้ในคอมเม้นท์อันก่อนหนะ
โครงการอ่างเก็บน้ำมูลค่าถึงหกแสนล้านเชียวนะ
ถ้าไม่ใช่พระที่มีความดีงามจริง คงทำเรื่องแบบนี้ไม่ได้หรอก

อย่างนี้ จะขอเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับพระภิกษุสงฆ์ไทยให้ฟังซักเรื่อง
เป็นเรื่องเล่าที่เขาบอกต่อๆกันมานานมากกว่า 20 ปี
เรื่องนี้ อาหมวยอาจจะมีโอกาสได้ทราบความจริงก็ได้


เมื่อประมาณปลายปีพ.ศ. ๒๕๓๐ มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นที่เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา
อย่าเพิ่งเดาว่าเป็นเรื่องดีหรือไม่ดีนะจ๊ะ อ่านไปก่อน

เริ่มจาก...มีเสี่ยคนหนึ่ง ชื่อ วัลลภ ดอกไม้
เป็นเจ้าของกิจการโรงงานทำน้ำปลา อยู่ที่จังหวัดมหาสารคาม
เขาได้รู้จักพระสงฆ์ท่านหนึ่งชื่อ พระสิงโต ซึ่งเป็นพระที่บวชอยู่ที่วัดศรีรัตน์ จ.ร้อยเอ็ด
พระสิงโตนีสมัยเป็นฆราวาสท่านเรียนจบปริญญาโทด้านสถาปัตย์ (น่าจะเป็นคนที่มีชื่อเสียงอยู่บ้างหละน่า)
เสี่ยวัลลภได้สมัครฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของพระสิงโต
พระสิงโตนี่ท่านเป็นพระที่สนิทกับพระที่มีชื่อเสียงมากท่านหนึ่ง คือ พระดนัย กัลยาณธัมโม
คำว่าสนิทนี้ทางพระท่านใช้คำว่า สหธรรมมิก นะจ๊ะ

พระดนัย ท่านเป็นศิษย์ของหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี (มรณะภาพปี ๒๕๓๗)
หลวงปู่เทสก์ ท่านเป็นศิษย์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต หรือ พระครูวินัยธร (มรณะภาพปี ๒๔๙๒)
หลวงปู่มั่น เป็นพระอาจารย์ใหญ่สายวัดป่า เป็นผู้นำของพระกรรมฐานสายวัดป่า

หลวงปู่เทสก์ ท่านจำวัดอยู่ที่หนองคาย แต่ชอบธุดงค์ตามป่าเขา
ใครเป็นลูกศิษย์ท่านก็มักจะได้ติดตามไปปักกลดในป่า ในที่ ที่วิเวก สงบบ้างไม่สงบบ้าง
พระอาจารย์ดนัยท่านก็มีวัตรปฏิบัตรเช่นเดียวกับพระป่าทั้งหลาย และมักจะได้ติดตามหลวงปู่เทสก์ไปเดินธุดงค์บ่อยๆ
ท่านฝึกจิตจนกล้าแข็ง สามารถเดินธุดงค์เข้าป่าลึกได้อย่างลำพังองค์เดียว
เคยมีเรื่องเล่ากันว่า ท่านเคยพบกับช้างที่ถือว่าหายากมากที่สุดในโลก
นั่นก็คือ ช้างที่มีงาสีดำ เรียกว่า ช้างงานิล และช้างตัวนั้นไม่ได้ทำร้ายท่านแม้แต่น้อย
ด้วยว่าจิตของท่านนั้น มีเมตตายิ่งนัก

กลับมาที่เสี่ยวัลลภ เจ้าของโรงงานน้ำปลา ผู้เป็นคนเริ่มเรื่องนี้
เมื่อเสี่ยวัลลภไปกราบเยี่ยมพระสิงโตบ่อยๆ ก็มักจะได้พบพระอาจารย์ดนัยด้วย
เสี่ยวัลลภจึงได้กลายเป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์ดนัยไปด้วย

วันหนึ่งเสียวัลลภเกิดอยากนิมนต์พระที่ตนเองรู้จักเหล่านี้ มาฉันเพลวันขึ้นบ้านใหม่ของตน
เสี่ยเลยติดต่อกับพระสิงโตและบอกว่าจะนิมนต์พระดนัยด้วย
พระสิงโตนั้นในทีแรกก็ติงว่า พระดนัยอยู่ห่างไกลไปอีกที่หนึ่งคือ วัดหินหมากเป้ง จ.หนองคาย
ตัวพระสิงโตอยู่ที่ขอนแก่น การเดินทางจะวุ่นวายเพราะต้องไปรับพระหลายแห่ง
แต่เสี่ยวัลลภนั้นอ้างว่าศรัทธาพระอาจารย์ดนัย จึงไม่ยอมฟังคำท้วงติง

เนื้อเรื่องต่อจากนี้ไปต้องเรียกว่า กรรมลิขิต
เสี่ยวัลลภ เพิ่งจะออกรถตู้คันใหม่
จึงเอารถไปรับพระอาจารย์ดนัย ที่หนองคาย เป็นพระสงฆ์องค์แรก (โดยนั่งกันไปกับเพื่อนอีก 2 คน)
โดยปกติพระอาจารย์ดนัยท่านจะไม่ค่อยชอบรับกิจนิมนต์ไกลๆแบบนี้ ท่านชอบออกเดินธุดงค์หาความวิเวกมากกว่า
แต่เป็นเพราะเสี่ยวัลลภอ้างว่าพระสิงโตรับนิมนต์แล้ว
เลยทำให้สามารถนิมนต์พระอาจารย์ดนัยได้อีกองค์
เมื่อรับพระอาจารย์ดนัยได้แล้ว เสี่ยวัลลภก็ขับรถมารับพระสิงโตที่ ขอนแก่น
หลังจากพักรถอยู่ 2 คืน เสี่ยวัลลภได้นิมนต์พระสงฆ์อีก 2 รูปคือ
หลวงตาเส็ง กับ พระนงค์ มาด้วย (รวมเป็น 4)

ทีนี้ไปงานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ต้องได้พระเป็นเลขคี่ ไม่ 5 ก็ต้องเป็น 7 หรือ 9
ตอนนี้มี 4 จึงต้องไปนิมนต์พระอีกองค์
ดังนั้นเสี่ยวัลลภจึงต้องเดินทางไปหาพระสุรศักดิ์ ผู้เป็นพี่ชายของพระอาจารย์ดนัย
ณ วัดอุดมพร เขาตะเงาะ จ.ชัยภูมิ
ตอนนี้ก็ได้พระสงฆ์ครบ 5 รูปแล้ว และยังแถมเณรมาอีก 3

คนทั้งหมดจึงเดินทางกลับลงมายังบ้านใหม่ของเสี่ยวัลลภ
ระหว่างเดินทางไปยังฉะเชิงเทรา (ไม่ใช่มหาสารคามนะ อันนั้นโรงงาน)
รถตู้ได้ผ่านจังหวัดนครราชสีมา
และแล้วก็ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน !!!!!!
เมื่อพระอาจารย์ดนัยอยู่ๆก็บอกว่าอยากแวะปักกลดที่เขาใหญ่
เมื่ออาจารย์ขอมา ลูกศิษย์ก็จัดให้ ไม่ขัดขวาง

รถตู้ของเสี่ยวัลลภจึงได้จอดเพื่อให้พระ ๕ เณร ๓ ลงไปปักกลด นั่งปฏิบัติธรรม
ส่วนพวกเสี่ยวัลลภและผู้ติดตามได้ไปพักที่สโมสรสนามกอล์ฟ
ความจริงแล้ว บริเวณนั้นเป็นที่ๆพระอาจารย์ดนัย เคยมาปักกลดและนั่งสมาธิอยู่หลายครั้ง
จึงไม่ค่อยมีอะไรน่ากลัว หรือไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

คืนนั้น ยามค่ำ น้ำค้างลง ล่วงมาถึงเที่ยงคืน สองยาม
เณรองค์หนึ่งได้มากระซิบเรียกพระสิงโต ซึ่งท่านกำลังนั่งสมาธิอยู่ในกลด
เณรบอกว่าตอนนี้พระอาจารย์ดนัย อยู่กับช้างป่า

เรื่องราวของพระป่ากับสัตว์ป่านั้น ในวงการพระป่าด้วยกัน ท่านเห็นเป็นเรื่องค่อนข้างธรรมดา
แต่พระสิงโตก็ได้เดินออกไปดู ก็พบว่ามีช้างตัวใหญ่ตัวหนึ่งยืนอยู่หน้าพระอาจารย์ดนัย
ช้างตัวนั้นมีชื่อ มีคนเล่าขานและให้ฉายาของมันว่า ไอ้งางอน
เพราะด้วยลักษณะพิเศษของงาที่ยาวเฟื้อยนั่นเอง
ภาพเบื้องหน้านั้น อธิบายได้ง่ายๆคือ
พระสงฆ์ผู้มีจิตสมาธิแกร่งกล้ากำลังแผ่เมตตาให้สัตว์ป่าที่ดุร้าย แต่กลับทำท่าเหมือนกับสัตว์เลี้ยงเชื่องๆ

อาหมวยคงเข้าใจนะว่า พระสายกรรมฐานนั้นท่านชอบแผ่เมตตาจิตให้สัตว์ดุร้าย
อย่าถามนะว่าท่านทำไปทำไม เฮียเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าท่านกำลังทดลองวิชาหรอกนะ
เรื่องแบบนี้ดูเหมือนกับว่า ในป่าในเขา จะมีดวงจิตวิญญาณที่ติดวังวนบางอย่าง โดยออกจากป่าเขาไม่ได้เป็นร้อยเป็นพันปี
วิญญาณนี้ไม่ได้ไปผุดไปเกิด ไม่ทราบว่าเพราะอะไร แต่มักจะมีลักษณะเล่าขานว่าดุร้ายยิ่งนัก
ถ้าเราเชื่อว่าเป็นดวงวิญญาณเร่ร่อนจริง ก็คงเป็นวิญญาณที่ไม่มีใครทำบุญให้
พวกนี้น่าจะเต็มไปด้วยความหิวโหย จึงถูกเชื่อว่า อาจจะกลายร่างเป็นสัตว์ป่า หรือเขาสิงในร่างสัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่า
ซึ่งมักจะมาในรูปของ ช้าง เสือ สิง กระทิง อสรพิษ(งู) .... ฯ
แล้วเรื่องก็มักจะลงเอยด้วยการเสียชีวิตของมนุษย์ที่เข้าไปทำอะไรไม่ดีไม่งามในป่า
แต่หากผู้ใดเคารพนับถือ ก็มักจะรอดจากภัยอันตราย กลับออกมาได้

หลังจากนั้นประมาณหนึ่งชั่วยาม พระอาจารย์ดนัยก็ได้เดินกลับมายังกลดของท่าน
เรื่องนี้พระและเณรที่ร่วมเดินทางมาต่างก็ทราบกัน และต่างก็แยกย้ายกันกลับไปที่กลดของตน

ครั้นประมาณตีสี่ (วันนั้นเป็นวันที่ ๒๕ พฤษจิกายน ๒๕๓๐)
เหล่าพระและเณรก็ได้ตื่น ค่อยๆทำกิจจนเสร็จสิ้น
พระสิงโตได้เห็นว่าพระอาจารย์ดนัยนั้นท่านได้เก็บกลด พิงต้นไม้เอาไว้ แต่ตัวท่านมิได้อยู่ตรงนั้น
เพราะนิสัยของท่าน ท่านมักจะออกไปสัมผัสความสงบของรุ่งอรุณ
สักครู่พระและเณรก็ได้มารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อรอรถตู้ของเสี่ยวัลลภ
พระอาจารย์ดนัยก็เดินกลับเข้ามารวมกลุ่ม
หลวงตาเส็งได้พูดว่าได้เห็นช้าง น่าจะเป็นเจ้างางอน มาป้วนเปี้ยนแถวที่พักเมื่อสักครู่
แต่คงเห็นว่าพวกเราตื่นหลายคน มันจึงเดินหนีไปทางหุบเขาข้างล่าง

พระอาจารย์ดนัยคิดว่า ช้างนั้นอาจจะมาลาหรือมาด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง
ท่านจึงขอเดินไปดูช้างตัวนั้น

สักครู่เสี่ยวัลลภก็มาถึง พระสิงโตได้เล่าเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเช้าตรู่วันนั้น

เรื่องนี้เป็นเรื่องของ ชะตาฟ้าลิขิต เป็นเรื่องของกรรม และชะตากรรม
ในเดือนพฤศจิกายน ปีนั้น...
เสี่ยวัลลภ เป็นคนมีโรงงานอยู่ที่มหาสารคาม มีบ้านใหม่อยู่ที่แปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา)
ชายอีก ๒ คน เป็นคนสนิทของเสี่ยวัลลภ (บ้านช่องอยู่ไหนก็ไม่ทราบ)
พระสิงโต เป็นพระที่จำวัดอยู่ที่ขอนแก่น
พระอาจารย์ดนัย เป็นพระที่จำวัดอยู่ที่หนองคาย เป็นสหธรรมมิกของพระสิงโต
พระนงค์ อยู่วัดเดียวกับพระสิงโต (ขอนแก่น)
หลวงตาเส็ง อยู่วัดเดียวกับพระสิงโต (ขอนแก่น)
พระสุรศักดิ์ อยู่ที่วัดในจังหวัดชัยภูมิ และยังเป็นพระพีชายของพระอาจารย์ดนัย
เณรอีก ๓ รูป อยู่ที่ชัยภูมิ อยู่ในการดูแลของพระสุรศักดิ์
ทั้งหมดมารวมตัวกันอยู่ที่เขาใหญ่ นครราชสีมา ในคืนวันที่ ๒๕ พ.ย.
กับ ช้างป่าขนาดใหญ่ ฉายา ไอ้งางอน ซึ่งเป็นช้างจริงๆหรือเป็นรูปจำแลงของอะไรก็ไม่ทราบ
เพราะมันไม่ได้มาให้เห็นทุกวัน

หลังจากที่พระอาจารย์ดนัยได้เดินลับตาไปในหุบเขานานพอสมควร
เสี่ยวัลลภก็อยากจะเห็นสิ่งที่พระอาจารย์ดนัยกระทำด้วยตาตนเองจริงๆสักครั้ง
จึงได้พูดสอบถามกับพระสุรศักดิ์อีกครั้ง
พระสุรศักดิ์ได้อธิบายความในสิ่งที่พระอาจารย์ดนัยกระทำ คือการแผ่เมตตาจิตให้ช้างป่า
เสี่ยวัลลภก็เกิดศรัทธาแรงกล้าขึ้นมา คว้ากล้องเดินลงไปในหุบเขาตามเส้นทางที่พระอาจารย์ดนัยเดินลงไป

หลังจากนั้น พระอาจารย์ดนัยและเสี่ยวัลลภก็มิได้เดินกลับขึ้นมาข้างบนอีกเลย
แต่สิ่งที่ทุกคนในวันนั้นได้ยินคือเสียงกรีดร้องของเสี่ยวัลลภลั่นป่า
....

หลังจากนั้นพระสุรศักดิ์ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่
และประกอบกับรูปถ่ายที่ได้มาจากกล้องของเสี่ยวัลลภ
ทำให้พอจะทราบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในรุ่งเช้ามืดของวันนั้น

เมื่อเสี่ยวัลลภเดินลงไป คงพบเห็นว่าพระอาจารย์ดนัยกำลังแผ่เมตตาให้ไอ้งางอน
และขณะที่ท่านเดินเข้าไปลูบงวงของมัน จิตท่านกำลังสื่อกับจิตของช้างป่า
ช้างป่าได้ยืนอย่างสงบนิ่ง
เสี่ยวัลลภคงเห็นภาพอัศจรรย์นั้น เลยอยากจะบันทึกภาพเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน
เสี่ยจึงย่องเข้าไปในระยะใกล้ตัวพระอาจารย์ดนัยมากๆ
แต่ด้วยกล้องนั้นต้องใช้แฟลช
แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปคงทำลายความสงบของช้างป่า
หรือไม่ก็ทำให้พระอาจารย์ดนัยหลุดจากสมาธิ
ภาพถ่ายที่ได้นั้น เสี่ยวัลลภถ่ายได้จริงๆ
เป็นภาพที่พระอาจารย์ดนัยกำลังลูบงวงไอ้งางอน
กล้องนั้นมิได้ถูกใครทำลาย เพียงตกอยู่ในบริเวณนั้น
แต่ตรงนั้นกลับมีร่างของพระอาจารย์ดนัยซึ่งในทีแรกมองไม่เห็นร่องรอยการถูกทำร้ายเลย
มาในภายหลัง ได้พบว่า กระดูกขาหักทั้งสองข้าง กระดูกไหปลาร้าหัก กระโหลกยุบน่วม
ส่วนเสี่ยวัลลภนั้นมีร่องรอยน่ากลัวกว่ามาก
สันนิษฐานว่า ช้างป่าน่าจะทำร้ายพระอาจารย์ดนัย แล้วก็หันมาเล่นงานเสี่ยวัลลภที่กำลังร้องให้คนช่วย
ช้างคงเอางวงรัดแล้วฟาดลำตัวของเสี่ยกับต้นไม้อยู่หลายครั้ง
จากนั้นคงตกใจเสียงคนที่วิ่งเข้าไปดู เลยหนีเข้าป่าไป

เล่ามาซะตั้งนาน ที่แท้ก็เรื่องช้างป่ากระทืบพระกับฆราวาส

พระดนัยนั้น ตามที่บอกเอาไว้ ว่าท่านเป็นพระน้องชายของพระสุรศักดิ์
พระสุรศักดิ์ นี้ ก็คือ พระอาจารย์จื่อ
พระสุรศักดิ์ พันธมุตโต
หรือพระครูสุวิมลภาวนาคุณ

เรื่องนี้เท็จจริงอย่างไร คงไม่มีใครกล้าถามพระอาจารย์จื่อ ในเรื่องที่ท่านสูญเสียน้องชายที่เขาใหญ่
แต่ถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง เราจะเห็นว่าพระอาจารย์จื่อ ท่านยังคงดำเนินวิธีหนทางในแนวของพระป่าสืบตลอดมา
จนวันนี้ท่านมีลูกศิษย์อยู่มากมาย เป็นที่ยอมรับว่าการทำจิตให้สงบนั้นเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุด

พระในสายพระป่า เป็นพระที่เน้นปฏิบัติในเรื่องกรรมฐาน ท่านจะเป็นผู้ไม่กระทำความวุ่นวาย
ไม่นิยมการเบียดเบียนสงฆ์ด้วยกัน ไม่นิยมการรบกวนฆราวาส ท่านมุ่งแสวงหาแต่ความสงบ เรียบง่าย
ส่วนลูกศิษย์พระสายพระป่า ส่วนใหญ่จะเป็นคนเรียบง่าย ฝึกสมาธิ ศึกษาธรรมะ ตามคำสั่งสอนของครูอาจารย์
แต่ก็มักจะพบเห็นว่า มีลูกศิาย์ประเภทที่ชอบความฟุ้งเฟ้อบ้าอลังการ เพราะพื้นฐานเป็นพวกบ้าวัตถุมาก่อน
จนในบางครั้งสิ่งที่พระป่ากระทำจนถูกติเตียนว่า เว่อร์ วุ่น เยอะ ....
กลับเป็นฝีมือและการจัดการของพวกลูกศิษย์ที่ไร้สมอง
พวกลูกศิษย์ที่มีฐานะ ก็มักจะรบกวนเวลาปฏิบัติธรรมของพระท่านได้ทั้งวัน และทุกวัน โดยไม่เกรงใจ
ตัวเองไม่ปฏิบัติธรรมยังไม่พอ ยังแย่งเอาเวลาปฏิบัติธรรมของพระมาสนองตัณหาตัวเองซะอีก
หวังว่าพวกลูกศิษย์สายพระป่า คงคิดได้ว่า พระท่านบวชเพื่ออะไร และตนเองเป็นลูกศิษย์เพื่ออะไร
เราจะได้มีพระป่าอายุเยอะๆเหลือให้เห็นหลายๆองค์

เรื่องเลี้ยงพระ สำหรับครอบครัวของเฮีย
เรามักจะใช้บริการของพวกโต๊ะจีน ในเวลาจัดงานทำบุญใหญ่
ก็ด้วยเหตุผลเดียวกับอาหมวย เพราะไม่ต้องการความวุ่นวาย
ไม่ต้องเตรียมเรื่องภาชนะใส่อาหาร แก้วน้ำ กระดาษทิชชู่
ไม่ต้องเตรียมเรื่องโต๊ะ ผ้าปูโต๊ะ น้ำ น้ำแข็ง
ไม่ต้องไปซื้อวัตถุดิบมาทำกับข้าว ไม่ต้องหุงข้าว ไม่ต้องจ้างแม่ครัว หรือง้อให้ใครมาทำครัว
ไม่เปลืองแก๊ซหรือถ่าน แถมเมื่อเสร็จงานก็ไม่ต้องล้างจานชาม ไม่ต้องเก็บกวาดโต๊ะเก้าอี้
ถ้ามองว่าเปลืองเงินเปลืองค่าใช้จ่ายมากหรือเปล่า
เฮียว่า...แลกกับความปวดหัวเรื่องคน เรื่องจัดเตรียมอาหารแล้ว คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

เรื่องสระผมก่อนนอน
เฮียก็สระทุกวัน ก็เพราะเฮียผมสั้นเหมือนกันไง
เอ้ย...แต่อาบน้ำกลางคืนนี้ ต้องระวังเป็นหวัดด้วยหละตะเอง

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 1 มิถุนายน 2554 เวลา:23:08:12 น.  

 



อรุณสวัสดิ์ค่ะเฮีย
ฝนถล่มตั้งแต่ยังไม่ตี 4 เลยค่ะ
เดี๋ยวออกจากบ้านก่อนนะ
ทำไมรถติดสุด ๆ เลยก็ไม่รู้ช่วงนี้อ่ะ
เดี๋ยวสาย ๆ ค่อยมาคุยนะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 2 มิถุนายน 2554 เวลา:5:42:04 น.  

 



กลับมาเม๊าวท์ต่อค่ะ อิอิ
พระเจ้า....มินเคยได้ยินเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ
แต่ ไม่ทราบว่า เป็นน้องท่านอาจารย์จื๊ออ่ะ
คิดว่านายคงทราบมั๊ง แต่ ไม่เคยคุยกันเรื่องนี้เลยค่ะ...
ไม่ใช่รถของบริษัทฯ ไปรับท่านค่ะ
ท่านมีรถตู้ของท่านมาเอง
แต่ บริษัทฯ ก็เคยถวายรถตู้ท่านเพื่อไว้ใช้กิจธุระเหมือนกันค่ะ
อา...มินก็อาจถือได้ว่าเป็นคนมีบุญเหมือนกันมั๊ง
เพราะเจอท่านทุกปีค่ะ อิอิ....
วันนี้ งานจุ๊ก ๆ จิ๊ก ๆ เยอะค่ะ ไว้ค่อยมาคุยค่ำ ๆ นะ...


โดย: มินทิวา วันที่: 2 มิถุนายน 2554 เวลา:10:35:08 น.  

 
Mintiva

เมื่อเช้าฝนตกแต่เช้ามืด
รถติดแบบน่าเบื่อมาก
กว่าจะออกจากซอยเข้าถนนใหญ่ จอดนิ่งๆเกือบครึ่งชั่วโมง

จริงๆเรื่องการผจญภัย เอ้ย!!!ประสบการณ์ของพระธุดงค์นั้น
มีมากมาย หลากหลาย
น่าตื่นเต้น น่ากลัว น่าสงสัย ฯ
แต่เสียดายที่ส่วนใหญ่ท่านจะเล่าหรือคุยกันในหมู่พระเณร
การเอาไปเล่าลือนั้น อาจจะกลายเป็นการอวดอุตริไปก็ได้

เหตุที่พระธุดงค์ชอบที่จะสื่อสารกับสัตว์ร้ายในป่าดงพงไพร
ต่างคนก็ต่างคิดกันไป อยู่ที่จะมองในมุมดีหรือมุมไม่ดี
ส่วนใหญ่ก็ว่า ท่านโปรดการแผ่เมตตา
ส่วนน้อยก็ว่า ลองวิชา
ก็นานาจิตตังกันไปเหอะ

เรื่องนิมนต์พระไกลๆ
ไม่คุยต่อแล้วหละ เพราะคนแอนตี้สุดขั้วอย่างเฮีย
เดี๋ยวก็หลุดภาษาดอกไม้(หน้าสาม)ออกมา 555

การที่อาหมวยได้มีโอกาสพบพระอริยสงฆ์ทุกปีๆ
เฮียก็ไม่ทราบว่าอาหมวยมีบุญบารมีอะไรหรือเปล่า???
แต่เฮียรู้แต่เพียงว่า...
เฮียน่าจะเป็นคนที่โชคดีที่มีน้องสาวใจบุญอย่างอาหมวย
เอ้...หรือว่ามีบุญที่ได้คิดถึงคนสวยๆทุกวั๊นทุกวันนิ๊ ชิมิ๊ ชิมิ๊

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 2 มิถุนายน 2554 เวลา:20:49:08 น.  

 




morning ค่ะ อิอิ
โทษทีนะคะ เฮียลบอันบนออกด้วยนะ
บางทีมินเจอรูปสวย ๆ นะ อยากเอามาฝาก
แต่เค้าไม่ได้บอก url ไว้ ค่ะ
ก็พยามที่จะลองทำเอง แต่ แป๊กค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
เมื่อวานเป็นอีกวันที่เหนื่อยมากกกกก
กลับถึงบ้านเกือบ 3 ทุ่ม ยังปวดขาไม่หายเลยอ่ะ
ความจริงมินอยู่ที่สุวรรณภูมินะ มินไม่ต้องไปหรอก
แต่ ชวนน้องในแผนกเค้าออกไปอ่ะ เมื่อวานที่การท่ามีตลาดนัดอ่ะค่ะ
แล้วพอดีลูกค้าน้องเค้ารายนึงมีปัญหาเรื่องรถอ่ะ
โน่น นิคมอุตสาหกรรมบางพลีโน่น..ปู๊นโน่น เลยอ่ะ
จะให้น้องเค้าแยกไปคนเดียวก็สงสาร เพราะมาด้วยกันแล้ว มันก็ต้องไปด้วยกันอ่ะนะคะ
ลูกพี่เลยแสดงสปิริต เอ้าชั้นไปเป็นเพื่อนเธอก็ได้ ตอนแรกคิดว่าอยู่แค่บางนาตราด
โห..อยู่โรงงานโน่น ไม่ใช่ที่บริษัทฯ อ่ะค่ะ เป๋..เลยมินอ่ะ ฮ่า ๆ ๆ
6 โมงกว่าแล้วยังไม่ได้ขึ้นทางด่วนเข้าเมืองเลยค่ะ..เฮ๊อ..
แถมต้องไปส่งเค้าที่บริษัทฯ อีก เพราะรถเค้าจอดที่โน่นอ่ะ
ส่งกลับบ้านออนเดอะเวย์ก็ไม่ได้ เพราะเช้าเค้าต้องไปส่งลูกเค้าที่ รร.อีก...
เดี๋ยวอาบน้ำออกไปก่อนนะคะ สาย ๆ เข้ามาวิ๊งค์ ๆ ๆ ใหม่จ้า อิอิ


โดย: มินทิวา วันที่: 3 มิถุนายน 2554 เวลา:5:33:56 น.  

 








โดย: มินทิวา วันที่: 3 มิถุนายน 2554 เวลา:20:30:42 น.  

 
Mintiva

โห...ไปเที่ยวแถวบางพลี
แหม! อยากจะแนะนำให้ไปเข้าห้องน้ำติดแอร์ของวัดบางพลีใหญ่ใน
ใครได้เข้าไปแล้ว จะต้องชอบ เหมือนในโรงแรมหรูๆเลย

โถ่เอ้ย...น่าจะไปลองทานข้าวเย็นที่เกาะลันตา
จะได้ทานปูดูเรือบิน งานนี้ถ้าเอารถตู้บริษัทไปก็ไม่เหนื่อยแล้วหละ

เมื่อสิบกว่าปีก่อนโน้น ....
เฮียเคยไปพรีเซ็นท์ขายของให้กับบริษัทที่อยู่แถวบางพลี
เป็นโรงงานผลิตล้อแม็กซ์ รู้สึกว่าจะเป็นยี้ห้อ เอ็นไก
ทีแรกโทรไปถามทาง ลูกค้าเขาก็บอกว่าเลยบางนาไปหน่อย
พอขับไปๆๆๆ เฮ้ย...มันจะถึงเมืองชลฯมั๊ยฟระ
แหะๆ ความจริงมันก็น่าจะแค่ประมาณ กม.๒๕ ยังอีกไกลกว่าจะถึงเมืองชล
สมัยโน้น ดูเหมือนมันอยู่ไกลและกันดารมาก
เลยวันนี้คุยกับลูกค้าไม่ค่อยถูกเส้นกัน สุดท้ายเลยโดนเขาเชิญกลับบ้าน อิอิ

อ้อ...อาหมวยเกิดทัน คิงคองไอส์แลนด์ หรือเปล่า?
KingKong Island นั้นเป็นทั้งภัตตาคารและสถานแสดงแบบเวทีกลางแจ้งขนาดใหญ่
มีขนาดจุคนได้ถึงห้าพันที่นั่ง ใครไปถึงก็จะได้นั่งทานอาหารและดูการแสดงแบบ Polynesian
ก็เป็นพวกเต้นระบำฮาวาย (เฮ้อ...หลับตาเห็นอาหมวยเต้นส่ายสะโพกเลยนะเนี๊ยะ ตึงๆๆๆๆๆ)
ไปดูโชว์นี้แล้วเหมือนได้ไปฮาวาย หรือนิวซีแลนด์
แต่สถานที่นี้อยู่ได้แค่ราวปี 34 - 38 (อะไรประมาณนี้แหละ) ก็ต้องปิดกิจการไป
เห็นเขาว่าตอนนั้นประเทศไทยโดนถล่มเรื่องเศรษฐกิจน่วม
มีสงครามอ่าวเปอร์เซีย, มี รสช. ยึดประเทศ, มีพฤษภาทมิฬ, ฯ
พวกนักท่องเที่ยวเลยไม่ยอมเดินทางเข้าประเทศ
รู้สึกว่าช่วงนั้นธุรกิจรถเช่าบริการนี่ก็เอียงไปหลายรายเหมือนกัน
คิงคองไอส์แลนด์เป็นกิจการที่เกิดจากการร่วมแรงของสองพี่น้องตระกูล กุลตวินิช
บอกแบบนี้อาจจะไม่รู้จักถ้าไม่ใช่ญาติสนิทของพวกเขา
แต่ถ้าบอกว่าเขาเป็นเจ้าของร้านอาหารดังย่านสะพานพระนั่งเกล้าฯ ชื่อว่า ระชา
คนแถวเมืองนนท์เขาเรียกว่า ระชาวิมานลอยน้ำ กระมัง
แต่ในวันนี้เขาเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น เรือนเพ็ญริเวอร์
ส่วนอาหารอร่อยๆนี่ ได้ข่าวว่าเป็น กุ้งแม่น้ำสยองไฟ, ปลากระพงเกยตื้น,
ปูทะเลหลน, ยำข้างโป๊ะ, รวมทะเลพริกไทยดำ, ปลาทับทิมนึ่งมะนาว, ...ฯ
บรรยากาศดีมาก เขาว่าใครพาแฟนหรือว่าที่แฟนไปทานอาหารร้านนี้
รับรองขอแต่งงานได้เลย 555

เมื่อเช้าฝนตกอีกแล้ว
พอสายๆก็มาอีกระลอก
แต่ก็ยังอบอ้าวเหมือนเมื่อวันก่อนๆ แปลกดี
มองตารางการงานสัมมาชีพแล้ว วันนี้ว่าง (เอ้...หรือว่าไม่มีอะไรจะทำแล้วมั๊ง)
เลยชวนกิ๊กเก่าแถวบ้านไปเที่ยวแปดริ้ว กะว่าจะไปซื้อไข่ไก่ ไข่เป็ด ใหม่ๆสดๆ
พอวิ่งรถไปได้ไม่นานฟ้าฝนก็เทลงมาอย่างหนัก ขนาดชานเมืองรถยังติดเลยนะ
ขณะที่วิ่งๆหลุดจากจุดที่ติดขัด ใจก็เห็นป้ายบอกทาง บางน้ำเปรี้ยว
พลันก็คิดถึงวัดขึ้นมาวัดหนึ่ง ชื่อแปลกดี วัดโพรงอากาศ
เจ้าอาวาสชื่อ พระอาจารย์ สมชาย ท่านกำลังสร้างโบสถ์ที่สวยงามมากในบางเปรี้ยว
เลยขับรถไปนมัสการท่าน หนทางโล่งดี สองข้างทางมีต้นไม้ชุ่มฉ่ำ
เห็นเขาว่า เมืองแปดริ้วสามารถทำนาได้ทั้งปี อันนี้เห็นกับตามาเลยนะจ๊ะ
หลวงพ่อสมชาย องค์นี้ ท่านเคยลงข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์เมืองไทยแทบทุกฉบับ
เพราะท่านเคยโดนโจรบุกเข้าไปในกุฏิเพื่อปล้นเอาเงินและทรัพย์สิน
โจรคนหนึ่งเอามีดแทงท่าน แต่ไม่เข้า
โจรอีกคนเอาปืนจ่อยิงท่านระยะเผาขน แต่ยิงไม่ออก
ในที่สุด โจรช่วยกันเอาโคมไฟ และข้าวของต่างๆ ทุบตีท่าน จนท่านสลบเหมือด อาการสาหัส
พอดีชาวบ้านและพระลูกวัดได้เข้ามาช่วย โจรหนีไปได้(มั๊ง) และไม่ได้อะไรไปเลย
ตอนนี้ท่านก็ยังไม่สามารถกลับมาเดินเหินได้เหมือนเดิมอย่างแต่ก่อน
ใครไปที่วัดจะพบท่านนั่งรับแขกอยู่ชั้นล่างของโบสถ์ที่กำลังก่อสร้าง
เจ้กิมลั๊งกับพี่น้องของเขาได้เคยไปนมัสการหลวงพ่อมาแล้วครั้งหนึ่ง เลยจำทางเข้าวัดได้
ส่วนเฮีย วันนี้โชคไม่ดี ไปไม่พบท่าน เพราะมีคนนิมนต์ท่านเข้ากรุงเทพฯ
ก็เลยทำบุญ และซื้อวัตถุมงคลกลับบ้าน

ออกมาจากวัดโพรงอากาศ ก็มุ่งหน้าไปอีกวัดที่กำลังมีชื่อเสียงในเมืองแปดริ้วอีกแห่ง
นั่นก็คือ วัดสมานรัตนาราม วัดนี้อยู่ที่บางคล้า ใกล้เขื่อนกั้นแม่น้ำบางปะกง
จุดเด่นของวัดนี้คือ พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุข เห็นว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทยด้วยนะ
ใต้ฐานเทวรูปใหญ่นี้ จะมีอาคารสี่เหลี่ยมรองรับเป็นเหมือนแท่น
และรอบๆกำแพงจะมีรูปปั้นพระพิฆเณศอีก 32 ปาง
วัดนี้ เฮียเคยไปมาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นคนยังไม่ค่อยรู้จักกันเลย
ตอนนี้ ใครๆก็อยากไป และก็ต้องไปกระซิบขอพรจากหนูที่อยู่ตรงหน้าองค์พระพิฆเนศ
แต่วันนี้ โชคไม่ดี เกิดไปเจอฝนตกหนักนานเป็นชั่วโมง
เลยได้แต่นั่งหลบฝนในโรงอาหาร ได้กลิ่นขี้หมู ไม่รู้ว่ามาจากไหน
พอฟ้าเปิด ก็เดินไหว้ทุกสิ่งทุกอย่างแบบนักมวย รวดเดียวเหมาหมด
ความจริงตั้งใจในวันนี้ก็จะไปไหว้พระประธานในโบสถ์
แต่ไม่เป็นไรเคยเข้าไปไหว้พระประธานองค์ใหม่มาแล้ว
ในวัดนี้มีรูปปั้นจรเข้ด้วยนะ เห็นว่าเป็นเทวดาเจ้าที่นี่แหละ มีคนเอาเนื้อสดๆไปบนเอาไว้ตลอดวัน
นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นพระราหูขนาดใหญ่อีกด้วย
เมื่อไม่นานมานี้ เพิ่งจะเปิดป้ายสัญญลักษณ์พระนามของพระองค์โสมฯ
และมีการตัดหวายลูกนิมินต์โบสถ์ใหม่ คนมาเที่ยวชมเยอะมาก ขอบอก
เขาว่าฮวงจุ้ยที่นี้เป็นทำเล ถุงเงินถุงทอง
เราต้องไปรับพลังตรงนี้เอาไว้เยอะๆ เหอะๆๆๆ

เหนื่อยเหมือนกันนะวันนี้
แต่ก็เอาบุญมาฝากนะจ๊ะ

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 3 มิถุนายน 2554 เวลา:21:58:10 น.  

 



อรุณสวัสดิ์ค่ะเฮีย
เอ..หรือว่า น้ำมันจะท่วมโลกจริง ๆ หรือนี่
อืม..ฝนฟ้าถล่มกันตั้งแต่ยังไม่สว่างเลยค่ะเนี่ย
น่าสนใจวัดที่เฮียพูดถึงนะคะ
แต่ขอจัดสรรเรื่องเวลาก่อนเน๊อ..
มินเกิดทันคิงคองไอ๊ส์แลนด์ค่ะ
แต่ไม่เคยไป เคยแต่ได้ยินอ่ะ จำไม่ได้แล้วว่ามันอยู่ตรงไหนอ่ะ

วันนี้มินมีโปรแกรมไปทำสปากับเพื่อนอ่ะค่ะ
ซื้อคูปองกันไว้ตั้งนานแล้ว ยังไม่ได้ใช้ซะที
มันจะหมดอายุเดือนสิงหานี่แล้ว
เอาซะหน่อย เดี๋ยวหมดอายุก็ไม่ได้ใช้ซะอีก
แต่ แค่คิดว่าจะต้องเข้าไปที่สุขุมวิท 31 ก็อยากถอยกลับซะแล้วค่ะ เฮ๊อ...

เฮียเคยได้ยินเรื่อง วัดท่าไม้ หรือป่าวคะ
ที่ว่าพระองค์นึงดูหมอแม่นมากกกกก จนน่ากลัวเลยอ่ะ
มินอยากไปจัง แต่เห็นว่าต้องไปจองคิวกันตั้งแต่ยังไม่สว่างเนี่ย มินไม่เอาดีกว่าค่ะ
ฮ่า ๆ ๆ ให้อยากรู้ยังไง ถ้าต้องทุ่มทุนสร้างกันขนาดนี้ไม่อาวจ้า ฮ่า ๆ ๆ
เพื่อนมันบอก แกไม่ต้องทำไร เดี๋ยวชั้นมารับเคลียร์ที่ไว้ให้แกนอนในรถอย่างสบาย
พอตื่นขึ้นมาก็ถึงวัดพอดี อ้าว...เฮ๊ย...มันฟังดูทะแม่ง ๆ ๆไง ไม่รู้ค่ะ นะมินว่า ฮ่า ๆ ๆ
ตื่นในวัดไม่เป็นไรอ่ะ แต่ กลัวตื่นขึ้นมาอีกทีเป็นที่ไหนก็ไม่รู้อ่ะ
หันซ้ายก็อาจเจอกระทะควันขึ้นฉุยใบใหญ่ ๆ
หันขวาก็เจอต้นงิ๊วอ่ะจิคะ
แถมแหงนหน้าหาทางกลับ ยังอาจเจอยักษ์ตัวใหญ่ ๆ ที่เค้าเรียกกันว่าพยายมอีกอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ
ดูมินจิ ยังทะลึ่งได้อีก เอาพยายมมาพูดล้อเล่นซะอีก..ขอโทษนะคร๊าท่าน

ฝนหยุดตกแล้วค่ะ เย๊ เย๊...แต่ ฟ้ายังไม่เปิดเลยอ่ะนะ
เมื่อกี๊มินทำหนมปังชุบไข่ค่ะ ทานกับกาแฟอยู่เนี่ย อร๊อย อร่อย ๆ ๆ ๆ
อยากส่งไปให้ทานด้วยจังเลย เฮ๊อ..ไม่เคยทานที่ไหนอร่อยแบบนี้่เล๊ย จริง ๆ นะ ...
ฮ่า ๆ ๆ อยากอ๊วกยัง ...คิดดูนะ ถ้าเป็นหนมปังปิ้ง มินทานแค่แผ่นเดียว แต่พอชุบไข่ 2 แผ่นยังไม่อยากจะพอเลยค่ะ ต้องเบรคไว้อ่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ทำเองก็ง๊ายง่าย..เฮียอยากเอาสูตรไปทำให้เจ๊กับคุณหนูของมินทานมั่งไม๊ บอกได้นะ
เดี๋ยวมินบอกสูตรให้ เพราะมันง่ายค่ะ ยาก ๆ อ่ะมินทำไม่เป็นหรอก เชื่อใจได้ หมายถึงเรื่องของกินนะ ไม่ใช่เรื่องอื่นอ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ

เมื่อวานก็เหนื่อย ๆ พอถึงบ้าน ไอ้บ้าเพื่อนมันเจือกมาไม่บอกไม่กล่าว
มันจะเอาเอกสารไปให้ใครก็ไม่รู้ (ก็ลูกค้าบริษัทฯ มันมั๊ง)
บ้านเค้าอยู่เลยหมู่บ้านมินไป 2-3 โล แต่อยู่ถนนเส้นเดียวกัน
เจือกมาแวะลากมินไปเป็นเพื่อนอีก ไอ้เราก็เหนื่อยไม่อยากไปเล๊ย ก็ต้องออกไปกับมันอีก
บอกไปแป๊ปเดียว โน่น นั่งคุยกันอีก เป็น ชม.
ดันไปมารยาทชวนเค้าออกไปทานข้าวอีก ดีนะที่เค้าไม่ไป ถ้าเค้าไปมินจะทิ้งมันแล้วเรียกแท๊กซี่กลับเลยอ่ะ..

บางทีมินก็ชอบชีวิตที่อยู่คนเดียวเหมือนกันนะ
เพราะตัวเองเนี่ยอินดีเพนเด๊นท์สุด ๆ แล้วก็ขี้รำคาญด้วยค่ะ
เวลาไปเดินห้างกับเพื่อนเหมือนกัน มันทำไมต้องให้เราเดินติดตรูดตาม ๆ กันไปด้วยก็ไม่รู้
แกอยากดูโน่น ชั้นอยากดูนี่ ถ้าพลัดกันเดี๋ยวก็โทรหากันก็ได้นี่นา
มินชอบไปดูพวกสเตชั่นเนอรี่ จุ๊ก ๆ จิ๊ก ๆ มันจะดูแต่เสื้อผ้า รองเท้า เฮ๊อ...
เพื่อนมันเคยงอนมินนะ บอกแล้วจะมาด้วยกันทำไม..อ้าว..เป็นงั๊นอีก
จริง ๆ วันนี้เพื่อนอีกคนมันชวนไปหัวหินนะคะ
เพราะมันจะไปดูทำเลที่ขายของ
เพื่อนเจ้านายมันเป็นเจ้าของ รร.กบาลอาไรนั่นอ่ะค่ะ เรียกชื่อเค้าถูกป่าวไม่รู้ อีกขอโทษนึงแล้วกันนะ
แต่มินนัดกับอีกคนจะไปทำตัวกันแล้ว สงสารมันเหมือนกันที่ต้องขับรถไปคนเดียว
อีกอย่างไม่อยากไปค้างหัวหินด้วย อากาศแบบนี้อ่ะ ไปทะเลไม่น่าสนุกค่ะ

วันนี้เฮียมีเมกกะโปรเจ็คไปไหนมั่งป่าวคะ
ขับรถดี ๆ น๊า ฝนตก รถติด เนี่ยมันเป็นเนื้อคู่กันไปแล้วค่ะ


โดย: มินทิวา วันที่: 4 มิถุนายน 2554 เวลา:7:26:27 น.  

 
Mintiva

เออ...จริงเน๊อะ เหมือนน้ำมันจะท่วมโลกเลย
อากาศร้อนจนเผาน้ำขึ้นไปลอยเต็มฟ้า แต่ฝนไม่ยอมตกเสียที
พอครั้นได้เมฆมากมายก่ายกอง เทวดาก็ทำการไขก๊อกแบบไม่ยอมปิด
สงสารคนที่ต้องเจอกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากและซ้ำซ้อนกับปัญหาอื่นๆ
แปลกดีนะ ก็ทราบกันดีว่า น้ำจะมาทางไหน ไปทางไหน แต่ไหงปล่อยให้มันเป็นแบบนั้นทุกปีๆ
อย่างอยุธยานี่ ยิ่งผ่านไปนานปี ยิ่งท่วมหนักขึ้นเรื่อยๆ
ถ้าเป็นสมัยตอนต้นๆกลางๆยุคกรุงรัตนโกสินทร์นี่นะ
ต้องมีการโปรดให้ขุดคลองกันแล้ว
ตอนนั้นค่าแรงก็ถูก คนคัดค้านก็ีน้อย ไม่อย่างนั้นคลองรังสิต คลองแสนแสบ คลองลัด คงไม่มีแบบนี้ให้เห็น

ขนมปังชุบไข่เหรอ?
อยากทานฝีมืออาหมวยเหมือนกันนะ
คงต้องอย่างน้อย 4 แผ่น
เฮียก็ชอบทำเหมือนกัน ต้องปิ้งให้มันแห้งๆก่อน จะได้ไม่อมน้ำมัน
ถ้าได้กะทะแบบไม่ติดก้น ก็ยิ่งดี แค่ทาเนยหรือเหยาะน้ำมันนิดหน่อย

ถ้าอาหมวยตื่นมาแล้วเห็นต้นงิ้ว
คนที่ปีนเล่นอยู่นั่นแหละ คงจะเป็นเฮีย
ก็จะทำยังไงได้หละ ก็ภรรยาชาวบ้านล้วนแต่สวยๆทั้งนั้นในสายตาเฮีย

วัดท่าำไม้
น่าจะเป็นวัดท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
และน่าจะดูดวงกับพระสงฆ์
พระที่ว่านี่น่าจะเป็น หลวงพ่ออุเทน
หรือ พระครูปลัดอุเทน (สิริสาโร) เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน
บางคนก็ยังเรียกติดปากว่า พระครูสมุห์ แต่ปัจจุบันเป็น พระครูปลัด

ในวงการพระเครื่องแล้ว หลวงพ่ออุเทน ท่านไม่ดังหรอก
แต่ในวงการหมอดู โดยเฉพาะการแก้กรรมแล้ว
ตอนนี้ท่านเป็นระดับท๊อปเท็นของประเทศไทยเลยหละ

วัดนี้ดาราไปดูดวง เยอะ เออ....เยอะมั๊กมาก
อย่างที่เห็นเป็นข่าวออกทีวี ก็มี เอ๋กับป๋อ (เสืิิอมืด)
จักจั่น (อาคัมย์สิริ สุวรรณศุข)
บอล (อัศนัย เทียนทอง)
รถเมล์ (คะนึงนิจย์ จักรสมิทธานนท์)
หนูแหม่ม (สิริวิภา กุลตังวัฒนา)
ใหญ่ (ฝันดี จรรยาธนากร)
หรือ แ้ม้แต่ ทาทายัง ก็ยังเคยไปเลยนะจ๊ะ
สิ่งที่หลายคนเขางงมากมาเป็นเวลาหลายปี ก็คือ
สติ๊กเกอร์ติดกระจกหลังรถที่มีคำว่า วัดท่าไม้ ติดท้ายรถมากมายเต็มไปหมด
แถมติดอยู่แม้กระทั่งรถระดับซุปเปอร์คาร์ อย่าง เบนซ์สปอร์ท ก็มี

เรื่องราวการไปดูดวงที่วัดนี้มีการเล่าลือหลายเวอร์ชั่น
มีตั้งแต่ตอนที่หลวงพ่ออุเทนเป็นพระลูกวัดอยู่วัดท่ากระบือ (ไม่ใช่ วัดหัวกระบือ นะ)
จนมาถึงได้ย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสวัด่ท่าไม้
และมาถึงความโด่งดัง และเรื่องเล่าแซ็บๆก็เม้าท์กันสนันเมือง

อย่างเรื่องไปดูดวง ในปัจจุบันนี้ ต้องไปตั้งแต่ตีสอง หรือตีหนึ่งได้ยิ่งดี
จะต้องต้องไปยื่นหน้า ยืนยันหน้าตาให้แม่ชีเห็นว่า มาถึงตอนไหน มาก่อนมาหลังใคร
พอเวลาประมาณตีห้าครึ่งหรือใกล้ๆหกโมง ก็จะมีการแจกบัตรคิว
สมัยก่อนมีการแย่งชิงบัตรคิวกัน ผลก็คือ ทุกคนโดนไล่กลับคอก(เอ้ย...บ้าน) วันนั้นงดดูดวง
เล่นไม้นี้มานานหลายปี ต่อให้รวยก็ไม่ไว้หน้า
แถมช่วงไหนไม่อยากดูดวง ก็ไม่ดูให้ใคร ดังนั้นต้องหาเบอร์โทรศัพท์เช็คข้อมูลล่วงหน้าให้ดี
แม่ชีดุนะจ๊ะ จนเป็นที่เข้าใจกันว่า ต้องใจเย็นปั้นหน้าให้เป็นผู้ดีให้แนบเนียน
งานนี้ไม่มีการจ่ายเิงิน เรียกว่า ดูฟรี
แต่ดูจากศาสนวัตถุและศาสนสถานแล้ว ต้องมีการทำบุญอย่างแรง (อิอิ)
เรื่องแม่นหรือไม่ ประมาณว่าคนที่ไปมาแล้ว ไม่มีใครกล้าบอกว่า ไม่แม่น

ก่อนจะไปก็ต้องปรับข้อมูลในสมองกันหน่อย
เพราะหลวงพ่อที่ว่านี้ น่าจะเป็นหลวงพี่ (ก็ท่านเพิ่งจะอายุ 36 ปีเอง)
ท่านไม่เคยเป็นพระลูกวัดของวัดท่าไม้ ไม่ได้บวชที่วัดนี้ ไม่ได้เป็นลูกศิษย์เจ้าอาวาสองค์ก่อนนี้
เขาว่าท่านบวชที่วัดท่ากระบือโน่น และทำให้ัวัดนั้นมีชื่อ เรื่องการแก้กรรมสะเดาะเคราะห์
โดยมี มาสคอท คือ รูปปั้นพระราหู (เมื่อห้าปีก่อน เรื่องพระราหูดังมากๆ)
้้้เรื่องแก้กรรม ต่อชะตาอายุ โดยการนอนในโลงศพ มีเป็นช๊อยส์ให้เลือก
วัตถุมงคลมีจำหน่าย เชิญช๊อปปิ้งได้มากเท่าที่อยากได้

วัดท่ากระบือเคยมีเกจิอาจารย์ดังมาก ชื่อ หลวงปู่รุ่ง หรือ พระไพโรจน์ วุฒาจารย์ (ติสสโร)
หลวงปู่รุ่ง มีสมญานามว่า เทพเจ้าแห่งลุ่มแม่น้ำท่าจีน (ชื่อเหมือนภาพยนต์ไทยสมัยก่อนเลย)
หลวงปู่รุ่ง ได้ละสังขารไปนาน 50 กว่าปีแล้ว แต่คนก็ยังชอบไปกราบไหว้รูปปั้นของท่าน
หลวงปู่เก่งเรื่องยาสมุนไพรมาก ท่านรับรักษาคนทุกระดับชนชั้น จนใครอยู่ไกลๆแค่ไหนก็ต้องมาหาท่าน
ส่วนพวกเครื่องรางของคลัง ก็ไม่แพ้ใคร เช่น ตะกรุด เสื้อยันต์ เหรียญรูปเหมือนตัวท่าน ฯ

หลวงพี่อุเทนนั้นทีแรกก็คิดแค่จะบวชให้แม่ เพราะป่วยหนัก แต่เหตุการณ์ก็ทำให้ท่านบวชต้องบวชถึง 3 ปี
เพราะได้เดินไปบนเอาไว้กับรูปปั้นหลวงปู่รุ่ง โดยขอให้หลฃวงปู่ต่อชีวิตโยมแม่ของท่าน
รู้สึกว่าจะอยู่ได้อีก 3 ปีจริงๆ
แต่ก่อนโยมแม่จะเสีย ได้เรียกหลวงพี่อุเทนเข้าไปหา และขอร้ิองให้ท่านบวชตลอดชีวิต

ต่อมาวันหนึ่ง หลวงปู่รุ่งมาเข้าฝันหลวงพี่อุเทน บอกที่ซ่อนตำรายา ตำราดูดวง ฯ
หลวงพี่รุ่งจึงศึกษาอย่างแตกฉาน และได้ดูดวงให้โยมมากมาย จนมีชื่อเสียงโด่งดัง

ในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดท่าไม้เกิดว่างลง
เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาครจึงได้แต่งตั้งพระสมุห์อุเทน ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสนับแต่นั้นมา
หลังจากนั้นเวลาผ่านไปไม่กี่ปี วัดท่าไม้ก็มีภูมิทัศน์คล้ายกับวัดท่ากระบือมากๆ
เพราะหลวงพี่อุเทนท่านอยากสร้างให้เหมือนกัน

เวลาไปดูดวง ไม่ต้องพูดอะไรมาก ท่านจะทำนายได้เลย (ออโต้รัน แบบแผ่นดีวีดีรุ่นใหม่ๆ)
ท่านจะพูดเอง และบอกให้แก้กรรมเอง
อ้้อ...มีเสียงแววๆมาว่า หลวงพี่นี่ท่านชอบพูดภาษาพ่อขุนด้วยนะ อย่าตกใจ ท่านใจดี
ส่วนเราควรจะเรียกท่านว่าหลวงพ่อ หรือท่านพระครู

Royalblue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 4 มิถุนายน 2554 เวลา:17:41:33 น.  

 



วันนี้ไปมารอบเลยค่ะ เนื๊อย เหนื่อย
มันยิ่งกว่าวันทำงานอีกนะเนี่ย ฮ่า ๆ ๆ
พรุ่งนี้ต้องเก๊ะไล๊ขื่อของที่เบาะหลังรถซะทีแล้วค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
มันเต็มไปหมดตั้งแต่เสาร์ที่แล้วที่ไปงานฟู๊ดเวิลด์ที่เมืองทองอ่ะ

วันนี้กลางวันทานเอ็มเค เพราะกำลังเห่อบัตรสมาชิกค่ะ อิอิ
ตอนเย็นทานฟูจิอีก เฮ๊อ..เมื่อไรจะได้ฤกษ์ลดน้ำหนักหล่ะเนี่ยมินอ่ะ
เฮียจะเอาสูตรขนมปังชุบไข่ของมินไม๊ ไม่ยากหรอกค่ะ
ถ้าจะทำต้องเอาไข่ไก่ออกมาวางไว้นอกตู้เย็นก่อนนะ อ้อ เนยด้วยค่ะ
มินจะเอาไข่ฟองเดียวผสมกับเนยที่ละลายแล้วอันนึงอ่ะ
ไซ๊ส์ปกติเล็ก ๆ ของพวกออขิดอ่ะค่ะ แต่วันนั้นได้ของเมกามา เยอมันก็มี อาหย่อยค่ะ
แล้วใส่น้ำเชื่อมของน้ำตาลมิตรผลไปนิดนึงนะ
เดี๋ยวนี้เค้าเคี่ยวเป็นน้ำมีขายเป็นขวด ๆ ที่ฟู๊ดแลนด์ก็มีค่ะ มินก็ซื้อที่นี่อ่ะ
ตั้งกะทะเทปล่อน โยนเนยใส่ไปอันนึงนะ พอเนยมันละลาย
ควันมันจะขึ้นฉุยเลยค่ะ ขนาดว่าไฟอ่อน ๆ นะคะ
เฮียก็ตัดขนมปังแบ่งเป็น 2 ชิ้นนะ จะตัดเป็น 3 เหลี่ยมก็ได้ 4 เหลี่ยมก็ได้ แต่ 3 เหลี่ยมน่าทานกว่าค่ะ
เมื่อก่อนนี้ มินชอบเรียกเพื่อนมาทานกาแฟที่บ้านเป็น มอร์นิ่งเบรคฟัสปาร์ตี้เช้า ๆ
มินมีพิมพ์หลายลายเลยค่ะ ดอกไม้ก็มี ตัวสัตว์ต่าง ๆ ก็มีอ่ะนะ
มินก็กดขนมปังเป็นพิมพ์ต่าง ๆ แต่มันจะดีกับการทำพวกแซนวิซไส้ต่าง ๆ มากกว่าเอามาชุบไข่ค่ะ
กลับมาต่อที่เฟร๊นซ์โทสนะ เค้าเรียกแบบนี้ป่าวหว่า ลืมแระ..ฮ่า ๆ ๆ
พอลงไปพลิก 2-3 ที ไข่มันก็จะสุกแล้วค่ะ ก็ตักขึ้นวางไว้บนทิชชู่ซับน้ำมันนะ
เฮียซื้อทิชชู่ซับน้ำมันของญี่ปุ่นนะคะ มันใช้ดีกว่าของเราเป็นไหน ๆ ซื้อที่วิลล่ามีขายค่ะ
พอจะทานจัดใส่จาน ก็เอาทิชชู่บีบ ๆ อีกทีก็ได้รับรองว่าไม่มันค่ะ
เพราะเราก็กริลด้วยเนยอยู่แล้วนี่นา แล้วเป็นเทปลอนอีกต่างหากอ่ะนะ..เต๊ง..จบรายการอาหารออนไลน์ค่ะ ฮ่า ๆ ๆ

มาพูดเรื่องวัดท่าไม้กันต่อดีกว่า
อ๋อ มินไม่รู้หรอกว่าท่านดังขนาดนี้
ก็เพื่อนมันมาเล่าให้ฟังอ่ะ มันก็ว่าดาราไปกันเยอะ
แต่ ถ้าต้องไปเช้าขนาดนั้นอ่ะ บอกลามินได้เลย ไม่อาวค่ะ ต่อให้อยากดูขนาดไหนก็เหอะนะ
เพื่อนมันบอกตี 5 มินยังไม่อาวเลย นี่ตี 2 เหรอ โอ๊ย อาไรจะขนาดเนี๊ยเนี่ย...
ที่มินอยากหาหมอดู เพราะตอนนี้มินคิดจะทำไรขึ้นมาซักอย่างค่ะ อยากไปปรึกษาจิตแพทย์(หมอดู) อ่ะว่า มันจะดีไม๊..
แล้วอีกอย่าง ไอ้เพื่อนคนนี้ ก็ไปกับมันไม่ได้ด้วยอ่ะนะคะ ฮ่า ๆ ๆ
ก็มันบอกเองว่า เฮ๊ย แกรู้ป่าว เค้ามีข้อห้าม 4 ข้อนะ สำหรับคนที่จะไปดูหมออ่ะ
คือ 1 คนเคยทำแท้ง 2 คนที่ไปเกี่ยวข้องกับคนทำแท้ง 3 คนที่เคยเฉียดตาย 4 คนที่เป็นเมียน้อย อ่ะ...
ไอ้เพื่อนมินเนี่ยมันครบ 4 ข้อเลยค่ะเฮีย ฮ่า ๆ ๆ
เอ๊ ลบดีไม๊เนี่ย อย่าไปคิดว่ามินเอาเพื่อนมาประจานนะคะ ไม่ใช่แบบนั้นนะเฮีย
มินพูดก็เหมือนมันเป็นน้องเป็นนุ่งเฮียอีกคน แล้ว อีกอย่างเฮียก็คงไม่รู้จักมันหรอก ไม่เป็นไรนะ
ถึงเพื่อนมินมันจะมีคุณสมบัติต้องห้ามทั้ง 4 ข้อเนี้ยะอ่ะ
แต่ มินและเพื่อน ๆ ทุกคนก็รักมัน และเห็นใจมันมากในโชคชะตาที่สุดอาภัพของเพื่อน
มันบอกมันไม่กล้าไปดูหรอก แต่ไปเป็นเพื่อนมินอ่ะ ยังเสียวเค้าจะพูดออกมาโพล่ง ๆ เลยค่ะ
มินก็ไม่ได้ดีไปกว่ามันหรอก โดนไปแล้ว 3 ใน 4 ข้อเหมือนกัน สมัยก่อนนะ ไม่ใช่เดี๋ยวนี้อ่ะนะ
เฮ๊อ..ชีวิต ใครน๊อ ลิขิตให้ชั้นต้องเป็นไปแบบนั้นอ่ะน๊า...
ช่างมันดีกว่าค่ะ มันคงไม่มีประโยชน์อาไรกับสิ่งที่มันผ่านไปแล้ว และเราไม่สามารถแก้ไขหรือเรียกกลับคืนอาไรได้
นอกจากจำไว้เป็นบทเรียนสอนตัวเราเอง ก็เท่านั้นเองนะมินว่า






นอนก่อนนะคะ ง่วงแล้วอ่ะ เฮียก็นอนหลับฝันดีน๊า....


โดย: มินทิวา วันที่: 4 มิถุนายน 2554 เวลา:20:19:06 น.  

 
src=//fc07.deviantart.net/fs70/i/2011/112/7/7/agony_by_littlepurplebee-d3ekraf.jpg>


morning ค่ะ
ตื่นยัง ขนมปังชุบไข่ ด้วยกันนะคะ
ตอนนี้ชอบแบบนี้ สงสัยต้องทำทานอยู่เป็นเดือน ๆ แน่ ๆ อ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ
beautiful sunday จ้า


โดย: มินทิวา วันที่: 5 มิถุนายน 2554 เวลา:8:47:07 น.  

 


โดย: มินทิวา วันที่: 5 มิถุนายน 2554 เวลา:8:47:54 น.  

 
โทษนะคะ ตาลาย แทนที่จะแปะ ดันไปก๊อปอ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ


โดย: มินทิวา วันที่: 5 มิถุนายน 2554 เวลา:8:48:37 น.  

 



goodnight naka...


โดย: มินทิวา วันที่: 5 มิถุนายน 2554 เวลา:20:11:07 น.  

 
Night Kizzzz


โดย: zoomzero วันที่: 5 มิถุนายน 2554 เวลา:23:09:14 น.  

 



good morning kha เฮีย
แล้วค่อยมาคุยนะ เคลียร์งานก่อน


โดย: มินทิวา วันที่: 6 มิถุนายน 2554 เวลา:9:25:53 น.  

 
src=//fc05.deviantart.net/fs22/f/2008/004/d/a/da72f7bfc20e0f39.jpg>


goodnight n sweetdreams...dear...


โดย: มินทิวา วันที่: 6 มิถุนายน 2554 เวลา:20:03:58 น.  

 


โดย: zoomzero วันที่: 6 มิถุนายน 2554 เวลา:21:07:05 น.  

zoomzero
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ของทุกอย่างในโลกมี 2 ด้าน ถ้าเริ่มต้นก็คิดแต่ว่า สิ่งนั้นมีแต่ด้านดีด้านเดียว หรือเลวสุดขีด ต่อให้ศึกษาสิ่งนั้นไปอีกพันๆปี ก็ไม่มีวันเข้าใจ แต่ถ้าเปิดใจมองให้เห็นทั้งสองด้าน และหาความพอดีกับการอยู่กับสิ่งนั้นได้
...
ความสุขย่อมมาคู่กับความทุกข์ เพราะสุขเป็นของไม่เที่ยง เมื่อติดสุข แล้วไม่มีสุขมาให้ชื่นใจ จิตก็จะเป็นทุกข์ ความสงบจึงเป็นของที่เราท่านควรปฏิบัติ
...
การตั้งตัวเป็นจอมมารแห่งหุบเขาคนโฉด จึงไม่หวังให้ผู้ใดมีสุข ไม่อยากให้คนยึดติดกับสุข หากแต่อยากให้พ้นทุกข์ และได้พบกับธรรมมะของจริง ดั่งคำว่า "ไม่มีมาร อรหันต์ไม่เกิด" 555
...
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2554
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
13 พฤษภาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add zoomzero's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.