ช่วงนี้ชีวิตวุ่นวายเกินพิกัด...แล้วจะกลับมาเขียนเรื่องที่ค้างไว้ให้จบครับ...สักวัน
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2560
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
10 กรกฏาคม 2560
 
All Blogs
 
แจ้ง (25)

“...รุ่ง...”

เด็กหนุ่มสาวทั้งสามพึมพำชื่อที่แสนธรรมดานั้นออกมาอีกครั้ง ต่างคนต่างหันมองหน้ากันไปมา ต่างคนต่างสงสัย ต่างไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกตน กับชาวบ้าน กับหมู่บ้านแห่งนี้ สิ่งเดียวที่ทั้งหมดรับรู้ร่วมกันในตอนนี้ก็คือ มีอะไรบางอย่างได้ทำให้ทุกคนพากันลืมเลือนเจ้าของชื่อนั้นไปอย่างไม่น่าเป็นไปได้ ทำให้เธอหายไปจากอดีต จากความทรงจำ จากความเป็นจริง จนราวกับไม่เคยมีตัวตนมาก่อน

มันไม่น่าเป็นไปได้ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว

น้ำตาของรัตเริ่มรินไหลออกมาอีกครั้ง ความรู้สึกอัดอั้นจากหลายเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ได้ถมทับจนเธอไม่อาจอธิบาย เธอได้หลงลืมตัวเธออีกคน พี่สาวฝาแฝด หรืออาจบอกได้ว่าคือส่วนหนึ่งของตัวเธอไปอย่างไม่น่าให้อภัย มันต้องเป็นอีกเรื่องที่จะถูกประทับลงไปในความทรงจำอันไม่น่าจดจำของเธอเกี่ยวกับวันนี้ เป็นสิ่งที่อยากลืม แต่ยากที่จะเลือนหายไป

ใหญ่คงจะเป็นคนที่รู้สึกสับสนน้อยที่สุด เพราะเขาพึ่งลืมเลือนเธอคนนั้นไปเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ แต่เขาก็ตระหนักว่า การลืมสิ่งใดไปอย่างหมดสิ้นเช่นนี้ย่อมไม่ใช่การหลงลืมแบบธรรมดาทั่วไป

ท่านยายรู้สึกถึงการจางหายไปของแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกใต้พื้นโลก พลังงานอะไรก็ตามที่คอยขับเคลื่อนมันกำลังอ่อนแรงลง หรือไม่ก็ถูกต่อต้านจากพลังงานอื่นซึ่งนางไม่อาจระบุ สายตาของนางเหลือบมองไปยังดาบสั้นที่เอวของอรุณ พร้อมกับรู้สึกสงสัยในการตัดสินใจที่ผ่านมาของตนเกี่ยวกับวัตถุสิ่งนั้น ซึ่งก็เหมือนกับการตัดสินใจในครั้งอื่นๆ ที่มักจะย้อนกลับมาตั้งคำถามกับนางอยู่เสมอ มากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไปในแต่ละความหนักเบาของเรื่องราวที่ติดตามมา

ซึ่งวิธีการรับมือที่ได้ผลที่สุดของนางก็คือ 'ช่างมัน ก็ฉันตัดสินใจไปแล้ว'

สนามความเป็นจริงประสานกลับคืนเป็นเนื้อเดียวกันอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่อาจเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงของผู้ชุมนุมกลุ่มเล็กๆ นี้เหมือนที่เคยทำกับทั้งหมู่บ้านมาแล้ว

มือของอรุณยังคงกำแน่นอยู่ที่ด้ามดาบสั้นอย่างลืมตัว เขาไม่รู้ว่าตนเองได้ทำอะไรลงไป หรือทำมันได้อย่างไร เขารู้สึกเพียงแค่มีบางอย่างเกิดขึ้น ก่อนที่ความทรงจำซึ่งถูกลบหายไปนั้นจะหวนกลับคืนมา มันราวกับว่าเขาได้ตกอยู่ในห้วงแห่งความฝันที่เหมือนจริง ก่อนจะตื่นขึ้นอย่างฉับพลันเพื่อรับรู้ถึงความเป็นจริงที่ต่างไปจากเดิม จนไม่อาจบอกได้อย่างชัดเจนว่าอะไรคือความจริง อะไรคือความฝันกันแน่

“...มันเกิดอะไรขึ้น” ใหญ่เป็นคนเริ่ม เขามักเป็นคนเริ่มเสมอ

“พวกเรา ไม่ใช่สิ ทุกคนลืมรุ่งไปได้อย่างไร” อรุณคลายมือออกจากด้ามดาบด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก ก่อนที่จะถูกใหญ่สวนเข้าให้ทันควัน “ใช่ โดยเฉพาะนาย” ซึ่งทำให้เขาต้องหันไปมองเพื่อนอย่างไม่เชื่อหู ว่าจะยังหาเรื่องแซวกันได้อีกภายใต้สถานการณ์แบบนี้ ซึ่งใหญ่ก็รีบทำท่าขอโทษกับความปากไวของตัวเองทันที

เมื่อใดก็ตามที่เกิดเหตุซึ่งไม่อาจรับมือ ใครคนหนึ่งจะก้าวออกมา หรือไม่อย่างนั้นทุกคนก็จะพากันถอยไปจนเหลือใครสักคนยืนอยู่ข้างหน้า และสำหรับหมู่บ้านแห่งนี้ใครคนนั้นก็ต้องเป็นท่านยาย สายตาของทั้งสามต่างมุ่งไปยังจุดเดียว ในขณะที่สายตาของท่านยายยังคงมุ่งไปที่อีกอร่าจนทำให้เธอรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ และสงสัยในการกระทำของตนเองเมื่อครู่ที่ไม่เหมือนตนเองเลยสักนิด

“ยังรออะไรอีกล่ะ แยกย้ายกันกลับไปได้แล้ว” ท่านยายยังยืนยันคำเดิมโดยไม่ยอมละสายตาจากอีกอร่า ราวกับคิดจะจ้องจนกว่าร่างของเธอจะระเหิดหายไป ส่วนอีกอร่าเองก็รู้สึกราวกับตัวของเธอหดเล็กลงกว่าเดิม ไม่รู้ว่าจะเป็นเพราะมวลบางส่วนของเธอได้ระเหิดหายไปจริงหรือไม่

“แต่ แล้วเรื่อง รุ่ง...” อรุณไม่อยากเชื่อว่าท่านยายจะจำเธอไม่ได้เหมือนกับคนอื่นๆ ในความทรงจำกับความฝันที่ยากจะแยกออกนั้น เขายังคงไม่ลืมสายตาแปลกๆ และบางสิ่งที่นางพูดออกมา ซึ่งทำให้เขาเชื่อว่านางไม่ได้ตกอยู่ใต้อำนาจของพลังอะไรก็ตามที่ทำให้ทุกคนลืมรุ่งไปในครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น

“รุ่ง ที่พวกเจ้าพูดถึงเป็นใคร ไม่มีใครในหมู่บ้านใช้ชื่อนั้น อย่างน้อยก็ในช่วงเวลานี้” นางตอบหน้าตาเฉย พร้อมกับหันไปสบสายตากับเด็กหนุ่มสาวแต่ละคน แววตาของนางใสกระจ่าง ไม่มีความสงสัยใดใดในนั้นแม้แต่น้อย นางเชื่อในทุกสิ่งที่นางพูดออกมา ไม่ว่ามันจะเป็นความจริงหรือไม่ก็ตาม

แล้วนางก็หันกลับมาหาอีกอร่าอีกครั้ง “และข้าแน่ใจว่าพวกเจ้าสองนายบ่าวพร้อมกับรถม้าจะหายไปจากหมู่บ้านไม่เกินยามเช้าของวันพรุ่งนี้” นางไม่ได้เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นแต่อย่างใด นางชอบบอกกับตัวเองอย่างนั้น “ซึ่งข้าจะทำให้แน่ใจว่า ชาวบ้านทุกคนได้จัดเตรียมจอบเสียมกับคบไฟไว้ให้พร้อมสรรพ และหากตอนนั้นพวกเจ้ายังอยู่ล่ะก็...” นางไม่จำเป็นต้องบอกข้อความส่วนที่เหลือออกมา

อีกอร่ายิ้มตอบอย่างยากเย็น “แนน่นอนค่ะ” เธอเชื่อจนหมดหัวใจว่านางไม่ได้พูดเล่น และจะทำทุกอย่างเพื่อให้เป็นไปตามนั้น

“พี่รุ่งมีตัวตนจริง หนูมั่นใจ” รัตพยายามไม่สะอึกสะอื้น เพราะมันจะทำให้เธอดูเหมือนไม่มั่นใจในสิ่งที่พูดออกมา

“เจ้าลองกลับไปที่บ้าน ไปดูห้องของเจ้า ไปถามพ่อแม่ของเจ้า” นางพูดช้าๆ “แล้วค่อยทบทวนอีกครั้งว่า เจ้ามีพี่สาวคนที่เจ้าเชื่อว่ามีจริงหรือไม่ มันจะเป็นไปได้หรือไม่”

“ท่านยายจะบอกว่า พวกเราทั้งสามคน...เข้าใจผิดกันไปเองอย่างนั้นหรือครับ” ใหญ่ถาม

“ข้าไม่รู้” สายตาของนางทำให้ใหญ่ต้องก้าวถอยหลังไปอย่างลืมตัว “ข้าแค่ยืนยันว่าไม่เคยมีใครคนนั้น คนที่พวกเจ้าทั้งสามคิดไปเองว่ามีจริง”

“แต่ว่า...แล้วสิ่งที่พวกเราจำได้...” ใหญ่ไม่มั่นใจว่าจะอธิบายมันออกมาอย่างไร

“แล้วสิ่งที่คนทั้งหมู่บ้านนี้จำได้ล่ะ หากใช้จำนวนเปรียบเทียบกัน พวกเจ้าก็เป็นฝ่ายแพ้” น้ำเสียงของท่านยายอ่อนลง แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม “ข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าเป็นอะไรกัน แต่มันอาจจะง่ายกว่าถ้าคิดว่าเรื่องที่พวกเจ้าเชื่อ เรื่องใครคนที่ว่านั้น เป็นเพียงแค่ความฝัน แล้วปล่อยให้มันผ่านไป ชีวิตยังต้องเดินต่อไป”

“...แต่หนูใช้ชีวิตร่วมกับพี่รุ่งมาตลอด มันจะเป็นไปได้อย่างไรว่าทั้งหมดนั้นเป็นแค่เพียงความฝัน” รัตย้อน

“หากข้ายืนยันว่าทั้งหมดนั้นคือความฝัน เรื่องพี่สาวอีกคนของเจ้า เรื่องชีวิตร่วมกันอะไรทั้งหมดนั้น เป็นเพียงความฝันที่เจ้าเคยเชื่อว่าเป็นความจริงมาตลอด จนกระทั่งทุกคนในหมู่บ้านแห่งนี้ได้ตื่นขึ้นพร้อมกัน ได้รับรู้ความจริง ในเรื่องที่ไม่เคยมีใครคนนั้น” ทั้งสามรวมทั้งอีกอร่าต่างคิดตามไปอย่างมึนงง “แล้วตอนนี้ ก็มีเพียงแค่พวกเจ้าเท่านั้น ที่คิดจะกลับไปเชื่อในความฝันอันเก่านั้นอีกครั้ง”

ความเงียบเข้าปกคลุม แม้แต่รัตเองก็เริ่มรู้สึกลังเลขึ้นมา ที่บ้านของเธอมีห้องนอนอยู่สองห้อง หนึ่งในนั้นเป็นของพ่อกับแม่ ซึ่งหากคิดดูให้ดี การที่เด็กสาวสองคนต้องใช้ชิวิตร่วมกันภายในห้องนอนเล็กๆ นั้นมันก็ออกจะแปลกอยู่สักหน่อย แต่ในความทรงจำมันก็เป็นชีวิตร่วมกันที่แสนสุข กับเสื้อผ้าข้าวของต่างๆ ที่ไม่ได้มีมากมาย ซึ่งถึงแม้ทั้งสองจะมีรูปร่างเท่ากันทุกประการ แต่จำนวนเสื้อผ้าที่มีอยู่นั้นมันน้อยเกินสำหรับสองคนหรือไม่ เธอเริ่มไม่แน่ใจ

“รุ่งมีตัวตนอยู่จริง” อรุณพูดออกมาอย่างเชื่อมั่น พร้อมประสานสายตากับท่านยาย “ไม่ว่าคนอื่นจะว่าอย่างไรก็ตาม”

ท่านยายทั้งชื่นชม และเกลียดสายตาที่เป็นประกายคู่นั้นไปพร้อมกัน ในเวลาที่นางอยากให้มันสั่นไหวหมองหม่นลงบ้าง มันกลับเป็นตรงกันข้าม และทำให้อีกสองคนที่เริ่มลังเลกลับมาเชื่อมั่นอีกครั้ง อีกอร่าเองก็รู้สึกสนใจในสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปเช่นกัน ถึงแม้ว่ามันจะไม่เกี่ยวอะไรกับเธอก็ตาม

'แตต่จะไม่เกี่ยวจริงหรือ'

การที่เคยเป็นผู้ช่วยให้กับเจ้านายที่แตกต่าง เข้าร่วมในการทดลองแปลกประหลาดมากมาย ทำให้ในบางครั้ง อีกอร่าสามารถรู้สึกถึงการเชื่อมโยงที่ดูไม่มีเหตุผลของเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกันได้ ซึ่งที่จริงแล้วมันก็ไม่ได้ไม่มีเหตุผลเสียทีเดียว แต่เป็นเพราะสมการของเหตุผลที่ว่านั้นซับซ้อนเหลือเชื่อจนเกินไปเท่านั้น และในตอนนี้เธอก็กำลังรู้สึกอย่างนั้น รู้สึกถึงเส้นด้ายแห่งชะตากรรมที่ผูกโยงเข้ากันอย่างวุ่นวาย ซึ่งปลายหนึ่งในนั้นก็โยงตัวเธอเข้าไว้ด้วย

“ก็เอาเถอะ” ท่านยายเหมือนจะยอมแพ้ “มันเป็นความคิดของพวกเจ้า ซึ่งข้าคงทำอะไรไม่ได้ ถ้าอย่างนั้น ข้าคงต้องขอถาม ว่าพวกเจ้าคิดจะทำอะไรต่อไป”

มันเป็นคำถามที่พวกเขาคาดว่าจะได้รับคำตอบ หรืออย่างน้อยก็คำแนะนำจากท่านยาย ไม่ใช่ถูกย้อนถามแบบนี้

“เอ่อ...” ใหญ่พยายามจะเริ่ม แต่ไม่รู้ว่าควรไปต่ออย่างไร

“ผมคิดว่ารุ่งถูกลักพาตัวไปโดยฝีมือของตัวประหลาดที่บุกเข้าไปในบ้านของเธอเมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากนั้นทุกคนก็พากันลืมเรื่องของเธอไป” เขาจ้องหน้าท่านยาย 'ซึ่งบางทีอาจเป็นฝีมือของท่านนั่นเอง' สายตาเขาว่าอย่างนั้น “พวกเราก็ควรจะกลับไปค้นหาร่องรอยแถวนั้นดูอีกครั้ง บางทีอาจพบเจออะไรให้ใช้ติดตาม และหากเร่งเดินทางได้เร็วพอ ก็คงสามารถช่วยเธอกลับมาได้...”

แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังต้องยอมรับว่า ทั้งหมดนั้นมันฟังดูเหมือนกับนิทานที่เคลือบด้วยน้ำตาล เรื่องเล่าในยุคแห่งความสุขสบาย ว่าทุกอย่างจะต้องจบลงอย่างมีความสุข โดยไม่สนใจรายละเอียด หรือความเป็นจริงที่โหดร้ายใดใดทั้งสิ้น

แต่ท่านยายกลับพยักหน้าตามราวกับเห็นด้วย “นี่ก็บ่ายมากแล้ว” นางเหลือบมองท้องฟ้า “พวกเจ้าควรจะรีบลงมือ ก่อนที่ร่องรอยเหล่านั้นจะหายไป” นางพูดราวกับเป็นห่วง “ก่อนจะมีอะไรไม่คาดคิดเกิดขึ้น”

'น่าจะได้เวลาแล้ว'

ท่านยายไม่มีพลังจิตที่ทำให้สามารถอ่านความคิดของผู้อื่น แต่ความเป็นห่วงของบิดานั้นสามารถคาดเดาได้ ถึงแม้นางจะบอกไว้ว่าไม่ให้ใครเข้ามาใกล้บริเวณนี้ แต่จะต้องมีหูตาจากพ่อของใหญ่คอยลอบดูอยู่แน่ และเมื่อลูกชายของเขาถูกพบเห็นว่าปลอดภัยดี

การพูดคุยที่ยังไม่จบ ถูกแทรกด้วยคนกลุ่มหนึ่งซึ่งเคลื่อนที่ใกล้เข้ามา ซึ่งก็เป็นพ่อของใหญ่กับคนสนิทอีกของเขาอย่างที่ท่านยายคาดไว้

รอยแผลจากการทำร้ายของสัตว์มืดเมื่อคืนก่อนถูกถามถึงอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง และด้วยความแปลกใจของทุกคน รวมถึงตัวใหญ่เองด้วย ที่ร่างกายของเขาได้รักษาตัวเองจนหายในระหว่างที่ติดอยู่ใน ความว่าง นั้น หลงเหลือไว้เพียงรอยจางๆ ของแผลเป็นเก่าๆ ที่ไม่มีวันหายสนิทเท่านั้น

การทักทายสั้นๆ ระหว่างพ่อกับลูกจบลง ก่อนที่ใหญ่กับเพื่อนจะรีบเล่าเรื่องของรุ่งให้พ่อของใหญ่ฟังอย่างตื่นเต้น พวกเขาคิดว่าหากทุกคนในหมู่บ้านร่วมมือกัน การติดตามค้นหาก็จะยิ่งมีความหวังมากขึ้น

“...นี่มันเรื่องอะไรกัน ท่านยาย” พ่อของใหญ่หันไปถามนาง

ในตอนนั้นเองที่อรุณรู้สึกว่า เขาพึ่งเข้าใจว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น เขาเข้าใจไม่ผิดที่คิดว่าท่านยายไม่เคยลืมเรื่องของรุ่ง ไม่เหมือนกับคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน สำหรับคนอื่นๆ ไม่มีแม้แต่คำว่า อาจจะ เพราะเธอคนที่ว่านั้นไม่เคยมีตัวตนแน่นอน

“พวกเขาพูดเรื่องอะไร พวกเขาเป็นอะไรกันหรือเปล่า” พ่อของใหญ่ถามอย่างนั้น เพราะว่าพวกเขาเอาแต่พูดถึงเรื่องที่รุ่งถูกจับตัวไป ซึ่งเป็นเรื่องเพ้อฝันของคนที่ไม่มีตัวตนอยู่จริง

'พวกเราทำตัวเองให้ดูเหมือนคนบ้า'

ท่านยายยิ้มเศร้าๆ แต่ดวงตาของนางนั้นตรงกันข้าม “พวกเขาคงสับสนจนแยกความจริงกับความฝันไม่ได้ อาจเกิดจากการถูกกระทบกระเทือนเข้าที่หัวอย่างแรงก็เป็นได้”

ใหญ่กับรัตยังพยายามที่จะอธิบาย ในขณะที่อรุณอยากให้ทุกคนเงียบจะดีกว่า เพราะคิดว่ายิ่งพูดไปก็จะยิ่งทำให้เรื่องราวแย่ไปกว่าเดิม ทุกคนจะยิ่งเชื่อว่าพวกเขาบ้าตามที่ท่านยายบอกมากขึ้น บางที การยอมรับว่ารุ่งไม่เคยมีตัวตนอยู่จริงนั้นอาจจะดีที่สุด แต่ทั้งสองไม่ยอมฟัง และก็อาจจะสายเกินไปแล้ว

“ทำอย่างไรดีครับ ท่านยาย” พ่อของใหญ่ถาม

“คงต้องขังพวกเขาไว้ก่อน จนกว่าอาการจะดีขึ้น จะได้ไม่ไปทำอะไรที่อาจเป็นอันตรายต่อตัวเอง หรือคนอื่น” พ่อของใหญ่เห็นด้วยโดยไม่สนใจการทักท้วงจากพวกเขา “แล้วข้าจะรีบปรุงยาไปให้ หวังว่าอาการของพวกเขาจะดีขึ้นในไม่ช้า”

อรุณไม่คิดว่ายาของท่านยายในครั้งนี้จะเป็นอะไรมากกว่าน้ำยาที่มีรสแย่อย่างตั้งใจเท่านั้น

“และเพื่อความปลอดภัย ข้าจะขอเก็บสิ่งนั้นเอาไว้ก่อน” อรุณยังไม่ทันคัดค้าน พ่อของใหญ่ก็รีบดึงดาบสั้นจากเอวของเขาแล้วยื่นส่งให้นาง ซึ่งรับไปเก็บไว้ใต้เสื้อคลุมสีดำนั้นทันที

“อย่าเชื่อพวกเขาง่ายๆ อาการสับสนอาจทำให้พวกเขาแกล้งทำตัวว่าเป็นปกติเพื่อให้ได้รับการปล่อยตัว ข้าจะแวะไปดูพวกเขาทุกวัน ให้ขังพวกเขาเอาไว้ จนกว่าข้าจะแน่ใจว่าพวกเขาหายดีแล้ว” แล้วนางก็พูดเสียงดังขึ้น “และให้ทุกคนเตรียมจอบเสียมกับคบไฟเอาไว้ให้พร้อมด้วย”

พ่อของใหญ่และคนของเขาต่างแอบเหลือบมองไปทางอีกอร่า และเธอรู้ว่านั่นคือคำเตือนครั้งสุดท้ายจากท่านยาย


Create Date : 10 กรกฎาคม 2560
Last Update : 10 กรกฎาคม 2560 16:47:00 น. 1 comments
Counter : 231 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
สวัสดีนะจ้ะ แวะมาเยี่ยมนะจ้าาา sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: สมาชิกหมายเลข 4057910 วันที่: 23 สิงหาคม 2560 เวลา:17:20:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
zoi
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




..........
Friends' blogs
[Add zoi's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.