หุบเขาคนโฉด ไม่ใช่ไอศครีม ไม่ต้องเข้ามาเลีย หรือเชียร์จนละเหี่ยใจ แต่ขอแค่ความจริงใจ ของคนกล้าคิด ไม่ติดอยู่ในกรอบ
40214 ความรักในวันแห่งความรัก




ความรักเหมือนโรคา...... บันดาลตาให้มืดมน
ไม่ยินและไม่ยล........... อุปะสัคคะใดใด
ความรักเหมือนโคถึก..... กำลังคึกผิขังไว้
ก็โลดจากคอกไป......... บ ยอมอยู่ ณ ทีขัง

มัทนะพาธา พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖




ถนนหมื่นไมล์

oถนนที่ทอดยาวไกล แต่หัวใจก็ยังเดินทางไปถึง
หุบเขาคนโฉด, ถนนหมื่นไมล์, วันแห่งความรัก, วันนักบุญวาเลนไทน์
Violent Valley, zOOmzERo, Day of Love, Saint Valentine's Day

ความรักในวันแห่งความรัก


ความรัก คือ อะไร?
มีคนให้นิยามของ ความรัก เอาไว้มากมาย
บางอันก็อธิบายแล้วเคลิบเคลิ้ม บางอันก็ล้ำลึกเข้าใจยาก บางอันก็เศร้าเหลือเกิน
ส่วนใหญ่ความหมายมีทั้งด้านบวกและด้านลบพอๆกัน
สำหรับคนโฉด จะให้ความรักในด้านบวกก่อน แล้วก็มักจบลงที่ด้านลบเสมอ
แต่ไม่ว่าจะจบแบบไหน คนโฉดก็ไม่เคยเข็ดในเรื่องความรัก ชิมิ ชิมิ
ผมเชื่อว่า ความรักเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ มีพลังมากมาย ให้คุณ ให้โทษ
ดังนั้นเมื่อมีความรัก(ในมือ) จงถือมันให้ดี อย่าให้ใครมาฉกเอาไป

14 กุมภาพันธ์ ฝรั่งเรียกว่า วันนักบุญวาเลนไทน์ (Saint Valentine's Day)
หากนับเวลาย้อนถอยไปสักร้อยปี คนไทยยังไม่รู้ว่า วาเลนไทน์ คืออะไรด้วยซ้ำ
แต่วันนี้คนไทย(โดยเฉพาะสาวๆมอต้นมอปลาย)อินเทรนด์กันมาก
อยากทราบจังเลยว่าน้องๆหนูๆ เขาจะรู้ว่าวันนี้มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร? หรือว่าไม่สนใจ
ส่วนใหญ่คงคิดว่าเป็นวันเสียชีวิตของคนชื่อวาเลนไทน์
บางคนรู้ด้วยนะว่าเขาตายเพราะเรื่องอะไร? เอ้...แล้วเขาตายในสงครามหรือเปล่า?
อยากจะบอกให้รู้ว่า เมื่อก่อนนั้น วันที่ 14 กุมภาฯ เป็นวันเฉลิมฉลองของราชินีจูโน่
แล้วราชินีจูโน่ คนนี้ เธอเป็นใคร? เกี่ยวอะไรกับเรื่องความรัก?
ทำไมถึงมีคนบอกว่าท่านคือสัญลักษณ์ของการแต่งงาน?
เอาหละช่วงนี้เป็นเทศกาลวาเลนไทน์
คงมีคนคุยเรื่องวาเลนไทน์ เรื่องความรัก กันซินะ
แต่คนโฉดไม่อยากคุยเรื่องวาเลนไทน์หรอก 555 จบ

คนเราเกิดมาย่อมต้องเคยผ่านเรื่องความรักกันมาบ้าง
เพราะความรักเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์
ที่เขาว่า รัก โลภ โกรธ หลง มีอยู่ด้วยกันทุกคน
หากใครบอกว่า ไม่เคยรู้จักคำว่า รัก เลย
บุคคลผู้นั้นคงน่าสงสารเป็นยิ่งนัก
บางคนแจกความรักไปทั่ว (อย่างใครคนหนึ่งแถวนี้ อ้อ...ตัวเราเอง)
บางคนสลับสับรางแทบทุกวัน บางวันสองขบวนก็ประสานงากันเลย แต่ก็ยังไม่เข็ด
เฮ้อ...แต่บางคนมีคนมารัก ก็ทำเป็นไม่สนใจเขา ซะงั๊น 555

ผมว่านะ ความรักมีอยู่ในทุกชนชั้น ทุกชาติ ทุกศาสนา
อย่างว่า เรื่องศาสนา ขืนไม่รักไม่บูชาศาสดา ก็เป็นเรื่องนะซิ
ศาสนาคริสต์ ถือว่า ความรักเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของมนุษย์
พระเจ้าเป็นผู้ที่รักมนุษย์มากกว่าชีวิตของพระองค์เสียอีก
ความรักของพระเจ้าไม่มีวันสูญหายหรือสิ้นสุด
ฝรั่งเชื่อในความรักของพระเจ้า
แต่ไม่ค่อยเชื่อในความรักของพ่อแม่ตัวเอง
เลยชอบอยู่คนเดียว ปีหนึ่งๆ ไปหาพ่อแม่แค่ไม่กี่วัน แปลกดี

ผมมักจะได้ยินคนพูดบ่อยๆ ว่า
ที่ใดมีรัก ที่นั้นมีทุกข์
รัก คือ ทุกข์
รักมาก ทุกข์มาก
รักน้อย ทุกข์น้อย
ไม่รักเลย แล้วจะอยู่ไปทำไม หุหุ

มีคนแบ่งความรักออกเป็นหลายแบบ
รักระหว่างคนกับคน
รักระหว่างคนกับสัตว์
รักระหว่างคนกับธรรมชาติ
และ รักระหว่างคนกับโลก
แต่รักแบบที่ผมชอบที่สุดคือ แบบที่เรียกว่า คู่รักคู่ครอง นี่แหละ

ถ้ามองความรักแบบกว้างๆ ผมขอแบ่งตามตำราที่เรียนมา (วิชาเพศศึกษา หนะ) ได้แบบนี้
A. Mature Love หรือ รักแบบมีวุฒิภาวะ เป็นรักด้านบวก คือ ใช้เหตุผล เน้นการอดทน เน้นความสุขระยะยาว
B. Immature Love หรือ รักแบบไร้วุฒิภาวะ เป็นรักด้านลบ ขาดความคิดไตร่ตรอง อยู่มันก็เกิดขึ้นมาทันทีทันใด
รักแบบ A ไม่น่าจะเอามาคุยกันหรอก มันดีไป มีแต่ในละครหรือนิยาย ซะมากกว่า ไม่เชื้อ ม่ายเชื่อ
ในหุบเขาคนโฉด ผมว่าผมชอบความรักแบบ B นะ
เพราะความรักแบบนี่แหละที่ไม่ต้องคิดนานดี 555

ความรักแบบ B เป็นรักที่เกิดโดยขาดความยับยั้งชั่งใจ บางทีก็เรียกว่า Puppy Love
Puppy ที่แปลว่า ลูกหมาน้อย
ไม่ใช่ Poppy ที่เป็นดอกไม้ของทหารผ่านศึกนะ
เวลามีคนบอกว่า ฉันมีความรักแบบป๊อปปี้เลิว์ฟ
ฟังแล้วเหมือนกับว่าไปโดนแฟนทำอะไรมาจนหมดสภาพ
ความรักแบบ Immature นี่แหละที่สร้างปัญหามามากมาย
คนที่มีความรู้มาก มีทรัพย์มาก มีประสบการณ์มาก มักไม่อยากจะมีรักแบบไร้วุฒิภาวะ
แต่คนที่มีอายุมาก โดยเฉพาะผู้ชาย มักจะอยากมีความรักแบบไร้การไตร่ตรองนี่แหละ 555


ในทางพุทธ เรียกความรักเป็นภาษาบาลีว่า ปิยัง
และแบ่งความรัก เป็น 4 อย่าง คือ

1. สิเนหา (เสน่หา) คือ ความรักที่เกิดจากความต้องการทางเพศหรือลุ่มหลงเทิดทูน
2. ปิยะ คือ ความรักที่เกิดจากสัญชาติญาณหรือความรักในเครือญาติ แต่ก็ยังเห็นแก่ตัวอยู่นะครับ
3. เปมัง คือ ความรักที่เกิดจากความผูกพัน และช่วยเหลือกันมา อันนี้ผมเดาว่า บุพเพสันนิวาส
4. เมตตา คือ ความรักที่เกิดจากการฝึกให้คุณธรรม เกิดมีขึ้นในจิตใจให้รักผู้อื่นไม่เห็นแก่ตัว

พระท่านแบ่งระดับความรัก ออกได้เป็น 6 ระดับ ได้แก่
1. ปิยะ คือ ความรักที่เราชอบผู้อื่น เราพึงพอใจ ยังเป็นลักษณะรักๆใคร่ๆ
2. เปมะ คือ ความรักที่เรารักตัวเราเอง ทำเพื่อตัวเราเอง ถึงแม้บางทีเหมือนเรายอมเขาก็ตาม
3. ฉันทะ คือ ความรักที่เป็นความพอใจ มักใช้กับเรื่องงานมากกว่าเรื่องชู้สาว
4. ศรัทธา คือ ความรักในลักษณะเลื่อมใส (ทั้ง 4 ระดับนี้ยังเป็นรักที่ทำเพื่อตัวเอง)
5. เมตตา คือ ความรักที่เป็นความปรารถนาดีต่อผู้อื่น ไม่เกี่ยวกับตัวเอง เป็นธรรมะที่ค้ำจุนโลกได้
6. กรุณา คือ ความรักในระดับที่คิดแล้วเราเองก็ยอมเสียสละ ออกแรงกระทำ ยอมทำเพื่อคนอื่น


เอาแบบฝรั่งบ้างนะ
เห็นเขาว่ามี 6 แนว ดังต่อไปนี้
1. Eros แบบนี้ก็เป็นประเภท มองกันที่รูปภายนอกมากกว่าจิตใจ เคยได้ยิน รักแรกพบ หรือเปล่า?
2. Storge เป็นความรักที่เริ่มจากคำว่าเพื่อน พอมีเวลาศึกษากันมากขึ้น เลยเปลี่ยนมาเป็นความรักแบบไว้ใจกัน
3. Ludus คือ ความรักที่ไม่มีความจริงจัง รักง่ายหน่ายเร็ว มีทีละหลายๆคน หรือเปลี่ยนคนใหม่ไปเรื่อยๆ สะสมประสบการณ์
4. Mania พวกนี้เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล อยากทำอะไรก็ทำ ไม่แคร์ใคร ใช้แต่อารมณ์ ดี..ก็ดีใจหาย..
5. Pragma นี่แหละ รักแบบที่จะพาไปสู่การวิวาห์ อาจจะค่อยเป็นค่อยไปหรือไม่ก็สายฟ้าแล็บ แต่พวกนี้เขาเอาจริงครับ
6. Agape เป็นรักที่มองได้ 2 มุม คือ รักที่มีแต่ให้(บริสุทธิ์ใจ) กับ รักที่หลงใหลอีกฝ่ายอย่างไม่สนว่าตัวเองจะเป็นอย่างไร
อ้าว....ทำไมมีแค่นี้ น่าจะมีเยอะกว่านี่นะ ????

ความรักมันยิ่งใหญ่แค่ไหนกันเชียว?
ผมไปเจอมาว่า บางคนเขาแบ่งความรักออกเป็น 8 ลักษณะ
ผมขโมยแต่หัวข้อของเขามานะ แล้วเอามาตีความหมายตามความคิดของผมเอง
หัวข้ออาจจะฟังไม่เพราะ แต่เขาเปรียบในเชิงธรรมะ ต้องคิดแบบเปรียบเปรยกันอีกที
ความรักของคุณ เป็นแบบนี้ บ้างหรือเปล่า?

กลุ่มที่ ๑. ความรักแบบสัตว์นรก (หยาบคายไปมั๊ยนี่) หมายถึง ใช้กิริยาต่ำทราม
เป็นรักที่ประกอบด้วย ความโกรธ ความพยาบาท มักจะรุนแรง ใช้กำลัง
บางครั้งถึงกับทำลายอนาคตอีกฝ่ายให้ย่อยยับ เสียชื่อเสียง
หรือทำลาย(ทำร้าย)ร่างกาย ได้แก่ การข่มขืน การล่อลวง ทุบตี
ความรักแบบนี้บางทีตอนแรกอาจจะหวานเหมือนน้ำผึ้ง
แต่สุดท้ายเมื่อลายออก นี่แหละ...ยาพิษ


กลุ่มที่ ๒. ความรักแบบเปรต หมายถึง ความโลภ อยากจะได้ อยากจะครอบครอง
เป็นรักที่เกิดจากความคิดเอาเปรียบ (เห็นแก่ตัวจังเลย) พวกนี้จะตีสนิท(จีบ)เพื่อหวังความรวย
แม้บางคน ถึงเขาจะมีฐานะที่ดี เขาก็ยังหวังเพื่อความมั่นคง หรือเอาไว้อวดคน
เขาอยากแต่งงานเพื่อหวังในเรื่องทรัพย์ เป็นรักที่หาประโยชน์จากอีกฝ่าย
ดูแล้วเหมือนชีวิตของพวกกาฝาก ราวกับพวกพยาธิ หรือ ปาราสิต
แต่แปลกตรงที่...ส่วนใหญ่อีกฝ่ายกลับยินยอมให้ถูกเกาะ หรือสูบเลือดสูบเนื้อ
แน่นอน คนพวกนี้ต้องมีดี หรือทีเด็ด มิเช่นนั้นจะเอาอะไรมาเรียกร้อง


กลุ่มที่ ๓. ความรักแบบอสุรกาย ไม่ได้หมายความว่าน่าเกลียด
แต่หมายถึง แสดงอำนาจเอาไว้ข่มผู้อื่น
หรือถ้าตัวเองไม่มีอำนาจ ก็อยากได้อาศัยบารมีผู้มีอำนาจ เพื่อจะได้คุ้มครองตนเอง
ความรักแบบนี้ เป็นของคนที่จิตใจหยาบคาย โง่เขลา เอาแต่ใจตัวเอง ชอบข่มเหง ชอบดูถูกคน
ถ้าพ่อก็แรง แม่ก็แรง วางอำนาจใส่กันเอง ใส่คนรอบข้าง
ลูกที่ออกมา คงหนี้ไม่พ้นเป็น อสุรกายตัวน้อยๆ ที่ก่อความเดือดร้อนให้สังคม
แบบที่ชอบถามคนอื่นว่า รู้หรือเปล่าว่าหนูลูกใคร


กลุ่มที่ ๔. ความรักแบบเดรัจฉาน ก็เป็นแบบสัตว์ในธรรมชาตินี่แหละ
แต่อย่าลืมว่าเราเป็นมนุษย์นะ จะทำอย่างหมูหมากาไก่ได้อย่างไร
รักแบบนี้เป็นรักที่ไม่ซับซ้อน ไม่มีเงื่อนไข เจอกันที่ไหน ถูกใจ ก็ได้เสียกันเลย
พวกนี้จะมีความสัมพันธ์กันโดยไม่แคร์ชาวบ้าน ไม่สนใจว่าโสดหรือไม่โสด มีพันธะกับใครอยู่
ไม่คิดเรื่องอาวุโส หรือความสัมพันธ์ทางสายเลือด
สุดท้ายมักจะตามมาด้วยการทะเลาะเบาะแว้ง เพราะไม่ได้จริงใจต่อกัน
เบื่อก็หาเรื่องทิ้งกัน และบางครั้งนำพาไปสู่อบายมุข เหล้าสุรา ยาเสพติด หนี้สิน ฯ


กลุ่มที่ ๕. ความรักแบบมนุษย์ (ฟังดีขึ้นมาหน่อย) เป็นความรักในระดับสูง (ทางด้านจิตใจ)
มีการให้ความเคารพในสิทธิส่วนบุคคล ให้เกียรติซึ่งกันและกัน
แม้ผิดพลาดอะไรไป จะให้อภัยกันได้ ไม่ทำร้ายอีกฝ่าย
ไม่โกหกหลอกลวงกัน มักจะห่วงชื่อเสียงวงศ์ตระกูล
เป็นความรักของคนสมัยก่อน ไม่ใช่ยุคไฮเทคแบบทุกวันนี้


กลุ่มที่ ๖. ความรักแบบเทพ
เป็นลักษณะมีคุณธรรม มีความละอายต่อบาป
ไม่ทำให้คนรักหรือผู้อื่นเดือดร้อน แม้เหตุปัจจัยจะอำนวยแค่ไหนก็ตาม
พวกนี้จะคิดแต่จะทำให้อีกฝ่ายมีความสุขและสบายใจ
ถ้าเป็นวัยรุ่นก็จะอยู่ในสายตาผู้ใหญ่ ไม่ออกนอกลู่นอกทาง
ถ้าเป็นหนุ่มสาว ก็จะช่วยกันเก็บเงินทองเพื่อสร้างครอบครัวในอนาคต
ความรักแบบนี้ ก่อให้เกิดความสามัคคีและความปรองดองในสังคม


กลุ่มที่ ๗. ความรักแบบพรหม เป็นความรักที่อีกฝ่ายรับรู้ได้ถึงขั้นต้องแสดงความนับถือ
พรหมที่ว่านี้ เปรียบเหมือนมีพรหมวิหาร4 ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา
เป็นความรักแบบที่พ่อแม่รักบุตรธิดา ผู้ใหญ่รักผู้น้อย เจ้านายรักลูกน้อง ...
(หลังๆมานี่ เจ้านายมักจะรักลูกน้อง แล้วทำเกินงาม เฮ้อ...สมภารทำไมกินไก่วัด)
หากว่า...ฝ่ายหนึ่งเป็นพรหม แล้วถ้าอีกฝ่ายเป็นมาร ความรักคู่นี้คงจบแบบไม่สวยแน่ๆ


กลุ่มที่ ๘. ความรักแบบอริยะเจ้า อันนี้เป็นรักแบบบริสุทธิ์(ใจ) ไม่หลงมัวเมา
เป็นรักแบบไม่คาดหวังอะไรตอบแทน เพียงแค่ให้อีกฝ่ายมีความสุขตลอดไปก็ได้
เป็นรักแท้ที่พร้อมที่จะรอคอยได้นานเท่านาน ถ้าอยากให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
คงเคยได้ยินพวกพระรองในละครทีวี ที่ชอบพูดว่า ขอแค่ผมได้ดูแลคุณก็พอ
รักแบบที่ให้ความห่วงใย คอยระวังป้องกัน ยามมีภัย
คอยแก้ไข ยามผิดพลาด
คอยชี้ทางให้พบแต่ความสุข

สำหรับผม ผมมีความรักครบเกือบครบทั้ง 8 ลักษณะ
แต่ 2 ข้อหลัง คงอีกนานกว่าจะทำได้

ผมมองความรักแบบนี้ (และตัวเองก็พยายามเป็นแบบนี้)
๑. มองส่วนดีของเขาให้มากเอาไว้ก่อน แต่อย่างไรก็ต้องรับรู้ส่วนเสียของเขาด้วย (เอาไว้ใช่ด่าตอนทะเลาะกัน 555)
๒. พยายามยอมรับในความแตกต่างทางด้านบุคลิก ลองปรับตัวเรา หรือลดอีโก้ของเรา ถ้าไม่ไหวก็จับเข่าคุยกันสักรอบ
๓. โกรธได้ งอนได้ แต่เราต้องพร้อมที่จะให้อภัย(และขอโทษ) ไม่ว่าเรื่องนั้นจะร้ายแรงแค่ไหน
๔. มีความห่วงใยเสมอ แต่ไม่ใช่ตามจี้ติดๆ มันจะกลายเป็นคอยจับผิด เอาแค่อยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ คอยดูแลอยู่รอบๆนี่แหละ
๕. บางครั้งไม่ต้องพูด แต่แสดงออกอย่างสม่ำเสมอ ขอเน้นว่าสม่ำเสมอ จะดีกว่าปั้นคำพูดเพราะๆหวานๆ
๖. มีความรับผิดชอบ ต่อตัวเขา และคนที่เขารัก และหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยว่า มันจะต้องเกี่ยวกับเรื่องเงิน (ดังนั้นต้องไม่งก)
๗. ทำตัวเป็นมิตรเสมอ ทำให้เขาเชื่อว่า พึ่งเราได้ บอกเล่าได้ ร้องไห้กับเราได้ พร้อมที่จะทุกข์ด้วยกัน (ตอนสุข แยกกันก็ได้)
๘. เชื่อว่าความรักเหมือนต้นไม้ และรู้ดีว่า ถึงไม่รดน้ำให้มันเช้าเย็นทุกวัน มันก็ไม่ตายง่ายๆ แต่ถ้าบ้าไปใช้ความรุนแรงหักกิ่ง ฟันลำต้นมันจนขาดสะบั้น แบบนี้แหละ ความรักจะ SHIPหาย
๙. ไม่ว่าจะเป็นแฟน เป็นกิ๊ก หรือภริยา จะไม่เหนียมอายเรื่องสับปะดี้ศรีสัปดน แต่คงไม่ประเจิดประเจอ หรือรุ่มร่าม ในที่สาธารณะหรอกน่า 555

รักแท้มีจริงหรือเปล่าหนอ
ฉันเฝ้ารอเธอมานาน นานแสนนาน
เขาบอกว่ารักนั้นคือความหอมหวาน
แต่นี่มันทรมานมากมายนัก

หุบเขาฯนี้จะไม่มีคำว่า รัก
หินสลักจักเขียนไว้ว่า ไร้รัก
ใครผ่านมา คงรู้ไว้ ได้ประจักษ์
คนใจยักษ์ บอกไม่รัก รักไม่เป็น



จอมมารแห่งหุบเขาคนโฉด

zOOmzERo2009












ไป blog ต่อไป
Link ไปที่ blog 40301 Broken Bed Natalee and Paradon



ย้อนกลับไปอ่านของเก่า
Link ไปที่ blog 40129 ไท้ส่วยเอี้ย เทพแก้ไขเคราะห์กรรม

Link ไปที่ blog 40108 วัดเก่าบนเขาบางทราย
Link ไปที่ blog 31231 สิ้นปี ๒๕๕๓ ทิ้งความทุกข์
Link ไปที่ blog 31218 ผัดหมี่โคราช
Link ไปที่ blog 31130 อยากเป็นตัวนิ่ม
Link ไปที่ blog 31021 อย่าห้ามฉันกินหอยนางรม
Link ไปที่ blog 31013 ไม่ทานเจได้ไหม?



Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 17 มิถุนายน 2554 19:31:24 น. 55 comments
Counter : 1283 Pageviews.

 
เจิม ๆ ๆ

แหมเข้ากับเทศกาลจริง ๆ เชียวพี่ชายเรา เพลงเพราะ BG สวย

เอ่อ... แล้วเราเป็นความรักแบบไหนว่า แยกประเภทได้แปลกปะหลาด กิ๊บเก๋สมกับเป็นหุบคนเขาโฉดเจง ๆ *_*


โดย: นู๋ Beee เองค่ะ IP: 115.87.49.203 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:23:11:18 น.  

 
ไปตามอ่านโพสต์เก่า มาตอบที่นี่แล้วกันนะคะ

กำเวง พี่ชายไม่รู้จัก PayPal เพพาว เหย๋อ แปลว่าไม่ใช่นักช๊อปท่องเวปออนไลน์อ่ะจิ อย่างพวก amezon, ebay อะไรพวกนี้ ทำซื้อขายกับคนได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นผู้ซื้อ หรือผู้ขาย ก็ต้องเปิดบัญชีพวกนี้ไว้รับส่งเงิน คนขายก็เปิดไว้รับเงิน แล้ว PayPal ที่ดังเพราะเก่าแก่เป็นเจ้าแรก เปิดมาเป็นสิบปีแล้ว แอดบัญชีธนาคารไทยของเราเข้าไปในเวป พอได้เงินเหรียญสกุลต่างประเทศมา กดโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารไทยได้เลย ไม่กี่วันเงินก็เข้าบัญชี รองรับทุกประเทศทั่วโลก ของเขาออกจะโด่งดังจะตาย *_*

ต้องซอยพิพากษา สงสัยจะรู้จัก แต่ไม่รู้จักชื่อซอยแหง๋ ๆ เลยค่ะ บีว่าจะ ถ้าวันไหนพี่ชายมีโอกาสมาบ้านบี แล้วมาคุยกับหยี่โกวบี คงจะคุยกันถูกคอแน่ ๆ โกวบีหกสิบกว่าแล้ว ทันทุกอย่างที่พูดมา จะโรงหนัง จะรถราง ทันหมดรุย สงครามโลก ทันเป่าไม่แน่ใจ อิอิ แถมเล่าเก่ง คุยสนุก หลานอย่างบีต้องยอมยกธงขาวให้รุยทีเดียว ^_^

อ้อ แต่อากงบีก้อมาเมืองไทยยุคบุกเบิกนะคะ ที่ว่าเสื่อผืนหมอนใบง่ะ เห็นโกวเล่าว่าแต่ก่อนหาบคานไม่หามน้ำจับเลี้ยงเก๊กฮวยขาย ก่อนจะมีร้านแบบนี้ ^_^ ส่วนโมเดลเยาวราชใครว่าไม่มีคะ มีและละเอียดครบถ้วนเลยทีเดียวเชียว ที่วัดไตรมิตรนั่นแหล่ะ พิพิธภัณฑ์เยาวราชในอดีตเลย ชั้นบนสุดเป็นพระพุทธรูปทองคำ หนักที่สุดในโลกลงกินเนสบุ๊ค ชั้นสองพิพิธภัณฑ์ประวัติวัดทั้งหมด และชั้นล่างสุดพิพิธภัณฑ์เยาวราช พี่ชายว่าง ๆ อย่าลืมแวะมาเที่ยวนะคะ ^_^

อ่านเรื่องที่ว่า ร.๘ ร.๙ เสด็จเยาวราชแล้วปลามปลื้มใจจังค่ะ ^_^

เรื่องบ้าน เรื่องรถ แห่ะ ๆ ก้อว่ากำลังจะชวนน้องสาวไปเรียนกันอยู่ไง แต่ยังไม่ได้เรียน ไฮบริดไม่ดีเหย๋อ แล้วอีโค่คาร์ล่ะคะ เป็นยังไงบ้าง จริง ๆ ก็อยากเอาแคมรี่ ไฮบริดรุยนะ ใหญ่ดี อิอิ แต่ขับยากเป่ามะรู้ง่ะ ก้อมีรถก้อต้องกะว่าจะได้ไปเที่ยวลั่นล้าต่างจังหวัดสบาย ๆ สิคะ แหม พี่ชายเนี่ยะ หรือขนคนไปวัดได้หลาย ๆ คนด้วย ได้ขับรถพาโกวเที่ยวต่างจังหวัดอะไรกะเขาบ้างเน๊อะ :)

ไปก่อนนะคะ ค่อยมาเม้าท์ต่อ เวปคลับเปิดใหม่ ปรับปรุงเวปไฉไลกว่าเดิม ไปศึกษาเกาะติดสถานการณ์ก่อนค่ะ งิงิ

คิดถึงนะคะพี่ชาย จุ๊บ ๆ ๆ

Happy Valentine's Day.
Loveing you too much, so much, very much ค่ะ งิงิ


โดย: นู๋ Beee เองค่ะ (http://beee.bloggang.com) IP: 115.87.49.203 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:23:52:19 น.  

 


//www.youtube.com/watch?v=LQTTFUtMSvQ
//www.youtube.com/watch?v=dIz1qFaITdY


With love and care for you that man who
talk about everything for everybody.



โดย: jampada IP: 58.9.66.9 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:3:50:51 น.  

 



อังคารสวัสดีค่ะเฮีย
วันนี้อากาศดีจังเลยค่ะ
ตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น นะคะ
เมื่อคืนนอนดึกเหมือนกันนะเฮียอ่ะ


โดย: มินทิวา วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:8:51:37 น.  

 
BeeeBU

วันนี้คุยประเด็นเดียวเลย เรื่อง รถ

EcoCar
ความจริงแล้วความหมายจริงๆคืออะไร พี่ไม่ทราบหรอกนะ
แต่คิดว่า หมายถึง รถประหยัดพลังงาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
คงต้องเป็นรถขนาด(โฆด)เล็ก เครื่องยนต์เล็ก แต่สมรรถนะดี กินน้ำมันน้อย ใช้เทคโนโลยี่สมัยใหม่

เมื่อตอนที่เกิดวิกฤติน้ำมันโลก เพราะพวกอาบังโอเป็ครวมหัวกันขึ้นราคาน้ำมันดิบ
มวลมนุษย์ชาติต้องรวมหัวกันขบคิดหาทางออก
ตอนนั้นเราได้คำตอบคือ City Car หรือรถ 4 ที่นั่ง
มาวันนี้ โจทย์เปลี่ยนเป็นต้องลดมลพิษ ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา
คำตอบเลยออกมาเป็น Eco Car หรือ New Small Concept

ค่ายรถอีโค่คาร์ในเมืองไทยนั้นมีหลายค่าย ทั้งผลิตเองและนำเข้า
ดูท่าทางคงแข่งกันผลิตออกมาขายในเร็ววันนี้กันทุกค่าย
แต่ไม่รู้ว่าไปได้ยินมาจากไหนเหมือนกันว่า ถ้าจะผลิตเอง
รัฐบาลได้กำหนดเอาไว้ว่า ถ้าใครจะผลิตรถอีโค่คาร์ในประเทศเรา
จะต้องเป็นเครื่องยนต์ประมาณ 1.0-1.2 ลิตร สำหรับเบนซิน และ 1.3 สำหรับดีเซล
แถมจะต้องออกแบบตัวถังใหม่ และไม่เคยขายที่ไหนมาก่อน
ดังนั้นเราถึงต้องรออยู่นานหลายปี ไม่แน่ใจนะว่าได้ยินมาจริงๆหรือว่าฝันไปเอง 555
มาดูรูปรถ อีโถ่ เอ้ย...อีโค่ กันนะ

Honda>>>>Brio



Toyota>>>>Etios



Nissan>>>>March



Mitsubishi>>>>EcoCar



Suzuki>>>>Swift



Tata>>>>Nano




รถ Hybrid
เจ้ารถ "ไหบิด" นั้นมีทั้งเล็ก กลาง ใหญ่ และอภิมหายานยนต์
คุณหญิงไหบริด(Hybrid) นี่เมื่อก่อนตอนยังไม่ดัง เธอมีชื่อว่า Integrated Motor Assist (IMA)
แต่พอดังแล้วก็ลืมตัว เอาแต่บอกชาวบ้านว่า เดี้ยนชื่อ ไหบิด ค่ะ
เดี้ยนเป็นคนประหยัดสุดๆเลยค่ะ กินน้อย ทำงานเยอะ
เครื่องในของดิฉันมีทั้งแบบใช้น้ำมันและใช้ไฟฟ้า ทำงานร่วมกันหมุนล้อ เข้าใจมั๊ยคะ?

Hybrid Car เป็นรถที่ใช้งานหลักๆด้วยพลังงานน้ำมัน เหมือนรถที่เราๆเห็นทั่วไปนี่แหละ
แต่เขาออกแบบให้มีมอเตอร์พิเศษ (เหมือนรถในสนามกอล์ฟ) ที่ให้คอมพิวเตอร์เป็นตัวช่วยคิดให้รถ
ถ้ารถแล่นช้าๆ มอเตอร์จะเป็นตัวหมุนล้อ แต่พอใช้ความเร็วสูง ระบบก็จะปิดมอเตอร์
แล้วหันมาหมุนล้อจากเพลาหมุนของเครื่องยนต์
เคยเห็นรถสิบล้อเวลาจะเร่งแซงหรือเปล่า? ควันมันจะดำปี๋เลย เพราะเครื่องยนต์เผาไหม้ไม่สมบูรณ์
ผลที่เกิดตอนเร่งเครื่องแล้วได้ควันดำๆ คือ เปลืองน้ำมัน สร้างมลพิษ เครื่องยนต์สึกหรอ ...
ทางแก้คือ ช่วงจะเร่งเครื่อง เร่งความเร็ว มอเตอร์ก็จะปั่นจี๋ วี๊ดๆๆๆๆ
รถก็แล่นปรื๋ด แล่นปรื๋ด พอเครื่องยนต์ปรับตัวให้ทันความเร็วที่สมดุลกับน้ำมันที่เผาผลาญ มอเตอร์ก็หยุดหมุน
ช่วงที่รถแล่นเพลินๆ มันก็จะแอบปั่นกระแสไฟเอาไปส่งให้แบตเตอรี่ แล้วพอมอเตอร์จะทำงานมันก็จะเอาไฟตรงนี้ไปใช้
สรุปแล้วระบบ Hybrid ก็จะช่วยประหยัดน้ำมัน ลดมลพิษ

แต่ที่ไม่เชียร์ระบบ Hybrid ก็เพราะว่า ถ้ารถมันวิ่งๆแล้วมันเกิดไม่เอาพลังงานจากน้ำมัน
คือมันเอาแต่ไฟฟ้ามาหมุนล้อแบบเดียว หมุน ๆ ๆ ๆ แล้วไฟก็หมดหม้อแบตเตอรี่
ทีนี้ถึงจะมีปัญญาแก้ไขให้มันกลับมาใช้น้ำมันปนมอเตอร์ได้
แต่ตอนนั้นไม่มีไฟสตาร์ทเครื่อง หรือเปิดไฟกระพริบยังไม่ได้เลย จะทำอย่างไร?
นี่แหละที่เป็นหนึ่งเรื่องที่ห่วง มันจะไปนอนกินข้าวลิงอยู่กลางป่ากลางเขานะดิ

อีกเรื่อง คือคอมฯที่ควบคุมการเร่งเครื่องจากมอเตอร์ไฟฟ้า เราจะไปไว้ใจมันได้อย่างไร
เพราะกลัวว่า ฝรั่งออกแบบให้ใช้ของแบบนั้นแบบนี้ แต่พี่ไทยกลับมาลดสเป็คของเขา
หรือเอาอะไหล่แบบราคาถูกกว่ามาใส่ แล้วเราจะทำอย่างไร? (ขอโทษบริษัทรถด้วยนะ ที่ปากเสียแบบนี้)
เชื่อหรือเปล่าว่า รถยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกัน เครื่องยนต์ขนาดเดียวกัน
แต่รถนำเข้ากับประกอบในไทย มันใช้แล้วคนละเรื่อง ในอดีตเคยเจอมาแล้วกับตัวเองเลย
ไม่เชื่อไปถามพนักงานขับรถที่มีป้าย "อ." ของพวกองค์กรระหว่างประเทศดูซิ

อ้อ...ในเมืองนอกมีอุบัติเหตุที่เกิดจากการที่รถใช้คอมฯควบคุมความเร็ว
คือเครื่องยนต์มันเหมือนเหยียบคันเร่งเอง แต่มันเพี้ยน คือ เร่งเอา เร่งเอา เร่งเอง
บริษัทต้องเรียกรถกลับ แล้วปีต่อมาก็ปรับปรุงรุ่นใหม่ ปัญหาก็หมดไป
แล้วเจ้าเครื่องที่วิ่งได้ทั้ง 2 ระบบ เรามารอให้มันพัฒนาจนนิ่งๆก่อนดีกว่ามั๊ย
เจ้าโอเดสซี่ที่ขายไป คันนั้นใช่แค่ปีเดียว ระบบABSรวน มันเป็นรถนำเข้า และเข้ามาแบบผิดพลาดด้วย
คนขายรับประกันแค่ปีเดียว ศูนย์ไม่ยอมรื้อหาจุดที่รวน บอกว่ามันอันตรายมาก
เลยยกเปลี่ยนทั้งยวง หมดไปเกือบแสน แล้วต่อมาอีกสองปีมันก็รวนอีก เลยไม่แก้เลย
กะว่าเบรคไม่อยู่เมื่อไหร่ ก็จะเอาด้านซ้ายของรถเสย สวนมันไปเลย (เจ้เขานั่งตรงนั้นพอดี 555)

เรื่องประสิทธิภาพของรถยนต์
ก่อนซื้อต้องลองเข้าอ่านพวกเว็บบอร์ดของคนที่เขาใช้รถรุ่นนั้นๆก่อน
เช่น พวก JazzClub, MarchClub, ....
เอาอย่างนี้ พี่ว่าเราก็ต้องให้เกียรติคนที่ออกแบบรถยนต์
และต้องเคารพมาตรฐานอุตสาหกรรมไทยด้วย
แต่เรื่องความเชื่อถือในผลิตภัณฑ์เป็นเรื่องนานาจิตตังครับผม

ในประเทศไทย รถไฮบริด ที่วิ่งเกลื่อนถนน
เห็นจะมีก็โตโยต้า แคมรี่ ไฮบริด 2.4 ที่เยอะแยะไปหมด
ที่มีมากเพราะหลายคนเชื่อมันในเทคโนโลยี่ของโตโยต้า
และแบตเตอรี่นิเกิลเมทัลไฮดราย (Ni-MH) ทีวางใจได้เรื่องพลังงานสำรอง


ส่วนคู่แข่งที่แรงมาเรื่อยๆก็ได้แก่ Honda Insight


ทีนี้ย้อนมาที่ ข้อแนะนำที่ว่า
ถ้าจะใช้ในเมือง ก็ต้องซื้อรถพวก อีโค่คาร์ หรือ ซิตี้คาร์
City นี่ไม่ได้บอกว่า ฮอนด้าซิตี้นะ นั้นมี 2 ขนาดนะจ๊ะ แบบไม่แพง กับ แบบแรงๆ
รถเล็กนี่ดี เพราะขับง่าย จอดง่าย ไม่ค่อยหาย ประหยัด สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อย
ข้อเสียคือ บรรทุกคนได้น้อย และไม่ปลอดภัยถ้าวิ่งใกล้สิบแปดล้อเมายาบ้า

มือใหม่หัดขับ ไม่เหมาะกับรถเก๋งใหญ่ หรือรถอเนกประสงค์ เพราะมันกะระยะยาก
พวกห้างสรรพสินค้า ไม่รู้ว่ามันเป็นบ้าอะไร ขีดเส้นที่จอดรถแบบว่า เอารถเข้าไปในช่องได้
แต่เปิดประตูกว้างๆไม่ได้ บางแห่งก็สร้างตึกให้จอดรถแบบที่ต้องเอาหน้ารถถูกำแพงเพื่อขึ้นไปชั้นบน
ไม่รู้มันจบสถาปนิกมาได้อย่างไร ลองไปดูทางขึ้นชั้นจอดรถของห้างขนาดกลางๆดูซิ
ขอบกำแพงทางวนรถขึ้นลงมันมีแต่แผลที่รถลูกค้าขับขูดครูดมากมายหลายราย เวรกรรม

ทีนี้การวาดฝันว่าจะซื้อรถแล้วพาญาติไปเที่ยวต่างจังหวัด
แบบนี้รถเล็กๆก็ไม่ได้ รถใหญ่ก็ไม่ได้ รถถังก็ยังไม่ได้เลย
เพราะอะไรเหรอ? นี่...คุณน้องต้องหัดขับในเมืองไปก่อน 2-3 ปี
คนสมัยนี้ขับรถไม่เก่งแล้วชอบออกต่างจังหวัด
โดยคิดแต่เพียงว่า ฉันซื้อรถมาขับ ไม่ได้ซื้อมาเก็บ
ดูอย่างน้องซีวิคสีขาวซิ พลาดนิดเดียว ใครผิดใครถูกก็ไม่รู้นะ
แต่มีคนตายหลายคนเลยหละ
เวลาเราขับที่ความเร็วเกิน 100 ต่อให้รถเบนซ์ก็ไม่เหลือถ้าอีกฝ่ายตัดหน้ากระชั้นชิด
แล้วพวกที่ไปวัดแล้วไปสวดมนต์ อดนอน (จำได้ว่ามีบวชอะไรแปลกๆที่ไม่ยอมนอนกันทั้งคืน)
ตอนกลับจะขับรถกันปลอดภัยได้อย่างไร เดี๋ยวก็หลับในจนได้
ห่วงจริงๆเลยพวกที่ไปวัดแล้วไปทรมานตัวเอง แล้วก็ขับรถกลับบ้านมืดๆค่ำๆ

ref: fuchsia BeeeBU


โดย: zoomzero วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:23:05:48 น.  

 
Mintiva

สวัสดีวันอังคารจ๊ะ
ขอบคุณมากสำหรับการ์ดวันวาเลนทายออนไลน์
ส่วนคำอวยพรนี่ ประทับใจมาก

วันนี้ตอนเช้าฝนตกจั๊กๆๆๆๆๆ
ดีใจแทนต้นไม้ต้นหญ้าข้างทาง ได้ชุ่มชื่น
ป่านนี้ พวกนก พวกปลา ตามสวนสาธารณะคงจัดปาร์ตี้กันยันเช้า
ก็เป็นอย่างนี้แหละ ถึงบอกว่า ชอบหน้าฝน
เพราะฝนนั้นให้คุณกับคน สัตว์ และสิ่งต่างๆ มากมาย
เอ้..แล้วเราไปเกี่ยวอะไรกับเขาด้วยนะ

ตอนเที่ยงไปส่งน้องหนูที่มอบางนา
เกิดอาการอยากทานอาหารทะเล
เลยไปทานข้าวต้มปลาที่ร้านสมลักษณ์ อ่างศิลา
สั่งข้าวต้มรวมมิตร กับยำทะเลเน้นไข่ปลากับหอยนางรม

เดี๋ยวนี้พออายุมาก เวลาอยากได้อะไร มักจะต้องได้ดั่งใจ
อยากจีบใครก็จีบเลย อิอิ อ้าว...คนละเรื่อง
ทานเสร็จก็ไม่ยอมกลับ
ชวนเจ้สมลักษณ์เจ้าของร้านมาคุย
เจ้เล่าเรื่องของอ่างศิลา ตั้งแต่อดีตจนถึงวันนี้
เจ้อายุ 61 สามีอายุ 73 สามีภรรยาเกิดปีเสือทั้งคู่
ไม่น่าเชื่อว่า คนที่รวยขนาดนี้ ในวันนี้ เคยยากจนอย่างมากๆมาก่อน
อาศัยว่าขยัน อดทน และสำนึกบุญคุณคน เลยได้มีฐานะเป็นอย่างทุกวันนี้
เจ้สมลักษณ์ยังได้ให้ความรู้เรื่องการทำอาหารทะเล การเลือก การทำอาหาร ฯ
เจ้สมลักษณ์ยังบอกว่า ปูม้าปูทะเล เดี๋ยวนี้มีแต่ตัวเล็กๆ เพราะทะเลไทยกำลังจะแย่
คนไม่เคยรู้จักกันมาเลย แต่คุยกันสนุก คุยกันเหมือนญาติ แปลกดี


ขากลับแวะซื้อข้าวหลาม กับปลาหมึกหวาน
ก็ตรงหัวโค้งอ่างศิลาที่คนเขาจอดรถเยอะนั่นแหละ
กลิ่นลมทะเลเหม็นมาก ทำไมตรงนั้นถึงอากาศไม่น่าดมเลย

เที่ยวนี้ไมได้เข้าวัดไหว้พระ ไหว้เจ้า
รู้สึกว่าศีลไม่ครบ ใจไม่สงบ
เพราะช่วงนี้แอบรักคนที่เอื้อมไม่ถึง(หลายคน)
เฮ้อ..เรื่องหัวใจ
อยากให้ เขาก็ไม่เอา
อยากได้ เขาก็ไม่ให้
555 (อย่าถือสาคนอินเลิว์ฟเลยนะ)

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:23:28:35 น.  

 
Jampada

ขอบคุณสำหรับคำชม

ได้เข้าไปฟังเพลงของ Beethoven
กับ Hello ของ Lionel Richie

ขอบอกว่าชอบทั้งสองเพลง
แต่ลำเอียงไปทาง Hello มากกว่าครับ
เพราะมีเนื้อเพลงตอนหนึ่งว่า I love you
เอ้ยซ์ ม่ายช่าย....
Tell me how to win your heart
For I haven't got a clue ...

ตอนนี้ดูรายการตีสิบ
เขาไปเยี่ยมสีหนุ่ม เชิญยิ้ม
ใครดูแล้วได้อะไรบ้างก็ช่างเหอะ
แต่ผมเห็นว่า ความรักนั้นยิ่งใหญ่มาก
ภรรยาคุณสีหนุ่มเอาความรักมาเป็นยารักษาคุณสีหนุ่ม
ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง ตอนเย็นทานสุกี้กับภรรยาและลูกสาว
กลางคืนดูหนังทีวีกับภรรยาจนดึก
เช้ามานอนไม่ตื่น หมอบอกว่าเส้นเลือดในสมองแตก
คุณสีหนุ่มก็เส้นเลือดในสมองแตก
แต่เก่งมาก น่าจะเป็นเพราะได้กำลังใจจากคนรอบข้าง

ส่วนคุณเจี๊ยบ เชิญยิ้ม ลูกชายของคุณสีหนุ่ม
คนนี้เคยบวชให้พ่อ เพราะเคยบนเอาไว้ว่าขอให้พอหาย
แต่นี่แค่ดีขึ้นก็บวชแก้บนให้แล้ว
ไม่ทราบว่า บุญ หน้าตาเป็นอย่างไร
แต่เชื่อว่าบุญทำให้เกิดปาฏิหาริย์ได้

ref: Sienna Jampada A0 52 2D


โดย: zoomzero วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:23:46:40 น.  

 




หวัดดีวันพุธค่ะเฮีย
อืม..เมื่อวานฝนตกจริง ๆ ด้วยค่ะตอนเที่ยง ๆ
วันนี้ ขออย่าให้ตกเลยนะ
เพราะมินต้องไปตั้งหลายที่ค่ะ
ขำที่บอก พอมีอายุแล้ว
อยากได้อาไร ต้องให้ได้ดั่งใจ อ่ะค่ะ
มีปัจจัยแวดล้อมสามารถให้ได้ดั่งใจมันก็ดีสิคะ
แอบดีใจว่า เรื่องที่เฮียกลุ้ม ๆ กังวลก่อนหน้านี้
มันคงเบา ๆ ลงไปบ้าง เพราะรู้สึกได้ว่า
ยังมีเรื่องดี ๆ ให้เฮียมีความสุขบ้าง
แม้จะเป็นเรื่องอาหารการกินก็ตามเหอะ
ปล. ฮ่า ๆ ๆ ไม่ถือสาคนกำลังอินเลิฟหรอกค่ะ
แค่แอบอิจฉาและหมั่นไส้เล็ก ๆ เท่านั้นเองจ้า


โดย: มินทิวา วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:7:50:59 น.  

 
Si La Ha

เมื่อไม่นานมานี้ ได้เจอแหม่มสาวคนหนึ่ง (เอ้...เจอ หรือพาไปเองนะ 555)
เขาเป็นใครก็ไม่ทราบ ทราบแต่ว่าเป็นคนช่างถามจริงๆ
ไปทำบุญแล้วไปเจอมา ฝรั่งนี้ผิวหยาบจังเลยนะ ทำไมดูดาราฝรั่งในทีวีแล้วเซ็กซี่จัง
หะ แรก หะ เริ่ม ก็เจอด้วยการถามพระที่ห้อยคอของคุณหนูของกระผม
เขาถามด้วยคำถามแสนง่ายๆว่า What?
แหม...นึกคำตอบอยู่ตั้งนาน
เพราะที่ห้อยคออยู่ไม่ใช่รูปปั้นของพระพุทธเจ้า แต่เป็นวัตถุอีกอย่าง
ซึ่งไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็น small buddha image
(มีคนเคยเรียกพระเครื่องให้ฟังว่า buddha doll เออ..ไอ้บ้า ฟังพิลึกดี นึกว่าตุ๊กตาไบล)
ดีว่าเคยอ่านเว็บขายพระมาบ้าง เลยบอกว่า amulet
ฝรั่งพยักหน้ารับ แล้วพูดเชิงคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบว่า Oh,for lucky?

แล้วหลังจากผ่านกระบวนการถวายสังฆทานไปเรียบร้อย
แหม่มสาวคนเดิมก็ถามอีกว่า What is Si La Ha?
เล่นเอางงเป็นหมีแพนด้าโดนเตะก้นเลย
ถามกี่ครั้งเธอก็บอกว่า Si La Ha

ภาษามนุษย์ต่างดาวจากจักรวาลไหนกันนี่?
เลยต้องให้คนที่เขาพาฝรั่งมาด้วยช่วยกันเคลียร์ให้หน่อย
กว่าจะเข้าใจ เขาหมายถึง ศีลห้า
คนที่พาไปเขาได้อธิบายว่าพระสงฆ์ทำขั้นตอนต่างๆอะไรบ้าง
ตั้งแต่ อาราธนาศีล ให้ศีล กล่าวคำถวาย ถวาย ให้พร และพรมน้ำมนต์
แหม่มคนสวยก็ติดใจสงสัยเรื่องศีลห้า เพราะคนข้างๆอธิบายไม่ค่อยเข้าใจ
ก็ของมันมีความหมายลึกซึ้ง อธิบายหยาบๆไปก็คงคิดว่า ออกกฏมาทำไมแบบนั้น

เออ...แล้วศีลห้า ภาษาฝรั่งมันเรียกว่าอะไรหว่า
วันนั้นก็เลยมั่วๆตอบไป ประมาณว่า เป็นข้อห้าม 5 เรื่อง
เพื่อทำให้คนเราอยู่อย่างสงบและเป็นมิตรกับสิ่งต่างๆรอบตัว
รู้สึกว่าจะตอบได้มั่วมากๆ ฝรั่งก็คงจำแบบมั่วๆกลับไป

พออยู่ว่างๆเลยต้องมาหาความรู้สักหน่อยว่า ต้องตอบเขาว่าอย่างไร

ศีล5 ก็คือ Five Precepts หรือเรียกอย่างเป็นวิชาการก็คือ Five Buddhist Precepts
คำว่า precept นั้นจะใช้แทนด้วย rule ได้หรือเปล่าก็ไม่ทราบนะ
แต่ใน dic อธิบายว่าเป็น five commandments of the Buddha for the layman(ฆราวาส)
รู้สึกว่าวันนั้นจะได้อธิบายว่าเป็น rules of Thai Buddhist ซึ่งน่าจะพูดผิดแน่ๆ
เพราะถ้าเรียกว่า กฏ ถ้าทำผิดกฏ ก็ต้องโดนลงโทษ
แต่พวกเราก็ไม่เห็นโดนใครลงโทษเลยนี่
ผมยังผิดศีลข้อสาม แบบวันเว้นวันอยู่เลย หุหุ

ก่อนอื่นต้องมาดูคำว่า งดเว้น
เพราะศีลห้านั้นจริงๆแล้ว เขาให้งดเว้น หรือเลี่ยง มากกว่าบอกว่า ห้าม (หรือว่าไม่ใช่)
งดเว้น มีคำเรียกแบบน่าใช้ที่สุดก็คือ abstain
แต่ผมเป็นคนเรียนมาน้อย เลยคุ้นกับคำว่า avoid, omit, refrain

ดังนั้นก็ต้องจำเสียใหม่ว่า five precepts for layman to abstain for
1. To abstain from taking life.
2. To abstain from taking what is not given.
3. To abstain from wrong sexual pleasure.
4. To abstain from false speech.
5. To abstain from intoxication drinks and drugs.

ใครเขียนได้ดีกว่านี้ก็บอกกันมั่ง อิอิ


โดย: zoomzero วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:12:03:35 น.  

 
Mintiva

สวัสดีวันพิรุธ เอ้ย..พุธ จ๊ะ

ดีแล้วที่ไม่อิจฉาเฮีย
เพราะเฮียหนะ รักง่าย หน่ายเร็ว กว่า G-Six เสียอีกนะ

เรื่องอยากได้อยากทำนี่ เมื่อก่อนก็ได้แต่คิด เดี๋ยวนี้คิดแล้วทำ
ปัจจัยไม่พร้อมก็จะทำ แต่ก็ต้องแอบทำไงหละ
ว่าแล้วต้องไปโอนเงินค่าเช่าอพาร์ทเม้นท์ให้กิ๊กซะแล้ว 555 (ไม่ได้โม้)

เรื่องกลุ้มก็ยังกลุ้มอยู่ หมดไป มาใหม่ สะสม แก้ได้ ก็เป็นแบบนี้แหละ
เอาไว้วันไหน คิดได้ว่า ตัวกู ของกู คงเลิกแคร์ใครต่อใคร
คงนั่งท่องคาถา ชั่งมัน ชั่งมัน ทั้งวัน ดีมั๊ย???
บางทีดูหนังซีรี่เกาเหลีแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า
เฮ้ย...ทำไมมันซวยซ้ำซวยซ้อนได้ยิ่งกว่าเราอีกฟระ

วันนี้ตอนเช้าฝนไม่ตก แต่เมฆมารอแล้ว
ก็ยังอยากให้ฝนตกอยู่ดี แต่ไม่เอาแบบตกนานจนน้ำท่วม รถติด
วันนี้จะไปไหนหละ ขอให้เดินทางปลอดภัยก็แล้วกัน
อยากไปแอบดูจังเลยว่า วันนี้ใส่ชุดใหม่มาทำงานหรือเปล่า
เอวคงพอดีแล้วซินะ อิอิ อยากจับพุง
อุ้ย...คิดได้อย่างไร อายจัง บาปกรรม บาปกรรม



ปล. หมายถึงพังคนในรูปข้างบนตะหาก

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:12:15:13 น.  

 

แรกที่เห็น Si la ha ก็ลองเดา ๆ ดู เหมือนกัน ฟังคล้าย ๆ ศีลห้า ก็ใฃ่จริง ๆ (มั่ว ๆ โยงเอา เพราะฝรั่งถามในวัด) บังเอิญบ่ายว่าง ๆ ก็เลยช่วยค้นดูได้มาอย่างนี้ล่ะค่ะ ของท่าน ป.อ.ปยุตโต นี่คงจะอินเตอร์แน่นอน เพราะท่านเขียนหนังสือธรรมะมากมาย

เรียบเรียงจากพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม
พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตโต)

ศีล 5 (the Five Precepts; rules of morality)
1. to abstain from killing
2. to abstain from stealing
3. to abstain from sexual misconduct
4. to abstain from false speech
5. to abstain from intoxicants causing heedlessness

อบายมุข 6 (ช่องทางของความเสื่อม, ทางแห่งความพินาศ)
1. ติดสุราและของมึนเมา (addiction to intoxicants)
2. ชอบเที่ยวกลางคืน (roaming the streets unseemly hours)
3. ชอบเที่ยวดูการละเล่น (frequenting shows)
4. ติดการพนัน (indulgence in gambling)
5. คบคนชั่ว (association with bad companions)
6. เกียจคร้านการงาน (habit of idleness)

vocabulary
กรรม kamma; volitional action
กรรมฐาน meditation exercises; subject of meditation
ชาติก่อน previous birth; former life
ตรัสรู้ enlightenment; (v) to be enlightened
ไตรปิฎก the Three Baskets; the Three divisions of the Buddhist Canon
ทำบุญ merit-making; (v) to make merit
บูชา worship
พระพุทธรูป Buddha image
พระพุทธเจ้า the Buddha; Lord Buddha
วันพระ the Buddhist holy day

เรื่องเกี่ยวกับศีลห้านี่ มีความประทับใจกับ ท่านราชครูพระเทพวามมุนี แห่งเทวสถาน ซึ่งได้พบท่านจากพิธีตั้งศาลพระพรหม(ท่านมีเมตตากับคนทั่วไปหากเชิญท่านไปทำพิธี ไม่ถือตน ว่าเป็นคนสำคัญ แต่ต้องรอคิวนัดวันทำพิธีท่านใช้เวลาอยู่บ้าง) ท่านให้ข้อคิดว่าเด็กสมัยนี้ "ต้องติดตั้งศีลห้าให้ตั้งแต่เด็ก ๆ" ท่านใช้คำได้เหมาะกับยุคไอที จริง ๆ เห็นด้วยกับท่านเป็นอย่างยิ่ง จำได้ว่าสมัยเป็นนักเรียนประถม จะมีวิชาศีลธรรม เด็ก ๆ ต้องท่องอาราธนาศีล 5 ข้อให้ได้ แต่ปัจจุบันนี้ โรงเรียนไม่ได้เน้นเรื่องนี้กันแล้วหลักสูตรเปลี่ยนไปเป็นการให้รู้แบบฉาบฉวยไม่ได้รู้อย่างเข้าใจ น่าเสียดายอย่างมาก เด็ก ๆ เดี๋ยวนี้เปราะบางในอารมณ์ขาดความยับยั้งช่างใจ (อย่าว่าแต่เด็ก ๆ เลย ผู้ใหญ่ก็ด้วย...คุณซูม กำลังนึกอย่างนี้ใช่ป่าว...ดูง่าย ๆ จากการขับรถของผู้่ใหญ่ หัวใจเด็กขี้โมโห..ที่คว้าปืนมายิงกันด้วยเรื่องขับรถ...ที่ระยะหลัง ๆ มานี่เป็นข่าวอยู่บ่อย ๆ)

ขอแจมควันจาง ๆ หลังวันวาเลนไทน์สักนิด พอดีว่าวันนั้นง่วงจัดเลยแนะนำเพลงให้ (ด้วยอาการประมาณคนหลับใน) เสร็จแล้วตาก็ปิดสนิทหัวถึงหมอนหลับไปเลย จริง ๆ จะยกตัวอย่างของ พลังแห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ เชื่อว่าคนที่รุ้เกร็ดประวัิติศาสตร์มากมายอย่างคุณซูมคงได้รู้ประวัิติ เกี่ยวกับทัชมาฮาล ที่สร้างโดยกษัตริย์ของอินเดีย ตามคำสัญญา ที่ให้ไว้แก่พระนางมุมตัส นางที่ได้ชื่อว่ามีความสวยงาม และปัีญญาเป็นเลิศให้คำปรึกษาในราชการต่อกษัตริย์ซาห์ จาฮาล สวามี กลายเป็นสัจจะอันเนื่องมาจากคำรักของพระองค์ 4 ข้อ ข้อแรก ต้องสร้างทัชมาฮาวสุสานศพพระนาง ข้อสอง****ให้มีมเหสีใหม่ได้***(ข้อนี้ต้องดอกจันทร์....ต้องถูกใจคุณซูมแน่ๆ 555...แหมนี่ถ้าให้วีซ่าตั้งแต่ก่อนสิ้นพระชนม์ ต้องซูฮกความใจกว้าง+ใจถึง ของท่าน...ยิ่งซะกว่าความกว้างของแม่น้ำยมนา ที่เป็นที่ตั้งของทัชมาฮาล ซะอีกอ่ะ) ข้อสามให้เมตตาต่อเด็ก(อันนี้ไม่รู้ว่าทำไมขอ...จะเป็นเพราะท่านไม่รักเด็กรึป่าว..แบบว่ารักแต่เด็กฉาวฉาวน่ะ) ข้อสี่ ต้องไปเยี่ยมที่สุสานทุกปี เรียกว่าเป็นสัญญา..เบื้องหลังความตาย(เลียนแบบคุณซูม แต่ขอต่อนิดว่า....ของคนเป็น..ที่ยังอยู่) ในการนี้ทำให้ ต้องหมดเงินคลังไป มหาศาล แถมใช้เวลาสร้าง 22 ปี ต้องเรียกว่าสร้างจากตอนหนุ่มไปยันหง่อมกันเลยทีเดียว เมื่อสร้างเสร็จก็สั่งฆ่าช่างก่อสร้างเพื่อไม่ให้ไปสร้างสิ่งสวยงามที่ไหนอีก(ไม่อยากจะเชื่อเลย) แต่สุดท้ายเค้าเล่าว่าท่านต้องถูกกักขังจนตายในที่ขังเป็นเวลาถึง 8 ปี ด้วยฝึมือของลูกชาย ซึ่งเห็นว่าพ่อใช้สิ้นเปลืองราชสมบัติเดือดร้อนอาณาประชาราษฏร์ (นี่ก็สร้างทั้งบุญ และบาป...แต่บาปจะมากกว่าบุญหรือบุญมากกว่าบาปก็ไม่รุ้)
ที่เล่ามาก็จะสรุปว่า .....พลังรักแห่งความรัก...นั้นยิ่งใหญ่..บันดาลให้เกิด....สิ่งดีก็ได้....สิ่งร้ายก็ได้...เป็นทั้งบวก และลบ

คำกล่าวที่ว่า "รักได้ แต่อย่าหลง" นั้น ขนุนว่ามันมักจะมาคู่กัน จนแยกไม่ค่อยจะออก....เอาเป็นว่าเมื่อมีรักแ้ล้ว ใช้พลังนั้นในทางที่สร้างสรรค์ดี ๆ อย่างเช่นว่า ..ขนุนเข้ามาในหุบเขาแห่งนี้....มาพบอักษรสลักที่หินว่าไร้รัก....แต่พบว่าบุรุษซึ่งแฝงหน้าภายใต้ตัวอักษรผู้ถ่ายทอดเรื่องราวที่พานพบมาให้ผู้พเนจรผู้พลัดทางเข้ามาณหุบเขานี้ ไม่รู้สึกว่าน่าหวาดกลัวแต่กลับตรงข้าม ต้องแวะเวียนกลับมามีเรื่องเล่าสู่กันฟังด้วยบรรยากาศมิตรภาพ....
พาสาวสวยมาร้องเพลง สไตล์ ทุ่งกว้างของทิเบตเธอชื่อAlan
www.youtube.com/watch?v=MbUsD_5jgZ0&feature=related


โดย: jampada IP: 58.11.48.245 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:16:17:08 น.  

 
Jampada

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า ถูกใจมากสำหรับ Youtube
เพลงเพราะมากครับ
นักร้องสาวคนนี้ยังมีเสียงเพราะมากอีกด้วย
เออ...เห็นหน้าก็หลงรักเลยหละ หวานแหววเข้าฉะเป็คเลยนะเนี๊ยะ
ไปค้นหาว่าเธอเป็นใครหว่า อ๋อ...
Alan Dawa Dolma นักร้องวัย 24 (ตัวเล็กมาก นน.แค่ 40-42 กก.)
เป็นสาวลูกครึ่งธิเบต-จีน เกิดแถวๆเสฉวน ประเทศจีน
แต่ตอนนี้เป็นนักร้องดัง(มาก)ค่ายเพลงของญี่ปุ่น

ฝากดูที่ //www.youtube.com/watch?v=wMipp9za330
อันนี้เพลงไม่สน สนแต่ส่วนสัดของน้องเขาอย่างเดียว (14 นาทีกว่าเชียวนะ)
โอ้ย...โอ้ย...น้ำลายหก
(วันนี้ดู youtube ของน้องคนนี้ไปสิบกว่าอัน คืนนี้ฝันดีแน่ๆ)

น่าจะเป็นคนที่ร้องเพลงให้กับภาพยนตร์เรื่อง The Battle of Red Cliff
เป็นหนังจีน ตอนที่ฉายเมืองไทย ชื่อว่า สามก๊ก ตอน โจโฉแตกทัพเรือ หรือ ศึกผาแดง
นำแสดงโดย เหลียงเฉาเหว่ย เล่นเป็น จิวยี่ (ชอบดาราคนนี้มาก ชอบตั้งแต่ละครทีวี อุ้ยเสี่ยวป้อ)


ขอบคุณครับที่มาจอยกันเรื่องธรรมะภาษาปะกิต
ผมก็ไปแอบจดจำมา น่าจะมาลอกๆมาจากแหล่งเดียวกัน
เพราะ 5 ข้อ ก็เขียนแบบนี้ แหละ
แต่ผมเอามาแปลงนิดหน่อยเพื่อให้ตัวเองจำได้ง่ายๆ

ส่วนอบายมุขนี่ ก็ขอบคุณครับ
เสียดายว่า คำว่า อบายมุข แม้แต่พระสงฆ์บวชมาเป็นสิบๆปีก็ยังรู้ไม่แตกฉาน
พระซื้อหวย ซื้อล๊อตเตอรี่ พนันบอล เห็นกันเกลื่อนเมือง
เคยถามหลวงตาองค์หนึ่งว่า เล่นหวยไม่บาปหรือครับ
หลวงตาบอกว่าไม่ได้ผิดศีลข้อไหน
ได้ยินคำตอบแบบนี้ ผมก็นั่งมึนเป็นหมีแพนด้าตกชิงช้าสวรรค์ไปเลย 555
แบบนี้สามัญชนคนธรรมดา จะมีใครไปกลัวคำว่า อบายมุข
วัดใหญ่ๆมีแต่แผงขายสลากกินแบ่งเป็นสิบเป็นร้อยเจ้า
ไม่ทราบว่าเจ้าอาวาสไม่อับอายบ้างหรือ
หลวงพ่อไม่เคยเดินบิณฑบาตหน้าวัดหรือครับ
เอาแต่นอนในกุฏิติดแอร์ ประตูวัดมันจะเป็นประตูอบายไปแล้วนะขอรับ
(วันนี้บาปคงเพิ่มเยอะ ว่าพระไปหลายชุด)

ตอนนี้ผมสนใจอยู่เรื่องหนึ่งคือ
Unending Cycle หรือ Cycle of Rebirth
หรือ Samsara (Sansara) ก็ประมาณเรื่อง วัฏสงสาร นั่นแหละ
คิดว่าคงต้องไปหาอ่านจากพจนานุกรมแบบที่คุณขนุนอ่าน
และยังมีอีกเรื่องเกี่ยวข้องกันก็คือ การระลึกชาติ (Reincarnation)
หลวงตา...ยังบอกว่าท่านก็ระลึกชาติได้ เขาเลยยกให้ท่านเป็นพระอรหันต์ปีสองพัน

เรื่องพวกนี้ มีฝรั่งที่สนใจทางพุทธชอบถาม
(ถึงไม่ถาม เราก็อยากโม้ แต่เรียบเรียงคำพูดไม่เป็น)
คนพุทธเองก็มักจะทราบแบบงูๆปลาๆ
เห็นว่าพวกที่ได้ฌานสูงๆถึงจะเข้าใจเรื่องพวกนี้ เอาหละซิ แล้วเราจะทำอย่างไร
คุณขนุนเคยเห็นคนฝรั่งที่สนใจพุทธศาสนาเข้มๆบ้างมั๊ยครับ
ถ้าเป็นฝรั่งที่มี connection กับพระดังๆ ก็อาจจะถึงขั้นบวชเป็นพระภิกษุ
และรับรองได้ว่า ต้องได้วัดหลวงหรือวัดป่าที่มีเกรดดีๆ (อ้อ..มีพระฝรั่งหลายท่านครับที่ขอไปจำวัดอยู่วัดป่า)
ไม่รู้เป็นอย่างไรนะครับ พวกวัดธรรมดาๆ อย่างข้างบ้านผม ทำไมฝรั่งไม่ยอมมาบวช
ศาสนาก็ศาสนาเดียวกันแท้ๆ

เห็นด้วยที่ว่า เดี๋ยวนี้เขาไม่ค่อยคิดที่จะปลูกฝังศีลห้าให้เยาวชนพุทธกันแล้ว
แต่ถ้าเป็นโรงเรียนวัด มีวัดอยู่ติดๆกัน แบบนี้นับว่าเด็กยังมีบุญอยู่
ผมกับน้องสาวตัวแสบ(คนข้างบนโน้น)เคยไปไหว้พระที่วัดพระรามเก้า
ยังได้เห็นพระท่านเดินไปสอนหนังสือเด็กโรงเรียนติดกันเลยครับ
ส่วนเรื่องเด็กวัยรุ่นขาดความยับยั้งชั่งใจ
เรื่องไหนก็ไม่เท่าเรื่องเซ็กส์ เพราะเดี๋ยวนี้สื่อลามกก็มีหลากหลายทาง
หอพักก็หาง่าย แล้วสุดท้ายก็กลายมาเป็นสุสานเด็กทารกวัดไผ่เงิน

ขอแชร์เรื่อง ทัชมาฮาล
ขอมองนอกกรอบแบบนี้ครับ
ผมคิดว่า เจ้าชายขุร์รัม หรือ ชาห์ ชหาน ไม่ได้ทรงตั้งใจสร้างให้พระมเหสีที่จากไปเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์
แต่ผมว่าทรงอยากสร้างอะไรที่ใหญ่โตอลังการงานสร้าง เพื่อเป็นสถานที่ฝังพระศพของตนเอง
คล้ายๆความเชื่อของพวกฮ่องเต้ของจีน ที่ต้องสร้างสุสานใหญ่ๆ (เช่น สุสานทหารมหานครซีอาน)
แล้วทีนี้ พระองค์ก็ต้องมีคำตอบให้ชาวประชา เพราะสร้างมหาปราสาทหมดงบประมาณไม่มากขนาดนั้น
ก็เลยมาลงที่เรื่องความรัก หรือไม่ก็เพราะคนรุ่นหลังช่วยเขียนประวัติศาสตร์ให้
ผมคิดมานานมากเลยว่า คนที่บูชาความรักจะทำเรื่องแบบนั้นได้หรือ
เพราะถ้าคนที่มีความรักต่อผู้หญิงคนหนึ่งได้มากขนาดนั้น
ทำไมถึงได้ปัญญาทึบสั่งสังหารพวกช่างก่อสร้าง
ช่างพวกนั้นก็มีครอบครัว มีภรรยาอันเป็นที่รัก เขาทำผิดตรงไหน
ตกลงท่านซาห์ฯนี่นับถือศาสนาอะไรครับ ทำไม่มีศีล ไม่มีธรรม
แล้วกษัตริย์พระองค์นี้มีภรรยาเจ้ากี่คน ไม่มีสนมเลยหรือ?
ขอเจอคนที่ทราบประวัติของจักรวรรดิโมกุลมาช่วยให้ผมหายโง่สักคนที่เถอะน่า

ประวัติคร่าวๆของท่าน Shah Jehan หรือ Shahab-ud-din Muhammad Khurram Shah Jahan I
เท่าที่จำได้ ก็เป็นกษัตริย์แห่งจักรวรรดิโมกุล ในประเทศอินเดีย
คำว่า Shah น่าจะทราบนะครับว่าเป็นพวกไหน ไม่ใช่อินเดียนแดงแน่นอน
Shah Jehan ผู้นี้เป็นกษัตริย์ที่ทรงชอบสร้างอนุสาวรีย์ที่งดงามมากมาย
ไม่ใช่แค่ สร้าง ทัชมาฮาล แห่งเดียวนะครับ
ลองหาอ่านผลงานอันยอดเยี่ยมของพระองค์ได้อีกอัน คือ Shalimar Gardens (Lahore)
สร้างด้วยหินอ่อนเหมือนกัน และพิศดารขนาดที่ว่ามีน้ำพุถึง 410 อันในที่แห่งเดียว
หน้าร้อนดูไม่จืด แต่น่าฝนกับหนาว ราวกับสวรรค์ แถมไม่ได้ใช่ปัมป์น้ำไฟฟ้าด้วยนะครับ
ลองอ่านดูที่ //www.oceansmile.com/India/Kashmirgarden.htm

เรื่องทัชมาฮาล ในวิกิพีเดีย ใช้คำอธิบายว่า เป็นสุสานหินอ่อนที่ผู้คนเชื่อว่า...
เขาใช้คำว่า เชื่อว่า นะครับ
แปลว่าพระองค์ไม่ได้ทรงจารึกเอาไว้ว่าสร้างเพื่ออะไร

รักได้ แต่อย่าหลง
คุณขนุนนี่ก็โร มันติด เออ..โรแมนติก เหมือนกันนะครับ
หุบเขาคนโฉดนี้ เขาไม่เห็นว่าความรักเป็นเรื่องใหญ่
ผมเชื่อว่า เมตตากับกรุณา มันใหญ่กว่ากันเยอะ

ref: Sienna Jampada A0 52 2D


โดย: zoomzero วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:22:47:05 น.  

 
papertolesupply.com/productimages/flower_fairy_elf_newage/95715_PansyFairy_PG52_WEB.jpg>


หวัดดีค่ะเฮีย
วาว...ทำไมวันนี้ถนนหนทางมันโล่ง ผิดปกติจังค่ะ
วันนี้ที่ทำงานเค้าไปปายกัน 10 กว่าคนอ่ะ
แต่ มินไม่ได้ไปกับเค้าหรอกค่ะ
เบื่อนั่งรถนาน ๆ แล้วอยากหยุด
แบบพักผ่อนจริง ๆ ด้วยกับ 3 วันเนี่ยค่ะ
เฮีย มีโปรแกรมไปเที่ยวไหนคะ
เที่ยวเผื่อ ทานเผื่อมินด้วยนะ


โดย: มินทิวา วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:9:31:18 น.  

 
Mintiva

สวัสดีวันพระรึหัดครับ
เอ้า...ลงรูปให้แล้วนะ
สงสัยตอนตัดแปะรูป อาจจะไปทับเอาคำสังหายไปบางอันนะจ๊ะ

วันนี้ถนนโล่งเหรอ?
แถวไหนนะ?
อยากจะบอกว่า บางนา-ตราด นี่รถเยอะมาก
ทั้งวิ่งข้างล่างและบนโทลเวย์
ส่วนใหญ่จะเป็นรถสิบล้อขึ้นไป ไม่ทราบว่าเขาขนอะไรกันนักกันหนา
ตั้งแต่ต้องมารับราชการเส้นทางนี้
สิ่งที่เห็นบ่อยมากๆคือ "รถบรรทุกรถใหม่"
ส่วนใหญ่เป็น โตโยต้า มีทั้งกระบะและเก๋ง
วันๆเขาวิ่งกันไม่รู้กี่ร้อยเที่ยว น่าจะไปแหลมชะบัง
แต่ละเที่ยว ก็ขนรถใหม่ๆได้ประมาณ 6-7 คัน
แบบนี้ปีหนึ่งคงกำไรกันเป็นร้อยล้าน หุหุ
ใครว่าเสดทากิดเมืองไทยไม่ดีฟระ ตรูไม่เชื่อ ม่ายเจื่อจิงๆ

พรุ่งนี้คงไปทำบุญที่วัดแถวบ้านนะครับ
วันนี้ไปโลตัส ซื้อสังฆทานมาแล้ว
แวะทานอาหารญี่ปุ่นเผื่ออาหมวยด้วย
คิดว่าอาหมวยคงชอบทาน ปลาหิมะนึ่งซีอิ้ว (แต่อาจจะออกแนวหวานไปหน่อย)
ตอนนี้ก็เหลือแต่ตอนเช้าพรุ่งนี้ แค่แวะซื้อข้าวและอาหารแถวหน้าวัด
แล้วเข้าไปถวายหลวงตา ก็ครบวงจรแล้วหละ
ช่วงเทศกาลวันพระใหญ่แบบนี้ ไม่อยากไปที่ไหนเลย
คนเยอะ รถแยะ อากาศก็ร้อน ถ้าเจอรถติดก็เซ็งเลยหละ
ที่ไม่สบายใจคือ เหตุการณ์แย่งกันทำบุญ
ด้วยว่าเฮียเป็นพระยามารกลับชาติมาเกิด
พอเห็นคนแย่งกันเบียดเสียดทำบุญแล้ว เลือดมารศาสนามันเดือดปุดๆ
ขนาดถวายสังฆทานยังมีพวกแย่งที่นั่งเด็กเล็กๆกันเลย เอาก้นดันซะเด็กกระเด็นก็เคยเห็นมาแล้ว
บางคนก็ไม่รู้ว่าคิดถึงพระมากขนาดไหน นั่งคุยขวางทางคนอื่น นานเป็นสิบนาทีก็ยังไม่จบม้วน
ทำตัวเขื่องเป็นตะเข้ขวางคลองแสนแสบ อวดว่าไปทำบุญที่โน้นที่นี่มา พูดให้ชาวบ้านได้ยิน
วันพระใหญ่ๆ คนเขาก็มามาก มันต้องรีบถวาย รีบไสหัวกลับบ้าน นี่มาอารมณ์ดีเจรจากับพระเหมือนอยู่ในบ้านตัวเอง
เฮียเลยเลือกไปถวายหลวงตาแก่ๆ ที่ท่านเดินไปรับของถวายที่ศาลาใหญ่ไม่ไหว
วัดข้างบ้านเฮีย พอวันสำคัญๆ เขาก็จัดให้พระไปนั่งรอโยมที่ศาลาอเนกประสงค์
พระแก่ พระป่วย ก็อยู่กุฏิ
เฮียก็จะบุกไปหาพระภิกษุแบบนี้แหละ
คนน้อย ทำเร็ว กลับเร็ว

เฮียเคยมีเพื่อน(สาวสวย)คนหนึ่ง เฮียเคยชวนเขาไปถวายของที่โรงพยาบาลสงฆ์
เขาปฏิเสธ บอกว่า ทำบุญกับพระเจ็บพระป่วย แล้วโชคจะไม่ดี
อ้าว...คิดได้อย่างไร? บ้านะตัวเอง
ไปๆมาๆเลยจีบสาวคนนี้ไม่ติด เพราะคิดสวนทางกันแบบทูเวย์ หลายเรื่อง
ครั้นเอาคำถามนี้มาสอบถามพวกคนร้ายในครอบครัวของเฮีย
เอ้ย...ตอบเหมือนยายคนนั้นเดี๊ยะเลย น่ารักจริงๆพี่น้องเรา
เขาว่า ไม่มีใครอยากไปทำบุญแล้วเห็นคนป่วย
แต่ถ้าฝากของฝากเงิน แบบนี้เขาช่วยได้นะ เออ...มีเหตุผล

เมื่อวานแวะไปบ้านอาหมวยมา
เห็นบรรยากาศเหงาๆ
เหมือนของเล่นที่หมดถ่าน
น่าสงสารจัง มากอดที

เอาอย่างงี้ดิ
ลองไปไหนก็ได้ ไปคนเดียว
ไปที่ๆไม่มีใครรู้จักเรา และเราก็ไม่รู้จักใคร
เมื่อก่อนเฮียก็ทำแบบนี้ แต่ไม่บ่อยนะ เพราะชีวิตไม่ค่อยได้อยู่คนเดียวนานๆ
พวกสาวๆชอบมาอ้อนกอดแขนกอดขา
จะไปวัดโสธร หรือไปตลาดดอนหวาย แล้วนั่งเรือล่องแม่น้ำ ประมาณ 1 ชั่วโมง สบายใจดี
ถ้าอาหมวยจะไปหาม่ามี้แถวนครปฐม (ใช่หรือเปล่าหว่า?)
ลองไปดูตารางเรือที่ตลาดดอยหวายดูซิ
เขาว่ามีเรือที่แล่นออกตอนบ่ายสามโมง ขาไปก็นั่งอ้าปากรับลมเย็นๆ แสงแดดอ่อนๆ
ขากลับ จะได้เห็นผู้คน นกกา กลับบ้านกลับรัง อาจเห็นคนอาบน้ำริมแม่น้ำด้วยหละ
แถม จะมีฝูงปลาว่ายตามเรือ (เพราะเขาจะขายขนมปัง ให้เราโยนล่อปลา อิอิ)
จำได้ว่า มีเรือชื่อมิตรสายชลการท่องเที่ยว เขาจะมีทัวร์ 9 วัดด้วยนะ
ถ้าจะไป ก็ช่วยโทรฯหาเฮียที่เบอร์ 08-9822-4585 อย่าลืมนะจ๊ะ

บางทีการทำบุญแบบที่เราทำอยู่บ่อยๆนี้ อาจจะไม่ถูกจิตของเรา
จำได้ว่าอาหมวยชอบไปปล่อยปลา แล้วปล่อยแถววัดหรือเปล่าหละ?
ลองเปลี่ยนมาเป็นให้อาหารปลาตามวัดที่ติดกับแม่น้ำบ้างจะดีมั๊ยน้าาาา
รอบๆกรุงเทพฯนี่มีจังหวัดที่มีวัดติดกับแม่น้ำอยู่มากมาย
แต่ต้องให้เขาจัดเป็นวังปลา (คือต้องเอาอาหารมาให้จนปลาเขาจำได้)
วัดที่มีวังปลา เขาจะมีป้ายปักเอาไว้ว่า เขตอภัยทาน
เฮียชอบไปซื้ออาหารปลาแล้วโยนอาหารลงน้ำให้พวกเขากิน โดยอธิษฐานว่า
ขอให้เขาเป็นเจ้ากรรมของเรา ถ้าเขาเป็นเจ้ากรรมจริง ก็ขอให้เขา อภัย ให้เราในวันนี้ด้วย
อาจจะมีบ่ายแก่ๆวันหนึ่งที่เราอาจจะมายืน โยนขนมปังให้ปลากิน ยืนอยู่ข้างกันโดยไม่รู้จักกันก็ได้

อืม...คงต้องขอทำตัวเป็นคนเลวเสียแล้วหละ
**********************************
เมื่อวานตอนที่เข้าไปอ่านที่blog
เห็นมีคอมเมนท์หนึ่งบอก ให้ลดยาที่ทานประจำ ให้ลองพยายามดู

อ่านแล้วปรี๊ดเลย ในหัวสมองมันสะหร่อคิดออกมาเลยว่า คุณเป็นหมอหรือ?
ยาประจำนี่ เขาหมายถึงยาที่คุณหมอจ่ายให้เรามาหรือเปล่า?
หมอที่เรียนจบปริญญามา ให้ยาเรามาทาน
แต่คนที่....บอกให้เราลดยาของคุณหมอ
ถ้ามีคนเชื่อ แบบนี้น่าเป็นห่วงนะครับ
เฮียไม่ได้ตั้งใจหาเรื่องกับแฟนคลับของอาหมวยนะ
เฮียเคยบอกหลายครั้งแล้วในบล๊อกนี้ว่า เฮียไม่สู้คน
แต่ขอบอกตามความรู้สึกเมื่ออ่านข้อความแบบนี้
กลัวว่าอาหมวยจะเห็นด้วย กลัวมากจริงๆ

เฮียมีความเชื่อว่า
ยาความดัน ต้องกินทุกวัน กินมันจนเข้าโรง(พยาบาล)

ยาลดไขมันในเส้นเลือด ต้องทานไปจนตาย เพราะคอเร็ดสะตารัลมันเกาะเต็มผนังหลอดเลือดหมดแล้ว

ยาเบาหวาน ต้องกินทุกวัน แต่มากน้อย ต้องไปหาหมอบ่อยๆ
บางทีหมอก็จะบอกว่าไม่ต้องกินแล้ว เปลี่ยนมาเป็นฉีดเป็นเข็มเลย 555

ฮอร์โมน ถ้ากินต้องเสี่ยงเอาเองว่าจะเป็นอะไร เพราะหมอจะบอกว่ามีผลข้างเคียงแน่ๆ
แต่ถ้าทานฮอร์โมน ก็ต้องไปตรวจนม ตรวจภายใน ตามกำหนดอย่าได้ขาด
ถ้ามีก้อนอะไรเกิดขึ้นมา หมอก็จะบอกให้เราเลิกทานฮอร์โมนเอง เพราะเราต้องไปขึ้นเขียง
เคสของอาหมวย เฮียไม่รู้หรอกว่า ต้องทานฮอร์โมนหรือเปล่า?
ถ้าต้องทาน แล้วอยู่ๆมาเลิกเอง ก็อาจจะมีอาการถ่านหมด หรือหงุดหงิดทั้งวัน (แล้วแต่คน)
อยากจะแว็บไปพาอาหมวยเที่ยว แต่กลัวติดโรคหงอย ไม่รู้ว่าเป็นโรคติดต่อเรื้อรังหรือเปล่า? ครึ ครึ

เฮียมีพี่สาวที่น่ารักชื่อ V เขาว่าเขาทานเห็ดบ่อยๆ
ไม่รู้ว่าทานทุกวันหรือเปล่า วันหลังจะถามมาให้
เขาทานแล้วรู้สึกว่าจะกลายเป็นสาวอ่อนกว่าวัยด้วยนะ 555
อาหมวย ลองไปหาหนังสือเรื่อง ทานเห็ด อ่านดูซิ
ว่าแล้วเกิดอยากทาน เห็ดฟางผัดกระเพราใส่หมูสับ
แม่จ๋า....หนูอยากกินเห็ด

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:23:02:49 น.  

 
ความพยายาม คือ อำนาจของมหาบุรุษ
ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก(ของพวกมาร)

ดูซิว่ามันจะลงรูปไม่ได้อีก



โดย: zoomzero วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:12:19:07 น.  

 
ปรับขนาดรูปให้แล้ว แต่มันไม่ได้กระดุกกระดิกนะ



อรุณสวัสดิ์ค่ะเฮีย
ถึงมินจะไม่ได้เป็นพวกคนโฉด แต่ก็คิดเหมือนกันค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
วัดไหนดัง ๆ คนแห่ไปจนแน่นวัด มินไม่ไปค่ะ
มินชอบไปแบบไม่มีจุดหมาย แล้วพอไปถึงวัดแล้ว
จะถามหาพระที่ชรามาก ๆ หรือป่วยค่ะ
จะนำของและปัจจัยไปถวายท่าน ไม่เคยคิดไปหาเจ้าอาวาสวัดเลย
เรื่องนี้ บางทีก็ขัดใจกับแม่เหมือนกัน เพราะแม่อยากไปหาเจ้าอาวาส
เฮียจำได้ไหมที่มินเคยเล่าให้ฟังว่า เคยไปไหว้ท่านพระอาจารย์เจียนที่วัดเขาบันไดอิฐอ่ะค่ะ
หลังจากนั้นมินไม่ไปอีกเลย ไม่ใช่ว่าไม่ศรัทธาพระท่านนะคะ
แต่มินเบื่อหน่ายลูกศิษย์ลูกหาที่แวดล้อมท่านอยู่ต่างหาก
มินสงสารหลวงปู่ค่ะ ท่านก็อายุมากแล้วแถมยังมีโรคประจำตัวด้วย ไม่ว่าจะขยับทำไรลูกศิษย์ก็ฮือฮากัน
แม้กระทั่งท่านจะไอขึ้นมาซักแคร็กนึงอ่ะ เชื่อป่าวคะ
พวกนี้เอามาตีเป็นเลขเป็นหวยไปหมด น่าอนาถจริง ๆ

ทำไมมินถึงบอกว่าเฮียเป็นคนสำคัญสำหรับมินเสมอนะ
ก้อ...เฮียดูเม้นท์ที่เฮียตอบมินข้างบนนี่สิคะ
I can feel your kind touch นะ ขอบคุณจากใจจริง ๆ ค่ะ หวังว่าเฮียก็คงสัมผัสได้เหมือนกัน
ที่มินรู้สึกซาบซึ้งอ่ะค่ะ ....ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ
ตอนนี้มินเริ่มจะกลับมาทะลึ่งตึงตัง ติ๊งต่อง เหมือนเดิมแล้วค่ะ

ช่วงนี้ มินยังไม่อยากไปไหนต่อไหนคนเดียวค่ะ
เพราะบางอารมณ์มันก็เหงาจับใจเหมือนกันนะขอสารภาพ
ขนาดอยู่บ้านดูหนัง ฟังเพลงคนเดียวยังรู้สึกเลยค่ะ
แต่มันมาแล้วก็หายไป ไม่ได้เหงาตลอดเวลาหรอกค่ะ


มินไม่ได้ทานฮอร์โมนเอสโตรเจนมานานเป็นสิบปีแล้วค่ะ
เพราะมินไม่ชอบเวลาทานแล้ว มันทำให้หน้าอกแข็ง ๆ แล้วก็ไม่อยากต้องมาตัดหน้าอกทิ้งไปอีก
เพราะมินเห็นรุ่นพี่ที่ตัดมดลูก รังไข่ ทิ้ง แล้วทานพวกฮอร์โมน ไม่กี่ปีก็เป็นก้อน ๆ ที่หน้าอกอีกแล้วอ่ะ
จริง ๆ ยาที่ทานเป็นประจำตอนนี้ก็มีแค่ ยาความดันหลังอาหารเช้าแค่วันละเม็ดเท่านั้นเองค่ะ แค่นี้ มินยังลืมประจำ ฮ่า ๆ ๆ




โดย: zoomzero วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:12:25:17 น.  

 
ท่านเจ้าคุณนิมิตร เจ้าคุณวัดกลาง ให้ท่านบอกต่อ ยกตัวอย่างบางเรื่อง

ส.ส. จังหวัดชลบุรี ไม่ยอมบอกต่อถึงแก่กรรม

คุณเติมศักดิ์ ได้รับแล้วส่งต่อ 29 ฉบับ ท่านถูกรางวัลที่ 1 ถึง 2 ฉบับ

คุณเกศศรี ได้รับแล้วส่งต่อ 20 ฉบับปรากฏว่าครอบครัวป่วยกะทันหัน จึงส่งต่อจนครบ 29 ฉบับ ปรากฏว่าครอบครัวหายป่วยและถูกรางวัลที่ 1 ถึง 2 ฉบับมีความสุขมาก

คุณขจี กิจสมบัติ คุณนารีรัตน์ แสงมิตร ได้รับจดหมายแล้วทำตามที่บอก ปรากฏว่าถูกรางวัลที่ 1 ถึง 3 ฉบับ

คุณวิภาวดี ได้ รับจดหมายแล้วอยู่เฉยๆ ไม่ทำตาม แต่น้องชายส่งจดหมายแทน น้องชายถูกรางวัลที่ 2 ถึง 2 ฉบับ

คุณสริพัฒน์ ได้รับจดหมายแล้ว ไม่ปฏิบัติตามที่บอกไว้ในจดหมายเพียง 10 วัน ถึงแก่กรรม

เมื่อท่านได้รับจดหมายนี้แล้ว กรุณาบอกต่อไปในสถานที่ต่างๆ 29 ท่าน จะประสบความสุข ความเจริญ และประสบโชค

ไม่มีวันที่สิ้นสุด มีผู้ไม่ทำตาม ไม่ศรัทธา ไม่ปฏิบัติตามเหมือน ส.ส. จังหวัดชลบุรีที่ไปราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพียง 7 วัน ก็ถึงแก่กรรม

จดหมายฉบับนี้ ห้าม แจกจ่ายในหมู่บ้านเป็นอันขาด ตำราผีบอกต้องปิดซอง แล้วส่งต่อไปจนครบ 29 ฉบับ
ขอให้ส่งภายใน 7 วัน ส่ง 29 ฉบับแล้วซื้อสลากกินแบ่ง รัฐบาลเลขอะไรก็ได้ตามที่ท่านชอบ ถ้าไม่เชื่อ อย่าลบหลู่ ขอให้ท่านทำตามที่บอกแล้วจะดีเอง

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

เมื่อวานได้รับเมล์จากผู้หวังดี ซึ่งได้รับจดหมา...ย แบบนี้มาหลายฉบับ และได้รับบ่อยๆ
เป็นจดหมายบอกตำรายารักษาโรคมะเร็ง
อ่านแล้วก็ต้องลบทิ้ง แต่ก็อ่านทุกครั้งเพราะชอบที่เขาเอาความรู้แบบแปลกๆมานำเสนอ
วันนี้ไปทำบุญมาเลยอารมณ์ดี อ่านแล้วก็สะกดจิตตัวเองว่า มันน่าอ่านมาก
(ทุกวันนี้ พอตื่นมาก็ต้องสะกดตัวเองให้มองเจ้กิมลั้งผู้เป็นเจ้าของบ้าน แล้วคิดว่า เธอสวยจัง 555)

แปลกที่ว่า มันฝ่าระบบกรองเมล์ขยะของMail Server มาได้อย่างไร
มันผ่านตัวกรองไวรัสราคาแพงของผมมาได้อย่างไร ไมอยากบอกว่ายี่ห้ออะไร เดี๋ยวบริษัทเขาจะเจ๊ง
ไอ้ 5 เอ้ย....อุ้ย ลืมไป วันนี้ไม่ควรพูดคำหยาบ
และที่พิสดารนั้นก็คือ มันไม่ได้ send ถึงผม ไม่มีการระบุ email address ของผม
แล้วมันเข้ามาในระบบเมล์ของผมได้อย่างไร?
ใครเป็นผู้ดูแล hotmail ครับ
ผมว่าถ้าไม่ไล่ทีมงานออก คุณก็ต้องไล่ตัวเองออกไปได้แล้ว เชื่อผมดิ๊
ถ้ายังปล่อยให้เมล์แบบนี้มีมาถึงผมอีกที ผมจะไปจับก้นแม่ยายคุณในวันนั้นเลย หุหุ

ผมว่า มันไม่ใช่ อีเมล์เฮงซวยแบบที่ใครต่อใครคิดว่า มันกระจอกมาก
เพราะถ้าคนส่งสามารถทำได้ขนาดนี้
โลกเราก็ตกอยู่ในอันตรายแล้วหละ
คงไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยใดๆคุมข่าวสารแบบนี้ได้
แล้วดูซิ มันเป็นภาษาไทย
แปลว่าอะไร
แปลว่า คนไทยจะครองโลกแล้ว
เรามีอัจฉริยะทางด้านไอทีที่เก่งที่สุดในโลก
โอ้ยซ์....ไม่ต้องไปรบกับเพื่อนบ้านแล้วหละคุณ มาครองโลกกันเลยดีกว่า
คุณเอาประเทศไป ส่วนผมขอแค่ผู้หญิงสาวๆหมดโลกก็พอ อุ้ย..น้ำลายไหล

อ้อ...ผมเชื่อว่า สูตรยารักษาโรคมะเร็งที่ส่งมา คงจะไม่มีเก็บเอาไว้
ผมจึงนำไป save เป็น discs แล้วเอาไปเก็บในธนาคาร 2 แห่ง
แห่งแรกเป็นธนาคารในประเทศ แห่งทีสองเป็นแบงก์ต่างชาติ
อีกหน่อยผมจะนำไปจดลิขสิทธิ์
ต่อไปในอนาคต ผมจะรวย จะเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ยารักษาโรคที่รวยที่สุดในโลก

ผมว่าคนที่คิดพล๊อตเรื่องนี้เก่งมากๆ เช่น

ท่านเจ้าคุณนิมิตร วัดกลาง เป็นใคร?
เจ้าคุณนิมิตร เป็นพระผู้ใหญ่หรือเจ้าอาวาสวัดไหนก็ไม่ทราบ แต่หาเจ้าคุณชื่อนี้ไม่เจอเลย
ส่วนวัดกลางนี่ classic สุดๆ
เพราะในประเทศไทยมีวัดชื่อ เหนือ ใต้ กลาง อยู่ทุกจังหวัด เผลอๆทุกอำเภอใหญ่ๆด้วยซ้ำไป
วัดกลางดังๆนั้น ถ้าเป็นวัดพระเกจิอาจารย์ ก็ต้องวัดกลางบางแก้ว นครปฐม
แต่ถ้าเป็นเรื่องการหยั่งรู้เหนือธรรมชาติ ก็คงจะเป็น วัดกลางธนรินทร์ สิงหบุรี
วัดกลางอื่นๆที่มีชื่อเสียงยังมีอีกมาก เช่น วัดกลาง บางปะกอก, วัดกลาง บางยี่เรือ,
วัดกลาง บุรีรัมย์, วัดกลาง กาฬสินธิ์, วัดกลาง คลองตะเคียน, ...ฯ

สส.ชลบุรี ทั้งอดีตและปัจจุบันที่มีชื่อเสียงนั้น มีหลายคน
มีบางครั้งที่ สส. ในจังหวัดนี้เสียชีวิตและเป็นข่าวหน้าหนึ่ง
อีกอย่าง ชื่อ ชลบุรี ใครๆก็รู้จัก มันจึงเหมาะมากที่จะเอามาอ้างอิง

นามสกุล "กิจสมบัติ"
เป็นนามสกุลของบุคคลที่มีชื่อ อย่างน้อยท่านหนึ่ง คือ คุณสิรินาฎ
ซึ่งท่านเป็นผู้แทนนายกสมาคมภริยาทหารเรือ (ข้อมูลปี 2552)
อีกท่านคือ คุณหมอ อนุชิต ท่านเป็นศัลยแพทย์ พญาไท2 (ข้อมูลปัจจุบัน)

ถ้าคุณกล้าจริงๆ ก็ลองไปถามท่านเหล่านี้ได้ว่า ญาติของท่านถูกรางวัลหรือไม่?
หากว่าไม่จริง ดังนั้นการเอาข้อความอันเป็นเท็จของท่านเหล่านี้ไปเผยแพร่
ก็อาจจะติดเครือข่าย กลายเป็นจำเลยคดีละเมิด หรือทำให้เสื่อมเสีย มีหวังได้ไปขึ้นศาล
พวกหวังดีแต่ปัญญาน้อย ก็รีบขยันส่งเมล์แบบนี้ไปเรื่อย กลัวตายหละซิ
ระวังเถอะ นอกจากจะไม่ได้เงินกับเขาแล้ว ยังจะต้องเสียทรัพย์อีกด้วย

เขาเตือนว่า ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่
ผมนี่แหละพวกที่ชอบลาล่า ลูลู่ หลูหลู่
ไม่เชื่อหรอกเฟ้ย



โดย: zoomzero วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:14:44:12 น.  

 
Mintiva

วันนี้ไปวัดมาแล้วเลยเอาบุญมาฝากอาหมวยและเพื่อนๆทุกคนนะครับ

ตื่นมาก็เรียกท่านแม่ พาไปใส่บาตรด้วยกับเจ้กิมลั๊งและคุณหนู
เสร็จแล้วก็ไปหาโจ๊กทานกันที่ตลาดใกล้บ้าน
เดี๋ยวนี้โจ๊กขนาดธรรมดา หนึ่งชาม มีหมูสับไม่กี่ก้อน ไส้อีก 2 ชิ้น ตับอีก 1 ชิ้น
แต่เฮียเป็นคนเดียวที่ทานเกาเหลาเลือดหมูกับข้าวเปล่า
สมัยนี้เกาเหลาเลือดหมู ที่ใส่เครื่องในหมู ก็มีอวัยวะภายในให้มาแค่ไม่กี่อย่าง
มาตรฐานก็คือ กระเพาะ ตับ ไส้ กับ เซ่งจี้
โชคดีที่ร้านนี้ ยังมี หัวใจ หั่นมาให้ด้วย
ถ้าไปที่พัทยา จะมีอยู่ร้านหนึ่งที่มีให้ทั้ง ไส้อ่อน ไส้ใหญ่ ไส้ตัน ปอด


อารมณ์เหงาแล้วยังดูซีรี่เกาหลีอีกเหรอ??? ว๊าว
หรือว่า บ้าพระเอกเกาหลี อะจื๋ย

เออ..หรือเป็นเพราะว่าเราสองคนมีชีวิตที่ต่างกันนะ
อาหมวยอาจจะมีดวงที่ต้องมีผู้คนห้อมล้อมมากมาย
ในขณะที่เฮียต้องเป็นคนที่ไปล้อมจับผู้อื่น(เพื่อเรียกค่าไถ่)
อาหมวยถึงไม่ชอบไปไหนมาไหนคนเดียว
สำหรับเฮีย มันชินชาเหลือเกิน ที่ไปไหนมาไหนคนเดียวเปลี่ยวอุรา
สมัยก่อนชอบหนีงานไปดูหนังคนเดียว
หรือไม่ก็ไปโรงพยาบาลไปดูเด็กแรกเกิด (เอ้..ท่าจะบ้า)
แต่หากเป็นผู้หญิง ไปไหนคนเดียว มันก็เสียวเหมือนกันนะ
หน้าตาดีๆแบบนี้ มีหวังโดนจิ๊กโก๋ฉุด หรือไม่ก็ถูกมิจฉาชีพกระชากกระเป๋าแน่เลย
เออ...ผู้ชายบางคนนี่ ไปคนเดียว เขามักจะไปเสียวได้อีกแบบเหมือนกัน 555

เรื่องไม่ทานฮอร์โมน เท่าที่เห็น ก็มีอยู่ 2 พวก
พวกแรก ทานแล้วเกิดก้อนในเต้า ได้ผ่าออกแน่นอน (ถ้าขนาดมันใหญ่กว่าลูกปิงปอง) เลยเข็ด ไม่ทานอีกเลย
พวกที่สอง หยุดทานเอง เพราะไม่อยากทาน, ฟังเขาเล่ามา, หรือว่ารู้ได้ว่าตัวเองเปลี่ยนไปแบบแปลกๆ
การเลิกทานฮอร์โมนนี่ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า เลิกแบบหักดิบ หยุดทานทันทีไปเลย แล้วมันจะมีผลเสียแค่ไหน
เท่าที่ทราบ เขาจะทานมัน แบบค่อยๆลดลง เช่น วันเว้นวัน แล้วก็มาเป็นสัปดาห์ละเม็ดหรือสองเม็ด
รอให้ร่างกายปรับตัวไประยะหนึ่งก่อน แล้วค่อยเลิกทานไปเลย
แต่ถ้าเคสที่ผ่าตัดตอนอายุเยอะ อย่างคุณแม่ของเฮีย หมอบอกคุณป้าไม่ต้องทานอะไรครับ

คนที่เลิกทานยาที่หมอให้นี่ ต้องเรียกว่า เหนือหมอ หุหุ
เอาหละ ไม่ใช่เวลามาว่ากันเน๊อะ
เราเป็นใคร เฮียเป็นใคร โอ้ยซ์ผู้น้อยมิกล้า มิกล้า

อย่างน้อย ตอนนี้ อาหมวยก็รู้ว่ามันเรียกว่า ฮอร์โมนอะไร ทำหน้าที่อะไร
ทานแล้วร่างกายเปลียนไปยังไง ไม่ทานแล้วเป็นยังไง
แหม..พออ่านว่าหน้าอกแข็งๆ ทำไมนึกถึงกะลามะพร้าวไปได้ยังไงก็ไม่รู้แฮะ 555

ทีนี่รู้หรือไม่ว่า เอสโตรเจน มันสามารถหากินตามท้องถนนได้ ไม่ต้องพึ่งหมอ
เช่น น้ำมะพร้าวอ่อน
หรือคั้น(หรือปั่น)น้ำมะม่วงทาน
หากว่าเป็นคนทานผักฉุนๆได้ ก็นี่เลย กุ๊ยช่าย จะทานแบบนึ่งหรือทอดก็ได้

เดี๋ยวนี้มันไฮเทคมาก เขามีโลชั่นที่ทำมาจากผลไม้ขาย เมืองนอกเขาทำขายกันหรือยัง?
ในเมืองไทย จะมีพวกOTOP ทำครีมทาผิวสะกัดจากมะพร้าว(อ่อน)ขาย อันนี้โม้ ไม่จริงหรอก
เฮียไปค้นใน internet เขาบอกว่าเอามะเฟือง มาทำครีมทาตัวได้ มันมีเอสโตรเจนด้วยนะ ซิบอกไห่
แหม...เคยอ่านพบว่า มีร้านขายสมุนไพร เขาทำโลชั่นมะเฟืองขายที่ขวดละร้อยบาท (60 ซีซี)
แล้วก็มีบางคนเอามะม่วงกวนมาเติมน้ำแล้วปั่นดื่ม แบบนี้ก็ใช้ได้แต่ต้องดื่มเยอะหน่อย

ฮอร์โมนสังเคราะห์ หรืออาหารเสริม เช่น มุกสะกัดยี่ห้อถูกๆ ท่านแล้วเป็นมะเร็งเต้านมแน่นอน อย่าไปลองหละ
ของดี ต้องเป็นฮอร์โมนจากธรรมชาติ หรือมุกสะกัดยี่ห้อดังๆ อย่างว่า ของดี ชัวร์ แต่แพง
คนขายบอกว่า มุกสะกัดแบบถูกกรรมวิธีนั้นให้ปริมาณฮอร์โมนมากจริงๆ แต่กินมากไม่น่าจะดี

ทางการแพทย์บอกว่าสัญญาณว่าร่างกายขาดเอสโตรเจนอย่างแรง คือ เป็นสิวในวัยชรา
เอ้ย...ไม่ใช่ เขาว่าหน้าตาแก่กว่าวัย ผิวหนังไม่สดใส จ๊ะ
แต่ถ้าหากโหมทานสารที่มีเอสโตรเจนมากเกินไป งานนี้มะเร็งก็จะถามหา
ทางที่ดี เดินสายกลาง ทานน้ำมะพร้าวอ่อนสัปดาห์ละลูก สองลูก ก็พอ
นี่ถ้าทำงานใกล้กันนะจะหิ้วน้ำมะพร้าวอ่อนไปฝากทุกวัน
มีบ้านใกล้ๆบ้านเฮียเขาเอามะพร้าวอ่อนมาขาย ลูกละสิบบาท ใหม่และสดมาก
เนื้อมะพร้าวนิ่มดี กลิ่นหอม ทานง่าย เป็นวุ้นบางๆ

เฮียก็ต้องทานยาความดันเหมือนกัน
แต่มียาลดไขมันคลอเรสเตอรอลอีกเม็ดด้วย หมอให้ทานควบคู่กันไป
และก็ยังมียาอีกสองสามอย่าง ทานเพื่อลดความหล่อ อิอิ

เอ้ย...จันทร์เป็นมหาจักร เขาว่าจะได้คู่ครอง นี่หน่า
ไมยอม ไม่ยอม เค้าไม่ยอม น้องเราจะสละโฉด เอ้ย...โสด

เอ้...จำได้ว่า ถ้าผู้หญิงมีดวงเกิดเป็นจันทร์มหาจักร
จะเป็นคนลุยๆ วิ่งสู้ฟัด ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ขยันทำงาน มีบริวารมาก
เขาว่าเป็นดวงราชินี หรือนางพญา เป็นผู้ที่มีบริวารมาก
อันนี้จำได้เพราะเคยมีเจ้านายเป็นสตรีเพศ
เลยรวมหัวกับเพื่อนๆ เอาดวงเจ้านายไปวิเคราะห์กัน
แต่เรื่องมันนามมากแล้วหละ อาจจะจำผิดก็ได้
ที่แน่ๆผู้หญิงเกิดวันจันทร์ ชื่อจะต้องไม่มีสระ อ้าว...ออกนอกเรื่องจนได้

จันทร์เอ๋ยจันทร์จ๋า ลักขณาใครกัน
ฟังแล้วใจสั่น จันทร์เป็นมหาจักร
โบราณว่า หน้าร้อนนี้จะมีคู่รัก
ไม่มีอุปสรรค์แล้วหละในครานี้

อีกตำราว่า หากจันทร์นั้นเป็นมหาจักร
หมอดูทายทักว่าเป็นหญิงปัญญาดี
ความรู้สูงส่งฐานะมั่นคงมั่งมี
แต่เธอคนนี้โกรธง่ายแล้วหายไว

ลูกน้องยำเกรงนักเลงให้เกียรติ
เป็นคนละเอียดเกลียดการเอาใจ
เชื่อความคิดจิตตนเองเป็นใหญ่
ผู้คนทั่วไปรักใคร่นับถือ

.....


แค่นี่แหละ ขี้เกียจแต่งกลอนแล้ว ไปนอนดีกว่า

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:22:54:24 น.  

 



วันนี้ มินไป office มาค่ะ
ไปถึง 10 โมงนิด ๆ นั่งทำงานทั้งวันเลย
เพราะ ที่บริษัทฯ เค้าไปปายกันเกือบหมด
เหลือแต่พวกบัญชี กับบุคคลเท่านั้น
อยู่บ้านก็เบื่อ ๆ ไม่รู้จะทำไรค่ะ
ไปบริษัทฯ ดีกว่า เผื่อมีเรื่องไรจะได้จัดการไป
ไม่เคยเข้า office วันเสาร์เลยมินอ่ะ
มีแต่คนแปลกใจกันทั้งนั้นค่ะ ฮ่า ๆ ๆ


เฮียจ๋า มินเกิดวันศุกร์ค่ะ ไม่ใช่วันจันทร์
แต่ เวลาเกิดต่างหาก ที่จันทร์เป็นมหาจักรอ่ะ
หน้าร้อนนี้จะมีคู่รัก แบบไม่มีอุปสรรคจริง ๆ เหรอคะ ฮ่า ๆ ๆ
ดวงมินเนี่ย ไม่รู้มันเป็นไงค่ะ จริง ๆ นะ
ชอบไปรักคนที่มินไม่มีสิทธิ์จะรักเค้า
เจอคนดี ๆ ทีไร สายไปทุกที
อยากจะอธิษฐาน ให้ชาติหน้าขอเป็นคน
ที่ไปเจอเค้าก่อน รักเค้าก่อนบ้างได้ไม๊
แต่ก็นะ ของอย่างนี้ ถ้ามันอธิษฐานได้ดังใจ
โลกนี้คงไม่ต้องมีใครเสียใจและปวดใจ
กับเรื่องรัก ๆ นี่หรอกมินว่า....

วันนี้ จะอาบน้ำสระผม แล้วนอนเร็ว ๆ ค่ะ
อยากฟังเพลงกล่อมก่อนนอนไม๊คะ
มินชอบเพลงนี้อ่ะ ฟังก่อนนอนแล้ว
มันมีความสุขชะมัดเลยค่ะ ลองฟังดูนะ
//www.youtube.com/watch?v=2tioNpCZy4g

ฝันดีนะคะ Goodnight ค่ะ


โดย: มินทิวา วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:19:50:35 น.  

 
Mintiva

OH....
ให้ฟังเพลงเพราะๆ แต่เหมือนเพลงเก่าเลย
วง Blink เป็นวงแบบไหนนะ เดี๋ยวขอไปหาประวัติก่อน
นี่...ฟังเพลงในบล๊อกของเฮียบ้างหรือเปล่า?
หนูนา (กวนมึนโฮ) เขาร้องไว้ เนื้อเพลง กินใจดีนะจ๊ะเธอ

ป่านนี้อาบน้ำ กินนมนอนไปแล้วหรือยังวุ๊ย
โอม..ขอให้ตอนนี้ จงนอนดูละครทีวีช่อง3 ด้วยเหอะ
นางเอกกำลังขอหย่าพระเอกอยู่พอดีเลย

เอ้า...กู๊ดไนท์คิดคิสส์



RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:21:28:10 น.  

 


เมื่อวันมาฆบูชา ได้ไปไล่ล่าหาพระมาค่ะ อย่าเพิ่งตกใจล่ะ วิธีทำบุญตักบาตรอย่างหนึ่งของขนุน เมื่ออยากใส่บาตรคือซื้อของแห้งที่พระท่านเก็บเอาไว้ใช้ได้ ส่วนใหญ่จะเป็น อาหารกระป๋อง
เครื่องดื่มแบบสะดวกชง และยาสามัญ แล้วขับรถออกไปเส้นทางที่มีพระเดินบินฑบาตร เจอก็ใส่ แต่ถ้าสายพระกลับวัดหมดก็วิ่งเข้าวัดไปถวายพระ พูดถึงใส่บาตรนึกถึงสมัยเด็ก ๆ พระจะเดินผ่านหน้าบ้าน ก่อนไปโรงเรียนแม่จะให้ไปใส่บาตรจนดูเหมือนเป็นหน้าที่เลยล่ะ บางวันกับข้าวยังไม่เสร็จพระถึงแล้วจะได้ยินเสียงท่านร้องบอกว่า "โยม ๆ พระมาแล้ว" หรือบางครึ้งเราเห็นก่อนก็จะร้องบอกท่านว่า "นิมนต์รอก่อนค่ะท่าน" นึกแล้วก็ขำ(ของที่ให้รอคือไข่ดาว ง่ายสุด เร็วสุด เพราะตื่นสาย) ..ไม่คิดว่าคุณซูมจะมาไกลถึงดอนหวาย เพราะเป็นที่ขนุนชอบไปอยู่บ่อย ๆ และเคยไปล่องเรือศรีสวัสดิ์ เมื่อก่อนมีไกด็บนเรือบรรยายสถานที่ต่าง ๆที่ ผ่านพร้อมคำพูดติดมุขตลกตลอดทางไปกลับเวลาเรือวนกลับปลาว่ายกลับตามเรือจริง ๆ แต่ไม่แน่ใจว่าเพราะอาหาร หรือเพราะแรงน้ำหมุนขณะกลับลำ ...เส้นทางนี้ยังมีวัดอีกหนึ่งแห่งที่บางครั้งบางวันคิดถึงแม่มากๆ ก็จะขับรถไปที่วัดนี้ วัดไร่ขิงค่ะเป็นวัดประจำบ้านเลยทีเดียวเพราะแม่นับถือหลวงพ่อไร่ขิงมาช้านาน และจะไปช่วยทำอาหารเจเลี้ยงพระบวชใหม่ประจำทุกปี เวลาไม่สบายใจฟุ้งซ่านก็จะเข้าไปนั่งจ้องหน้าพระ(หลวงพ่อไร่ขิงในโบสถ์)สงบนิ่งสบายใจแล้วก็ขับรถกลับ
ที่นี่ด้านหลังวัดไร่ขิงติดแม่น้ำ มีที่ให้อาหารปลา จะเป็นปลาตัวใหญ่ ๆ จำพวกปลาสวาย ยืนมองสายน้ำ ดูปลาแวกว่ายกินขนมปังที่เราโยนก็เพลิดเพลินมีความสุขได้ค่ะ ในอดีตที่นี่จะมีก๋วยเตี๋ยวเรืออร่อย แต่เดี๋ยวนี้ย้ายขึ้นไปอยู่บนบกหมดแล้วค่ะ

วันก่อนคุณซูมพูดถึงเรื่องระลึกชาติ สนใจเมื่อก่อนเคยสนใจเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ หลังแม่เสียเคยหัดฝึกสมาธิเพราะอยากพบแม่มาก ลองฝึกจากหนึ่งสือไปอ่านเรื่องสมาธิหมุน ปรากฏว่านั่งอยู่ประมาณชั่วโมงเกิดหมุนความรุ้สึกเหมือนหัวเราหมุนเหมือนจะหลุดออกไปกลัวว่าออกไปแล้วจะไม่ได้กลับก็รีบลืมตาไม่กล้าฝึกแบบนั้นอีกเลย(ยังกลัวตายอยู่...) เคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกัยหมาคาบบาตรพระเดินตามพระบิณฑบาตรไม๊คะ
พระท่านเล่าว่า(ไม่แน่ใจว่าเป็นหลวงพ่อจรัญหรือเปล่า)มันจะคาบเดินตามพระ และเวลาเช้ามือตีห้าพระสวดมนต์ทำวัตรหมาตัวนี้ก็จะหอนทุกครึ้ง ท่านบอกว่ามีพฤติกรรมเหมือนฆราวาสคนหนึ่งที่เมือมีชีวิตอยู่จะปฏิบัติแบบนี้ และอีกเรื่องหนึ่งเค้าเล่าว่ามีเด็กอายุประมาณยังไม่ถึงสิบขวบมักบอกกับพ่อแม่ว่าตัวเองเคยเป็นใคร มีบ้านอยุ่ที่ไหน พ่อแม่ก็ตามไปค้นหาตามที่อยู่นั้นปรากฏว่ามีคนชื่อนั้นอยู่จริงบุคคลที่เป็นคนที่เคยรู้จักที่เด็กอ้างถึงก็มีอยู่จริง (อันนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการระลึกชาติของคนไทยที่มีผู้สนใจค้นคว้าติดตามนำมารวมเรื่องจัดทำเป็นเล่ม แต่จำไม่ได้แล้วว่าใครจัดทำ) คุณซูมลองดูที่ร้านหนึงสือดูเหมือนจะยังมีจำหน่ายอยู่


/www.youtube.com/watch?v=Tw10wqCWv0s&feature=related
ชอบเสียงเธอคนนี้ลองฟังดูค่ะ


โดย: jampada IP: 58.9.126.115 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:22:50:08 น.  

 
Mintiva

เรื่องจันทร์มหาจักร
แฮ่..เค้าก็ไม่ได้บอกว่าตัวเองเกิดวันจันทร์ ซะกะหน่อย
เค้าโม้เรื่อง จันทร์เป็นมหาจักร นั่นแหละ
เห็นเขาว่า ถ้าเกิดมาได้แบบนี้ก็จะเป็นคนเก่ง
แต่ถ้าปีไหน ชะตาชีวิตเดินมาตกที่ จันทร์เป็นมหาจักร อันนี้คือเรื่องคู่
เฮียก็ไม่ได้เป็นหมอดูหรอกนะ เที่ยวไปหาอ่านในเน็ทมาอีกที 555

เอ๊ะ...ทำไมเฮียถึงคิดว่า อาหมวยเกิดวันพฤหัสนะ เออ..ไปเอามาจากไหน
ตามตำราโหราศาสตร์ของฝรั่ง
คนเกิดวันศุกร์นี่ โดนคุมชะตาโดยเทพีแห่งความรัก
ดังนั้นคนกลุ่มนี้จะต้องเจอแต่เรื่องรักๆ ใคร่ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เป็นคนรักสวยรักงาม ถ้าไม่สวยนี่ไม่ยอมออกจากบ้าน 555
เขาว่า คนวันศุกร์นี่รักใคร จะเอาใจมาก รายละเอียดเยอะ เรียกว่า ทุ่มสุดหัวใจ
ในอีกด้าน คนวันศุกร์จะเป็นคนที่หึงหวงแรงที่สุด เรียกว่า ของๆข้า ใครอย่าแตะ
ทีนี้แหละ จะเกิดทุกข์มากกว่าสุข ฝ่ายตรงข้ามจะอึดอัด
คนวันศุกร์ยังจัดว่ามีแน้วโน้มที่จะอาภัพรักมากกว่าคนวันอื่น
ถ้าจะเถียงว่า เฮ้ย..คนวันศุกร์เขาก็แต่งงานกันมากมาย
ในตำราว่าเอาไว้ว่า ส่วนใหญ่ คนที่รักไม่ได้ครอง คนที่ครองไม่ได้รัก
แต่เอ้...ตำราฝรั่ง คงเอามาใช้กับคนไทยไม่ได้ กระมัง?

ส่วนตำราไทย บอกว่า ผู้หญิงวันศุกร์ เป็นคนช่างเจรจา รักสวย รักงาม
พูดจาตรงไปตรงมา ชอบช่วยเหลือคน
ชอบผู้ชายสุภาพ มาดขรึม พูดน้อย
ว้า..ไม่เหมือนผู้ชายอย่างเฮียเลย

คำว่า คนที่เราไม่มีสิทธิ์จะรัก
คำนี้ใครเป็นคนกำหนด
เฮียว่าคนเรามีสิทธิ์ที่จะชอบหรือรักใครก็ได้
คู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกันมากกว่า แค่ว่าอย่าใจร้อน นอนทุรนทุราย
ตอนนี้กาละและเทศะ อาจจะไม่เหมาะ
ที่ว่าไม่เหมาะเพราะกรอบที่เราวางหรือเราคิดว่าโดนกรอบนั้นครอบอยู่ต่างหาก
หัวใจเรา ความคิดเรา ใครจะมีสิทธิ์มาห้าม
ก็แล้วคำว่า รักแท้ คือ การให้ มันต้องคิดแบบไหนหละ
เฮียว่าถ้าเรารักใคร เราก็ดีกับเขา เขาก็ดีกับเรา
คนเราห่วงใยกัน มันไม่ดีตรงไหน
หรือว่ามันปวดใจที่ไม่ได้ครอบครอง
ทำไมไม่คิดว่า การครอบครองนั้นมี 2 แบบ
ครอบครองกาย และครอบครองใจ
คนที่ได้กายไปนั้น เขาได้ใจไปหรือเปล่า
เอ้...ไปๆมาๆ คิดแบบเฮียนี่ จะผิดศีลหรือเปล่า อิอิ
สำหรับเฮีย ถึงไม่ได้ทั้งสองอย่าง เฮียก็ไม่ยอมเลิกรา

แล้วที่บอกว่า เจอคนดีทีไร สายไปทุกที
นี่คุณน้อง เอาอะไรมาวัดว่าใครดี ใครไม่ดี
สุภาพสตรีที่ได้เขาไปอาจจะน้ำตาตกติ๋งๆ อยู่ตอนนี้ก็ได้
เราอาจจะโชคดีที่ไม่ต้องมากลายเป็นผู้หญิงโชคร้ายคนนั้นก็ได้
มนุษย์เรา เห็นว่าเขาไม่เคยทำร้ายเราหรือใคร เราก็ว่าเขาเป็นคนดี
แท้จริง ใครจะไปรู้ว่าเขาอาจจะมีเรื่องราวที่เราคาดคิดไม่ถึงก็ได้
มองโลกแง่ร้ายเอาไว้บ้าง จะได้ไม่คิดว่าเราพลาดอะไรไป

เฮียว่านะ อธิษฐานให้ชาตินี้และชาติหน้า
ขอให้ได้พบเนื้อคู่ที่เป็นคนดี มีศีลธรรม ซื่อสัตย์
จะยากจนหรือมีฐานะดี ก็ช่าง
จะเด็กหรือแก่กว่าเรา ก็ช่าง
จะของใหม่หรือของผ่านการใช้งานมาบ้าง ก็ช่าง

เดือนนี้คุยเรื่องความรักเยอะหน่อย
อีก 11 เดือน จะไม่คุยเรื่องนี้อีกแล้ว หุหุ

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:23:34:45 น.  

 
Jampada

เรื่อง ซื้อของถวายพระ
พอดีคุณขนุนเอ่ยถึงเรื่อง การไปไล่ลาหาพระมาในวันมาฆะ
ทำให้อยากแชร์ความคิดเพี้ยนๆของผม
เอาเป็นว่าถ้าไม่เข้าหู ไม่เข้าตา ก็ด่าสวนมาได้เลย 555
คือคนเรานั้นต่างคนก็ต่างมีความคิดเป็นของตัวเอง
เรามาคุยกัน แลกความคิดกัน โอเคมั๊ยคะ?

ผมเห็นว่า คนไทยเรานั้นมีหลายคนที่ซื้อสังฆทานโดยไม่สนใจว่าข้างในนั้นจะเป็นอะไร
อันนี้ก็ไม่ได้แปลว่า ถูก หรือ ผิด (แล้วแต่จะคิด)
และก็มีอีกส่วนที่กังขาสงสัยว่าของที่ถวายพระไปแล้ว พระจะได้ใช้ทั้งหมดหรือเปล่า
โดยเฉพาะพวกอาหารแห้งและยา มันจะหมดอายุวันไหนกันแน่?
หรือถังสังฆทานเดือนละร้อยกว่าใบ พระท่านจะใช้หมดในกี่วัน กี่ปี
บางคนเลยต้องคิดหนัก ก่อนที่จะซื้อของต่างๆมาถวาย

เท่าที่ผมพบเห็นมา พระท่านได้ฉันหรือบริโภคของที่เราถวายนั้นอย่างมีเงื่อนไขบางอย่าง
คือ ขึ้นอยู่ว่าเป็นพระในเมืองหรือต่างจังหวัด
เป็นพระเดี่ยวหรือพระที่มีคณะ และยังมีเรื่องที่อยู่ เรื่องสถานที่ฉันภัตตาหาร อีกด้วย
แต่เขาให้คิดว่า ถวายไปแล้ว ถวายอะไรก็ตาม อย่าคิดมาก ของนั้นไปไหนก็อย่าไปยึดติดกับมัน
สำหรับคุณขนุน ผมเห็นว่า คุณคิดก่อนซื้อ
ดังนั้นเลยอยากเล่าสิ่งที่ได้พบเจอ เผื่อจะได้บอกกลับมาว่า ผมนั้นคิดผิด คิดถูกประการใด

ผมว่าเป็นความคิดที่ดีนะ ที่พวกเราควรสอนลูกหลานว่า
ของที่ถวายพระ ควรเป็นของที่ต้องพิถีพิถันกันบ้าง ไม่ใช่อาศัยว่ามีเงินแล้วจะซื้ออะไรก็ได้
ปู่ย่าตายายของพวกเรา เวลาที่ท่านจะถวายสังฆทาน
ท่านก็จะไปจัดเตรียม บางอย่างมีในบ้าน บางอย่างต้องไปหาซื้อมาจากแม่ค้าพ่อขาย
ท่านก็จะไปเลือก ไปหยิบจับมันทุกอย่าง แล้วเอามาห่อเป็นเครื่องไทยทาน
แต่ทุกวันนี้โลกเปลี่ยน กระป๋องสังฆทานมีหรือจะไม่เปลี่ยน
พุทธพานิชย์ครองโลก คนขายก็มองแต่เรื่อง กำไรๆๆๆ

เดี๋ยวนะครับ ผมขอแทรกเรื่องอาหารสดก่อน
ขอที่ประเด็น ผลไม้
หลายคนชอบซื้อผลไม้ไปถวายพระสงฆ์
เดาว่ามี 2 สายแห่งความคิดคือ เพื่อพระ และเพื่อผู้ล่วงลับ (อันหลังนี้เข้าแนวเรื่องชีวิตหลังความตาย)
ผมเห็นว่า พระท่านจะฉันผลไม้ในวันนั้นได้แค่ ส้ม กล้วยหอม กล้วยไข่ องุ่น เงาะ ลำไย ลองกอง น้อยหน่า ...
เพราะพระท่านใช้มือปอกเปลือกหรือทานทั้งผลได้
ส่วนผลไม้พวก มะม่วง ฝรั่ง แอปเปิล แตงโม แคนตาลูป มะละกอ สับปะรด
ของพวกนี้ คุณเคยเห็นพระนั่งล้อมวงปอกมะม่วงจิ่มกะปิ ฉันกันตอนแปดโมงเช้าหรือเปล่า?
ผมเห็นว่า มีคนชอบซื้อมาถวายพระท่านจริงๆ โดยเฉพาะพวกมะม่วงนี้ ทั้งดิบ ทั้งสุก
ขอบอกว่า ซื้อมาได้ แต่คุณต้องเอามาปอกและหั่นใส่จานให้พระท่านด้วย
และผลไม้บางอย่าง ถ้าไม่ทราบว่าพระท่านไม่ชอบหรือเปล่า ก็เลี่ยงๆ เช่น ทุเรียน
บางคนคิดว่า อยากให้พ่อบนสวรรค์ได้ทานทุเรียน เลยถวายพระ
หลายคนคิดว่า อยากถวายอะไรพระ ก็นำมาถวายได้ จิตบริสุทธิ์ซะอย่าง
อยากทำบุญ มีอะไรหรือเปล่า?
!!! มันมีปัญหาในบางคราวนะครับ !!!
ผมไปเจอพระท่านหนึ่ง ท่านแพ้กลิ่นทุเรียนมาก
ได้กลิ่นนิดเดียว เมาไปทั้งวัน นั่งดมยาดมเป็นสาวสิบหกตั้งท้องเลยครับ
คนบวชเป็นพระ อย่างไรก็เป็นคนนะครับ ไม่ใช่เอเลี่ยนที่จะได้เหนือมนุษย์ไปทุกเรื่อง

แล้วอีกอย่างคือ เขามีข้อห้ามพระภิกษุในเรื่องฉันอาหารที่เก็บไว้ค้างคืน (สิกขาบทที่๘ โภชนาวรรค ในปาจิตติยกัณฑ์)

ทางทฤษฎีพระท่านก็น่าจะเอาผลไม้มาฉันได้เอง
แต่ผมไม่เคยเห็นพระทีไหนนั่งปอกผลไม้ฉันอย่างสบายอกสบายใจเลย
แล้วผลไม้จะไปไหน ถ้าไม่ได้เข้าท้องพระ คำตอบคือ ลูกศิษย์วัดอย่างผมนี่ไงครับ
ดังนั้นความคิดที่คุณขนุนซื้ออาหารแห้งไปถวายพระนั้น ผมเห็นด้วย
แต่มีประเด็นที่ขอแตกออกมาคุยกันหน่อย

สำหรับพระในกรุงเทพฯนั้น
ผมไม่เคยเห็นท่านต้มน้ำร้อน แล้วเอามาม่าใส่ชาม แล้วนั่งฉันให้เห็นเลยครับ
ส่วนพระในต่างจังหวัด ผมก็ไม่แน่ใจครับ วัดกันดารๆอาจจะต้องต้มมาม่าฉัน
แต่เขาห้ามพระทำอาหารทานเองนะครับ ต้องให้ลูกศิษย์ทำ แล้วยกประเคนเสียก่อน
ทีนี้พระที่อยู่องค์เดียว จะทำอย่างไรกันหละ?
อย่างหลวงพ่อที่ผมเคยเป็นลูกศิษย์ท่าน วันไหนฝนตกหนัก โยมไม่มาทำบุญเลย
พอสิบโมงครึ่งผมก็วิ่งไปหาซื้อข้าวผัด หรือไม่ก็ก๋วยเตี๋ยวราดหน้ามาถวายท่านแล้วหละครับ
ไม่เคยเอามาม่ามาใส่น้ำร้อนให้ท่านฉันเลย
ถ้าท่านบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เอาไปฉันหลังเที่ยงนี่
ไม่รู้ว่าเราจะเป็นเวรเป็นกรรมหรือเปล่า? เพราะเราเป็นต้นเหตุ
ผมเคยเห็นเณรกับพระบวชใหม่บางรูป นั่งฉันมาม่ารอบดึก
แถมยังชวนกันมาฉันกันหลายองค์เสียด้วย
ย้ำอีกครั้งว่า พระก็คือคน และคนที่ไม่มีวินัยหลายคนก็สามารถบวชเป็นพระได้
การทำผิดวินัยเลยไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

พวกอาหารกระป๋องนี่ก็เข้าลักษณะเดียวกันกับหมี่กึ่งสำเร็จรูป
ผมไม่ค่อยเห็นพระท่านนำพวกปลากระป๋องออกมาฉันให้เห็นเลย
ยิ่งพระที่อยู่กันเป็นหมู่คณะ ท่านมีอะไร ท่านก็ฉันกันแบบนั้น
ถ้ามีพระรูปไหนเรื่องมากสำหรับอาหาร เอาอาหารกระป๋องมาเปิดลองฉันดู
พระที่เป็นผู้ใหญ่ที่สุดก็จะดุเอาว่า มาบวชเพื่อหวังสบายหรือ? แค่นั้นไม่อิ่มหรือ?
ดังนั้นพวกอาหารกระป๋องนี่ ผมก็เห็นอาจารย์หลวงพ่อของผม ท่านนำไปแจกชาวบ้านหมด
มีบางครั้งที่มีผลไม้กระป๋องแช่ตู้เย็นเอาไว้ พอตอนเพลจะเอามาเปิดฉัน
แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่า บางครั้งพระก็ไม่มีที่เปิดกระป๋องใช้
ผลไม้กระป๋องหลายยี่ห้อก็ไม่เป็นแบบมีห่วงให้ดึงเปิดออก
(ดังนั้นอาหารกระป๋อง ต้องเลือกพวกที่มีที่ดึงเปิดออกง่ายๆ)
ที่เปิดกระป๋อง ไม่ค่อยมีในสังฆทานชุดที่ขายกันนะครับ
และพระที่เคร่งมากๆ ท่านก็ไม่เดินช๊อปปิ้งที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตเสียด้วย
ส่วนที่เปิดกระป๋องตามงานวัดที่ขายอันละ 10 บาท ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
ดังนั้น หากว่ามีโอกาสเข้าห้างติดแอร์
ขอให้คุณขนุนช่วยซื้อพวกพวกที่เปิดกระป๋องแบบทนๆ ไปถวายพระด้วยนะครับ

พวกจาน ชาม ช้อน ส้อม นี้ก็เหมือนกันครับ
ถ้าพระไม่ได้ฉันรวมพร้อมกันทั้งวัด และวัดไม่มีหอฉัน
พระก็จะต้องเตรียมจานอาหาร และช้อนส้อม ของท่านเอง
ซึ่งพระบางองค์ก็ใช้ของเก่ามากๆ ท่านคงรอให้โยมเอาของใหม่มาถวาย

พวกน้ำยาล้างจานและฟองน้ำ ก็น่าซื้อถวายนะครับ
พระท่านจะได้ใช้ของสะอาดๆหน่อย
บางที่ก็เห็นเขาเอาน้ำเปล่าล้างภาชนะรับประทานอาหารของพระ
แค่ถูๆ แล้วก็ล้าง ดีว่าแดดบ้านเราแรง เอาของพวกนี้ตากแดด เชื้อโรคก็วิ่งหนีไป
ผมนี่แหละที่ชอบซื้อน้ำยาล้างจานไปถวายพระบ่อยๆ กลัวท่านท้องเสีย
ส่วนหน้าฝน ผมจะซื้อน้ำยาซักผ้าแบบที่แช่ ไม่ต้องขยี้ ขจัดกลิ่นอับชื้น
จีวรเปียกเหงื่อ ถ้าซักแล้วไม่โดนแดด กลิ่นจะเหม็นๆ พระท่านก็คงรำคาญกลิ่นแบบนั้น

สำหรับในทุกวันนี้ มีอีกอย่างที่น่าซื้อไปถวายพระมาก
นั่นก็คือ น้ำเปล่าเป็นขวดๆ
เมื่อห้าสิบปีย้อนไปถึงสมัยพุทธกาล คงไม่มีใครเขาถวายน้ำพระกันแบบนี้
แต่ทุกวันนี้พระไม่มีน้ำฝนสำหรับฉันอีกแล้ว
ครั้นจะให้ติดตั้งเครื่องกรองน้ำ นั้นก็โอเวอร์ไปหน่อย
น้ำประปา เขาว่าดื่มได้เลย แต่ผมเคยเอาเครื่องตรวจโลหะปนเปื้อนมาตรวจ ต้องร้องจ๊ากเลยครับ
ผมว่า เราคงไม่อยากเห็นพระต้มน้ำดื่ม เช้า สาย บ่าย เย็น กันหรอกนะครับ

กรณีที่เรามีรถยนต์นี้ ขอเชิญชวนให้ซื้อน้ำขวดหนึ่งจุดห้าลิตรไปถวายพระ
ผมใช้บัตรของโลตัส เลยต้องเติมน้ำมันที่เอสโซ่
เขาจะแถมน้ำขวดใหญ่ให้ 2 ขวด และก็ยังมีจัดมาวางขายอีกด้วย
วันไหนผมวางแผนว่าจะได้ผ่านวัด ผมก็จะซื้อน้ำขวดจากปั๊มไปด้วยเลย
พวกน้ำดื่มขวดใหญ่ๆ ซื้อเป็นแพค ราคาไม่แพง(เมื่อเทียบกับน้ำมัน 555)
ผมไม่สนับสนุนพวกเครื่องดื่ม หรือน้ำอัดลม
แต่น้ำผลไม้เป็นกล่องๆนี่ ก็น่าซื้อเหมือนกัน พระท่านจะได้ฉันหลังเพลได้ แก้เพลียดี

คุณขนุนนี่ท่าทางจะใจบุญน่าดู เพราะพระท่านยังมาบอกว่าท่านมาแล้วที่หน้าบ้าน
ของผมหนะเมื่อก่อนได้ใส่บาตรหน้าบ้านบ่อยๆ แต่พอเจอคุณน้องหนูเรียนอยู่บางบ่อ
ก็ไม่ค่อยได้ใส่บาตรตอนเช้า ก็อาศัยว่าหน้าปากซอยมหาวิทยาลัยมีวัดอยู่
วัดนี้แปลกมาก มีพระน้อย และย่านนั้นคนก็ชอบมานิมนต์พระเสียหมดวัด
ซึ่งก็ไม่ได้มีเหตุการณ์แบบนี้ทุกวันนะครับ นานๆทีจะมีเรื่องที่พระในวัดออกไปหมด
ผมไปหลายครั้ง ช่วงหลังๆบังเอิญเจอเหตุการณ์แบบนั้นซ้ำๆกัน 3 ครั้ง (ดวงดีมาก)
เลยสงสัยว่าแม้แต่พระยังไม่โปรดมารอย่างผมเลย เวรกรรม
(คงเป็นเพราะเป็นช่วงปลายปีกับต้นปี คนเลยขยันจัดงานบุญ)

เรื่องอาหารใส่บาตรเช้า
บ้านผมเองก็ทำอะไรไม่ค่อยจะทันหรอกครับ
เช้ามาทุกคนก็วุ่นวายเรื่องแต่งองค์ทรงเครื่องกัน
ผมตื่นก่อนใคร รีบลงมาหุงข้าวหม้อไฟฟ้าก่อน
สำหรับอาหารนั้น ก็จะมีเมนูหลักคือ ไข่เค็ม กับขนมเป็นถุงเล็กๆ
มีน้ำเปล่าอีกขวด บางทีก็เป็นนมถั่วเหลืองกล่อง (นมกล่องไม่กล้าถวาย กลัวพระท้องเสียเพราะแพ้นม)
พอใกล้เวลาที่พระจะมาก็ตักข้าวใส่ถ้วย
นำทุกอย่างใส่ถาด เรียกคนในบ้านมารวมกับอธิษฐาน
แล้วก็ส่งตัวแทนออกไปใส่บาตร พอกลับเข้ามาก็เอาน้ำมาหนึ่งแก้ว
แล้วออกไปกรวดน้ำกัน เป็นอันเสร็จพิธี
อาหารอีกอย่างที่สลับเอามาใส่บาตรก็คือพวก ไส้กรอก
แค่เอามาล้างน้ำ แล้วใส่ตู้ไมโครเวฟ 2 นาที เอาออกมาใส่ถุงทนร้อน มัดหนังยาง
แต่หลังๆมานี่ มีธุระนอกบ้านบ่อย ข้าวที่หุงไว้กลับมาก็มักจะมีกลิ่น
เพราะไม่ได้เปิดระบบอุ่น อีกอย่างครัวนั้นตั้งอยู่ทางตะวันตก ห้องครัวร้อนมาก
เลยไม่อยากหุงข้าว เวลาเทข้าวทิ้ง รู้สึกเหมือนว่า ทำบาปต่อแม่พระโพสพ
ตอนนี้เลยใช้วิธีซื้อข้าวราดแกงแบบแพ็ค เช่น ซีพี ฯ
อันนี้สะดวกมาก แค่เอาซ่อมเจาะรูที่พลาสติก อุ่นแค่ 3 นาที แกะใส่ถุง นำไปถวายพระ
ต้องระวังนิดหน่อยพวกที่เป็นน้ำ เลยต้องเลี่ยงเป็นพวกกับข้าวแห้งๆ เช่นข้าวผัดแฮม
ข้าวกระเพราไก่ ข้าวขาหมูพะโล้ ข้าวหน้าเป็ดย่าง ข้าวหน้าเป็ดพะโล
ข้าวไก่เทอริยากิ ข้าวแกงกระหรี่หมู ...ฯ
ตอนนี้พัฒนามาอีกขั้น ซื้อเป็นอาหารอะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นข้าว
เช่นบะหมี่เกี้ยวกุ้งน้ำ บะหมี่เป็ดพะโล้ นี่ก็ถวายได้
แค่อุ่น 3 นาทีแล้วใส่ถุงทนร้อนถวายเลย
ตอนแรกไปยึดติดกับว่าต้องมีข้าว ถึงจะเรียกว่า ใส่บาตร
ตอนหลังสามารถคิดนอกกรอบ ถวายอะไรก็ได้นี่หว่า
นี่ก็คิดว่าคราวหน้าจะถวาย สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า หรือ สปาเก็ตตี้ไก่สับ



เรื่องตลาดดอนหวาย
ปีก่อนนี้ ผมไปบ่อยครับ เคุณหนูเรียนที่ศาลายา (ตอนนี้ให้ย้ายที่เรียนแล้ว)
เลยได้แวะทานก๋วยเตี๋ยวเป็ด และซื้อปลาตะเพียนต้มเค็ม
เจ้กิมลั๊งเขาชอบหมีกรอบที่ดอนหวายมาก
ทุกวันนี้ไม่ได้ไปแล้วครับ เพราะเวทีชีวิตย้ายมาอยู่ทางตะวันออกของกทม.

วัดไร่ขิงนี่ก็ไปบ่อยครับ
คือเวลาไปก็จะวางแผนไปวัดโสธร ไร่ขิง บ้านแหลม
แต่ไม่ได้ไปวันเดียวนะครับ ไปติดๆกัน สัปดาห์ละวัด
ผมชอบท่าน้ำวัดไร่ขิงเหมือนกันครับ
อีกที่ก็เป็นท่าน้ำ วัดพนัญเชิญ ตรงนั้นมองเห็นแม่น้ำ มุมมองกว้างดี
ส่วนในกรุงเทพฯ ก็ชอบไปท่าน้ำวัดปริวาส พระราม3
วัดไหนติดน้ำ ผมชอบไปบ่อยๆ
ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าจะได้ไป ก็จะแวะซื้ออาหารปลาเป็นถุงใหญ่ยักษ์ไปเลย
คนที่วัดเขาก็มองอย่างหมั่นไส้ เพราะเขาเอามาขาย กระป๋องเล็ก 20 บาท
กระป๋องขนาดกลาง 50 บาท
กระป๋องใหญ่ กระป๋องละ 100 บาท
ผมไปซื้อเอง ถุงใหญ่ 20 กก. (ผู้หญิงแบบได้สบายๆ) ราคาไม่ถึง 300 บาท
ผมชอบซื้อของซีพี ข้างถุงเขียนว่า 9933
ถ้าคิดเพี้ยนๆได้แบบผม จะไปซื้ออาหารเม็ด ต้องดูที่ฉลาก ต้องเขียนว่า เป็นอาหารลอยน้ำ
เพราะว่ามันจะอีกอย่างที่เขาเรียกว่า อาหารจม เอาเลี้ยงปลาดุก และสัตว์ที่กินอาหารบนพื้นดินใต้น้ำ
สงสัยชาติก่อนเกิดเป็นปลา ถึงสนใจเรื่องอาหารปลา
แต่น่าจะเป็นพ่อปลาไหลมากกว่า นะครับ

เรื่องระลึกชาติ ต้องโม้ยาว
เอาไว้คราวหน้าก็แล้วกัน

ref: Sienna Jampada A0 52 2D


โดย: zoomzero วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:21:16:19 น.  

 

ฮ่า..ฮ่า....เข้ามาสวน..เอ้ย1 ม่ายช่าย..ๆ ซิ เข้ามาต่อ..เอ่อจะบอกว่าคุณซูมคิดได้ถึงสะดือทะเลดี ส่วนขนุนแค่ผิว ๆ น้ำ คุณซูมนี่น่าจะไปอยู่แผนการตลาดจริงๆ(ไม่ได้ประชดนะ พูดจริงใจใจจริง) คิดดูผู้ผลิตชุดสังฆทานที่ใส่สาระตะสารพัดยังไม่เคยเห็นเจ้าไหนใส่ที่เปิดกระป๋อง เข้าท่าดีคราวหน้าจะพยายามไม่ืลืม แต่ส่วนใหญ่จะไม่ชอบซื้อชุดสังฆทานชอบเข้าห้างเลือกซื้อยาจำพวก แก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ(เคยได้ยินพระที่ชราท่านบ่นเนื่องจากท่านนั่งขัดสมาธิกับพื้นเวลาสวด) ยาแก้ปวดหัวพวก ไทลินอล แก้ปวดท้องมิกเซอร์ อะไรประมาณนี้ เพราะเห็นว่าในชุดสังฆทานไม่รู้ดีหรือไม่ หมดอายุหรือใกล้หมดอายุ ซื้อใส่ถุงก็ถวายท่านทั้งถุงนั่นแหละ ไม่จำเป็นต้องถังเหลือง ถุงเหลือง(บางคนบอกว่าจะต้องใ่ส่เฉพาะที่บรรจุภัณฑ์สีเหลืองเท่านั้น..ขนุนเห็นว่าไม่ใช่สาระน่าจะคำนึงสิ่งที่จำเป็นต้องใช้มากกว่าไปกังวลเรื่องสี) และอีกอย่าง กระป๋อง กระติก หรือถาดที่ใส่บรรจุนั้นก็เป็นภาระให้วัดกองโตไม่มีที่เก็บ แต่พระที่วัดไร่ขิงท่านเคยเล่าให้ฟังว่า เนื่องจากคนเข้าทำบุญถวายวัดมาก ทางวัดจัดสรรของที่ได้รับโดยการแบ่งปันไปให้วัดอื่น หรือ โรงเรียนใกล้เคียงได้ใช้ คุณซูมเชื่อไม๊ว่าหลาย ๆครังที่ขนุนไปไล่ล่าใส่บาตรพบว่าในบาตรไม่มีข้าวสวยสักเม็ดเลย (ขนุนอยู่ฃานกรุง) อาจะจะด้วยวิถีชีวิตผุ้คนกรุงที่ดิ้นรนไม่มีเวลา ไม่สะดวก บางคนเอาเงินใส่ลงไปในบาตรพระอันนี้เห็นว่าไม่ควรอย่างยิ่งเพราะบาตรไว้ใส่ข้าวสวย
ทำให้ปนเปื้อน ส่วนของสดก็ชอบ ซื้อประเภท ข้าวมันไก่ โจ๊ก แม้นกระทั่งข้าวเหนียวหมูปิ้ง ง่าย ๆ ร้อน ๆ เหมือนอาหารจานเดียว อีกอย่างเห็นว่าบางทีคนอื่นใส่พวกกับข้าว แกง (ท่านคงเบื่อจำเจ ...อันนี้คิดเอาเอง อิ..อิ คิดแทนพระ) เห็นด้วยกับ..เรื่องผลไม้ที่หลายคนไม่ได้คิด เรื่องน้ำ เรื่องของใช้ทำความสะอาด เป็นเรื่องที่มองข้ามของ...พูดถึงของที่ใส่พระมี 2 สาย ที่ใส่เพื่อพระ กับใส่ให้ผู้ล่วงลับทำเฉพาะวันครบรอบให้น้องกับแม่ ทำให้นึกย้อนไปเมื่ออดีตในเย็นวันหนึ่งขณะที่ขับรถโดยมีน้องและแม่นั่งไปด้วย จำไม่ได้ว่าทำไมพูดถึงเรื่องนี้ แต่จำได้แม่นยำว่า น้องบอกว่า "ถ้ากบตายอย่าลืมต้มหน่อไม้ ส่วนแม่ "ถ้าแม่ตายไม่เอาอะไรขออย่างเดียวอย่าลืมลองกอง" ...ใครจะนึกว่าต้องมาเป็นผู้รับทำตามสัจจะวาจาที่ฝ่ากฝังเล่น..ๆ เป็นจริง...ความไม่แน่นอนคือความเที่ยงแท้แน่นอน ...บ่นให้คุณซูมฟังอีกแล้ว..โทษค่ะเดี๋ยวพาสาวสวยอีกคนมาร้องเพลงให้ฟัง....ได้ไปคอร์สเรียนรู้ฟาร์มเห็ดคราวหน้าจะมาเล่าให้ฟังจริง ๆ จะเล่าตอนนี้ ...แต่ช้าก่อนตากับมือมันไม่ย่อมให้ความร่วมมือแล้วล่ะ...
www.youtube.com/watch?v=d05zbvtGhtE&feature=related
www.youtube.com/watch?v=zeR7UCKMYQc


โดย: ่jampada IP: 61.90.93.195 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:0:14:45 น.  

 
คุณขนุน

ได้ฟังเพลงอันก่อนโน้น เพลงของคุณยาย Barbra Streisand
ก็ชื่นชอบเพลงนี้อยู่เหมือนกัน แต่แหม...เพลงมันหวานจัง
จำได้ว่า มีหนังเรื่องนี้ด้วย The Way We Were ด้วยนะ
แสดงนำโดย Barbra กับ Robert Redford
ผมไม่ชอบคุณยายตรงที่จมูกไม่สวย แต่ฝรั่งคงบอกว่า เวรี่บิ้วตี้ฟูล
เมื่อปี 2008 พอกิ๊กผม Beyonce นำมาร้องใหม่
แหม...ฟังไปน้ำหมากไหลย้อยออกมาจากซอกฟันปลอมเลยครับ

ส่วนอีก 2 เพลงหลังสุดนี่
ก็ไปฟัง White flag ของ Dido มาแล้วครับ
เพลงนี้เคยเอาลงที่บล๊อกคนโฉด ตอน 30809 ไม่ยอมยกธง(ขาว)
เป็นเพลงที่อยากจะมอบให้น้องคนหนึ่งที่บางจังหวะชีวิตมันย่ำแย่ซะเหลือเกิน
แต่พอวันนี้ เธอก็ผ่านมันมาได้ แต่คงไม่ใช่เพราะมาฟังเพลงนี้หรอก อิอิ

ส่วนอีกเพลง น้ำเซาะทราย เพลงนี้ความหมายดีมาก
มีคนเอามาร้องเยอะจัง อันนี้เป็นของ อังศนา
เคยฟังของน้าทิพย์วัลย์ คนนี้ก็เสียงคุณภาพ
แต่ที่ชอบมากจริงๆ เป็นเสียงของ พี่จ๋าย จำรัส เศวตาภรณ์
สมัยเรียนนี่ ทางชมราบ้าง ทางมหาวิทยาลัยบ้าง เรียนเชิญพี่จ๋ายมาช่วยงานการกุศลบ่อยๆ
พี่จ๋ายไม่เคยเบี้ยว ไม่เคยงอแง ตรงเวลา และใจเมตตามาก บางงานก็ฟรี
ผิดกับพวกวงสตริงค์ นอกจากคิดเงินเราอย่างโหดแล้ว ยังจะบวกค่าเดินทางอีก
เพราะชอบอ้างว่าเสร็จจากเราก็จะต้องไปแสดงที่โน่นที่นี่ ไปทางรถยนต์ไม่ทัน
พวกผมจัดงานใหญ่แสดงในหอประชุม ต้องหน้าด้านไปขายบัตรรุ่นพี่ที่ทำงานแล้ว
กว่าจะได้เงินมาต้องเสียเวลา ต้องแบ่งกันโดดเรียน(ตลอดเดือนๆ) ต้องเสียค่ารถ ค่าอาหาร ไม่เคยโวยครับ
แต่(ไอ้)ศิลปินพวกนี้ เขาวางมาดมาก ดีว่าคำด่าผมได้ผล วงเขาแตกจริงๆด้วย (เอ๊ะ จะบาปมั๊ยนี่)

ref: Sienna Jampada A0 52 2D


โดย: zoomzero วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:9:19:22 น.  

 
สวัสดีค่า ไม่ได้แวะมาซะนาน คุณพี่สบายดีนะคะ

คุณพี่ทำบล็อคทีไร เป็นต้องได้อ่านข้อมูลแบบละเอียดยิบทุกที แบบนี้ก็ต้องโหวตให้ตามระเบียบ โหวตหมวดDiaristให้นะคะ

ต้องขอบคุณมาก ๆ ที่แวะไปเม้าท์ละครพี่ติ๊กยาวเลย ตอบเม้นท์ของคุณพี่ไว้ที่บล็อคแล้ว หอบมาแปะให้อ่านที่นี่ด้วยค่ะ

อ่านเม้นท์แล้วอึ้งไปเลย ไม่คิดว่าคุณพี่จะชอบดูละคร แถมดูแบบรู้จริงซะด้วย แบบนี้ก็คุยกันได้มันส์พะยะค่ะ

พี่ซูมเป็นแฟนคลับแก้วตาพี่ตัวจริงเสียงจริงเลยนะเนี่ย ดูครบสามเวอร์ชั่นเลย หนังหนึ่งกับละครอีกสอง ถ้าเทียบนักแสดงแล้ว ชอบเวอร์ชั่นติ๊กที่สุดเหมือนกัน ฉากที่เมืองฝรั่งเศสถ่ายทำได้ดีจริง ๆ อีกเรื่องที่ไปถ่ายที่ฝรั่งเศสแล้วชอบไม่แพ้กันคือ ละครเรื่องรัตนาวดีที่เกรียงไกรเล่นคู่กับขวัญฤดีเล่นคู่กัน วิวเรื่องรัตนาวดียิ่งสวยใหญ่ ไปถ่ายทำที่ปราสาทโบราณและอื่น ๆ อีกมากมาย เห็นวิวงาม ๆ ตรึมเลย

เวอร์ชั่นนี้เลือกนักแสดงได้เหมาะทุกบทจริง ๆ ค่ะ จะตัวดีหรือตัวโกงก็เล่นได้ดีหมด แอบปิ๊งน้องเก้าด้วยแหละ เป็นเด็กหน้าตาน่ารัก แสดงก็เก่งมาก เดี๋ยวนี้โตเป็นหนุ่มแล้วหล่อเฟี้ยวเลย ยังดูหนังเรื่องพระนเรศวรไม่ครบทุกภาค ได้ดูแค่ภาคแรกภาคเดียวเอง แต่ก็ติดใจน้องเก้าอีกแหละ น่ารักจริง ๆ

ที่คุณพี่ว่าเชอรี่มีบุคลิกมั่นใจเกิน อาจเพราะบุคลิกส่วนตัวเธอเป็นแบบนั้นละมั้งคะ แต่เธอก็เล่นเป็นคุณลดาได้ดีมากนะคะ คุณพี่รู้จักนางเอกช่องสามเกือบหมด แบบนี้แสดงว่าเป็นแฟนละครช่องสามเหนียวแน่นเหมือนกัน ไล่เรียงชื่อดูแล้ว นอกจากเชอรี่แล้ว คนที่เล่นบทนี้ได้ก็มีแอฟคนเดียว แอนกับริต้าก็โอเคนะ แต่คิดว่าคุณลดาน่าจะหน้าไทย ๆ มากกว่า ส่วนนอกนั้นจะเด็กเกินไป มีแต่น้องแต้วที่โอเค แต่ต้องรอให้โตกว่านี้หน่อยก็เป็นคุณลดาได้เลย

ขอเม้าท์ถึงนางเอกตามคุณพี่สักสองสามคนค่ะ นางเอกตัวแม่ก็ต้องแอนนี่แหละ เล่นได้ทุกบทบาท แล้วก็ลงแรงเล่นแบบสุดตัวทุกเรื่อง เธอเป็นคนนิสัยดี แล้วรู้จักแต่งตัว ไม่มากหรือน้อยเกิน เวลาออกงานแล้วสวยตลอด ไม่เคยพลาดเลย

ศรีริต้าสวยคมมาก แสดงดี แต่เสียตรงเสียงที่ง้องแง้งไปหน่อย ชอบเธอเล่นหลายเรื่อง อย่างดอกแก้วกลางใจ สร้อยแสงจันทร์​ (เรื่องนี้สวยมากกก) แล้วก็เลื่อมพรายลายรัก เห็นในวิกิบอกว่าจะเล่นเรื่องแรงรักคู่กับเคน ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า อยากดูเรื่องนี้มากเหมือนกัน เวอร์ชั่นเก่าทำไว้ได้ดีมาก ๆ ได้สินจัยเล่นคูกับนพพล แล้วก็น้องตูมตาม พูดถึงแล้วก็อยากดู เดี๋ยวลองไปค้นในยูทูบว่ามีหรือเปล่า

สาวแอฟสวยหวาน ได้บทดี ๆ มาตลอด แถมเล่นคู่กับพระเอกฮอต ๆ ทั้งนั้น แต่มีข้อจำกัดตรงที่หน้าหวาน ๆ ของเธอนี่แหละ ถ้าพลิกไปเล่นบทนางเอกที่ออกแนวร้าย ๆ หน่อย คนดูจะไม่อินเท่าที่ควร แต่เป็นแบบซน ๆ ปนเฮี้ยวเล็ก ๆ อย่างวนิดาละก็ โอเคเลย

แต้ว แพท นำ้ฝน หยาดทิพย์ สี่คนนี้วัยไล่เรี่ยกัน ยังเด็กเกินจะรับบทนี้อย่างที่บอก เสียดายก็แต่แพทคนเดียว ไม่น่าไปทำหน้ามาเลย หน้าเก่าดูดีอยู่แล้ว พอไปโมหน้าใหม่มาแล้ว หน้าเป็นบล็อคพิมพ์นิยม ไม่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง ดูสวยน้อยลง

ส่วนซูซี่กับพลอยวัยได้ แต่ไม่เหมาะ เป็นนาถลดาเวอร์ชั่นที่ร้อนแรงเกินควร

ขอบคุณหลาย ๆ ที่แวะไปป่วน งวดหน้าถ้าเม้าท์ถึงหนังกะละครอีกละก็ ขอจองตัวล่วงหน้าให้ไปแจมกันอีกนะคะ



โดย: haiku วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:11:30:04 น.  

 
haiku

สวัสดีครับน้องไฮก์

พี่ก็มีหลายคาแร็คเตอร์นะ ให้เป็นขาเม้าท์ละครดังหลังข่าวก็ย่อมได้
ยืนยันว่า ชอบเรื่องแก้วตาพี่ มาก
ถึงขั้นต้องไปเฟร็นช์เพื่อไปดูว่า เขาถ่ายกันตรงไหน ตรงไหน (ท่าจะบ้าเอาเรื่องนะ)
แต่น้องไฮก์จะคิดหรือไม่ว่า ในวันข้างหน้า
การไปถ่ายทำหนังในต่างประเทศคงไม่เกิดขึ้นง่ายๆ
ไม่ใช่เรื่องเงินทุนหรือเวลาว่างของดาราหรอกครับ
แต่เพราะทุกวันนี้แต่ละประเทศก็มีปัญหาด้านต่างๆมากมาย
และตัวแปรอันใหญ่คือ เรื่องการประท้วง
เมื่อปีที่พี่ไปเที่ยวยุโรป อุตส่าห์เก็บตังค์ตั้งเกือบสิบปี
ดีว่ามีระเบียบในการฝากเงินคือ ฝากเป็นปี และฝากประจำ ไปเรื่อยๆ
พอได้จังหวะ กาละ เทศะ สุขะ พละ ก็ไปซื้อตั๋วทัวร์คนชรากันทันที
อ้า...เจอว่า เขากำลังจะประท้วงเรื่องแรงงาน และรถไฟ
ทัวร์คนอื่นเขาไปอิตาลีแล้วค่อยมาจบวันสุดท้ายด้วยการช๊อปปิ้งที่ปารีส
แต่ของพี่เลือกแบบนอกกรอบ คือลงเครื่องที่ปารีส เข้าลูฟ ช๊อปปิ้งที่ถนนชองซ์
จากนั้นก็แพ็คของฝาก ยัดของใส่รถตู้เล็ก ให้วิ่งไปที่ส่งของที่สวิส (เขาว่าประหยัดค่ารถทัวร์ดี)
แล้วพวกเราก็จะนั่งรถไฟTGVลุยฝรั่งเศสตอนเหนือ
แต่พอดูทีวีตอนกลางคืน ฟังได้ศัพท์ว่ารถไฟจะหยุดวิ่ง ม๊อบจะมา
ตอนเช้าตื่นมาไม่ต้องกินข้าวกันเลยหละ
ไปสถานีรถไฟก่อนเลย โชคดีเขายังไม่ได้ประท้วงวันนั้น
แต่เห็นทหารถือปืนเดินเล่นเต็มไปหมด
มีคนพาสุนัขตัวเท่าม้าเดินดมกลิ่นยาเสพติดและระเบิดด้วยหละ
บรรยากาศไม่น่าเที่ยวเลย

และตอนนี้มีเรื่องพวกก่อวินาศกรรม เรื่องผู้ก่อการร้าย อยู่ทั่วอเมริกากับยุโรป
การที่คนต่างชาติอย่างเราจะไปตั้งกองถ่ายที่โน่น มีหวังตำรวจไล่จับแน่ๆ
อย่างหนังเรื่อง หนีตามกาลิเลโอ ก็เห็นเขาใช้กล้องตัวเล็กๆ
ถ่ายแบบเจาะมุมใกล้ๆ เหมือนคนไปเที่ยว แบบนี้ก็พอได้
แต่ละครทีวี มันคงต้องมีอุปกรณ์เยอะๆกระมัง

อย่างเมื่อสัปดาห์ก่อนโน้น ละครทีวีเรื่องฟ้าจรดทราย
เห็นพี่ตุ้ย ออกมาให้สัมภาษณ์เรื่องจะไปถ่ายหนังที่อียิปต์
ก็บอกว่าไม่ได้ไปตอนนี้ เพราะเหตุการณ์ไม่ค่อยดี
ไม่ทราบว่าป่านนี้จะเอาอย่างไรกัน
ขนาดคุณหลุยส์ (สยาม สังวริบุตร) มือโปรฯของบ้านเรา
ท่านยังบอกว่า เลื่อนไม่มีกำหนด

ดังนั้นขอฟันธงว่า อีกนานกว่าจะมีแก้วตาพี่เวอร์ชั่นใหม่ แช๊ะ

อ่านคอมเมนท์ของน้องไฮก์แล้ว ก็เห็นเป็นประการเดียวกันโดยตลอด
ก็จริงนะ นางเอกเรื่องนี้ต้องออกแนวหน้าไทยๆ
อย่างคุณแอน หรือศรีริต้า ออกแนวละครเรื่อง ปริศนา ไปหน่อย
ว่าก็ว่าเหอะ เชอรี่ นี่ก็หน้าตาไปทางไหนก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน
ไม่ไทย ไม่ฝรั่ง ไม่จีน ไม่ลาว แต่ดูเป็นเอเชียนี่แหละ (เลือกคำตอบแบบกำปั้นทุบดิน)

ประวัติของ เชอรี่ นี่ก็น่าสนใจ (เป็นรุ่นน้องโรงเรียนเดียวกับผมด้วยนะ แต่เขาคงจะเรียกผมว่าปู่ 555)
เธอเป็นชาวเหนือ เป็นทายาทสายเจ้าเมืองน่าน เชียวนะครับ (เชอรี่ ชื่อจริงคือ เข็มอัปสร สิริสุขะ)
มารดา ชื่อ เจ้านิรมิต
นามสกุลเดิมของคุณแม่ของเธอคือ "มหาวงศนันท์"
ท่านตาและท่านยายของคุณเชอรี่ คือ เจ้าคำนพ(ตา) และเจ้าบุญตุ้ม(ยาย) มหาวงศนันท์
ซึ่งเจ้าบุญตุ้ม มหาวงศนันท์ นั้นทรงเป็นธิดาของ เจ้าราชวงศ์ (สิทธสาร ณ น่าน)
กล่าวได้ว่า มหาวงศนันท์ ก็เป็นเครือเดียวกับนามสกุล "ณ น่าน"
ส่วนเจ้าราชวงศ์ ก็เป็นบุตรของ พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช เจ้าเมืองนาน องค์ที่ ๖๓
สำหรับท่านตาของคุณเชอรี่หรือเจ้าคำนพ ท่านเป็นรุ่นหลานของเจ้าหลวงมหาวงศ์ เจ้าเมืองนาน องค์ที่ ๖๐
รวมความแล้วคุณเชอรี่นี่ก็มีเชื่อเจ้าทางเหนือเต็มๆ

คุณเชอรี่ ตอนนี้เข้าวัยสู่วัย ๓๑ แต่ยังโสดสนิท
เป็นเจ้าของธุรกิจร้านเสื้อผ้าที่เกษรพลาซ่า สยามพารากอน และที่อื่นอีก
นอกจากนี้ยังเป็นเจ้าของร้านเสริมสวย ที่ซอยทองหล่อ
ตอนนี้เห็นว่า เป็นเปิดบริษัทรับเป็นออร์แกไนซ์ อีกด้วย

น้องเชอรี่ เข้าวงการเมื่ออายุเพียง ๑๗ ปี
เคยเล่นละครทีวี ละครเวที เล่นหนัง ร้องเพลง เป็นพิธีกร
เดินแบบ ถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา หรือแม้แต่พากย์หนัง พากย์การ์ตูน ก็เคยทำมาแล้ว

น้องเชอรี่อยู่ในวงการนี้มานานเกือบ ๓๐ ปี แทบไม่มีใครมอบรางวัลให้เลย
ทีเห็นจะจดจำกันได้ก็คือ รางวัลนักแสดงหญิงสมทบยอดเยี่ยมปี ๔๓ จากหนังเรื่อง สตางค์
และได้รับการจัดให้เป็นหนึ่งใน 10 Icons of Discovery Award 1997 ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าหมายถึงอะไร

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด
น้องไฮก์ทราบหรือไม่ว่า เชอรี่ ดาราคนนี้เคยเล่นหนัง(มีทั้งหนังยาวและหนังสั้น)
และเล่นละคร(ทั้งเวที ทีวี และการกุศล) ประกบกับพระเอกคนไหนมาบ้างแล้ว
เธอเคยเล่นคู่กับ ต้น จักรกฤษณ์ ในเรื่อง โปลิศจับขโมย, ท่านชายกำมะลอ
เล่นคู่กับ อู๋ ธนากร เรื่องล่าปีศาจ, จับตายวายร้ายสายสมร, ฝนตกขี้หมูไหล คนอะไรมาพบกัน, ผู้ดีอีสาน
เล่นคู่กับ ดอม เหตระกูล เรื่องเขยลิเก, เล่ห์ลับสลับร่าง
เล่นคู่กับ เคน ธีรเดช เรื่องเสือ 11 ตัว, แผลเก่า,
เล่นคู่กับ เอส วรฤทธิ์ เรื่องลางลิขิต
เล่นคู่กับ แอนดริว เกร็กสัน เรื่องเรือนไม่สีเบจ
เล่นคู่กับ ก้อง สหรัถ สังคปรีชา เรื่องเทพบุตรในฝัน
เล่นคู่กับ น๊อต วรฤทธิ์ เฟืองอารมย์ เรื่องพ่อ...ตัวจริงของแท้, บอดีการ์ดแดดเดียว
เล่นคู่กับ อั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์ ในเรื่องดาวหลงฟ้า, ร่ายริษยา
เล่นคู่กับ ก๊อต จักรพันธ์ อาบครบุรี (หรือ ครบุรีธีรโชติ) เรื่องเธอคือดวงใจ
เล่นคู่กับ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี ในเรื่องแก้วตาพี่
เล่นคู่กับ สมาร์ท กฤษฎา พรเวโรจน์(คนนี้จบปริญญาโทจากอเมริกา) ในเรื่องแม่ค้าขนมหวาน, ปลาไหลป้ายแดง
เล่นคู่กับ ชาคริต แย้มนาม ในเรื่อง จำเลยกามเทพ, เหนือเมฆ
เล่นคู่กับ อนันดา เอเวอริ่งแฮม เป็นหนังสั้น ของ เป็นเอก รัตนเรือง จาก Talk to Her

และยังเคยเล่นคู่กับ พีท ทองเจือ เรื่อง พระจันทร์ซ่อนดาว แต่เรื่องนี้ได้แต่ถ่ายทำ ไม่ได้ออกอากาศ

ในภาพยนตร์เรื่อง สตางค์, เชอรี่ได้แสดงร่วมกับดาราพระเอกหลายคน เช่น นก-ฉัตรชัย, ตั๊ว-ศริณญู,
หนุ่ม-สันติสุข, เอก-สรพงศ์, ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ และ พัสสน ศรินทุ

ในภาพยนตร์เรื่อง โอปปาติก-เกิดอมตะ เชอรี่ก็ได้แสดงร่วมกับดาราระดับพระเอก เช่น เต๋า-สมชาย, ชาคริต แย้มนาม,
อธิป นานา, เรย์ แมคโดนัลด์, อ๊อฟ-พงษพัฒน์, หนิง-นิรุตติ์ ศิริจรรยา

ส่วนภาพยนตร์ที่ทำให้คนกลับมาจำเชอรี่ได้อีกครั้งคือ ความสุขของกะทิ ผลงานที่สร้างจากนวนิยาย
ของ งามพรรณ เวชชาชีวะ (ท่านเป็นพี่สาวคนที่สองของท่านนายก อภิสิทธิ์)

แปลกแต่จริง เชอรี่ ไม่ใช่ดาราโนเนม
ผลงานมีมากมาย ประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจหลายด้าน
แต่ไม่ค่อยมีใครให้ถ้วยรางวัล
แต่เส้นทางรางวัลบนโลกมายาของเชอรี่ก็ยังดีกว่า
คุณน้ำผึ้ง ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์
ผู้หญิงคนนี้เก่งกว่านางเอกหลายสิบคนเสียอีก
หรือเป็นเพราะไม่ค่อยมีข่าวฉาวๆก็ไม่รู้

haiku DarkGreen 006400


โดย: zoomzero วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:15:12:11 น.  

 
Jampada

ต่อ...

ผมโม้เรื่องสังฆทานเอาไว้
เพราะเห็นว่าคุณขนุนชอบซื้อของเป็นชิ้นเป็นอัน แล้วนำไปถวายพระ
ดังนั้น จึงคิดว่า ผมน่าจะเอาประสบการณ์เกี่ยวกับ การไปป่วนวัดป่วนพระ มาเล่าให้ฟัง
คงจะพอจะเกิดไอเดียในการซื้อของคราวต่อๆไป

ไปๆมาๆ สุดท้ายคุณคงจะคิดว่าผมนี่เพี้ยนจัด เรื่องของการที่คนอื่นเขาจะทำบุญกัน
ผมเห็นว่า คนจำนวนหนึ่งซื้อสังฆทานเหมือนเงินทองตัวเองไม่มีความหมาย หรือซื้อแบบให้จบๆไป
เรื่องนั้นไม่น่าบ่น เท่ากับคุณภาพของสิ่งที่นำไปถวายพระท่าน ว่าบางอย่างมันใช้ทาน ใช้งานไม่ได้
ของข้างในนั้นบางทีค่าของมันไม่ได้ถึงครึ่งของราคาที่ซื้อมาเลย
และอย่างที่คุณขนุนบอก อะไรหมดอายุเราก็ไม่ทราบ
ประเด็นของผมจริงๆ ก็อยู่ที่ว่า จะให้อะไรใคร ต้องมีสติและปัญญากันบ้าง เงินทองหามายากนะเฟ้ย
แต่คงไม่ถึงกับว่า อยากให้คนในโลกนี้ฉลาดขั้น Dogเตอร์ อย่างผมหรอกครับ
แบบว่า ถ้าจะซื้อของ ควรดูแต่ละอย่างๆ ว่าน่าจะนำไปถวายพระดีหรือเปล่า

เราก็ต้องมามองโลก ให้มันเป็นอย่างที่มันเป็น
อย่างแรก ต้องเลิกคิดว่า พระคือเอเลี่ยน เพราะท่านไม่ได้มาจากนอกโลก
ศีรษะท่านโล้นเลี่ยน แต่อย่าเอาท่านไปไว้ในสปีชี่อื่นเลยครับ
พระท่าน คือคนอย่างพวกเรา เพียงแต่ว่ากริยาวัฏปฏิบัติของท่านนั้นเป็น สมณะ
ท่าทาง ของท่านดูน่าเลื่อมใส เพราะท่านเคร่งขรึม และแต่งกายต่างจากเรา
แต่ท่านก็ยังเป็นคนเหมือนเราๆนี่แหละ มีบางรูปที่นิสัยแย่กว่าเด็กช่างกลที่ชอบตีกันก็มีครับ
พระบวชใหม่ยังสวดอะไรไม่ได้ รับสังฆทาน บอกคำถวาย ให้ศีลยังไม่ได้เลย
หลายคนฉุนกึก เวลาเจอพระบอกว่า อาตมารับสังฆทานไม่เป็นหรอกโยม (แล้วท่านก็เดินหนีไปเพราะอาย)
ผมมีเพื่อน(สาว)ฆราวาสนิสัยแย่ผู้หนึ่ง ว่าจะจับมาทำกิ๊ก แต่กลัวเธอสร้างปัญหา อิอิ
She หัดเข้าวัดเป็นครั้งแรกๆ หลังจากที่ญาติผู้ใหญ่ตายไปใหม่ๆ
She มาชวนให้ผม พาไปวัด แต่วันนั้นเราไปเจอว่าพระปฏิเสธสังฆทานราคา 299 บาทของเธอ
She ก็แอบด่าพระว่า "พระอะไรฟระ เอาของมาให้ ไม่อยากได้"
ผมเลยต้องถมึงตาแล้วเจรจากับเธอว่า เด็กทารกนี่เขาจะขับF16ได้หรือเปล่า? (Eฟราย)
She ก็ยังงงว่า ผมพูดจาด่าประชดอะไรหว่า ฟังไม่รู้เรื่อง
ผมไม่ได้สาธยาย ความน่าจะเป็นที่ พระรูปนั้นเป็นพระบวชใหม่ให้เธอฟัง
เพราะอยากได้กิ๊กประเภทเป็นบัวใต้ตมแบบนี้แหละ หลอกง่ายดี

กลับมาเรื่องพระสงฆ์ กันต่อ (ขอโทษที่พาออกนอกประเด็น)
เรื่องแรกที่ท่านเหมือนๆเราก็คือ ท่านต้องทานอาหาร (จะวันละกี่มื้อก็ตาม)
ดังนั้นมี 2 ทางเลือก คือ หนึ่ง รอให้โยมพ่อแม่แหกขี้ตาแล้วขับรถเอาข้าวเช้ามาถวาย
หรือ สอง ออกไปโปรดสัตว์พร้อมทั้งถือบาตรไปด้วย แบบที่พระในวัดรูปอื่นทำกัน
อ้อ...สาม พระดังๆหลายรูป ไม่ได้อาพาธ(แปลว่า ป่วย)เลย
แต่ก็ไม่ต้องออกบิณฑบาต เพราะมีสาวกแห่แหนกันมาหาตั้งแต่เช้าทุกวัน
กลางวันก็มีแม่ครัว ผัดกับข้าว เสียงกะทะดังเป็กๆๆๆ ตอนสิบโมงกว่าๆ
บางวัด แม่ครัวเดินมาถามพระเลยว่า วันนี้อยากจะฉันอะไร เอาอันนี้มั๊ย....
คนอื่นเขาได้ยินเขาก็เฉยๆๆ
แต่ผมหนะ องค์พญามารลงประทับร่างเลย ตัวร้อนจี๋ ต้องออกไปเปิดแอร์นั่งอยู่ในรถคนเดียว
เฮ้ยนี้พระหรือว่า ดาราฮอลีวู๊ด กันแน่????

บาตรพระในวันนี้มีเห็นชัดๆอยู่ 2 เวอร์ชั่น
คือ บาตรเหล็ก(รมดำ) กับ บาตรสแตนเลส
ทุกวันนี้บาตร ที่พระใช้ มีอยู่ด้วยกันทั้งสองแบบ ตามแต่ฐานะ และการได้รับการถวายมา
แต่แบบสแตนเลสกำลังเป็นที่นิยมในหมู่พระวัยรุ่น
เอ้ย...นรกจะกินกระบาล
บาตรสแตนเลส เป็นบาตรที่ใช้ทน ทำความสะอาดง่าย
เช็ดเดี๋ยวเดียวก็แห้ง ตากแดดแล้วร้อนระอุเชื้อโรคตายเรียบ

คุณขนุนเคยเห็นพระป่าหรือเปล่าครับ
เดี๋ยวนี้พระป่าก็ใช้บาตรสแตนเลสเหมือนกัน
แต่อย่างเพิ่งคิดว่าท่านติดหรูหราอะไรเลย
เพราะเนื้อบาตรสแตนเบสนั้นมี 2 grades
อย่างที่เราเห็นนั้นเป็นแบบธรรมดา ใช้ทนได้ระดับหนึ่ง
อย่างพิเศษ เนื้อจะดีมาก ราคาก็ไม่ใช่ธรรมดาๆ หาซื้อก็ไม่ได้ง่ายๆ
ข้อดีของบาตรสแตนเลส คือ ไม่เป็นสนิม
เหมาะแก่การซื้อไปถวายพระที่มีแน้วโน้มว่าจะบวชหลายๆพรรษา (เอาไว้ขู่พระ ว่าต้องใช้ให้คุ้ม หุหุ)
แต่ส่วนใหญ่ก่อนบวช พวกเขาก็จะจัดเตรียมพวกเครื่องบริขารมาก่อนแล้ว
ยกเว้นนาคที่ยากจนและต้องการคนเป็นเจ้าภาพ
ถ้าไปวัดไหนบ่อยๆจนกลายเป็น member ของวัดไปแล้ว
ก็ลองถามพระที่ท่านดูแลเรื่องการบวช
ถามว่ามีนาคที่ฐานะไม่ดีบ้างไหม
ขอช่วยเป็นเจ้าภาพหรือซื้อเครื่องอัฐบริขารบางอย่าง
คนเราชอบไปเรี่ยรายเรื่องทอดผ้าป่ากันในที่ทำงาน
แต่ไม่ค่อยมีเรี่ยรายสมทบตั้งกองทุนนาคยากจนให้เห็นเลยครับ
ผมเห็นคนที่ไม่ลูกชาย จะเป็นจะตาย ตอนที่หมอดูบอกว่า ถ้ามีลูกชาย สามีจะรอดตาย
มารับรู้คำทำนาย ก็ตอนที่สามีนอนปะงาบปะแงบอยู่ห้อง ICU
แต่ทำไม ไม่ไปรับเป็นเจ้าภาพบวชพระ บวชเณร ตอนที่เขามีบวชหมู่ก็ไม่ทราบ


บาตร stanless มี 3 sizes ที่ยอดนิยมในท้องตลาดพุทธพานิชย์
คือ 7 8 และ 9 นิ้ว สนนราคาอยู่ที่ 950 - 1,700 บาท
เวลาซื้อต้องซื้อพร้อม ถลกบาตร หรือ สลกบาตร
ถลกบาตร คือ ซองผ้าหุ้มห่อพร้อมสายสะพาย
เหมือนปลอกมือถือ ผมว่าเหมือนกระเป๋าใส่ notebook เพราะมีที่สะพายได้ด้วย
เวลาจะเอาบาตรไปล้าง ต้องปลดถลกบาตรออก ล้างเฉพาะบาตร
ตอนเย็นๆพระจะเอาบาตรมาเช็ดด้วยผ้าแห้ง แล้วหุ้มถลกบาตรใหม่อีกครั้ง

เรื่องข้าวปลา อาหารหวานคาว ขนม นมเนย ที่จะถวายพระ
เราๆท่านๆน่าจะควรคิดกันก่อนทำ
ผมเห็นด้วยกับเรื่องที่คุณขนุนสังเกตเห็นมาว่า
มีหลายคนที่ใส่เงิน ใส่ของอื่นๆ ลงในบาตรพระ ซึ่งไม่ใช่ข้าวสวย
แม้แต่กับข้าวเป็นถุงๆ คุณไม่รู้หรือว่าแม่ค้าเขาวางมันบนอะไรมาบ้าง มันสกปรกแค่ไหน
พวกอาหารกระป๋องนี้แล้วใหญ่เลย ผ่านที่ไหน ที่ไหนมามากมาย โรงงาน ลัง บนหิ้งขายของ
คนจับต้องผ่านมาไม่รู้กี่สิบ กี่ร้อยคน
ลองคิดว่าอาหารกระป๋องที่คุณซื้อมันคือ หมอนวด ซิครับ
เธอเจอมือคนมามากมายเท่าไหร่? ทั้งลูบคลำ ทั้งจับๆ ทั้ง.....
เฮ้ยยยย...คิดแบบมารศาสนาอีกแล้วเรา
เรามารณรงค์ช่วยกันห้ามคนเอาของสกปรกใส่ลงในบาตรพระกันเถอะครับ

มีเรื่องโหดเกี้ยวกับการบิณฑบาต มาเล่าให้ทราบ
คนขี้นินทาอย่างผม ชอบไปรู้ไปเห็นมาครับ
เป็นเรื่องของอาหารที่เราใส่บาตรตอนเช้านี่แหละ
งานนี้ เป็นเรื่องของ ข้าวต้ม(หมูไก่ปลา) โจ๊ก หรือก๋วยเตี๋ยวน้ำ
ถ้าถามว่า เอาใส่บาตรตอนเช้าไม่ได้หรือไงยะ?
มันก็ของกิน แถมพ่อฉันยังชอบกินด้วย
เมื่อวานก็ยังมาเข้าฝันว่าอยากกินโจ๊กไก่ใส่ไข่หมูสามถุงเลย

ชาวบ้านทั่วไปคงจะตอบว่า ใส่อะไรก็ได้ อย่าไปฟังอีตาซูมมันเพ้อเจ้อเลย
ไอ้นี่ท่าทางจะบ้า คิดมากแม้กระทั่งเรื่องคนจะทำบุญใส่บาตร
คุณครับ ผมเคยเห็นพระอุ้มบาตรเดินเหงื่อหยด ขยับมือยุกยิก เร่งฝีเท้าเดินอย่างเร็ว
บางรูปอุ้มแต่บาตร บางรูปมีย่าม เดินเร่งรีบกลับวัด
คุณขนุนว่าพระท่านจะแฮปปี้หรือเปล่าครับ? ถ้าของในบาตรมันไม่ใช่ของเย็นๆ
ใช่...ผมถามได้กวนทีนมาก ผมยอมรับ
เพราะว่าเรื่องนี้ ของที่เขาใส่บาตรมา มันร้อนมาก
อ่านต่อเถอะครับ

ผมเคยคุยกับพระบวชใหม่รูปหนึ่งเป็นประเด็นที่มาของเรื่องโม้วันนี้แหละครับ
ท่านเล่าว่า ถ้าอาตมาโยนทิ้งได้ อาตมาโยนทิ้งไปแล้ว กลัวโดนหลวงตาจับสึกนะซิคุณซูม
พระรูปนี้ท่านเล่าอีกว่า เมื่อตอนที่บวชสัปดาห์แรกๆ
หลวงตาฝากให้ไปอยู่(เข้าสังกัด)กับหลวงน้าท่านหนึ่ง
ท่านเดินบิณฑบาตในหมู่บ้านใกล้ๆวัด
หมู่บ้านนั้นก็มีคนใส่บาตรไม่กี่หลัง
เพราะมีแต่บ้านคนรวยๆ เขารีบไปทำงานกันเกือบทุกบ้าน
จะเหลือก็แต่ คุณยาย กับ อาซิ้ม แก่ๆ อยู่ไม่กี่บ้าน
ผมไม่ขอเล่าว่า มันเกิดอะไรขึ้นในสัปดาห์แรกนะครับ
มันมีเรื่องอึดอัดนิดหน่อย แต่ผมว่ามันจะออกนอกทางที่คุยกันไป

แต่สรุปตัดตอนมาว่า พระใหม่ได้เปลี่ยนใจมาเดินบิณฑบาตกับพระรุ่นพี่อีกรูป
เส้นทางก็คนละทางกับของหลวงน้า ไม่ต้องเข้าตรอกหรือซอยในหมู่บ้าน
วันนั้นก็เกิดเรื่องเลยครับ พระใหม่ตื่นสาย ตกใจตื่นก็รีบคว้าบาตรมาเลย
บาตรก็วางอยู่บนโต๊ะในห้อง
แต่ท่านลืมใส่ถลกบาตร เลยอุ้มบาตรเปล่าๆไปแบบพระฟิลม์ข้างล่างนี้นะครับ


พระใหม่หารู้ไม่ว่า เส้นทางที่จะไปวันแรกของการเปลี่ยนสายบิณฑ์นั้น
จะต้องผ่านร้านขาย โจ๊กหมู เจ้าดังของย่านนั้น
โยมก็ได้มายืนใส่บาตรค่อนข้างมาก เพราะเป็นวันพระ และอยู่ใกล้โรงเรียนประถม
วันนั้นก็มีคนหลายคนเอาโจ๊กมาใส่บาตร ในบาตรก็ไม่มีอะไรเลย โล่งๆ
ย่ามก็ลืมหยิบมาด้วย ลูกศิษย์ก็ยังหาไม่ได้เพราะเป็นพระใหม่ไร้บารมี
หลวงพี่ที่มาขอเดินเส้นทางเดียวกันกเดินล่วงหน้าไปไกลแล้วด้วย
เช้านั้นเลยรับถุงโจ๊กใส่ในบาตรรวดเดียว 4-5 ถุง
พอเดินไปได้อีกหน่อย ก็รับบาตรจากชาวบ้านคนอื่นๆ
ต้องเร่งฝีเท้าให้ทันพระรูปข้างหน้าให้ทัน เพราะท่านมีเด็กลูกศิษย์มาด้วย
พวกกับข้าว ขนม หรือน้ำ พระใหม่ฝากไว้กับลูกศิษย์ของพระที่เดินมาด้วยกัน
แต่ไม่นาน พระใหม่ก็ขอตัวกลับวัดด้วยใบหน้าแสนทรมาน
พระที่ร่วมเส้นทางก็งง ถามว่า คุณ ไม่สบายหรือ?
พระใหม่ก็ปฏิเสธ แล้วบอกว่า เอาไว้กระผมจะเล่าให้ทราบที่วัดครับ

สาเหตุที่พระใหม่รีบกลับวัดเพราะ ความร้อนของโจ๊กเจ้าอร่อยครับ
บาตรเหล็กนี่จะร้อนเร็ว แต่ก็เย็นเร็ว
ส่วนบาตรสแตนเลส ผิวโลหะหนากว่า ร้อนช้า แต่ร้อนแรงและนานกว่ามาก
กลับมาถึงวัด พระใหม่วิ่งหายาสีฟันมาทาแขน
เพราะโดนบาตรลวกมา ฝ่ามือ แขน แดงไปหมดเลย
ขนาดที่ว่าท่านเอาผ้าจีวรมากั้นไว้อีกทีนะครับ

นี่เลยเป็นที่มาว่าทำไมผมถึงชอบใส่บาตรพระด้วยข้าวสวย ตักนานพออุ่นๆ
และไข่เค็ม หรือไส้กรอกอุ่นด้วยไมโครเวฟ บ่อยๆ
บ่อยๆจนพระท่านต้องถามว่า มีใครที่บ้านชอบทานไข่เค็มหรือโยม
ผมก็ตอบไปว่า ครับ
เพราะถ้าจะให้อธิบาย คงเล่ายาวแบบที่เขียนมานี่แหละครับ
คงจะต้องเอาเก้าอี้มาให้พระนั่งฟังประมาณครึ่งชั่วโมงเป็นแน่ 555

ref: Sienna Jampada A0 52 2D


โดย: zoomzero วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:10:42:20 น.  

 



หวัดดีค่ะเฮีย
ทานข้าวกลางวันหรือยังคะ
อาจหายไปบ้าง เพราะ 2 วันนี่ ยุ่ง ๆ ค่ะ
เวลาหายไปแล้วคิดถึงหรือป่าวคะ
อ้าว..ลืมไปว่าอยู่ในหุบเขาคนโฉด
ที่ไม่มีหัวใจซะด้วยจิ ฮ่า ๆ ๆ


โดย: มินทิวา วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:11:54:02 น.  

 
Mintiva

ตอนนี้ทานมื้อเย็นเรียบร้อยแล้วหละ
คุณนายไม่อยู่
เลยจับมือแทคทีมกับเจ้าตัวเล็ก สั่งไก่ KFC มาโซ้ยกัน
ดูไปแล้วมีแต่ของมันๆทั้งนั้นเลย
แป้งหนาๆ ทอดน้ำมันเยิ้มๆ ไขมันไม่อิ่มตัวทั้งน้าาาน
งานนี้น้ำหนักเพิ่มแน่ๆ

คิดนอกกรอบอีกแล้ว
เมื่อวานก่อนโน้น ไปหาซื้อน้ำมันพืชที่ FoodLand
ว๊าว เกิดมาเพิ่งเคยเห็นว่าหิ้งว่างมันเป็นอย่างนี้เอง
นับว่าเป็นครั้งแรกของ FoodLand ที่ปล่อยให้ของว่างจากชั้น
เมื่อก่อนเขาซีเรียสมาก อะไรขาดนี้ ต้องมีคนวิ่งจี๋เอาเขามาเติมทันที
น้ำมันที่วางอีกชั้นข้างๆกัน ไม่มียี่ห้อของคนไทยซักกะขวด
เลยต้องคว้าของนำเข้ามา ขวดละ 145 บาท ซื้อมา 1 ขวด
พออีกวันก็ไปที่ตลาดแถวบ้าน มียี่ห้อมรกต ขายขวดละ 85 บาท ซื้อมา 1 ขวด
ตอนเย็นนั่งดูทีวี อ้าวท่าน รมต บอกว่าใครขายเกิน 47 บาท แจ้งจับได้เลย
แหม...ก็อยากจะแจ้งเหมือนกัน
แต่เกรงว่าจะไม่ระบบกันเราไว้ไม่ให้คนขายรู้จักชื่อแซ่นี่ซิ
ขืนมันรู้ว่าเราเป็นใคร มีหวังมันเอาพวกมาตืบเราอุจจาระแตกแน่เลย

ที่ว่าคิดนอกกรอบคือว่า ขณะที่ชาวบ้านเดือดร้อนเพราะไม่มีน้ำมัน(พืช)ทำอาหาร
ทำไม KFC ไม่เห็นจะมีนักข่าวไปสัมภาษณ์เขาเลยว่า อยู่ได้อย่างไร
แถมเขาก็ยังขายราคาเดิม
เมื่อตะกี้สั่งมาก็ยังชุดละ 299 บวกค่าส่ง 30 เหมือนเดิม
หรือว่าเขาเอาน้ำมันอย่างอื่นมาทอดไก่

กับคำถามว่า คิดถึงหรือเปล่า
อือ...จะให้ตอบแบบเล่นๆหรือเอาจริงดีหละ
คราวก่อน อ่านคอมเมนท์ของเค้าแล้ว
ตัวเองก็นอนน้ำลาย เอ้ย...น้ำตาไหลอาบแก้มไม่ใช่เหรอ

เคยมีคนสอนเฮียเอาไว้ว่า
ถ้าวันไหนเกิดเศร้าขึ้นมาอย่างหนัก
จงอย่ากลั้นน้ำตา ให้กลั่นมันออกมาให้หมด
แต่ต้องยืนเงยหน้ามองท้องฟ้าเอาไว้
เพราะ น้ำตามันจะได้ไม่นองสองแก้ม
เวลาใครผ่านมาใกล้ๆ จะได้เช็ดน้ำตาได้ทัน
เออ...จำมาจากซีรีเกาหลีอีกที
อื้ยส์...ก็เรื่องที่เราดูด้วยกันไง หุหุ

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:18:54:18 น.  

 




อรุณสวัสดิ์ค่ะเฮีย
เดี๋ยวมาต่อนะคะ ออกจากบ้านก่อน เดี๋ยวรถติดค่ะ
เดี๋ยวจะแวะใส่บาตรเผื่อด้วยค่ะ


โดย: มินทิวา วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:6:12:26 น.  

 
คำว่า เดี๋ยว
นี่นานจังเลย
หลอกกันเห็นๆ ชิมิ๊

รู้ เขาหลอก แต่เต็มใจให้หลอก
ช้ำทั้งนอกทั้งใน


โดย: zoomzero วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:23:19:57 น.  

 
กริพเพน

23 02 2011

วันนี้ประเทศไทยได้มีการบันทึกประวัติศาสตร์ของกองทัพอากาศอย่างน่าตื่นเต้น
เพราะมีเครื่องบินขับไล่มาใหม่ 6 ลำ (อีก 6 ลำจะตามมาวันหลัง)
เครื่องบินกลุ่มนี้มีชื่อเรียกว่า กริพเพน 39 ซี/ดี เป็นของสวีเดน
ก่อนหน้านี้มีเพียง 5 ประเทศในโลกที่มีเครื่องบินรุ่นนี้ใช้
ได้แก่ สวีเดน อังกฤษ ฮังการี เช็กอัฟริกาใต้
ดังนั้น ไทย จึงเป็นประเทศที่ 6 ในโลกที่มีเครื่องบินแบบนี้
คู่แข่งของกริพเพน เท่าที่ทราบตอนนี้มีอยู่แค่ เอฟ18 และ ซู30
งวดดีรัฐจ่ายไป 19,000 ล้านบาท
งวดหน้าก็จ่ายอีกที 15,400 ล้านบาท แต่ตอนนี้ถูกระงับ และชี้แจงกันอยู่
กริพเพน ใช้ระยะทางวิ่งขึ้น(รันเวย์)เพียง 800 เมตร
และระยะลงจอด 500 เมตร เรียกว่า ถนนหลวงต่างจังหวัด ไม่มีเสาไฟฟ้า ก็ลงจอดได้เลย
เออ...แล้ว เราจะเอาไว้รบกับใคร?
ขะ ขะ ขะ เหม็น เหยอกั๊บ?


โดย: zoomzero วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:23:20:41 น.  

 
Jampada

เมื่อวานก่อนไปเดินห้างฯ
แล้วจำได้ว่า ครั้งหนึ่งเคยซื้อของแบบนี้ไปถวายพระที่ต่างจังหวัด
ท่านบอกว่า ดีมาก เวลาจะหาของแบบนี้ก็ต้องให้เด็กวิ่งไปเที่ยวขอยืมคนโน้นคนนี้
ได้อย่างก็ขาดอีกอย่าง บางทีเกิดความต้องการตอนกลางคืน
เช่นไฟฟ้าในวัด ในห้อง มีปัญหา เหมือนไฟมันจะช๊อตหรือลัดวงจรตรงนั้นตรงนี้
ก็เลยต้องทนนอนกัน แบบว่า เอ้...ไฟจะไหม้วัดหรือเปล่าหว่า

นั่นก็คือกล่องเครื่องมือช่าง (แบบที่ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า ไม่ต้องมีสว่าน เพราะจะราคาแพงเกินไป)
อย่างอันข้างล่างนี้ ราคาเพียง 360 บาท
มึฆ้อน ไขควง มีด กรรไกร


ส่วนอีกแบบ จะใช้งานได้อเนกประสงค์กว่า
กล่องนี้ราคาประมาณ 500 บาท

เพราะมีกุญแจปากตาย ใช้ซ่อมพวกเครื่องยนต์ ปั๊มน้ำ โครงโลหะ ฯ

ref: Sienna Jampada A0 52 2D


โดย: zoomzero วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:23:43:18 น.  

 

ขอบคุณหลาย ๆ กับข้อคิดเห็น บางอย่างช่วยกระตุ้นเตือนได้ดีทีเดียว เช่นของร้อน ๆ ใช่พระท่านคงทรมานมากเหมือนกันนะ(ท่านคงอยากจะบอกว่า ..โยม ๆ อันนี้เอาคืนไปเถอะมืออาตมาต้องพอง ๆ แน่ ๆ ถ้าถึงวัด อิ..อิ.) ยิ่งนึกไปถึงพระที่บังเอิญพบท่านระหว่างเดินบินฑบาตรกลับวัด เท้าท่านพิการเวลาเดินเก้าพลิกไปพลิกมา ....เอ จากบุญ จะเป็นบาปโดยไม่ตี้งใจป่าวนะ คำแนะนำดี ๆ มากมายจะเก็บเอาไปใช้ และบอกต่อคนทำบุญอื่น ๆ ด้วยค่ะ

ได้มีโอกาสไปเข้าอบรมฟาร์มเห็ด ด้วยว่าเพื่อนสนใจลงทุนเนื่องจากบ้านมีพื้นที่ว่าง นอกเหนือจากพื้นที่ที่ทำกิจการ ติดหนี้แบงค์แต่ใจเธอสู้ดิ้นรนทุกทาง ระยะเวลา 3 ปี หนี้มหาศาลของเธอลดไป 2 ใน 3 จากหนี้ทั้งหมด ขนุนเห็นว่าได้เก็บเกี่ยวความรู้และอาจเป็นประโยชน์ในวันข้างหน้าไปร่วมด้วย เจ้าของฟาร์มเป็นอาจารย์จากเกษตร และทีมงานจากเกษตร คุณซูมเชื่อไม๊ว่าผู้เข้าอบรม 99% เป็นพนง.บริษัท จากที่ต่าง ๆ กรุงเทพฯ และปริมณฑล ด้วยเหตุผลต่าง ๆ กัน บางคนเพื่อปลูกไว้กินเอง
เนื่องจากยึดหลักการกินอยู่ตามแนวชีวจิต กันผักมากกว่าเนื้อสัตว์ บางคนอยากทำเสริม ไม่ก็เบื่องานประจำ อยากใช้ชีวิตเข้าหาธรรมชาติ อยากเออรี่แล้วทำ บางคนก็ชอบเรียนรู้ สำหรับขนุนสนใจในสินค้าเกษตรเพราะแนวโน้มว่าต่อไปสินค้าเกษตรจะมีราคาสูงขึ้นด้วยปัจจัยหลาย ๆอย่าง

การอบรมเริ่มจากให้ได้รู้จักน่าตาของเห็ดต่าง ๆ เห็ด ที่สร้างเงินเวลานี้ เห็ดภูฏาน ดอกสีน้ำตาลอมขาว เห็ดนางรม ดอกใหญ่หนา (เค้าชอบเอาไปทำเมนูน้ำแดง) เห็ดหูหนู และเห็ด
ยานางิ (เห็ดญ่่ปุ่นหัวกลม ๆ สีน้ำตาลไหม้) การปลูกเห็ดจะต้องมีหัวเชื้อ (ที่นี่ทำตัวนี้ขายเป็นหลัก และการเปิดอบรมเป็นช่องทางหาลูกค้าของฟาร์มไปด้วยในตัว งานนี้ ทุอินวัน ค่ะ)
ได้ขั้นตอนนี้มันยุ่งยากมาก ตั้งแต่ หาขี้เลื่อย และส่วนผสม
กากน้ำตาล รำข้าว ต้องบ่มเพาะเชื้อซึ่งมีข้าวโอ๊ดเป็นส่วนหนึ่งของตัวหัวเชื้อ ซื้อเค้าง่ายกว่าก้อนละ 7-8 บาท ระยะเวลาเก็บดอก 3-5 เดือน ต่ออายุก้อนเชื่อ เชื้อหนึ่งก้อนให้ผลผลิต ประมาณ 600 กรัม หรือ 6 ขีด ....

ใครที่ไม่รู้คิดว่าปลูกง่าย ๆ นึกจะทำแล้วสั่งก้อนเชื้อมาเลย ต้องหาข้อมูลให้ดี ๆ ก่อน เพราะขนาดไม่ทำหัวเชื้อเองแค่ซื้อมาแล้วเปิดปากถุงให้เห็ดงอกนี่ จะต้องเขี่ยเอาเม็ดข้าวที่เป็นเชื้อปากถุงบางส่วนออก เหลือไว้นิดหน่อย ถึงตอนนี้ล่ะเพื่อน
ขนุนหน้าจ๋อย เลย เพราะเล่นสั่งที่อื่นไว้ก่อนอบรม 5000 ก้อน
คิดดูซิต้องมาเปิดทีละถุงถ้าคนไม่มากพอคิดแค่นี้ก็ปวดหีวแล้ว ถ้าจะให้ได้เป็นกอบเป็นกำต้องลงทุนขนาดนีล่ะค่ะ
การปลูกก็ต้องควบคุมเรื่องน้ำให้ดี อาจทำให้เกิดเชื้อราที่ให้
โทษได้เหมือนกัน

สรุปเลยล่ะกันเพราะง่วงอีกแล้วค่ะ ...เรื่องที่เห็นว่าหมู ๆ บางทีก็ไม่หมูอย่างชนิดที่คาดไม่ถึง ทำไรก็ตามต้องศ฿กษาข่้้อมูลให้ดี ๆ ก่อน งานนี้ได้เพือนกุ่มคนที่มีแนวคิดเดียวกัน นอกจากประโยชน์จากผลผลิตที่ทำ แ้ล้วยังได้ใกล้ชิดธรรมชาติ
ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน และได้รู้ว่าเห็ดที่นอกจะกินได้อร่อย
แล้วยังมีเห็ดที่น่าจะปลูกประดับเพื่อความสวยงามได้ด้วย คือ
เห็ดนางนวล ดอกใหญ่เป็นเหมือนกลีบดอกไม้ใหญ่ ๆ สีส้มอม
เหลืองฃมพูอ่อน ๆ เค้าว่าคนไม่ชอบกินเพราะเห็นสี จึงไม่มีใครนำออกมาวางขายให้เราเห็น .....ขอโทษค่ะที่นำมาเล่าได้แค่นี้จริง ๆ แล้วรายละเอียดมากมาย แต่ง่วงมากขอจบดื้อ ๆ
ก่อนค่ะ
เอาข้อคิดของ ดร.ระพี สาคริก มาฝาก
ชีวิตของคนเรานั้นเกิดมาเพียงเพื่อต้องการความสุขและทำตนให้รู้สึกว่ามีคุณ ค่าต่อคนอื่นหรือสิ่งอื่นมิใช่หรือ การก้าวตามวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาจทำให้สะดวกสบายก็จริง และรู้สึกไหมว่าการได้ใช้มันกับการไปเที่ยวทะเล น้ำตก หรือภูเขา อย่างไหนรู้สึกว่ามีความสุขกว่ากัน การไล่ตามเทคโนโลยีหรือการแข่งขันกันของชีวิตคนปัจจุบันกับการอยู่บ้านในสวน เงียบๆ บรรยากาศสบายร่มรื่น และทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมบ้างตามโอกาส บางที
อย่างหลังอาจมีความสุขกว่านะ อยู่กับธรรมชาติที่มันเป็นของมันอย่างนั้นอยู่แล้ว ทำมันให้ดี ให้เหมือนเดิมที่มันเป็นอยู่ อาจจะดีกว่าการแข่งขันช่วงชิงเพื่อความอยู่รอดแล้วไม่เคยรู้จักกับความสุข ที่เบิกบานในจิตใจ

ฟังสบาย ๆ //www.youtube.com/watch?v=LP5FJPoIhzw&feature=related


โดย: jampada IP: 58.11.58.27 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:1:31:39 น.  

 
ว้า...เหงาจัง
หาอะไรอร่อยๆ มาทานมื้อเย็นดีกว่า
วันนี้ขอเป็นปลาแซลมอลย่างซีอิ้วก็แล้วกัน



โดย: zoomzero วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:18:28:25 น.  

 


กริ๊ง ๆ ..กริ๊ง ๆ....แจ้งข่าวคุณซูม เมื่อคืนเขียนกระทู้ส่งไม่ผ่านเพราะยาวไปหรือเปล่า เห็นขึ้นว่ารอให้ จขบ.ตรวจสอบก่อน...โอย...เล่นเอาของชอบมายั่ว....กันนี่นา.....หิว...หิวววว....แล้ว
ขอมั่งได้ป่าว.. ..รอไม่ไหวไปหาเองดีก่า...

www.youtube.com/watch?v=k_7_pL19azw&feature=related

ยังติดใจความสามารถ ของเธอคนนี้อยู่ เอาเวอร์ชั่นญี่ปุ่น ไปแกล้มปลาย่างอิ๊ว....หร่อย....


โดย: jampada IP: 58.11.58.27 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:19:35:56 น.  

 
เรียนคุณขนุน
ปลด ล๊อกแบน ให้แล้วนะครับ

ไม่ทราบว่าเจอ โทษแบนตรงไหนเหมือนกัน
ถ้าโดนว่าเขียนยาวไป
คราวหลังเราก็คอมเมนท์แค่ "เออ" ก็พอ


โดย: zoomzero วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:20:52:02 น.  

 
Jampada

เพลงลมหนาวและดาวเดือน ของ ปนัดดา เรืองวุฒิ
เพลงนี้ไม่เคยผ่านหูเลยครับ สงสับเพราะว่าผมมัวแต่ไปเลี้ยงไอ้ทุยอยู่หลังเขา
ต้องบอกว่าเนื้อร้องมีความไพเราะมาก
ฟังแล้ว ถ้าใครเป็นคนขี้เหงา คงจะกั้นน้ำตาไม่อยู่แน่ๆ
เพิ่งทราบว่า youtube ที่เป็นคาราโอเกะ
ถ้าใช้หูฟังสเตอริโอ หูซ้ายจะเป็นดนตรีอย่างเดียว
หูขวาถึงจะมีเสียงคนร้อง
วันนี้ต้องร้องว่า ยูเรก้า เพราะเสียบหูซ้ายข้างเดียว แล้วไม่ได้ยินเสียงร้อง
พอเสียบ 2 หู อู้หู ชัดเจนแจ่มแจ๋ว

ส่วนเพลงของกิ๊กใหม่ของผม น้องอลัน
ผมไม่ค่อยชอบเพลงนี้ เพราะมันเนือยๆยังไงไม่ทราบเหมือนกัน
อลัน เป็นนักร้องสาวที่ได้รับความนิยมเพราะการได้ไปร้องเพลงญี่ปุ่นในสไตล์เสียงสูง
ผมชื่นชอบเพลงจีนที่เธอร้องแบบสไตล์ธิเบตมาก
ผู้หญิงคนนี้ร้องเสียงสูงแล้ว หวานๆ คมๆ บาดใจดีแท้
ลองฟังอันนี้ดูนะครับ //www.youtube.com/watch?v=twyI29f4VKg

ref: Sienna Jampada A0 52 2D


โดย: zoomzero วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:23:07:28 น.  

 
Jampada

ไม่ได้ลืมเรื่อง การเพาะเลี้ยงเห็ด นะครับ

ความจริงเรื่องนี้ ผมเองก็สนใจมานานแล้ว
ด้วยเหตุผลที่เกิดจากการที่พี่สาวที่แสนสวยคนหนึ่งเล่าเรื่องทานเห็ดวันละ 3 ชนิด
อือ...จริงๆ พี่เค้าทานแบบนั้นหรือเปล่าก็ไม่ทราบเหมือนกัน
แต่ผมเอาเรื่องที่ ผมเห็นทาง foodland เอาเห็ดมาแพ็คเป็นถุง แล้วเขียนว่า เห็ด 3 ชนิด
เลยนำเรื่องที่ชอบสอดส่ายสายตาไปถามพี่คนนี้
ก็เลยได้ความรู้ว่า เขามีสูตรทานเห็ดหลายๆพันธุ์ในมื้อเดียวกันมานานแล้ว
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระเสรีภาพประมาณนี่แหละครับ

ผมเห็นข่าวในพระราชสำนัก (ต้องดูทุกวัน เหมือนต้องฟังเพลงชาติทุกวันเหมือนกัน)
เห็นว่าเวลาเจ้านายของชาวไทย ท่านเสด็จไปเยี่ยมชาวบ้านไกลๆ
โดยเฉพาะโรงเรียนในชนบทที่ยากจน จะเห็นโรงเพาะเห็ดของนักเรียนอยู่ค่อนข้างบ่อยๆ
ก็เลยคิดว่า น่าจะไม่ใช่เรื่องยาก ถ้ามีผู้รู้มาอบรมหรือแนะนำ
และน่าจะเป็นอาหารและสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้ดีอีกด้วย

ราคาเห็ดที่ขายตามท้องตลาดก็ใช่ว่าจะราคาถูกๆเสียที่ไหน
เดี่ยวนี้เห็ดเป็นพืชที่ขายดี ขายคล่อง เจอบ่อยๆก็ เห็ดนางฟ้า นี่แหละ
พวกต้มยำในยุคไก่และอาหารทะเลแพงๆ คนก็หันมาใส่เห็ดให้มันเยอะๆ แทนกันได้
ดูแล้วน่าจะขายได้ไม่ยาก ตลาดไม่น่าจะตัน คนชาติไหน ศาสนาไหนก็ทานเห็ดได้นี่หน่า

แต่เมื่ออ่านขั้นตอนการเตรียมการเพาะเลี้ยงแล้ว
ก็เล่นเอ้าท้อไปเลย
กลัวว่าเพาะไปแล้วจะทำให้เห็ดเกิดเป็นราไปซะก่อนเก็บขาย

อย่างไรก็ต้องขอบคุณมากที่นำความรู้มาเล่าสู่กันฟัง
และก็ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆของอาจารย์ระพี
ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ทุกวันนี้ผมเลิกวิ่งตามเทคโนโลยี่นานแล้ว
เมื่อยี่สิบปีก่อน ผมต้องยอมเสียเงินไปซื้อหนังสือแม็กกาซีนไอทีภาษาฝรั่งที่ห้างเซ็นทรัล
เล่มหนึ่งเกือบห้าร้อยบาท ออกเป็นรายสิบห้าวันก็มี รายเดือนก็มี แถมมีหลายเจ้าเสียด้วย
ได้มาก็ต้องรีบอ่านๆๆๆ แล้วก็ไปหาหนังสือไอทีของไทยมาดูว่าตอนนี้มีบริษัทไหนเขาขายอะไรกันบ้าง
คุณขนุนอาจจะงงว่า ทำไปทำไม
ทำไปเพื่อเอาไว้ โม้ กับลูกค้าครับ
โม้ เพื่อให้เขาเชื่อว่าเราเก่งกว่าบริษัทคู่แข่ง(ของเราเอง)
เจ้านายผมเขามีความเชื่อว่า สินค้าตัวเดียวกัน มันชนะกันที่ความน่าเชื่อถือของทีมขาย
เราปล่อยให้คู่แข่งเข้าไปสาธิตสินค้าก่อน แล้วเราก็เข้าไปเป็นรายหลังๆ
ตามธรรมดา เขาว่าเข้าก่อนได้ก่อน แต่ของเราหากินแบบ ดิสเครดิต ครับ (นี่ไง นิสัยพวกมาร)
คือ พยายามบอกว่าคนอื่นทำอะไรไม่ได้ แต่เราสามารถทำได้ดีกว่า
พอลูกค้าเชื่อ แล้วซื้อของเรา เราก็ขายได้ แต่ไม่ได้ไชโยหรอกครับ
กลายเป็นตาเหลือกเลยครับ เพราะเราก็ไม่ได้เก่งไปกว่าคู่แข่ง
ปัญหานั้นๆ เทวดาก็ยังแก้ไม่ได้ แต่พวกทีมขายโม้ไปแล้วว่าได้
ทีมบริการหลังการขาย โดนลูกค้าด่าเช้ากลางวันเย็น ลาออกไปหลายคนเลยครับ

ก็ทำไงได้ ขายได้แล้วนี่ ผลก็คือ ทีมซัพพอร์ทก็ต้องวิ่งไล่ล่าเทคโนโลยี่ให้ได้
แล้วความรู้ใหม่ๆมันก็ออกมาใหม่ทุกวัน ตามเท่าไหร่ก็ไม่ทัน

ทุกวันนี้ ผมว่าผมเหมือนอย่างที่อาจารย์ระพีว่าเอาไว้เลยครับ
อยู่กับธรรมชาติให้ความสุขมากกว่าอะไรทั้งนั้น เลี้ยงปลา ทำสวน
บางวัน ผมนั่งพรวนดินอยู่ตรงโคนต้นมะม่วง แล้วก็พูดกับก้อนดิน(คิดในใจหนะ)
เออ...เจ้าก้อนดิน เจ้าอยู่บนโลกก่อนมาฉันมากี่พันปีแล้วนะ
ปู่ของปู่ของปู่ของปู่ของแก เคยเป็นก้อนหินก้อนใหญ่ๆมาก่อน ใช่หรือเปล่า?
นี่ถ้าลูกหลานฉันโตจนอายุเท่าฉันในวันนี้
แกก็คงจะยังอยู่ตรงนี้ ซินะ
แต่ฉันคงไม่เหลืออะไรเอาไว้ให้ใครเห็นแล้วหละ
เอ้...แล้วฉันจะอยู่ไปทำไม วันนี้ควรจะต้องทำอะไรหรือเปล่า?

ref: Sienna Jampada A0 52 2D


โดย: zoomzero วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:19:03:18 น.  

 

Hello..Friday Dr.Zoom..บางคนเค้าชอบวันศุกร์ และก็เกียจวันจันทร์ คุณซูมเป็นแบบนั้นหรือเปล่า ไม่แน่ใจแต่ขอเดาไว้ก่อนเพราะหลายคนคงชอบเพราะเป็นการทำงานวันสุดท้ายของสัปดาห์ ส่วนเกียจวันจันทร์ก็สำหรับพวกที่ไม่อยากกับไปเคร่งเครียดกับงาน แต่ส่วนมากน่าจะเป็นกับคนที่ทำงานจำเจซ้ำซากมานาน ๆ เบื่องาน ประมาณนั้น เข้ามาคุยเป็นเพื่อนฆ่าเวลาแทนพวกน้องสาวหลาย ๆคนของคุณซูม คงจะงานรัดตัว

มาคุยเพิ่มเติมเรื่องเห็ดคงไม่เป็นวิชาการเกินไป(กลัวเบื่อน่ะ)
วันที่ไปฟาร์ม ได้เห็นเห็ดอีกชนิดหนึ่ง(ลืมเอากล้องไป เลยไม่ได้ถ่ายมาให้ดู) เห็นตัวนี้เรียก "สมองลิง" ลักษณะเป็นก้อนและสีคล้าย ๆ ดอกกระหล่ำ แต่มีความยือหยุ่นนุ่ม ๆ กว่าไม่แข็ง ราคาแพง กก.ละ 300 บาท ยังไม่เห็นในตลาด

เดี๋ยวนี้แนวโน้มอาหารเพื่อสุขภาพมาแรง อย่างที่คุณซูมบอกทานเห็น 3 ชนิด ต้านอนุมูลอิสระ (ถั่วดำ มีสารต้านอนุมูลอิสระมากเช่นกัน ส่่วนข้าวเหนียวดำ ญี่ปุ่นสั่งซื้อจากไทยไปสกัดทำยา.....ของดำ ๆ มีประโยชน์มาก..อิ..อิ ใครว่าดำน่ากลัว ยกเว้นคนตัวดำ ๆ จริงไม๊ค๊าคุณซูม) เห็ดหลินจือ มีสารยับยั้งการเติบโตเซลล์มะเร็ง และปัจจุบันนี้มีผุ้ทำน้ำเห็ดซึ่งเค้าบอกว่าทำจากเห็ดเป็นสิบชนิด ขายกันราคาหน้ามืดขวดละ 1500 แค่นั้นเองละค่ะ จิ๊บ ๆ แก้หลายโรค จริงหรือเปล่าไม่รู้ แต่ขนุนไม่สนใจอยากลองคิดว่าหากเราเลือกสิ่งที่เข้าไปให้
เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย พวกผักผลไม้ ให้หลากหลายก็พอแล้ว เมืองไทยเรามีหลากหลายอยู่แ้ล้ว ดูแลตัวเองออกกำลังตามความเหมาะสมก็โอแล้ว (บางทีก็คิดว่าการตั้งราคาเลียนแบบสินค้าเมืองนอก เพื่อให้ดูเป็นของมีค่ามีราคาน่าเชื่อถือหรือไม่นะ แต่ที่สำคัญมันเป็นการเอาเปรียบคนซื้อมากเกิน)

คุณซุมชอบทำกับข้าวเองหรือป่าว เพราะเมื่อวานเห็นโพสท์ว่าทำปลาย่างซีอิ๊ว มีเมนูเห็นสองเมนูมาแนะนำ เมนูนี้ตัวเล็กของคุณซุมอาจชอบก็ได้นะ

เห็ดชุบแป้งทอด(กินตอนร้อน ๆ จะคล้าย ๆ ปลาหมึกชุบแป้งทอด) ใช้เห็ดนางฟ้า หรือ ภูฎาน สด ๆ ฉีก เป็นกลีบ ๆ เส้น ๆ
ชุบแป้งโกกิ (แป้งผสมน้ำเย็น เพิ่มพริกไทย เกลือ หรือผงปรุงรสหมู) ใช้น้ำจิ้มซอสพริก อร่อยเด็ด แบบง่าย ๆ

เมนูที่ 2 เห็ดผัดเปรี้ยวหวาน แนะนำให้ใช้เห็ดออริจิน(หัวเล็ก ๆ โคนใหญ่ ๆ เนื้อแน่นหนึบ) อันนี้เอามาชุบแป้งทอดกรอบก่อน (แป้งทอดกรอบ+น้ำเย็น+เกลือป่น) ทอดเสริ็จแ้ล้วพักไว้ ผัดกระเทียม พอหอม ใส่ สัปประรด หอมใหญ่
พริกหยวก แครอท ซอสมะเขือเทศนิดหน่อย ปรุงรส พอสุกใส่
แป้งข้าวโพดละลายน้ำพอน้ำข้นนิดหน่อยไม่เหนียวมาก(ขอแนะนำแป้งท้าวก็ดีไม่คลายตัว) ได้ที่ดีแล้วปิดไฟ เอาเห็ดทอดกรอบใส่ลงไปแล้วรีบตักขึ้นใส่จาน ...แค่นี้ก็อร่อยแล้วค่ะ

พูดถึงเรื่องก้าวตามเทคโนโลยี่แล้ว ขนาดคุณซูมยังว่าตามไม่ทัน ขนุึนก็ไม่ต้องพูดถึงทุกวันนี้เรียนรู้แค่พอใช้งานได้งู ๆ มด ๆ ล่ะค่ะ ประมาณว่าหลังเขาเลยล่ะกัน เพราะสังคมเพราะแวดล้อมรอบตัวคนเราใช่ไหมถึงต้องทำให้เราต้องดิ้นรน ต้องเหนื่อย กันขนาดนี้ ไม่ปรับตัวก็ตามไม่ทันตกยุคกลายเป็นผลักดันให้คนส่วนมากต้องวิ่งตามมันใช่ไหมค่ะ....จะมีไหมที่วันหนึ่งคนเราจะกลับไปสู่การเริ่มต้นของมนุษย์ย้อนยุค ขนุนคิดว่าไม่แน่เพราะทุกวันนี้เหมือนธรรมชาติต้องการเอาคืนอยู่นะ.....เฮ้อ...คิดมากชักจะฟุ้งนะเนี่ย..จะมาเป็นเพื่อนคุย หรือจะมาทำให้เครียดก็ไม่รู้เน๊อะ..มาฟังเพลงสนุก ๆกันดีกว่านะ
www.youtube.com/watch?v=5AfTl5Vg73A&feature=related
www.youtube.com/watch?v=ltRwmgYEUr8




โดย: jampada IP: 61.90.64.21 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:20:46:09 น.  

 
ดีจังที่เราชอบละครเรื่องเดียวกันเลย เรื่องความบ้าละครนี่ไม่แน่นะ น้องอาจมากว่า ถ้ามีเงินไปตามรอยละครอย่างคุณพี่ อิ อิ

อ่านเรื่องที่พี่ซูมพูดถึงเรื่องยกกองไปถ่ายทำที่ต่างประเทศแล้ว พยักหน้าเห็นด้วย เดี๋ยวนี้มีประท้วงไปทั่วโลก จะยกกองไปถ่ายทำคงไม่สะดวกแน่ แต่เดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยจะมีละครที่ไปถ่ายทำที่เมืองนอกแล้วค่ะ คนทำละครคงเห็นว่า ถ้ามีฝีมือ หาเรื่องที่สนุกมาทำละคร ก็ทำเรตติ้งให้ดีไม่ยาก แต่ยังไง เนื้อเรื่องอย่างแก้วตาพี่ คิดว่น่าจะมีเวอร์ชั่นสี่แน่ ๆเหมือนอย่างเรื่องปริศนา หรือคู่กรรมที่ทำกันมาจนนับเวอร์ชั่นไม่ถ้วน

คุณพี่รู้ลึกรู้เรื่องเชอรี่เยอะจริง ๆ นะเนี่ย ขอบคุณข้อมูลที่หามาให้อ่านนะคะ เพิ่งจะรู้ว่าเชอรี่มีเชื้อเจ้าเมื่อไม่กี่วันนี้เองค่ะ รู้จากรายการเช้าดูวูดดี้ เชอรี่มาให้สัมภาษณ์ เธอน่ารักมาก ๆ ถึงจะมีเชื้อเจ้า แต่ก็ไม่เคยได้เล่นเป็นเจ้าหญิงเลยนะ เพิ่งจะได้เล่นเป็นเจ้าหญิงในเรื่องทาสรัก ที่กำลังถ่ายทำอยู่ ดูเครื่องแต่งตัวแล้ว น่าจะเป็นเจ้าเมืองเหนือด้วย กำลังตั้งตารอดูอย่างใจจดใจจ่อเลยค่ะ

เชอรี่ไม่ค่อยจะได้รางวัลอย่างคุณพี่ว่าเลย แต่เมื่อไม่นานมานี้เธอได้รางวัล Asian Model Festival Award รับรางวัลคู่กับอนันดา จัดงานที่เกาหลี เธอเตรียมตัวดีมาก เป็นนักแสดงต่างชาติคนเดียวที่พูดภาษาเกาหลี แล้วพูดได้ค่อนข้างชัดด้วย มีคลิปมาฝากค่ะ



โดย: haiku วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:21:48:35 น.  

 



อรุณสวัสดิ์ค่ะเฮีย
ไม่ได้หลอกหรอกค่ะ..ฮ่า ๆ ๆ
คำว่าเดี๋ยวของมินเนี่ย
บางทีมันก็แค่แป๊ปเดียว แต่
บางทีมันก็หลายวัน เอาแน่ไม่ได้ค่ะ
บางทีเห็นไปโผล่ที่อื่น มินก็ไปแบบสั้น ๆ นะ
เกรงใจเค้าค่ะ แต่ มาที่นี่อาจไม่เกรงใจก็ได้
เพราะมาทีนึงยาว ๆ ตลอดอ่ะนะคะ ฮ่า ๆ ๆ
แต่ ถึงตัวจะไม่ได้มา แต่ใจไม่ได้หายไปไหนนี่คะ
ใจมันวนเวียนอยู่ที่นี่ทุกวันแหละค่ะ เชื่อป่าว...

อาทิตย์ที่ผ่านมานี่ มินหกล้มถึง 2 ครั้งค่ะ
ครั้งแรกอายมาก ๆ เลย เพราะไปหกล้มที่ปั๊มค่ะ
ไม่รู้แข้งขามันเป็นไรไป อยู่ดี ๆ มันก็อ่อนแรงพลิกซะงั๊นอ่ะ
หกล้มครั้งแรกเนี่ย มีบะหมี่ร้อน ๆ เป็นของแถมด้วยค่ะ
มินเติมน้ำมันเสร็จ ก็มาจอดหน้าเซเว่น หันไปเห็นที่ชั่งน้ำหนักแบบหยอดเหรียญ
ก็ว่าจะลองชั่งซะหน่อย ว่าน้ำหนักขึ้นมามั่งหรือยัง
เดินยังไม่ทันถึงที่ชั่งเลย ขามันพลิกยังไงไม่รู้เสียหลักล้มค่ะ
พอดีมีลุงคนนึง เขากำลังนั่งทานบะหมี่แบบถ้วย ๆ อยู่มั๊ง
เขามองมินอยู่พอดี เขาเห็นมินหกล้ม เค้าคงตกใจเอื้อมมือมาจะคว้ามินไว้อ่ะค่ะ
นอกจากจะคว้าไม่ทันแล้ว มินยังได้ของแถมเป็นบะหมี่ที่มันกระฉอกมาจากถ้วยด้วยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
เลยต่างฝ่ายต่างขอโทษกันใหญ่ มินเองก็ลุกเกือบไม่ขึ้นอ่ะ เพราะไม่ทันได้ตั้งตัวเลยค่ะ
สงสารเค้ามาก เพราะเค้าก็เขิน ๆ ค่ะ มินจะไปซื้อบะหมี่ให้ใหม่ ลุงแกก็ไม่เอา บอกไม่เป็นไร
โอ้โฮ มันเคล็ดขัดยอกไปทั้งตัว แบบไม่รู้จะทาเค๊าท์เตอร์เพน ตรงไหนถูกเลยอ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ

มาเมื่อวันพุธเอาอีกแล้ว หนนี้ที่ office ค่ะ
ลืมบอกแม่บ้าน แม่บ้านเลยชงกาแฟมาให้มิน
แต่ มินก็ไม่ได้ทานหรอกค่ะ เพราะตอนนี้ทานกาแฟแค่วันละครั้ง
ไม่รู้นึกยังไง เดินเอาแก้วกาแฟจะไปไว้แคนทีนข้างหลัง
พอเดินออกไปข้างหลังมันลื่นหรือยังไงไม่รู้ ล้มอีกแล้ว
หนนี้รองเท้าสูงด้วย ไม่เหมือนวันอาทิตย์ที่รองเท้าเตี้ย
พอดีพวกช่างเค้าเห็นพอดี เค้าเลยเดินมาฉุดขึ้นอ่ะค่ะ
ของเก่ายังไม่ทันทุเลาเลย เจอรอบใหม่อีกแล้ว เฮ๊อ
ปีนี้ ไม่รู้มันเป็นยังไงน๊อ ตั้งแต่ต้นปีเลยนะคะเนี่ย
ตอนนี้แข้งขามินเขียวอื๋อ เป็นจ้ำ ๆ ไปหมดแล้วค่ะ
แต่ ก็ยังไม่วายมีเรื่องตลกจนได้ คือ กาแฟมันหกใส่ผมมินด้วย แต่ตอนนั้น มินไม่รู้หรอกค่ะ
พอกลับไปนั่งทำงาน นั่ง ๆ ไป เอ๊ะ ทำไมยังได้กลิ่นกาแฟแถว ๆ นี้
จนถึงเที่ยงโน่น ไปทานข้าวกัน ไอ้พวกนั้นถาม อ้าว..
ทำไมผมเจ๊เป็นงั๊นอ่ะ ...
ปรากฏว่าผมที่โดนกาแฟมันจับกันเป็นก้อน ๆ เลยค่ะ อยู่บนหัวมินเองแหละ มิน่า ถึงได้กลิ่นกาแฟตลอดอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ

มานั่งนึก ๆ เอ๊..มันเป็นบ้าไรอ่ะเนี่ย
ไม่เคยหกล้มมาเป็นปี ๆ ๆ ๆ ดันมาล้มติด ๆ กัน
หรือว่าตอนนี้ กระดูกที่มันบางอยู่แล้วมันพรุนมากขึ้นไปอีกแล้วก็ไม่รู้...
เออ..ช่างมันเหอะ ต่อให้ไม่เป็นไรเลย มันก็ตายอยู่ดีนี่นา ฮ่า ๆ ๆ คิดแบบคนบ้าเนี่ยแหละค่ะ ฮ่า ๆ ๆ

วันนี้ ต้องไปทานวันเกิดน้องที่ทำงาน
ไม่ค่อยอยากไปเลยค่ะ เค้าไปเลี้ยงกันที่เอ็มเมอรัลดิ์รัชดาโน่น
ยังไม่ได้ซื้อของอาไรให้เค้าด้วย บ่าย ๆ ค่อยไปหาค่ะ


เฮียหล่ะคะ วันนี้มีแพลนไปไหนเอ่ย
เที่ยวให้สนุก ถ้าทำบุญก็ให้แบบทำแล้วมีความสุขมาก ๆ นะคะ...
วันก่อนใส่บาตรเผื่อไปแล้วนะ
ใส่บาตรตอนเช้า สาย ๆ หกล้มมันซะเลยอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ


โดย: มินทิวา วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:6:43:24 น.  

 
Jampada

Hello Satanday ...Oh no....Saturday Krab

ก่อนอื่นต้องขอเคลียร์กันก่อนเลยนะครับ ว่า...
ทุกคอมเมนท์ของคุณขนุน ผมไม่นับเป็นการฆ่าเวลาอะไรเลย
คุณขนุนลองย้อนไปดูเรื่องเก่าๆที่ผมเขียนเอาไว้ได้เลย
ผมหนะ ไม่ค่อยง้อ เพื่อนพ้องน้องพี่ตี๋หมวยฯ อยู่แล้วหละ
ไม่มีใครคุย ผมก็โม้ๆๆๆ ของผมได้ (เพราะผมบ้า 555)
ทุกคอมเมนท์ของทุกคน เป็นเหมือนเหยื่อที่เดินเข้ามาให้ผมล้างสมอง อิอิ
นี่ผมก็ยังงงว่าฝีมือเขียนสนุกๆอย่างคุณขนุน ทำไม ไม่สมัครเป็นสมาชิก bloggang
แล้วจะได้มีห้องเอาไว้เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ใครๆได้อ่านกัน
แต่ไม่มี blog ก็ดีไปอย่าง ไม่ต้องหาเหาเอามาใส่หัวเหมือนผมนี่ไง อุ้ยส์ คันหัวกระบาลจัง

เรื่องเกลียดวันโน้นวันนี้
ผมหนะเกลียดมันทุกวันเลยครับ เพราะมันเหนื่อยทุกวัน
หมอดูบอกว่า เกิดปีนักษัตรที่ถูกเขาใช้งาน เลยต้องทำงานหนัก แบบนี้มันทุกวั๊นทุกวัน
จะดีหน่อยตรงที่ผมไม่ทานเครื่องดื่มแอลกอฮอล เลยไม่ต้องหาวันเมาหัวราน้ำ หรือดื่มสังสรร
ผมเคยมีลูกน้องที่น่ารักมาก เขาเป็นพวกประเภท
ศุกร์เมา เสาร์ถอน อาทิตย์นอน จันทร์อู้งาน อังคารลาหยุด พุธเลื่อนนัด ...
เจ้าหมอนี่ก็เกลียดทุกวันที่เป็นวันทำงาน เจริญดีแท้
เห็นมีจะชอบก็วันเงินเดือนออก รู้สึกว่าจะกระชุ่มกระชวยเป็นพิเศษ
ยายคุณหนูตัวเล็กบ้านผม นี่...เขาชอบวันเสาร์มาก เพราะได้นอนตื่นสาย
อย่างวันนี้ก็เป็นวันเสาร์ คุณหล่อนเพิ่งจะลุกมาทานข้าวเช้าเมื่อตะกี้นี้เอง

เห็ดสมองลิง
ไม่เคยได้ยินเลย และถ้าขืนใช้ชื่อแบบนี้คงไม่น่าจะมีใครอยากทาน โห..ราคาแพงเหมือนกันนะ
คงต้องไปเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นเห็ดดอกกะหล่ำ แบบนี้น่าจะบุกตลาดได้ดี

เรื่องอาหารสุขภาพ อาหารเสริม
เรื่องนี้เคยโม้เอาไว้นานแล้วเหมือนกัน(ในบล็อกนี่แหละ)
ผมก็เห็นด้วยกับคุณขนุนนะว่า ไม่ต้องไปเที่ยวหาซื้อมาทานหรอก
ทานอาหารให้ครบทุกหมู่ ทานแต่พออิ่ม ออกกำลังกายบ้าง ก็โอเคแล้ว
เรื่องอาหารดำๆ นี่ ผมเพิ่งทราบจากคุณขนุนนี่แหละที่ว่า มันเป็นของดี 555
อาหารที่ว่าต้านอนุมูลฯ นั้นต้องศึกษาดีๆ เพราะว่า ส่วนใหญ่แล้วมันเป็นดาบสองคม
ก็ไม่ทราบว่าทำไมธรรมชาติชอบสร้างอะไรให้เป็นสองด้านเสมอๆ
อย่าง นมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้ เมื่อก่อนก็บอกว่าให้ทานกันเยอะ ป้องกันโรคได้ แม้แต่มะเร็งก็ป้องกันได้
พอตอนหลังมาเจอพวกหมอรักษามะเร็งเต้านมบอกว่า ถั่วเหลืองนี่แหละเป็นตัวกระตุ้นให้เป็นมะเร็ง อะไรกันนี่
สำหรับข้าวเหนียว เท่าที่ทราบข้าวเหนียวดำมีประโยชน์กว่าขาว เพราะมี OPC เยอะกว่า
ช่วยชะลอความแก่และความเสื่อมต่างๆของอวัยวะของคนเราได้
ของที่ให้สาร OPC ก็ยังมีอย่างอื่นอีก เช่น ถั่วดำ มันสีม่วง องุ่นดำองุ่นแดง มะเขือม่วง หอมแดง ฯ
วิตามินอีในข้าวเหนียวจะช่วยป้องกันหลอดเลือดหัวใจตีบ และยังป้องกันโรควุ่นในตาเสื่อมได้อีกด้วย
แต่มุมร้ายของข้าวเหนียวคือให้พลังงานเยอะและให้อนุมูลอิสระเยอะด้วย แน่นอน มะเร็งมารอเรียบร้อยแล้วหละ
ในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะที่ป่วยหรือมีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร (อย่างหลวงตาบัว)
การทานข้าวเหนียวบ่อยๆ อาจจะทำให้เกิดการอุดตันในระบบทางเดินอาหาร
ส่วนผมมองนอกกรอบไปอีกว่า ข้าวเหนียวทานแล้วมักจะง่วง ถ้าทานแล้วต้องขับรถทางไกล จะเป็นอันตรายก็ได้

สำหรับเห็ดหลินจื่อ น้องบี น้องสาวจอมแก่นของผม เขาเป็นเจ้าแม่ของวงการนี้ครับ
เขามีเว็ปขายเห็ดหลินจือเป็นเรื่องเป็นราว แต่ผมหนะ ไม่เคยอุดหนุนเขาเลย
ไม่ใช่ไม่เชื่อว่าดี แต่ไม่มีเงินต่างหากครับ

ขอบคุณสำหรับเมนู่เห็ดทั้งสองอย่าง
ผมเองทำอาหารไม่เป็นกับเขาสักเท่าไหร่หรอกครับ
ส่วนใหญ่ชอบเป็นลูกมือหรือลิ้วล้อของยายคุณนายกิมลั๊งมากกว่า
ผมชอบทานปลาแซลมอลมากเหมือนกัน
เมื่อวานก่อนนั้นก็โทรศัพท์ฝากน้องสาวให้ซื้อมาจากร้านฟูจิครับ
ที่บ้านซื้อแซลมอลสดจากฟูดแลนด์มาทานบ่อยๆ เรามีน้ำจิ้มและวาซาบิกระป๋องที่บ้าน
เหลือแค่ซื้อปลา แล้วให้เขาหั่น เออ...ที่แมคโครก็สดและราคาถูกว่า แต่เขาไม่ยอมแล่บางๆให้เรา

อาหารชุบแป้งทอดเมื่อก่อน สมัยที่คุณหนูยังเรียนประถม เราทำทานกันบ่อยๆ
พอโตเป็นสาว เจ้าหล่อนหันไปสั่ง KFC พวกผักก็เลิกทานไปเลย น่าเสียดายจริงๆ
ตอนนี้ในตู้ไซด์บอร์ดในครัวยังมีแป้งโกกิหมดอายุนอนเล่นอยู่สองสามถุงเลย

มีช่วงหนึ่งนานมาแล้ว ผมเคยพยายามไม่สนใจเจ้าพวกของแนวเทคโนโลยี่
แล้วมีวันหนึ่ง มีคนเอากล้องถ่ายรูปดิจิตอลมาให้ช่วยลบภาพ
ผมก็ไม่เคยจับเลย เจ้ากล้องพวกนี้ เพราะมันเพิ่งจะเข้ามาให้เห็นประมาณสามสี่ปีเอง (ในตอนนั้น)
ผมพยายามกดๆ หาวิธีลบอยู่ตั้งนานก็ลบได้แค่ทีละรูป
คนที่เป็นเจ้าของกล้องก็ทำไม่เป็น คู่มือก็โยนทิ้งไปแล้ว เขาต้องการลบทั้งหมด เพราะจะถ่ายใหม่หมด
แต่พอเห็นผมทำไม่ได้ ก็พูดเหน็บแนมผมว่า นึกว่าเก่งไปทุกอย่าง เห็นรู้ไปหมดทุกเรื่อง
โดนอัดแบบนี้ก็เจ็บใจซิครับ
เลยต้องไปถอยกล้องดิจิตอลมาลองใช้ดู
เออ..ก็ไม่ยาก ถ้าลบเยอะๆก็ format หรือลบทั้งหมด คล้ายๆคอมฯ
แต่ก็ต้องศึกษาต่อไปอีก เพราะมีคนอยากให้เอารูปลงคอมฯแล้วบันทึกลงแผ่นซีดี
เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีคนต้องการให้รูปมันเลื่อนเปลี่ยนเองอัตโนมัติ หรือ slide show
ก็ต้องไปหาโปรแกรมจัดการรูปภาพถ่ายจากกล้องดิจิตอลมาใช้
ยังไม่พอใจกันอีก ตอนนี้จะเอาเสียงเพลงประกอบการดูรูปอีก เฮ้ยซซซ์

เรื่องราวต่างๆของอุปกรณ์ไฮเทคมันไม่เคยจบง่ายๆ
แต่หนีมันก็ไม่พ้นเหมือนกัน
เอาเป็นว่า ฉันจะตั้งหลักรอพวกแกก็แล้วกัน เจ้าอุปกรณ์ไฮเทค!!!

ref: Sienna Jampada A0 52 2D


โดย: zoomzero วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:12:59:48 น.  

 

มารอบนี้ตั้งใจพากิ๊กใหม่ของคนปีวัว (ปีนักกษัตรที่คนใช้งาน เพราะฉะนันหมอขนุมจอมมั่วจอมเดาขอทายว่าปีวัว..ใช่ไม่ใช่?) มาด้วย เก็บความประทับใจไว้คนเดียวไม่อยู่ (เดี๋ยวจุกอก..555)
www.youtube.com/watch?v=o_bQD8ZjgDk

ให้ดูความสามารถของเธอใน concert ที่ญี่ปุ่น ลีลาการร้อง
อารมณ์เพลง โดยเฉพาะการเล่นเครื่องสายจีน(เข้าใจว่าเป็นซอจีน) เล่นออกมาช่างเป็นน้ำเสียงที่ได้อารมณ์พลิ้วอ่อนหวานปนเศร้าและไปคู่กันกับเสียงเปียโนได้ดีจริง ๆ (ฟังแล้วคิดถึงของไทย เพลงคำหวานเป็นบรรเลง ระนาดคู่กับเปียโน) ส่วนเพลงที่2ช่วงกลางเป็นเสียงสไตล์เพลงธิเบตที่นำมาผสมผสานกับเพลงแนวใหม่ได้อย่างลงตัว ขนุนมองว่าอนาคตเธอคงเป็นดาวจรัสแสงไปอีกนาน ไม่ด้อยกว่า เติ้งลี่จวิน (แต่ขนุนชอบน้ำเสียงน้อง alan นี่มากกว่า หวานใส เบา นุ่ม ได้หมด พลังเสียงเธอสดยอดมาก.....กลายเป็นบ้าเธอไปแล้ว ต้องฟังแทบทุกวัน ในหลาย ๆ เพลง)

อ้อ...เรื่องบล็อคไม่มีความสามารถ+ถูกต้องค่ะหาเหาใส่หัว หาเรื่องใส่ตัว...สู้เข้ามาหาเรื่องที่หุบเขาคนโฉดนี่ดีกว่า..อิอิ
เม้นท์นี้เอาเรื่องมาให้เฉย ๆ ไม่ต้องตอบก็ได้ ตอบน้องสาว2คนดีกว่า สงสารจะเมื่อยนิ้วน่ะ....ขอให้เป็นเสาร์สนุ๊กกก
ซาหนุก ค่ะ...
www.youtube.com/watch?v=XIxsGNytVj8&feature=related แถมให้อีกเพลง


โดย: jampada IP: 58.9.228.114 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:15:17:23 น.  

 
haiku

อ๋อ...ทราบมาบ้างเหมือนกันว่าคุณเชอรี่ ได้รางวัล Asian Model Festival Award
พร้อมกับคุณ อนันดา ที่ประเทศเกาหลี ในปี 2011

เมื่อปี 2010 ก็มี โฬม พัชฏะ รับรางวัลเดียวกันนี้กับ หยาดทิพย์ ราชปาล

ที่พี่ไม่ได้นำมาเขียนในคอมเมนท์เพราะว่า
รางวัลนี้ทำให้เชอรี่ โดนชาวอินเตอร์เน็ท(ด่า)ว่าซะแย่เลย
หลายคนมองว่าเป็นรางวัลต่างตอบแทน
เพราะช่อง3 ช่วยดันหนังค่ายเกาหลีอย่างแรงมาโดยตลอด
ทางเกาหลีเลยเอาใจ จัดรางวัลให้ ซึ่งรางวัลนี้ไม่ใช่ชนะเลิศของเอเชีย
แต่เป็นรางวัลให้กับตัวแทน Star Model ของแต่ละประเทศ
หมายความว่า 2 คนนี้เก่งที่สุดในปีนั้นๆ
ถ้าจะมองว่าเชอรี่เป็นดาราช่อง3 อันนี้ก็เข้าทางพวกที่ใส่สีตีไข่เอาไว้เต็มๆ
แล้วอนันดาหละ จะว่าช่อง3 ส่งไปหรือ ก็ไม่น่าใช่ แบบนี้ก็ไก่กาแล้วหละคุณ

บางคนก็นินทาว่าเขาอยากจะส่งดารานักร้องคนที่มีสาวออกมาบอกว่าท้องด้วยกัน
แต่ดาราคนนั้นไม่รับ แถมผู้ใหญ่ระดับอาเฮียก็ออกมาแฉเรื่องไม่ดีของฝ่ายหญิง
สุดท้ายฝ่ายชายต้องไปบวชแล้วไปเรียนต่อเมืองนอก เลยต้องหาดารามาเสียบแทน ว่ากันไปได้นะ?

ความจริงความเท็จเป็นอย่างไร พี่ก็ไม่ทราบเหมือนกัน
แต่อ่านข่าวแล้ว มันจี๊ดขึ้นสมอง
โดยเฉพาะคนไทยมาว่าคนไทยด้วยกัน มันไม่ได้อะไรเลย

ขอเม้าท์เรื่องละครหลังข่าวเรื่องหนึ่ง
ตอนนี้เรื่องที่พี่เคนเล่นกับชมพู่
ชื่อเรื่องและเพลงประกอบเหมือนว่าจะเป็นละครบู๊แอ็คชั่น
แต่ทำไม ดูไป ดูไป มันจะเป็นน้ำเน่าอย่างไรก็ไม่รู้
พระเอกเป็นตำรวจระดับคุ้มกันนายก แต่ไหวพริบไม่มีเลย
จำหน้า รูปร่าง เสียง ของนางเอกไม่เคยได้ ขนาดกอดปล้ำต่อยตีกัน จูบปาก กันมาหลายครั้ง
และมีหลายฉากที่ตัวละครสองตัวพูดกัน แล้วมีตัวละครตัวที่สามยืนแข็งทื่อเหมือนตอไม้
บทพูดของสองดารามีหลายประโยค ตัวละครที่ยืนแข็งทื่อก็ ทื่อได้นานจริงๆ
ยิ่ง ฉากยิงกัน คนสองคนอยู่ห่างกันสามเมตรยิงกันไม่เคยถูก หลบได้ตลอด
บางฉากเห็นว่าวิ่งไล่กันมาติดๆ ก็ปล่อยให้ผู้ร้ายหนีหายไปได้
พวกผู้ร้ายเป็นองค์กรใหญ่ ปล้นเงินได้เป็นกระสอบๆ
แต่มีทีมสังหารนายกแค่ 4-5 คน
จริงๆต้องบอกว่า เขาระบุให้นางเอกคนเดียวที่ต้องไปฆ่านายก(ซึ่งถูกปิดบังว่าเป็นพ่อแท้ๆของเธอ)
บ่นๆๆๆ แต่ก็ดู เพราะพี่รักหนังไทย ละครไทย และดาราไทย

haiku DarkGreen 006400


โดย: zoomzero วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:18:53:38 น.  

 
Mintiva

ว๊าว...มาถึงก็ปากหวานเชียวนะ
แต่...สัมผัสที่หกของเฮียมันบอกว่า....
เออ...ช่างมานเหอะ อิอิ

บางทีการหกล้ม 2 ครั้ง อาจจะหมายถึงเคราะห์เล็ก 2 ครั้งก็ได้นะ
เฮียว่า อาหมวยโชคดีด้วยซ้ำไป ไม่ต้องเจอเคราะห์หนักหนเดียว
อาการขาหมดแรง เฮียก็เคยเป็นมาเมื่อตอนอายุ 30 กว่าๆ แล้วมันก็เป็นมาเรื่อยๆ
พออายุเลยหลักสี่ ทีนี้มันก็มาแบบเอาจริง มันคือหมอนรองกระดูกเคลื่อน
รู้สึกว่าโรคกระดูกนี่เป็นปัญหาของคนไทยส่วนใหญ่ แต่จะเป็นพวกรุ่นเก่าๆนะ
เพราะตอนเด็กๆไม่ค่อยได้ทานนมสด ไม่เหมือนเด็กสมัยนี้ได้มีโอกาสทานนมมากขึ้น
พอกระดูกมันเสื่อมหรือหมอนรองกระดูกมันปลิ้นปูด มันก็จะไปเขี่ยกับเส้นประสาท
บางทีมันก็มาช๊อตเอาเจ้าปมประสาทที่ดูแลกล้ามเนื้อ มันเลยทำให้ขาหมดเรี้ยวหมดแรง
แต่ขอภาวนาอย่าให้อาหมวยเป็นอะไรเกี่ยวกับกระดูกเลยนะ
ถ้าจะเป็นขอให้เฮียเป็นแทนก็แล้วกัน หุหุ
ที่ล้มๆนี่อาจจะเป็นเพราะหมู่นี้ใจลอยก็ได้ ชิมิ๊ ชิมิ๊

วันนี้ไปทานอาหารวันเกิดน้องที่เอ็มเมอรัลดิ์ฯ ก็อย่าไปเดินล้มหละ
ถ้าจะให้ดีก็หาหนุ่มๆหน้าตาดี เดินชนแล้วแกล้งทำเป็นข้อเท้าแพลงแบบดาราในละครหลังข่าวไง
สำหรับเฮียวันนี้ไม่ได้ไปไหน เพราะต้องเฝ้าคุณหนูให้ดูหนังสือมากกว่าเล่นไอโฟน
วันจันทร์มีสอบอีกหนึ่งวิชา รู้สึกจะเป็น Intro to Business
เป็นวิชาท่อง แต่ท่าทางคุณเธอไม่ค่อยอยากอ่านหนังสือเลย เฮ้อ..

สำหรับบุญที่อาหมวยไปใส่บาตร ได้รับแล้ว ขอบพระคุณคะ
เรื่องทำบุญเช้า เจ็บตัวตอนสายนั้น
ขอให้คิดว่า เพราะได้ทำบุญนี่แหละ เรื่องมันเลยลดระดับความรุนแรงลงมา

ตอนนี้คงไม่ได้วางแผนไปไหนไกลบ้าน
เพราะน้องสาวอาคุณยายกิมลั๊ง หกล้มสะบ้าหลุด เมื่อสัปดาห์ก่อน
เออ..เคสคล้ายๆอาหมวยเลย หมู่นี้ได้ยินเรื่องคนหกล้มบ่อยจัง
เขาไปรับหลานชาย แล้วเกิดหิวน้ำ เลยจอดรถแล้วเดินไปเซเว่น
แต่ช่วงก้าวขาเหยียบฟุตบาท ดันก้าวขาพลาด ล้มหัวเข่ากระแทกพื้นกางเกงขาดโบ๋เลย
ล้มแล้วลุกไม่ได้ ปวดขามาก เขาต้องโทรเรียกรถพยาบาลมารับเลยนะ
เขาโชคไม่ดีไปโรงพยาบาลเซ็นหลุยส์เจอหมอเวรโหลยโท่ย
จับเอ็กซเรย์ บอกว่าไม่มีอะไร เอายาแก้ปวดฉีดให้หนึ่งเข็ม
คนไข้ปวดมาก เดินไม่ได้ ขอนอนโรงพยาบาล พวกเรายังคิดว่าเขาอ้อนหมอเลย
พอตอนกลางคืน ยิ่งนาน ยิ่งปวด ปวดจนต้องขอพาราฯมากิน บ่นว่าปวดๆๆ
คนเจ็บนอนร้องไห้ทั้งคืน ปวดหัวเข่ามากกว่าเดิม
พวกเราก็คิดว่าคงเป็นอาการปวดหลังวันบาดเจ็บ เรื่องปกตินี่หว่า
ตอนเช้าหมอกระดูกมาดูฟิลม์ บอกเลยว่าสะบ้าหลุด
จับไปเขย่า เอ้ย..ขยับกระดูกให้เข้าที่ คนป่วยร้องลั่นโรงพยาบาลเลยหละ
หมอเข้าเฝือกอ่อนให้ เปลี่ยนยาให้ นอนหลับได้เกือบทั้งวัน ไม่ค่อยปวดแล้ว
ผ่านมาสองวันให้ลองเดินด้วยวอล์กเกอร์ พอได้
พอวันที่ห้าก็สามารถเดินด้วยไม้เท้าค้ำแขนได้แล้ว อีกสองวันคงกลับบ้านได้
ทีนี่อาคุงนายก็เลยไม่ยอมไปไหน กลัวว่าดวงจะไม่ดีเหมือนน้องสาว
คุณนายเขาไปเฝ้าน้องสาวเขาทุกวัน ไปเช้ากลับมืด
แหม..ทีพี่น้องรักกันจริง คนอยู่บ้านเดียวกันกลับไม่สนใจ ชิ๊

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:22:47:50 น.  

 




นั่น ... ว่าแล้ว
พูดจริง ๆ เค้าก็ไม่เชื่อ
ไม่เชื่อ ก็ไม่เป็นไรค่ะ...

เมื่อคืนไปทานข้าวที่โรงแรมเอ็มเมอรัลด์
พอทุ่มนึงไปแล้ว ห้องเบเกอรี่เค้าลด 50%
ขนมาอีกแล้วมิน เมื่อคืนต้องเอาพวกน้ำออกจากตู้เย็นค่ะ
เพราะเค๊ก 2 กล่องก็เกือบวางอาไรไม่ได้แล้วอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ
วันนี้ว่าจะเอาไปให้หลานกล่องนึง พรุ่งนี้เอาไปอ๊อฟฟิซกล่อง ก็โอเคค่ะ
ชักจะเอ็นจอยกับการสรรหาของกินอีกแล้วอ่ะนะมินอ่ะ ฮ่า ๆ ๆ
เมื่อคืนต้องเบรค ๆ ๆ ไว้หลายครั้งเหมือนกันเพราะกำลังติดใจที่ผอมลงแบบว่า..
ใครเห็นใครทักทุกคนเลยค่ะ แล้วก็รู้สึกเบา ๆ สบายตัวมาก ๆ
ข้อเสียอย่างเดียวคือไม่ค่อยมีแรงเท่านั้น นอกนั้นเป็นข้อดีหมดเลยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ปล.แอบพูดแทนเจ๊นะ..รู้ได้ไงคนอยู่บ้านเดียวกันไม่สนใจ..ทำมาแอบนินทาเดี๋ยวก็โดนดีหรอก....ฮ่า ๆ ๆ ไปดีกว่า


โดย: มินทิวา วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:8:24:12 น.  

 
Mintiva

ไม่ได้บอกว่าไม่เชื่อ
แต่สัมผัสว่า ที่หายไปหนะ
มัวเอาแต่นอนร้องไห้คิดมากเรื่อง ซัมวัน นั้นต่างหาก

ที่บ้านของเฮียก็เพิ่งผ่านการสวาปามขนมนมเนยของร้านโอปองแปง
กล่องใหญ่มั๊กมาก เอาเข้าตู้เย็นก็ไม่ได้ ไม่มีที่จะยัดเข้าไป
เลยต้องเอามันเข้าห้องแอร์ มันอยู่ตรงไหน ก็ต้องเปิดแอร์ให้มันตรงนั้น
ไม่รู้ว่าค่าแอร์ที่เปลืองขึ้นมา กับความอร่อยของขนม มันจะคุ้มกันหรือเปล่า
คนอื่นเขาทานพวกเค้กช๊อกโกแล็ตแล้วไม่เป็นอะไร บอกว่าอร่อยดี
แต่ทำไมเฮียทานแล้วรู้สึกมึนหัวตึบๆ หรือว่าจะเข้าสู่วัยแพ้สารอาหารโกโก้ซะแล้วเรา

เรื่องไม่มีแรงนี่ น่าจะลองเข้าฟิตเน็ตดูซิ
ถ้าออกกำลังแล้ว แรงยังตกอีก สงสัยเครื่องข้างในมันจะเริ่มแย่แล้วนะ
คงต้องหาอาหารเสริมทานตามแฟชั่นของมนุษย์เงินเดือนยุคนี้ได้แล้วกระมัง
แต่อาหารเสริมนี่ เฮียมีญาติคนหนึ่ง คนนี้ฐานะเขาค่อนข้างดี เพราะได้สามีรวย
เจอเขาเมื่อไหร่ เขาก็แนะนำอาหารเสริมยี่ห้อนั้น นี้ ไม่เคยจะซ้ำกัน เปลี่ยนใหม่ไปเรื่อย
ไอ้นมน้ำผึ้ง หรือ บีพอลเล็น นี่ เขาทานมาตั้งแต่ยุคที่เซลเล่อร์มูนยังฉายทีวีอยู่เลยจ๊ะ
เขาน่าจะทานอาหารเสริม วิตามิน สมุนไพร มากกว่าใครๆในโลกเลยก็ว่าได้
ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในโลกใบนี้อีกแล้ว เพราะมะเร็งเล่นงานไปเรียบร้อย
นั่นก็พอจะสรุปได้ว่า อาหารเสริมไม่ได้ดีเด่อะไรตามที่คนขายโม้เอาไว้เลย

คนเราพออายุเยอะ มันก็มีอาการเสื่อมสภาพ
ซึ่งขึ้นอยู่ที่ว่าตอนวัยเด็กทานอาหารมาดีหรือไม่ ได้ทานนม ผัก ผลไม้ บ่อยๆหรือเปล่า?
ตอนเป็นหนุ่มสาว ทำงานหนักมากไปหรือไป อดหลับอดนอนหรือเปล่า?
เฮียอยากจะเตือนให้อาหมวยนอนให้ได้วันละ 8 ชั่วโมง
ดื่มน้ำให้เยอะๆ หาขวดลิตรมาตวงน้ำเอาไว้ กลับมาบ้านก็ทานให้หมดขวดให้ได้
เรื่องกาแฟ ไม่อยากบ่น เห็นว่าทานแค่วันละแก้ว ก็โอเคแล้วหละ
ที่สำคัญ จิตใจ นี่แหละเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด
อย่าเครียด อย่าหาเรื่องงี่เง่าใส่ตัว ก็เป็นพอแล้ว
โกรธใคร ก็หัดให้อภัยพวกมันไปซะ ใจเย็นๆ
รักตัวเองให้มากๆ และรักรองลงมาก็ เฮียซูมจอมมาร นี่ไง 555

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:20:09:39 น.  

 



อรุณสวัสดิ์ค่ะเฮีย
สดชื่นวันจันทร์ นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:8:59:26 น.  

 
Mintiva

เขาว่า ดอกกุหลาบนี่ ใช้แทนคำพูดได้หมื่นคำ
แต่ไม่ว่าจะสีอะไร
มักจะมีความหมายเดียวกัน คือ ปรารถนาดี



ปลูกกุหลาบแดงไว้เพื่อเธอ
เก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าดอก
บ่งบอกความจริงที่ยิ่งใหญ่
บ่งบอกว่าใจฉันยังคงมั่น
พันปีหมื่นวันไม่เคยหน่าย
ฟ้าดินสลายหัวใจมั่นรักเธอ

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:9:53:31 น.  

 




ตอนนี้นั่งอยู่ที่ร้านทรูคอฟฟี่ในมาหาวิดทายาลัยแอร์แบ็คสาขาสุวรรณภูมิ
กำลังนั่งจิบชา ราสเบอร์รี่ แก้วละ 100 บาท และเล่นเน็ทฟรี 1 ชั่วโมง
นั่งอยู่คนเดียว เอ้...จะคิดถึงใครดีนะ คิดถึง someone it may concern จะดีมั๊ย อิอิ

ใครเคยดูรายการเรียลลิตี้ทางทรูในตอนนี้บ้าง
ไม่ใช่รายการแพนด้าหลินปิงหรอกจ้า
เป็นรายการที่เขาแข่งกันชิงเงินล้านและการเป็นผู้จัดการร้านทรูคอฟฟี่
เขาถ่ายทอดทางช่องอะไรหว่า จำไม่ได้ รู้แต่ว่ามันเป็นของทรูวิชั่น
ที่คนดูต้องเสียเงิน และคิดขึ้นมาทีไร ก็ยังคิดว่ามันไม่คุ้มกับเงินที่เสียไป
ตอนแรกทำไมไม่คิดจะติดจานดาวเทียมก็ไม่รู้
นี่ยายคุณหนูอึ้งย้งเขาติดจานของสามารถ จ่ายไปสี่พันห้ารวมค่าติดตั้ง
ดูได้ตั้งหลายช่อง ดูได้ทั้งปี ทั้งชาติ จนกว่าจานจะผุ หรือเครื่องรับสัญญาณจะเดี้ยง

พูดถึงรายการแข่งขันบริหารร้านกาแฟของทรูในตอนนี้
มันก็แปลกนะ เพราะลองตั้งใจดูมาหลายที มันก็ไม่สนุก
และคิดไม่ออกเสียทีว่า ประชาชนจะได้อะไรจากการแข่งขันของเขา
ถูกต้องครับ ผมมันโง่เสียจน ไม่เข้าใจเรื่องใหม่ๆอันแสนจะทันสมัยแบบนี้
และยิ่งมาเห็นน้องๆหลังเคาน์เตอร์ขายกาแฟใน เอยูพลาซ่า เขาขายของกัน
ยิ่งแปลกใจมากเข้าไปใหญ่
ตอนนี้ตรงหน้าผม มีพนักงานแค่ 2 คน (ตอนบ่ายจะเป็น 3 คน)
เขาสามารถขายของและให้บริการลูกค้าวัยรุ่นที่แห่กันมาทีเกือบสี่สิบคน
ส่งเสียงดังเป็นนกกระจอกแตกรัง สั่งของทานกันหลากหลาย
เด็กบางคนก็ยังซื้อพวกอุปกรณ์แอสเส็สเซอรี่ของโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์อีก
ดูซะครับ พนักงาน 2 คนนี้ ขายทั้งกาแฟ อาหาร และรับสมัครบัตรสมาชิกใหม่
แถมยังมีบริการเติมมือถือ ซิมทัสทัดซิ้ม ของทรูสามจี และอีกสาระพัดงาน
แต่ในทีวีของทรู ผมเห็นคนเดินกันเป็นครึ่งโหล (มีหน้าตาสวยๆหลายคนเหมือนกัน)
พอวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ก็เห็นมีคนมาด่าคนแข่งขันว่า ยังดีไม่พอ พัฒนาการช้าไป ....
โธ่...ทำไม ไม่มาเอาเด็ก 2 คนนี้ไปแข่งบ้าง

เอ้า...ตอนนี้ มีเค้กมาส่งอีก 2 ลัง
พนักงานคนหนึ่งต้องออกมาตรวจนับของ
เหลือคนเดียวอยู่ที่เคาน์เตอร์ ก็ยังทำงานได้

วันนี้ใครมีความสุขบ้าง
ผมคนหนึ่งหละ ที่สุขใจเพราะได้นินทาคน 555

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:10:22:20 น.  

 
อ้าว...ลงรูปผิดไป



โดย: zoomzero วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:17:46:16 น.  

 




goodnight นะคะเฮีย
วันนี้มินจะนอนตั้งแต่ทุ่มนึงเลยค่ะ


โดย: มินทิวา วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:18:07:11 น.  

 
Mintiva



แหม...
น่าจะทันส่งคนสวยเข้านิทรา


เอ้...ไม่ฉะบายหรือเปล่าน้า?

RoyalBlue Mintiva 41 69 E1


โดย: zoomzero วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:18:34:04 น.  

zoomzero
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ของทุกอย่างในโลกมี 2 ด้าน ถ้าเริ่มต้นก็คิดแต่ว่า สิ่งนั้นมีแต่ด้านดีด้านเดียว หรือเลวสุดขีด ต่อให้ศึกษาสิ่งนั้นไปอีกพันๆปี ก็ไม่มีวันเข้าใจ แต่ถ้าเปิดใจมองให้เห็นทั้งสองด้าน และหาความพอดีกับการอยู่กับสิ่งนั้นได้
...
ความสุขย่อมมาคู่กับความทุกข์ เพราะสุขเป็นของไม่เที่ยง เมื่อติดสุข แล้วไม่มีสุขมาให้ชื่นใจ จิตก็จะเป็นทุกข์ ความสงบจึงเป็นของที่เราท่านควรปฏิบัติ
...
การตั้งตัวเป็นจอมมารแห่งหุบเขาคนโฉด จึงไม่หวังให้ผู้ใดมีสุข ไม่อยากให้คนยึดติดกับสุข หากแต่อยากให้พ้นทุกข์ และได้พบกับธรรมมะของจริง ดั่งคำว่า "ไม่มีมาร อรหันต์ไม่เกิด" 555
...
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
14 กุมภาพันธ์ 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add zoomzero's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.